Found 133 results for Tag : กะทิ

แกงระแวง 1.หั่นเนื้อน่องลายเป็นชิ้นพอคำ ใส่ถ้วยพักไว้ 2.ตั้งหม้อใส่หางกะทิบนไฟกลาง พอกะทิเดือด ใส่ตะไคร้ เกลือสมุทร และเนื้อน่องลายลงไป   เคี่ยวให้เนื้อนุ่มและหมั่นตักฟองออก ปิดฝาเคี่ยว นาน 1 ชั่วโมง 30 นาที หรือจนเนื้อสุกนุ่ม 3. ระหว่างเคี่ยวเนื้อน่องลาย ให้เตรียมโขลกพริกแกงโดยใส่ลูกผักชี ยี่หร่า พริกไทยเม็ดและเกลือสมุทรลงในครก โขลกให้ละเอียด ตามด้วยผิวมะกรูด กระเทียม หอมแดง พริกชี้ฟ้าเขียวและพริกขี้หนูสวน โขลกให้ละเอียดเข้ากัน ตามด้วยกะปิ (ได้เป็นพริกแกงเขียวหวาน) โขลกให้พอเข้ากัน ตักใส่ถ้วย พักไว้ โขลกตะไคร้และขมิ้นให้ละเอียด นำไปผสมกับพริกแกงเขียวหวานก่อนหน้า คนให้เข้ากัน ตักใส่ถ้วยพักไว้ 4. ตั้งกระทะบนไฟกลาง ใส่หัวกะทิ ¼ ถ้วย เคี่ยวจนแตกมัน ใส่น้ำพริกแกงลงผัดจนหอม  เติมหัวกะทิที่เหลือลงไป ตามด้วยเนื้อน่องลายที่เคี่ยวเอาไว้ลงไป คนให้เข้ากัน ปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำตาลมะพร้าว รอให้เดือดอีกครั้ง  ใส่ตะไคร้และพริกชี้ฟ้าลงไป เคี่ยวต่อซักครู่ ปิดไฟตักใส่ถ้วยเสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ 03.09.2019 RECIPE

แกงกะหรี่ไก่ 1. ทำพริกแกงกะหรี่โดยโขลกพริกแห้งกับเกลือสมุทรจนละเอียด ใส่ผิวมะกรูด ข่า ขิง และตะไคร้ โขลกต่อจนละเอียดเข้ากัน ใส่หอมแดง กระเทียม และกะปิย่าง โขลกจนละเอียด จึงใส่ลูกผักชี ยี่หร่าและผงกะหรี่ โขลกจนเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน ตักใส่ถ้วย พักไว้ 2. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง ใส่สะโพกไก่ลงทอดพอเหลือง ตักขึ้นใส่จานพักไว้ ลดเป็นอ่อน ใส่พริกแกงกะหรี่ลงผัดจนมีกลิ่นหอม ค่อยๆใส่หัวกะทิ 1/2 ถ้วย เคี่ยวจนแตกมัน ใส่เนื้อไก่กลับลงไป ตามด้วยน้ำ หัวกะทิที่เหลือ เคี่ยวจนเนื้อไก่นุ่ม ใส่มันฝรั่ง หอมใหญ่ และเติมหัวกะทิที่เหลือ เคี่ยวจนผักสุก  ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลมะพร้าว ชิมปรับรสตามชอบ แกงกะหรี่รสชาติกลมกลมเค็มนำหวาน 3. จัดเสิร์ฟโดยตักแกงกะหรี่ไก่ใส่ชาม เสิร์ฟกับน้ำจิ้มอาจาด 28.08.2019 RECIPE

