Found 7 results for Tag : อาหารยัดไส้

ตูป๊ะ ซูตง (ข้าวต้มหมึก) 1. แช่ข้าวเหนียวในน้ำสะอาดข้ามคืน เตรียมไว้ 2. เตรียมหมึกโดยเด็ดหัวออก (เก็บหัวหมึกไว้) ตัดถุงน้ำหมึกและควักไส้ออก ล้างให้สะอาด ใส่ตะแกรงพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ 3. สงข้าวเหนียวที่แช่ขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ ใช้ช้อนตักข้าวเหนียวใส่ลงในตัวหมึกที่เตรียมไว้ประมาณ ¾ ของตัวหมึก นำหัวหมึกใส่กลับที่เดิม ใช้ไม้กลัดหรือไม้จิ้มฟันกลัดให้หัวหมึกยึดเข้ากับตัว ใส่จาน เตรียมไว้ ทำจนหมด 4. ต้มกะทิกับน้ำตาลและเกลือในกระทะหรือหม้อปากกว้างบนไฟกลาง ใส่ใบเตยที่มัดเป็นปม คนให้น้ำตาลละลาย พอกะทิเริ่มเดือด ใส่หมึกยัดไส้ข้าวเหนียววางเรียงให้เต็มกระทะ ต้มด้วยไฟกลางจนหมึกสุก และน้ำกะทิงวดลงเหลือเพียงครึ่งเดียว นานประมาณ 25 นาที ชิมรสให้ออกหวานมันน้ำกะทิ 5. ตักใส่จาน เสิร์ฟ 15.11.2018 RECIPE

พริกหวานยัดไส้ 1. ล้างพริกหวาน ผ่าครึ่งตามยาว แล้วใช้มีดกรีดเพื่อเอาไส้และเมล็ดพริกออกจนหมด เรียงพริกหวานใส่ถาด พักไว้ 2. ทำไส้โดยตั้งกระทะบนไฟกลาง ใส่น้ำมันพอร้อน จึงใส่หอมใหญ่ผัดจนสุกนุ่ม ตามด้วยกระเทียม ผัดต่อพอมีกลิ่นหอม จานนั้นใส่พาร์สเลย์ เนื้อมะเขือเทศ ผัดให้เข้ากันดี ใส่ยี่หร่า ออลสไปซ์ พริกป่น ผัดพอทั่ว จึงใส่ข้าวกล้องและไพน์นัท ผัดอีกครั้งพอทั่ว ปรุงรสด้วยเกลือให้ได้รสเค็มตามต้องการ 3. ยัดไส้พริกหวานจนเต็มพูนเล็กน้อย จัดเรียงลงในถาดอบ ที่หล่อด้วยน้ำเล็กน้อยในถาด จากนั้นปิดหน้าถาดด้วยอะลูมินั่มฟอยล์ยกเข้าเตาอบที่ตั้งอุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส อบนาน 25-30 นาที จึงเอาอะลูมินั่มฟอยล์ออก แล้วอบต่ออีก 15-20 นาที หรือจนพริกสุกนุ่มและผิวไหม้เล็กน้อย จัดใส่จาน เสิร์ฟร้อนๆ 15.11.2018 RECIPE

