Found 192 results for Tag : ขนมหวาน

เชอร์เบทฝรั่ง 1. ตั้งหม้อน้ำ ใส่เนื้อฝรั่งและน้ำตาลทรายลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง เคี่ยวเนื้อฝรั่งกับน้ำตาลให้เข้ากันดี พอเดือด ลดเป็นไฟอ่อน เคี่ยวต่ออีก 2 ชั่วโมง จนเนื้อฝรั่งนุ่ม และน้ำงวดลงเล็กน้อย ปิดไฟ พักให้หายร้อน 2. ใส่เนื้อฝรั่ง น้ำที่ใช้ต้มเนื้อฝรั่ง 3 ถ้วย และน้ำมะนาวลงเครื่องปั่น ปั่นให้ส่วนผสมทุกอย่างเนียนเข้ากันดี เทใส่กล่องปิดฝาให้สนิท แช่ในตู้เย็นช่องธรรมดา 2 ชั่วโมง​ เมื่อครบเวลาเทส่วนผสมลงในเครื่องปั่นไอศกรีมตามขั้นตอน ใช้เวลาปั่นประมาณ 1 ชั่วโมง หรือปั่นจนได้เนื้อเชอร์เบทเนียนละเอียดตามต้องการ (ขึ้นอยู่กับประเภทและคุณภาพของเครื่องทำไอศกรีมที่ใช้) ตักเชอร์เบทใส่ภาชนะ ปิดฝาให้สนิท นำเข้าตู้เย็นช่องแช่แข็งประมาณ 3 ชั่วโมง ก่อนรับประทาน 3. ระหว่างนั้นทำพริกเกลือโดยโขลกพริกให้ละเอียด ตักใส่ถ้วย ผสมเกลือ น้ำตาล และพริกที่โขลกให้เข้ากันดีในถ้วย ชิมรสตามชอบ 4. จัดเสิร์ฟโดยตักเชอร์เบทใส่ถ้วยโรยด้วยพริกเกลือ รับประทานทันที Tips ชิมเนื้อฝรั่งก่อนว่ามีรสชาติหวานแค่ไหน สามารถลดปริมาณน้ำตาลในสูตรได้ถ้าหากฝรั่งหวานอยู่แล้ว เครื่องทำไอศกรีมที่ใช้เป็นเครื่องทำไอศกรีมแบบมีคอมเพรสเซอร์ทำความเย็นในตัว วิธีใช้เครื่องคือเปิดเครื่องทำไอศกรีมทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที ให้ถังใส่ไอศกรีมเริ่มเย็นลง จึงใส่เนื้อเชอร์เบตที่ทำเสร็จลงปั่น หากใช้เครื่องทำไอศกรีมแบบถังเยือกแข็ง ควรแช่เนื้อเชอร์เบตให้เย็นจัดก่อน แล้วจึงนำไปปั่นในเครื่องทำไอศกรีม 04.11.2019 RECIPE

ชีสเค้กมะขามป้อม 1. ทำแป้งทาร์ตโดยร่อนแป้งสาลี แป้งเค้ก น้ำตาลทราย และเกลือ เข้าด้วยกัน เทใส่เครื่องผสมอาหาร ใส่เนยจืดเย็น ปั่นจนแป้งมีลักษณะเป็นเม็ดทรายหยาบๆ ใส่ไข่แดง ปั่นจนแป้งเกาะเป็นก้อนเดียวกัน ห่อแป้งทาร์ตด้วยพลาสติกแรป นำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาอย่างน้อยนาน 30 นาที 2. ทำมะขามป้อมเชื่อมโดยใส่น้ำ 2 ถ้วยลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง ระหว่างรอน้ำเดือด บัั้งมะขามป้อมเป็นรูปกากบาท พอเดือดนำมะขามป้อมลงต้มในน้ำ ประมาณ 20 