FOOD REVIEWS
‘Must Meat’ สนามเด็กเล่นของเนื้อวัวสัญชาติไทย
2,718 VIEWS
PIN

image alternate text
image alternate text
ร้านขายเนื้อวัวจากฟาร์มไทยที่เชื่อว่าเนื้อไม่ได้มีดีแค่ทีโบนกับสตริปลอยน์ เพราะสารพัดส่วนของเนื้อสามารถนำมาปรุงให้สนุกได้มากกว่าที่คิด

หลายคนอาจจะมีร้านเนื้อหมู เนื้อไก่ในดวงใจ แต่สายเนื้ออย่างเรานั้นขอติดดาวให้ร้าน Must Meat เป็นร้านเนื้อล่าสุดที่ทุกคนต้องห้ามพลาด เพราะร้านนี้ไม่ได้เป็นแค่ร้านอาหารหรือบุชเชอร์ขายเนื้อทั่วไป แต่ยังเป็น ‘สนามเด็กเล่น’ ของเนื้อวัว อะ อยากรู้ใช่ไหมว่าสนามเด็กเล่นของเนื้อวัวคืออะไร? ก็คือการนำเนื้อวัวคุณภาพดีมาสร้างสรรค์เป็นเมนูแต่ละจาน เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ให้คนกิน เพราะทุกจานจะมีรสชาติแตกต่างกันออกไป แถมเชฟยังเคลมมาอีกนะว่าเนื้อวัวของทางร้านรับมาจากฟาร์มไทยเท่านั้น เพราะเชื่อว่าเนื้อไทยก็อร่อยไม่แพ้ชาติใดในโลก

เนื้อวัวของ Must Meat มีจุดเด่นตรงที่จะผ่านการ Dry-Aged หรือการบ่มเป็นเวลา 45–60 วันเองในร้านก่อนที่จะเสิร์ฟ เพื่อเพิ่มรสชาติเนื้อให้มีความเด่นชัดมากขึ้น ซึ่งร้านนำเนื้อมาใช้ทุกส่วนไม่ว่าจะเป็น สะโพก ท้องน้อย ต้นขา ไขสันหลัง หรือแม้แต่สมอง ใช่แล้วค่ะ! สมองวัวจริงๆ โดยนำมาทอดกรอบและราดซอส ที่สำคัญยังมีเนื้อส่วนที่หายากขายเฉพาะที่นี่อีกด้วย จานหลักของร้านคือสเต๊กที่จะใช้ทุกส่วนของวัวมารังสรรค์เป็นเมนูต่างๆ โดยมีเมนูเสริมจากเนื้อให้ลิ้มลองกันด้วย

เริ่มที่ Appetizer เรียกน้ำย่อยอย่าง ‘เฟรนช์ฟรายด์ราด Beef Gravy’ เมนูคลาสสิกของชาวอเมริกัน เฟรนช์ฟรายด์ร้อนๆ ราดด้วยน้ำเกรวี่ รสชาติของน้ำเกรวี่เข้มข้นมาก และได้กลิ่นของเนื้ออย่างชัดเจน ทอปปิ้งด้วยชีสโฮมเมดของทางร้านที่รสชาติออกเค็มและเปรี้ยวนิดๆ ตัดกับน้ำเกรวีเข้มข้นได้อย่างลงตัว อร่อยจนลืมอ้วนกันไปเลยทีเดียว กินรองท้องรอจานหลักไปๆ มาๆ เผลออีกทีก็หมดเสียแล้ว

