Found 200 results for Tag : ขนมหวาน

ช็อกโกเเลตบาร์ทำมือ 1. ใส่น้ำลงในหม้อให้ระดับน้ำสูงประมาณ 1-2 ซม. ตั้งบนไฟอ่อน ใส่เนยโกโก้ลงในอ่างผสมยกขึ้นวางบนหม้อน้ำร้อน ใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดให้อุณหภูมิเนยโกโก้อยู่ระหว่าง 50-55 องศาเซลเซียส คนจนกระทั่งเนยโกโก้ละลายหมด 2. ใส่น้ำตาลไอซิ่ง ใช้พายยางคนให้น้ำตาลไอซิ่งละลายไม่เป็นเม็ด โดยให้คงอุณหภูมิยังอยู่ระหว่าง 50-55 องศาเซลเซียสเท่าเดิม ถ้าอ่างผสมร้อนเกินไปให้ยกลงจากหม้อ คนจนอุณหภูมิลดลงแล้วนำกลับไปตั้งบนหม้อใหม่ 3. ใส่ผงคาเคา 2 ใน 3 ส่วนลงในอ่างเนยโกโก้ คนให้ผงคาเคาละลายเข้ากัน จากนั้นยกอ่างลง ใส่ผงคาเคาที่เหลือเพื่อ cool down ให้อุณหภูมิลงมาที่ 32 – 34 องศาเซลเซียส ใส่กลิ่นวนิลลาและผิวส้มลนไฟ คนให้เข้ากัน 4. แช่อ่างผสมในอ่างน้ำเย็นเพื่อลดอุณหภูมิช็อกโกแลตลงมาที่ 27-28 องศาเซลเซียส นำส่วนผสมกลับไปตุ๋นบนหม้อน้ำร้อนเพื่อดึงอุณหภูมิขึ้นมาที่ 32-34 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่พร้อมนำไปใช้งาน 5. เทส่วนผสมลงพิมพ์ให้เต็ม เคาะเพื่อไล่อากาศเล็กน้อย ตกแต่งด้วยส้มนาเวลเชื่อมอบแห้งและอัลมอนด์สับหยาบ แช่ในตู้เย็นช่องธรรมดานาน 45 นาทีจนช็อกโกแลตเซตตัว   หมายเหตุ         ทำผิวส้มลนไฟโดยล้างส้มวาเลนเซีย หรือส้มนาเวลให้สะอาด ซับให้แห้ง ปอกเปลือกโดยไม่ติดเนื้อสีขาวด้านใน นำเปลือกส้มไปลนไฟอ่อนๆพอให้มีน้ำมันจากผิวส้มออกมามีกลิ่นหอม สับผิวส้มให้ละเอียด   09.02.2020 RECIPE

บราวนีสูตรเข้มเนื้อฉ่ำ 1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส ปูกระดาษไขด้านในพิมพ์ เตรียมไว้  2. ทำบราวนี่ช็อกโกแลตโดยตั้งหม้อน้ำบนไฟกลาง ใส่ช็อกโกแลตบาร์และเนยลงในอ่างผสม ยกอ่างผสมขึ้นวางบนหม้อน้ำร้อน พอช็อกโกแลตเริ่มละลาย ใช้พายยางคนให้เข้ากัน ปิดไฟ พักไว้ 3. ใส่น้ำตาลทรายทั้งสองชนิด ไข่ไก่ ไข่แดง และกลิ่นวานิลลา ลงในอ่างช็อกโกแลตที่ละลายแล้ว คนให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดีและน้ำตาลละลาย ร่อนแป้งเค้กและผงโกโก้ลงในอ่างช็อกโกแลต ตะล่อมเบาๆให้ส่วนผสมเข้ากัน ใส่ดาร์กช็อกโกแลตบาร์ที่สับไว้ลงในอ่างผสม คนให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากัน 4. เทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ นำเข้าอบในเตาอบที่อุ่นไว้ อบนาน 25-30 นาทีจนบราวนี่สุก ทดสอบโดยใช้ไม้ปลายแหลมจิ้มแล้วไม่มีเนื้อเค้กติดขึ้นมานำเค้กออกจากเตาอบ ถอดออกจากพิมพ์ 5. ตัดบราวนี่เป็นชิ้นใส่จาน เสิร์ฟ 05.02.2020 RECIPE

