Found 13 results for Tag : น้ำตาลปี๊บ

ขนมบุหลันดั้นเมฆ 1. ทำหน้าสังขยาโดยใส่ไข่ น้ำตาลปี๊บ และใบเตย ลงในชามผสม ขยำรวมกันให้น้ำตาลละลาย ใส่หัวกะทิ แล้วขยำให้เข้ากันอีกครั้งจนขึ้นฟูเป็นฟองเล็กน้อย กรองสังขยาผ่านกระชอนเอาเศษผงและใบเตยออก ใส่ถ้วย พักไว้ 2. ทำตัวขนมโดยผสมแป้งข้าวเจ้าและแป้งมันในภาชนะที่มีฝาปิด จุดเทียนอบขนมให้ติดไฟ เอียงเปลวไฟให้ลนมาโดนตัวขี้ผึ้งของเทียน พัดให้ไฟดับ วางลงในถ้วยที่มีขนาดพอดีกับเทียน นำไปวางบนแป้ง ปิดฝาให้สนิท อบนานประมาณ 30 นาที จากนั้นใส่น้ำตาลทรายลงในอ่างแป้งที่อบควันเทียนคนพอเข้ากัน ค่อยๆใส่น้ำดอกอัญชันลงไปทีละน้อย โดยใส่น้ำดอกอัญชันช่วงแรก ¾ ถ้วย คนให้เข้ากัน แล้วค่อยๆใส่น้ำดอกอัญชันที่เหลือลงไปจนหมด คนให้เข้ากันดี 3. ใส่น้ำในหม้อลังถึงปริมาณ ¾ ของลังถึง ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางค่อนข้างแรงจนเดือด เตรียมไว้ 4. เรียงถ้วยตะไลลงในชั้นลังถึงให้ห่างกันประมาณ 1 นิ้ว ยกชั้นลังถึงขึ้นวางบนหม้อลังถึงที่เตรียมไว้ ใช้กระบวยขนาดเล็กคนแล้วตักส่วนผสมแป้งหยอดใส่ให้เต็มถ้วยตะไล ทำจนครบ ปิดฝาให้สนิท ใช้ไฟแรงจับเวลานึ่ง 10 นาที เปิดฝา ใช้ผ้าเช็ดฝาให้แห้ง เพื่อไม่ให้น้ำหยดใส่หน้าขนม ปิดฝาแล้วลดเป็นไฟกลาง นึ่งต่ออีก 10 นาที หยอดหน้าสังขยาที่เตรียมไว้ประมาณ ¼ ช้อนชา ลดเป็นไฟกลางค่อนข้างอ่อน ปิดฝานึ่งต่ออีกประมาณ 5-7 นาที หรือจนหน้าขนมสุก ยกชั้นลังถึงลง แล้วหยิบถ้วยขนมใส่ถาดที่ใส่น้ำเพื่อให้ขนมเย็นเร็วยิ่งขึ้นพักไว้ให้เย็น ใช้มีดหรือไม้ปลายแหลมจุ่มน้ำแซะขนมออกจากถ้วย 5. จัดเรียงใส่จาน เสิร์ฟ 29.08.2018 RECIPE

ปลาทูซาเตี๊ยะ 1. ล้างปลา ควักเหงือกและไส้ออก บั้งทั้งสองด้าน ล้างอีกครั้ง ใส่ตะแกรงพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ 2. ต้มน้ำในหม้อด้วยไฟกลางจนเดือด ใส่พริกไทย กระเทียม ขิง น้ำตาล น้ำปลา ต้มสักครู่พอเดือดและมีกลิ่นหอม ใส่ปลา ห้ามคนจนกว่าปลาจะสุก พอปลาสุกลดเป็นไฟอ่อน เคี่ยวจนน้ำงวด ขณะเคี่ยวหมั่นกลับตัวปลาให้คลุกเคล้ากับน้ำปรุงรสจนทั่ว ปลาจะสุกเป็นเงางาม และทำให้เครื่องปรุงซึมเข้าเนื้อปลาได้ดี ปิดไฟ 3. ตักใส่จาน ตกแต่งด้วยใบผักชี ต้นหอมหั่นเฉียง และพริกชี้ฟ้าสีแดงหั่นแฉลบ เสิร์ฟ   เคล็ดลับ เลือกใช้ปลาทูไทยสดใหม่มาต้มเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ เครื่องปรุงจะค่อยๆซึมเข้าเนื้อปลาจนมีรสหวานเค็มเข้มข้น หอมกลิ่นกระเทียม พริกไทย และขิง เป็นพิเศษ เลือกใช้น้ำตาลปี๊บอย่างดีเนื้อเหนียวกลิ่นหอม และใช้น้ำปลาคุณภาพดี 12.03.2018 RECIPE

