FOOD REVIEWS
‘ถิงถิงบิงซูน้ำขิง’ ขนมหวานอาม่าที่ลูกหลานกวาดกันหมดถ้วย
709 VIEWS
PIN
เมนู 'น้ำขิง' ในรูปแบบบิงซู พร้อมวัตถุดิบคุณภาพ สดใหม่ หวานน้อย อร่อยเพลินจนกวาดกันเกลี้ยงถ้วย

พูดถึง ‘น้ำขิง’ วัยรุ่นวัยใสเพิ่งผ่านการทำบัตรประชาชนมาไม่กี่วันอย่างเราก็เบ้หน้ามองบนกันแล้วใช่ไหมล่ะ แหม ก็มันออกจะเป็นอาหารคนแก่ เห็นมีแต่อาม่า อากง อาอึ้ม เท่านั้นแหละที่วันๆ ก็บอกอาหมวยอาตี๋เอ๊ย ซื้อน้ำขิงให้อาม่าด้วยนา แต่นี่มันปี 2019 แล้ว อาหารฟิวชั่นที่มาพร้อมฟังก์ชั่นผุดขึ้นมากมายให้ได้ฮือฮาแล้วก็เฮโลกันไปต่อคิวเพื่อลิ้มลอง

‘น้ำขิง’ ก็เช่นกัน วันนี้ถูกนำมาพัฒนาปรับปรุงหน้าตาให้สดใหม่ทันสมัยถูกใจหนุ่มสาวโดยร้าน ‘ถิงถิงบิงซูน้ำขิง’ เห็นชื่อก็เดาได้ว่ามันคือบิงซูหรือน้ำแข็งไสสไตล์เกาหลีที่ฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมือง ทำจากน้ำขิงและเครื่องเคียงคู่ตุนาหงันของน้ำขิงอย่างเต้าฮวยและบัวลอย แตกไลน์ขยายเป็นเมนูทั้งเย็นและร้อนที่ยืนพื้นอยู่บนวัตถุดิบอย่างน้ำขิง น้ำเต้าหู้ นมสด เต้าฮวย บัวลอย เฉาก๊วย รากบัว แปะก๊วย ฟังแล้วมันก็ออกจะแก่ๆ แต่ขอให้มาลองสักครั้ง แล้วจะพบว่าเหล่าวัตถุดิบเพื่อผู้สูงวัยเหล่านี้ เมื่อถูกสรรสร้างด้วยความครีเอทของร้าน รสชาติหวานน้อยนิด และคัดสรรมาแต่ของดีมีคุณภาพ ผู้อ่อนวัยอย่างพวกเราก็กินกันเพลินได้

ขนมถ้วยต่างๆ ของทางร้านเป็นสูตรลับเฉพาะของอาม่า ตกทอดมาถึงรุ่นหลานที่ชอบทำขนม เลยนำมาดัดแปลงเป็นความอร่อยที่ผสมผสานความไทย-จีน และรุ่นเก่า-ใหม่เข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยทางร้านตั้งใจทำขนมหวานที่เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพ ทั้งหวานน้อย  ทำสดใหม่วันต่อวันโดยไม่ใส่วัตถุกันเสีย และเลือกวัตถุดิบที่ปลอดภัย อาทิ เต้าฮวยที่ทำจากถั่วเหลืองออร์แกนิก เฉาก๊วยทำจากหญ้าเฉาก๊วยแท้ๆ เรียกว่าใส่ใจกันทุกขั้นตอน

