ปกิณกะสุขภาพ
อาหารเช้าสำคัญที่สุด ลดความอ้วนป้องกันสมองเสื่อม
426 VIEWS
PIN
กลไกร่างกายตอบสนองต่ออาหารในช่วงเช้าอย่างไร มันถึงเป็นมื้อสำคัญ และส่งผลเสียนานัปการหากเราข้ามมื้อเช้า

ร่างกายไม่ได้รับอาหารในช่วงค่ำไปถึงสว่าง ประมาณเวลา 12 ชั่วโมง จึงทำให้ร่างกายต้องการอาหารเช้ามากสุด เพราะทุกอวัยวะต้องการสารอาหาร อาหารเช้าจึงไม่ควรเกิน 10:00 น. เมื่อร่างกายได้รับอาหารเช้าที่ดีมีคุณภาพต่อสุขภาพ จะไม่รู้สึกโหยหรืออยากอาหาร ไม่กินจุบจิบในตอนสายเลย ร่างกายทั้งอิ่ม มีพลังงานเพียงพอ ส่งผลต่ออารมณ์ ระดับความสามารถในกิจกรรมต่างๆ ตลอดเช้าดีเยี่ยม

เลือดมักจะแข็งตัวง่ายในช่วงเช้า อาหารมื้อเช้าป้องกันเลือดแข็งตัวจึงช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อม ทำให้สมองได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ ถ้าเส้นเลือดแข็งตัวอย่างช้าๆ สมองขาดสารอาหาร ก็จะค่อยๆ เสื่อมลงไปเรื่อยๆ ผู้ป่วยโรคหัวใจ เป็นกลุ่มที่ไม่กินอาหารเช้า แล้วยังกินอาหารเย็นตอนดึก และเข้านอนทันทีก่อน 2 ชั่วโมงหลังอาหาร จึงทำให้หัวใจเกิดภาวะขาดสารอาหาร ในช่วงที่เลือดแข็งตัวได้ง่ายกว่าปกติในยามเช้า เยื่อบุที่ผนังหลอดเลือดทำงานได้ไม่ดี

การอดอาหารมื้อเช้าอันตราย เพิ่มโรค เพิ่มน้ำหนัก เพราะการอดอาหารเช้าทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นของคอเลสเตอรอล เกลือน้ำดีในร่างกายลดลงและทำให้ถุงน้ำดีหดตัวน้อยลง เสี่ยงเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดี โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด โรคกรดไหลย้อน โรคนิ่วในถุงน้ำดี และโรคหลอดเลือดสมอง เมื่อไม่กินอาหารเช้า ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนเกรลินทำให้หิวและอยากอาหารอย่างมาก ส่วนฮอร์โมนที่ช่วยทำให้อิ่มอยู่ระดับต่ำมาก จึงทำให้กินอาหารมากเกิน

มวลกล้ามเนื้อลด เพราะร่างกายขาดโปรตีนยามเช้า ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายต้องการ เพื่อนำมาสร้างกล้ามเนื้อ เมื่อกล้ามเนื้อหด การเผาผลาญที่กล้ามเนื้อจึงได้น้อยลง อาหารเหลือเปลี่ยนเป็นไตรกลีเซอไรด์ ทำให้อ้วน และทำให้อยากกินอาหารจุบจิบ อาหารไม่ดีที่เต็มไปด้วยไขมัน หวานๆ  แป้งกระหน่ำ

ดังนั้นอาหารเช้าที่สมดุล ช่วยทำให้มีพลังงาน เริ่มต้นวันใหม่ได้ดีอย่างต่อเนื่อง ดังนี้

1. สมดุลโปรตีน แป้ง เส้นใย ดีต่อสุขภาพ

2. เติมเต็มพลังงาน ร่างกาย สมอง และกล้ามเนื้อ

3. ป้องกันระดับน้ำตาลเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเป็นภาวะสมองขาดน้ำตาล ทำให้หิว โหย มือสั่น จะเป็นลม

4. ทำให้เลือกกินอาหารที่ดีได้ ตลอดวันอย่างมีสติ แยกกลุ่มอาหารที่ควรกินในมื้อเช้า เป็น 6 กลุ่มง่ายๆ คือ

  • กลุ่มโปรตีน ช่วยควบคุมและสร้างกล้ามเนื้อ ช่วยเผาผลาญ สร้างน้ำย่อยดูแลระบบย่อย
  • กลุ่มคาร์โบไฮเดรต ช่วยให้อิ่มนาน มีพลังงาน สดชื่น สมองแจ่มใส
  • กลุ่มไขมัน เล็กๆ น้อยๆ จากอาหาร เพิ่มภูมิต้านทาน ช่วยสร้างฮอร์โมนเพศ ผิวพรรณ สมอง และเส้นผม
  • กลุ่มวิตามิน เส้นใยอาหารจากพืชผัก ผลไม้ อยู่ในปริมาณ 35% ควบคุมปฏิกิริยาเคมีของร่างกาย ทำให้เซลล์เติบโต ทำงานเป็นปกติ
  • กลุ่มเกลือแร่ จากผักผลไม้ และเกลือธรรมชาติ เช่น ดอกเกลือ มีความสำคัญต่อระบบเอนไซม์ ในขบวนการเมตาบอลิซึม (ผลิตพลังงาน) ช่วยการทำงานของเซลล์ และให้สารกับอวัยวะในร่างกาย เช่น กระดูก ฮีโมโกลบิน ไทรอยด์ เป็นต้น
  • กลุ่มสารสีจากธรรมชาติ เรียกว่าไฟโตนิวเทรียนท์ (Phytonutrients) มีในสีของผักต่างๆ ผลไม้หลายหลาก กลิ่นหอม รสชาติจากธรรมชาติล้วน

สรุปว่าโปรตีน 35% คาร์โบไฮเดรต 20% ไขมัน 10% ที่เหลือจากผักผลไม้สดอีก 35% ก็ยืดหยุ่นในกรอบนี้ ตามเหตุปัจจัย ไม่เคร่งครัด แต่อาหารเช้าต้องกิน เพราะยามเช้าร่างกายนำสารอาหารไปใช้ได้มากที่สุด ดีที่สุด มีประสิทธิภาพที่สุด

อาหารเที่ยง กินพอประมาณอย่างเศรษฐี เพราะร่างกายยังพอนำไปใช้ได้บ้างพอประมาณ

อาหารเย็น เข้าโหมดร่างกายพักผ่อน สร้างสารเซโรโทนิน ไม่เอาสารอาหารไปทำอะไรแล้ว แต่จะเปลี่ยนเป็นไตรกลีเซอไรด์พอกตับ ดังนั้นจึงกินแบบเบาๆ เช่น กินผัก+ผลไม้+ถั่วต่างๆ เป็นต้น งดขนมหวาน แป้ง ไขมัน

เท่านี้ก็หุ่นนางแบบ ปราดเปรียว ไกลจากทุกข์โรค แข็งแรง อารมณ์ดี สดชื่น

RECOMMENDED FOOD STORIES