ยังมีโอกาส! ทางรอดจากจุดอิ่มตัวของ Tasty
1,459 VIEWS
PIN

image alternate text
ไม่รู้คนอื่นเป็นเหมือนกันมั้ย ว่าหากเผลอหยุดดูคลิปสอนทำอาหารของ Tasty แล้วมักจะต่อเนื่องด้วยคลิปอื่นๆ ที่อยู่ในเพจนั้น เสมือนมีพลังงานบางอย่างที่สร้างแรงบันดาลใจในการกินและการทำอาหารแม้ว่าคนคนนั้นจะไม่เคยคิดเข้าครัวเลยก็ตาม

อาจกล่าวได้ว่า Tasty สามารถพลิกโฉมหน้าสื่อด้านอาหารแบบออนไลน์ได้ทั้งที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้นมาครั้งแรกเมื่อปี 2015 ที่ผ่านมานี้เอง…

เพียง 3 ปีเท่านั้นที่ถือกำเนิดขึ้นมา Tasty สามารถสร้างฐานแฟนเพจด้วยจำนวนผู้ติดตามมากถึง 92 ล้าน แต่ต่อให้ Tasty จะสร้างฐานแฟนมากไปกว่านี้ก็คงไม่อู้ฟู่เหมือนในวันแรกๆ ที่โลกได้รู้จักมัน อีกทั้งความแตกต่างของ Tasty ในวันแรก ก็ไม่ใช่สิ่งใหม่บนโลกออนไลน์อีกต่อไป เมี่อมีผู้ผลิตคลิปในลักษณะเดียวกันเต็มไปหมดในทุกวันนี้… นั่นคงไม่ใช่สัญญาณที่ดีนักในเชิงธุรกิจ จนน่าตั้งคำถามเหลือเกินว่า หรือ Tasty จะเดินมาจนสุดทางแล้ว?

Tastyสร้างขึ้นโดยใคร? เบื้องหลังความสำเร็จ คือบริษัทแม่อย่าง BuzzFeed ซึ่งก่อตั้งโดย โจนาห์ เพอร์เร็ตติ และเพื่อน พวกเขาเริ่มต้นเส้นทางนี้มาจากการก่อตั้งสำนักข่าวออนไลน์ The Huffington Post ซึ่ง BuzzFeed เป็นการต่อขยายสู่การนำเสนอข่าวให้เข้ากับวัฒนธรรมโซเชียลในหลากหลายวิธีการ เพื่อจะเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนให้ได้ บริษัทประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วจนขยายไลน์ธุรกิจไปกว้างไกล ผลงานเด่นคือการสร้าง Tasty เพื่อดักคนดูจากเฟซบุ๊กด้วยการนำเสนออาหารที่เข้าใจง่าย มีจริต ภายในไม่กี่นาทีต่อหนึ่งคลิป

แต่ปัญหาคือเมื่อปลายปี 2017 ที่ผ่านมา BuzzFeed เพิ่งเลย์ออฟพนักงานออกไป 100 อัตรา และหนึ่งในนั้นคือ เกร็ก โคลแมน ผู้บริหารด้านการโฆษณา ที่ปลุกปั้น BuzzFeed มาตั้งแต่ต้น เพราะจุดอิ่มตัวของการทำสื่อโซเชียลจนอัตราการเติบโตของ BuzzFeed เริ่มเข้าสู่ขาลง มีการประเมินกันว่า ปี 2017 ที่ผ่านมารายได้ตกไป 70 ล้านเหรียญฯ จนเพอร์เร็ตติต้องปรับกระบวนท่าการบริหาร BuzzFeed ใหม่ทั้งองค์กร

อย่างไรก็ดี ในกลุ่มไลน์ธุรกิจของ BuzzFeed ที่เกิดขึ้นทั้งมวล (เช่น Nifty, Bring Me, Goodful) กลับเป็นแบรนด์ Tasty ที่ประสบความสำเร็จสูงสุด จนเพอร์เร็ตติต้องศึกษาเส้นทางของมัน และสร้างแผนก BuzzFeed Media Brands นั่นคือการมุ่งพัฒนาความเป็น “แบรนด์” ในมืออย่างเป็นรูปธรรมกว่าที่ผ่านมา ซึ่งนี่เองที่เป็นเหตุให้มีการปรับกระบวนของ Tasty ขนานใหญ่

อันดับแรก Tasty ถูกสร้างขึ้นจากการผูกปิ่นโตระหว่าง BuzzFeed กับมหาอำนาจโซเชียลอย่างเฟซบุ๊ก แต่ถึงที่สุดแล้วเฟซบุ๊กก็ไม่ใช่ทั้งหมดของวัฒนธรรมสังคมออนไลน์ Tasty จึงเริ่มขยายสู่โซเชียลอื่นๆ ทั้ง IG, Twitter ไล่มาจนถึง Snapchat โดยยังมีการปรับรูปแบบการเข้าหากลุ่มเป้าหมายให้เหมาะกับแต่ละช่องทางด้วย

ลำดับต่อมา Tasty มีฐานทัพอยู่ที่อเมริกา อันมีข้อจำกัดคืออาหารที่นำเสนอนั้นจะใช้วัตถุดิบที่มีในอเมริกาเท่านั้น ภายใต้วัฒนธรรมการกินแบบอเมริกันเพียงอย่างเดียว และจากแฟนเพจทั้งหมดก็เป็นชาวอเมริกามากกว่า 1 ใน 3 แผนรุกของ Tasty จึงคือขยายฐานออกไปทั่วโลกให้ได้มากที่สุด ด้วยการเพิ่มสาขาออกไปให้หลากหลายไม่ว่าจะเป็น อังกฤษ, เม็กซิโก, เยอรมนี และญี่ปุ่น

กลวิธีที่สำคัญในการสร้างแบรนด์ Tasty ให้แข็งแรงคือการพัฒนาแอปพลิเคชั่น Tasty ขึ้นมา ซึ่งความน่าสนใจของแอปฯ ดังกล่าว ไม่ใช่เพียงรวบรวมนับพันวิดีโอทำอาหารที่มีอยู่แล้วและที่จะผลิตเพิ่มต่อไป แต่ยังอุดช่องโหว่ด้านการทำอาหารและประสบการณ์ของผู้คน ที่อยู่ในระดับแตกต่างกันออกด้วย เพราะปัญหาหลักของคนที่หวังจะทำตามขั้นตอน Tasty คือสิ่งที่สาธิตในแต่ละคลิปนั้นดูเหมือน “ง่าย” จากการลัดขั้นตอน ย่นระยะเวลา และเทคนิคการตัดต่ออื่นๆ แต่พอทำตามกลับทุลักทุเลกว่าที่คิด แอปฯ จึงเป็นช่องทางในการเพิ่มรายละเอียดการทำอาหารแต่ละเมนูอย่างชัดเจนทุกขั้นตอน พร้อมเทคนิคและข้อมูลเสริมแทรกเข้ามาให้เรียนรู้ ซึ่งการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้งานนั้นยิ่งทำให้การทำอาหาร “น่าสนุก” ขึ้นด้วย

และเมื่อพัฒนาแอปฯ ขึ้นมาเติมเต็มประสบการณ์การทำอาหารแล้ว มันจึงเป็นประตูให้เกิดการค้าขึ้น เช่น การผูกมิตรกับห้างดัง Walmart ที่ผู้ใช้สามารถช็อปอุปกรณ์ทำครัวในคลิปได้ทันทีจากแอปฯ (ขณะนี้รองรับเฉพาะผู้ใช้ในอเมริกาเท่านั้น) และรวมถึงเปิดช็อปออนไลน์ขายสินค้าที่ Tasty พัฒนาขึ้น ตั้งแต่ cookbook ไปจนถึงเตาไฟฟ้า ที่สามารถใช้งานร่วมกับแอปฯ ในการคำนวณเวลาปรุงอาหารแต่ละขั้นตอนอย่างละเอียด

การสร้างแอปฯ นับเป็นการปรับตัวครั้งใหญ่ที่สุดของ Tasty ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อปลายปี 2017 ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ด้วยซ้ำ แต่เห็นได้ชัดเจนว่า นอกจากการผลิตคลิปทำอาหารที่เข้าใจง่ายแล้ว ขั้นต่อไปที่ Tasty พยายามจะเป็น คือการพาตัวเองเข้าไปอยู่ในวิถีชีวิตและวัฒนธรรมอาหารของคนทั่วโลกโดยสมบูรณ์
ความสนุกนับจากนี้คือการจับตาดูการเติบโตของ Tasty ว่าวิธีปรับกระบวนท่าครั้งนี้จะพามันไปในทิศทางใด เพราะหากมันประสบความสำเร็จจริง Tasty คงไม่หยุดอยู่เพียงแค่แหล่งรวมคลิปสาธิตการทำอาหารเก๋ๆ แน่ …หมากที่ BuzzFeed วางไว้ให้ Tasty นั้นพอจะเดาทางได้ว่ากำลังริคิดการใหญ่ในการสร้างอิทธิพลต่อวัฒนธรรมการทำอาหารครั้งสำคัญของโลกเลยทีเดียว

แหล่งข้อมูล
https://www.cnet.com/products/tasty-one-top/preview/
https://nypost.com/2017/11/16/buzzfeeds-revenue-to-fall-70m-short-of-target/
https://www.recode.net/2017/11/29/16715350/buzzfeed-lays-off-100-greg-coleman-jonah-peretti-revenue-miss
https://www.businessinsider.com/walmart-partners-with-buzzfeeds-tasty-2017-12

 

 

RECOMMENDED ARTICLES
RECOMMENDED VIDEOS