Found 208 results for Tag : ต้ม

หมูกรอบ 1. ล้างหมูสามชั้นให้สะอาดซับให้แห้ง ใส่น้ำลงในกระทะก้นลึก (แค่พอให้ท่วมชั้นหนังหมู) ตามด้วยเกลือสมุทร ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง พอน้ำเริ่มเดือด วางตะแกรงลงในกระทะ (ตะแกรงต้องจมน้ำ) วางหมูสามชั้นลงบนตะแกรงในกระทะโดยเอาด้านหนังลง ต้มประมาณ 15 นาทีหรือจนหนังหมูสุก ตักขึ้น พักไว้ให้คลายร้อนเล็กน้อย 2. ใช้เหล็กปลายแหลมหรือส้อมจิ้มหนังหมูให้ทั่ว ใช้มีดบั้งด้านหนังเป็นเส้นตามยาวเท่าๆกัน ทาเกลือสมุทรและน้ำส้มสายชูเฉพาะด้านหนังให้ทั่ว วางบนตะแกรง นำไปตากแดดประมาณ 6 ชั่วโมงจนหนังหมูแห้งแข็ง หรือห่อชิ้นหมูสามชั้นด้วยแผ่นอะลูมิเนียมฟอยด์โดยเปิดด้านหนังไว้ วางในถาดอบ นำไปอบในเตาอบไฟบน-ล่างอุณหภูมิค 80-100 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 3-4 ชั่วโมง 3. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง พอน้ำมันเริ่มร้อน นำหมูสามชั้นด้านหนังลงทอดโดยใช้ตะแกรงรองหรือใช้ที่คีบคีบชิ้นหมูไว้เพื่อไม่ให้ด้านหนังสัมผัสกับก้นกระทะ ทอดจนหนังพองกรอบฟูสีเหลืองสวย เอาตะแกรงออก พลิกกลับอีกด้าน ทอดต่อให้ด้านเนื้อสุกเหลือง ตักขึ้น พักให้สะเด็ดน้ำมัน 4. หั่นหมูกรอบเป็นชิ้นพอดีคำ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มแจ่ว น้ำจิ้มซีฟู้ด และผักสด 25.07.2019 RECIPE

ข้าวต้มกรกต 1. ทำน้ำซุปไก่โดย ล้างโครงไก่ให้สะอาด ใส่ในหม้อน้ำยกขึ้นตั้งไฟกลาง พอเดือด ลดเป็นไฟอ่อนเปิดฝา ต้มต่อประมาณ 2 ชั่วโมง ระหว่างเคี่ยวหมั่นช้อนฟองทิ้งจนน้ำซุปใส กรองเอาแต่น้ำซุปไก่ใส่หม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง แกะแยกเนื้อปูม้านึ่งใส่ถ้วยไว้ โดยเก็บกระดองและเปลือกปูที่แกะไว้ใส่ลงในหม้อน้ำซุปไก่ ตามด้วยหอมใหญ่ผ่าครึ่ง รากผักชี กระเทียมไทย และพริกไทยขาว พอเดือดลดเป็นไฟอ่อน เคี่ยวนาน 30 นาที กรองเอากากออก พักไว้ 2. หุงข้าวต้มโดยใส่ข้าวสารหอมมะลิและน้ำลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟกลาง ต้มเคี่ยวไปเรื่อยๆระหว่างต้มหมั่นคนไม่ให้ข้าวติดก้นหม้อ ต้มจนเม็ดข้าวสุกบานพอดี ปิดไฟ ยกลง  3. ทำน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวโดยโขลกหรือบดเต้าเจี้ยวในครกให้พอหยาบ ใส่พริกขี้หนูสับหยาบ ขิงแก่สับหยาบและน้ำ ปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายและน้ำมะนาว คนให้เข้ากัน ชิมรส  4. จัดเสิร์ฟโดยแบ่งน้ำซุปใส่หม้อตั้งบนไฟกลาง ใส่ข้าวที่ต้มไว้ โดยสัดส่วนน้ำซุป1 ถ้วยต่อข้าว 1 ทัพพี ต้มพอเดือด ปรุงรสด้วยน้ำปลาตามชอบ โรยด้วยขึ้นฉ่ายและผักชีซอย คนให้เข้ากัน ปิดไฟ ตักใส่ถ้วย ตักเนื้อปูที่แกะไว้วางด้านบน โรยกระเทียมเจียวและพริกไทยดำป่น เสิร์ฟทันที 04.07.2019 RECIPE

