FOOD FEEDS
จานเด็ดทรานซิลเวเนีย ที่ไม่ใช่เลือดสดแบบในหนังแดร็กคิวล่า (ตอน 1)
1,856 VIEWS
PIN

image alternate text
image alternate text
ทรานซิลเวเนียไม่ได้มีแค่เรื่องราวของแดร็กคิวล่าและแวมไพร์ พื้นที่ที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาแห่งนี้ มีอาหารการกินเฉพาะตัวน่าตื่นตากว่าอาหารของแดร็กคิวล่ามากมาย

ซัมเมอร์ปีนี้ ฉันได้มีโอกาสมาเที่ยวเล่นอยู่ที่โรเมเนียเกือบหนึ่งเดือนเต็มๆ ตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาอยู่นานขนาดนี้ แต่พอมาถึงแล้วเกิดติดใจประเทศใหญ่ในยุโรปตะวันออกแห่งนี้เข้า นอกจากผู้คนจะน่ารัก ชอบช่วยเหลือนักเดินทางอย่างฉันแล้ว โรเมเนียยังมีวัฒนธรรมท้องถิ่นน่าสนใจมากมาย รวมไปถึงวัฒนธรรมทางด้านอาหาร ที่เยอะแยะไม่แพ้อิตาลีเลยทีเดียว

หลายคนอาจจะรู้จักทรานซิลเวเนียเพราะแดร็กคิวล่าและแวมไพร์ แต่ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้ว ชื่อนี้มันคืออะไรกันแน่ ทรานซิลเวเนียคือพื้นที่ส่วนกลางของโรเมเนีย โอบล้อมอยู่ด้านในของเทือกเขาคาร์เพเทียน อาหารของผู้คนที่อาศัยอยู่แถบนี้ มักเป็นอาหารหนักๆ ร้อนๆ เหมาะสมกับอากาศหนาวเย็นในช่วงฤดูหนาว แม้ว่าฤดูร้อนจะมีผักสดและผลไม้เยอะแยะ ผลผลิตเหล่านี้มักถูกแปรรูปมาเป็นซอสหรือแยมเก็บไว้กินในช่วงหน้าหนาวที่อาหารขาดแคลนนั่นเอง

อาหารของที่นี่เต็มไปด้วยไขมันหมู (lard) เนื่องจากสมัยก่อน แต่ละครอบครัวจะฆ่าหมูปีละหนึ่งตัวในช่วงคริสมาสต์ เอาไขมันหมูมารมควัน แล้วเก็บไว้กินได้ทั้งปี ผลิตภัณฑ์จากนมก็เป็นที่นิยมมาก ทั้งนมวัว นมแกะ นมแพะ และนมควาย ตั้งแต่ซาวครีม ชีสสดหลายชนิด ไปจนถึงชีสรมควัน ที่นิยมกันมากคือชีสที่ทำจากนมแกะ ชีสหลักๆ ที่คนที่นี่กินกันมีอยู่สามอย่าง คือทาลาเมีย (Talamea) มีทั้งแบบสดที่นิ่มคล้ายเต้าหู้อ่อน รสชาติเค็มเล็กน้อย และแบบ aged ซึ่งจะแข็งและเค็มกว่า คล้ายชีสเฟต้าของประเทศกรีซนั่นเอง

 

คาช (Cas) เป็นชีสอีกอย่างที่ทำจากนมแพะ รสชาติอ่อนมากและไม่ค่อยใส่เกลือกันนัก ทำให้รสออกจืดๆ ไม่ถูกปากฉันเท่าไหร่ แต่ที่ชอบคือชีสอัวด้า (Urda)  ชีสสดรสชาติออกหวาน คล้ายๆ ริคอตต้าของอิตาลี คนที่นี่นิยมเอามาทำขนม โดยทำมาจากหางนมหรือเวย์ (whey) ที่เหลือจากการทำคาช ทำให้ไขมันต่ำ และเต็มไปด้วยโปรตีนนั่นเอง

เพราะคนที่นี่นิยมกินซุปกันมาก กินซุปกันเป็นสตาร์ทเตอร์ทุกวัน ขนมปังจึงเป็นส่วนสำคัญของมื้ออาหารที่นี่ ตามธรรมเนียมสมัยก่อน ขนมปังจะหมักกันข้ามวันด้วยแบคทีเรียธรรมชาติ หรือซาวโดว์ แล้วอบกันเป็นโลฟใหญ่ๆ หนักกว่าสองกิโลกรัม ในเตาอบไฟไม้กลิ่นหอมรัญจวนมาก ขนมปังบางชนิดจะใส่มันฝรั่งต้มสุกเข้าไปด้วย เวลากินก็จะเห็นมันฝรั่งชิ้นเล็กๆ ผสมอยู่ในแป้ง