แพนเค้กกล้วยหอมช็อกโกแลต 1. ทำซอสช็อกโกแลตโดย ตั้งหม้อบนไฟอ่อน ใส่นมอัลมอนด์ลงต้มให้พอเดือด ปิดไฟ เทนมใส่อ่างผสมที่มีดาร์ช็อคโกแลตบาร์สับหยาบและน้ำหวานดอกมะพร้าวอยู่ ใช้พายยางคนให้ช็อกโกแลตละลายและเข้ากัน 2. ทำส่วนผสมของแห้งโดยร่อนแป้งเค้ก ผงฟู เกลือป่น อบเชยป่นและผงโกโก้ ในอ่างผสม คนให้ส่วนผสมพอเข้ากัน 3. ใส่ไข่แดง น้ำมันรำข้าว กลิ่นวนิลา กล้วยหอมบดละเอียด ใช้ตะกร้อมือคนให้ส่วนผสมเข้ากัน 4. ทำเมอแรงโดยใส่ไข่ขาว ตีด้วยตะกร้อมือด้วยความเร็วปานกลางให้ไข่ขาวเริ่มเป็นฟองละเอียด จึงเริ่มใส่น้ำตาลทีละน้อยจนหมด ตีต่อจนไข่ขาวฟู มันวาวและตั้งยอดแข็ง ตักเมอแรงก์ประมาณ 1/3 ส่วน  ใส่ในอ่างผสมแป้งก่อนหน้าที่พักไว้ ตะล่อมด้วยพายยางให้เข้ากัน แล้วจึงใส่เมอแรงก์ที่เหลือลงไป ตะล่อมให้เข้ากันอีกครั้งจนเข้ากัน 6. ตั้งกระทะเทฟล่อนบนไฟกลาง ทาน้ำมันรำข้าวบางๆที่กระทะ ตักแป้งแพนเค้กประมาณ ½ กระบวย ลงทอด พอเริ่มสุกแป้งจะเป็นฟองเล็กๆ จึงกลับด้าน แป้งมีลักษณะเหลือง หอม ทอดจนหมดแป้ง จัดแพนเค้กใส่จาน โรยด้วยข้าวโอ๊ต เสิร์ฟพร้อมกล้วยหอมหั่นแว่นและซอสช็อคโดแลต 03.02.2020 RECIPE

เค้กช็อกโกแลต 1. เปิดเตาอบที่ 180 องศาเซลเซียส ไฟบนไฟล่าง เตรียมพิมพ์เค้กขนาด 1 ปอนด์ ทาด้วยเนยและรองด้วยกระดาษไข 2. เตรียมส่วนผสมเค้ก โดยผสมนมอัลมอนด์ น้ำส้มสายชูแอปเปิล น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลทราย น้ำมันรำข้าว และกลิ่นวานิลลา เข้าด้วยกัน 3. ร่อนแป้งสาลี ผงโกโก้ ผงฟู และเกลือป่น เข้าด้วยกัน นำส่วนผสมของแห้งและของเหลวผสมเข้าด้วยกัน ใช้พายยางคนให้เข้ากันดี นำใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ เข้าอบเป็นเวลา 35 นาที นำออกจากเตาอบ พักให้เย็นบะตะแกลง 4. เตรียมกานาช โดยนำดาร์กช็อกโกแลต และนมอัลมอนด์ใส่ลงในหม้อ ตั้งไฟบนไฟอ่อนคนให้ละลายเข้ากันดี ปิดไฟ พักพอกานาชเริ่มอุ่น ก็ราดบนชิ้นเค้ก ราดกานาชให้ทั่ว  นำไปพักในตู้เย็น นาน 10 นาที นำมาตัดเป็นชิ้น ใส่จาน พร้อมรับประทาน 03.02.2020 RECIPE

