Found 39 results for Tag : ของทอด

ผัดข้าวโพดทอดกรอบซอสไข่เค็ม 1. ล้างเมล็ดข้าวโพด แล้วพักในตะแกรงให้พอแห้งหมาดๆ ใส่แป้งข้าวโพด ถ้วยลงในถุงพลาสติกใส ใส่ข้าวโพดตามลงไป แล้วมัดปากถุงให้แน่น เขย่าถุงจนแป้งเคลือบเมล็ดข้าวโพดจนทั่ว เทใส่ตะแกรง เคาะเบาๆเพื่อให้แป้งบางส่วนหลุดออก เทลงในอ่างผสมใส่ไข่ขาว เกลือ ใช้มือคนให้เข้ากัน แป้งจะละลายเข้ากันกับไข่ขาว ใส่แป้งข้าวโพดที่เหลือลงในอ่างผสม คนให้แป้งเคลือบเมล็ดข้าวโพดจนทั่ว แล้วจึงใช้มือบี้เมล็ดข้าวโพด ให้แยกตัวออกจากกัน ลักษณะเมล็ดข้าวโพดที่ได้จะมีแป้งเคลือบอยู่ทั่วทุกเมล็ด 2. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางจนร้อนใส่ข้าวโพดลงทอด ใช้ตะหลิวเขี่ยให้ข้าวโพดที่ติดแยกออกจากกันทอดจนแป้งสุกเหลืองตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน 3. ทำซอสไข่แดงเค็มโดยตั้งกระทะอีกใบบนไฟกลางพอร้อน ใส่ไข่แดงไข่เค็ม น้ำ เหล้าจีน ซีอิ๊วขาว เกลือ และน้ำตาล ผัดให้เข้ากัน เคี่ยวให้ข้นเล็กน้อย ชิมรสให้เค็ม มัน หอมกลิ่นเหล้าจีน ปิดไฟ ใส่ข้าวโพดทอดกรอบลงคลุกเคล้าให้ซอสเคลือบจนทั่ว 4. ตักใส่จานที่รองด้วยแรดิชชิโอ โรยต้นหอมซอย เสิร์ฟ 01.04.2019 RECIPE

ซีฟู้ดทอดกับซอสมัสตาร์ดกระเทียม 1. ใส่กุ้งและปลากับเครื่องปรุงทั้งหมดเข้าด้วยกันในอ่างผสม เคล้าให้เข้ากัน พักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 30 นาที 2. ทำซอสมายองเนสกระเทียมโดยอุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส เคล้ากลีบกระเทียมกับน้ำมันมะกอก ห่อด้วยแผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์ อบในเตาอบที่อุ่นไว้ประมาณ 40 นาที จนกระเทียมนุ่ม นำกระเทียมออกจากเตาอบ บีบเอาแต่เนื้อกระเทียมด้านในที่นุ่มแล้ว ยีกระเทียมอบให้ละเอียด นำไปผสมกับมายองเนส โฮลเกรนมัสตาร์ด และน้ำมะนาวหรือน้ำเลมอน พักไว้ 3. ทำแป้งสำหรับชุบทอดโดยผสมแป้งเค้ก 1 ถ้วย แป้งข้าวโพด น้ำเย็นจัด คนให้เข้ากัน พักไว้ ตีไข่ขาวด้วยตะกร้อจนขึ้นฟู นำไปผสมรวมกับส่วนผสมแป้งทั้งสองชนิด เตรียมไว้ 4. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง นำกุ้งและปลาออกจากตู้เย็น ซับให้แห้ง นำไปเคล้ากับแป้งเค้กที่เหลือบางๆ ชุบในส่วนผสมแป้งที่เตรียมไว้ นำลงทอดในน้ำมันร้อนจนสุกกรอบ ตักขึ้นพักไว้บนตะแกรง 5. จัดใส่จาน ตกแต่งด้วยไธม์และเลมอนหั่นเสี้ยว เสิร์ฟพร้อมกับซอสมายองเนสกระเทียม     25.06.2018 RECIPE

