Found 8 results for Tag : กาแฟ

วาฟเฟิลกับไซรัปคอฟฟี่วานิลลา ทำไซรัปคอฟฟี่วานิลลาโดยเคี่ยวน้ำและน้ำตาลในหม้อจนข้น ประมาณ 10 นาที ใส่ผงกาแฟ คนให้ละลายเข้ากัน กรีดฝักวานิลลาตามยาว เอาเมล็ดออก แล้วใส่ลงในน้ำเชื่อม ปิดไฟพักไว้ให้น้ำเชื่อมมีกลิ่นวานิลา  ทำเมเปิลบัตเตอร์โดยตีเนย เมเปิลไซรัป น้ำตาลไอซิ่ง และเกลือ ในอ่างผสมด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าจนฟู นำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดารอไว้ ทำวาฟเฟิลโดยใส่แป้งสาลี ผงฟู น้ำตาล เกลือ ไข่แดง นมสด และเนยละลายลงในอ่างผสม คนด้วยตะกร้อให้เข้ากัน พักไว้ ตีไข่ขาวในอ่างผสมอีกใบจนตั้งยอดแข็ง  นำไปตะล่อมผสมกับส่วนผสมแป้ง อุ่นเครื่องทำวาฟเฟิลประมาณ 3-5 นาทีจนร้อนได้ที่ ตักแป้งวาฟเฟิลหยอดในเครื่องพอประมาณ ปิดฝา รอให้วาฟเฟิลสุก ไฟที่เครื่องจะแสดงเป็นสีเขียว (ขึ้นอยู่กับรุ่นของเครื่องทำวาฟเฟิล ควรอ่านคู่มือก่อนใช้งาน) เปิดฝา นำวาฟเฟิลออกจากพิมพ์ วางพักไว้บนตะแกรงก่อน (ถ้าวางไว้บนจานขณะยังร้อนจะทำให้วาฟเฟิลแฉะ) จัดวาฟเฟิลใส่จาน เสิร์ฟกับเมเปิลบัตเตอร์ ราดไซรัปคอฟฟี่วานิลลา เสิร์ฟทันที                 24.06.2019 RECIPE

หมูอบกาแฟกับผักอบ 1. ล้างเนื้อหมูให้สะอาด ซับให้แห้ง ผสมกาแฟอาราบิก้า น้ำตาลทราย เกลือ ผงปาปริก้า พริกคาเยน ผงกระเทียม ผงหอมใหญ่ พริกไทย ลูกผักชี คนให้เข้ากัน นำเนื้อหมูไปคลุกกับเครื่องเทศที่ผสมไว้ให้ทั่ว พักไว้ในตู้เย็นก่อน 2. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส เคล้าแครอท มันเทศ มินิฟักทอง บัตเตอร์นัทสควอช และพริกหวานสีแดง (ทั้งลูก) กับน้ำมันมะกอกให้ทั่ว อบประมาณ 20 นาที จนผักสุก ทดลองใช้มีดจิ้มแล้วหลุดออกง่าย นำออกจากเตาอบ ส่วนพริกหวานอบจนเปลือกพริกไหม้เกรียม แล้วนำมาลอกเปลือกออก หั่นพริกเป็นชิ้นพอคำ ปรุงรสผักทั้งหมดด้วยเกลือและพริกไทยตามชอบ 3. ปรับอุณหภูมิเตาอบเป็น 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ ตั้งกระทะบนไฟกลางใส่น้ำมันมะกอก พอน้ำมันร้อน นำสันในหมูลงดาดโดยรอบพอให้ด้านนอกแห้ง ตักหมูขึ้นวางบนตะแกรงที่รองด้วยถาดอบ นำเข้าอบประมาณ 15 นาทีจนหมูสุก พักไว้ด้านนอก 4. สไลซ์เนื้อหมูหนา 1 ซม. จัดใส่จาน เสิร์ฟพร้อมผักอบและถั่วแขกลวก 19.04.2018 RECIPE