คุกกี้ช็อกโกแลตโอ็ตมิล 1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ เตรียมถาดอบโดยปูแผ่นซิลิโคน 2. ร่อนแป้งสาลี ผงฟู เกลือป่น  ผงโกโก้ และอบเชยป่น ลงในอ่างผสมเข้าด้วยกัน พักไว้ 3. ตีชอร์ตเทนนิ่งและน้ำตาลทรายแดง ลงอ่างผสมในอ่างผสมด้วยตะกร้อมือจนเริ่มขึ้นฟู ใส่เมเปิ้ลไซรัป นมอัลมอนด์ และกลิ่นวานิลลา ตีต่อจนส่วนผสมเข้ากัน ใส่ส่วนผสมของแห้งที่เตรียมไว้ลง ตะล่อมเบาๆ ด้วยพายยางให้เข้ากัน ใส่ ข้าวโอ๊ต คนผสมให้เข้ากัน ใส่ดาร์กช็อกโกแลตสับลงผสม คนให้ช็อกโกแลตกระจายพอทั่วและเข้ากัน 4. ใช้สคูปไอศกรีมตักเนื้อคุกกี้วางเรียงในถาดอบที่เตรียมไว้ โดยเว้นระยะห่างคุกกี้ประมาณ 3 นิ้ว  นำเข้าอบ นาน 13 นาที ยกออกจากเตาอบ พักคุกกี้ไว้ในถาดอบประมาณ 5 นาที แซะคุกกี้ออกจากถาด วางบนตะแกรงจนคุกกี้เย็นสนิท จัดเสิร์ฟใส่จาน พร้อมนมสด 03.02.2020 RECIPE

คัสตาร์ดสองสีกับหมั่นโถว I Home Cooking by Chef Nan Home Cooking by Chef Nan ชวนทำอาหารมงคลต้อนรับเทศกาลตรุษจีน ด้วยเครื่องครัว Philips (โปรพิเศษคลิกhttps://bit.ly/2uiRfKa) คัสตาร์ดสองสีลวดลายหยิน-หยาง เป็นสัญลักษณ์ของลัทธิเต๋า หมายถึง พลังที่คู่กัน เมื่อมีเท่ากันจะสร้างความสมดุล นอกจากความหมายดี แถมยังเอร็ดอร่อยด้วยคัสตาร์ดสองรสชาติ ครีมและงาดำ คู่กับหมั่นโถว #เมนูโดนใจทำง่ายกับฟิลิปส์ #หลากหลายเมนูกับเครื่องครัวฟิลิปส์   คลิกเพื่อจดสูตรคัสตาร์ดได้ที่นี่: Home Cooking by ChefNan ตอนอื่นๆ: https://bit.ly/2CJNWgg   ติดตามพวกเราต่อได้ที่ Website : https://krua.co Twitter : https://twitter.com/KRUAdotCO Youtube : https://www.youtube.com/kruadotco Instagram : https://www.instagram.com/krua.co Facebook : https://www.facebook.com/kruadotco 01.27.2020 VIDEO

คุกกี้เสี่ยงทาย 1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส เตรียมถาดอบโดยปูแผ่นอบซิลิโคน พักไว้ 2. ตีไข่ขาวและน้ำตาลทรายด้วยตะกร้อมือจนไข่ขาวตั้งยอดอ่อน ใส่เนยละลาย กลิ่นอัลมอนด์ และกลิ่นวานิลลา คนให้ส่วนผสมเข้ากัน จากนั้น ใส่แป้งที่ร่อนไว้ ตะล่อมให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันด้วยตะกร้อมือ พักไว้ 