Found 21 results for Tag : ฟักทอง

โรลฟักทองแครอท 1. ทำคัสตาร์ดครีมแครอทโดยใส่นมสดและแครอทลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟกลาง ระหว่างนั้นใช้ตระกร้อมือตีไข่แดง น้ำตาลทรายขาวและเกลือป่นรวมกันจนสีอ่อนลง ใส่แป้งข้าวโพด คนให้เข้ากัน พอแครอทเริ่มนิ่ม ปิดไฟ เทส่วนผสมในหม้อใส่เครื่องปั่น ปั่นส่วนผสมนมจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน ค่อยๆเทส่วนผสมนมลงในส่วนผสมไข่แดง คนให้เข้ากัน เทกลับลงหม้อ ยกตั้งบนไฟกลาง กวนจนส่วนผสมข้น ปิดไฟ ใส่เนยสดชนิดจืดและแครอทหั่นเต๋านึ่งสุก คนให้เข้ากัน เทใส่อ่างผสมปิดพลาสติกแร็ป พักไว้ให้เย็น 2. ทำเค้กโรลโดยอุ่นเตาอบไฟบนล่างที่อุณหภูมิ 190 องศาเซลเซียสและปูกระดาษไขด้านในถาดอบ เตรียมไว้ ใส่เนื้อฟักทองนึ่ง น้ำมันพืชและน้ำลงในเครื่องปั่น ปั่นจนส่วนผสมเป็นเนื้อเดียวกัน ใช้ตระกร้อมือตีไข่แดงและน้ำตาลทรายขาว 20 กรัม รวมกันจนสีอ่อนลง เทส่วนผสมฟักทองปั่นลงในอ่างไข่แดง ผสมให้เข้ากันด้วยตะกร้อมือ ใส่แป้งเค้กที่ร่อนไว้ลงไป คนเบาๆให้เข้ากันจนแป้งไม่เป็นเม็ด พักไว้ 3. ตีไข่ขาวในอ่างผสมด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าความเร็วปานกลางจนเริ่มเป็นฟองหยาบๆ ค่อยๆใส่น้ำตาลทรายขาว 40 กรัม ทีละน้อยจนหมด ตีจนไข่ขาวตั้งยอดอ่อนและมันวาว แบ่งไข่ขาว1/3 ส่วนลงตะล่อมกับส่วนผสมไข่แดงจนเข้ากัน เททั้งหมดกลับลงในอ่างไข่ขาวที่เหลือตะล่อมจนเป็นเนื้อเดียวกัน เทเนื้อเค้กลงในถาดอบ ใช้พายยางเกลี่ยส่วนผสมให้เรียบเสมอกัน นำเข้าอบประมาณ 10 นาทีหรือจนเค้กสุก (ทดสอบโดยใช้ไม้ปลายแหลมจิ้มแล้วไม่มีเนื้อเค้กติดขึ้นมา) นำเค้กออกจากเตาอบคว่ำลงบนตะแกรง ลอกกระดาษไขออกทันที วางกระดาษไขบนเค้กเหมือนเดิม พักเค้กไว้จนเย็นสนิท 4. ทำคัสตาร์ดครีมแครอทต่อโดยตีวิปปิ้งครีมในอ่างผสมด้วยตะกร้อมือจนขึ้นฟูตั้งยอดแข็ง ตะล่อมวิปปิ้งครีมกับคัสตาร์ดข้อ 1ให้เข้ากัน พักไว้ 5. ประกอบโรลเค้กโดยนำตะแกรงประกบเนื้อเค้กพลิกเอาด้านที่เป็นสีน้ำตาลขึ้นด้านบน ปาดครีมคัสตาร์ดให้ทั่วเนื้อเค้ก หนาประมาณ 2 มม. วางไม้คลึงแป้งด้านล่างขอบกระดาษไข ประครองเนื้อเค้กขึ้นแล้วม้วนไปด้านหน้า ม้วนเค้กเป็นโรลกลมแน่น โดยดึงกระดาษไขล่างไปด้านหน้าแล้วใช้ไม้บรรทัดสอดใต้โรลดันม้วนเค้กเข้าหาตัวให้แน่น ม้วนปิดด้านข้างให้มิดชิด นำเค้กโรลแช่ในช่องแช่เย็นนาน 1-2 ชั่วโมงเพื่อให้ครีมเซ็ตตัว 6. ก่อนจัดเสิร์ฟ โรยด้วยน้ำตาลไอซิ่งด้านบน ตัดเป็นชิ้น เสิร์ฟ 27.08.2019 RECIPE

