COOK TO KNOW
คุณแม่ต้องปลื้ม! แจกเมนูหนูน้อยทุกช่วงวัย
315 VIEWS
PIN

image alternate text
image alternate text
เลือกเมนูให้สมวัย เสริมสร้างพัฒนาการและร่างกายลูกน้อยให้แข็งแรง

เด็กในแต่ละช่วงวัยมีพัฒนาการที่แตกต่างกัน และอาหารก็เป็นส่วนสำคัญในการช่วยเสริมพัฒนาการให้ดียิ่งขึ้น เหมือนที่คุณหมอหรือผู้เชี่ยวชาญเรื่องเด็กมักจะกล่าวว่า “การเลือกอาหารเด็กตามช่วงวัย นอกจากทำให้ลูกได้รับโภชนาการที่ดีและถูกต้อง ยังช่วยเสริมสร้างให้ลูกน้อยมีร่างกายที่แข็งแรงและพัฒนาการที่ดี พร้อมสำหรับการเรียนรู้ในทุกวัน” ซึ่งไม่ใช่แค่เด็กเล็กเท่านั้นที่ต้องการโภชนาการที่ดี แต่ทุกช่วงวัยก็ต้องการโภชนาการที่ดีจากอาหารเหมือนกัน วันนี้ผู้เขียนเลยมีเมนูที่เหมาะกับพัฒนาการในแต่ละช่วงวัยของเด็กๆ มาแนะนำคุณพ่อคุณแม่ แบ่งเป็น 4 ช่วงอายุที่มีพัฒนาการที่แตกต่างกันออกไป 

อายุ 6 – 8 เดือน 

นอกจากนมแม่ที่เป็นสารอาหารหลัก แม่ๆ สามารถหาอาหารเสริมเพื่อช่วยพัฒนากล้ามเนื้อต่างๆ และเพื่อให้เด็กได้ปรับตัวจากการกินอาหารที่มีลักษณะเป็นของเหลว เป็นอาหารที่มีเนื้อสัมผัสหลายหลากมากขึ้น เด็กในวัยนี้จะเริ่มมีพัฒนาทักษะด้านการเคี้ยวและการใช้ลิ้น ควรให้อาหารที่มีความอ่อนนุ่มเพื่อช่วยพัฒนาทักษะการเคี้ยวและความแข็งแรงของลิ้น แล้วยังช่วยในการพัฒนาทักษะการสื่อสารด้วย อาจจะเสริมอาหารเหลว 1 มื้อต่อวันควบคู่ไปกับนมแม่ เมื่อเข้าสู่ช่วงอายุ 8 เดือน สามารถเพิ่มเนื้อสัมผัสของอาหารให้หลากหลายมากขึ้น เพราะว่าเด็กในช่วงวัยนี้กินอาหารที่มีเนื้อสัมผัสหยาบขึ้นได้บ้าง 

อาหารของเด็กวัย 6-8 เดือนจะเน้นโปรตีนเพื่อทดแทนนมแม่ในมื้อที่ไม่ได้กินนมแม่ โดยจะให้ในอัตราส่วนที่ไม่มากนัก อย่างอาหารใน 1 มื้อที่ทำให้นั้นก็จะมีองค์ประกอบหลักๆ คือ ข้าว + โปรตีน (ในที่นี้ได้จากเนื้อสัตว์ ไข่ หรือตับ) + ผัก + น้ำมัน และให้ผลไม้บดเสริมเพิ่ม ซึ่งน้ำมันจะเป็นตัวช่วยในการดูดซึมอาหารได้ดีในเด็ก 