โอเด้ง 1. ทำน้ำซุปโอเด้งโดย ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆเช็ดแผ่นสาหร่ายคอมบุให้สะอาด นำไปแช่ในหม้อน้ำประมาณ 30 นาที เมื่อครบเวลา ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง พอน้ำเริ่มเดือด (สังเกตเห็นฟองอากาศเล็กๆ) ตักสาหร่ายคอมบุออก ใส่ปลาโอแห้ง ลดเป็นไฟอ่อนต้มต่อ 10 นาที ใช้กระชอนตาถี่ตักปลาโอแห้งออกให้หมด ปรุงรสด้วยซีอิ๊วญี่ปุ่น น้ำตาลทราย มิริน สาเก และเกลือสมุทร พอเดือด ใส่หัวไชเท้าและเห็ดหอมลงต้ม ปิดฝา ตุ๋นทิ้งไว้ 2. ระหว่างเคี่ยวน้ำซุปนำลูกชิ้นปลา ชิกุวะ และแผ่นเต้าหู้ทอดเสียบไม้ หั่นคอนยักกี้เป็นชิ้นสามเหลี่ยม เตรียมไว้  3. เมื่อหัวไชเท้าเริ่มนิ่มใส ใส่คอนยักกี้ ตามด้วยลูกชิ้นปลา ชิกุวะ และแผ่นเต้าหู้ทอดที่เสียบไม้ลงต้ม รอจนดูดน้ำซุปและพองตัวขึ้น ใส่ผักกาดบ๊อกฉ่อยลงต้มให้พอสลด ปิดไฟ 4. ตักโอเด้งใส่ถ้วย เสิร์ฟพร้อมไข่ต้มซีอิ๊วญี่ปุ่น 28.06.2019 RECIPE

ข้าวต้มลูกเดือย 1. ทำดาชิโดยใส่น้ำกับปลาโอแห้งลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางจนเดือดเล็กน้อยกรองเอาแต่น้ำ พักไว้ 2. ซาวข้าวแต่ละชนิด แล้วพักในตะแกรงให้สะเด็ดน้ำ 3. ใส่ดาชิลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางใส่ข้าวมันปู ต้มสักครู่ ใส่ข้าวเหนียว ตามด้วยข้าวกล้อง คนให้เข้ากันทั่ว ต้มจนข้าวทั้งหมดสุกบานและน้ำข้าวข้น ใส่ลูกเดือยต้ม คนให้ทั่ว จึงละลายมิโสะกับดาชิเล็กน้อยในถ้วย เทใส่ลงในหม้อข้าวต้ม ใส่เกลือเล็กน้อย คนให้เข้ากันทั่ว พอเดือดอีกครั้ง ใส่เห็ดเออรินจิ และเห็ดฟาง ต้มพอสุก ปิดไฟ 4. ตักใส่ถ้วย โรยสาหร่ายวาคาเมะและต้นหอมญี่ปุ่นซอย เสิร์ฟร้อนๆ 24.06.2019 RECIPE