‘สเต๊กเนื้อไทยวากิว’ นุ่มๆ แค่คำแรกก็น้ำตาแทบไหล เพราะเนื้อนุ่มมากจริงๆ ไม่มีกลิ่นคาวเลยแม้แต่นิดเดียว แล้วยังได้กลิ่นหอมของเกลือกับพริกไทยที่ปรุงมาอย่างดี กินคู่กับน้ำจิ้ม 3 รส คือ Mango Chili ออกแนวหวานผสานเผ็ดนิดๆ คล้ายซอสซัลซา Asian Sauce ซอสเคี่ยวจากสต๊อกเนื้อ รสชาติออกเค็ม หอมเนื้อวัว ปรับให้เข้ากับรสชาติคนไทย และ Chimmichurri เป็นซอสเขียวคล้ายๆ เพสโต้ มีกลิ่นหอมของกระเทียมชัดเจน ช่วยชูรสชาติของเนื้อได้เป็นอย่างดี มาพร้อมเครื่องเคียงอย่างมันหวาน ข้าวโพด สับปะรดให้ได้กินคู่กันเพื่อตัดเลี่ยน ได้กลิ่นอายอเมริกันสไตล์สุดๆ ใครชอบเนื้อนิ่มละมุนลิ้นห้ามพลาดเมนูนี้

ตามมาติดๆ กับ ‘Mix Grill’ ใครมาเป็นกลุ่มจะต้องถูกใจสิ่งนี้ เพราะมีเนื้อหลากหลายส่วนให้ได้ลิ้มลอง ไม่ว่าจะเป็น Rump (เนื้อจากช่วงเอว) มีความเหนียวหน่อยๆ แต่รสชาติเข้มข้น Flank (ต้นขาหลัง) รสชาติคล้ายส่วนท้องน้อยแต่เนื้อเหนียวกว่า ต้องเพิ่มระดับการเคี้ยวขึ้นไปอีกหนึ่งระดับ ส่วนนี้เป็นเนื้อที่ไม่ค่อยมีขายในไทยมากนัก Striploin (สันนอก) เป็นเนื้อส่วนที่นุ่มที่สุด กัดแล้วทั้งนุ่มและละลายในปาก เท็กซ์เจอร์เนื้อติดมันนิดๆ และฉ่ำมากๆ และ Picanha (เนื้อใกล้ไขสันหลังเป็นชิ้นส่วนเล็กๆ ติดมัน) เป็นส่วนที่เราชอบที่สุดเพราะมีมันแทรกและฉ่ำมาก ยกให้ส่วนนี้เป็นสุดยอดในดวงใจ ทั้งหมดในจานนี้รวมๆ แล้วเกือบครึ่งกิโลฯ เลยนะ กินได้ 2-4 คน ถูกอกถูกใจสายเนื้อกันเลยทีเดียว

‘แสร้งยำมะเขือส้มซ่า ยำเนื้อที่เป็นสเปเชียลเมนูของทางร้าน ออกมาเฉพาะในฤดูกาลนี้เท่านั้น เพราะมีส่วนผสมสำคัญคือส้มซ่า ซึ่งมีแค่ในฤดูนี้ จานนี้เสิร์ฟสเต๊กเนื้อส่วนสะโพกในระดับแรร์เท่านั้น กินคู่กับมะเขือเผาเคลือบกระเทียมดำ โรยด้วย Beef Crumble ซึ่งก็คือการนำไขมันของเนื้อไปผัดเอาน้ำมันออก จากนั้นก็เอามาสับแล้วนำไป dehydrate อีกรอบจนกลายเป็นครัมเบิลกรุบกรอบเพื่อเพิ่มมิติของอาหาร ราดด้วยน้ำยำส้มซ่าสุดจี๊ดจ๊าด รสชาติคล้ายยำทั่วไปที่เราคุ้นเคย แต่โดดเด่นด้วยความหอมของส้มซ่าที่หอมชัดเจน กินคู่กับมะเขือยาวเข้ากันอย่างลงตัว บอกเลยว่าใครไม่กินเมนูนี้จะต้องเสียใจมาก รีบไปกินกันให้ไวก่อนจะหมดฤดูส้มซ่า

