กาแฟของแม่บ้าน
เอธิโอเปียมีดอกมะลิ
1,984 VIEWS
PIN
ก้าวแรกในโลกกาแฟพิเศษรสชาติซับซ้อน ของแพร นัดดา ศรีทองดี ผู้เป็นทั้งศิลปิน คุณแม่ และเป็นคนรักกาแฟจนถอนตัวไม่ขึ้น

แรกเริ่มเดิมทีฉันไม่ใช่คอกาแฟเอาเสียเลย ช่วงเวลาสองปีก่อนที่ฉันจะอายุสามสิบ เป็นช่วงที่ร้านกาแฟเริ่มผุดขึ้นตามที่ต่างๆ แล้วทุกร้านก็มีองค์ประกอบที่ชวนให้ฉันเดินเข้าไป เช่น แอร์เย็นฉ่ำ เก้าอี้น่านั่ง มีห้องน้ำสะอาด มีขนมเต็มตู้... ร้านกาแฟสำหรับฉันในตอนนั้นคือที่หลบร้อน ที่พักผ่อน และที่เลี้ยงลูก ฉันเป็นแม่คนแรกในวงศ์ตระกูลของตัวเองที่ชอบเลี้ยงลูกในร้านกาแฟค่ะ ลูกชายคนโตของฉันเกิดในเดือนกันยายน ตอนที่ฉันอายุ 29 ปี ตอนนั้นฉันเพิ่งเรียนจบปริญญาโท เพิ่งทำงานเป็นครูสอนวิชาศิลปะในมหาวิทยาลัย ฉันตัดสินใจหยุดชีวิตแบบเดิมทุกอย่างเพื่อมาเป็นแม่ดูสักตั้ง เพราะฉันคิดถึงคุณแม่ของฉันที่จากไปก่อนจะได้เห็นหน้าหลานเอามากๆ เลยค่ะ ฉันคิดถึงความสัมพันธ์แม่ลูกที่อบอุ่นนั้นมากจริงๆ

ร้านกาแฟที่ฉันชอบพาลูกไปทุกวันมีหลายร้าน ฉันไม่ได้เป็นนักชิมกาแฟ หรือ café hopper แต่อย่างใด อย่างที่เล่ามาตอนต้นนั่นแหละ ฉันเพียงต้องการที่ที่แอร์เย็น มีห้องน้ำดี ขนมอร่อย และนั่งนานๆ ได้อย่างสบายใจ แต่ก็เพราะฉันไปทุกวัน ฉันจึงกลายเป็นนักลองในที่สุด ฉันมักจะเริ่มจากน้ำผลไม้ เมนูนม ชา จนกระทั่งวันหนึ่งฉันไม่เหลืออะไรให้ลองแล้วนอกจากกาแฟ ฉันจึงเริ่มด้วยกาแฟนมร้อนค่ะ ซึ่งตอนนั้นฉันไม่สามารถที่จะลิ้มรสกาแฟที่ไม่ใส่น้ำตาลได้ ลิ้นของฉัน ยังเป็นลิ้นหวานอยู่ เมนูกาแฟนมร้อนประจำใจเมนูแรกของฉันคือ Vanilla latte

ดื่มกาแฟนมร้อนใส่น้ำเชื่อมวานิลลาที่หวานหอมเหมือนไอศกรีมกาแฟละลายทุกวันติดต่อกันเป็นเวลาหลายเดือน ตอนนั้นฉันคิดว่า นี่แหละคือกาแฟแบบเดียวที่ฉันดื่มได้ และฉันจะสั่งเมนูนี้ทุกครั้ง ทุกร้าน ไม่เคยเปลี่ยนเลยจนวันหนึ่งฉันไปเยี่ยมบ้านของรุ่นพี่ พี่เขาทำกาแฟดื่มเองที่บ้าน ฉันขอดื่มกาแฟนมร้อนใส่น้ำเชื่อมอย่างมั่นใจเหมือนเคย แต่เพียงแค่จิบแรกฉันก็ต้องตกใจเป็นอย่างมากกับรสชาติที่เปรี้ยวปรี๊ดในกาแฟแก้วนั้น ฉันรู้สึกว่านี่เป็นกาแฟที่ผิดปกติ รสชาติขมลิ้นอมหวานนวลแสนอบอุ่นหายไปไหน ฉันดื่มกาแฟแก้วนั้นได้ไม่ถึงครึ่งแก้ว ก็ต้องขอโทษรุ่นพี่ที่ไม่สามารถดื่มต่อไปจนหมดได้

“กาแฟตัวนี้คั่วอ่อน ดื่มเป็นกาแฟดำจะอร่อยกว่านะ”

ฉันคิดตามที่รุ่นพี่บอกสั้นๆ แบบนั้นอยู่วันสองวัน ก็ทนเก็บความสงสัยไว้ต่อไปไม่อยู่ วันต่อมาฉันไปร้านกาแฟที่ดื่มลาเต้ร้อนเป็นประจำ ฉันจำไม่ได้ว่าตัวเองดื่มกาแฟนมใส่น้ำเชื่อมนานถึงปีไหม แต่กาแฟนมร้อนของร้านนี้อร่อยมาก มากจนกระทั่งฉันไม่เคยใส่น้ำเชื่อมลงไปในกาแฟนมร้อนที่ร้านนี้ และเลิกดื่ม Vanilla latte ไปเลย เพราะกาแฟที่นี่ทำให้ฉันสัมผัสรสชาติหวานแบบคาราเมลไหม้กับกลิ่นหอมของถั่วเฮเซลนัทคั่วได้ชัดเจน และความที่เจ้าของร้านคอยอธิบายเมล็ดกาแฟที่เขาเลือกใช้และสัดส่วนกาแฟกับนมที่แตกต่างจากร้านที่ฉันเคยดื่ม แถมยังมีเรื่องราวของกาแฟที่ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเล่าให้ฟังสามวัน สี่วัน ห้าวันก็ยังไม่จบ คนเล่าก็เล่าด้วยความอินจัด คนฟังจากไม่ได้อินก็อินไปด้วยกัน แป๊บเดียวฉันก็ติดกาแฟและคนชงร้านนี้ไปโดยปริยาย
ดังนั้นเมื่อฉันเจอกาแฟเปรี้ยว ฉันจึงมาปรับทุกข์ทางการดื่มกับเขานี่ล่ะ

