FOOD VIEW by THAVITONG
ปรุงอาหาร แล้วอาหารจะปรุงคุณ
5,710 VIEWS
PIN

image alternate text
image alternate text
เมื่อการทำอาหารเป็นพื้นฐานของความเป็นคน การกินอาหารร่วมกันเป็นพื้นฐานของสังคมมนุษย์ ครอบครัว และชุมชน การทำอาหารและกินอาหารร่วมกันจึงยังอยู่ในดีเอ็นเอของคน... และอีกหลายเหตุผลดีๆ ที่ควรลุกขึ้นมาปฏิวัติตนเองด้วยการทำอาหาร

ปัจจุบัน คนไทยทำอาหารกินเองที่บ้านน้อยลงเรื่อยๆ ยิ่งในสังคมเมืองขนาดใหญ่ แนวโน้มอย่างนี้ยิ่งเห็นได้ชัด ทว่า เชฟกลับกลายเป็นอาชีพขึ้นหน้าขึ้นตา มีทั้งเชฟร้านอาหาร และเซเลบริตี้เชฟ มีรายการทีวีและวิดีโอแสดงการทำอาหารเยอะแยะ ทั้งในสื่อเก่าอย่างทีวี หนังสือพิมพ์ และสื่อใหม่โซเชียลมีเดียทั้งหลาย ร้านอาหารและการรีวิวร้านอาหารเฟื่องฟูอย่างมาก รับกับกระแสฟู้ดดี้ที่มาแรง ถ่ายรูปอาหารอวดกันในโซเชียลมีเดีย กระทั่งรีวิวร้านอาหารโดยคนกินเอง ตลอดจนรายการโชว์กินอาหารก็เป็นที่นิยม

ปรากฎการณ์ที่คนทำอาหารกินเองน้อยลง แต่อาหารการกินกลับเป็นเรื่องใหญ่ในสังคม เป็นความย้อนแย้งที่ต้องการคำอธิบาย ทฤษฎีหนึ่งชี้ว่าเรื่องนี้มิใช่ความย้อนแย้ง หากสะท้อนข้อเท็จจริงว่าอาหารทุกวันนี้กำลังเป็นสินค้า (commodity) ที่ครอบครัวเลิกทำเอง หากอุตสาหกรรมและธุรกิจการค้ารับไปทำแทนมากยิ่งขึ้น การกินอาหารร่วมกัน ทั้งในครอบครัวหรือหมู่เพื่อนฝูง เกิดขึ้นที่ร้านอาหารเป็นหลัก แทนที่จะทำอาหารเลี้ยงที่บ้านดังเดิม การกินอาหารที่บ้านแม้จะยังมีอยู่ แต่เปลี่ยนจากมื้ออาหารครอบครัว มาเป็นกินแบบตัวใครตัวมันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยการสนับสนุนจากอาหารพร้อมปรุง อาหารสำเร็จรูป และอาหารแปรรูปอุตสาหกรรมทั้งหลาย ที่ต้องลงมือปรุงอาหารน้อยมาก แนวโน้มหลักก็เป็นอย่างนี้ ส่วนการชอบดูรายการทำอาหารทางทีวีหรือทางสื่อต่างๆ นั้น เป็นแรงจูงใจด้านบันเทิง หรือไม่ก็เพื่อให้รู้เรื่องอาหารเพื่อกินเป็น มากกว่าเพื่อทำเป็น

อย่างไรก็ตาม อีกทฤษฎีหนึ่งมองว่าความย้อนแย้งนี้เกิดขึ้น เพราะการทำอาหารเป็นพื้นฐานของความเป็นคน การกินอาหารร่วมกันเป็นพื้นฐานของสังคมมนุษย์ ครอบครัว และชุมชน การทำอาหารและการกินอาหารร่วมกันจึงยังอยู่ในดีเอ็นเอของคน แม้ผู้คนจะกินนอกบ้านมากขึ้น อาหารกลายเป็นสินค้ามากขึ้น แต่ความเป็นคนก็ยังทำให้โหยหาการทำอาหารมาหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณอยู่ดี เมื่อไม่ทำอาหารเองจึงทดแทนด้วยการดูเชฟทำ ดูผู้อื่นทำ จะอย่างไรก็ตาม การผลักไสจิตสำนึกออกสู่โลกภายนอก อิงแอบกับผู้อื่น ไม่อาจชดเชยจิตวิญญาณรักการทำอาหารและกินอยู่ร่วมกันได้โดยสมบูรณ์ กลับถึงบ้านยังสัมผัสและรู้สึกได้ถึงความเหงาและความแห้งแล้งในครอบครัว เพราะต่างคนต่างกินอาหารหน้าจอทีวี หรือกินไปดูมือถือไป คุณค่าของแม่หรือพ่อหากไม่ได้อยู่ที่ปรุงอาหารให้ลูกหลานได้กินอิ่มหนำร่วมกัน จะอยู่ที่ตรงไหนได้อีก สิ่งนี้หามีอื่นใดทดแทนได้ แม้ครอบครัวจะกินอาหารนอกบ้านตามโอกาส แต่รสนิยมอาหารแตกต่างกันมาก จะหาร้านที่ทุกคนพึงใจแสนลำบาก ดีร้ายทำให้ขัดใจกันอีก แต่ที่สำคัญกินที่ร้านจะสะดวกสบายและสุขใจเท่ากินที่บ้านอย่างไรได้

