FOOD FEEDS
แกงไทย ‘ไล่ไข้’ ในวันที่สภาพอากาศร้ายกับเรา
646 VIEWS
PIN
เสริมภูมิต้านทานให้ร่างกายแข็งแรงสู้ไข้ ด้วยรสแกงไทย

อากาศเปลี่ยนแปลงทีไร ร่างกายก็ควรต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ...

โดยเฉพาะการเสริมภูมิต้านทานให้ร่างกายแข็งแรงอยู่ตลอดเวลานั้น เรียกว่าเป็นหนทางสำคัญในการถนอมสุขภาพได้ดีกว่าป่วยไข้จนต้องรักษา แต่หากโรคภัยย่างกรายเข้ามาหาจนต้องเยียวยากันยกใหญ่ อาหารการกินระหว่างนั้นก็นับเป็นส่วนสำคัญช่วยทำให้พิษไข้ลดระดับเร็วขึ้น 

และไม่ใช่เพียงอาหารอ่อนๆ อย่างข้าวต้ม โจ๊ก ซุป แบบที่หลายคนนิยมซดกันตอนตัวร้อนผ่าว แต่ยังรวมถึงหลายเมนูรสจัดจ้านอย่างไทย ที่อุดมด้วยสมุนไพรขับโรคร้ายให้ร่างกายกลับมาเเข็งแรง

ด้วยอาหารไทยส่วนใหญ่นั้น นอกจากรสชาติจะสมดุลสอดคล้องกันทั้งสำรับ ครัวไทยยังคำนึงถึงการหยิบจับเอาสมุนไพรรอบตัว มาปรุงเปลี่ยนเป็นจานอร่อย อย่างที่เขาว่ากันว่า ‘กินอาหารเป็นยา’ โดยที่เราแทบไม่ทันรู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่ากำลังเยียวยารักษาร่างกายผ่านรสชาติที่กำลังได้ลิ้มลอง

เหมือนอย่างเมนูต่อไปนี้ ที่นอกจากจะอร่อย ยังเรียงร้อยด้วยประโยชน์มหาศาล!

แกงรัญจวน

แกงตำรับชาววังชื่อเพราะชามนี้มีบันทึกระบุไว้ว่ามีมาตั้งแต่รัชสมัยพระพุทธเจ้าหลวง เรียกว่าเป็นแกงประจำห้องเครื่องก็ว่าได้ อนึ่งเพราะ ‘น้ำพริกกะปิ’ นั้น นับเป็นสำรับที่ทุกเจ้านายนิยมให้ขึ้นโต๊ะ และเมื่อน้ำพริกเหลือติดก้นถ้วย เหล่านางสนองพระโอษฐ์จึงคิดสูตรปรุงเปลี่ยนน้ำพริกให้เป็นแกง เพื่อเจือจานกินกันในครัว กระทั่งกลายเป็นสำรับตำรับชาววังที่โด่งดังเรื่อยมาจนทุกวันนี้ โดยความพิเศษของแกงรัญจวนนั้นอยู่ตรงใช้เนื้อวัวอย่างดี เคี่ยวกับน้ำแกงที่ละลายน้ำพริกกะปิ บวกด้วยหอมแดงทุบ ตะไคร้ซอย พริกขี้หนูสวนบุบ ซดตอนร้อนๆ จึงได้รับน้ำมันหอมระเหยจากเหล่าสมุนไพร ช่วยให้คอโล่ง จมูกโล่ง หายไข้ได้ไวเป็นปลิดทิ้ง

 

ต้มส้ม

ในบรรดาแกงรสเปรี้ยวของไทย นอกจากต้มยำ ต้มโคล้งแล้ว ‘ต้มส้ม’ เป็นอีกหนึ่งเมนูยอดนิยมไม่แพ้กัน แตกต่างกันตรงความเปรี้ยวของต้มส้มนั้นเป็นเปรี้ยวอมหวาน ด้วยใช้น้ำมะขามเปียกแต่งรสเปรี้ยวแทนมะนาวหรือมะดันอย่างในต้มยำ และพิเศษกว่านั้นตรงมีรสเผ็ดร้อนของขิงซอยที่ลอยอยู่ในน้ำแกง เมื่อผสมรวมกับเครื่องต้มส้มทั้งหอมแดง ขิง น้ำมะขามเปียก รากผักชี แกงไทยถ้วยนี้จึงเต็มไปด้วยสรรพคุณช่วยขับเหงื่อ ขับเสมหะ ขับลม ปรับสมดุลให้ร่างกายกลับมาแข็งแรงได้อีกครั้งหลังต้องป่วยซม  