แกงกะหรี่ฟักทองกับชิกพี 1. ทำชิกพีดั๊มปลิงโดยใส่ถั่วชิกพีต้มลงในโถปั่นของแห้ง ปั่นจนถั่วมีลักษณะละเอียดเหมือนแป้ง ใส่แป้งข้าวโพด ไข่ไก่ พาร์สเลย์ และเกลือ ปั่นให้เข้ากัน ปิดเครื่อง นำส่วนผสมมาปั้นเป็นก้อนขนาด 2 นิ้ว ได้จำนวน 10 ก้อน นำไปทอดในน้ำมันมะกอกเล็กน้อยจนเหลืองกรอบ 2. ทำซุปโดยตั้งหม้อน้ำมันมะกอกบนไฟกลาง ใส่หอมใหญ่ซอย 1 ถ้วยลงผัดจนหอม ตามด้วยผงขมิ้น การัมมาซาลา และยี่หร่าป่น ผัดจนหอม ใส่เนื้อมะเขือเทศสับ ฟักทอง และน้ำ เคี่ยวจนฟักทองสุก ปั่นให้ละเอียด ใส่กลับลงหม้อเดิม ใส่หอมใหญ่ที่เหลือ ลูกเกดเหลือง ชิกพีต้มสุก และกะทิ เคี่ยวต่อพอหอมใหญ่และลูกเกดสุกนุ่ม ปรุงรสด้วยเกลือ ใส่ชิกพีดั๊มปลิงที่ทอดแล้ว เคี่ยวประมาณ 5 นาที ปิดไฟ 3. จัดเสิร์ฟแกงกะหรี่ฟักทองใส่ถ้วย โรยด้วยพาร์สเลย์ เสิร์ฟกับข้าวสวยข้าวกล้อง หมายเหตุ • ทำถั่วชิกพีต้มโดยล้างถั่วชิกพีให้สะอาด นำไปแช่น้ำนาน 30 นาที แล้วนำไปต้มในน้ำเดือด ประมาณ 1 ชั่วโมงจนถั่วสุกนุ่ม (ขึ้นอยู่กับขนาดถั่วชิกพี) ตักขึ้นพักให้เย็นสนิทก่อนนำไปทำสลัด ถ้าอยากให้ถั่วมีรสชาติสามารถต้มใส่เกลือเล็กน้อย หรือใช้น้ำสต๊อกในการต้มถั่วก็ได้ 14.06.2019 RECIPE

ชักเปี๊ยะทองซอสส้ม 1. ทำไส้ชักเปี๊ยะโดยตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง ใส่กระเทียมผัดให้เหลืองหอม ใส่เห็ดหอมลงผัด ตามด้วยอกไก่สับ แครอท ฟักทอง และข้าวโพดหวาน ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส เกลือ น้ำตาลทราย และพริกไทยขาวป่น ผัดให้เข้ากัน ใส่แป้งข้าวโพดละลายน้ำ ผัดให้ผักสุกนิ่มเกาะตัวกัน ปิดไฟ ตักออก พักไว้ 2. วางแผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะซ้อนกันสองแผ่น ตักไส้วางบนแผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ม้วนแผ่นแป้งครึ่งหนึ่งให้คลุมไส้ ทาขอบแป้งส่วนที่เหลือด้วยแป้งเปียก ม้วนต่อจนหมดแผ่น นำใบกุยช่ายลวกผูกปลายทั้งสองด้าน วางใส่จานพักไว้และใช้ผ้าชุบน้ำคลุมชักเปี๊ยะไม่ให้แป้งแห้ง 3. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง-แรง เมื่อน้ำมันร้อน นำชักเปี๊ยะลงทอดจนเหลืองทองสวย ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน 4. ทำซอสส้ม โดยนำแยมส้ม น้ำผึ้ง และน้ำส้ม ผสมกันในกระทะ ยกตั้งไฟอ่อน เคี่ยวจนซอสมีความหนืดขึ้นเล็กน้อย ปิดไฟ 5. จัดเสิร์ฟโดยหั่นครึ่งชักเปี๊ยะ จัดใส่จาน บีบซอสส้มรอบๆ ตกแต่งด้วยช่อพาร์สเลย์ เสิร์ฟ     24.01.2019 RECIPE