3. ใช้ช้อนตักส่วนผสมแป้งประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ลงในถาดอบ ใช้หลังช้อนวนเกลี่ยให้ส่วนผสมแป้งบางลงเป็นวงกลม ให้ได้เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 นิ้ว อบครั้งละ 3 วง โดยเว้นระยะหางประมาณ 1 นิ้ว 4. นำคุกกี้เข้าอบในเตาอบที่อุ่นไว้ อบนาน 7 นาที นำออกจากเตาอบ ใช้สเปตูลาแซะคุกกี้ให้หลุดออกจากถาดอบ พลิกแผ่นคุกกี้กลับด้าน นำแผ่นกระดาษเขียนคำทำนายวางลงตรงกลาง พับคุกกี้ลงมาครึ่งหนึ่ง นำคุกกี้กดตรงขอบแก้วน้ำให้ปลายติดกัน ใส่ลงในพิมพ์มัฟฟิน ทำจนหมดแป้ง พักไว้ 5. นำคุกกี้เข้าอบอีกครั้ง ที่อุณหภูมิเดิม อบนาน 3 นาที จนกว่าคุกกี้จะเหลืองกรอบ นำออกจากเตา พักให้หายร้อน 6. ใส่คุกกี้เสี่ยงทายลงในขวดโหล ปิดให้สนิท 20.12.2019 RECIPE

เชอร์เบทฝรั่ง 1. ตั้งหม้อน้ำ ใส่เนื้อฝรั่งและน้ำตาลทรายลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง เคี่ยวเนื้อฝรั่งกับน้ำตาลให้เข้ากันดี พอเดือด ลดเป็นไฟอ่อน เคี่ยวต่ออีก 2 ชั่วโมง จนเนื้อฝรั่งนุ่ม และน้ำงวดลงเล็กน้อย ปิดไฟ พักให้หายร้อน 2. ใส่เนื้อฝรั่ง น้ำที่ใช้ต้มเนื้อฝรั่ง 3 ถ้วย และน้ำมะนาวลงเครื่องปั่น ปั่นให้ส่วนผสมทุกอย่างเนียนเข้ากันดี เทใส่กล่องปิดฝาให้สนิท แช่ในตู้เย็นช่องธรรมดา 2 ชั่วโมง​ เมื่อครบเวลาเทส่วนผสมลงในเครื่องปั่นไอศกรีมตามขั้นตอน ใช้เวลาปั่นประมาณ 1 ชั่วโมง หรือปั่นจนได้เนื้อเชอร์เบทเนียนละเอียดตามต้องการ (ขึ้นอยู่กับประเภทและคุณภาพของเครื่องทำไอศกรีมที่ใช้) ตักเชอร์เบทใส่ภาชนะ ปิดฝาให้สนิท นำเข้าตู้เย็นช่องแช่แข็งประมาณ 3 ชั่วโมง ก่อนรับประทาน 3. ระหว่างนั้นทำพริกเกลือโดยโขลกพริกให้ละเอียด ตักใส่ถ้วย ผสมเกลือ น้ำตาล และพริกที่โขลกให้เข้ากันดีในถ้วย ชิมรสตามชอบ 4. จัดเสิร์ฟโดยตักเชอร์เบทใส่ถ้วยโรยด้วยพริกเกลือ รับประทานทันที Tips ชิมเนื้อฝรั่งก่อนว่ามีรสชาติหวานแค่ไหน สามารถลดปริมาณน้ำตาลในสูตรได้ถ้าหากฝรั่งหวานอยู่แล้ว เครื่องทำไอศกรีมที่ใช้เป็นเครื่องทำไอศกรีมแบบมีคอมเพรสเซอร์ทำความเย็นในตัว วิธีใช้เครื่องคือเปิดเครื่องทำไอศกรีมทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที ให้ถังใส่ไอศกรีมเริ่มเย็นลง จึงใส่เนื้อเชอร์เบตที่ทำเสร็จลงปั่น หากใช้เครื่องทำไอศกรีมแบบถังเยือกแข็ง ควรแช่เนื้อเชอร์เบตให้เย็นจัดก่อน แล้วจึงนำไปปั่นในเครื่องทำไอศกรีม 04.11.2019 RECIPE