หลนกุ้ง 1. นำกุ้งมาล้างให้สะอาด แกะเปลือกกุ้งช่วงตัวออก ส่วนหัวแกะเอาเปลือกหัวด้านบนออก แล้วใช้มีดหรือช้อนรีดมันกุ้งออกมาแยกไว้ ผ่าหลังกุ้งดึงเส้นดำออก หั่นเนื้อกุ้งเป็นชิ้นเล็กๆ นำมาสับพอหยาบ พักไว้ 2. ใส่กะทิเรียลไทยลงในกระทะ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง ผัดจนกะทิหอมและแตกมันเล็กน้อย ใส่หอมแดงซอย ผัดจนหอมแดงสุกใส ใส่เนื้อกุ้งที่สับไว้ตามด้วยมันกุ้ง ปรุงรสด้วย เกลือสมุทร น้ำตาลมะพร้าวและน้ำมะขามเปียก ผัดให้กุ้งพอสุก โรยพริกชี้ฟ้าหั่นแว่นและใบมะกรูดฉีก เคี่ยวต่อเล็กน้อยให้เข้ากัน ปิดไฟ ยกลง 3. ตักใส่ถ้วย เสิร์ฟพร้อมผักสดและข้าวสวย 19.07.2019 RECIPE

แกงกะหรี่ฟักทองกับชิกพี 1. ทำชิกพีดั๊มปลิงโดยใส่ถั่วชิกพีต้มลงในโถปั่นของแห้ง ปั่นจนถั่วมีลักษณะละเอียดเหมือนแป้ง ใส่แป้งข้าวโพด ไข่ไก่ พาร์สเลย์ และเกลือ ปั่นให้เข้ากัน ปิดเครื่อง นำส่วนผสมมาปั้นเป็นก้อนขนาด 2 นิ้ว ได้จำนวน 10 ก้อน นำไปทอดในน้ำมันมะกอกเล็กน้อยจนเหลืองกรอบ 2. ทำซุปโดยตั้งหม้อน้ำมันมะกอกบนไฟกลาง ใส่หอมใหญ่ซอย 1 ถ้วยลงผัดจนหอม ตามด้วยผงขมิ้น การัมมาซาลา และยี่หร่าป่น ผัดจนหอม ใส่เนื้อมะเขือเทศสับ ฟักทอง และน้ำ เคี่ยวจนฟักทองสุก ปั่นให้ละเอียด ใส่กลับลงหม้อเดิม ใส่หอมใหญ่ที่เหลือ ลูกเกดเหลือง ชิกพีต้มสุก และกะทิ เคี่ยวต่อพอหอมใหญ่และลูกเกดสุกนุ่ม ปรุงรสด้วยเกลือ ใส่ชิกพีดั๊มปลิงที่ทอดแล้ว เคี่ยวประมาณ 5 นาที ปิดไฟ 3. จัดเสิร์ฟแกงกะหรี่ฟักทองใส่ถ้วย โรยด้วยพาร์สเลย์ เสิร์ฟกับข้าวสวยข้าวกล้อง หมายเหตุ • ทำถั่วชิกพีต้มโดยล้างถั่วชิกพีให้สะอาด นำไปแช่น้ำนาน 30 นาที แล้วนำไปต้มในน้ำเดือด ประมาณ 1 ชั่วโมงจนถั่วสุกนุ่ม (ขึ้นอยู่กับขนาดถั่วชิกพี) ตักขึ้นพักให้เย็นสนิทก่อนนำไปทำสลัด ถ้าอยากให้ถั่วมีรสชาติสามารถต้มใส่เกลือเล็กน้อย หรือใช้น้ำสต๊อกในการต้มถั่วก็ได้ 14.06.2019 RECIPE