อั่วดอกฟักทอง 1. ล้างดอกฟักทองให้สะอาด ตัดเอาก้านดอกออกให้เหลือติดดอกยาว 1 นิ้ว เด็ดเอาเกสรออก ใส่ชามเตรียมไว้ 2. คั่นมะพร้าวโดยใส่น้ำอุ่น ¼ ถ้วย คั่นให้ได้หัวกะทิ ½ ถ้วยกะทิ 3 ถ้วย ใส่ถ้วย พักไว้ ใส่หัวกะทิผสมกับแป้งข้าวเจ้าลงในหม้อตั้งไฟกลาง พอเดือดและข้นปิดไฟ พักไว้ โขลกน้ำพริกแกงคั่วกับลูกผักชีคั่วเข้าด้วยกัน ตักใส่ชาม หรือใช้อ่างดินหรือครกดินเพราะจะทำให้ส่วนผสมดูดกะทิได้ดี จากนั้นค่อยๆใส่กะทิ 2 ถ้วย พร้อมกับคนให้เข้ากันจึงใส่เนื้อปลากราย เนื้อหมูสับ คนให้เข้ากันจนมีลักษณะข้นเหนียว ใส่ไข่ คนอีกครั้งให้เข้ากันปรุงรสด้วยเกลือ น้ำปลา ใส่ใบมะกรูด ต้นหอมซอย คนจนทั่ว 3. ตักไส้ที่ทำยัดใส่ดอกฟักทองประมาณ ¾ ของดอกแล้วพับตลบแต่ละมุมเข้าหากันจนปิดไส้มิด จัดเรียงใส่ลงในภาชนะสำหรับนึ่ง ใส่กะทิที่เหลือให้ท่วมดอกฟักทอง เพื่อให้เนื้อนุ่มและมีกลิ่นหอม นึ่งในน้ำเดือดไฟแรงประมาณ 15 นาทีหรือจนสุกนุ่ม ยกลงจัดใส่จาน ราดด้วยหัวกะทิ รับประทานกับข้าวเหนียวหรือข้าวสวย 15.11.2018 RECIPE

เป็ดยัดไส้เกาลัด 1. เลาะกระดูกเป็ดโดยใช้มีดปลายแหลมและคมเลาะเอากระดูกออก เริ่มจากช่องท้องขึ้นไปทางคอ ตัดคอทิ้ง เลาะไปรอบๆกระดูกโครงเป็ด ต่อมาก็เลาะกระดูกส่วนน่องและกระดูกปีก หักกระดูกข้อขาและกระดูกข้อปีกออก โดยให้เหลือกระดูกปลายน่องและกระดูกปลายปีกไว้ ขณะเลาะระวังอย่าให้หนังเป็ดขาด เมื่อเลาะจนรอบตัวเป็ดแล้วเอาโครงกระดูกออก แล้วกลับตัวเป็ดให้เป็นรูปดังเดิม เย็บด้านคอเป็ดให้แน่น อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ 2. ผัดผงพะโล้กับน้ำมันในกระทะด้วยไฟกลางให้มีกลิ่นหอม ใส่ซีอิ๊วดำ ผัดให้เข้ากัน จึงเติมน้ำ ต้มพอเดือด ลดเป็นไฟอ่อน ใส่เป็ดลงต้มนานประมาณ 30 นาที ปิดไฟ พักให้เย็น 3. ทำไส้โดยผัดเห็ดหอมกับน้ำมันในกระทะด้วยไฟกลางพอสุกและหอม ตามด้วยเนื้อหมู เกาลัด ผัดพอสุก ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย น้ำตาม และน้ำมันงา ผัดให้เข้ากันอีกครั้ง ปิดไฟ พักให้เย็น ยัดไส้ที่ผัดลงในตัวเป็ดให้เต็ม แต่ไม่แน่นมาก เย็บรอยเปิดบริเวณคอ เพื่อกันไม่ให้ไส้ทะลักออกมา ใส่ลงในหม้อต้มเป็ด ต้มด้วยไฟอ่อนอีก 1-2 ชั่วโมง หรือจนเนื้อเป็ดสุกนุ่ม ปิดไฟ 4. ต้มน้ำสต๊อกไก่ในกระทะใบเล็กพอเดือด แล้วใส่ซีอิ๊วขาวและน้ำมันหอย ผัดให้เข้ากัน ตามด้วยแป้งมันละลายน้ำ ¼ ถ้วย ผัดพอสุกและมีลักษณะข้น ปิดไฟ หั่นเป็ดยัดไส้เกาลัด จัดใส่จาน ราดด้วยซอสแดง เสิร์ฟร้อนๆ 15.11.2018 RECIPE

