Found 16 results for Tag : ขนมหวานฝรั่ง

แครมบูรเลมะพร้าว 1. เตรียมน้ำกะทิโดยใส่น้ำอุ่นลงในมะพร้าวขูด พักไว้สักครู่ ขยำและคั้นเอาแต่น้ำกะทิกรองผ่านผ้าขาวบาง จะได้น้ำกะทิประมาณ 275 กรัม เตรียมไว้ 2. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ ทำคัสตาร์ดโดยใส่ไข่แดง ไข่ไก่ และน้ำตาล ลงในอ่างผสม ตีด้วยตะกร้อจนสีอ่อนลง พักไว้ ใส่วิปปิ้งครีมและน้ำกะทิลงในหม้อ กรีดฝักวานิลลาตามยาว ใช้สันมีดขูดเอาเมล็ดวานิลลาใส่ลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางจนร้อนเทส่วนผสมวิปปิ้งครีมลงในอ่างไข่ คนด้วยตะกร้อให้เข้ากัน 3. วางมะพร้าวผ่าครึ่งในถาดอบ เทน้ำร้อนหล่อรอบนอกให้สูงประมาณ ½ ของกะลามะพร้าว เทคัสตาร์ดประมาณ ½ ถ้วยใส่ในมะพร้าว นำเข้าอบในเตาอบที่อุ่นไว้ อบนาน 45 นาที จนคัสตาร์ดเซ็ตตัว ทดสอบโดยใช้นิ้วแตะแล้วเนื้อคัสตาร์ดไม่ติดมือ นำออกจากเตาอบพักไว้จนเย็นสนิท แล้วนำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาอย่างน้อย 4 ชั่วโมง จนคัสตาร์ดเซ็ตตัว 4. จัดเสิร์ฟโดยนำคัสตาร์ดออกจากตู้เย็นโรยน้ำตาลทราย ใช้หัวพ่นไฟพ่นจนน้ำตาลด้านบนละลายเป็นคาราเมล เสิร์ฟกับมะพร้ำวทึนทึกคั่ว รับประทำนทันทีขณะคำรำเมลด้ำนหน้ำกรอบ   Tips ภาชนะที่ใส่ใช้ชามกระเบื้องที่นำเข้าเตาอบได้ หรือหากใช้มะพร้าวเป็นภาชนะเช่นในสูตรนี้ ให้นำมะพร้าวผ่าครึ่งไปอบด้วยไฟ 150 องศาเซลเซียส ประมาณ 1 ชั่วโมง พอให้เนื้อมะพร้าวด้านในแห้งเล็กน้อยก่อน แล้วจึงใส่คัสตาร์ด มิเช่นนั้นเวลาอบคัสตาร์ดจะมีน้ำมะพร้าวออกมา ทำให้คัสตาร์ดไม่เซ็ตตัว 30.01.2020 RECIPE

พันนาคอตตาทับทิม 1. นำแผ่นเจลาตินแช่น้ำเย็นจัดจนนุ่ม พักไว้ ใส่วิปปิ้งครีม นมสด น้ำตาลทราย และผิวส้ม ลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางจนร้อน ใส่เจลาตินและสีผสมอาหาร คนจนเจลาตินละลาย ปิดไฟ พักไว้พออุ่น ฉีดสเปรย์น้ำมันเคลือบด้านในพิมพ์บางๆ เทพันนาคอตต้าใส่พิมพ์ นำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดาอย่างน้อย 3 ชั่วโมง จนเซ็ตตัว 2. ทำซอสทับทิมโดยใส่น้ำทับทิม น้ำตาลทราย และผิวส้ม ลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางจนเดือด ละลายแป้งข้าวโพดกับน้ำเข้าด้วยกัน ใส่ลงในหม้อ คนจนซอสเดือดข้น ยกลงพักไว้จนเย็นสนิท แล้วใส่เมล็ดทับทิม 3. จัดเสิร์ฟโดยคว่ำพันนาคอตต้าออกจากพิมพ์ ราดซอสทับทิม     Tips หากใช้น้ำทับทิมสด ให้แกะเมล็ดทับทิมประมาณ 3 ผล นำไปปั่นจนละเอียด กรองเอาแต่น้ำจะได้น้ำทับทิมสดประมาณ 1½ ถ้วย หรือ 350 กรัม แบ่งน้ำทับทิมครึ่งหนึ่งไปเคี่ยวกับน้ำตาลทราย 120 กรัม และผิวส้ม จนน้ำตาลละลาย ใส่แป้งข้าวโพดละลายน้ำเคี่ยวพอข้น นำมาผสมกับน้ำทับทิมที่เหลือ หากนำน้ำทับทิมทั้งหมดมาตั้งไฟ จะทำให้สีซอสทับทิมหมองลง 30.01.2020 RECIPE

บาวารัวส์เสาวรส 1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียสและวาดเส้นบนกระดาษไข 2 เส้น ให้ห่างกัน 3.5 นิ้ว ทำเช่นนี้ 4 คู่ โดยเว้นระยะห่างกันอย่างน้อย 0.5 นิ้ว แล้วกลับด้านที่วาดลงบนถาดอบ เตรียมไว้ 2. ทำเลดี้ฟิงเกอร์โดยร่อนแป้งสาลีลงบนกระดาษไข พักไว้ก่อน ตีไข่แดงและน้ำตาลทราย 50 กรัม ด้วยตะกร้อจนไข่แดงฟูและสีออกนวลๆ พักไว้ ตีไข่ขาวและครีมออฟทาร์ทาร์ด้วยเครื่องตีเค้กหัวตีตะกร้อความเร็วปานกลางจนเป็นฟองหยาบ จึงเริ่มใส่น้ำตาลที่เหลือทีละ 1 ช้อนโต๊ะ จนหมด ตีต่อจนไข่ขาวมันวาวและตั้งยอดอ่อน ตักไข่ขาวทีละส่วนออกมาผสมกับไข่แดงที่ตี ตะล่อมเบาๆจนเข้ากัน ใส่แป้งสาลีที่ร่อนไว้ทีละ ½ ส่วน ตะล่อมเบาๆจนเข้ากัน ตักเลดี้ฟิงเกอร์ใส่ถุงบีบ บีบเลดี้ฟิงเกอร์เป็นแนวทแยงระหว่างคู่เส้นลากเส้นไว้ (จะได้เลดี้ฟิงเกอร์ 4 แผ่น) นำเข้าอบในเตาอบที่อุ่นไว้ อบนาน 10 นาที นำออกจากเตาอบ แล้วลอกกระดาษไขออก ตัดขอบให้ตรงเรียบร้อย รองด้านในชามกระเบื้องด้วยพลาสติกแร็ปโดยให้ชายพลาสติกแร็ปเลยขอบชามขึ้นมาประมาณ 3 นิ้ว ตัดเลดี้ฟิงเกอร์ให้พอดีกับขอบด้านในชาม วางเลดี้ฟิงเกอร์ทั้ง 3 ด้านของชามกระเบื้อง เตรียมไว้ 3. ทำเพียวเรเสาวรสโดยปั่นเนื้อเสาวรสในเครื่องปั่นน้ำให้ละเอียด กรองเอาแต่น้ำใสๆ ได้ประมาณ 300 กรัม แบ่ง ¼ ส่วนของน้ำเสาวรสใส่หม้อพร้อมกับน้ำตาลทราย ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง พอให้น้ำตาลละลาย แล้วเทลงผสมกับเสาวรสที่เหลือ (แบ่งใส่สองครั้งเพื่อให้น้ำเสาวรสครั้งที่สองไปลดอุณหภูมิทำให้ส่วนผสมทั้งหมดเย็นเร็วขึ้น) วางภาชนะที่ใส่เพียวเรเสาวรสบนอ่างน้ำแข็งเพื่อให้เพียวเรเริ่มข้นขึ้น (หรือจนเพียวเรมีอุณหภูมิประมาณ 20 องศาเซลเซียส) 4. ทำบาวารัวส์โดยใส่ผงเจลาตินในน้ำอุ่นพักไว้ประมาณ 5 นาที จนเจลาติน อิ่มน้ำคนให้เข้ำกัน นำเข้าไมโครเวฟไฟกลางประมาณ 30 วินาที นำออกมาคนจนเจลาตินละลายไม่เป็นก้อน