ชีสเค้กมะขามป้อม 1. ทำแป้งทาร์ตโดยร่อนแป้งสาลี แป้งเค้ก น้ำตาลทราย และเกลือ เข้าด้วยกัน เทใส่เครื่องผสมอาหาร ใส่เนยจืดเย็น ปั่นจนแป้งมีลักษณะเป็นเม็ดทรายหยาบๆ ใส่ไข่แดง ปั่นจนแป้งเกาะเป็นก้อนเดียวกัน ห่อแป้งทาร์ตด้วยพลาสติกแรป นำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาอย่างน้อยนาน 30 นาที 2. ทำมะขามป้อมเชื่อมโดยใส่น้ำ 2 ถ้วยลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง ระหว่างรอน้ำเดือด บัั้งมะขามป้อมเป็นรูปกากบาท พอเดือดนำมะขามป้อมลงต้มในน้ำ ประมาณ 20 นาที ปิดไฟ ตักมะขามป้อมขึ้นแช่ในน้ำเย็นจัด ลอกเปลือกออก ใส่จานพักไว้ ทำน้ำเชื่อมใส่น้ำ 2 ถ้วยกับน้ำตาลลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง คนให้น้ำตามละลายและน้ำเชื่อมเดือด ใส่มะขามป้อมที่ลอกเปลือกแล้วกลับลงไป เคี่ยวด้วยไฟอ่อนประมาณ 15 นาทีจนกว่าเนื้อมะขามป้อมจะใส ปิดไฟ แช่มะขามป้อมทิ้งไว้ในน้ำเชื่อมจนเย็นสนิท พักไว้ 3. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ นำแป้งทาร์ตกรุลงในพิมพ์โดยใช้นิ้วหัวแม่มือช่วยกดแป้งให้เรียบสนิทกับพิมพ์ ใช้ส้อมจิ้มที่ฐานแป้งทาร์ตให้ทั่ว นำเข้าพักในตู้เย็นช่องธรรมดา 10 นาที นำแป้งทาร์ตเข้าอบนานประมาณ 20 นาที ให้แป้งสุกกึ่งหนึ่ง นำออกจากเตา พักไว้ให้หายร้อน ลดไฟเตาอบลงเป็น 150 องศาเซลเซียส 4. ทำชีสเค้กโดยตีครีมชีสในอ่างผสมด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าจนนุ่มลง ใส่น้ำตาลทราย ตีให้เข้ากัน ใส่ซาวร์ครีมและนมสด ตีให้เข้ากันอีกครั้ง ใส่ไข่ไก่ ตีจนส่วนผสมเนียน ตักส่วนผสมครีมชีสลงในพิมพ์ทาร์ตที่อบไว้ ประมาณ ¼ ของพิมพ์ วางมะขามป้อมเชื่อม 3-4 ชิ้นลงในพิมพ์ เติมเนื้อชีสเค้กกลบมะขามป้อมเชื่อมโดยให้เหลือขอบประมาณ 0.5 เซนติเมตร นำชีสเค้กเข้าอบในเตาอบที่อุ่นไว้ อบนาน 20 นาที นำออกจากเตา พักไว้บนตะแกรงจนเย็นสนิท 5. ระหว่างพักชีสเค้ก ทำเยลลี่มะขามป้อมโดยใส่น้ำ 2 ถ้วยลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง พอน้ำเดือดนำเนื้อมะขามป้อม ลงต้มให้สุกนุ่มประมาณ 20 นาที แล้วนำไปปั่นกับน้ำ ¼ ถ้วยในโถปั่นจนละเอียด กรองส่วนผสมผ่านผ้าขาวบาง