เต้าหู้ลูกเขย 1. ใส่เต้าหู้ลงต้มในหม้อนํ้าเดือดด้วยไฟอ่อนประมาณ 8-10 นาที ตักขึ้น ผึ่งให้สะเด็ดนํ้า หั่นเต้าหู้เป็นชิ้นสามเหลี่ยม หนึ่งก้อนหั่นได้ 4 ชิ้น (หรือกดเป็นรูปหัวใจ) ใส่จานพักไว้ ละลายแป้งทอดกรอบกับ นํ้าเย็นจัด คนให้ละลายเข้ากัน 2. ตั้งกระทะนํ้ามันบนไฟกลางจนร้อน ใส่เต้าหู้ชุบแป้งลงทอดจนสุกเหลืองทั่ว ตักขึ้นใส่จาน พักไว้ 3. ตักนํ้ามันในกระทะที่ทอดเต้าหู้ออกให้เหลือประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ใส่นํ้าตาลปี๊บลงเคี่ยวด้วยไฟอ่อนจนนํ้าตาลละลาย ใส่นํ้าปลาและนํ้ามะขามเปียก คนพอทั่ว ใส่นํ้า เคี่ยวต่อให้มีลักษณะข้นเหนียวเล็กน้อย ชิมรสให้เปรี้ยวหวานและเค็ม ปิดไฟ 4. จัดเต้าหู้ทอดใส่จาน ราดนํ้าที่เคี่ยว โรยหอมแดงเจียวและพริกขี้หนูแห้งทอด ตกแต่งด้วยผักชี เสิร์ฟ 12.03.2018 RECIPE

ข้าวหมกไก่เขียวหวาน 1. ทำน้ำพริกแกงเขียวหวานโดยโขลกเครื่องแกงทั้งหมดเข้าด้วยกันจนละเอียด ตักใส่ถ้วย พักไว้ 2. ผัดน้ำพริกแกงเขียวหวานกับน้ำมันในกระทะด้วยไฟกลางจนหอม ลดเป็นไฟอ่อน ค่อยๆใส่หัวกะทิผัดจนแตกมันสีเขียวลอยหน้า ใส่เนื้อไก่ ผัดพอทั่วใส่กะทิ 1 ถ้วย ผัดให้ทั่ว ตักใส่หม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง ใส่กะทิที่เหลือ พอไก่สุก ใส่มะเขือพวงและใบมะกรูด ปรุงรสด้วยน้ำปลา เกลือ และน้ำตาล พอเดือดอีกครั้ง ใส่ใบโหระพา และพริกชี้ฟ้าปิดไฟ 3. ซาวข้าวสาร ใส่พักในตะแกรงให้สะเด็ดน้ำ ตั้งหม้อน้ำเดือด 5 ถ้วย ใส่เกลือ 1 ช้อนชา พอเดือดใส่ข้าว คนเพื่อไม่ให้ข้าวติดก้นหม้อ เร่งไฟให้น้ำเดือดพล่านและต้มต่อราว 3 นาที หรือจนข้าวสุกเป็นตากบ (เนื้อเมล็ดข้าวด้านนอกสุกแบบขาวขุ่น แต่เนื้อด้านในยังดิบอยู่) แบ่งข้าวเป็น 4 ส่วน ตั้งหม้อหุงข้าวบนไฟกลาง ใส่น้ำมัน 3 ช้อนโต๊ะ กลอกน้ำมันให้ทั่วก้นหม้อ เอาข้าวที่ต้มใส่ 1 ส่วนสลับกับน้ำแกงเขียวหวานที่แกง ทำสลับกันจนหมดและจบลงที่ข้าวเป็นชั้นบนสุด นำผ้าขนหนูคลุมปากหม้อแล้วปิดให้แน่น เพื่อกันไอน้ำออก ลดไฟต่ำสุดและหุงประมาณ 30 นาที หรือจนข้าวสุกพอดี ใช้พายไม้ซุยข้าวพอทั่ว 4. ตักข้าวใส่จาน ตกแต่งด้วยยอดโหระพาและพริกชี้ฟ้าสีแดงหั่นแฉลบ เสิร์ฟ 12.03.2018 RECIPE

