FOOD REVIEWS
ข้าวมันไก่มณเฑียร การกลับมาของเมนูในตำนาน  
1,571 VIEWS
PIN

image alternate text
image alternate text
เมนูซิกเนเจอร์ ความอร่อยที่อยู่คู่ห้องอาหารเรือนต้นมากว่า 50 ปี

ชาวกรุงเทพฯ ที่อายุ 30 ปีขึ้นไปน่าจะคุ้นเคยกับ ‘ข้าวมันไก่มณเฑียร’ หรือชื่อจริงๆ คือ ‘ข้าวมันไก่ สูตรไหหลำ’ เมนูซิกเนเจอร์ของห้องอาหารเรือนต้น ณ โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ เพราะเป็นข้าวมันไก่ระดับตำนานที่อร่อยล้ำเป็นลำดับต้นๆ ของประเทศ เมื่อทางโรงแรม (รวมทั้งห้องอาหาร) ประกาศปิดปรับปรุงไปเมื่อปีกว่าๆ หลายคนจึงบ่นเสียดายที่จะไม่ได้กินข้าวมันไก่ในตำนานไปอีกนาน แถมไม่รู้ว่าพอกลับมาเปิดแล้วจะมีอะไรเปลี่ยนไปหรือไม่

18 เดือนผ่านไป ห้องอาหารเรือนต้นก็กลับมา แน่นอนว่าเราก็ไม่รอช้า รีบมาหาข้าวมันไก่ตามประสาคนอยู่เพื่อกินที่แท้ แวบแรกที่เดินเข้ามาต้องบอกว่าแปลกใจทีเดียวกับโฉมใหม่ของห้องอาหารเรือนต้น ที่ไม่เพียงกว้างขวางใหญ่โตผิดตา ยังมาในสไตล์เรโทร-โมเดิร์น ผสมผสานของเก่าเข้ากับของใหม่ได้อย่างสวยเท่ ชนิดลืมภาพความทึมๆ ขรึมขลังแบบห้องอาหารในโรงแรมอายุครึ่งร้อยปีไปได้เลย อาจจะไม่ทันสมัยใหม่กริบ แต่ก็ได้ฟีลรีแลกซ์ สบายๆ แบบหนุ่มสาวออฟฟิศชวนกันมาสังสรรค์ได้ไม่เคอะเขิน โดยยังคงกลิ่นอายไทย-จีนด้วยคอลเลคชั่นเครื่องลายครามแบบจีนงานแอนทีคส่วนตัวของตระกูลตันตกิตต์ ผู้ก่อตั้งโรงแรมมณเฑียร ที่นำมาประดับให้ได้มองกันเพลินตา

อิ่มบรรยากาศแล้วก็ถึงเวลาอิ่มท้องกับสารพันเมนูของห้องอาหารระดับรางวัลบิบกูร์มองด์จากมิชลินไกด์ ประเทศไทย เมนูซิกเนเจอร์ที่อยู่คู่ห้องอาหารเรือนต้นมากว่า 50 ปี เป้าหมายของเราในครั้งนี้ก็คือ ข้าวมันไก่ สูตรไหหลำ (320 บาท) สำหรับเมนูนี้ แม้โฉมหน้าห้องอาหารจะเปลี่ยนไป แต่ข้าวมันไก่ยังเหมือนเดิม เสิร์ฟมาเป็นเซต ประกอบด้วยไก่ชิ้นโตเนื้อนุ่ม ข้าวแน่น น้ำซุปฟักหวานหอม และน้ำจิ้มเด็ดที่มีให้เลือกถึง 4 สูตร คือน้ำจิ้มซีอิ๊ว น้ำจิ้มขิง ซีอิ๊วหวาน และน้ำจิ้มซีอิ๊วสูตรสอง (เพิ่มความเผ็ดจากสูตรแรก)

เชฟอำนวย อเนกสุวรรณ์ พ่อครัวหลักรุ่นที่ 3 ผู้อยู่เบื้องหลังความอร่อยบอกเคล็ดลับว่าเกิดจากกรรมวิธีในการปรุงรสไก่ ข้าว น้ำซุป และน้ำจิ้มอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่การคัดเลือกไก่จากฟาร์มและนำมาให้พ่อครัวแบบสดๆ วันต่อวัน ต้มนานถึง 1 ชั่วโมง 15 นาทีด้วยหม้อสั่งทำพิเศษ แล้วหั่นอย่างนุ่มนวลแบบไม่ตบ! ไม่ตี! ไม่แบน! ผลคือไก่ชิ้นโต เนื้อนุ่มแน่น หนากำลังดี อร่อยเต็มปากเต็มคำ พร้อมกลิ่นหอมของน้ำมันงาที่เชฟทาน้ำมันงาปรุงรสสูตรลับเฉพาะลงไป เข้ากันสุดๆ กับความพิเศษอีกอย่างคือเนื้อเย็นฉ่ำของไก่ ซึ่งเป็นผลจากการพักหลังต้ม ก่อนจะสับใส่ชามพร้อมเสิร์ฟ