การโหยหาคุณค่าและความหมายของอาหารการกิน ไม่อาจได้รับการตอบสนองได้อย่างจริงจังหากไม่ลงมือทำอาหารกินเองที่บ้าน ส่วนตัวผู้เขียน รวมถึงจุดยืนของ Krua.co สมาทานทฤษฎีอาหารคือสัญชาตญาณความเป็นสัตว์สังคมเต็มร้อย เราเชื่อมั่นครับว่ามีเหตุผลดีๆ หลายข้อที่เราควรทำอาหารกินเองที่บ้าน

1.อาหารกับความรักและผูกพัน

อาหารที่บ้าน ปรุงขึ้นด้วยความรักและความตั้งใจดี ให้สมาชิกครอบครัวได้บริโภคอาหารดีอาหารอร่อย มีประโยชน์แก่ร่างกาย หากวันนี้คุณจะเข้าครัวทำอาหารให้ลูกกิน ให้แฟนกิน ให้เพื่อนกิน มันต้องเริ่มจากความรักความเอื้ออาทรอย่างแน่นอน จิตใจเช่นนี้สื่อถึงกันได้ไม่ยาก ยิ่งคนกินได้เห็นหรือมีส่วนร่วมในการเตรียมและปรุงอาหารด้วยกัน จะยิ่งซาบซึ้งใจ และคำชมในรสชาติย่อมออกจากปากของคนกินเสมอ เมื่อทั้งผู้ปรุงและผู้กินอาหารต่างมีความรู้สึกดีต่อกัน บนโต๊ะอาหารที่บ้านจึงมีแต่ความสุข การปรุงอาหารและกินอาหารร่วมกันจึงช่วยกระชับความสัมพันธ์เสมอมา

วันนี้หากคุณมีช่องว่างกับลูก กับแฟน หรือกับพี่น้อง ลองตั้งสติเข้าครัวปรุงอาหารด้วยความรักกินกันสักมื้อ แล้วคุณจะพบว่าความสัมพันธ์จะค่อยดีขึ้น (แน่ละ บนโต๊ะอาหารควรพูดคุยแต่เรื่องดีๆ)

สำหรับผู้ปรุงอาหาร หัวใจย่อมพองโตเมื่อได้เห็นคนกินอาหารนั้นๆ อย่างเอร็ดอร่อย รางวัลล้ำค่าที่ได้รับ คือ ความสุข โดยเฉพาะเมื่อในภายหลังมีผู้เป็นที่รัก ไม่ว่าจะเป็นคนรัก ลูกหลาน หรือเพื่อน ยังถวิลหาจานโปรดอันเป็นรสมือของคุณ

สมัยก่อนที่หญิงต้องเป็นผู้หุงหาอาหารแต่ผู้เดียวในครอบครัว มีคำพังเพยว่า “เสน่ห์ปลายจวัก ผัวรักจนวันตาย” แต่สมัยนี้ชายก็เข้าครัวด้วย กลายเป็นว่ารู้จักปรุงอาหาร เป็นเสน่หาสำคัญอย่างหนึ่งของชาย หญิงใดได้คู่ครองชอบทำอาหาร ชีวิตคู่จะสุขสมไปกว่าครึ่ง ทว่า สำหรับคุณผู้หญิงที่ทำอาหารไม่เป็น หากเริ่มเข้าครัวบ้างจะยิ่งเซ็กซี่ เพราะอาหารคือเครื่องสำแดงออกซึ่งความรัก กิจนี้จึงมิใช่หน้าที่เฉพาะของหญิงหรือชาย พ่อแม่หรือลูก หากเป็นเรื่องที่ทุกคนแสดงออกได้ ไม่ใช่ภรรยาเท่านั้นทำอาหารให้สามีกิน สามีก็ควรมีใจทำอาหารดีๆ ให้ภรรยากินเช่นกัน ใช่แต่แม่หรือพ่อทำอาหารให้ลูกกินเท่านั้น ลูกก็ควรปรุงอาหารให้พ่อแม่กินด้วย นี่คืออุดมคติความสัมพันธ์ชายหญิงและพ่อแม่ลูกในงานการทำอาหารในครอบครัวสมัยใหม่