ต้มกะทิใบเหลียงปลาเนื้ออ่อนแห้ง 1. ย่างปลาเนื้ออ่อนบนตะแกรงด้วยไฟอ่อนจนหอม นำขึ้น พักไว้ให้เย็นสนิท แกะหัวและก้างออก หั่นหรือบิเป็นชิ้นพอคำ พักไว้ 2. โขลกพริกไทยขาวและเกลือให้เข้ากันจนละเอียด ใส่กะปิและหอมแดง โขลกต่อพอแหลก ตักใส่ถ้วย พักไว้ 3. ตั้งหม้อใส่หัวกะทิลงเคี่ยว 2 ถ้วยบนไฟกลาง หมั่นคนอย่าให้แตกมัน ใส่เครื่องที่โขลกลงไป เคี่ยวพอมีกลิ่นหอม รอให้เดือดซักครู่ ใส่ใบเหลียง ตามด้วยปลาเนื้ออ่อนแห้งลงไป ปรุงรสด้วยน้ำปลา และน้ำตาลมะพร้าว คนให้เข้ากัน ไปพอเดือด ปิดไฟใส่พริกขี้หนูสวนลงไป ตักใส่ชาม เสิร์ฟ 2. โขลกพริกไทยขาวและเกลือให้เข้ากัน ใส่กะปิและหัวหอมแดงลงไปโขลกพอแหลก ตักใส่ถ้วยพักไว้ 3. ตั้งหม้อใส่หัวกะทิลงเคี่ยว 2 ถ้วย หมันคนอย่าให้แตกมัน ใส่เครื่องที่โขลกไว้ลงไป พอมีกลิ่นหอม รอให้เดือดซักครู่ ใส่ใบเหลียง ปลาเนื้ออ่อนแห้งลงไป ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลมะพร้าว คนให้เข้ากัน ไปพอเดือด ปิดไฟใส่พริกขี้หนูสวนลงไป แล้วตักเสิร์ฟร้อนๆ โรยด้วยปลาเนื้ออ่อนแห้งที่ย่างไว้ 27.05.2019 RECIPE

แกงมะเขือพวงขาเห็ดหอมย่าง 1. ทำน้ำพริกแกงโดยโขลกพริกขี้หนูกับเกลือเข้าด้วยกันให้ละเอียด ใส่กระเทียม ข่า ตะไคร้ กระชาย ผิวมะกรูด และเต้าหู้ยี้ โขลกต่อจนละเอียดเข้ากันดี ตักใส่ถ้วย พักไว้ 2. ทำขาเห็ดหอมปรุงรสย่างโดยใส่ขาเห็ดหอมลงในอ่างผสม ใส่ซีอิ๊วขาว น้ำมันหอยเจ น้ำมันมะกอก และพริกไทยดำ เคล้าให้เข้ากันทั่วหมักไว้ในอุณหภูมิห้องนาน 15 นาทีขึ้นไป แล้วนำไปย่างในกระทะก้นตื้นด้วยไฟอ่อนจนสุกหอม ใส่ถ้วย พักไว้ 3. เคี่ยวหัวกะทิ ½ ถ้วย ในกระทะด้วยไฟอ่อนจนแตกมันเล็กน้อย ใส่น้ำพริกแกงที่โขลกผัดจนมีกลิ่นหอมและมีมันสีเขียวลอยหน้าเล็กน้อย ค่อยๆใส่หางกะทิจนหมด คนให้เข้ากันแล้วบุบมะเขือพวงพอแตกเล็กน้อยใส่ ต้มจนสุกจึงใส่ขาเห็ดหอมปรุงรสย่าง คนพอทั่ว ปรุงรสด้วยเกลือ คนอีกครั้งให้เข้ากัน ใส่หัวกะทิที่เหลือ ตามด้วยใบมะกรูด ปิดไฟ 4. ตักใส่ถ้วย ตกแต่งด้วยยอดโหระพา เสิร์ฟ 21.05.2019 RECIPE