ยำผักชีทอดกรอบ เมื่อชาวญี่ปุ่นได้สร้างกระแสความนิยมการกินผักชี ผักชี ที่ไม่ได้เป็นของตกแต่งจานอาหาร วันนี้ CIY ก็มีไอเดียสารพัดเมนูจากผักชี รับรองคนที่ไม่เคยชอบทานผักชี จะเปลี่ยนใจมาหลงรักผักชีอย่างแน่นอน กับสามเมนู อย่างเค้กผักชี สมูทตี้ผักชี และ ยำผักชีกรอบ   ยำผักชีทอดกรอบ (สำหรับ 3 คน) ผักชี 100 กรัม น้ำมันพืชสำหรับทอด 3 ถ้วย กุ้งขาวเด็ดหัว แกะเปลือกเอาเส้นดำออก 4 ตัว แป้งทอดกรอบสำหรับเคล้ากุ้ง ¼ ถ้วย พริกขี้หนูสวนซอย เม็ดมะม่วงหิมพานต์ หอมแดงซอย หมูกระจก ใบผักชี สำหรับโรย แป้งชุบทอด แป้งทอดกรอบสำเร็จรูป 1 ถ้วย แป้งข้าวเจ้า ¼ ถ้วย เกลือสมุทร ½ ช้อนชา พริกไทยขาว ¼ ช้อนชา น้ำปูนใสเย็นจัด 1 ถ้วย น้ำยำ น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 1 ½ ช้อนโต๊ะ น้ำพริกเผาสำเร็จรูป 2 ช้อนโต๊ะ หัวกะทิ 6 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ 1. ทำแป้งชุบทอดโดยผสมแป้งทอดกรอบ แป้งข้าวข้าวเจ้า เกลือสมุทร พริกไทยขาวป่น และน้ำปูนใสเย็นจัดในอ่างผสม คนจนเข้ากันดีและแป้งไม่จับตัวเป็นเม็ด นำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาจนส่วนผสมแป้งเย็นจัด 2. ทำน้ำยำโดยผสมน้ำปลา น้ำตาลปี๊ป น้ำพริกเผา และหัวกะทิ คนให้ละลายเข้าด้วยกัน เทใส่หม้อ นำไปเคี่ยวบนไฟกลาง พอเดือด ปิดไฟ เพิ่มความเปรี้ยวด้วยน้ำมะนาว ใส่ถ้วย เตรียมไว้ 3. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง ระหว่างรอน้ำมันร้อน นำกุ้งมาผ่าหลังดึงเส้นดำออก นำไปเคล้ากับแป้งทอดกรอบพอเคลือบบางๆ เมื่อน้ำมันร้อนดีแล้วจึงนำกุ้งลงทอด จนเหลืองกรอบ ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน 4. เตรียมผักชีทอดกรอบโดย ตั้งกระทะน้ำมันที่ทอดกุ้งใบเดิมบนไฟกลาง หั่นผักชีพอหยาบ เตรียมไว้ในชามผสม นำแป้งที่ผสมเตรียมไว้ ค่อยๆเทลงเคล้ากับผักชี เคล้าให้เข้ากันดี พอน้ำมันร้อน ตักผักชีหยอด เป็นคำๆลงทอดให้เหลือง กรอบ ตักขึ้น พักไว้ ให้สะเด็ดน้ำมัน 5. ซอยหอมแดงและพริกเตรียมไว้ 6. จัดเสิร์ฟโดยราดน้ำยำบนจาน วางผักชีทอดกรอบ ตามด้วยกุ้งราดด้วยน้ำยำอีกครั้ง ตกแต่งด้วยหอมแดงซอย พริกซอย เม็ดมะม่วงหิมพานต์ หมูกระจก และใบผักชี     03.19.2018 VIDEO

เค้กผักชี   เค้กผักชี (ขนาด 3 ปอนด์) ผักชี 50 กรัม นมสดชนิดจืด 100 ml แป้งสาลีอเนกประสงค์ 250 กรัม เกลือป่น ½ ช้อนชา ผงฟู 2 ช้อนชา ลูกเกดสีเหลือง 50 กรัม ไข่ไก่ 4 ฟอง น้ำตาลทรายขาว 250 กรัม กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา น้ำมันดอกทานตะวัน 120 กรัม วอลนัทอบขูดเปลือกสับหยาบ 100 กรัม วิปปิ้งครีม สตรอว์เบอร์รี่และใบผักชีสำหรับตกแต่ง   วิธีทำ 1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ 2. ใส่ผักชีลงโถปั่น ตามด้วยนม ปั่นให้เข้ากัน เทใส่ถ้วย เตรียมไว้ 3. ร่อนแป้งสาลี เกลือป่น ผงฟู เข้าด้วยกัน 2-3 รอบในอ่างผสม เตรียมไว้ หลังจากนั้นนำลูกเกดมาสับพอหยาบ ใส่ถ้วย เตรียมไว้ 4. ตีไข่ด้วยตะกร้อมือไฟฟ้า ตีให้เป็นฟองเล็กน้อย จึงใส่น้ำตาลลงไป ค่อยๆเทลงไปตีกับไข่ทีละน้อย จนหมด ตีจนขึ้นฟู ใส่กลิ่นวานิลลา เติมน้ำมันลงไปค่อยๆเททีละน้อย ตีให้ส่วนผสมเข้ากัน เมื่อส่วนผสมเข้ากันดีแล้ว นำส่วมผสมแป้งมาตะล่อมอย่างเบามือ โดยเริ่มที่แป้งสลับกับนมที่ปั่นกับผักชี (เริ่มที่แป้งจบด้วยแป้ง) ใช้พายยางตะล่อมให้ส่วนผสมเข้าดี เมื่อส่วนผสมเข้ากันดีแล้ว เตรียมพิมพ์ด้วยกระปูกระดาษไขที่ก้นพิมพ์เตรียมไว้ 5. ใส่วอลนัท และลูกเกดลงในส่วนผสม ตะล่อมให้เข้ากันเบาๆ เทใส่พิมพ์ ใช้ไม้จิ้มฟันไล่ฟองอากาศออก เคาะพิมพ์เบาๆ นำเค้กเข้าเตาอบประมาณ 40 นาทีหรือจนกว่าเค้กจะสุกดี ทดสอบโดยใช้ไม้ปลายแหลมจิ้มลงไปในเนื้อเค้ก ถ้าไม่มีเนื้อเค้กติดขึ้นมาแสดงว่าเค้กสุก นำเค้กออกจากเตา คว่ำเค้กออกจากพิมพ์แล้วลอกกระดาษไขออก วางพักไว้บนตะแกรงจนเค้กเย็น ใช้มีดฟันเลื่อยตัดแบ่งเป็นชิ้นเล็กๆ ตกแต่งด้วยวิปปิ้งครีม สตรอว์เบอร์รี่และใบผักชี เสิร์ฟ       03.19.2018 VIDEO