ทีรามิสุ ”ถ้าพูดถึงกาแฟ คงเป็นครื่องดื่มที่ทั่วทั้งโลกรู้จัก กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ รสชาติที่มีเสน่ห์ ทำให้หลายคงหลงใหล CIY ก็นำกาแฟมาทำทั้งของคาว ของหวาน กลิ่นจะหอม น่าลิ้มลองแค่ไหน” ทีรามิสุ (Tiramisu) สำหรับ 8 คน กาแฟอาราบิก้าสดบดละเอียด 3 ช้อนโต๊ะ น้ำ 1 ถ้วย เลดี้ฟิงเกอร์ 7-8 แท่ง ผงโกโก้สำหรับโรยหน้า   ทีรามิสุ ไข่แดงของไข่ไก่ (ฟองละ 65 กรัม) 3 ฟอง เหล้ารัม ¼ ถ้วย น้ำตาลทราย ½ ถ้วย+2 ช้อนโต๊ะ เจลาตินแผ่น(ขนาดแผ่นละ 4 ½ x 2 ½ นิ้ว) 2 แผ่น วิปปิ้งครีม 1¼ ถ้วย มัสคาร์โพเนชีส 250 กรัม   วิธีทำ • ทำน้ำกาแฟโดยใส่น้ำลงไปที่ฐานของเครื่องทำกาแฟ ใส่ผงกาแฟที่บดแล้วลงในตัวรองระหว่างฐานกับตัวกาข้างบน นำตั้งบนไฟกลาง รอจนได้น้ำกาแฟที่ต้องการ ปิดไฟ ทิ้งไว้ให้เย็นหรือน้ำเข้าแช่ตู้เย็นช่องธรรมดาไว้ ระหว่างนั้นทำครีมทิรามิสุโดย ตั้งหม้อน้ำบนไฟกลาง ผสมไข่แดง น้ำตาลและเหล้ารัมลงในอ่างผสม เมื่อน้ำเดือดแล้วยกอ่างผสมวางบนหม้อน้ำ ใช้ตะกร้อมือตีส่วนผสมข้นขึ้น ยกออกจากเตา พักไว้ ให้เย็น • แช่เจลาตินลงในอ่างน้ำเย็นที่ใส่น้ำแข็ง พักไว้เจลาตินนุ่ม ระหว่างนั้นนำวิปปิ้งครีม ¼ ถ้วยใส่ลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟอ่อน พอร้อน ปิดไฟ นำเจลาตินที่นุ่มดีแล้ว บีบน้ำออก ใส่ลงในหม้อวิปปิ้งครีม คนให้ เจลาตินละลาย พักไว้ • ตีวิปปิ้งครีมส่วนที่เหลือในอ่างผสมที่ลองด้วยอ่างน้ำแข็ง จนตั้งยอดอ่อน เทส่วนผสมวิปปิ้งครีมที่ละลายเจลาตินไว้ ลงในอ่างผสม ตีส่วนผสมทั้งให้ขึ้นฟูและข้น พักไว้ • ตีส่วนผสมไข่และมาร์คาร์โพนเนชีส แบ่งตีทีละครึ่งให้เข้ากันด้วยตะกร้อมือ พอส่วนผสมเข้ากันแล้ว นำส่วนผสมวิปปิ้งครีมที่ตีใส่ทีละครึ่ง ผสมให้เข้ากัน จนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดี ตักครีมทิรามิสุที่ได้ ใส่ถุงบีบ เตรียมไว้ • จัดเสิร์ฟโดยนำเลดี้ฟิงเกอร์จุ่มลงในน้ำกาแฟที่ทำไว้ทั้ง 2 ด้าน บีบครีมทิรามิสุที่เตรียมไว้ลงในแก้วทำซ้ำแบบนี้ 2 รอบ ปาดเนื้อครีมให้เรียบ นำแช่ตู้เย็นช่องธรรมดา พักไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง • เมื่อจะรับประทานให้โรยผงโกโก้ด้านบน เสิร์ฟ ข้อเสนอแนะ • เลดี้ฟิงเกอร์นั้นมีขายสำเร็จรูปทั่วไป สามารถใช้เนื้อเค้กเป็นแผ่นบางแทนได้ • ส่วนใหญ่นิยมใส่เหล้ามาร์ซาลา (Marsala) อะมาเรตโต้ (Amaretto) วิสกี้ (Whisky) หรือไม่ก็เหล้ารัม (Rum) • เคล็ดลับการใช้ชีสมัสคาร์โพเนคือ ก่อนใช้นำชีสออกมาพักนอกตู้เย็นจนมีอุณหภูมิใกล้เคียงกับในห้อง