เปียกลูกเดือยใบเตยหอมมะพร้าวอ่อน 1. ล้างลูกเดือยด้วยน้ำเกลือเจือจาง แล้วล้างด้วยน้ำจนสะอาด จากนั้นแช่ลูกเดือยในอ่างให้น้ำท่วมพร้อมกับใส่ถ่านหุงต้ม 1 ก้อนเล็กลงไป ถ่านจะช่วยดูดกลิ่นและลดสารจากการเพาะปลูก แช่นาน 1 คืน รุ่งเช้าเอาก้อนถ่านออกและเทน้ำทิ้ง แล้วล้างน้ำจนสะอาด นำลูกเดือยที่แช่ใส่ลงในหม้อ ใส่น้ำต้มด้วยไฟกลางค่อนข้างอ่อน เติมน้ำระหว่างต้มไปเรื่อยๆ จะช่วยให้ลูกเดือยสุกนุ่มเร็วต้มนานประมาณ 1 ชั่วโมง จนสุกนุ่มนำไปล้างน้ำเย็น ใส่พักในตะแกรงให้สะเด็ดน้ำ 2. ทำหัวกะทิสำหรับหยอดหน้าโดยใส่หัวกะทิลงในหม้อ ใส่เกลือ ยกขึ้นตั้งบนไฟอ่อน หมั่นคนจนเดือด ชิมรสพอเค็มปะแล่มละลายแป้งมันและแป้งเท้ายายม่อมกับน้ำเล็กน้อย ค่อยๆเทใส่ คนพอข้นและเดือด ปิดไฟ 3. ต้มน้ำใบเตยกับน้ำมะพร้าวอ่อนในหม้อด้วยไฟกลางจนเดือด ใส่ลูกเดือยลงต้มจนสุกนุ่ม ใส่น้ำตาลกรวด เนื้อมะพร้าวอ่อนชิมรสพอให้มีรสหวานอ่อนๆ ละลายแป้งมันและแป้งเท้ายายม่อมกับน้ำเล็กน้อยใส่ คนให้ข้นเหนียว ปิดไฟ 4. ตักใส่ถ้วย หยอดหน้าด้วยหัวกะทิ เสิร์ฟ 24.06.2019 RECIPE

ธัญพืชในน้ำลูกเดือย 1. ทำน้ำลูกเดือยโดยล้างลูกเดือยด้วยน้ำเกลือเจือจาง แล้วล้างด้วยน้ำจนสะอาด จากนั้นแช่ลูกเดือยในอ่างให้น้ำท่วมพร้อมกับใส่ถ่านหุงต้ม 1 ก้อนเล็กลงไป ถ่านจะช่วยดูดกลิ่นและลดสารจากการเพาะปลูก แช่นาน 1 คืน รุ่งเช้าเอาก้อนถ่านออกและเทน้ำทิ้งแล้วล้างน้ำจนสะอาด นำลูกเดือยที่แช่ใส่ลงในโถปั่น ใส่น้ำ 4 ถ้วย ปั่นเข้าด้วยกันจนละเอียด จึงใส่น้ำที่เหลือ ปั่นต่อจนละเอียดเข้ากันดี กรองด้วยกระชอนเอาแต่น้ำ 2. ทำน้ำนมถั่วเหลือง (น้ำเต้าหู้) โดยล้างถั่วเหลืองด้วยน้ำเกลือเจือจาง แล้วล้างด้วยน้ำจนสะอาด จากนั้นแช่ถั่วเหลืองในอ่างให้น้ำท่วมพร้อมกับใส่ถ่านหุงต้ม 1 ก้อนเล็กลงไปถ่านจะช่วยดูดกลิ่นและช่วยลดสารเคมีจากยาฆ่าแมลง แช่นานประมาณ 6 ชั่วโมง หรือนาน 1 คืน รุ่งเช้าเอาถ่านออกและเทน้ำทิ้ง แล้วบี้เปลือกที่หุ้มเมล็ดออกให้หมด ล้างน้ำจนสะอาดนำถั่วเหลืองที่แช่ใส่ลงในโถปั่น ใส่น้ำ 6 ถ้วย ปั่นเข้าด้วยกันจนละเอียด จึงใส่น้ำที่เหลือปั่นต่อจนละเอียดเข้ากันดี กรองด้วยกระชอนเอาแต่น้ำ 3.  ใส่น้ำลูกเดือยกับน้ำนมถั่วเหลืองลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางค่อนข้างอ่อน ใส่ใบเตย ระหว่างต้มหมั่นคนไม่ให้ติดก้นหม้อใส่น้ำตาลกรวด ต้มจนน้ำตาลละลายและเดือดปิดไฟ พักไว้ให้เย็น 4. ตักใส่ถ้วย ใส่เฉาก๊วย ลูกเดือยต้ม และเมล็ดแมงลัก เสิร์ฟ 24.06.2019 RECIPE