ปลาช่อนลุยสวน 1. ขอดเกล็ดปลา ผ่าท้องควักเอาดีออก เคล้าเกลือให้ทั่ว ล้างด้วยน้ำปูนแดงหรือปูนขาวเพื่อเอาเมือกและกลิ่นคาวออก ล้างอีกครั้ง บั้งทั้งสองด้าน ใส่ตะแกรงพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ 2. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางจนร้อนจัด ใส่ปลาลงทอดจนสุกเหลืองทั้งสองด้าน ตักขึ้นพักในตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน 3. ทำน้ำยำโดยเคี่ยวน้ำปลากับน้ำตาลเข้าด้วยกันในหม้อด้วยไฟอ่อนจนข้นเหนียวเล็กน้อย ปิดไฟ พักไว้พอเย็น ใส่น้ำมะนาว พริกป่น และข้าวคั่ว คนให้ทั่ว พักไว้ 4. จัดปลาทอดใส่จานที่รองด้วยผักกาดหอม แล้วจัดตะไคร้ หอมแดง ผักชีฝรั่ง ผักชี ใบโหระพา ใบมะกรูด และถั่วลิสงลงในจาน ตกแต่งด้วยมะนาวหั่นเสี้ยวและพริกชี้ฟ้าสีแดงหั่นเส้น เสิร์ฟกับน้ำยำ      Tips ทอดปลาให้เนื้อกรอบฟูเหลืองไม่ติดกระทะ คือ ใช้ปลาช่อนสดๆ ทำให้สะอาด บั้งตัวปลาเเล้วเคล้าเกลือ ใส่ลงทอดในน้ำมันมากเเละร้อนด้วยไฟกลาง เมื่อปลาสุกเหลืองดีจะลอยขึ้นมาเอง 12.03.2018 RECIPE

ฉู่ฉี่ปลาหมอ 1. ทำน้ำพริกแกงโดยโขลกพริกแห้งกับเกลือเข้าด้วยกันให้ละเอียด ใส่ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด รากผักชี และกระเทียม โขลกต่อเข้าด้วยกันให้ละเอียด ใส่หอมแดงและกะปิ โขลก จนละเอียดเข้ากันดี ตักใส่ถ้วย พักไว้ 2. ขอดเกล็ดปลา ถากเอาเหงือกออก ผ่าท้องควักไส้ออก เคล้าเกลือให้ทั่ว ล้างด้วยน้ำปูนแดงหรือปูนขาวเพื่อเอาเมือกและกลิ่นคาวออก ล้างอีกครั้ง บั้งทั้งสองด้าน ใส่ตะแกรง พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ 3. เคี่ยวกะทิ ½ ถ้วยในกระทะด้วยไฟกลางพอแตกมัน ใส่น้ำพริกแกงที่โขลกลงผัดจนมีกลิ่นหอมและมีมันสีแดงลอย หน้า ใส่กะทิที่เหลือ ผัดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล ผัดพอทั่ว ใส่ปลา ห้ามคนจนกว่าปลาจะสุก พอปลาสุก ผัดเคล้าให้เข้ากัน ใส่ใบมะกรูดซอยและพริกชี้ฟ้าสีแดง หั่นเส้นอย่างละครึ่ง ผัดพอทั่ว ปิดไฟ 4. ตักใส่ชามหรือจาน ราดหัวกะทิ โรยใบมะกรูดซอยและพริกชี้ฟ้าสีแดง หั่นเส้นที่เหลือ เสิร์ฟ      Tips การเคี่ยวกะทิจนเเตกมันก่อนจะทำน้ำพริกเเดงที่ผัดมีกลิ่นหอมฉุน เเล้วใส่กะทิที่เหลือลงไปผัดให้พอมีน้ำขลุกขลิก ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลเลือกใช้น้ำตาลปี๊บเพื่อให้ได้รสชาติหอมหวานยิ่งขึ้น ใส่ปลาลงไป น้ำแกงจะค่อยๆซึมเข้าเนื้อปลาจนสุกดี 12.03.2018 RECIPE