นาที ปิดไฟ ตักมะขามป้อมขึ้นแช่ในน้ำเย็นจัด ลอกเปลือกออก ใส่จานพักไว้ ทำน้ำเชื่อมใส่น้ำ 2 ถ้วยกับน้ำตาลลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง คนให้น้ำตามละลายและน้ำเชื่อมเดือด ใส่มะขามป้อมที่ลอกเปลือกแล้วกลับลงไป เคี่ยวด้วยไฟอ่อนประมาณ 15 นาทีจนกว่าเนื้อมะขามป้อมจะใส ปิดไฟ แช่มะขามป้อมทิ้งไว้ในน้ำเชื่อมจนเย็นสนิท พักไว้ 3. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ นำแป้งทาร์ตกรุลงในพิมพ์โดยใช้นิ้วหัวแม่มือช่วยกดแป้งให้เรียบสนิทกับพิมพ์ ใช้ส้อมจิ้มที่ฐานแป้งทาร์ตให้ทั่ว นำเข้าพักในตู้เย็นช่องธรรมดา 10 นาที นำแป้งทาร์ตเข้าอบนานประมาณ 20 นาที ให้แป้งสุกกึ่งหนึ่ง นำออกจากเตา พักไว้ให้หายร้อน ลดไฟเตาอบลงเป็น 150 องศาเซลเซียส 4. ทำชีสเค้กโดยตีครีมชีสในอ่างผสมด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าจนนุ่มลง ใส่น้ำตาลทราย ตีให้เข้ากัน ใส่ซาวร์ครีมและนมสด ตีให้เข้ากันอีกครั้ง ใส่ไข่ไก่ ตีจนส่วนผสมเนียน ตักส่วนผสมครีมชีสลงในพิมพ์ทาร์ตที่อบไว้ ประมาณ ¼ ของพิมพ์ วางมะขามป้อมเชื่อม 3-4 ชิ้นลงในพิมพ์ เติมเนื้อชีสเค้กกลบมะขามป้อมเชื่อมโดยให้เหลือขอบประมาณ 0.5 เซนติเมตร นำชีสเค้กเข้าอบในเตาอบที่อุ่นไว้ อบนาน 20 นาที นำออกจากเตา พักไว้บนตะแกรงจนเย็นสนิท 5. ระหว่างพักชีสเค้ก ทำเยลลี่มะขามป้อมโดยใส่น้ำ 2 ถ้วยลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง พอน้ำเดือดนำเนื้อมะขามป้อม ลงต้มให้สุกนุ่มประมาณ 20 นาที แล้วนำไปปั่นกับน้ำ ¼ ถ้วยในโถปั่นจนละเอียด กรองส่วนผสมผ่านผ้าขาวบาง คั้นเอาแต่น้ำมะขามป้อมใสๆใส่ลงในหม้อ ใส่น้ำ ¼ ถ้วยที่เหลือ น้ำตาลทราย และน้ำเลมอน ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง คนให้ส่วนผสมเข้ากันดีและน้ำตาลละลาย จากนั้นใส่เจลาตินลงในหม้อ คนให้เจลาตินละลาย เข้ากันดี ปิดไฟ พักไว้ให้หายร้อน 7. เมื่อชีสเค้กเย็นสนิทแล้ว เทเยลลี่มะขามป้อมปิดทับให้เสมอกับขอบแป้งทาร์ต นำเข้าแช่ตู้เย็นช่องธรรมดาให้เยลลี่เซ็ตตัว ก่อนเสิร์ฟตกแต่งด้วยมะขามป้อมเชื่อมและใบไธม์สด Tips: ควรแช่มะขามป้อมในน้ำเกลือ (อัตราส่วนน้ำ 2 ถ้วย ต่อ เกลือ 2 ช้อนโต๊ะ) ก่อนสักประมาณ 20 นาที เพื่อให้ลดความฝาด ก่อนใช้นำไปล้างก่อนต้ม 07.10.2019 RECIPE