ทีนี้ก็เข้าสู่การพิสูจน์ว่าจะดีงามสมคำร่ำลือไหม หลอกล่อเพื่อนร่วมออฟฟิศมาได้ 4 ชีวิต ถึงร้านที่สาขาโชคชัย 4 เอาราวๆ 2 ทุ่ม ร้านไม่มีคิวแถมว่างหลายโต๊ะ (อันนี้ไม่ใช่ฟลุค แต่เพราะทำการบ้านมาแล้วว่าสาขานี้คนไม่เยอะเท่าสาขาอื่น และแน่นอนว่าเราเลือกมาวันธรรมดา เพราะน้องเจ้าถิ่นโชคชัย 4 ยืนยันว่าเสาร์-อาทิตย์ “คนแน่นมาก”) สาขานี้เป็นห้องขนาด 1 คูหา ตั้งโต๊ะกับเก้าอี้หัวกลมสไตล์หนังจีนไว้รอรับพร้อมเมนูและใบสั่งอาหารที่หยิบมาดูแล้วมีความตาลายบวกงงเล็กน้อยเพราะเมนูเยอะมากจริง เนื่องจากแทบจะทุกเมนูสามารถให้เราปรับเปลี่ยนเลือกสั่งอันนั้นไม่เอาอันนี้ ลดอันนู้นเพิ่มอันโน้นได้อย่างอิสระเสรีครีเอทกันสนุกเชียว

4 คนก็เลยสั่งกันไปเบาๆ 5 ถ้วย ได้แก่ บิงซูถิงถิง ซิกเนเจอร์ของร้าน หน้าตาก็เหมือนบิงซูที่เราคุ้นเคยกันดี มีน้ำแข็งเกล็ดละเอียดพูนสูงทรงภูเขาราดด้วยน้ำขิง แนบข้างด้วยเต้าฮวยแผ่นใหญ่นุ่มนิ่ม ถ้วยเล็กข้างๆ ใส่บัวลอยลูกอวบมา 2 ลูก ซึ่งเลือกไส้ได้ (บัวลอยของทางร้านมีทั้งหมด 4 ไส้ให้เลือกสรร งาดำ งาขาว ถั่วแดง คัสตาร์ด) ได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่าเต้าฮวยของถิงถิงไม่เหมือนเต้าฮวยร้านใด ว่าแล้วก็ตักป้าบพร้อมน้ำแข็งยกเข้าปาก ได้สัมผัสนุ่มหยุ่นของเต้าฮวยที่มีความแน่นกว่าเต้าฮวยปกติกับกลิ่นถั่วเหลืองอวลๆ ในปากแบบที่ไม่เคยพบในเต้าฮวยที่อื่นจริงๆ ด้วย ตัดกับความเย็นและความขมเบาๆ ของน้ำขิง เออ อร่อยจริง ไหน ตักบัวลอยไส้คัสตาร์ดตามเข้าปากอีกลูกซิ นี่แหละ ความเด็ดมันอยู่ตรงนี้ บัวลอยลูกใหญ่แต่เนื้อแป้งทั้งนุ่มทั้งบางทั้งเนียนจนแทบจะต้องใช้คำว่าละลายในปาก กัดลงไปได้รสชาติคัสตาร์ดเต็มๆ แบบแทบไม่เจอแป้งเลย แล้วยังหวานละมุนกำลังดี (งาดำ งาขาว ถั่วแดงก็เช่นกัน หวานน้อยมาก) สองลูกหมดดั่งโกหกในสองคำ นี่ขนาดเพิ่งกินข้าวมาก่อนออกจากออฟฟิศ

ถ้วยต่อมา เฉาก๊วยบิงซูน้ำเต้าหู้ โดยปกติจะเสิร์ฟพร้อมเต้าฮวยกับแปะก๊วย มีถ้วยแยกใส่ปาท่องโก๋กรอบๆ มาให้ แต่ทีมอยู่เพื่อกินของเราไม่สาแก่ใจ จัดท็อปปิ้งเพิ่มไปอีก 3 อย่างคือรากบัว เฉาก๊วย ไข่มุก ถ้วยนี้เลยมาอย่างตื่นตาตื่นใจ เครื่องล้นอัดแน่นจนแทบไม่เห็นน้ำแข็ง และก็อีกเช่นกัน ขอให้ลืมรากบัวแข็งๆ หรือไม่ก็นิ่มจนเละแบบที่เคยเจอ รากบัวของที่นี่แผ่นใหญ่ มีความแน่นแต่นุ่ม เรียกว่ากินแล้วรับรู้ได้ถึงความใส่ใจในการเลือกสรรวัตถุดิบ เฉาก๊วยก็มาแบบก้อนใหญ่สะใจแถมยังเนื้อแน่นหนึบเด้งสู้ปาก เคี้ยวเพลินสุดๆ