ผัดเผ็ดปลากระเบน 1. ทำน้ำพริกแกงโดยโขลกพริกแห้งกับเกลือเข้าด้วยกันจนละเอียด ใส่กระเทียม ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด และหอมแดง โขลกต่อเข้าด้วยกันให้ละเอียด ใส่กะปิ โขลกพอเข้ากัน ตักใส่ถ้วย พักไว้ 2. ล้างปลา ใช้มีดขูดหนังปลาเอาเมือกออก ล้างด้วยน้ำแกว่งสารส้มให้หมดเมือก ล้างอีกครั้งให้สะอาด สับเป็นชิ้นใหญ่ ใส่ตะแกรงพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ 3. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางพอร้อน ใส่น้ำพริกแกงที่โขลก 3 ช้อนโต๊ะ ลงผัดให้มีกลิ่นหอม (ที่เหลือใส่ถุงเก็บในตู้เย็นช่องธรรมดา) ใส่ปลา ผัดเบาๆพอทั่ว พอปลาสุก ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล ผัดให้เข้ากัน ใส่กระชาย ใบกะเพรา พริกไทยอ่อน และพริกชี้ฟ้า ผัดพอทั่ว ปิดไฟ 4. ตักใส่จาน ตกแต่งด้วยยอดกะเพรา เสิร์ฟ    Tips เนื้อปลากระเบนมีลักษณะเป็นเส้นสีขาว เนื้อนุุ่มหวาน เเละมีกระดูกอ่อนทั้งตัว มีกลิ่นคาวเเรง เลือกซื้อปลาสดใหม่ มีเมือกใส เนื้อเเน่น ไม่เเข็งหรือเละ ดมดูไม่มีกลิ่น ผัดเผ็ดปลากระเบนเลือกใช้ปลาที่มีน้ำหนัก 1-2 กิโลกรัม เพราะเนื้อจะมีมากเเละกระดูกกรุบอร่อย 12.03.2018 RECIPE

ขนมฝักบัว 1. ใส่แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว แป้งสาลี และเกลือ ลงในอ่างผสม ค่อยๆใส่หัวกะทิทีละน้อย ใส่แค่พอนวดแป้งได้นวดนานประมาณ 5-10 นาทีจนแป้งนุ่มเนียน แล้วจึงใส่น้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊บ หัวกะทิที่เหลือ ไข่ หางกะทิและน้ำใบเตย คนให้เข้ากัน แป้งจะข้น ปิดด้วยพลาสติกแรป พักไว้อย่างน้อย 30 นาที 2. ตั้งกระทะน้ำมัน (ใช้กระทะใบบัว) บนไฟกลาง เมื่อน้ำมันร้อนให้ลดเป็นไฟกลางค่อนข้างอ่อน ตักแป้งหยอดครั้งละประมาณ 1/4 ถ้วย หรือตักด้วยกระบวยเล็กๆใส่ลงตรงกลางกระทะ พอขนมเริ่มสุกและลอยขึ้นให้ใช้ตะหลิวตักน้ำมันราดบนขนมตลอดระหว่างทอด เพื่อให้ตรงกลางขนมสุก กลับด้านนูนขึ้นมาแล้วทอดต่อจนสุก ตักขึ้นวางพักบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน   ลักษณะที่ดี ขนมต้องนูนตรงกลางเหมือนไข่แดงของไข่ดาว ตรงส่วนริม (ขอบ) ต้องกระดกขึ้นเล็กน้อย ขอบแป้งกรอบ ตรงกลางนุ่มฟูเป็นโพรงจากด้านล่างมาถึงด้านบน รสหวานมัน มีกลิ่นหอม   ข้อน่ารู้ ควรใช้น้ำมันหมูหรือน้ำมันมะพร้าวในการทอดเพราะจะให้กลิ่นหอมและช่วยให้กรอบดี การทอดขนมฝักบัวต้องให้น้ำมันท่วมขนมเพราะจะช่วยให้แป้งโก่งตัวได้เหมือนฝักบัวจริงๆ ถ้าน้ำมันร้อนเกินไปเมื่อใส่แป้งลงทอดแล้วแป้งด้านนอกไหม้ก่อนที่แป้งด้านในจะสุก จะทำให้ตรงส่วนนูนของขนมมีลักษณะไม่ป่องฟูเป็นโพรง   สูตรอาหารโดย อบเฉย อิ่มสบาย 08.03.2018 RECIPE