หรือเย็นกว่าเล็กน้อย เวลาผสมชีสกับครีมไข่แดงไม่ควรตีนานจนเกินไปเพราะชีสจะแยกตัว • หากเนื้อครีมทีรามิสุเหลว เวลาใส่พิมพ์จะทำให้เลดี้ฟิงเกอร์เรียงไม่อยู่ระดับเดียวกัน ดังนั้นก่อนใส่ลงในพิมพ์จึงควรทำให้เนื้อทีรามิสุข้นขึ้นก่อน โดยวางอ่างเนื้อครีมทีรามิสุลงบนอ่างน้ำแข็ง ใช้พายยางคนเบาๆไปเรื่อยๆจนเนื้อทีรามิสุข้นขึ้นแล้วจึงตักเนื้อครีมใส่พิมพ์         03.19.2018 VIDEO

คอฟฟี่ คัสตาร์ด แครมบูเล ”ถ้าพูดถึงกาแฟ คงเป็นครื่องดื่มที่ทั่วทั้งโลกรู้จัก กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ รสชาติที่มีเสน่ห์ ทำให้หลายคงหลงใหล CIY ก็นำกาแฟมาทำทั้งของคาว ของหวาน กลิ่นจะหอม น่าลิ้มลองแค่ไหน” คอฟฟี่คัสตาร์ดแครมบูเล สำหรับ 4 คน ส่วนผสม วิปปิ้งครีม 500 มิลลิลิตร ผงกาแฟสำเร็จรูป 2 ช้อนโต๊ะ ไข่แดง 4 ฟอง แป้งสาลีอเนกประสงค์ 3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 6 ช้อนโต๊ะ บรั่นดี 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทรายสำหรับโรยหน้า   วิธีทำ • ตั้งหม้อ เทวิปปิ้งครีม ผงกาแฟ ลงไป ตั้งบนไฟกลางค่อนอ่อน ใช้หมั่นคนเพื่อไม่ให้ส่วนผสมไหม้ • ใช้ตะกร้อมือตีไข่แดงและแป้งสาลีอเนกประสงค์ในอ่างผสม เตรียมไว้ กลับไปที่หม้อส่วนผสมครีม ใส่น้ำตาลลงไป คนให้น้ำตาลละลายดี เมื่อครีมร้อนได้ที่ ปิดไฟ • เทส่วนผสมครีมที่ทำไว้ทีละน้อยใส่ลงไปในส่วนผสมของไข่แดงกับแป้งสาลี คนจนเป็นเนื้อเดียวกัน จึงเทส่วนผสมทั้งหมดกลับลงหม้อ ตั้งบนไฟอ่อน (ระหว่างตั้งไฟให้คนตลอดเวลา)คนเรื่อยๆจนเนื้อเริ่มข้นเป็นคัสตาร์ด ปิดไฟ • เพื่อให้เนื้อคัสตาร์ดมีความละเอียดเนียนให้กรองด้วยกระชอน 1 ครั้ง ใส่บรั่นดีลงไป ผสมให้เข้ากันอีกครั้ง ตักส่วนผสมใส่พิมพ์ นำไปแช่ตู้เย็นอย่างน้อย 2 -3 ชั่วโมง • เมื่อนำมารับประทานให้โรยน้ำตาลบางๆ ใช้แก๊สที่เป็นหัวปืนพ่นไฟกริลล์ให้น้ำตาลกลายเป็นสีน้ำตาลทอง พักไว้ 1-2 นาที เสิร์ฟ                         03.19.2018 VIDEO

หมูอบกาแฟ ”ถ้าพูดถึงกาแฟ คงเป็นครื่องดื่มที่ทั่วทั้งโลกรู้จัก กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ รสชาติที่มีเสน่ห์ ทำให้หลายคงหลงใหล CIY ก็นำกาแฟมาทำทั้งของคาว ของหวาน กลิ่นจะหอม น่าลิ้มลองแค่ไหน” ส่วนผสม เนื้อหมูส่วนสันใน (350กรัม) 1 ชิ้น กาแฟอาราบิก้าบดละเอียด 3 ช้อนโต๊ะ ลูกผักชีคั่วป่น ½ ช้อนชา ผงปาปริก้า 1 ช้อนโต๊ะ พริกคาเยนป่น 1 ช้อนโต๊ะ ผงกระเทียม 1 ช้อนชา ผงหอมใหญ่ 1 ช้อนชา เกลือสมุทร 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทรายแดง 1 ½ ช้อนโต๊ะ พริกไทยดำป่น ½ ช้อนชา น้ำมันมะกอกสำหรับทอดหมูเล็กน้อย ผักสำหรับย่างมี แครอท ฟักทองญี่ปุ่น พริกหวานสีแดง และถั่วแขก เกลือป่นและพริกไทยดำบดสำหรับปรุงรสผักย่างน้ำมันมะกอกสำหรับเคล้าผักเล็กน้อย วิธีทำ • ทำเครื่องหมักหมูโดยผสมกาแฟบด ลูกผักชี ผงปาปิก้า พริกคาเยน ผงกระเทียม ผงหอมใหญ่ เกลือและน้ำตาลทรายแดงในอ่างผสม คนส่วนผสมให้เข้ากัน เพิ่มความหอมด้วยการบดพริกไทยดำลงไป คนส่วนผสมให้เข้ากันอีกครั้ง • ล้างเนื้อหมูให้สะอาด ซับน้ำให้แห้ง หั่นเนื้อหมูเป็นสองส่วน นำหมูลงหมักกับเครื่องหมักที่เตรียมไว้ เคล้าให้เครื่องหมักเคลือบทั่วเนื้อหมู หมักทิ้งไว้ 15 นาที และวอร์มเตาอบไว้ที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส • ตั้งกระทะน้ำมันมะกอกบนไฟกลาง พอร้อน นำหมูที่หมักไว้ ลงทอด ให้ผิวนอกตึงตัว มีสีสวย ทอดสักครู่ ปิดไฟ นำหมูขึ้นวางบนตะแกรงที่รองด้วยถาดอบ นำเข้าอบประมาณ 15 นาที • ระหว่างรอหมูอบ ทำผักย่างโดยเตรียมผักก่อนด้วยการหั่นแครอทเป็นชิ้นบาง ฟักทองปอกเปลือกเล็กน้อยหั่นชิ้นตามใจชอบ ส่วนพริกหวานให้แกะเมล็ดออก หั่นชิ้นตามยาว ส่วนถั่วแขกน้ำมาเคล้ากับน้ำมันมะกอก ปรุงรสด้วยเกลือป่นและพริกไทยดำป่น ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง พอร้อน นำถั่วแขกลงไปย่างให้สุกและมีสีเกรียม เมื่อหมูอบสุกครบเวลาแล้วให้นำออกมาจากเตาอบ พักไว้ จึงต่อด้วยการนำผักที่เหลือใส่อ่างผสม เคล้ากับน้ำมันมะกอก เกลือและพริกไทยดำป่น ย่างให้สุกและมีสีเกรียมเหมือนกัน ปิดไฟ ตักใส่จาน พักไว้ • จัดเสิร์ฟโดยสไลซ์เนื้อหมูหนาประมาณ 1 ซม. จัดเรียงใส่จานเสริ์ฟพร้อมกับผักย่างหลากสี     03.19.2018 VIDEO

ชูส์ครีมกาแฟ 1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ ปูกระดาษไขหรือแผ่นอบซิลิโคนในถาดอบและร่อนแป้งเค้กกับผงโกโก้ เตรียมไว้ 2. ทำ แป้งชูส์โดยใส่น้ำ นม เนย และเกลือป่น ลงในหม้อ ปิดฝา ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง พอเดือดเปิดฝา เทแป้งและผงโกโก้ที่ร่อนไว้ใส่ลงในหม้อทั้งหมด ใช้พายไม้คนให้เข้ากัน ลดเป็นไฟอ่อนคนจนแป้งล่อนออกจากข้างหม้อ ยกลง เทแป้งใส่อ่างผสม ค่อยๆ ใส่ไข่ไก่ทีละน้อย คนจนไข่ไก่ซึมเข้าเนื้อแป้ง แล้วจึงทยอยใส่ไข่ไก่ทีละน้อย