คั้นเอาแต่น้ำมะขามป้อมใสๆใส่ลงในหม้อ ใส่น้ำ ¼ ถ้วยที่เหลือ น้ำตาลทราย และน้ำเลมอน ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง คนให้ส่วนผสมเข้ากันดีและน้ำตาลละลาย จากนั้นใส่เจลาตินลงในหม้อ คนให้เจลาตินละลาย เข้ากันดี ปิดไฟ พักไว้ให้หายร้อน 7. เมื่อชีสเค้กเย็นสนิทแล้ว เทเยลลี่มะขามป้อมปิดทับให้เสมอกับขอบแป้งทาร์ต นำเข้าแช่ตู้เย็นช่องธรรมดาให้เยลลี่เซ็ตตัว ก่อนเสิร์ฟตกแต่งด้วยมะขามป้อมเชื่อมและใบไธม์สด Tips: ควรแช่มะขามป้อมในน้ำเกลือ (อัตราส่วนน้ำ 2 ถ้วย ต่อ เกลือ 2 ช้อนโต๊ะ) ก่อนสักประมาณ 20 นาที เพื่อให้ลดความฝาด ก่อนใช้นำไปล้างก่อนต้ม 07.10.2019 RECIPE

เค้กจากหม้อหุ้งข้าว 1. ทาเนยด้านในหม้อหุงข้าวให้ทั่วอุ่นหม้อหุงข้าวให้ร้อนเตรียมไว้ 2. ร่อนแป้งเค้กผงฟูและโซดา 3. ตีไข่ไก่และกลิ่นวานิลลาในถ้วยผสมขนาดเล็กพักไว้ 4. ผสมนมสดผสมกับน้ำมะนาวในถ้วยพักไว้ 5. ตีเนยกับน้ำตาลทรายในอ่างผสมด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าจนฟูและผสมเป็นสีน้ำตาลแดงเทมปุระและผสมกับนมสด 6. เท็กซ์เค้กลงในหม้อหุงข้าวที่ให้ความไว้วางใจในการเตรียมเค้กหน้าปิดและกดปุ่มตั้งเวลาการอบที่ 20 ชั่วโมงและกดปุ่มรอสัญญาณเตือนแสดงว่าเค้กสุกแล้วเปิดฝาหม้อทดสอบ ว่าเค้กสุกโดยใช้ปลายแหลมจิ้มแล้วไม่มีเนื้อเค้กติดขึ้นมาหม้อรอบ ๆ ลงบนถาดหรือตะแกรงพักไว้ให้เย็น   8. จัดเตรียมโดยตัดเค้กเป็นชิ้นตามใจชอบจานโรยน้ำตาลไอซิ่งและบลูรูเชียรีตกแต่งด้วยใบสะระแหน่ 24.09.2019 RECIPE

ทอฟฟี่เค้ก 1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ เตรียมพิมพ์โดยปูกระดาษไขด้านในพิมพ์ให้ขอบกระดาษไขเลยขอบพิมพ์ขึ้นมาประมาณ 1 นิ้ว พักไว้ 2. ทำเนื้อเค้กโดยผสมแป้งเค้กกับผงฟูในอ่างผสม คนให้เข้ากัน พักไว้ ใส่ไข่ไก่ น้ำตาลทราย และกลิ่นวานิลลา ลงในอ่างผสม ใช้เครื่องตีไข่ไฟฟ้า ตีส่วนผสมให้ขึ้นฟู ค่อยๆใส่เนยละลายและนมผสมกาแฟ ลงในอ่างไข่ ตีส่วนผสมให้เข้ากันอีกครั้ง ร่อนแป้งเค้กที่ผสมแล้วลงในอ่างผสมเข้าด้วยกัน 3. เทส่วนผสมเนื้อเค้กใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ นำเข้าอบในเตาอบที่อุ่นไว้ อบนานประมาณ 25 นาที หรือจนเค้กสุก ทดสอบว่าเนื้อเค้กสุกได้ที่แล้วโดยใช้ไม้ปลายแหลมจิ้มลงไปตรงกลางแล้วไม่มีเนื้อเค้กติดขึ้นมา