คลิกดูสูตรข้าวต้มถั่ว แครอทและปลา

แนะนำ ข้าวต้มผักและปลา นำเอาข้าวมาต้มให้เปื่อยจากนั้นใส่ผักอย่างถั่วลันเตาและแครอทเข้าไปต้มให้เปื่อยนุ่มเช่นกัน เมื่อทุกอย่างเปื่อยนุ่มดีแล้วก็ใส่เนื้อปลา ผู้เขียนเลือกเนื้อปลากะพง เพราะมีโปรตีนสูงและหาง่าย แต่ถ้าบ้านไหนจะเปลี่ยนเป็นไข่แดง ตับบด หรือปลาทูก็ได้ เมื่อเนื้อปลาสุกให้นำไปปั่นให้ละเอียดดี ใส่น้ำมันลงไปเล็กน้อย ปั่นให้เข้ากันอีกครั้ง ก็เอาให้เด็กๆ กินได้เลย ข้อดีอีกอย่างคือสามารถทำเก็บไว้ใส่ในพิมพ์ซิลิโคนทำน้ำแข็งได้ เมื่อเวลาจะนำมาให้ลูกกินก็แค่นำมาอุ่นกับน้ำซุปซึ่งในที่นี้เลือกใช้น้ำซุปไก่ในการทำให้เด็กน้อยกิน 

อายุ 9 – 12 เดือน

เด็กวัยนี้สามารถหยิบจับสิ่งของเข้าปากเองได้ ฟันก็เริ่มงอก อาหารของเด็กในวัยนี้จึงเน้นไปที่การส่งเสริมพัฒนาการเหล่านี้ สามารถใช้วิธีการหุงข้าวให้สุกนิ่ม ผักต้ม และเนื้อสัตว์หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เพิ่มมื้ออาหารให้มากขึ้นเป็น 3 มื้อ ต่อ 1 วันและเสริมนมแม่ในระหว่างมื้อ อาหารเน้นสีสันน่ากิน หน้าตาดูน่ารัก ชวนให้เด็กๆ สนใจในการกิน อาหารหลักของเด็กวัยนี้ไม่ต่างจากเด็กช่วงแรกนัก แค่ไม่ปั่นให้ละเอียด เปลี่ยนเป็นการหั่นหรือสับเป็นชิ้นเล็กๆ ให้เด็กได้บดเคี้ยวได้ง่ายและสามารถหยิบจับได้ โดยยังคงเน้นข้าว โปรตีน ผัก และผลไม้เช่นเดียวกัน

คลิกดูสูตรซุปมักกะโรนีกับผัก

แนะนำ ซุปมักกะโรนีผักและปลาแซลมอน ต้มมักกะโรนีให้สุก จากนั้นตั้งน้ำซุปไก่ให้เดือด ใส่ผักลงต้มให้สุกนุ่ม ใส่เนื้อปลา และมักกะโรนีลงต้มให้นุ่มเข้ากัน ปรุงเกลือลงไปเล็กน้อยเป็นอันเสร็จ หรือบ้านไหนจะเปลี่ยนจากมักกะโรนีเป็นข้าวต้มก็ได้

อายุ 1 – 3 ขวบ 

เป็นวัยที่ทำให้แม่ๆ ปวดหัวแน่นอนกับการเลือกกินและไม่ค่อยกินข้าว เพราะมักจะเลือกกินเฉพาะสิ่งที่ชอบหรือกินแต่ขนม แต่ในเมื่อข้าวยังเป็นสารอาหารหลักของเด็กน้อย จึงต้องเลือกเมนูที่หลอกล่อกันหน่อย โดยต้องเน้นสารอาหารครบ 5 หมู่เพราะอยู่ในวัยเรียนรู้ รวมถึงนมก็ยังเป็นสารอาหารสำคัญ 

คลิกดูสูตรโครเกตข้าวและผัก

แนะนำ โครเกตข้าวและผัก เมนูหลอกล่อเด็กที่ไม่ยอมกินข้าว เพราะจะนำข้าวหุงสุก (จะเลือกใช้ข้าวไทยหรือข้าวญี่ปุ่นก็ได้ตามใจชอบ) หุงให้นุ่มเล็กน้อย จากนั้นนำมาผสมรวมกับผักต่างๆ และเนื้อสัตว์ที่ผัดให้สุก ซึ่งสามารถเลือกใช้ผักและเนื้อสัตว์ได้ตามใจชอบ แต่เน้นผักที่ไม่มีกลิ่นและรสชาติที่ฉุนเกินไปนัก ไม่อย่างนั้นเด็กอาจจะไม่ยอมกิน จากนั้นใส่ชีสสำหรับเด็กนำมาฉีกให้เป็นชิ้นเล็กๆ ผสมรวมกันทั้งหมด ปรุงรสด้วยเกลือเล็กน้อย ปั้นเป็นก้อนกลมๆ นำไปชุบไข่และเกล็ดขนมปัง ก่อนนำไปทอด เสิร์ฟคู่กับซอสมะเขือเทศ จะแถมผักลวกหรือผักต้มไปด้วยก็ได้ หรือบ้านไหนไม่อยากทอดก็นำไปย่างในกระทะแทนได้