ขนมใส่ไส้ 1. เตรียมใบตองสำหรับห่อโดยเช็ดใบตองให้สะอาด ผึ่งจนใบตองนิ่มขึ้น วางแบบไม้บนใบตองแล้วฉีกให้กว้างกว่าแบบเล็กน้อย นำใบตองมาซ้อนกัน 3-4 ใบ วางแบบไม้บนใบตองอีกครั้งแล้วใช้มีดตัดตามแบบ ตัดทั้งขนาดใหญ่และเล็กอย่างละ15 ใบ นำใบตองด้านที่มีสีอ่อนมีนวลทั้ง 2 ขนาดวางประกบกัน วางแบบสี่เหลี่ยมเล็กทรงสูงลงตรงกลาง พับใบตองขึ้นตามแนวยาว ใช้นิ้วกดให้เป็นรอย แล้วพับปลายทั้ง 2 ด้านขึ้นกดให้เป็นรอยตามแบบเช่นเดิม นำแบบไม้ออก ทำจนหมดใบตอง จากนั้นเตรียมทางมะพร้าวสำหรับทำเตี่ยวโดยตัดให้ยาวกว่าความยาวของแบบ ขนาดใหญ่ 1/2 เท่าตัว 2. ทำไส้กระฉีกโดยใส่มะพร้าวและน้ำตาลปี๊บลงในกระทะทอง ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง กวนจนมะพร้าวสุกและเหนียวพอปั้นได้ ปิดไฟ ใส่จานพักไว้จนเย็น แล้วนำมาปั้นเป็นก้อนกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 ซม. ใส่ภาชนะที่มีฝาปิด อบด้วยควันเทียนนาน 30 นาทีหรือนานกว่านี้ก็ได้ 3. ทำแป้งหุ้มไส้กระฉีกโดยใส่แป้งข้าวเหนียวลงในอ่างผสม ค่อยๆใส่น้ำอุ่นและน้ำใบเตย นวดจนแป้งนุ่มพอปั้นได้คลุมด้วยผ้าขาวบาง พักนานประมาณ 10 นาที จากนั้นปั้นแป้งให้มีขนาดใหญ่กว่าไส้กระฉีกเล็กน้อย ใช้นิ้วกดแป้งให้แบน นำไส้ที่ปั้นไว้วางตรงกลางแป้งแล้วห่อไส้ให้มิด วางใส่ถาด เตรียมไว้ 4. ทำหน้าขนมโดยใส่แป้งทั้ง 2 ชนิด น้ำตาล และเกลือ ลงในกระทะทอง คนพอเข้ากัน ใส่กะทิลงทีละน้อย คนจนแป้งเข้ากับกะทิ จึงใส่กะทิที่เหลือ คนพอเข้ากัน ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางค่อนข้างอ่อน ใช้พายไม้กวนจนเดือดทั่วและแป้งสุกข้นเป็นเงา ยกกระทะทองวางในกระทะที่ใหญ่กว่า ใส่น้ำเล็กน้อยและเปิดไฟอ่อนๆไว้ เพื่อไม่ให้หน้าขนมแข็งตัว 5. เตรียมหม้อลังถึงโดยใส่น้ำในหม้อลังถึง 3/4 ของลังถึง นำขึ้นตั้งบนไฟกลาง เตรียมไว้ จากนั้นห่อขนมสอดไส้โดยตักหน้าขนมประมาณ 2 ช้อนชาหยอดลงบนใบตองที่เตรียมไว้ วางแป้งที่ห่อไส้กระฉีก ตักหน้าหยอดทับข้างบนอีก 2 ช้อนชาแล้วพับใบตองทั้งสองข้างเข้ามาห่อแบบทรงสูง ใช้เตี่ยวที่เตรียมไว้คาดแล้วกลัดไม้กลัด ตัดปลายเตี่ยวเฉียงประมาณ45 องศา (หรือมีลักษณะเป็นปากฉลาม) วางเรียงในชั้นลังถึงให้แต่ละห่อห่างกันเล็กน้อย ยกขึ้นวางบนหม้อลังถึงที่เตรียมไว้ ปิดฝา ลดเป็นไฟกลางค่อนข้างอ่อน นึ่งนานประมาณ 10-15 นาที ปิดไฟ ยกลงพักให้เย็น   ลักษณะที่ดี รสหวาน มัน หอม ไส้นุ่มไม่กระด้าง แป้งหุ้มไส้เหนียวนุ่ม หน้าขนมนุ่มเนียน เมื่อแกะห่อขนมที่นึ่งสุกออกอยู่ตัวเป็นรูปห่อ หน้ากับไส้พอเหมาะกัน และไม่ควรมีสีใบตองติดขนม   ข้อน่ารู้ การกวนไส้กระฉีกคนเป็นครั้งคราวไม่ควรคนตลอดเวลา เพราะอาจจะทำให้น้ำตาลตกผลึกได้ ไส้กระฉีกที่กวนได้ที่ให้สังเกตดูมะพร้าวจะสุกใสและเหนียวสามารถหยิบขึ้นมาปั้นเป็นก้อนได้ การนวดแป้งด้วยน้ำอุ่นจะช่วยให้แป้งเหนียวนุ่มขึ้น แป้งหุ้มไส้จะเปลี่ยนมาใช้แป้งข้าวเหนียวดำผสมกับแป้งข้าวเหนียวขาวอย่างละครึ่งแทนก็ได้ แป้งหุ้มไส้ควรแผ่ให้บางพอควรไม่ควรหนาเกินไปเพราะจะทำให้ไส้จืด   สูตรอาหารโดย อบเฉย อิ่มสบาย 08.03.2018 RECIPE