บัวลอยเพื่อสุขภาพ 1.  ทำบัวลอยมันม่วงโดยนวดแป้งข้าวเหนียวกับมันม่วงบดจนแป้งนุ่มเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ปั้นเป็นก้อนกลมขนาด 1 ซม. ใส่ในถาดที่โรยแป้งนวล คลุมด้วยผ้าขาวบางเพื่อไม่ให้แป้งแห้ง เตรียมไว้ บัวลอยฟักทองทำเช่นเดียวกัน หากแป้งบัวลอยแฉะเกินไปสามารถเติมแป้งได้เล็กน้อย 2.  ทำน้ำเชื่อมโดยใส่น้ำและน้ำตาลหญ้าหวานลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางจนน้ำตาลละลาย ปิดไฟ พักไว้ให้เย็นสนิท 3.  ตั้งหม้อน้ำบนไฟกลางจนเดือด ใส่บัวลอยทั้งสองสีที่ปั้นไว้ลงต้มจนสุกลอย ตักขึ้นแช่น้ำเชื่อมที่เตรียมไว้ 4.  ทำน้ำกะทิโดยใส่น้ำ ใบเตยมัดปม น้ำตาลหญ้าหวาน และเกลือลงในหม้อ พอน้ำตาลละลายและเดือด ใส่กะทิธัญพืชคนให้เข้ากัน นำเม็ดบัวลอยที่ต้มไว้ลงในหม้อ คนให้เข้ากัน ปิดไฟ ตักใส่ถ้วยจัดเสิร์ฟ   ข้อน่ารู้ • กะทิธัญพืชไม่ควรจะตั้งไฟนานเพราะความร้อนจะทำให้วิตามินอีจากธรรมชาติถูกทำลาย แนะนำให้หลังจากกะทิเดือดแล้ว ปิดไฟทันที • น้ำตาลหญ้าหวานน้ำหนัก 2 กรัม ให้พลังงานเป็น 0 แต่ให้ความหวานเท่ากับ น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา    สูตรอาหารโดย อรอนงค์ตาลประเสริฐ   12.09.2018 RECIPE

ซุปฟักทอง Video & Recipe 001 "Pumpkin Soup" เนยสดชนิดจืด             5 ช้อนโต๊ะ หอมใหญ่สับละเอียด     1 ถ้วย ฟักทองหั่นลูกเต๋าขนาด 1 ซม. 3 ถ้วย แครอทหั่นลูกเต๋าขนาด 1 ซม. 1 ถ้วย น้ำสต๊อกไก่                3 ถ้วย เกลือป่น                 1¼ ช้อนชา พริกไทยดำป่น           ¼ ช้อนชา วิปปิ้งครีมรสขิง ถั่วพิสตาชิโออบและกรูตอง สำหรับจัดเสิร์ฟ กรูตอง ขนมปังฝรั่งเศสหั่นลูกเต๋าขนาด 1 ซม. 5 ถ้วย เนยสดชนิดจืดละลาย     ½ ถ้วย เกลือป่น พริกไทยป่น ปริมาณตามชอบ วิปปิ้งครีมรสขิง ขิงอ่อน                        1 แง่งเล็ก วิปปิ้งครีม                  ¹/3 ถ้วย น้ำตาลทราย                ½ ช้อนชา เกลือป่นพอประมาณ วิธีทำ 1. ตั้งหม้อใส่เนยบนไฟกลาง พอเนยละลายใส่หอมใหญ่ลงผัดจนสุกนุ่ม ใส่ฟักทองและแครอทลงผัดพอเข้ากัน เติมน้ำสต๊อกไก่ ปิดฝา เคี่ยวด้วยไฟอ่อนประมาณ 20 นาที จนฟักทองและแครอทสุกนุ่ม  2. ตักซุปลงเครื่องปั่น ปั่นจนเนียนละเอียด เทซุปกลับลงหม้อ ตั้งไฟกลางให้ซุปเดือดอีกครั้ง ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทยปิดไฟ ยกลง  3. ทำวิปปิ้งครีมรสขิงโดยปอกเปลือกขิง ขูดขิงด้วยที่ขูดจนละเอียด นำกากขิงมากรองด้วยตะแกรงเอาแต่น้ำ นำขิงมาผสมกับวิปปิ้งครีม ใส่น้ำตาลและเกลือ ตีวิปปิ้งครีมให้ข้นขึ้นเล็กน้อย พักไว้  4. ทำกรูตองโดยอุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ คลุกขนมปังและเนยละลายในอ่างผสมจนเข้ากัน ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย เทขนมปังใส่ถาด นำเข้าเตาอบจนกรูตองกรอบ  นำถาดออกพักไว้บนตะแกรงจนเย็นสนิท 5. ตักซุปฟักทองใส่ถ้วย ราดหน้าซุปด้วยวิปปิ้งครีมรสขิง 1 ช้อนโต๊ะ โรยถั่วพิสตาชิโออบและกรูตอง เสิร์ฟ   04.17.2018 VIDEO

ขนมฟักทอง Cook or Die! ขนมฟักทอง จำนวน 20-25 ชิ้น   เนื้อฟักทองหั่นเสี้ยว  500 กรัม แป้งข้าวเจ้า  1 ถ้วย แป้งมัน   ¼ ถ้วย น้ำตาลทราย ½ ถ้วย  น้ำตาลมะพร้าว ⅓  ถ้วย เกลือสมุทร   ½   ช้อนชา หัวกะทิ  1  ถ้วย มะพร้าวทึนทึก  1 ถ้วย มะพร้าวทึกทึกขูดผสมเกลือ และฟักทองหั่นเต๋าเล็กสำหรับโรยหน้า อุปกรณ์จำเป็น ถ้วยตะไลปากกว้าง ลังถึง มือแมว วิธีทำ - ตั้งหม้อลังถึง ใส่น้ำ ¾ ของหม้อ ปิดฝา ยกขึ้นตั้งบนไฟแรง นำฟักทองไปนึ่งจนสุก บดด้วยส้อมหรือใช้เครื่องผสมอาหาร ให้ละเอียด พักไว้  - นึ่งถ้วยตะไลในหม้อรังถึง ประมาณ 5- 10 นาที เตรียมไว้ - ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน น้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊บ และเกลือ บี้ให้เข้ากัน ค่อยๆเทหัวกะทิ  ใช้พายไม้หรือมือคนให้ส่วนผสมเข้ากันดี จนหมด - นำส่วนผสมของแป้งลงในอ่างฟักทอง นวดหรือใช้พายไม้คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน ใส่เนื้อมะพร้าวลงไป คนให้เข้ากันอีกครั้ง ตักใส่ถ้วยตะไล โรยหน้าขนมด้วยมะพร้าวทึนทึก นำไปนึ่งประมาณ 20 นาทีหรือจนสุก ปิดไฟ ยกลง เสิร์ฟ         03.15.2018 VIDEO

แกงเลียงผักรวม 1. ทำ น้ำพริกแกงส้มโดยโขลกพริกแห้งทั้งสองชนิดกับเกลือเข้าด้วยกันจนละเอียด ใส่ขมิ้นสด หอมแดง และกระเทียม โขลกต่อจนละเอียด ใส่กระชาย เห็ดลวก และน้ำพริกแกงส้มเจ โขลกรวมกันจนละเอียด เข้ากันดี 2. ต้มน้ำซุปบนไฟกลาง รอให้น้ำซุปเดือด ใส่น้ำพริกแกงส้มที่โขลก คนให้เข้ากันทั่ว พอเดือดอีกครั้ง ใส่มะละกอ เห็ดนางฟ้า ส้มแขก และฟองเต้าหู้เกลียว ปรุงรสด้วยเกลือสมุทร ซีอิ๊วขาว น้ำตาล