ซุปเห็ดน้ำลูกเดือย 1. ทำน้ำลูกเดือยโดยล้างลูกเดือยด้วยน้ำเกลือเจือจาง แล้วล้างด้วยน้ำจนสะอาดจากนั้นแช่ลูกเดือยในอ่างให้น้ำท่วมพร้อมกับใส่ถ่านหุงต้ม 1 ก้อนเล็กลงไป ถ่านจะช่วยดูดกลิ่นและลดสารจากการเพาะปลูก แช่นาน 1 คืน รุ่งเช้าเอาก้อนถ่านออกและเทน้ำทิ้งแล้วล้างน้ำจนสะอาด นำลูกเดือยที่แช่ใส่ลงในโถปั่น ใส่น้ำ 4 ถ้วย ปั่นเข้าด้วยกันจนละเอียด จึงใส่น้ำที่เหลือ ปั่นต่อจนละเอียดเข้ากันดี กรองด้วยกระชอนเอาแต่น้ำ 2. ทำน้ำนมถั่วเหลือง (น้ำเต้าหู้) โดยล้างถั่วเหลืองด้วยน้ำเกลือเจือจาง แล้วล้างด้วยน้ำจนสะอาด จากนั้นแช่ถั่วเหลืองในอ่างให้น้ำท่วมพร้อมกับใส่ถ่านหุงต้ม 1 ก้อนเล็กลงไป ถ่านจะช่วยดูดกลิ่นและช่วยลดสารเคมีจากยาฆ่าแมลง แช่นานประมาณ 6 ชั่วโมง หรือนาน 1 คืน รุ่งเช้าเอาถ่านออกและเทน้ำทิ้ง แล้วบี้เปลือกที่หุ้มเมล็ดออกให้หมด ล้างน้ำ จนสะอาดนำถั่วเหลืองที่แช่ใส่ลงในโถปั่น ใส่น้ำ 6 ถ้วย ปั่นเข้าด้วยกันจนละเอียด จึงใส่น้ำที่เหลือปั่นต่อจนละเอียดเข้ากันดี กรองด้วยกระชอนเอาแต่น้ำ 3. ตั้งกระทะก้นตื้นบนไฟกลางจนร้อน ใส่น้ำมันมะกอก พอร้อนใส่หอมใหญ่ลงผัดจนใสและสุกนุ่ม ใส่เห็ดฟาง ผัดจนสุก ใส่น้ำซุปผัก น้ำลูกเดือย และน้ำนมถั่วเหลือง (น้ำเต้าหู้) ผัดจนทั่ว ปิดไฟ พักไว้ให้อุ่น ปั่นจนละเอียดเข้ากันดี เทใส่กระทะใบเดิม ตั้งบนไฟกลางค่อนข้างอ่อน ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยดำปริมาณตามชอบ ปิดไฟ 4. ตักใส่ถ้วย ตกแต่งด้วยพาร์สเลย์ เห็ดชิเมจิผัดเนย และน้ำลูกเดือยผสมน้ำดอกอัญชัน เสิร์ฟพร้อมขนมปังขาไก่โฮลวีต 20.06.2019 RECIPE