เค้กจากหม้อหุ้งข้าว 1. ทาเนยด้านในหม้อหุงข้าวให้ทั่วอุ่นหม้อหุงข้าวให้ร้อนเตรียมไว้ 2. ร่อนแป้งเค้กผงฟูและโซดา 3. ตีไข่ไก่และกลิ่นวานิลลาในถ้วยผสมขนาดเล็กพักไว้ 4. ผสมนมสดผสมกับน้ำมะนาวในถ้วยพักไว้ 5. ตีเนยกับน้ำตาลทรายในอ่างผสมด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าจนฟูและผสมเป็นสีน้ำตาลแดงเทมปุระและผสมกับนมสด 6. เท็กซ์เค้กลงในหม้อหุงข้าวที่ให้ความไว้วางใจในการเตรียมเค้กหน้าปิดและกดปุ่มตั้งเวลาการอบที่ 20 ชั่วโมงและกดปุ่มรอสัญญาณเตือนแสดงว่าเค้กสุกแล้วเปิดฝาหม้อทดสอบ ว่าเค้กสุกโดยใช้ปลายแหลมจิ้มแล้วไม่มีเนื้อเค้กติดขึ้นมาหม้อรอบ ๆ ลงบนถาดหรือตะแกรงพักไว้ให้เย็น   8. จัดเตรียมโดยตัดเค้กเป็นชิ้นตามใจชอบจานโรยน้ำตาลไอซิ่งและบลูรูเชียรีตกแต่งด้วยใบสะระแหน่ 24.09.2019 RECIPE

ทอฟฟี่เค้ก 1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ เตรียมพิมพ์โดยปูกระดาษไขด้านในพิมพ์ให้ขอบกระดาษไขเลยขอบพิมพ์ขึ้นมาประมาณ 1 นิ้ว พักไว้ 2. ทำเนื้อเค้กโดยผสมแป้งเค้กกับผงฟูในอ่างผสม คนให้เข้ากัน พักไว้ ใส่ไข่ไก่ น้ำตาลทราย และกลิ่นวานิลลา ลงในอ่างผสม ใช้เครื่องตีไข่ไฟฟ้า ตีส่วนผสมให้ขึ้นฟู ค่อยๆใส่เนยละลายและนมผสมกาแฟ ลงในอ่างไข่ ตีส่วนผสมให้เข้ากันอีกครั้ง ร่อนแป้งเค้กที่ผสมแล้วลงในอ่างผสมเข้าด้วยกัน 3. เทส่วนผสมเนื้อเค้กใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ นำเข้าอบในเตาอบที่อุ่นไว้ อบนานประมาณ 25 นาที หรือจนเค้กสุก ทดสอบว่าเนื้อเค้กสุกได้ที่แล้วโดยใช้ไม้ปลายแหลมจิ้มลงไปตรงกลางแล้วไม่มีเนื้อเค้กติดขึ้นมา แสดงว่าเนื้อเค้กสุกทั่ว นำเค้กออกจากเตา พักบนตะแกรงให้หายร้อน ลดไฟเตาอบเป็น 150 องศาเซลเซียส ไฟบนอย่างเดียว เตรียมไว้ 4. ทำหน้าทอฟฟี่โดยตั้งหม้อใส่น้ำตาล แป้งเค้ก เกลือ และนมผสมกาแฟ ลงในหม้อคนให้ เปิดไฟกลาง คนส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน จากนั้นใส่เนย ใช้ตะกร้อมือคนให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดี และมีลักษณะข้นขึ้น ใส่เม็ดมะม่วงหิมพานต์ลงในหม้อคนให้เข้ากัน ปิดไฟ 5. เทหน้าทอฟฟี่ลงบนหน้าเค้กที่พักไว้ เกลี่ยให้คลุมทั่วหน้าเค้ก นำเข้าเตาอบที่อุ่นไว้ อบนานประมาณ 10 นาที นำออกมาพักไว้บนตะแกรงจนเย็นสนิทและหน้าเค้กกรอบ (ขณะพักเค้กไว้ให้เย็นไม่ต้องคว่ำเนื้อเค้กออกจากพิมพ์) เมื่อเค้กเย็นสนิทแล้ว จับชายกระดาษไข ยกเค้กออกจากพิมพ์ คว่ำเค้กลงบนเขียงเอาหน้าเค้กลง ใช้มีดคมๆตัดเค้กเป็นชิ้นตามชอบ เสิร์ฟ 13.08.2019 RECIPE

วาฟเฟิลกับไซรัปคอฟฟี่วานิลลา ทำไซรัปคอฟฟี่วานิลลาโดยเคี่ยวน้ำและน้ำตาลในหม้อจนข้น ประมาณ 10 นาที ใส่ผงกาแฟ คนให้ละลายเข้ากัน กรีดฝักวานิลลาตามยาว เอาเมล็ดออก แล้วใส่ลงในน้ำเชื่อม ปิดไฟพักไว้ให้น้ำเชื่อมมีกลิ่นวานิลา  ทำเมเปิลบัตเตอร์โดยตีเนย เมเปิลไซรัป น้ำตาลไอซิ่ง และเกลือ ในอ่างผสมด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าจนฟู นำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดารอไว้ ทำวาฟเฟิลโดยใส่แป้งสาลี ผงฟู น้ำตาล เกลือ ไข่แดง นมสด และเนยละลายลงในอ่างผสม คนด้วยตะกร้อให้เข้ากัน พักไว้ ตีไข่ขาวในอ่างผสมอีกใบจนตั้งยอดแข็ง  นำไปตะล่อมผสมกับส่วนผสมแป้ง อุ่นเครื่องทำวาฟเฟิลประมาณ 3-5 นาทีจนร้อนได้ที่ ตักแป้งวาฟเฟิลหยอดในเครื่องพอประมาณ ปิดฝา รอให้วาฟเฟิลสุก ไฟที่เครื่องจะแสดงเป็นสีเขียว (ขึ้นอยู่กับรุ่นของเครื่องทำวาฟเฟิล ควรอ่านคู่มือก่อนใช้งาน) เปิดฝา นำวาฟเฟิลออกจากพิมพ์ วางพักไว้บนตะแกรงก่อน (ถ้าวางไว้บนจานขณะยังร้อนจะทำให้วาฟเฟิลแฉะ) จัดวาฟเฟิลใส่จาน เสิร์ฟกับเมเปิลบัตเตอร์ ราดไซรัปคอฟฟี่วานิลลา เสิร์ฟทันที                 24.06.2019 RECIPE

บัวลอยมันเทศแบบไต้หวัน 1. ทำบัวลอยมันเทศโดยนำเนื้อมันเทศสีส้มบดใส่อ่างผสม ใส่แป้งข้าวเหนียวและแป้งมันสำปะหลัง นวดจนเนื้อมันละเอียดเข้ากันกับแป้ง เติมน้ำเชื่อม นวดจนเป็นก้อนเดียวกัน ลักษณะก้อนแป้งจะแห้งๆ ไม่เหลว คลึงเป็นเส้นยาวๆแล้วใช้มีดตัดเป็นท่อนๆ ใช้นิ้วคลึงให้รูปร่างเป็นท่อนทรงกระบอกมนๆ ยาว 2.5 เซนติเมตร ทำจนหมดแป้ง นำบัวลอยที่ปั้นไว้ลงต้มในน้ำเดือดประมาณ 3 นาทีจนสุก สังเกตจะลอยขึ้นมาบนผิวน้ำ ตักบัวลอยขึ้นพักในน้ำเชื่อมแช่เย็นเพื่อคลายความร้อน 2. ทำมันเทศกวนโดยต้มหัวกะทิกับใบเตยพอร้อน เมื่อใบเตยมีกลิ่นหอม ตักออก เติมน้ำตาลปี๊บ เกลือ คนให้ละลาย ใส่เนื้อมันเทศบดหยาบลงไปกวนให้งวด ปิดไฟ พักไว้ให้เย็น 3. ทำนมขิงโดยต้มน้ำ น้ำตาลทรายแดง และขิง ในหม้อบนไฟอ่อน เค่ี่ยวจนน้ำเชื่อมมีกลิ่นหอมของขิง ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ปิดไฟ เติมนมสด พักไว้ในตู้เย็น