และ น้ำมะขาม คนให้เข้ากัน เคี่ยวต่อบนไฟอ่อนนานประมาณ 5 นาที ปิดไฟ ใส่น้ำมะนาว 3. ตักเสิร์ฟกับข้าวสวยและฟองเต้าหู้เกลียวทอดกระเทียม   Tip ทำน้ำซุปผักโดยต้มน้ำในหม้อด้วยไฟอ่อน ใส่ข้าวโพด หอมใหญ่ กะหล่ำปลี รากขึ้นฉ่าย รากผักชี และแตงกวา ลงในหม้อ เคี่ยวน้ำซุปนานประมาณ 20-30 นาที แล้วกรองน้ำซุปเอาเฉพาะน้ำ 12.03.2018 RECIPE

แกงเปรอะ 1. นำข้าวเหนียวดิบแช่น้ำ ½ ถ้วยนาน 20 นาที สงเมล็ดข้าวขึ้น โขลกให้ละเอียด จะได้ข้าวเบือประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ ตักใส่ถ้วย พักไว้ 2. ทำน้ำพริกแกงโดยโขลกพริกขี้หนูแห้งพอหยาบ ใส่ตะไคร้และกระชายลงโขลกจนละเอียด แล้วใส่หอมแดงหอมแดงมีน้ำมาก ดังนั้นขณะโขลกควรใช้มือป้องปากครกเพื่อป้องกันน้ำพริกแกงกระเด็นเข้าตา โขลกต่อจนเข้ากันพอหยาบๆ ไม่ถึงกับเนียนเป็นเนื้อเดียวกันตักใส่ถ้วย พักไว้ 3. โขลกใบย่านางพอหยาบ ตักใส่อ่างผสม ใส่น้ำที่เหลือ ขยำจนน้ำเป็นสีเขียวเข้มและมีเมือกลื่น (หรือจะใช้วิธีปั่นในเครื่องปั่นไฟฟ้า โดยแบ่งน้ำที่ตวงไว้ใส่ 1 ถ้วย ปั่นพร้อมกับใบย่านางจนละเอียด ผสมกับน้ำอีก 2½ ถ้วย) กรองเอาเศษใบย่านางออกด้วยผ้าขาวบางให้ได้น้ำใบย่านาง 3 ถ้วย เตรียมไว้ 4. ลอกส่วนแข็งของเปลือกหน่อไม้ออก นำหน่อไม้ไปหั่นแฉลบเป็นแผ่นบาง ใส่ลงในหม้อ ใส่น้ำจนท่วม ใส่น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางต้มจนเดือด เทน้ำทิ้งแล้วต้มอีก 2 ครั้งจนหน่อไม้หมดรสขม เทน้ำออก พักไว้ (สำหรับผู้ที่ชอบรสขมอ่อนๆ ให้ทำซ้ำเพียงครั้งเดียว) 5. ใส่น้ำใบย่านาง 3 ถ้วย หน่อไม้ฟักทอง และน้ำพริกแกงลงในหม้อ คนให้เข้ากัน ปิดฝา ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางต้มนานประมาณ 7 นาที พอน้ำเดือดต้มต่อทั้งปิดฝาอีกประมาณ 5 นาทีจนฟักทองสุก จึงใส่เห็ดฟาง ข้าวเบือคนให้ข้าวเบือละลายทั่ว ปรุงรสด้วยน้ำปลา เกลือ น้ำปลาร้า และน้ำตาลคนให้เข้ากัน ต้มต่ออีก 3 นาที จนเห็ดสุก สังเกตว่ามีความเงาบนผิวเห็ดอย่างชัดเจน จึงใส่ใบมะกรูด ใบแมงลัก ผักขะแยง ชะอม และพริกขี้หนูแห้ง กดให้จมน้ำแกง ปิดไฟ ยกลง ตักใส่ถ้วย เสิร์ฟ 08.03.2018 RECIPE