น้ำถั่ว 5 สี ผสมน้ำลูกเดือย 1. ล้างถั่วแต่ละชนิดและลูกเดือยในอ่างอย่างละใบด้วยน้ำเกลือเจือจาง แล้วล้างด้วยน้ำจนสะอาด จากนั้นแช่ถั่วแต่ละชนิดและลูกเดือยในอ่างอย่างละใบให้น้ำท่วมพร้อมกับใส่ถ่านหุงต้ม 1 ก้อนเล็กลงไป ถ่านจะช่วยดูดกลิ่นและลดสารจากการเพาะปลูก แช่นาน 1 คืน รุ่งเช้าเอาก้อนถ่านออกและเทน้ำทิ้ง แล้วล้างน้ำจนสะอาด ส่วนถั่วเหลืองกับถั่วขาวต้องบี้เปลือกที่หุ้มเมล็ดออกให้หมด 2. ปั่นถั่วแต่ละชนิดและลูกเดือยที่แช่โดยใส่ถั่วเขียวที่แช่ลงในโถปั่น ใส่น้ำ 1 ถ้วย ปั่นเข้าด้วยกันจนละเอียด จึงใส่น้ำอีก 1 ถ้วย ปั่นต่อจนละเอียดเข้ากันดี จึงนำไปกรองด้วยกระชอนเอาแต่น้ำ ถั่วที่เหลือและลูกเดือยที่แช่ ก็ปั่นกับน้ำในปริมาณที่เท่าถั่วเขียว แล้วกรองเอาแต่น้ำเช่นเดียวกัน เตรียมไว้ 3. ใส่น้ำถั่วแต่ละชนิดและน้ำลูกเดือยที่กรองลงในหม้อรวมกัน ใส่น้ำอีก 1 ถ้วย คนให้เข้ากัน ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางค่อนข้างอ่อน ใส่ใบเตย ระหว่างต้มหมั่นคนไม่ให้ติดก้นหม้อและหมั่นช้อนฟองออก ต้มนานประมาณ 1 ชั่วโมง จนน้ำถั่ว 5 สี ผสมน้ำลูกเดือยเดือดและมีลักษณะข้น ใส่เกลือ คนให้เข้ากันทั่ว ปิดไฟ 4. ตักใส่แก้ว โรยมูสลี ปรุงรสหวานด้วยน้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดงตามชอบ เสิร์ฟ 18.06.2019 RECIPE

แกงมะเขือพวงขาเห็ดหอมย่าง 1. ทำน้ำพริกแกงโดยโขลกพริกขี้หนูกับเกลือเข้าด้วยกันให้ละเอียด ใส่กระเทียม ข่า ตะไคร้ กระชาย ผิวมะกรูด และเต้าหู้ยี้ โขลกต่อจนละเอียดเข้ากันดี ตักใส่ถ้วย พักไว้ 2. ทำขาเห็ดหอมปรุงรสย่างโดยใส่ขาเห็ดหอมลงในอ่างผสม ใส่ซีอิ๊วขาว น้ำมันหอยเจ น้ำมันมะกอก และพริกไทยดำ เคล้าให้เข้ากันทั่วหมักไว้ในอุณหภูมิห้องนาน 15 นาทีขึ้นไป แล้วนำไปย่างในกระทะก้นตื้นด้วยไฟอ่อนจนสุกหอม ใส่ถ้วย พักไว้ 3. เคี่ยวหัวกะทิ ½ ถ้วย ในกระทะด้วยไฟอ่อนจนแตกมันเล็กน้อย ใส่น้ำพริกแกงที่โขลกผัดจนมีกลิ่นหอมและมีมันสีเขียวลอยหน้าเล็กน้อย ค่อยๆใส่หางกะทิจนหมด คนให้เข้ากันแล้วบุบมะเขือพวงพอแตกเล็กน้อยใส่ ต้มจนสุกจึงใส่ขาเห็ดหอมปรุงรสย่าง คนพอทั่ว ปรุงรสด้วยเกลือ คนอีกครั้งให้เข้ากัน ใส่หัวกะทิที่เหลือ ตามด้วยใบมะกรูด ปิดไฟ 4. ตักใส่ถ้วย ตกแต่งด้วยยอดโหระพา เสิร์ฟ 21.05.2019 RECIPE