4. จัดเสิร์ฟโดยใช้ช้อนตักเฉาก๊วยเป็นแผ่นหนาๆ ใส่ลงในจาน ตักมันเทศกวนใส่ เติมบัวลอยมันเทศ บัวลอยเผือก และมันเทศสีม่วงเชื่อม ราดด้วยนมขิงและโรยน้ำแข็งก้อน   หมายเหตุ ทำบัวลอยเผือกเช่นเดียวกับบัวลอยมันเทศ 30.04.2019 RECIPE

ทีรามิสุมองต์บลังก์มันม่วง 1. เตรียมครีมมันม่วงโดยผสมเนื้อมันเทศสีม่วง นมข้นหวาน และวิปปิ้งครีมเข้าด้วยกัน กรองผ่านกระชอนตาถี่จนเนื้อมันม่วงเนียนละเอียด นำไปกวนในกระทะเคลือบโดยใช้ไม้พายคน พอส่วนผสมเข้ากันดีและเริ่มร้อน ปิดไฟ ใส่เนย คนให้เข้ากัน พักไว้เย็นสนิท ตักใส่ถุงบีบหัวบีบมองต์บลังก์ เตรียมไว้ 2. เตรียมครีมมัสคาร์โพนโดยตีไข่แดงกับน้ำตาลทรายในอ่างผสมด้วยตะกร้อมือจนขึ้นฟูขาว ใส่มัสคาร์โพเนชีส ตีจนส่วนผสมเข้ากัน อีกชามหนึ่ง ตีวิปปิ้งครีมกับน้ำตาลไอซิ่งด้วยเครื่องตีไฟฟ้า จนครีมขึ้นฟูตั้งยอดอ่อน นำส่วนผสมทั้ง 2 ส่วนมาผสมตะล่อมเข้าด้วยกันด้วยพายยาง 3. ใช้มีดฟันเลื่อยหั่นเลดี้ฟิงเกอร์ตัดเป็น 2 ชิ้นเท่าๆกัน ชุบเลดี้ฟิงเกอร์ในนมกาแฟพอชุ่ม วางบนจาน 2 ชิ้นติดกันเป็นฐานทีรามิสุขนาด 5x5 ซม. บีบครีมมัสคาร์โพน โดยใช้หัวบีบกลม ลงไปทับจนทั่ว ปาดให้เรียบ ทำชั้นเลดี้ฟิงเกอร์และชั้นครีมมัสคาร์โพนแบบเดิมอีกครั้ง ปาดครีมให้เรียบรอบด้าน นำเข้าตู้เย็นช่องแช่แข็งประมาณ 2 ชั่วโมงจนเซ็ตตัว 4. โรยผงโกโก้ให้ทั่วด้านบนชิ้นขนม แล้วบีบครีมมันม่วงเป็นเส้นทับชิ้นขนมเป็นแนวตั้งและแนวนอนจนทั่ว แต่งหน้าด้วยวิปปิ้งครีมและเม็ดเกาลัด เสิร์ฟ 30.04.2019 RECIPE

สาคูแคนตาลูปน้ำแข็งไส มาดับร้อนด้วยขนมหวานๆเย็นๆอย่าง 'สาคูแคนตาลูปน้ำแข็งไส' เจ้าสาคูเม็ดน้อยนุ่มเหนียวเต็มคำ มาพร้อมกับความสดชื่นจากแคนตาลูปผนวกกับความชุ่มฉ่ำหัวใจจากกะทิรสกลมกล่อม แค่นึกยังอร่อยขนาดนี้ต้องทำกินแล้วน้า กะทิขวดเรียลไทยทั้งเข้มข้น หอม มัน เหมือนกะทิคั้นสดจริงๆและที่สำคัญเป็นกะทิไทยแท้ 100% ที่คั้นสดไม่ใส่วัตถุกันเสียด้วย