ทำเช่นนี้จนแป้งเหลวได้ที่ ไม่จำ เป็นต้องใส่ไข่ไก่ทั้งหมด ให้สังเกตจากเมื่อใช้พายไม้ตักแป้งขึ้นมาแล้วแป้งไหลเป็นรูปตัววี 3. ตักแป้งชูส์ใส่ถุงบีบ ใช้หัวบีบแฉก บีบแป้งชูส์เป็นก้อนกลมขนาด 2.5 ซม. จนเต็มถาด ใช้แปรงจุ่มไข่ไก่ที่เหลือทาหน้าแป้งชูส์บางๆ นำเข้าเตาอบที่อุ่นไว้ อบนาน 18 นาที หรือจนแป้งชูส์สุก นำออกจากเตาอบ พักไว้บนตะแกรงจนเย็นสนิท 4. ทำคัสตาร์ดกาแฟโดยใส่นมและวิปปิ้งครีมลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง ระหว่างนั้นตีไข่ไก่ น้ำตาลทราย และกลิ่นวานิลลา ด้วยตะกร้อในอ่างผสมจนสีอ่อนลง ใส่แป้งข้าวโพด ตีให้เข้ากัน เทนมอุ่นครึ่งหนึ่งลงในอ่างส่วนผสมไข่ไก่ ใช้ตะกร้อคนให้เข้ากัน แล้วเทกลับลงในหม้อนมที่เหลือ คนให้เข้ากัน ตั้งไฟต่อจนส่วนผสมเดือดข้น ปิดไฟใส่กลิ่นกาแฟเข้มข้นและเนย ใช้ตะกร้อคนให้เข้ากันและเนยละลายเทใส่ชาม ปิดด้วยพลาสติกแรป พักไว้ให้เย็น ตักใส่ถุงบีบพร้อมหัวบีบ เตรียมไว้ 5. บีบคัสตาร์ดกาแฟใส่ในแป้งชูส์ที่อบไว้ ทำจนหมด 07.03.2018 RECIPE

ทีรามิสุ 1. เตรียมฐานทีรามิสุโดยใส่กาแฟสำเร็จรูปลงในอ่างผสม เทน้ำร้อนใส่ คนจนกาแฟละลายเข้ากัน วางน้ำกาแฟทิ้งไว้หรือนำเข้าแช่ในตู้เย็นให้หายร้อน 2. แช่แผ่นเจลาตินลงในอ่างน้ำเย็นที่ใส่น้ำแข็ง เตรียมไว้ 3. เตรียมพิมพ์โดยหุ้มพลาสติกแรปด้านล่างพิมพ์ วางไว้บนกระดาษแข็งที่วางบนถาดอะลูมิเนียมอีกที 4. ทำเนื้อครีมทีรามิสุโดยใส่น้ำลงในหม้อประมาณ ¼ ของหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางจนเดือด ลดเป็นไฟอ่อน ใส่ไข่แดง น้ำตาล และเหล้ารัมดำ ลงในอ่างสเตนเลสหรือชามทนความร้อน ยกขึ้นวางบนหม้อน้ำเดือดอ่อนๆ ใช้ตะกร้อตีจนไข่แดงข้นและสีอ่อนลง ยกอ่างลงจากหม้อ ตีต่อจนไข่แดงหายร้อน แล้วใส่มัสการ์โปเนชีสลงไปครึ่งหนึ่ง ตีจนเริ่มเข้ากัน แล้วใส่ชีสที่เหลือและกลิ่นวานิลลา ตีต่อแค่พอเข้ากันดี เทลงอ่างผสมใบใหม่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น พักไว้ (ถ้าอ่างเดิมมีขนาดใหญ่พออยู่แล้วก็ใช้อ่างใบเดิม) 5. นำวิปปิ้งครีม ¼ ถ้วยใส่หม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟอ่อน พอวิปปิ้งครีมร้อน แต่ไม่ถึงกับเดือด ปิดไฟ ใส่เจลาตินที่แช่น้ำจนนุ่มแล้วลงไป คนด้วยช้อนจนเจลาตินละลายหมด พักไว้ให้หายร้อน 6. ระหว่างรอให้วิปปิ้งครีมที่ใส่เจลาตินหายร้อน เตรียมฐานทีรามิสุโดยจุ่มเลดี้ฟิงเกอร์หนึ่งชิ้นลงในน้ำกาแฟประมาณ 