คลาสสิกเบอร์เกอร์’ เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงคือเคอรี่ฟรายด์ ดูเหมือนจะเป็นแค่เบอร์เกอร์ทั่วไป แต่ขอบอกว่ามันไม่ธรรมดา เพราะเนื้อเบอร์เกอร์ฉ่ำมาก กัดปุ๊บได้กลิ่นหอมของเนื้อที่ผ่านการปรุงมาอย่างดี ตัดเลี่ยนด้วยแตงกวาดองและตัวซอสที่ทำมาจากเห็ดเพอร์โตเบลโลกับเต้าเจี้ยวและน้ำมันกระเทียม รสชาติออกเค็มๆ หวานๆ กลมกล่อมกำลังดี และที่สำคัญหอมน้ำมันกระเทียมมาก กัดไปแค่คำเดียวถึงกับต้องลุกขึ้นยืนปรบมือ อร่อยมากจริงๆ

มาที่ ‘ไส้กรอก’ กันบ้าง มีให้เลือกถึง 3 แบบ คือ ไส้กรอกเนื้อวัว ไส้กรอกชีส และไส้อั่ว ซึ่งใช้เนื้อของทางร้านทั้งหมด ทั้ง 3 ชนิดมีรสชาติของเนื้อที่ทั้งแรงและชัดเจน แต่ทีเด็ดอยู่ที่ไส้อั่วที่มีกลิ่นอายของไส้อั่วแบบออริจินัลเมืองเหนือ กับรสชาติที่จัดจ้านพอตัว

‘เฟตตูชินีชะอมพริกสด’ เป็นอีกเมนูสุดเก๋ เส้นเฟตตูชินีโฮมเมดทำจากแป้งกับไข่ไก่ ผัดกับชะอมและพริกสดได้รสชาติกลมกล่อม เสิร์ฟคู่กับ ‘Beef Prosciutto’ เป็นเนื้อหั่นบางๆ พอดีคำ ทำจากเนื้อส่วนริบอาย รสสัมผัสนุ่มลิ้น เมนูนี้เรียกได้ว่าเป็นอาหารฟิวชั่นที่ผสมผสานรสชาติชะอมแบบไทยๆ เข้ากับเส้นเฟตตูชินีแบบอิตาเลียนได้อย่างลงตัว นัวเข้ากันมากๆ

ที่ร้านยังมีค็อกเทลและไวน์ให้ดื่มคู่กับเนื้อเพิ่มความฟินกันอีกด้วย ‘ลาบเลือด’ ค็อกเทลที่ทั้งชื่อทั้งหน้าตาทั้งส่วนผสมอาจดูน่ากลัวเพราะใช้เลือดวัวนำมามิกซ์กับแอลกอฮอล์หลายตัว แล้วตกแต่งด้วยสมุนไพร แต่ขอให้ลองชิมรับรองว่าจะติดใจในความจี๊ดจ๊าดที่เหมือนกินลาบเวอร์ชันน้ำบวกความซาบซ่าไปทั้งลำคอ เป็นค็อกเทลที่เปิดโลกใหม่ให้กับคนที่ชอบลองอะไรแปลกๆ ได้เป็นอย่างดี

อีกแก้วคือ ‘B Lover’ ค็อกเทลเก๋ๆ ที่ใช้กระดูกวัวแท้มาตกแต่ง ในแก้วมีทั้งโรสแมรี ใบไทม์ โรยด้วยพริกไทย พร้อมเม็ดคาเวียร์ที่นำเมเปิ้ลไซรัปกับไวน์มาทำเป็นลูกกลมๆ กินแล้วแตกเปาะแปะสนุกสนานในปาก กินคู่กันยิ่งเพิ่มความสนุกในการดื่ม

ร้าน Must Meat
เปิด-ปิด: 17:00 น. – 23:00 น. (ครัวปิด 22:30 น.) ปิดทุกวันจันทร์
โทร. 06-2916-5155
* กลางวันมีบริการส่งเดลิเวอรี่อาหารจานเดียว ตั้งแต่เวลา 11:00-14:00 น.

เรื่องโดย: ปิยะมาศ ปรัชญาธรรม

RECOMMENDED FOOD STORIES