ขนมไข่หงส์ 1. ล้างถั่วให้สะอาดแล้วแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืนหรืออย่างน้อย 3 ชั่วโมง เมื่อครบตามเวลาให้ล้างน้ำที่แช่ถั่วออกแล้วเทใส่กระชอนพักให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นใส่น้ำในหม้อลังถึงประมาณ 3/4 ของลังถึง ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง รอจนน้ำเดือดจึงใส่ถั่วที่พักไว้ลงบนชั้นลังถึงที่ปูผ้าขาวบาง ตลบชายผ้าขาวบางขึ้น นำไปนึ่งจนสุก ยกลง ใส่ภาชนะไว้ โขลกถั่วที่นึ่งไว้ให้ละเอียด ตวงให้ได้ 11/2 ถ้วย พักไว้ 2. ทำไส้โดยตั้งกระทะใส่น้ำมัน นำหอมแดงลงผัดให้หอม ใส่ถั่วเขียวเราะเปลือกนึ่งลงผัดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำตาล เกลือ พริกไทย ผัดต่อจนส่วนผสมเริ่มล่อนจากกระทะ ปิดไฟ พักให้เย็น ปั้นเป็นก้อนกลม น้ำหนักก้อนละ10 กรัม เตรียมไว้ 3. ใส่แป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวเจ้า และมะพร้าวขูดขาว ลงในอ่างผสม นวดให้เข้ากันจนมะพร้าวเริ่มมีน้ำมันออกมาเล็กน้อย ใส่น้ำตาล เกลือ ผสมพอเข้ากันแล้วค่อยๆใส่น้ำทีละน้อย นวดจนปั้นเป็นก้อนได้ พักไว้นานประมาณ 20 นาทีปั้นแป้งเป็นก้อนกลม น้ำหนักก้อนละ 15 กรัม กดแป้งให้แบนเป็นแผ่นกลมแล้วใส่ไส้ห่อให้มิด ทำจนหมดไส้แล้วนำไปทอดโดยใช้ไฟอ่อนนานประมาณ 10 นาที จนเหลืองกรอบ ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน จากนั้นให้ใส่น้ำตาลและน้ำลงในกระทะ ตั้งไฟอ่อนเคี่ยวจนเหนียวและเดือดเป็นฟองเล็กๆ ใส่ขนมที่ทอดไว้ลงไป คลุกให้เข้ากันทั่วปิดไฟ แล้วคลุกต่อจนน้ำตาลเคลือบเป็นสีขาวทั้งหมดและแห้งสนิท   ลักษณะที่ดี มีผลึกน้ำตาลสีขาวเคลือบทั่ว เนื้อนุ่มเหนียว ไส้ถั่วมีรสหวานเค็ม หอมกลิ่นพริกไทย   ข้อน่ารู้ ควรพักแป้งไว้อย่างน้อย 20 นาที ให้แป้งดูดน้ำเพื่อจะได้แป้งที่นุ่มขึ้น ไม่ควรใช้ไฟแรงในการทอดเพราะจะทำให้ขนมแตก ถ้าต้องการให้ขนมมีน้ำตาลขึ้นเกล็ดขาวๆ ต้องคลุกต่อหลังจากปิดไฟแล้ว   สูตรอาหารโดย อบเฉย อิ่มสบาย 08.03.2018 RECIPE