พักไว้ก่อน ใส่ไข่แดง น้ำตาลทรายและน้ำ ลงในอ่างผสม ยกขึ้นตีด้วยตะกร้อบนหม้อน้ำเดือดอ่อนๆจนส่วนผสมข้นเป็นสีเหลืองอ่อน ยกลงตีต่อจนเย็นสนิท ใส่เพียวเรเสาวรสและเจลาติน ใช้พายยางค่อยๆตะล่อมให้เข้ากันเตรียมไว้ 5. ตีวิปปิ้งครีมด้วยตะกร้อมือจนข้น (ทดสอบโดยยกตะกร้อแล้ววาดเป็นลวดลายได้) แบ่งวิปปิ้งครีมทีละครึ่งตะล่อมผสมกับส่วนผสมข้อ 4 ที่เตรียมไว้ เมื่อเข้ากันดีแล้ว เทบาวารัวส์เสาวรสประมาณ ½ ส่วนลงในชามกระเบื้องที่เตรียมไว้ ใส่กีวีให้ทั่ว เทบาวารัวส์ที่เหลือจนถึงขอบเลดี้ฟิงเกอร์ปิดด้วยแผ่นเลดี้ฟิงเกอร์ที่เหลือ นำเข้าตู้เย็นช่องแช่แข็งประมาณ 2 ชั่วโมง จนเซ็ตตัว 6. จัดเสิร์ฟโดยประกบชามกระเบื้องด้วยจานสี่เหลี่ยมยาว คว่ำบาวารัวส์ออกมา ลอกพลาสติกแร็ปออก โรยน้ำตาลไอซิ่ง หั่นเป็นชิ้นหนา 1 นิ้ว 29.01.2020 RECIPE

ทรอปิคัลซาวาแรงค์ 1. ทำเค้กซาวาแรงค์โดยใส่แป้งขนมปัง น้ำตาลทราย เกลือป่น และยีสต์ ลงในเครื่องตีเค้ก คนให้เข้ากัน แหวกแป้งเป็นหลุมตรงกลาง ใส่ไข่ไก่และนมสด ตีด้วยหัวตีตะขอความเร็วปานกลางจนส่วนผสมเข้ากันและเป็นเงา ปิดเครื่อง เทส่วนผสมใส่อ่างผสม คลุมด้วยผ้าขาวบางชุบน้ำพอหมาด พักไว้ 15 นาที จนแป้งขึ้นฟูเป็นสองเท่า 2. เตรียมพิมพ์โดยทาเนยนุ่มด้านในพิมพ์ 2 รอบ (รอบแรกทาแล้วนำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดา 5 นาที แล้วนำออกมาทาทับอีกรอบ) กลอกแป้งบางๆให้ทั่ว พักไว้ ใส่เนยละลายลงในส่วนผสมแป้งที่ขึ้นฟู ใช้พายยางหรือที่ผสมแป้ง (scraper) ป้ายส่วนผสมให้เข้ากัน ตักใส่ถุงบีบ บีบส่วนผสมใส่พิมพ์ 1/3 ของพิมพ์ คลุมด้วยผ้าขาวบาง พักไว้ 15 นาที จนแป้งขึ้นฟูเป็นสองเท่า ระหว่างพักแป้ง อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ 3. เมื่อแป้งขึ้นฟู นำเค้กเข้าอบในเตาอบที่อุ่นไว้ประมาณ 15 นาที จนสุก นำออกจากเตาอบคว่ำบนตะแกรง พักไว้จนเย็นสนิท 4. ทำน้ำเชื่อมสำหรับแช่เค้กโดยใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางจน น้ำตาลละลายเคี่ยวต่อประมาณ 15 นาที ปิดไฟ พักไว้ประมาณ 30 นาที แล้วกรองน้ำเชื่อมใส่อ่าง พักไว้ 5. นำเค้กแช่ในอ่างน้ำเชื่อม คอยตักน้ำเชื่อมราดด้านบนเค้กจนฉ่ำ ทดสอบโดยยกเค้กแล้วเนื้อเค้กมีน้ำหนักพอสมควร (ระวังเนื้อเค้กที่ชุ่มเกินไปจะแตกออกจากกัน) นำเค้กเข้าตู้เย็นช่องธรรมดาอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อให้เนื้อเค้กฉ่ำเย็น บีบวิปปิ้งครีมตรงกลางรูเค้ก ตกแต่งด้วยมะม่วง มะละกอ กีวี แก้วมังกร ส้ม และมะเฟือง 28.01.2020 RECIPE