สามถ้วยที่เหลือเป็นเมนูร้อน คือ บัวลอยน้ำเต้าหู้ บัวลอย 4 ลูกลอยคอมาในน้ำเต้าหู้สีขาวขุ่นนวลเนียน แค่ยกมาวางก็ได้กลิ่นน้ำเต้าหู้อุ่นๆ หอมฉุย เพิ่มท็อปปิ้งเฉาก๊วย (ติดใจมาจากเมนูเย็น) บัวลอยนมสด บัวลอย 4 ลูกในนมสดรสจืดที่เราว่าเข้ากันดีสุดๆ กับความหวานเบาๆ ของไส้ต่างๆ ในบัวลอย และ บัวลอยน้ำขิง บัวลอย 4 ลูกนอนยิ้มอยู่ในน้ำขิง อันนี้บอกเลยว่าเป็นเมนูพลีชีพ เพราะส่วนตัวก็มีความขยาดน้ำขิงในระดับหนึ่ง (ก็มันขมมมมมมม) แต่ก็อยากรู้ไงว่าบัวลอยประยุกต์ของทางร้านจะทำให้วัยใสที่ไม่ค่อยเป็นมิตรกับน้ำขิงหันมากินได้ไหม

ความที่เลือกใช้วัตถุดิบที่ดี วางถ้วยลงตรงหน้า ทั้งไอร้อนทั้งกลิ่นน้ำขิงก็พุ่งขึ้นมาเตะจมูก ทำใจแป๊บนึง เอาละ ตักบัวลอยงาดำพร้อมน้ำขิงเต็มช้อนเข้าปาก สัมผัสแรกคือร้อน (แหงละสิ!) แต่ไม่ร้อนจนเกินไป แป้งบัวลอยทั้งเนียนทั้งบางละลายในปากเหมือนเดิม กลิ่นรสของงาดำที่อัดแน่นอยู่ด้านในกระจายออกมารวมตัวกับกลิ่นน้ำขิงและรสเผ็ดร้อน พูดตรงๆ ก็กินยากอยู่นั่นแหละ เพราะน้ำขิงของถิงถิงรสชาติออริจินอลมาก ทั้งขมทั้งเผ็ดร้อน แต่ได้ความหวานเบาๆ ของไส้ต่างๆ ในบัวลอยมาเคล้าเคลียแล้วก็เป็นความเผ็ดขมที่อร่อยดีเหมือนกัน อ้อ ถ้าเผ็ดเกินหรือขมไป สามารถเติมน้ำตาลได้ ทางร้านมีกระปุกน้ำตาลทรายแดงวางไว้ให้บนโต๊ะ แต่เราเป็นคนกินหวานน้อยอยู่แล้ว แค่ความหวานของไส้บัวลอยก็ตัดความขมและเผ็ดได้เกินพอ ถือว่าผ่านในระดับที่ถ้าเหลือถ้วยเดียวก็จะต้องมีการยื้อแย่งต่อรองกับอาม่า ขอกินลูกนึงนะม่านะ

วัตถุดิบดีขนาดนี้ แต่สนนราคาถูกเหลือเชื่อ ถูกที่สุดใน 5 เมนูนี้คือ 45 บาท และแพงสุดเพียง 95 บาทเท่านั้น กินกัน 5 ถ้วยอิ่มพุงจะแตกจ่ายไปแค่ 330 บาท ทั้งอร่อยทั้งสุขภาพดีไปอีก!

พิกัด: ถิงถิงบิงซูน้ำขิง สาขาโชคชัย 4 ซอย 34

เปิด-ปิด: จันทร์ – ศุกร์ 17:00-23:00 น. (ปิดวันพุธ) เสาร์-อาทิตย์ 13:00 – 23:00 น.
โทรศัพท์: 08-2041-1628

RECOMMENDED FOOD STORIES