ขนมดอกจอก 1. ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้สูงพอท่วมพิมพ์ ใช้ไฟกลาง นำพิมพ์แช่ในน้ำมันจนร้อน 2. เตรียมกระดาษซับน้ำมัน และถ้วยตะไลวางบนตะแกรง เตรียมไว้ 3. ผสมแป้งทั้ง 3 ชนิดเข้าด้วยกันในอ่างผสม ใส่น้ำตาลและเกลือ คนให้เข้ากัน จากนั้นผสมไข่กับหัวกะทิพอเข้ากันนำไปนวดกับแป้งที่ผสมไว้ในอ่างผสม โดยใส่ประมาณ 1/3 ถ้วย นวดนานประมาณ 10 นาที จึงใส่กะทิที่เหลือลงไปใส่ปูนแดงแล้วคนให้เข้ากันอีกครั้ง (ถ้าปูนแดงไม่ละลายให้ใช้กระชอนตาถี่ๆกรอง) จึงใส่งาขาว งาดำ คนให้เข้ากัน 4. เมื่อจะทอดให้ลดไฟใช้ไฟกลางค่อนข้างอ่อน ยกพิมพ์ขึ้นแล้วซับน้ำมันส่วนเกินบนกระดาษที่เตรียมไว้ จุ่มพิมพ์ลงในแป้งให้เหลือขอบบนของพิมพ์ไว้เล็กน้อย ยกขึ้นแล้วนำพิมพ์ลงทอดในน้ำมัน ทอดจนขนมสุกเหลือง และหลุดออกจากพิมพ์เอง ตักขนมขึ้นวางบนถ้วยตะไล รอจนขนมอยู่ตัวและเย็นสนิทแล้ววางบนกระดาษซับน้ำมัน ทอดจนหมดเก็บใส่ภาชนะที่มีฝาปิดสนิทไว้   ลักษณะที่ดี ลักษณะแป้งกรอบ บาง รสหวาน เค็มเล็กน้อย ไม่อมน้ำมัน สีเหลืองทองสม่ำเสมอ มีลักษณะโค้งสวย   ข้อน่ารู้ ถ้าใช้พิมพ์ที่ซื้อมาใหม่หรือไม่ได้ใช้งานมานานควรแช่พิมพ์ไว้ในน้ำมัน 1 คืนก่อนใช้ให้พิมพ์อมน้ำมัน เมื่อนำไปทอดจะทำให้ขนมหลุดจากพิมพ์ง่ายขึ้น ก่อนทอดควรซับพิมพ์ให้สะเด็ดน้ำมัน ถ้าน้ำมันที่พิมพ์มากเกินไป เมื่อนำไปจุ่มแป้ง แป้งจะไม่ติดพิมพ์ เมื่อจุ่มพิมพ์ที่แช่น้ำมันจนร้อนลงในแป้งแล้วมีเสียงดังฉ่าแสดงว่าพิมพ์ร้อน เมื่อยกพิมพ์ขึ้นขนมจะติดพิมพ์ ถ้าพิมพ์ไม่ร้อนแป้งจะติดพิมพ์ไม่ทั่ว ถ้าแป้งสุกแล้วไม่หลุดจากพิมพ์ ให้ใช้ไม้แหลมช่วยแซะออกจากพิมพ์ เมื่อขนมสุกแล้วควรตักขนมวางบนถ้วยตะไลเพื่อให้ขนมโค้งสวย เลือกใช้ถ้วยตะไลขนาดเล็ก (สูงประมาณ 2 ซม.) ในการวางพักขนม ถ้าใช้ถ้วยที่สูงเกินไปจะดูไม่สวย การจัดดอกของขนมต้องจัดตอนที่ขนมยังร้อนเพราะเมื่อขนมเย็นแป้งจะแข็งตัว   สูตรอาหารโดย อบเฉย อิ่มสบาย 08.03.2018 RECIPE

กรอบเค็ม 1. ร่อนแป้งสาลีกับแป้งข้าวเจ้าในอ่างผสม ใส่ไข่ไก่ น้ำปูนใสน้ำ และน้ำมัน 6 ช้อนโต๊ะ นวดให้เข้ากันและแป้งนุ่มเนียน ตัดแป้งเป็นก้อน แล้วคลึงเป็นแผ่นบาง ตัดด้วยมีดหยักเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือข้าวหลามตัด ทำจนหมด 2. ตั้งกระทะน้ำมันที่เหลือบนไฟกลางค่อนข้างอ่อนจนร้อนใส่แป้งที่ทำลงทอดจนเหลืองกรอบ ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน 3. ทำน้ำตาลสำหรับคลุกโดยโขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทย เข้าด้วยกันให้ละเอียด จากนั้นตั้งกระทะน้ำมันบนไฟอ่อน ใส่เครื่องที่โขลกลงผัดจนมีกลิ่นหอม ใส่น้ำปลา น้ำตาล เคี่ยวให้เป็นยางมะตูม นำตัวกรอบเค็มลงเคล้าให้ทั่ว ตักขึ้น พักไว้ให้เย็น เก็บใส่ภาชนะที่มีฝาปิด   ลักษณะที่ดี แป้งเหลืองกรอบ น้ำตาลเคลือบเป็นเงา หอมกลิ่น รากผักชี กระเทียม พริกไทย รสหวานเค็มกลมกล่อม   ข้อน่ารู้ ควรคลึงแป้งให้บาง เวลาทอดแป้งจะฟูกรอบดี   สูตรอาหารโดย อบเฉย อิ่มสบาย 08.03.2018 RECIPE