ข้าวมันก็ดีงามไม่แพ้กัน เชฟอำนวยถึงกับแนะนำว่าให้รับประทานข้าวมันเปล่าๆ ก่อนเป็นคำแรกเพื่อซึมซับรสชาติและสัมผัส ซึ่งพูดแล้วก็จะว่าอวย ข้าวมันเปล่าทั้งนุ่มทั้งหอม อร่อยแบบกินได้หมดถ้วย นั่นก็เพราะความใส่ใจเลือกใช้เฉพาะข้าวหอมมะลิคัดพิเศษ และต้องเป็นข้าวกลางเก่ากลางใหม่ ไปจนถึงการสั่งทำหม้อหุงข้าวพิเศษที่ทำให้ข้าวที่ได้มีลักษณะคล้ายการหุงข้าวเช็ดน้ำแบบสมัยก่อน รวมไปถึงวิธีหุงข้าวสุดพิถีพิถันหลากหลายขั้นตอน กว่าจะออกมาเป็นข้าวมันไก่ในตำนานได้ก็ต้องใช้ความใส่ใจและพิถีพิถันที่น่าจะถือเป็นตำนานได้เช่นกัน ว่าแล้วก็ตักข้าวคีบไก่จิ้มน้ำจิ้มผสมกัน 4 สูตร ได้ทั้งรสหวานอ่อนๆ ของซีอิ๊วหวาน กลิ่นขิงเบาๆ จากน้ำจิ้มขิง และเผ็ดน้อยๆ จากน้ำจิ้มซีอิ๊วสูตรสองเข้าปาก ทั้งสัมผัส ทั้งกลิ่น ทั้งรสนวลนัวนุ่มเนียนไปหมด

นอกจากพระเอกข้าวมันไก่ที่ สั่งกันทุกโต๊ะ ที่นี่ก็ยังมีของอร่อยอีกมากมาย ทั้งอาหารจานหลักอย่าง ราดหน้าจักรพรรดิ (480 บาท) ยิ่งใหญ่สมชื่อ ทั้งกุ้งแม่น้ำตัวอวบอิ่ม หมึกไซส์จัมโบ้ สารพัดเห็ดกับผัก มาบนจานที่ใหญ่กว่าหน้าคนกิน และเหล่าของกินเล่น ซึ่งมาในไซส์อิ่มจริง อาทิ ขนมผักกาดกุ้ง (280 บาท) รสชาติเข้มข้นกับเนื้อกุ้งแน่นๆ เด้งๆ เต็มคำ กุ้งทอดครีมสลัดรังเผือก (320 บาท) เนื้อกุ้งสดเด้งเคี้ยวกรุบๆ ผสมกับผลไม้และผักนานาชนิด ราดด้วยครีมสลัดรสหวานๆ หอมๆ มาในกระทงเผือกที่ทอดจนเหลืองสวยกรอบอร่อย หรือจะอาหารไทยโบราณอย่าง ยำส้มโอกับกุ้งย่าง (340 บาท) เมนูใหม่เอี่ยมรับการกลับมา แต่เด็ดมากจนบอกเลยว่าห้ามพลาด รสชาติเข้มข้นแต่กลมกล่อม ทั้งหวานเนื้อกุ้งผสานความหวานอมเปรี้ยวของส้มโอ เคี้ยวก็เพลินเพราะเท็กซ์เจอร์ทั้งกุ้งทั้งส้มโอกรุบกรับเด้งดึ๋ง

ส่วนขนมหวานที่ขอให้จดลงลิสต์ ‘ห้ามพลาด’ ก็คือ กล้วยไข่เชื่อม (180 บาท) ชื่อแสนธรรมดา หน้าตาก็กล้วยไข่เชื่อมธรรมดานี่แหละ เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมวานิลลาเนื้อเนียนบนครัมเบิ้ลกรอบๆ แต่ตักทั้งหมดเข้าปากพร้อมๆ กันเท่านั้น ฟีลสายรุ้งพวยพุ่งมาเลย กล้วยเนื้อแน่นหนึบไม่นิ่มไม่เละเชื่อมมาแบบหวานน้อยกำลังดี เจอกับความเย็นฉ่ำหอมของไอศกรีมวานิลลาและรสมันๆ เค็มๆ เคี้ยวเพลินของครัมเบิ้ล เข้ากันอย่างที่สุด ยอมรับอย่างไม่อายว่ากวาดกันแบบแทบจะเลียจาน ><

สายติ่มซำก็มาได้นะ เพราะ ติ่มซำ ของห้องอาหารเรือนต้นจัดไว้แน่น ทั้งเสี่ยวหลงเปาลูกพอดีคำน้ำฉ่ำ ขนมจีบกุ้งเนื้อแน่น ฮะเก๋าเนื้อเด้ง ซาลาเปาไส้ครีมไข่เค็มลาวาหวานน้อยอร่อยหนัก รวมสารพัดเมนูบนเข่งพร้อมเสิร์ฟตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เวลา 11 โมงถึงเย็นเลยทีเดียว และถ้าอยากลองเครื่องดื่มเก๋ๆ เราแนะนำน้ำผลไม้ใหม่เอี่ยมของห้องอาหาร น้ำส้มโอ (140 บาท) รสชาติส้มโอแท้ๆ พร้อมเนื้อส้มโอ หวานอมเปรี้ยวอมฝาดนิดๆ ดื่มเดี่ยวๆ ก็ได้ฟีลสุขภาพดี ดื่มกับยำส้มโอยิ่งเข้ากัน

จากที่ตั้งใจจะมากินแค่ข้าวมันไก่ในตำนาน ก็ได้งอกจานต่างๆ มาอีกเพียบ ที่แน่ๆ ไม่มีจานไหนไม่อร่อย เพราะทุกจานมาพร้อมความใส่ใจพิถีพิถันทั้งรสชาติและหน้าตา ไม่แปลกใจเลยที่คว้ารางวัลบิบกูร์มองด์จากมิชลินไกด์ ประเทศไทย ถึง 2 ปีซ้อนทีเดียวเชียวค่ะ

 

พิกัด: ห้องอาหารเรือนต้น โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์
เปิด-ปิด: 11:30 – 22:30 น. (ทุกวัน)
เรื่อง ชนิตสิรี มหาธนากร

RECOMMENDED FOOD STORIES