บัวลอยคัสตาร์ดทุเรียน 1. ทำไส้คัสตาร์ดทุเรียนโดยอุ่นนมสดจืด เนยสดชนิดจืด และเกลือสมุทรรวมกันในหม้อด้วยไฟอ่อน คนให้ละลายเข้ากันดี ปิดไฟ พักไว้ ตีไข่ไก่ น้ำตาลทราย นมผงและแป้งข้าวโพดรวมกันด้วยตะกร้อมือ ค่อยๆเทส่วนผสมนมลงในไข่ ใช้ตระกร้อมือคนเพื่อไม่ให้ไข่เป็นลิ่ม เทส่วนผสมกลับหม้อใบเดิมยกขึ้นตั้งไฟอ่อน ใส่เนื้อทุเรียนบด คนจนส่วนผสมข้นเป็นคัสตาร์ด ปิดไฟ เทลงถาดสี่เหลี่ยม เกลี่ยหน้าให้เรียบ ปิดด้วยพลาสติกแร็ป แช่ช่องแข็งนาน 3 ชั่วโมงหรือจนกว่าจะเซ็ตตัวแข็ง 2. ทำแป้งบัวลอยสีเขียวโดยนวดแป้งข้าวเหนียว แป้งมัน และน้ำใบเตยรวมกันในอ่างผสม จนแป้งเนียนไม่ติดมือ ปิดด้วยผ้าขาวบางชุบน้ำไม่ให้แป้งแห้ง พักไว้ (ทำแป้งบัวลอยสีเหลืองเช่นเดียวกับแป้งบัวลอยสีเขียว) ใช้มีดตัดไส้คัสตาร์ดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก 1.5x1.5 เซนติเมตร เด็ดแป้งบัวลอยเป็นชิ้นละประมาณ 10 กรัม แผ่แป้งออกเป็นแผ่นบาง วางคัสตาร์ดทุเรียนตรงกลาง หุ้มไส้ให้มิด ทำเช่นนี้จนหมด 3. ตั้งหม้อน้ำบนไฟกลาง รอให้เดือด ปรับเป็นไฟอ่อน ใส่บัวลอยลงต้ม รอจนกระทั่งแป้งลอย ทิ้งไว้สักครู่จึงช้อนแป้งบัวลอยขึ้น ใส่ลงในน้ำเชื่อมใส พักไว้ 4. ทำน้ำกะทิโดย ผสมหัวกะทิ น้ำตาลทราย  น้ำตาลมะพร้าว เกลือสมุทร และใบเตยมัดปม รวมกันในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟอ่อน เคี่ยวให้น้ำตาลละลาย พอร้อน ใส่เนื้อมะพร้าวขูดเส้นและเนื้อทุเรียน คนให้พอเข้ากัน ปิดไฟ 5. ตักแป้งบัวลอยที่ต้มไว้ใส่ถ้วย ราดด้วยน้ำกะทิ เสิร์ฟ 09.05.2019 RECIPE

หมูสะเต๊ะน้ำจิ้ม 1. ล้างเนื้อหมูให้สะอาด ซับให้แห้ง หั่นเนื้อหมูเป็นชิ้นบาง ใส่ถ้วย หมักหมูสะเต๊ะโดยใส่หัวกะทิ น้ำตาล เกลือ ผงกระหรี่ และผงขมิ้น คนให้เข้ากัน ใส่หมู  คลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากัน หมักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดานาน 15 นาที 2. ทำอาจาดโดยใส่ น้ำตาล น้ำส้มสายชู เกลือ และน้ำลงในหม้อ ตั้งบนไฟกลางข้างอ่อน เคี่ยวให้เดืดจนน้ำตาลละลายและเหนียวเล็กน้อย ปิดไฟ พักจนเย็นสนิทแล้วจึงใส่แตงกวา พริกชี้ฟ้า หอมแดง และผักชี 3. ทำน้ำจิ้มหมูสะเต๊ะโดยตั้งกระทะบนไฟกลาง พอร้อนใส่หัวกะทิ ¼ ถ้วย ผัดให้แตกมัน ใส่น้ำพริกแกงมัสมั่นลงผัดในกระทะจนมีกลิ่นหอม ใส่หัวกะทิที่เหลือ ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก น้ำตาลมะพร้าว และเกลือ คนส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน ใส่ถั่วลิสง งาขาว และน้ำ เคี่ยวจนส่วนผสมข้นขึ้นเล็กน้อย ใส่น้ำมันพริกเผา คนให้เข้ากัน ปิดไฟ พักไว้ 4. นำไม้เสียบหมูสะเต๊ะไปแช่น้ำ 30 นาที นำหมูที่หมักไว้มาเสียบไม้จนหมด ตั้งเตาย่างบนไฟกลาง พอร้อน นำเนื้อหมูเสียบไม้ลงย่างจนสุกเหลืองทั้งสองด้าน ยกขึ้นใส่จานพักไว้ 5. เสิร์ฟหมูสะเต๊ะกับน้ำจิ้มหมูสะเต๊ะ น้ำจิ้มอาจาด และขนมปังปิ้ง 22.04.2019 RECIPE