เค้กหม้อหุงข้าว 1. ทาเนยด้านในหม้อหุงข้าวให้ทั่ว อุ่นหม้อหุงข้าวให้ร้อน เตรียมไว้ ร่อนแป้งเค้ก ผงฟู เบกกิ้งโซดาและเกลือลงในอ่างผสม พักไว้  2. ตีไข่ไก่และกลิ่นวานิลลาในถ้วยให้เข้ากัน พักไว้ ผสมนมสดผสมกับน้ำมะนาวในถ้วย คนให้เข้ากัน 3. ตีเนยกับน้ำตาลทรายในอ่างผสมด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าจนฟูเบาและส่วนผสมเป็นสีครีม ค่อยๆเทไข่ไก่ลงทีละน้อยจนหมด ใส่ส่วนผสมแป้งที่ร่อนไว้สลับกับส่วนผสมนมสด ทำจนหมด 4. เทเนื้อเค้กลงในหม้อหุงข้าวที่อุ่นไว้ เกลี่ยให้หน้าเค้กเรียบ ปิดฝาและกดปุ่ม ตั้งเวลาการอบไว้ที่ 1 ชั่วโมง 20 นาที และกดปุ่ม รอจนกระทั่งมีสัญญาณเตือนแสดงว่าเค้กสุกแล้ว เปิดฝาหม้อ ทดสอบว่าเค้กสุกโดยใช้ไม้ปลายแหลมจิ้มแล้วไม่มีเนื้อเค้กติดขึ้นมา คว่ำหม้อชั้นในลงบนถาดหรือตะแกรง พักไว้ให้เย็น   5. จัดเสิร์ฟโดยตัดเค้กเป็นชิ้นตามชอบใส่จาน โรยน้ำตาลไอซิ่ง เสิร์ฟกับสตรอว์เบอร์รี และบลูเบอร์รี ตกแต่งด้วยใบสะระแหน่ สูตรอาหารโดย สาธินี กลิ่นศรีสุข 18.10.2019 RECIPE

โรลฟักทองแครอท 1. ทำคัสตาร์ดครีมแครอทโดยใส่นมสดและแครอทลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟกลาง ระหว่างนั้นใช้ตระกร้อมือตีไข่แดง น้ำตาลทรายขาวและเกลือป่นรวมกันจนสีอ่อนลง ใส่แป้งข้าวโพด คนให้เข้ากัน พอแครอทเริ่มนิ่ม ปิดไฟ เทส่วนผสมในหม้อใส่เครื่องปั่น ปั่นส่วนผสมนมจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน ค่อยๆเทส่วนผสมนมลงในส่วนผสมไข่แดง คนให้เข้ากัน เทกลับลงหม้อ ยกตั้งบนไฟกลาง กวนจนส่วนผสมข้น ปิดไฟ ใส่เนยสดชนิดจืดและแครอทหั่นเต๋านึ่งสุก คนให้เข้ากัน เทใส่อ่างผสมปิดพลาสติกแร็ป พักไว้ให้เย็น 2. ทำเค้กโรลโดยอุ่นเตาอบไฟบนล่างที่อุณหภูมิ 190 องศาเซลเซียสและปูกระดาษไขด้านในถาดอบ เตรียมไว้ ใส่เนื้อฟักทองนึ่ง น้ำมันพืชและน้ำลงในเครื่องปั่น ปั่นจนส่วนผสมเป็นเนื้อเดียวกัน ใช้ตระกร้อมือตีไข่แดงและน้ำตาลทรายขาว 20 กรัม รวมกันจนสีอ่อนลง เทส่วนผสมฟักทองปั่นลงในอ่างไข่แดง ผสมให้เข้ากันด้วยตะกร้อมือ ใส่แป้งเค้กที่ร่อนไว้ลงไป คนเบาๆให้เข้ากันจนแป้งไม่เป็นเม็ด พักไว้ 