ข้าวแกงกะหรี่หน้าทงคัตสึ 1. ทำนํ้าซุปผักโดยต้มเคี่ยวผักและผลไม้ทุกชนิดกับนํ้าเข้าด้วยกันในหม้อด้วยไฟกลางค่อนข้างอ่อนนานประมาณ 1 ½ ชั่วโมง หรือจนนํ้าซุปมีรสหวานนำไปกรองจะได้นํ้าซุปผักปริมาณ 4 ถ้วย เตรียมไว้ 2. ทำแกงกะหรี่โดยตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางจนร้อน ใส่ผงกะหรี่ ผัดจนทั่วและมีกลิ่นหอม ใส่นํ้าซุปผักที่เคี่ยว 1 ถ้วย ใส่สาเก ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยอย่างละ ¼ ช้อนชา จากนั้นปั่นแอปเปิลกับขิง กระเทียม และนํ้าซุปผักที่เคี่ยว ½ ถ้วยเข้าด้วยกันจนละเอียด ใส่ลงในกระทะ ใส่นํ้าซุปผักที่เหลือ คนให้ทั่ว ใส่ผงกะหรี่สำเร็จรูปชนิดก้อนเคี่ยวนานประมาณ 15 นาที ปรุงด้วยเกลือและพริกไทยที่เหลือ ใส่เนยสด พอละลายทั่ว ปิดไฟแกงกะหรี่จะมีลักษณะข้นสีนํ้าตาลเป็นเงา รสเผ็ดจากเครื่องเทศและพริกไทย เค็มกลมกล่อมเข้มข้นหวานรสผัก 3. ทำหมูทอดทงคัตสึโดยล้างเนื้อหมู ซับนํ้าให้แห้งบั้งเฉียง แล้วทุบด้วยที่ทุบเนื้อหมูแบบใบมีด โรยเกลือและพริกไทย ใส่ลงในถาดแป้งสาลี คลุกให้ทั่วนำไปชุบไข่ แล้วคลุกเกล็ดขนมปังสดให้ทั่ว ตบเบาๆให้เกล็ดขนมปังติด อย่ากดเกล็ดขนมปังมากเพราะจะไม่ฟูกรอบเวลาทอด จากนั้นใส่ลงทอดในกระทะนํ้ามันร้อน (อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส) ทดสอบโดยใส่เกล็ดขนมปังลงไปแล้วฟูมีสีเหลือง พอเหลืองกลับอีกด้าน ทอดนานประมาณ 3-5 นาที ตักขึ้นวางบนตะแกรงให้สะเด็ดนํ้ามัน 4. วิธีจัดเสิร์ฟ ตักข้าวสวยญี่ปุ่นใส่ครึ่งจาน แล้ววางผักดอง ตกแต่งด้วยพาร์สเลย์บนข้าวเล็กน้อย คีบหมูทอดทงคัตสึ 3 ชิ้น วางเรียง ตักแกงกะหรี่ราดเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียง ซอสทงคัตสึ นํ้าสลัดงากะหลํ่าปลี ผักสด งาคั่วพร้อมอุปกรณ์การบด   สูตรอาหารโดย เยาวภา ขวัญดุษฎี         08.03.2018 RECIPE

ทาโก้ปลา 1. ทำเม็กซิกันสลอว์โดยแช่กะหล่ำปลีและกะหล่ำปลีม่วงในน้ำเย็นจัด นาน 15 นาที สงขึ้นซับบนกระดาษทิชชู่ให้แห้ง ใส่กะหล่ำปลี น้ำส้มสายชูหมักจากไวน์ขาว เกลือ และพริกไทย ในอ่างผสม เคล้าเบาๆให้เข้ากัน เตรียมไว้ 2. ทำซัลซาโดยผสมเครื่องปรุงทั้งหมดในอ่างผสม ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย เคล้าเบาๆให้เข้ากัน เตรียมไว้ 3. ทำซาวร์ครีมผักชีโดยใส่เครื่องปรุงทั้งหมดลงในโถปั่น ปั่นให้เนียนเข้ากัน ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย ตักใส่ชาม เตรียมไว้ 4. ทำปลาทอดโดยซับเนื้อปลาเบาๆด้วยกระดาษทิชชูให้แห้ง เคล้าเนื้อปลากับแป้งสาลีบางๆพอทั่ว เขย่าแป้งส่วนเกินออก ชุบไข่และเกล็ดขนมปังตามลำดับ ทำซ้ำอีกครั้ง (ชุบแป้ง ไข่ และเกล็ดขนมปัง อย่างละ 2 รอบ) เรียงใส่ถาด นำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องแช่แข็งนาน 10 นาที เพื่อให้เซตตัว 5. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง พอน้ำมันร้อน (ทดสอบโดยใส่เกล็ดขนมปังลงไปแล้วมีฟองอากาศรอบๆและแป้งลอยฟูขึ้น) ใส่ปลาลงทอดจนสุกเหลือง ตักใส่ตะแกรงพักให้สะเด็ดน้ำมัน 6. อุ่นแผ่นแป้งทอร์ทิญาก่อนเสิร์ฟโดยตั้งกระทะก้นแบนบนไฟกลาง (ไม่ต้องใส่น้ำมัน) พอกระทะร้อน ใส่แผ่นแป้งทอร์ทิญาลงจี่พอกรอบเหลือง ประมาณ 30 วินาที ตักขึ้นใส่จาน ทาซาวร์ครีมผักชีบนแผ่นแป้ง วางปลาทอด ซัลซา และเม็กซิกันสลอว์ ตกแต่งด้วยใบผักชี เสิร์ฟกับมะนาวหั่นเสี้ยว 08.03.2018 RECIPE