2.อาหารกับโลกและสิ่งแวดล้อม

อาหารที่เรากินมาจากพืชและสัตว์อันเป็นสิ่งมีชีวิตในโลกใบนี้ (ซึ่งมีชีวิตเหมือนกัน) โดยธรรมชาติแล้วคนเราจึงเชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมโดยผ่านอาหารการกินเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเพาะปลูกหรือล่าสัตว์ สมัยก่อนเราเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค การปรุงอาหารเองทำให้เราได้สัมผัสกับพืชผักและเนื้อหนังมังสะของสัตว์โดยตรง ทำให้เกิดสำนึกเกี่ยวโยงกับสรรพชีวิตในโลก ทว่า ในปัจจุบันที่เราปรุงอาหารกินที่บ้านน้อยลง กินอาหารอุตสาหกรรม อาหารปรุงสำเร็จ อาหารกล่อง อาหารกระป๋อง และกินอาหารนอกบ้านมากขึ้น อาหารกลายเป็น ”สินค้า” ซื้อขายชนิดหนึ่ง เรากลายเป็น “ผู้บริโภค” อย่างเดียว ตัดขาดจากผู้ผลิตอาหาร ยิ่งกินอาหารสำเร็จรูปหรือกึ่งสำเร็จรูปแบบอุตสาหกรรม ก็ยิ่งไม่รู้ที่มาของอาหาร มองไม่เห็นความเชื่อมโยงระหว่างคนเรากับอาหารและสิ่งแวดล้อม เกิดมิจฉาทิฐิว่าวิกฤติสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหานอกตัว ทั้งที่ความเป็นจริงปัญหาสิ่งแวดล้อม คือ วิกฤตการณ์ดำรงชีวิตของคนเรา ซึ่งรวมถึงอาหารที่เรากินอยู่ทุกวี่วัน

หากเข้าครัวปรุงอาหารด้วยตัวเอง คุณจะได้สัมผัสกับผักแต่ละใบ แต่ละดอก ว่ามันเปล่งปลั่งมีชีวิต หรือห่อเหี่ยวใกล้ตายอย่างไร มีกลิ่นฉุนจากปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลงหรือไม่ หากคุณชอบกินเนื้อสัตว์ คุณจะได้สัมผัสกับเนื้อสดๆ เลือดสดๆ และอาจจินตนาการถึงที่มาของมัน นั่นฟาร์มไก่ที่ไก่ถูกล่อให้กินอาหารตลอด 24 ชั่วโมงในที่แคบๆ นี่ฟาร์มหมูนั่นฟาร์มวัว ที่หมูกับวัวถูกอัดยาปฏิชีวนะและขุนจนอ้วนพีมีน้ำหนัก

เมื่อเข้าครัว คุณจะได้สัมผัสพืชผักและมังสะสดๆ อย่างน้อยที่สุดเมื่อชีวิตต่อชีวิตได้เผชิญหน้า อาจทำให้คุณอ่อนโยน ปฏิบัติกับอาหารอย่างดีเสมอกัน ไม่ทิ้งขว้างสูญเปล่าทั้งในการปรุงอาหารและกินอาหาร มากกว่านั้นคุณอาจเกิดเมตตา อร่อยกับเนื้อสัตว์น้อยลง และเห็นสัจธรรมความเกี่ยวโยงของอาหารที่คนกิน กับปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ครับ ต้องบอกว่าหากคุณรักสิ่งแวดล้อม คุณควรเข้าครัวทำอาหารกินเอง แล้วคุณจะรักสิ่งแวดล้อมจากด้านใน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างไม่รู้คลาย

3.การปฏิวัติที่แสนอร่อยในตัวคุณ

“เราทำได้ คุณก็ทำได้” เป็นสโลแกนรายการ CIY (Cook It Yourself) ของเชฟน่านและทีมงาน Spoonful เป็นสโลแกนที่มีพลานุภาพ เพราะเมื่อเราทำอาหารกินเองได้อร่อยได้ เราจะเกิดความมั่นใจว่าเราพึ่งตนเองได้ ทำอาหารกินเองได้ ไม่ต้องตกเป็นเพียง “ผู้บริโภค” ที่พึ่งพาอุตสาหกรรมอาหาร ร้านฟาสต์ฟู้ด และธุรกิจอาหารถ่ายเดียว และไม่หลงไปกับสโลแกนของธุรกิจและอุตสาหกรรมอาหารที่ว่า “คุณไม่มีเวลา ให้เราทำอาหารให้คุณกินจะดีกว่า”