3. ตีไข่ขาวในอ่างผสมด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าความเร็วปานกลางจนเริ่มเป็นฟองหยาบๆ ค่อยๆใส่น้ำตาลทรายขาว 40 กรัม ทีละน้อยจนหมด ตีจนไข่ขาวตั้งยอดอ่อนและมันวาว แบ่งไข่ขาว1/3 ส่วนลงตะล่อมกับส่วนผสมไข่แดงจนเข้ากัน เททั้งหมดกลับลงในอ่างไข่ขาวที่เหลือตะล่อมจนเป็นเนื้อเดียวกัน เทเนื้อเค้กลงในถาดอบ ใช้พายยางเกลี่ยส่วนผสมให้เรียบเสมอกัน นำเข้าอบประมาณ 10 นาทีหรือจนเค้กสุก (ทดสอบโดยใช้ไม้ปลายแหลมจิ้มแล้วไม่มีเนื้อเค้กติดขึ้นมา) นำเค้กออกจากเตาอบคว่ำลงบนตะแกรง ลอกกระดาษไขออกทันที วางกระดาษไขบนเค้กเหมือนเดิม พักเค้กไว้จนเย็นสนิท 4. ทำคัสตาร์ดครีมแครอทต่อโดยตีวิปปิ้งครีมในอ่างผสมด้วยตะกร้อมือจนขึ้นฟูตั้งยอดแข็ง ตะล่อมวิปปิ้งครีมกับคัสตาร์ดข้อ 1ให้เข้ากัน พักไว้ 5. ประกอบโรลเค้กโดยนำตะแกรงประกบเนื้อเค้กพลิกเอาด้านที่เป็นสีน้ำตาลขึ้นด้านบน ปาดครีมคัสตาร์ดให้ทั่วเนื้อเค้ก หนาประมาณ 2 มม. วางไม้คลึงแป้งด้านล่างขอบกระดาษไข ประครองเนื้อเค้กขึ้นแล้วม้วนไปด้านหน้า ม้วนเค้กเป็นโรลกลมแน่น โดยดึงกระดาษไขล่างไปด้านหน้าแล้วใช้ไม้บรรทัดสอดใต้โรลดันม้วนเค้กเข้าหาตัวให้แน่น ม้วนปิดด้านข้างให้มิดชิด นำเค้กโรลแช่ในช่องแช่เย็นนาน 1-2 ชั่วโมงเพื่อให้ครีมเซ็ตตัว 6. ก่อนจัดเสิร์ฟ โรยด้วยน้ำตาลไอซิ่งด้านบน ตัดเป็นชิ้น เสิร์ฟ 27.08.2019 RECIPE

ชีสทาร์ตมะเขือเทศ 1. ทำฐานทาร์ตโดยผสมไดเจสทีฟบิสกิตบดละเอียดกับเนยสดชนิดจืดละลายให้เข้ากัน ตักใส่พิมพ์ทาร์ตใช้นิ้วมือหรือช้อนอัดฐานให้เรียบเสมอกันใช้มือกรุขอบด้านข้างพิมพ์ให้แน่น และความหนาของบิสกิตประมาณ 1 ซม.นำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดา พักไว้ 2. ทำมะเขือเทศเพียวเรโดยใช้มีดกรีดที่ก้นมะเขือเทศให้เป็นรูปกากบาท ใส่น้ำในหม้อประมาณ 2/3 ของหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง ใส่เกลือสมุทร พอน้ำเริ่มเดือดใส่มะเขือเทศลงต้มจนเปลือกเริ่มล่อนออกจากเนื้อ ตักขึ้นใส่อ่างน้ำเย็น พักให้คลายร้อน ลอกเปลือกมะเขือเทศและผ่าเอาเม็ดด้านในออกให้เหลือแต่เนื้อ นำเนื้อมะเขือเทศไปปั่นจนเนียนละเอียด เทใส่กระทะ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง เคี่ยวจนเนื้อมะเขือเทศข้นและสีเข้มขึ้น ปิดไฟ พักไว้ให้เย็น 3. ทำตัวชีสเค้กโดยใช้ตระกร้อมือตีครีมชีสจนเนื้อเนียนไม่เป็นก้อน ค่อยๆใส่น้ำตาลทรายทีละน้อยจนหมด