แกงป่าเห็ด 1. ทำน้ำพริกแกงป่าโดยโขลกพริกขี้หนูแห้งกับเกลือเข้าด้วยกันให้ละเอียด ใส่ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด พริกไทย และกระเทียม โขลกต่อจนละเอียดเข้ากัน ใส่เต้าหู้ยี้ โขลกจนเข้ากันดีตักใส่ถ้วย พักไว้ 2. ตั้งกระทะน้ำมันมะกอกบนไฟอ่อนพอร้อนใส่น้ำพริกแกงป่าที่โขลก ผัดคั่วจนมีกลิ่นหอม ค่อยๆใส่น้ำจนหมด เร่งเป็นไฟกลางจนน้ำแกงเดือดจัด ใส่หัวปลี ต้มจนสุก ใส่เห็ดหูหนูดำ เห็ดนางฟ้าภูฏาน และเห็ดชิเมจิ พอเห็ดสุก ปรุงรสด้วยเกลือ และซีอิ๊วขาว พอเดือดอีกครั้งใส่มะเขือพวง และกระชาย พอมะเขือสุก ใส่พริกไทยอ่อน และใบกะเพรา คนพอทั่ว ปิดไฟ 3. ตักใส่ถ้วย ตกแต่งด้วยใบกะเพราและพริกชี้ฟ้าสีแดงหั่นเฉียง เสิร์ฟร้อนๆ 17.05.2019 RECIPE

ซุปแครอทพาร์สนิป 1. ทำน้ำสต๊อกไก่โดยควักเครื่องในออกจากโครงไก่ ล้างซี่โครงไก่จนสะอาด สับซี่โครงไก่เป็น 2 ท่อน ใส่ลงในหม้อ ใส่หอมใหญ่ แครอท เซเลอรี และช่อสมุนไพร ใส่น้ำ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง เมื่อน้ำสต๊อกเริ่มเดือดให้หมั่นช้อนฟองทิ้ง เพื่อให้น้ำสต๊อกใส เคี่ยวนาน 2 ชั่วโมง จนน้ำสต๊อกมีรสหวานจากซี่โครงไก่ 2. กรองน้ำสต๊อกผ่านกระชอนตาละเอียด เตรียมไว้ใช้ หรือนำเก็บเข้าตู้เย็นช่องแข็งได้นาน 3 เดือน 3. ทำซุปแครอทพาร์สนิปโดยตั้งหม้อเนยบนไฟกลาง ใส่หอมใหญ่ลงผัดจนสุกนุ่ม ใส่พาร์สนิป แครอท และมันฝรั่ง ผัดพอเข้ากัน ใส่น้ำสต๊อกไก่ เคี่ยวด้วยไฟกลางประมาณ 15 นาที จนผักทั้งหมดนุ่ม ปั่นซุปในโถปั่นจนเนื้อซุปละเอียด ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย ปิดไฟ 4. จัดเสิร์ฟโดยตักซุปใส่ถ้วย หยอดหน้าด้วยเครมเฟรช ตกแต่งด้วยช่อทาร์รากอน เสิร์ฟกับกรูตอง 14.05.2019 RECIPE