สาคูแคนตาลูปน้ำแข็งไส ทำซอสกะทิราดหน้า โดยเทกะทิแท้ 100% ตราเรียลไทย ใส่กระทะทองเหลือง ยกขึ้นตั้งบนไฟอ่อน ใส่น้ำตาล เกลือ และใบเตยลงไป คนให้น้ำตาลละลาย ผสมแป้งข้าวโพดกับน้ำมะพร้าว คนให้แป้งละลายน้ำดี เทลงในหม้อน้ำกะทิที่กำลังร้อน คนให้เข้ากัน กวนจนกะทิจนมีความข้นและหมดกลิ่นแป้ง ใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนลงไป กวนต่ออีก 2 นาที ปิดไฟ พักไว้ให้เย็น เตรียมกวนสาคูโดยนำเม็ดสาคูใส่กระชอน เปิดน้ำล้างผ่านเบาๆเพื่อล้างเศษแป้งออกรอบหนึ่ง สะเด็ดน้ำ พักไว้ ใส่น้ำและน้ำมะพร้าวลงในกระทะทอง ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง พอน้ำเดือดใส่เม็ดสาคูที่ล้างแล้วลงต้ม ใช้พายไม้ค่อยๆกวนเม็ดสาคูจนสาคูเริ่มใส จึงกวนเร็วขึ้น กวนไปเรื่อยๆจนแป้งสุก 80% (มีไตสีขาวเป็นจุดเล็กๆ) เทน้ำตาลทรายลงไป กวนจนน้ำตาลละลายและสาคูไม่แฉะ ปิดไฟ ยกลง จัดเสิร์ฟโดยตักสาคูที่เย็นแล้วใส่ลงในถ้วย โปะหน้าด้วยน้ำแข็งป่นละเอียดให้พูน ตกแต่งด้วยแคนตาลูปคว้านลูกกลม ราดซอสกะทิบนน้ำแข็งให้ทั่ว 05.04.2019 RECIPE

เบือทอดประยุกต์ 1. นำกุ้งมาตัดหนวดและกรีออก ล้างให้สะอาด พักไว้ ใส่แป้งข้าวเจ้าและแป้งข้าวเหนียวลงในอ่างผสม ใส่ใบชะพลูหรือใบเล็บครุฑและกุ้งลงคลุกเคล้ากับแป้งจนแป้งเคลือบส่วนผสมจนทั่ว พักไว้ 2. ตอกไข่ใส่ถ้วย ใช้เฉพาะไข่แดง ใส่น้ำพริกแกง น้ำปูนใส กะทิ น้ำปลา และใบมะกรูด ใช้ส้อมคนให้ส่วนผสมเข้ากัน เทส่วนผสมน้ำพริกแกงลงในส่วนผสมแป้งที่เตรียมไว้ ใช้ส้อมคนจนแป้งละลายเข้ากันกับส่วนผสม พักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดานาน 5-10 นาที 3. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง พอน้ำมันเริ่มร้อน ใช้ทัพพีตักส่วนผสมหยอดลงทอดในกระทะน้ำมัน ให้เป็นแพบางๆ (หากตักในปริมาณมากเกิน เมื่อทอดจะทำให้แป้งด้านในไม่กรอบ) ทอดด้วยไฟอ่อน จนฟองอากาศที่เกาะอยู่รอบๆหมด จึงเร่งไฟให้แรงขึ้น ทอดให้แป้งออกสีเหลืองทอง ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน 4. ทำน้ำจิ้มโดยเคี่ยวพริกชี้ฟ้าโขลก น้ำตาล น้ำส้มสายชู น้ำ และเกลือ เข้าด้วยกัน ในหม้อด้วยไฟอ่อนจนข้นเหนียว ตักใส่ถ้วย ใส่พริกป่น ถั่วลิสง และใบผักชี เสิร์ฟกับเบือทอด 01.03.2019 RECIPE