แสดงว่าเนื้อเค้กสุกทั่ว นำเค้กออกจากเตา พักบนตะแกรงให้หายร้อน ลดไฟเตาอบเป็น 150 องศาเซลเซียส ไฟบนอย่างเดียว เตรียมไว้ 4. ทำหน้าทอฟฟี่โดยตั้งหม้อใส่น้ำตาล แป้งเค้ก เกลือ และนมผสมกาแฟ ลงในหม้อคนให้ เปิดไฟกลาง คนส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน จากนั้นใส่เนย ใช้ตะกร้อมือคนให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดี และมีลักษณะข้นขึ้น ใส่เม็ดมะม่วงหิมพานต์ลงในหม้อคนให้เข้ากัน ปิดไฟ 5. เทหน้าทอฟฟี่ลงบนหน้าเค้กที่พักไว้ เกลี่ยให้คลุมทั่วหน้าเค้ก นำเข้าเตาอบที่อุ่นไว้ อบนานประมาณ 10 นาที นำออกมาพักไว้บนตะแกรงจนเย็นสนิทและหน้าเค้กกรอบ (ขณะพักเค้กไว้ให้เย็นไม่ต้องคว่ำเนื้อเค้กออกจากพิมพ์) เมื่อเค้กเย็นสนิทแล้ว จับชายกระดาษไข ยกเค้กออกจากพิมพ์ คว่ำเค้กลงบนเขียงเอาหน้าเค้กลง ใช้มีดคมๆตัดเค้กเป็นชิ้นตามชอบ เสิร์ฟ 13.08.2019 RECIPE

วาฟเฟิลกับไซรัปคอฟฟี่วานิลลา ทำไซรัปคอฟฟี่วานิลลาโดยเคี่ยวน้ำและน้ำตาลในหม้อจนข้น ประมาณ 10 นาที ใส่ผงกาแฟ คนให้ละลายเข้ากัน กรีดฝักวานิลลาตามยาว เอาเมล็ดออก แล้วใส่ลงในน้ำเชื่อม ปิดไฟพักไว้ให้น้ำเชื่อมมีกลิ่นวานิลา  ทำเมเปิลบัตเตอร์โดยตีเนย เมเปิลไซรัป น้ำตาลไอซิ่ง และเกลือ ในอ่างผสมด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าจนฟู นำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดารอไว้ ทำวาฟเฟิลโดยใส่แป้งสาลี ผงฟู น้ำตาล เกลือ ไข่แดง นมสด และเนยละลายลงในอ่างผสม คนด้วยตะกร้อให้เข้ากัน พักไว้ ตีไข่ขาวในอ่างผสมอีกใบจนตั้งยอดแข็ง  นำไปตะล่อมผสมกับส่วนผสมแป้ง อุ่นเครื่องทำวาฟเฟิลประมาณ 3-5 นาทีจนร้อนได้ที่ ตักแป้งวาฟเฟิลหยอดในเครื่องพอประมาณ ปิดฝา รอให้วาฟเฟิลสุก ไฟที่เครื่องจะแสดงเป็นสีเขียว (ขึ้นอยู่กับรุ่นของเครื่องทำวาฟเฟิล ควรอ่านคู่มือก่อนใช้งาน) เปิดฝา นำวาฟเฟิลออกจากพิมพ์ วางพักไว้บนตะแกรงก่อน (ถ้าวางไว้บนจานขณะยังร้อนจะทำให้วาฟเฟิลแฉะ) จัดวาฟเฟิลใส่จาน เสิร์ฟกับเมเปิลบัตเตอร์ ราดไซรัปคอฟฟี่วานิลลา เสิร์ฟทันที                 24.06.2019 RECIPE