บัวลอยคัสตาร์ดทุเรียน 1. ทำไส้คัสตาร์ดทุเรียนโดยอุ่นนมสดจืด เนยสดชนิดจืด และเกลือสมุทรรวมกันในหม้อด้วยไฟอ่อน คนให้ละลายเข้ากันดี ปิดไฟ พักไว้ ตีไข่ไก่ น้ำตาลทราย นมผงและแป้งข้าวโพดรวมกันด้วยตะกร้อมือ ค่อยๆเทส่วนผสมนมลงในไข่ ใช้ตระกร้อมือคนเพื่อไม่ให้ไข่เป็นลิ่ม เทส่วนผสมกลับหม้อใบเดิมยกขึ้นตั้งไฟอ่อน ใส่เนื้อทุเรียนบด คนจนส่วนผสมข้นเป็นคัสตาร์ด ปิดไฟ เทลงถาดสี่เหลี่ยม เกลี่ยหน้าให้เรียบ ปิดด้วยพลาสติกแร็ป แช่ช่องแข็งนาน 3 ชั่วโมงหรือจนกว่าจะเซ็ตตัวแข็ง 2. ทำแป้งบัวลอยสีเขียวโดยนวดแป้งข้าวเหนียว แป้งมัน และน้ำใบเตยรวมกันในอ่างผสม จนแป้งเนียนไม่ติดมือ ปิดด้วยผ้าขาวบางชุบน้ำไม่ให้แป้งแห้ง พักไว้ (ทำแป้งบัวลอยสีเหลืองเช่นเดียวกับแป้งบัวลอยสีเขียว) ใช้มีดตัดไส้คัสตาร์ดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก 1.5x1.5 เซนติเมตร เด็ดแป้งบัวลอยเป็นชิ้นละประมาณ 10 กรัม แผ่แป้งออกเป็นแผ่นบาง วางคัสตาร์ดทุเรียนตรงกลาง หุ้มไส้ให้มิด ทำเช่นนี้จนหมด 3. ตั้งหม้อน้ำบนไฟกลาง รอให้เดือด ปรับเป็นไฟอ่อน ใส่บัวลอยลงต้ม รอจนกระทั่งแป้งลอย ทิ้งไว้สักครู่จึงช้อนแป้งบัวลอยขึ้น ใส่ลงในน้ำเชื่อมใส พักไว้ 4. ทำน้ำกะทิโดย ผสมหัวกะทิ น้ำตาลทราย  น้ำตาลมะพร้าว เกลือสมุทร และใบเตยมัดปม รวมกันในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟอ่อน เคี่ยวให้น้ำตาลละลาย พอร้อน ใส่เนื้อมะพร้าวขูดเส้นและเนื้อทุเรียน คนให้พอเข้ากัน ปิดไฟ 5. ตักแป้งบัวลอยที่ต้มไว้ใส่ถ้วย ราดด้วยน้ำกะทิ เสิร์ฟ 09.05.2019 RECIPE

แกงส้มมะรุมปลาช่อน 1. ตำน้ำพริกแกงส้มโดยโขลกพริกแห้งกับเกลือสมุทรเข้าด้วยกันให้ละเอียด ใส่กระเทียมไทย กระชาย โขลกต่อจนละเอียด ใส่หอมแดงและกะปิ โขลกให้ละเอียดเข้ากันดี ใส่เนื้อปลาช่อนโขลกให้เป็นเนื้อเดียวกัน ตักใส่ถ้วย พักไว้ 2. เคล้าชิ้นปลาช่อนกับเกลือเพื่อเอาเมือกและกลิ่นคาวออก ล้างน้ำ พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ 3. ต้มน้ำในหม้อด้วยไฟแรงจนเดือด ใส่น้ำพริกแกงส้มที่โขลกไว้ คนให้ละลาย ใส่มะรุมหั่นท่อนเคี่ยวจนมะรุมสุกนุ่ม ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลมะพร้าวและน้ำมะขามเปียก รอให้เดือดอีกครั้ง ใส่เนื้อปลาช่อน อย่าคนจนกว่าเนื้อปลาจะสุก ชิมรสให้ออกเปรี้ยว หวาน เค็ม ปิดไฟ 08.05.2019 RECIPE