แกงส้มดอกแค

ผักชนิดแรกๆ ที่คนโบร่ำโบราณมักหยิบมาปรุงอาหารเมื่อมีอาการไข้นั้นคือ ‘ดอกแค’ ด้วยเป็นผักกินสุกที่มีวิตามินซีสูงในระดับใกล้เคียงกับมะนาวหรือผลไม้รสเปรี้ยว ทว่ากินง่ายกว่ากันหลายเท่า กว่านั้นยังมีสรรพคุณช่วยปรับสมดุลร่างกาย จึงเหมาะสำหรับขึ้นโต๊ะยามอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย อาทิ ช่วงปลายฝนต้นหนาว โดยเฉพาะ ‘แกงส้มดอกแค’ ซึ่งเต็มไปด้วยสมุนไพรขับลม แก้หวัด คัดจมูก ทั้งกระชาย ข่า ตะไคร้ หอมแดง น้ำมะขามเปียกที่ใช้ปรุงรสยังมีฤทธิ์ช่วยลดความร้อนในร่างกาย ทำให้ตัวเราเบาสบายหายไข้ได้เร็วขึ้นด้วย

แกงเลียง

แทบทุกภาคของไทยมักมี ‘แกงเลียง’ เป็นสูตรประจำท้องถิ่น ด้วยเป็นแกงที่ทำง่าย สามารถหยิบจับผักริมรั้วใดๆ มาใส่ในหม้อแกงก็ได้ทั้งนั้น ทว่าหลักการของแกงเลียงข้อสำคัญที่ทุกสูตรต้องมีเหมือนกันก็คือ พริกไทยเม็ด หอมแดง กระชายสด และใบแมงลัก โดยเฉพาะกลิ่นรสของพริกไทยและกระชายสดนั้นนับเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้เรารู้จักแกงเลียงในฐานะ ‘แกงไล่ไข้’ ด้วยน้ำมันหอมระเหยจากกระชาย หอมแดง และพริกไทย ช่วยให้จมูกและคอโล่งสบาย ทั้งยังมีวิตามินเอ บี และซี เสริมภูมิคุ้มกันให้กลับมาเเข็งแรงได้เร็ว แถมขับเหงื่อได้ถึงใจ และถ้าหากลองเติมหัวปลีใส่ในแกงเลียงรสร้อน สถานะของแกงไล่ไข้ ก็จะกลับกลายเป็นแกงเรียกน้ำนมสำหรับคุณแม่หลังคลอดได้เป็นอย่างดี เนื่องจากแคลเซียมในหัวปลีช่วยบำรุงเลือดให้คุณแม่มีน้ำนมมากขึ้น

แกงป่า

ใครชอบกินแกงเผ็ดรสจัดจ้าน ‘แกงป่า’ นับเป็นช๊อยส์ที่ใช่ไม่น้อย ด้วยแกงป่านั้นเป็นแกงไร้กะทิ และเต็มไปด้วยสมุนไพรนานับชนิด เรียกว่าเป็นแกงตำรับชาวบ้านที่ทำกินกันทุกภาคทุกจังหวัดของไทย เนื่องจากไม่ซับซ้อนและรสชาติถึงใจ กระทั่งมีเรื่องเล่าว่าสมัยอดีตหากนายพรานล่าสัตว์กลับมาได้ แกงป่าก็นับเป็นสูตรแรกๆ ที่จะถูกหยิบยกมาปรุง เนื่องจากเหล่าสมุนไพรทั้งกระชาย พริกแห้ง ใบกะเพรา และพริกไทยอ่อนนั้นช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ป่าได้ชะงัดนัก ยิ่งกว่านั้นเหล่าสมุนไพรรสร้อนดังกล่าวยังช่วยขับเหงื่อ ซดน้ำแกงแล้วทำให้คอโล่งสบาย ทั้งยังเป็นชามที่เต็มไปด้วยผักสารพัดชนิด ร่างกายจึงได้รับวิตามินเพียบ

 

RECOMMENDED FOOD STORIES