ข้าวหน้าเต้าหู้คัตสึด้ง 1. ทำน้ำซุปผักโดยล้างผักทั้งหมดให้สะอาด หั่นหัวไช้เท้าและแครอทเป็นแว่น หักข้าวโพดเป็นท่อน หั่นหอมใหญ่เป็นชิ้นใหญ่ๆ ใส่น้ำและผักในหม้อใบใหญ่ ตั้งบนไฟกลาง ปิดฝา พอน้ำเดือด ลดเป็นไฟอ่อน เคี่ยวจนน้ำซุปหอมหวาน ประมาณ 2 ชั่วโมง กรองเอาแต่น้ำซุปผักเก็บไว้ใช้ 2. เตรียมเต้าหู้โดยใช้กระดาษทิชชูซับน้ำบนเต้าหู้ออกพอแห้ง โรยเกลือ และพริกไทย ชุบเต้าหู้ในแป้งสาลีไข่ และเกล็ดขนมปัง ทำซอสอีกครั้ง เพื่อให้มีเปลือกกรอบเมื่อทอด เตรียมไว้ 3. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง พอน้ำมันร้อน (ทดสอบโดยใส่เกล็ดขนมปัง 1 ชิ้น แล้วฟูทันที มีฟองอากาศรอบๆ) ลดเป็นไฟกลางค่อนข้างอ่อน ใส่เต้าหู้ลงทอดจนเหลืองกรอบ ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน หั่นเต้าหู้ตามขวางเป็นชิ้นกว้าง ประมาณ 2 ซม. เตรียมไว้ 4. ทำซอสโดยใส่น้ำซุปผัก ซีอิ๊วญี่ปุ่น มิริน และน้ำตาลในกระทะ (ใช้กระทะใบเล็กที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางใกล้เคียงกับชามดงบุริที่ใช้จัดเสิร์ฟ ถ้าไม่มี จะใช้กระทะขนาดใหญ่กว่าก็ได้ แล้วใช้วิธีเอียงกระทะให้ซอสไหลมารวมกัน เมื่อจะใส่เต้าหู้ทอด) ตั้งไฟกลาง ใส่หอมใหญ่ ต้มพอหอมใหญ่สุกนุ่ม ใส่เต้าหู้ทอด ต้มประมาณ 15 วินาที พอให้ซอสซึมเข้าเต้าหู้บางส่วน เร่งเป็นไฟกลางค่อนข้างแรง ราดไข่ดิบที่ตีไว้ให้ทั่ว รอประมาณ 15 วินาที ให้ไข่กึ่งสุกกึ่งดิบ (หรือรอนานกว่านี้ให้ไข่สุกตามระดับที่ชอบ) ปิดไฟ ยกกระทะเทราดบนชามข้าวสวยญี่ปุ่นตกแต่งด้วยต้นหอม เสิร์ฟพร้อมซุปมิโสะและสลัดผัก 08.03.2018 RECIPE

ปลาชิชาโมะคลุกเกล็ดขนมปังทอด 1. ทำน้ำจิ้มโดยผสมมิริน ซีอิ๊วญี่ปุ่น ซอสทงคัตสึ น้ำตาล และหัวไช้เท้า เข้าด้วยกันในถ้วยจนน้ำตาลละลาย พักไว้ 2. ผสมซีอิ๊วขาว ขิง และน้ำตาล ให้เข้ากัน ใส่ปลาลงคลุกเคล้าให้เข้ากันทั่ว หมักในตู้เย็นช่องธรรมดานาน 15 นาที 3. คลุกปลาที่หมักกับแป้งสาลีให้ทั่ว แล้วชุบไข่แดงที่ผสมกับไข่ขาวให้ทั่ว จากนั้นคลุกเกล็ดขนมปังจนทั่ว ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางจนร้อน ใส่ปลาลงทอดครั้งละจำนวนเท่าๆกันจน สุกเหลืองทั่ว (เพื่อให้น้ำมันมีอุณหภูมิเท่าๆกันทุกครั้งที่ทอด) ตักขึ้นวางบนกระดาษซับน้ำมัน ทอดจนหมด 4. จัดปลาทอดใส่ถ้วย เสิร์ฟร้อนๆกับน้ำจิ้ม เคล็ดลับ ปลาชิชาโมะหรือปลาไข่ เพราะมีไข่อยู่ในท้องจำนวนมาก เป็นปลาขนาดเล็กมีน้ำหนักตัวประมาณ 1 ขีด   เคล็ดลับ การทอด คือ ไข่ที่ใช้ชุบปลาทอดควรมีปริมาณไข่แดงมากกว่าไข่ขาว หรือบางตำรับใช้แต่ไข่แดง เลือกไข่สดใหม่ เนื้อไข่จะข้นติดดี   สูตรอาหารโดย เยาวภา ขวัญดุษฎี 08.03.2018 RECIPE