ท้าพิสูจน์ความเข้มข้นหอมมัน รับประกันความสดใหม่ กะทิขวดต้องเรียลไทย ที่ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและดูโฆษณาโป๊ปเบลล่าแบบเต็มๆได้ที่ www.facebook.com/realthaicoconutmilk.com   #ท้าพิสูจน์ความเข้มข้นหอมมัน #รับประกันความสดใหม่ #กะทิขวดต้องเรียลไทย #กะทิขวดที่ดีกว่า #realthai #กะทิไทยแท้ #กะทิเรียลไทย  #กะทิโป๊บเบลล่า เข้าไปดูสูตรได้ที่นี่https://bit.ly/2Ux1ZAV ติดตามพวกเราได้ที่ : Facebook : KRUA.CO by Sangdad Website : http://krua.co Youtube : KRUA dot CO Instagram : KRUA.CO Line : @krua.co   Twitter : @KRUAdotCO 04.26.2019 VIDEO

สตรอว์เบอร์รีโฟรเซนโยเกิร์ต 1. ทำเกล็ดสตรอว์เบอร์รีโดยแบ่งสตรอว์เบอร์รีแช่แข็งออกมา 75 กรัม สับหยาบๆ พักไว้ในตู้เย็นช่องแช่แข็ง 2. ทำเนื้อไอศกรีมโดยใส่สตรอว์เบอร์รีแช่แข็งที่เหลือ ลงในเครื่องปั่นอาหาร เติมน้ำเชื่อมและโยเกิร์ตลงไป ปั่นจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันเนียนดี ใส่เนื้อไอศกรีมลงในภาชนะ เติมเนื้อสตรอว์เบอร์รีสับหยาบลงไป คนให้เข้ากัน ใช้ก้นช้อนเกลี่ยหน้าไอศกรีมในภาชนะให้เรียบเนียน แล้วนำเข้าตู้เย็นช่องแช่แข็งจนไอศกรีมเซ็ตตัวดีประมาณ 4 ชั่วโมง 3. จัดเสิร์ฟโดยราดกรีกโยเกิร์ตลงในถ้วย ใช้ที่ตักไอศกรีมตักโฟรเซนโยเกิร์ตใส่ลงถ้วยแก้ว ตกแต่งด้วยสตรอว์เบอร์รีหั่นชิ้น 19.03.2019 RECIPE

ทาร์ตสตรอว์เบอร์รีสไตล์เกาหลี 1. ทำแป้งทาร์ตโดยใส่แป้งเค้ก อัลมอนด์ป่น และน้ำตาลไอซิ่งรวมกันในอ่างผสม ใช้ช้อนคนพอเข้ากัน ใส่เนยลงในโถตีหัวตีใบพัดตีให้เนยคลายตัว ตามด้วยไข่ไก่ ร่อนส่วนผสมแป้งลงไป  ตีด้วยความเร็วต่ำจนเป็นก้อนแป้งเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน นำแป้งขึ้นวางบนกระดาษไข พับกระดาษไขขึ้นปิดหน้าแป้งให้สนิท ใช้ฝ่ามือค่อยๆกดแป้งให้แบนประมาณ 2 ซม. ทั่วๆกันทั้งก้อน พักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 2 ชั่วโมงให้แป้งเซ็ตตัว 2. ทำครีมสดโดยตีวิปปิ้งครีมกับน้ำตาลไอซิ่งจนตั้งยอดปานกลาง พักไว้ในตู้เย็น 3. ทำไส้ทาร์ตโดยโดยตีไข่แดงและน้ำตาลจนผสมกันเนียนดี  เติมแป้งข้าวโพดลงไป ผสมให้เข้ากัน