เรไรมันม่วง 'เรไรมันม่วง' ขนมรังไรหรือเรไร เป็นขนมไทยโบราณปรากฏอยู่ในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน มีลักษณะคล้ายรังนก แต่มาเพิ่มความทันสมัยด้วยมันม่วง กินกับกะทิสดข้น หอมหวานมันกำลังดี อร่อยนักแล กะทิขวดเรียลไทยทั้งเข้มข้น หอม มัน เหมือนกะทิคั้นสดจริงๆและที่สำคัญเป็นกะทิไทยแท้ 100% ที่คั้นสดไม่ใส่วัตถุกันเสียด้วย ท้าพิสูจน์ความเข้มข้นหอมมัน รับประกันความสดใหม่ กะทิขวดต้องเรียลไทย ที่ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและดูโฆษณาโป๊ปเบลล่าแบบเต็มๆได้ที่ www.facebook.com/realthaicoconutmilk.com   #ท้าพิสูจน์ความเข้มข้นหอมมัน #รับประกันความสดใหม่ #กะทิขวดต้องเรียลไทย #กะทิขวดที่ดีกว่า #realthai #กะทิไทยแท้ #กะทิเรียลไทย  #กะทิโป๊บเบลล่า เข้าไปดูสูตรเต็มๆได้ที่นี่ ติดตามพวกเราได้ที่ : Facebook : KRUA.CO by Sangdad Website : http://krua.co Youtube : KRUA dot CO Instagram : KRUA.CO Line : @krua.co Twitter : @KRUAdotCO 02.22.2019 VIDEO

แกงกะหรี่กุ้งกับมังคุด 1. เตรียมพริกแกงกะหรี่โดยใส่พริกแห้งและเกลือลงในครก โขลกส่วนผสมให้ละเอียด จากนั้นใส่หอมแดงโขลกต่อให้เข้ากัน ใส่ขิง ตะไคร้ ลูกผักชี ยี่หร่า ผงกะหรี่ และกะปิ โขลกส่วนผสมเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ตักใส่ถ้วย พักไว้ 2. ทำแกงกะหรี่โดยตั้งกระทะใส่หัวกะทิ ¼ ถ้วยลงในกระทะ เปิดไฟกลาง พอหัวกะทิเริ่มเดือดใส่พริกแกงกะหรี่ลงผัด ผัดจนหอมและกะทิแตกมันเล็กน้อย ใส่กุ้งลงผัดให้เข้ากัน พอกุ้งสุก ใส่หัวกะทิและหางกะทิที่เหลือ ใส่มังคุดเคี่ยวประมาณ 2-3 นาที จนมังคุดเริ่มนิ่ม ปรุงรสด้วยน้ำตาลและเกลือ คนให้เข้ากันอีกครั้ง ใส่ใบมะกรูดฉีก พอเดือด ปิดไฟ พักไว้ 3. ตักแกงกะหรี่กุ้งกับมังคุดใส่ชามตกแต่งด้วยพริกชี้ฟ้าสีแดงซอย เสิร์ฟพร้อมข้าวสวย 21.02.2019 RECIPE