“คงเป็นเอธิโอเปียมั้งครับ มันจะมีรสเปรี้ยวหลายแบบ ลองคิดเป็นสีดู”

“สีส้มมั้ง ส้มไปทางเหลืองๆ”

“อ่า นั่นแหละ เหลืองๆ ก็เลมอนไง แสดงว่ากาแฟตัวนั้นมันมีรสเลมอน ลองกินเอธิโอเปียตัวนี้ไหม”

ฉันได้ลองดื่มเอธิโอเปียเย็นๆ ตัวหนึ่ง นั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันดื่มกาแฟดำผสมน้ำเติมน้ำแข็ง หรือที่เรียกกันว่า อเมริกาโน่เย็น เป็นครั้งแรก แล้วมันก็ไม่ขมเลย เหมือนดื่มชาดำเย็นรสผลไม้เปรี้ยวๆ หวานๆ คล้ายน้ำมะขามผสมมะตูมผสมมะนาว งุนงงไปหมดแต่ก็ลื่นคอ อยู่ดีๆ ก็อยากดื่มกาแฟดำขึ้นมาบ้าง ทั้งที่เพิ่งจะดื่มลาเต้ร้อนไม่ใส่หวานได้ไม่นานเท่านั้นเอง

“ก็กาแฟมันเป็นผลไม้นี่นะ ถ้าไม่ได้คั่วจนไหม้ ยังไงเสียมันก็ต้องเหลือรสผลไม้อยู่”

แค่ประโยคนี้ฉันก็รู้ทันทีว่า กาแฟมันต้องมีรสอื่นๆ อีกมากมายแน่นอน มันต้องเหมือนทุเรียนที่ปลูกในจันทบุรีก็ไม่เหมือนกับที่ปลูกบนภูเขาป่าละอู มันต้องเหมือนผลไม้แต่ละพันธุ์ที่จะอร่อยต่างกันถ้าอากาศต่างกัน ฉันรู้สึกว่าเรื่องกาแฟมันชักจะสนุก เพราะสำหรับคนที่ใช้ชีวิตเลี้ยงลูกอยู่ในร้านกาแฟทุกวันมาเป็นปีจนไม่มีอะไรให้ลองชิมแล้วนั้น การได้รู้ว่ากาแฟเป็นผลไม้ชนิดหนึ่ง ที่ให้รสชาติแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ ตามแหล่งที่ปลูก ตามวิธีการเก็บเกี่ยว ตามวิธีการตากแห้ง และระดับการคั่ว มันทำให้รู้สึกว่าโลกข้างในกาแฟแก้วนั้นยังมีอะไรอีกมากให้ค้นหา

“เหมือนชิมไวน์อ่ะแหละ” สามีที่เคยอยากเป็นนักชิมไวน์ของฉันกล่าวสรุป

การไปร้านกาแฟของฉันเปลี่ยนไปตั้งแต่วันนั้น สายตาของฉันไม่ได้มองเมนูอีกต่อไปแล้ว ฉันมองหาแต่เมล็ดกาแฟสายพันธุ์ที่ไม่เคยลอง แล้วร้านกาแฟที่มีเมล็ดให้เลือกชิมหลากหลายก็ไม่ใช่ร้านใหญ่ มีแต่ร้านเล็กๆ แถมทั้งหมดจะเป็นเจ้าของร้านชงเอง ฉันรู้สึกได้ถึงความรักระหว่างคนชงกับกาแฟที่เขาชงมาให้ ทุกคนล้วนมีประกายปิ๊งๆ ในแววตา ตอนเล่าความเป็นมาแต่ละหยดแต่ละแก้ว ยิ่งถามยิ่งชง ยิ่งชิมยิ่งมึนก็ยิ่งสนุก เป็นช่วงที่ฉันเมากาแฟแทบทุกวัน มีเพื่อนใหม่ทางกาแฟเต็มไปหมด

ที่คนกาแฟเขาว่ากันว่า ‘เริ่มจิบไม่รู้จบ’ นั้นไม่ใช่แค่คำโปรยธรรมดา มันเป็นเรื่องของการเดินทาง คุณจะไม่รู้ตัวว่าเมื่อไรคุณจะเริ่มออกเดินทางไปยังโลกของกาแฟ จนกว่าคุณจะเจอแก้วที่เป็นเหมือนตั๋วใบสำคัญ

สำหรับฉัน... กาแฟเอธิโอเปียที่มีรสเปรี้ยวอมหวานเหมือนสตรอว์เบอร์รี แต่มีกลิ่นมะลิสวนขึ้นจมูกมาตอนที่กลืนลงไป คือแก้วที่เปลี่ยนชีวิตของฉันตั้งแต่นั้นมา คือแก้วที่ทำให้ฉันออกเดินทางตามชิม ฉันว่าฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะเข้ามาในโลกกาแฟนี้ แต่เพราะฉันเจอตัวเองในทุกแก้ว ฉันจึงไม่สามารถหยุดจิบได้อีกเลย

RECOMMENDED FOOD STORIES