พริกหวานยัดไส้ข้าวกล้องอกไก่ 1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ 2. ล้างพริกหวานให้สะอาด ซับให้แห้ง ฝานพริกหวานด้านบน ออกประมาณ 1/3 ส่วน (เก็บส่วนขั้วพริกหวานไว้เป็นฝา) คว้านเอาเมล็ดด้านในออก เตรียมไว้ 3. ทำไส้พริกหวานโดยตั้งกระทะน้ำมันนมะกอก พอน้ำมันร้อน ใส่กระเทียมลงผัดจนหอม ตามด้วยกระเทียมลงผัดจนหอม ตามด้วยอกไก่บด ใช้ตะหลิวให้กระจายทั่ว ใส่มะเขือเทศสับและออริกาโนแห้ง เคี่ยวจนไก่สุก จึงใส่ถั่วแดง ถั่วลันเตา ผัดให้เข้ากัน เคี่ยวจนน้ำงวด ใส่ข้าวกล้องหุงสุก ผัดพอเข้ากัน ปิดไฟ ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยดำ 4. ตักไส้ใส่ลูกพริกหวานที่เตรียมไว้จนเต็ม วางใส่ถาด ปิดด้วยแผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์ นำเข้าเตาอบที่อุ่นไว้ อบนาน 25 นาที โดยนำฝาเข้าอบประมาณ 10 นาทีสุดท้าย นำออกจากเตาอบ เสิร์ฟทันที 10.05.2018 RECIPE

ปลาม้วนนึ่ง 1. ทำน้ำซุปหมูโดยล้างกระดูกหมูให้สะอาด ใส่ลงลวกในหม้อน้ำเดือดไฟแรง เพื่อเอามันและสิ่งสกปรกออก จากนั้นตักใส่ในหม้ออีกใบ ใส่น้ำ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางพอเดือดสักครู่ ลดเป็นไฟอ่อน หมั่นช้อนฟองทิ้งจนหมด ต้มนานประมาณ 1 ชั่วโมง หรือจนน้ำซุปใส ปิดไฟ ยกลงกรองเอาเฉพาะน้ำซุปหมู หากใช้ไม่หมดในครั้งเดียว พักให้เย็น รินใส่บล็อกทำน้ำแข็ง ใส่ในตู้เย็นช่องแช่แข็ง เมื่อจะใช้เพียงนำมาละลายน้ำแข็งด้วยไฟอ่อนก็ใช้น้ำซุปหมูได้ 2. ทำไส้โดยโขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทย เข้าด้วยกันให้ละเอียด ตักใส่อ่างผสม ใส่เนื้อหมู มันหมูแข็ง เนื้อกุ้ง ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว เกลือ น้ำตาล และไข่ ผสมจนเข้ากันดี นำไปทอดชิมรสให้มีรสเค็มพอดี พักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดานานประมาณ 20 นาที 3. ขอดเกล็ดปลา ผ่าท้องเอาไส้ออก ล้างให้สะอาด ซับน้ำให้แห้ง แล่เนื้อปลาออกทั้งสองด้าน จากนั้นแล่แต่ละชิ้นให้บางเป็น 2 ชิ้น เนื้อปลาอีกชิ้นก็ทำเช่นเดียวกัน จะได้เนื้อปลาทั้งหมด 4 ชิ้น 4. แบ่งไส้ที่ทำออกเป็น 4 ส่วนเท่าๆกัน แล้ววางเนื้อปลาลงบนเขียงโดยเอาหนังปลาไว้ด้านใน ใส่ไส้ตรงกลาง แล้ววางเห็ดฟาง ผักโขมลวก ม้วนให้แน่น ห่อม้วนด้วยอะลูมินั่มฟอยล์อีกครั้ง ทำจนหมด เรียงใส่จาน นำไปนึ่งในชั้นลังถึงบนหม้อน้ำเดือดด้วยไฟกลางนานประมาณ 15 นาที หรือจนสุก ยกลง 5. ทำน้ำราดโดยตั้งกระทะน้ำมันบนไฟอ่อนพอร้อน ใส่น้ำซุปหมู ใส่น้ำที่ได้จากการนึ่งปลา ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว เกลือ และน้ำตาล ชิมรสให้เค็มกลมกล่อม ปิดไฟ หั่นปลานึ่งเป็นชิ้นพอคำ 6. จัดใส่ถ้วย ตกแต่งด้วยก้านขึ้นฉ่ายลวก ราดด้วยน้ำราด เสิร์ฟร้อนๆ 08.03.2018 RECIPE