อายุ 4 ปีขึ้นไป 

เด็กช่วงอายุนี้กินทุกอย่างแทบจะเหมือนผู้ใหญ่ เพียงแค่รสชาติไม่จัดจ้านเท่า เป็นช่วงอายุที่ช่างเลือกเช่นเดียวกับช่วงวัยก่อนหน้า แต่หากฝึกฝนให้กินอาหารที่หลากหลายมาแต่เด็กก็จะหมดปัญหาเรื่องนี้ไปบ้าง อาหารสำหรับวัยนี้ก็ไม่ต่างจากวัยก่อนหน้าสักเท่าไร เพราะเน้นสารอาหารเพื่อส่งเสริมพัฒนาการต่างๆ รอบด้านเช่นเดียวกัน ที่สำคัญคือต้องเสริมด้วยนมและผลไม้ในระหว่างมื้อ และเนื่องจากเด็กวัยนี้เข้าโรงเรียนแล้ว จึงควรเลือกเมนูที่ใส่ปิ่นโตให้เด็กๆ นำไปกินที่โรงเรียนได้ มีการจัดตกแต่งปิ่นโตให้ดูน่ารัก เพื่อหลอกล่อให้เด็กๆ อยากกินอาหาร ไม่ว่าจะทำเป็นรูปตัวการ์ตูนน่ารักๆ หรือถ้าบ้านไหนไม่ถนัด ก็เพียงแค่ทำให้อาหารดูมีสีสันอาจจะมาจากผักหรืออะไรต่างๆ ที่ทำให้ดูไม่จืดชืดจนเกินไป

คลิกดูสูตรข้าวไก่คาราเกะและผักสามสี

แนะนำ ข้าวไก่คาราเกะและผักสามสี ที่ทั้งหน้าตาและรสชาติเรียกความสนใจของเด็กๆ ได้แน่นอน โดยใช้สะโพกไก่มาชุบแป้งแล้วนำไปทอดให้เหลืองกรอบ จากนั้นนำมาเคล้ากับน้ำซอสเปรี้ยวหวานที่ปรุงด้วยซอสมะเขือเทศ ซีอิ๊วญี่ปุ่น น้ำตาล มิริน และน้ำส้มสายชูหมักจากข้าวมาเคี่ยวให้เหนียวเล็กน้อย ใส่งาขาวคั่วบุบลงไปให้หอม นำไปเคล้ากับไก่ที่ทอด เสิร์ฟพร้อมไข่ม้วนทรงเครื่อง ซุป ผักลวก มะเขือเทศ และข้าวสวย จัดหน้าตาให้น่ารักมีสีสันสักหน่อย เป็นอันเรียบร้อย 

เมนูอาหารที่แนะนำนี้เป็นเพียงแค่ไอเดียที่ผู้เขียนคิดว่าน่าจะมีประโยชน์ โดยเฉพาะกับแม่ลูกอ่อนมือใหม่ทั้งหลาย หรือคุณแม่ที่กำลังมีปัญหาลูกน้อยกินอาหารยากเหลือเกิน โดยสิ่งสำคัญในการทำอาหารให้ลูกน้อยคือความสะอาดและการสังเกตว่าอะไรคือสิ่งที่ลูกชอบและไม่ชอบ เราก็แค่ปรับเปลี่ยนไปตามสิ่งที่ควรจะเป็นเท่านั้นเองค่ะ

บทความเพิ่มเติม

RECOMMENDED COOKINGS