เรไรมันม่วง 1. ทำแป้งเรไรโดยใส่แป้งทั้งสองชนิดและเนื้อมันม่วงลงในอ่างผสม จากนั้นใส่กะทิแท้ 100% ตราเรียลไทย นวดจนแป้งจับตัวเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วเติมน้ำลงไปส่วนหนึ่ง ใช้มือกวนแป้งจนแป้งคลายตัวออก ไม่เป็นเม็ด เติมน้ำที่เหลือจนหมดใช้มือกวนให้เข้ากัน เทส่วนผสมแป้งลงกระทะทองเหลือง ยกขึ้นตั้งบนไฟอ่อน  ใช้ไม้พายกวนแป้งไปทางเดียวกัน จนแป้งจับตัวเป็นก้อน ลักษณะร่อนออกจากกระทะและไม่เหนียวติดมือ ปิดไฟ ยกลง 2. วางก้อนแป้งบนเขียงไม้ ใช้มือนวดจนแป้งคลายร้อน (ใช้มือแตะกะทิบางๆตอนนวดแป้งเพื่อไม่ให้แป้งเหนียวติดมือ) ปั้นแป้งให้เป็นทรงกระบอกยาวแล้วตัดแป้งเป็นท่อน ยาว 3-4 เซนติเมตร พักแป้งโดยคลุมผ้าขาวบางไว้กันลม นำแป้ง 1 ก้อนใส่พิมพ์กดเรไร กดออกมาให้เป็นเส้น ใช้พายยางหรือส้อมช่วยตะล่อมให้อยู่ทรง เมื่อกดขนาดได้ที่แล้ว ปาดขนมออกมา วางในลังถึงที่รองด้วยใบตอง ทำจนแป้งหมด ปิดฝา นึ่งในน้ำเดือด ใช้เวลา 3 นาทีหรือจนแป้งสุก ยกลง 3. ทำกะทิราดหน้าโดยตวงกะทิแท้100% ตราเรียลไทยใส่หม้อ เติมแป้งข้าวเจ้าและเกลือ คนให้แป้งละลายเข้ากันดีจึงยกขึ้นตั้งบนไฟอ่อน คนตลอดจนกะทิข้นดี ปิดไฟ ยกลงพักไว้ 4. จัดเสิร์ฟโดยวางขนมเรไรบนจาน โรยมะพร้าวทึนทึกขูดฝอย ถั่วทอง และน้ำตาลทรายผสมงาขาวคั่ว และ หยอดหน้าด้วยกะทิข้น 18.02.2019 RECIPE

อะโวคาโดไข่หวาน 1. ตั้งหม้อน้ำบนไฟกลาง พอน้ำเดือดเล็กน้อย ใส่น้ำตาลอิริทริทอล 1 ช้อนโต๊ะ คนพอละลาย ต่อยไข่ไก่ใส่ถ้วย รอไว้ พอน้ำเดือดจัดใช้ทัพพีคนน้ำให้เป็นน้ำวน ค่อยๆหย่อนไข่ไก่ลงบนผิวน้ำ สังเกตไข่ขาวจะเริ่มเซ็ตตัว จับเวลา 2-3 นาที (รักษาอุณหภูมิของน้ำให้เดือดกลางๆ) ตักไข่หวานขึ้นแช่น้ำเย็นจัด พักไว้ ทำเช่นเดียวกันกับไข่ไก่ที่เหลือ (ถ้ารับประทานทันที ไม่ต้องตักขึ้นแช่น้ำเย็น) 2. ตั้งหม้ออีกใบใส่หัวกะทิบนไฟกลาง พอกะทิร้อน ใส่น้ำตาลอิริทริทอลที่เหลือลงไป และเกลือสมุทร คนละลาย พอเดือดอ่อนๆ ปิดไฟ 3 . ล้างอะโวคาโด ผ่าครึ่งตามยาว ใช้ช่วงสันมีดเฉาะลงบนเมล็ดให้แน่น บิดมีดไปทางซ้ายหรือขวาก็ได้ เมล็ดจะหลุดออก ใช้ที่คว้านผลไม้ทรงกลม คว้านอะโวคาโดให้เป็นลูกกลมตามต้องการ 4. จัดเสิร์ฟโดย ใส่อะโวคาโดลงในถ้วย ตามด้วยไข่หวาน ราดน้ำกะทิลงไป โรยด้วยงาขาวคั่ว 13.02.2019 RECIPE