ปลาเทราต์ทอดกับทาร์ทาร์ซอส 1.ทำมายองเนสโดยผสมน้ำส้มสายชู เกลือ พริกไทย ดิจองมัสตาร์ด และน้ำตาล เข้าด้วยกันในถ้วย คนจนน้ำตาลละลาย พักไว้ จากนั้นตีไข่แดงในอ่างแก้วด้วยตะกร้อจนเป็นสีครีมนวล ใส่น้ำมันมะกอกสลับกับน้ำส้มสายชู ตีต่อจนหมด (จบด้วยน้ำมัน) ตักใส่ถ้วย พักไว้ 2.ทำทาร์ทาร์ซอสโดยผสมมายองเนส ครีมเปรี้ยว ผักดอง หอมใหญ่ เกลือ และน้ำมะนาว เข้าด้วยกันในถ้วย พักไว้ (มายองเนสที่เหลือเก็บในตู้เย็นช่องธรรมดา) 3.ขอดเกล็ดปลา ควักเหงือกและไส้ออก ล้างแล้วซับให้แห้งแล่เนื้อปลาทั้งสองด้าน โรยเกลือและพริกไทยให้ทั่ว จากนั้นคลุกแป้งสาลีจนทั่ว แล้วชุบไข่แดงที่ผสมกับไข่ขาวให้ทั่ว จากนั้นคลุกเกล็ดขนมปังจนทั่ว ใส่เนื้อปลาลงทอดทีละชิ้น ในกระทะน้ำมันร้อนด้วยไฟกลางจนเหลืองทั่ว ตักขึ้นวางบนกระดาษซับน้ำมัน ทอดจนหมด ราดปลาทอดด้วยเนยละลายชิ้นละ 2 ช้อนโต๊ะ 4.จัดปลาทอดใส่จานที่รองด้วยผักกาดแก้ว เสิร์ฟร้อนๆกับทาร์ทาร์ซอส   เคล็ดลับ ปลาเทราต์ เนื้อซุยนุ่มชุ่มมันปลา ตัวหนึ่งมีน้ำหนักประมาณ 2 ขีด มีขายในซุปเปอร์มาร์เกตบางแห่ง เพียงทาเนยและเกลือ ทอดแบบแพนฟราย (ดาดกระทะ) เนื้อจะสุกหวานอร่อย หรือแล่เนื้อแล้วคลุกเกล็ดขนมปังทอด เนื้อปลาจะชุ่มมันหวาน กินกับซอสอร่อย   สูตรอาหารโดย เยาวภา ขวัญดุษฎี 08.03.2018 RECIPE

ปลาก้อนทอดราดซอสขาว 1. ทำซอสขาวโดยผัดเนยกับหอมใหญ่ในกระทะด้วยไฟอ่อน จนสุกใสและมีกลิ่นหอม ใส่แป้งสาลี ผัดด้วยตะกร้อจนเข้ากันทั่วและมีกลิ่นหอม ใส่นมสด ผัดต่อจนเข้ากันดี ปรุงรสด้วย เกลือและพริกไทย ปิดไฟ ตักใส่ถ้วย พักไว้ 2. ขอดเกล็ดปลา ผ่าท้องควักไส้ออก ล้างให้สะอาด ใส่ตะแกรง พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ หรือซับน้ำให้แห้ง แล่เนื้อปลาทั้งสองด้าน ใส่จาน พักไว้ 3. นำเนื้อปลาใส่จานสำหรับนึ่ง นำไปนึ่งในชั้นลังถึงบนหม้อน้ำเดือดด้วยไฟแรงจนสุก พักไว้ พอเย็นยีเนื้อปลาในอ่างผสมให้ละเอียด ใส่มันฝรั่งบด เกลือ พริกไทย ซอสปรุงรส ขึ้นฉ่าย และไข่ไก่ครึ่งหนึ่ง นวดให้เข้ากัน แบ่งเป็นก้อน ก้อนละ 50 กรัม ปั้นเป็นก้อนกลมยาว เรียงใส่ถาด ทำจนหมด จากนั้นชุบไข่ที่เหลือให้ทั่ว แล้วคลุกเกล็ดขนมปังจนทั่ว ใส่ปลาก้อนลงทอดทีละชิ้นในกระทะน้ำมันร้อนด้วยไฟกลางจนเหลืองทั่ว ตักขึ้นวางบนกระดาษซับน้ำมัน ทอดจนหมด 4. จัดใส่จาน เสิร์ฟกับซอสขาวและผักผัดเนย   เคล็ดลับ ปลาตาเดียวเป็นปลาที่มีตาอยู่ข้างเดียว ลำตัวเป็นสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ตัวแบน ปากกว้าง น้ำหนักประมาณ 300 กรัมขึ้นไป เนื้อกำลังกิน เมื่อนำมานึ่งแล้วทำปลาก้อนทอดเนื้อจะฟูนุ่ม กินกับซอสขาวอร่อย   สูตรอาหารโดย เยาวภา ขวัญดุษฎี 08.03.2018 RECIPE