1 วินาที ยกขึ้นให้สะเด็ดน้ำ วางเรียงเลดี้ฟิงเกอร์ 8 ชิ้นให้เต็มด้านล่างพิมพ์ พักไว้ 7. นำวิปปิ้งครีมที่เหลือใส่อ่างผสมแล้ววางบนอ่างใส่น้ำแข็งอีกที ตีด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าจนเริ่มขึ้นฟูเป็นฟอง จึงเริ่มเทวิปปิ้งครีมที่ละลายกับเจลาตินไว้ลงไป ตีต่อจนทั้งหมดข้นฟู ทดสอบโดยพอยกตะกร้อแล้ววาดเป็นลวดลายได้ 8. ตักวิปปิ้งครีมที่ตีครึ่งหนึ่งลงใส่ในส่วนผสมชีสข้อ 4 ใช้พายยางตะล่อมเบาๆ ให้เข้ากัน    แล้วจึงใส่วิปปิ้งครีมที่เหลือให้หมดตะล่อมจนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน 9. ตักเนื้อครีมทีรามิสุที่ได้ประมาณ 2/3 ส่วนของทั้งหมดลงบนเลดี้ฟิงเกอร์ที่เรียงไว้ เกลี่ยพอเรียบเท่ากัน เรียงด้วยเลดี้ฟิงเกอร์ที่ชุ่มน้ำกาแฟอีกชั้นหนึ่ง ตักเนื้อครีมทีรามิสุที่เหลือราดทับเลดี้ฟิงเกอร์ชั้นบน นำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดา 1 คืน ก่อนถอดออกจากพิมพ์ (หรือนำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องแช่แข็งนาน 4 ชั่วโมง) 10. ถอดออกจากพิมพ์โดยแกะพลาสติกแรปด้านข้างออก ใช้หัวพ่นไฟพ่นรอบๆ พิมพ์เพื่อให้เนื้อเค้กคลายตัว ค่อยๆดึงพิมพ์ออก ตัดเสิร์ฟเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม พร้อมโรยผงโกโก้   Tips มัสการ์โปเนชีสเป็นชีสที่ขึ้นชื่อของเขตลอมบาร์ดี (Lombardy) ในประเทศอิตาลี เนื้อชีสไม่แข็งเป็นก้อนแต่เหมือนวิปปิ้งครีมที่ตีจนขึ้นฟูมีขายตามซูเปอร์มาร์เกตทั่วไปหลายยี่ห้อ หลายราคา เลือกใช้เอาตามที่ชอบ ถ้าไม่สามารถหาซื้อเลดี้ฟิงเกอร์ได้ สามารถใช้เนื้อเค้กรสกาแฟแทนได้ ส่วนใหญ่นิยมใส่เหล้ามาร์ซาลา (Marsala) อามาเรตโต (Amaretto) วิสกี้ (Whisky) หรือไม่ก็เหล้ารัม (Rum) เคล็ดลับการใช้มัสการ์โปเนชีสคือ ก่อนใช้นำชีสออกมาพักนอกตู้เย็นจนมีอุณหภูมิใกล้เคียงกับในห้อง หรือเย็นกว่าเล็กน้อย เวลาผสมชีสกับครีมไข่แดงไม่ควรตีนานจนเกินไปเพราะชีสจะแยกตัวหากเนื้อครีมทีรามิสุเหลว เวลาใส่พิมพ์จะทำให้เลดี้ฟิงเกอร์เรียงไม่อยู่ระดับเดียวกัน ดังนั้นก่อนใส่ลงในพิมพ์จึงควรทำให้เนื้อทีรามิสุข้นขึ้นก่อนโดยวางอ่างเนื้อครีมทีรามิสุลงบนอ่างน้ำแข็ง ใช้พายยางคนเบาๆ ไปเรื่อยๆ จนเนื้อทีรามิสุข้นขึ้นแล้วจึงตักเนื้อครีมใส่พิมพ์หากไม่มีพิมพ์สี่เหลี่ยมไม่มีฐานสามารถใช้ถาดแก้วสี่เหลี่ยมได้ เวลารับประทานก็ตัดแบ่งเป็นชิ้น 07.03.2018 RECIPE