นำนมสดและกลิ่นวานิลลาใส่หม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง  ต้มพอร้อน (เกือบเดือด) แล้วจึงเทลงเป็นสายบางๆในอ่างส่วนผสมไข่ทีละน้อย จนหมด ใช้ตะกร้อคนให้ส่วนของนมร้อนและไข่เข้ากันดี แล้วเทส่วนผสมกลับใลงหม้อเดิม ยกขึ้นกลับตั้งบนไฟอ่อน คนตลอดเวลาจนไส้คัสตาร์ดสุกข้นเป็นเนื้อครีมเนียนและไม่มีกลิ่นแป้ง ปิดไฟ ใส่เนย คนให้เข้ากัน เทคัสตาร์ดใส่ในถาดปูพลาสติกแรป และปิดพลาสติกแรปแนบหน้าครีม พักคัสตาร์ดให้เย็นสนิท 4. ใส่ครีมชีสกับน้ำตาลไอซิ่งลงอ่างผสม ใช้ตะกร้อมือตีจนเนียนเป็นเนื้อครีม ใส่คัสตาร์ดที่เย็นสนิทแล้วลงไป คนให้เข้ากัน เติมครีมสดที่ตีไว้ลงไป ใช้พายยางตะล่อมเบาๆให้เข้ากัน พักไว้ในตู้เย็น 5. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ไฟบนล่าง นำแป้งทาร์ตออกมา วางบนโต๊ะที่โรยแป้งนวลไว้ ตัดก้อนแป้งให้ได้ชิ้นละ 50 กรัม รีดให้แป้งเป็นวงกลมหนาประมาณ 5 มิลลิเมตร แล้วกรุลงในพิมพ์ทาร์ต โดย ใช้นิ้วโป้งกดแป้งให้แนบสนิทชิดพิมพ์ ใช้มีดตัดขอบแป้งให้เสมอกับขอบพิมพ์ ตัดกระดาษไขให้ใหญ่กว้างกว่าเส้นผ่าศูนย์กลางพิมพ์แล้ววางบนตัวแป้ง แล้วเทถั่วแดงลงไปถ่วงให้เต็มพิมพ์ทาร์ต โดยพยายามให้กระดาษไขแนบกับพิมพ์มากที่สุด นำเข้าอบ 15 นาที จนแป้งเริ่มเซ็ตตัว ยกกระดาษไขที่มีถั่วแดงออก แล้วอบต่ออีก 5-7 นาทีจนแป้งสุกเหลืองทองอมน้ำตาลทั่วทั้งชิ้น นำออกจากเตา ถอดแป้งออกจากพิมพ์ พักไว้บนตะแกรงจนเย็นสนิท 6. ประกอบทาร์ตสตรอว์เบอร์รีโดยตักไส้ทาร์ตลงในแป้งทาร์ตที่เย็นสนิทแล้ว ปาดให้เรียบเสมอกับแป้งทาร์ต วางเรียงชิ้นสตรอว์เบอร์รีบนทาร์ต ตักครีมสดที่เหลือใส่ถุงบีบ บีบครีมสดที่เหลือบนยอดสตรอว์เบอร์รี นำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนรับประทานเพื่อให้ครีมเซ็ตตัว     19.03.2019 RECIPE

เรไรมันม่วง 1. ทำแป้งเรไรโดยใส่แป้งทั้งสองชนิดและเนื้อมันม่วงลงในอ่างผสม จากนั้นใส่กะทิแท้ 100% ตราเรียลไทย นวดจนแป้งจับตัวเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วเติมน้ำลงไปส่วนหนึ่ง ใช้มือกวนแป้งจนแป้งคลายตัวออก ไม่เป็นเม็ด เติมน้ำที่เหลือจนหมดใช้มือกวนให้เข้ากัน เทส่วนผสมแป้งลงกระทะทองเหลือง ยกขึ้นตั้งบนไฟอ่อน  ใช้ไม้พายกวนแป้งไปทางเดียวกัน จนแป้งจับตัวเป็นก้อน