บัวลอยมันเทศแบบไต้หวัน 1. ทำบัวลอยมันเทศโดยนำเนื้อมันเทศสีส้มบดใส่อ่างผสม ใส่แป้งข้าวเหนียวและแป้งมันสำปะหลัง นวดจนเนื้อมันละเอียดเข้ากันกับแป้ง เติมน้ำเชื่อม นวดจนเป็นก้อนเดียวกัน ลักษณะก้อนแป้งจะแห้งๆ ไม่เหลว คลึงเป็นเส้นยาวๆแล้วใช้มีดตัดเป็นท่อนๆ ใช้นิ้วคลึงให้รูปร่างเป็นท่อนทรงกระบอกมนๆ ยาว 2.5 เซนติเมตร ทำจนหมดแป้ง นำบัวลอยที่ปั้นไว้ลงต้มในน้ำเดือดประมาณ 3 นาทีจนสุก สังเกตจะลอยขึ้นมาบนผิวน้ำ ตักบัวลอยขึ้นพักในน้ำเชื่อมแช่เย็นเพื่อคลายความร้อน 2. ทำมันเทศกวนโดยต้มหัวกะทิกับใบเตยพอร้อน เมื่อใบเตยมีกลิ่นหอม ตักออก เติมน้ำตาลปี๊บ เกลือ คนให้ละลาย ใส่เนื้อมันเทศบดหยาบลงไปกวนให้งวด ปิดไฟ พักไว้ให้เย็น 3. ทำนมขิงโดยต้มน้ำ น้ำตาลทรายแดง และขิง ในหม้อบนไฟอ่อน เค่ี่ยวจนน้ำเชื่อมมีกลิ่นหอมของขิง ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ปิดไฟ เติมนมสด พักไว้ในตู้เย็น
4. จัดเสิร์ฟโดยใช้ช้อนตักเฉาก๊วยเป็นแผ่นหนาๆ ใส่ลงในจาน ตักมันเทศกวนใส่ เติมบัวลอยมันเทศ บัวลอยเผือก และมันเทศสีม่วงเชื่อม ราดด้วยนมขิงและโรยน้ำแข็งก้อน   หมายเหตุ ทำบัวลอยเผือกเช่นเดียวกับบัวลอยมันเทศ 30.04.2019 RECIPE

ทีรามิสุมองต์บลังก์มันม่วง 1. เตรียมครีมมันม่วงโดยผสมเนื้อมันเทศสีม่วง นมข้นหวาน และวิปปิ้งครีมเข้าด้วยกัน กรองผ่านกระชอนตาถี่จนเนื้อมันม่วงเนียนละเอียด นำไปกวนในกระทะเคลือบโดยใช้ไม้พายคน พอส่วนผสมเข้ากันดีและเริ่มร้อน ปิดไฟ ใส่เนย คนให้เข้ากัน พักไว้เย็นสนิท ตักใส่ถุงบีบหัวบีบมองต์บลังก์ เตรียมไว้ 2. เตรียมครีมมัสคาร์โพนโดยตีไข่แดงกับน้ำตาลทรายในอ่างผสมด้วยตะกร้อมือจนขึ้นฟูขาว ใส่มัสคาร์โพเนชีส ตีจนส่วนผสมเข้ากัน อีกชามหนึ่ง ตีวิปปิ้งครีมกับน้ำตาลไอซิ่งด้วยเครื่องตีไฟฟ้า จนครีมขึ้นฟูตั้งยอดอ่อน นำส่วนผสมทั้ง 2 ส่วนมาผสมตะล่อมเข้าด้วยกันด้วยพายยาง 3. ใช้มีดฟันเลื่อยหั่นเลดี้ฟิงเกอร์ตัดเป็น 2 ชิ้นเท่าๆกัน ชุบเลดี้ฟิงเกอร์ในนมกาแฟพอชุ่ม วางบนจาน 2 ชิ้นติดกันเป็นฐานทีรามิสุขนาด 5x5 ซม. บีบครีมมัสคาร์โพน โดยใช้หัวบีบกลม ลงไปทับจนทั่ว ปาดให้เรียบ ทำชั้นเลดี้ฟิงเกอร์และชั้นครีมมัสคาร์โพนแบบเดิมอีกครั้ง ปาดครีมให้เรียบรอบด้าน นำเข้าตู้เย็นช่องแช่แข็งประมาณ 2 ชั่วโมงจนเซ็ตตัว 4. โรยผงโกโก้ให้ทั่วด้านบนชิ้นขนม แล้วบีบครีมมันม่วงเป็นเส้นทับชิ้นขนมเป็นแนวตั้งและแนวนอนจนทั่ว แต่งหน้าด้วยวิปปิ้งครีมและเม็ดเกาลัด เสิร์ฟ 30.04.2019 RECIPE