แกงฟักทองกับหมู 1. ล้างฟักทอง ผ่าทั้งลูกออกเป็น 6 เสี้ยว คว้านเมล็ดออก ปอกเปลือกให้เหลือเปลือกสีเขียวติดเล็กน้อย หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาดพอคำ ใส่จาน เตรียมไว้ 2. ทำน้ำพริกแกงโดยโขลกลูกผักชียี่หร่า และพริกไทย ให้ละเอียด ตักใส่ถ้วยพักไว้ โขลกพริกแห้งกับเกลือจนละเอียด ใส่ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด และรากผักชี ลงโขลกให้เป็นเนื้อเดียวกันโดยค่อยๆใส่ทีละอย่างตามลำดับ ใส่กระเทียม และหอมแดง โขลกต่อจนเนียน ใส่เครื่องเทศที่โขลกไว้ และกะปิโขลกจนเข้ากัน เตรียมไว้ 3. ตั้งหม้อบนไฟกลาง ใส่หัวกะทิ ½ ถ้วย และกะทิ คนให้เข้ากัน หมั่นคนไม่ให้กะทิแตกมัน ต้มนานประมาณ 5 นาที พอกะทิเริ่มเดือด ใส่น้ำพริกแกงลงผัด ประมาณ 4 นาที จนส่งกลิ่นหอม และน้ำแกงเดือดอีกครั้งกะทิยังไม่แตกมันและไม่มีน้ำมันสีแดงลอยหน้า ใส่ฟักทองต้มนาน 7 นาที พอฟักทองสุกและน้ำแกงเดือดสังเกตจากเนื้อฟักทองเริ่มใสและเป็นต้มนาน 5 นาที หมั่นคนไม่ให้กะทิเป็นเม็ด พอหมูสุก ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ คนพอทั่วใส่ใบมะกรูด พริกหยวก และพริกชี้ฟ้า ตามด้วยหัวกะทิที่เหลือ คนให้เข้ากัน ปิดไฟ 4. ตักใส่ถ้วย ตกแต่งด้วยใบมะกรูดและยอดโหระพา เสิร์ฟ 08.03.2018 RECIPE

ฟักทองแกงบวด 1. ทำหัวกะทิหยอดหน้าโดยใส่หัวกะทิลงในหม้อ ใส่เกลือ ยกขึ้นตั้งบน ไฟอ่อน หมั่นคนจนเดือด ชิมรสพอเค็ม ปะแล่ม ละลายแป้งมันและแป้งเท้ายาย ม่อมกับน้ำเล็กน้อย ค่อยๆเทใส่ คนพอข้น และเดือด ปิดไฟ 2. ปอกเปลือกฟักทองให้เหลือเปลือกเล็กน้อย หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมหนา 1 ซม. ยาว 1 ½ นิ้ว แช่ฟักทองในน้ำปูนใสผสมน้ำธรรมดานาน 30 นาที 3. เมื่อแช่ได้ที่แล้ว ล้างฟักทองให้สะอาด ใส่ในหม้อหัวกะทิ ใส่น้ำตาลและเกลือ ยกขึ้น ตั้งบนไฟกลางค่อนข้างอ่อน พอเริ่มเดือด ช้อนหัวกะทิที่ลอยหน้าออกมาเพื่อไม่ให้ กะทิแตกมัน ช้อนจนเหลือแต่หางกะทิ พอฟักทองสุกประมาณ 80-90 เปอร์เซ็นต์ ชิมรส ให้หวาน และเค็มพอปะแล่ม ปิดไฟ แล้วใส่หัวกะทิที่ช้อนออกมา ฟักทองจะสุกพอดี 4. ตักใส่ถ้วย หยอดหน้าด้วยหัวกะทิ เสิร์ฟ   เคล็ดลับ การแช่ฟักทองในน้ำปูนใส จะทำให้เนื้อฟักทองไม่เละ เวลาในการแช่ต้องดูที่เนื้อฟักทอง ถ้าฟักทองแก่จัดใช้เวลาประมาณ 30 นาที ถ้าฟักทองเนื้อกลางแก่กลาง อ่อน ให้ใช้เวลานานกว่า เวลาปรุงจะต้มให้ฟักทองสุกเพียง 80 เปอร์เซ็นต์ แล้วยกลงจากเตา หากเคี่ยวให้สุกเต็มที่เนื้อฟักทองจะเละ   สูตรอาหารโดย อบเฉย อิ่มสบาย 08.03.2018 RECIPE