กะหล่ำปลียัดไส้ 1. ควักเครื่องในออกจากโครงไก่ ล้างซี่โครงไก่จนสะอาด สับซี่โครงไก่เป็น 2 ท่อน ใส่ลงในหม้อ ใส่หอมใหญ่ แครอท เซเลอรี กระเทียม และช่อสมุนไพร ใส่น้ำ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง เมื่อน้ำสต๊อกเริ่มเดือดให้หมั่นช้อนฟองทิ้ง เพื่อให้น้ำสต๊อกใส เคี่ยวนาน 2 ชั่วโมง จนน้ำสต๊อกมีรสหวานจากซี่โครงไก่ กรองน้ำสต๊อกผ่านกระชอนตาละเอียด พักไว้ 2. ล้างกะหล่ำปลีให้สะอาด ใช้มีดเล็กคว้านแกนกลางกะหล่ำปลีออก ใส่กะหล่ำปลีทั้งหัวลงลวกในหม้อน้ำเดือดด้วยไฟกลางพอให้ใบกะหล่ำปลีชั้นนอกสุกตักขึ้นแช่ในน้ำเย็นจัด ลอกใบกะหล่ำออกทีละใบได้ประมาณ 10 ใบ ซับให้แห้ง พักไว้ กะหล่ำปลีที่เหลือซอยเป็นเส้นบางๆเก็บไว้สำหรับทำไส้ (จะได้ประมาณ 3 ถ้วย) 3. ทำไส้โดยผัดเบคอนและเนยด้วยไฟกลางจนเบคอนเหลืองหอม ใส่หอมใหญ่ ผัดจนสุก ใส่กะหล่ำปลี ไธม์ และพาร์สเลย์ ผัดพอกะหล่ำปลีสลด ตักขึ้นใส่ถาด พักไว้จนเย็นสนิท แล้วนำมาผสมกับหมูบด ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย 4. ตัดแกนใบกะหล่ำปลีลวกส่วนที่แข็งออกนำกะหล่ำปลีลวกรองด้านในชาม 4-5 ใบ ใส่ไส้ที่เตรียมไว้ลงในชามกะหล่ำปลี เกลี่ยให้เรียบ ปิดด้วยใบกะหล่ำปลีที่เหลือ ตัดเชือก 8 เส้นเท่าๆกันวางทแยงไว้บนเขียง ค่อยๆคว่ำถ้วยกะหล่ำปลีลงตรงกลางเชือก แล้วใช้เชือกผูกกะหล่ำปลีให้มีลักษณะเป็นก้อนกลม พักไว้ 5. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ ทำน้ำสำหรับนึ่งกะหล่ำปลีโดยตั้งกระทะบนไฟกลางใส่เบคอน หอมใหญ่ แครอท เซเลอรี และใบกระวาน ผัดจนมีกลิ่นหอม ใส่กะหล่ำปลี และน้ำสต๊อกไก่ พอท่วมครึ่งหนึ่งของกะหล่ำปลี ปิดด้วยกระดาษไข นำเข้าอบนาน 40 นาที (หากใช้กระทะที่เข้าเตาอบไม่ได้ให้ใช้ถาดอบแทน แล้วเทน้ำสำหรับอบกะหล่ำปลีตามลงไป) นำกะหล่ำปลีออกพักไว้ นำน้ำต้มกะหล่ำปลี ยกขึ้นตั้งไฟต่อ ใส่น้ำมะเขือเทศ เคี่ยวจนข้น ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย ปิดไฟ 6. จัดกะหล่ำปลียัดไส้ใส่จาน ราดซอสมะเขือเทศ ตัดเสิร์ฟเป็นชิ้น 08.03.2018 RECIPE