นักเก็ตปลาสองสี 1. ล้างเนื้อปลาทั้งสองชิ้น ซับน้ำให้แห้ง แล่เอาหนังปลาออก หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาด 1 นิ้ว ใส่ลงในอ่างผสม ใส่เกลือ น้ำตาล และพริกไทยดำ คลุกเคล้าให้ทั่ว หมักในตู้เย็นช่องธรรมดานาน 15 นาที 2. ทำค็อกเทลซอสโดยผสมมายองเนส ซอสมะเขือเทศ ซอสพริก เข้าด้วยกันในถ้วย พักไว้ 3. ทำแป้งชุบทอดโดยตีไข่กับน้ำเข้าด้วยกันในอ่างผสมด้วยตะกร้อ นำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องแช่แข็งจนเย็นจัด นำออกมาใส่แป้งสาลี แป้งข้าวเจ้า ผงฟู และเกลือ คนด้วยตะกร้อจนเข้ากันดี แป้งจะมีลักษณะข้นชุบติด เตรียมไว้ 4. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางให้ร้อน ชุบเนื้อปลาทั้งสองชนิดลงในแป้งชุบทอดให้ติดทั่ว ใส่ลงทอดครั้งละจำนวนชิ้นเท่าๆกันทุกครั้งที่ทอดจนเนื้อปลาสุกและแป้งมีสีเหลือง (เพื่อ ให้น้ำมันมีอุณหภูมิเท่าๆกันทุกครั้งที่ทอด) ตักขึ้นวางบนกระดาษซับน้ำมัน 5. จัดใส่จาน ตกแต่งด้วยโรสแมรีและเลมอนหั่นเสี้ยว เสิร์ฟกับค็อกเทลซอส   เคล็ดลับ เนื้อปลาชุบแป้งทอด แป้งช่วยเคลือบให้เนื้อปลาสุกหวาน เคล็ดลับคือการนำไข่ที่ตีกับน้ำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องแช่แข็งจนเย็นจัด ใส่แป้งสาลี แป้งข้าวเจ้า ผงฟู และเกลือ ผสมพอข้นดีแล้วต้องชุบแล้วทอดทันที แป้งจะฟูและกรอบ   สูตรอาหารโดย เยาวภา ขวัญดุษฎี 08.03.2018 RECIPE

บอลปลาทูน่า 1. ล้างมันฝรั่ง ผ่าครึ่งหัวตามขวาง ต้มมันฝรั่งทั้งเปลือกใน หม้อน้ำเดือดด้วยไฟกลางจนสุกนุ่ม ลอกเอาเปลือกออกแล้วหั่นชิ้นใส่ลงในอ่างผสม บดให้ละเอียด ใส่เนื้อปลาทูน่าที่ยีเป็นชิ้นเล็ก ผสมให้เข้ากันทั่ว ใส่พริกชี้ฟ้า หอมแดง พาร์สเลย์ ต้นหอม ออริกาโน พริกไทย เกลือ และเนยสด ผสมอีกครั้ง จนเข้ากันทั่ว 2. ปั้นส่วนผสมเป็นก้อนกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้ว (ก้อนละ 20 กรัม) จะได้ทั้งหมด 17 ก้อน นำไปคลุกกับแป้งสาลีเบาๆพอทั่ว ชุบไข่ และคลุกเกล็ดขนมปังอีกครั้งให้ทั่ว ใส่ลงทอดครั้งละจำนวนชิ้นเท่าๆกันในกระทะน้ำมันร้อนด้วยไฟกลางพอสุกเหลืองทั่ว (เพื่อให้น้ำมันมีอุณหภูมิเท่าๆกันทุกครั้งที่ทอด) ตักขึ้นวางบนกระดาษซับน้ำมัน ทอดจนหมด 3. จัดใส่จานที่ตกแต่งด้วยผักกาดแก้ว ผักกาดออร์กเขียว ผักกาดหอมสีม่วง พาร์สเลย์ และมะเขือเทศเชอร์รี เสิร์ฟกับซอสพริก   เคล็ดลับ ปลาทูน่ากระป๋องมีขายทั้งในน้ำมันพืช น้ำเกลือ และน้ำแร่ แต่ละชนิดมีรสดี กลิ่นหอม เลือกใช้ตามความต้องการ เมื่อเปิดกระป๋องแล้วใช้ไม่หมดให้เทใส่ภาชนะอื่นแล้วปิดฝาเก็บแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดา   สูตรอาหารโดย เยาวภา ขวัญดุษฎี 08.03.2018 RECIPE

Cheesy Fries 1. เตรียมซอสชีสโดยตั้งหม้อใส่เนยบนไฟกลาง พอร้อนและเนยละลาย ใส่แป้งลงผัดให้เข้ากัน ผัดให้เดือดอ่อนๆนาน 2 นาทีจนแป้งสุก ค่อยๆเทนมลงผสม คนให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว เมื่อเดือดและซอสมีลักษณะข้น ใส่ชีส คนให้ชีสละลายและซอสเข้ากันปรุงรสด้วยผงปาปริก้า เกลือ และพริกไทยดำ ปิดไฟ พักไว้ 2. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางให้ร้อน อุณหภูมิประมาณ 180-190 องศาเซลเซียสใส่เฟรนช์ฟรายส์ลงทอด ค่อยๆทอดให้เหลืองและกรอบ ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน 3. ใส่เฟรนช์ฟรายส์ในอ่างผสม ใส่เกลือและพริกไทยดำป่นตามชอบ เคล้าให้เข้ากัน ตักใส่ภาชนะสำหรับจัดเสิร์ฟ ราดด้วยซอสชีสอุ่นๆ โรยหน้าด้วยเบคอนกรอบ และพาร์สเลย์สับละเอียด เสิร์ฟร้อนๆ   CHEF SAYS • เลือกใช้เฟรนช์ฟรายส์ชิ้นใหญ่หน่อยนะครับ เวลาทอดออกมาจะได้กรอบด้านนอกแต่ด้านในยังนุ่มชุ่มฉ่ำอยู่ 08.03.2018 RECIPE