นอกจากขนมปังเปล่าๆ แล้ว คนที่นี่ยังนิยมทำขนมปังสอดไส้ต่างๆ เป็นของกินเล่น เรียกว่าพลาชินต้า (Placinta) มีทั้งแบบนาบกระทะ และแบบทอด ไส้ที่นิยมกันก็จะมีไส้ชีส ผักกาดขาว มันฝรั่ง หรือหัวหอม พลาชินต้านั้น ที่จริงแล้วเป็นเหมือนชื่อเรียกรวมๆ พายและเค้กชนิดต่างๆ ทั้งคาวและหวาน เวลาพูดชื่อพลาชินต้าขึ้นมาแต่ละคนก็จะมีภาพอาหารชนิดนี้ในหัวไม่เหมือนกันนั่นเอง

ชอร์บา (Ciorba) คือซุปชนิดหนึ่งที่มักจะมีวัตถุดิบอย่างน้ำส้มสายชู ผักกาดดอง หรือผักดอกชนิดอื่นๆ เป็นส่วนประกอบ รวมไปถึงเนื้อสัตว์และเครื่องในต่างๆ จากไก่ แกะ หมู หรือวัว หรือเป็นซุปถั่วขาวและผัก ใส่ซาวครีมก็มี ส่วนตัวแล้วซุปแบบนี้ค่อนข้างถูกปากฉัน เพราะมีทั้งรสเปรี้ยว หวาน เค็ม รสชาติกลมกล่อม กินกับขนมปังกำลังอร่อยเลย

ของกินคล้ายๆ ซุปของที่นี่ยังมีสตูว์ (Tocanita) ที่ทำจากเนื้อสัตว์ มันฝรั่ง และผักต่างๆ มีความเข้มข้น เนื้อเยอะกว่าน้ำซุปสไตล์ชอร์บา และที่ขาดไม่ได้เลยคือคที่นี่นิยมกินสตูว์กับมามาลิก้า (Mamaliga) หรือโพเลนต้านั่นเอง

โพเลนต้า หรือเกล็ดข้าวโพดบด เป็นอาหารจำเป็นอีกอย่างของชาวโรเมเนีย กินกันทุกวันเหมือนคนไทยกินข้าวนั่นแหละ นอกจากเอามาต้มเป็นคล้ายๆ โจ๊ก เสิร์ฟกับชีสและซาวครีมแล้ว ยังสามารถรอให้แห้ง เอามาปั้นเป็นก้อนกลมๆ ยัดไส้ชีสนมแพะไว้ตรงกลาง นำไปย่างไฟจนชีสละลาย เป็นสตรีทฟู้ดสไตล์แดร็กคูล่าที่วางขายกันทั่วไป โดยเฉพาะบนภูเขาที่อากาศหนาวเย็นอีกด้วย

ปิดท้ายกันที่ซาร์มาเล (Sarmale) หนึ่งในอาหารประจำชาติของที่นี่ คนท้องถิ่นบอกฉันมาว่าตามหมู่บ้านเล็กๆ ที่ยังรักษาวัฒนธรรมั้งเดิมเอาไว้อย่างดีนั้น มื้อกลางวันหลังเข้าโบสถ์ในวันอาทิตย์จะต้องมีซาร์มาเลอยู่บนโต๊ะอาหารเสมอ ซาร์มาเลก็คือผักกาดขาวยัดไส้นั่นเอง โดยใบผักกาดขาวนั้น จะใช้แบบสดหรือแบบดองที่มีรสชาติเปรี้ยวก็ได้ ส่วนไส้ด้านใน ส่วนมากเป็นเป็นส่วนผสมของข้าวกับหมูสับ แต่ซาร์มาเลเป็นหนึ่งในอาหารที่ไม่มีสูตรตายตัว แต่ละบ้านทำไม่เหมือนกัน บ้างเสิร์ฟกับซอสมะเขือเทศ บ้างเสิร์ฟกับซาวครีม ใช้ใบองุ่นแทนผักกาดขาว หรือเห็ดแทนเนื้อสัตว์ก็มี

จบภาคของคาวเอาไว้แค่นี้ก่อน ตอนหน้าจะมาต่อกันด้วยของหวานหลากหลายชนิดของโรเมเนีย ตั้งแต่เค้ก ขนมปังบริยอชไส้ถั่ว โดนัทราดซาวครีม ไปจนถึงราวิโอลี่ไส้พรุนก็มีนะ

ภาพโดย: เฟิร์น ศรีปุงวิวัฒน์

RECOMMENDED FOOD STORIES