ขนมฟักทอง 1. ใส่น้ำในหม้อลังถึงประมาณ 3/4 ของลังถึง ปิดฝา ยกขึ้นตั้งบนไฟแรง เตรียมไว้ จากนั้นผสมแป้งมัน แป้งข้าวเจ้าแป้งเท้ายายม่อม เข้าด้วยกันในชามผสม ใส่หัวกะทิทีละน้อย แล้วใช้พายไม้คนให้เข้ากันดี จึงใส่กะทิที่เหลือจนหมด คนพอเข้ากันอีกครั้ง ใช้เวลาประมาณ 15 นาที 2. ใส่น้ำตาลและเกลือลงในชามแป้งที่ทำไว้ คนด้วยพายไม้จนน้ำตาลละลายหมด จึงใส่ฟักทองและหางกะทิ คนพอเข้ากันอีกครั้ง แล้วใส่ส่วนผสมลงในถาด เกลี่ยให้ทั่วเมื่อน้ำเดือดนำไปนึ่งนานประมาณ 20-25 นาที หรือจนสุก ปิดไฟ ยกลง พักไว้ให้เย็น ตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม   ลักษณะที่ดี หอมกลิ่นฟักทอง รสหวานมัน แป้งนุ่มเหนียว   ข้อน่ารู้ ถ้าไม่มีแป้งมันจะใช้แป้งข้าวโพดแทนก็ได้ ขนมฟักทองจะนึ่งโดยใส่ถ้วยตะไล หรือพิมพ์ต่างๆหรือหยอดใส่กรวยใบตองหรือห่อใบตองแบบทรงเตี้ยก็ได้   สูตรอาหารโดย อบเฉย อิ่มสบาย 08.03.2018 RECIPE

สังขยาฟักทอง 1. ล้างเปลือกฟักทองให้สะอาด ใช้มีดปลายแหลมเจาะตรงขั้วฟักทองออกให้เป็นฝา ตักไส้ออกให้หมด ล้างผลฟักทองอีกครั้งให้สะอาด ทั้งด้านนอกและด้านใน แล้วคว่ำลงพักให้แห้ง 2. ต่อยไข่ใส่อ่างผสม ใส่น้ำตาล หัวกะทิ และใบเตย ขยำให้น้ำตาลละลายหมด แล้วกรองด้วยผ้าขาวบางหรือกระชอน ใส่ถ้วย พักไว้ 3. ใส่น้ำในหม้อลังถึงประมาณ 3/4 ของลังถึง ปิดฝา ยกขึ้นตั้งบนไฟแรง รอจนน้ำเดือด จึงวางฟักทองลงในถ้วย ใส่สังขยาลงในผลฟักทองให้เหลือปากประมาณ 1 นิ้วพร้อมวางฝาฟักทองไว้ข้างๆ เมื่อน้ำเดือดให้นำไปนึ่งโดยลดเป็นไฟกลาง นึ่งนานประมาณ 30-45 นาที หรือจนสุกยกลงพักให้เย็นสนิท เมื่อจะเสิร์ฟจึงหั่นฟักทองเป็นเสี้ยวจัดใส่จาน   ลักษณะที่ดี สังขยามีกลิ่นหอม รสหวานมัน เนื้อฟักทองเหนียวและมัน   ข้อน่ารู้ เลือกฟักทองที่มีเนื้อเหนียวและขนาดไม่ใหญ่มากเพื่อให้นึ่งสุกเร็วและเนื้อไม่เละ เวลานึ่งไม่ควรใช้ไฟแรงมากเกินเพราะจะทำให้ฟักทองแตก   สูตรอาหารโดย อบเฉย อิ่มสบาย 08.03.2018 RECIPE

ซาลาเปาจิ๋วไส้ฟักทองและเห็ด 1. ทำแป้งซาลาเปาโดยใส่น้ำอุ่น 3 ช้อนโต๊ะ ลงในถ้วยยีสต์ พักไว้ 10 นาที ที่อุณหภูมิห้อง ระหว่างนั้นร่อนแป้งสาลี 2 รอบ ใส่น้ำอุ่นที่เหลือ ยีสต์พร้อมน้ำ แป้งสาลี ผงฟู น้ำตาล และเนยขาว ลงในโถตี ตีให้เข้ากันจนแป้งล่อนไม่ติดอ่าง ประมาณ 5-10 นาที วางก้อนแป้งบนโต๊ะสะอาดและโรยแป้งนวลเล็กน้อย (อย่าโรยเยอะ จะทำให้ผิวของซาลาเปากระด้าง) ทาแป้งนวลบนฝ่ามือเล็กน้อย นวดจนแป้งเนียนนุ่มไม่ติดมือประมาณ 3-5 นาที ใส่ก้อนแป้งในอ่างผสม ปิดด้วยพลาสติกแร็ป