ลักษณะร่อนออกจากกระทะและไม่เหนียวติดมือ ปิดไฟ ยกลง 2. วางก้อนแป้งบนเขียงไม้ ใช้มือนวดจนแป้งคลายร้อน (ใช้มือแตะกะทิบางๆตอนนวดแป้งเพื่อไม่ให้แป้งเหนียวติดมือ) ปั้นแป้งให้เป็นทรงกระบอกยาวแล้วตัดแป้งเป็นท่อน ยาว 3-4 เซนติเมตร พักแป้งโดยคลุมผ้าขาวบางไว้กันลม นำแป้ง 1 ก้อนใส่พิมพ์กดเรไร กดออกมาให้เป็นเส้น ใช้พายยางหรือส้อมช่วยตะล่อมให้อยู่ทรง เมื่อกดขนาดได้ที่แล้ว ปาดขนมออกมา วางในลังถึงที่รองด้วยใบตอง ทำจนแป้งหมด ปิดฝา นึ่งในน้ำเดือด ใช้เวลา 3 นาทีหรือจนแป้งสุก ยกลง 3. ทำกะทิราดหน้าโดยตวงกะทิแท้100% ตราเรียลไทยใส่หม้อ เติมแป้งข้าวเจ้าและเกลือ คนให้แป้งละลายเข้ากันดีจึงยกขึ้นตั้งบนไฟอ่อน คนตลอดจนกะทิข้นดี ปิดไฟ ยกลงพักไว้ 4. จัดเสิร์ฟโดยวางขนมเรไรบนจาน โรยมะพร้าวทึนทึกขูดฝอย ถั่วทอง และน้ำตาลทรายผสมงาขาวคั่ว และ หยอดหน้าด้วยกะทิข้น 18.02.2019 RECIPE

บิงซูบัวลอยมะพร้าวอ่อนซอสไข่เค็ม 1. เตรียมน้ำแข็งนมสดโดยเฉาะมะพร้าวอ่อน เทน้ำมะพร้าวอ่อน 2 ถ้วยผสมกับนมสด คนให้เข้ากัน นำไปใส่พิมพ์น้ำแข็งที่มากับเครื่องทำน้ำแข็งไส นำเข้าตู้เย็นช่องแช่แข็ง รอให้เซ็ตตัว ส่วนเนื้อมะพร้าวอ่อนใช้ช้อนหรือที่ขูดมะพร้าวขูดเป็นแผ่นๆ เตรียมไว้ 2. ทำบัวลอยโดยผสมแป้งข้าวเหนียวและน้ำ นวดจนได้เนื้อแป้งนิ่มเนียน แบ่งเป็นสองส่วน ใส่สีผสมอาหารสีเหลืองและสีส้ม นวดให้เนียนเข้ากัน ปั้นแป้งบัวลอยป็นลูกขนาด 1 ซม. เตรียมไว้ 3. ตั้งหม้อน้ำบนไฟแรงจนเดือด ใส่บัวลอยที่ปั้นลงต้มจนสุก สังเกตจากเม็ดบัวลอยจะขึ้น ตักขึ้นพักในน้ำเย็นสักครู่แล้วตักออกใส่น้ำเชื่อมที่เตรียมไว้  4. ทำซอสไข่เค็มหวานโดยใส่นมสดและนมข้นหวานลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟพอเดือด ปิดไฟ ใส่ไข่แดงเค็มนึ่งลงในโถเครื่องปั่น เทส่วนผสมนมร้อนๆลงไป ปั่นจนเนียนละเอียดเข้ากัน ถ้าไข่แดงยังเป็นเม็ดอยู่เล็กน้อยไม่เป็นไร  5. จัดเสิร์ฟโดยถอดน้ำเเข็งนมสดออกจากพิมพ์ ใส่ลงในเครื่องทำน้ำแข็งไส กดปั่นจนได้เกล็ดน้ำแข็งละเอียดใส่ชาม วางเนื้อมะพร้าวอ่อนรอบๆน้ำแข็ง หยอดบัวลอยด้านบน เมื่อจะรับประทาน ราดด้วยซอสไข่เค็มหวาน     Tips: - นึ่งไข่แดงเค็มดิบในลังถึงนานประมาณ 10 นาที 16.01.2019 RECIPE