เข้าครัวทำอาหาร เป็นการทำงานที่เราเป็นนาย ดูแลจัดการได้โดยตรง โดยมีกำลังใจจากผู้กินอาหารที่เราปรุงมาหนุนเนื่อง เป็นการงานอันแสนสุขและงดงาม ไมเคิล โพลแลน นักเขียนสารคดีอาหารนามอุโฆษกล่าวว่า

“ไม่มีการทำงานใดที่ไม่เห็นแก่ตัว ไม่แปลกแยก และไม่เสียเวลา เสมอด้วยการทำอาหารอร่อยๆ ให้คนที่เรารักกิน”

เมื่อเราเริ่มเข้าครัว การปฏิวัติอันแสนอร่อยจะค่อยเกิดขึ้น  

4.กินดีสุขภาพดี เริ่มที่บ้าน

อยากมีสุขภาพดี ไม่ป่วยง่าย ทำไม่ยากครับ เพียงทำอาหารกินเองที่บ้านให้บ่อยขึ้น กินนอกบ้านให้น้อยลง สุขภาพจะค่อยดีขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ การวิจัยยืนยันสอดคล้องกันว่าอาหารนอกบ้านไขมันสูง เค็ม และหวานกว่าอาหารทำกินที่บ้าน

นอกจากนั้น กินนอกบ้านยังเสี่ยงกินมากเกิน ทำให้อ้วนและเสียสุขภาพ อาหารนอกบ้านเขาปรุงให้หวานเค็มมันเพื่อให้คนกินเยอะๆ เพราะเขาทำเพื่อขายและกำไรเป็นหลัก ไม่ใช่เพื่อสุขภาพของคนกิน หากในทางตรงกันข้าม ทำอาหารกินเองที่บ้าน เรากำหนดเองได้ภายใต้เงื่อนไขไขมันต่ำ ไม่หวานเกิน ไม่เค็มเกิน ไม่ดีกับสุขภาพคนกิน แม้บางครั้งจะอะลุ่มอล่วยกินบางอย่างมากเกินไปบ้าง ในภาพรวมก็ยังปลอดภัยและคุณค่าโภชนาการสูงกว่าอาหารนอกบ้านอยู่ดี

อย่างไรก็ตาม การทำกินเองที่บ้านจะดีกับสุขภาพมากที่สุดก็ต่อเมื่อ รู้จักเลือกเครื่องประกอบอาหารตามสมควร ที่ควรหลีกเลี่ยง คือ อาหารพร้อมปรุง อาหารสำเร็จรูปและกึ่งสำเร็จรูปต่าง ๆ  ตลอดจนขนมและอาหารสำเร็จรูปในกล่องและบรรจุภัณฑ์ทั้งหลาย ซึ่งเป็นอาหารแปรรูปอุตสาหกรรมที่คุณค่าอาหารน้อย และมีสารปรุงแต่งอาหารที่อาจตกค้างสะสมในร่างกาย จนเป็นอันตรายกับสุขภาพ

5.ทำกินเองที่บ้าน ไม่เสียเวลาไม่เปลืองเงินก็ได้

ไม่มีเวลา” เป็นข้ออ้างของหลายคนหลายบ้านที่ไม่มีพาข้าว ไม่ทำอาหารกินกันในครอบครัว ทว่า จริงแล้วมีอาหารที่ทำง่าย ใช้วัตถุดิบน้อยอย่าง ปรุงได้เร็ว แถมอร่อย ให้เลือกทำมากมาย ยิ่งในยุคออนไลน์ที่เข้าถึงสูตรทำอาหารได้โดยง่าย เพียงใช้ความพยายามนิดหน่อย ก็อาจวางแผนเลือกเมนูอาหารทำง่ายมาใช้ได้เลย นอกจากนั้น หากมีตัวช่วยเช่น ซอสหรือเครื่องปรุงพื้นฐานทำหน้าที่เป็น short-cuts กับข้าวเพียงหนึ่งหรือสองอย่างอาจทำได้ภายในเวลาเพียง 30-45 นาที ซึ่งอาจสั้นกว่าเวลาที่ใช้ในการเดินทางและนั่งคอยอาหารที่ร้านเสียอีก

นอกจากนั้น อาหารทำง่าย-เร็ว-อร่อย ยังอาจเป็นอาหารสุขภาพได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินแพง ทั้งนี้คนทำอาหารกินเองควรมีความรู้เกี่ยวกับโภชนาการของอาหารด้วย หลักทั่วไป คือเลือกใช้พืชผักผลไม้สดเป็นอาหาร เน้นผลิตภัณฑ์อาหารธรรมชาติ หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปอุตสาหกรรม ชอปปิงที่ตลาดสดมากกว่าซูเปอร์มาร์เก็ต

เข้าครัวเถิด แล้วการปฏิวัติอันแสนอร่อยจะเกิดขึ้นที่บ้าน!                

RECOMMENDED FOOD STORIES