วางพักไว้ให้แป้งขึ้นเป็นสองเท่า (ควรวางแป้งไว้ในที่อุ่น เช่นใกล้เตาไฟ เพื่อช่วยเร่งปฏิกิริยาของยีสต์ แป้งจะพองฟูดี) ประมาณ 20-30 นาที 2. ทำไส้ฟักทองและเห็ดโดยตั้งกระทะเนยบนไฟกลาง พอเนยเริ่มละลายใส่หอมใหญ่และกระเทียมลงผัดจนสุกเหลือง ใส่ฟักทองและเห็ดลงผัดพอสุกนุ่ม ปรุงรสด้วยซีอิ๊วญี่ปุ่น น้ำตาล เกลือ และพริกไทย ชิมรสให้หวานเค็มกลมกล่อม ปิดไฟ ตักใส่ถ้วย เตรียมไว้ 3. นำแป้งซาลาเปาที่ขึ้นเป็นสองเท่าแล้ววางบนโต๊ะสะอาดที่โรยแป้งนวลเล็กน้อย ตัดแป้งเป็นก้อน ก้อนละ 10 กรัม ทำจนหมด (คลุมแป้งที่ตัดแล้วด้วยผ้าขาวบางหรือพลาสติกแร็ป) เตรียมไว้ คลึงแป้ง 1 ก้อน เป็นแผ่นกลมบาง โดยพยายามคลึงให้ขอบแป้งบางกว่าส่วนกลาง จะทำให้จีบได้สวยและแป้งด้านบนไม่หนาเกินไป) ตักไส้ 10 กรัม ใส่ตรงกลางแป้ง จับจีบโดยรอบ วางเอาจีบขึ้น นำไปนึ่งในชั้นลังถึงบนหม้อน้ำเดือดด้วยไฟแรงนาน 5 นาที จนสุกทั่ว เสิร์ฟร้อนๆ (ซาลาเปาที่เหลือสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นช่องแช่แข็ง เมื่อจะรับประทานจึงนำออกมานึ่งใหม่ ประมาณ 2-3 นาที)   สูตรอาหารโดย กรณิศ รัตนามหัทธนะ 08.03.2018 RECIPE

ซุปฟักทองแครอท 1. ผัดเนยกับหอมใหญ่ในหม้อจนสุกนุ่ม 2. ใส่ฟักทอง แครอท ผัดพอเข้ากันแล้วใส่น้ำ เคี่ยวด้วยไฟอ่อนประมาณ 20 นาทีจนฟักทองและแครอทสุกนุ่ม 3. นำซุปไปปั่นจนเนียนละเอียด เทกลับลงหม้อ ตั้งไฟให้เดือดอีกครั้งแล้วปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย นำไปตกแต่งหน้าตาตามขั้นตอน   ขั้นตอนการตกแต่ง อุปกรณ์ที่ใช้ตกแต่ง มีด, พิมพ์รูปกระต่าย,ที่กดสาหร่าย, กรรไกร, พิมพ์รูปวงรี วัตถุดิบที่ใช้ตกแต่ง ขนมปังซาวร์โด, โบโลนญา, สาหร่าย, ปูอัด,แครอทฝานต้ม, พาร์สเลย์, วิปปิ้งครีม วิธีทำ 1. ใช้พิมพ์รูปกระต่ายตัดโบโลนญา 2. ใช้มีดตัดแต่งโบโลนญาให้เป็นตัวกระต่าย 3. ประกอบตัวกระต่าย 4. แต่งหน้ากระต่ายด้วยสาหร่ายตัดแต่ง 5. ใช้พิมพ์รูปวงรีกดปูอัดส่วนสีแดง 6. วางปูอัดสีแดงเป็นแก้มกระต่าย ตกแต่งตัวกระต่ายด้วยสาหร่ายเส้น 7. ใช้มีดตัดส่วนบนของขนมปัง คว้านส่วนเนื้อของขนมปังออกให้มีลักษณะเหมือนถ้วย 8. ตักซุปใส่ถ้วยขนมปัง 9. วางกระต่ายที่ตัดแต่งแล้วบนซุป 10. เพิ่มแครอทกดรูปวงรี และตกแต่งด้วย พาร์สเลย์เพื่อให้ดูเหมือนแครอททั้งหัว 11. ตกแต่งเพิ่มด้วยวิปปิ้งครีม    food styling โดย อรุโณทัย อัศวนนท์ ทซึดะ (น้อยหน่า) 08.03.2018 RECIPE