ตีต่อจนเนื้อครีมชีสเนียน ใส่วิปปิ้งครีม น้ำเลมอน และมะเขือเทศเพียวเรคนให้ส่วนผสมเข้ากันดี ละลายเจลาตินในไมโครเวฟจนได้ลักษณะน้ำใสๆ ค่อยๆเทเจลาตินเหลวลงในส่วนผสมครีมชีสคนให้เป็นเนื้อเดียวกัน ตักส่วนผสมชีสเค้กใส่พิมพ์ทาร์ตที่เตรียมไว้ให้พอดีกับขอบ นำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 2-3 ชั่วโมง หรือจนชีสเค้กเซ็ตตัว 4. ทำมะเขือเทศเชื่อมโดยอุ่นเตาอบไฟบนล่างที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ ใส่น้ำตาลทรายขาวและน้ำลงในกระทะ ตั้งบนไฟกลาง รอจนน้ำเชื่อมเดือดและข้น ลดเป็นไฟอ่อน ใส่มะเขือเทศเชอร์รีทั้งสองสีหั่นแว่นลงไป เคี่ยวจนสังเกตเห็นว่ามะเขือเทศเริ่มใสจึงปิดไฟ ตักชิ้นมะเขือเทศขึ้นพักไว้บนตะแกรงตาถี่ นำเข้าอบประมาณ 15 นาที พักไว้ให้เย็น 5. เมื่อชีสเค้กเซ็ตตัว นำออกจากตู้เย็น ตกแต่งด้วยมะเขือเทศเชื่อมและใบไธม์ เสิร์ฟ   14.08.2019 RECIPE

เฟรนซ์โทสต์กล้วยคาราเมลชีส 1. ทำไส้กล้วยคาราเมลโดยตั้งกระทะบนไฟกลาง ใส่เนยและน้ำตาลทรายแดง ผัดให้เข้ากัน รอจนน้ำตาลละลายหมด ใส่น้ำและอบเชยป่น ผัดให้เข้ากัน พอซอสเริ่มข้น ใส่กล้วยหอมหั่นแว่นผัดให้ซอสเคลือบกล้วยให้ทั่ว ปิดไฟ ตักเฉพาะกล้วยผัดใส่ถ้วย เหลือคาราเมลไว้ในกระทะ เติมวิปปิ้งครีมลงในกระทะ ผัดให้ซอสเข้ากันดี ปิดไฟ เทซอสคาราเมลใส่ถ้วยไว้ 2. เตรียมส่วนผสมสำหรับชุบขนมปังโดยใส่วิปปิ้งครีม ไข่ไก่ และน้ำตาลทราย คนให้เข้ากัน นำขนมปังลงชุบทั้งสองด้านๆละ 3 นาที โดยทำทีละแผ่น วางพักขนมปังไว้บนตะแกรงสักครู่ ตั้งกระทะบนไฟกลาง ใส่เนย พอเนยละลาย นำขนมปังที่ชุบไว้ลงทอดทั้งสองแผ่นรอจนขนมปังเหลืองสวยทั้งสองด้าน ตักไส้กล้วยคาราเมลวางบนขนมปังให้ทั่วทั้งแผ่น ตามด้วยมอสซาเรลลาชีส ประกบด้วยขนมปังอีกแผ่น รอให้ชีสละลาย ปิดไฟ 3. ตักเฟรนช์โทสต์กล้วยใส่จาน ราดด้วยซอสคาราเมลที่เตรียมไว้ เสิร์ฟ 24.07.2019 RECIPE

วาฟเฟิลกับไซรัปคอฟฟี่วานิลลา ทำไซรัปคอฟฟี่วานิลลาโดยเคี่ยวน้ำและน้ำตาลในหม้อจนข้น ประมาณ 10 นาที ใส่ผงกาแฟ คนให้ละลายเข้ากัน กรีดฝักวานิลลาตามยาว เอาเมล็ดออก แล้วใส่ลงในน้ำเชื่อม ปิดไฟพักไว้ให้น้ำเชื่อมมีกลิ่นวานิลา  ทำเมเปิลบัตเตอร์โดยตีเนย เมเปิลไซรัป น้ำตาลไอซิ่ง และเกลือ ในอ่างผสมด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าจนฟู นำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดารอไว้ ทำวาฟเฟิลโดยใส่แป้งสาลี ผงฟู น้ำตาล เกลือ ไข่แดง นมสด และเนยละลายลงในอ่างผสม คนด้วยตะกร้อให้เข้ากัน พักไว้ ตีไข่ขาวในอ่างผสมอีกใบจนตั้งยอดแข็ง  นำไปตะล่อมผสมกับส่วนผสมแป้ง อุ่นเครื่องทำวาฟเฟิลประมาณ 3-5 นาทีจนร้อนได้ที่ ตักแป้งวาฟเฟิลหยอดในเครื่องพอประมาณ ปิดฝา รอให้วาฟเฟิลสุก ไฟที่เครื่องจะแสดงเป็นสีเขียว (ขึ้นอยู่กับรุ่นของเครื่องทำวาฟเฟิล ควรอ่านคู่มือก่อนใช้งาน) เปิดฝา นำวาฟเฟิลออกจากพิมพ์ วางพักไว้บนตะแกรงก่อน (ถ้าวางไว้บนจานขณะยังร้อนจะทำให้วาฟเฟิลแฉะ) จัดวาฟเฟิลใส่จาน เสิร์ฟกับเมเปิลบัตเตอร์ ราดไซรัปคอฟฟี่วานิลลา เสิร์ฟทันที                 24.06.2019 RECIPE

คุกกี้นูเทลล่ากระทะร้อน 1. ใช้แปรงทาเนยให้ทั่วกระทะ แช่เย็นเตรียมไว้ อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ไฟบน-ล่าง วางตะแกรงให้อยู่ในระดับ 1/3 จากด้านล่างของเตา เตรียมส่วนผสมแห้งโดยร่อนแป้งสาลีอเนกประสงค์ เกลือป่น และเบกกิ้งโซดา รวมกัน พักไว้ 2. ตีเนย น้ำตาลทรายแดง และน้ำตาลทรายขาวในอ่างผสมด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าความเร็วปานกลางจนส่วนผสมมีลักษณะเป็นครีม ขึ้นฟู ใส่ไข่ไก่และกลิ่นวานิลลาที่ตีพอเข้ากันลงไป ตีต่อจนเป็นเนื้อเดียวกัน ใส่ส่วนผสมแป้งที่ร่อนไว้ ตีด้วยความเร็วต่ำให้เข้ากัน ใส่ Dark chocolate chips ลงไปครึ่งหนึ่ง ตีพอเข้ากัน ปิดเครื่อง 3. ตักส่วนผสมคุกกี้ลงในกระทะครึ่งหนึ่ง ใช้พายยางเกลี่ยให้เรียบเสมอกัน ตักนูเทลลาใส่ตรงกลาง เกลี่ยให้ทั่วโดยห่างจากขอบประมาณ 1 นิ้ว ทับด้านบนด้วยส่วนผสมคุกกี้ที่เหลือ เกลี่ยให้ปิดชั้นนูเทลล่าให้มิด โรยหน้าด้วย Dark chocolate chips ที่เหลือให้ทั่ว นำเข้าอบเป็นเวลา 20-25 นาทีหรือจนสุก นำออกมาพักให้คลายร้อนเล็กน้อย 4. ตัดแบ่งคุกกี้เป็นชิ้น เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมวานิลลา 10.04.2019 RECIPE

มัทฉะทีรามิสุคีโต 1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรีมไว้ ผสมแป้งอัลมอนด์ แป้งมะพร้าว ผงฟู เกลือ น้ำตาล Erythritol ลงในชามผสม ใช้ตะกร้อคนให้เข้ากัน ใส่เนยละลาย นมอัลมอนด์ และไข่ไก่ คนให้ส่วนผสมเข้ากัน เทลงพิมพ์ที่ปูด้วยกระดาษไข นำเข้าอบในเตาอบที่อุ่นไว้ อบนาน 15 นาที นำเค้กออกจากเตาอบพักให้เย็นสนิทแล้วกดเนื้อบิสกิตด้วยพิมพ์วงแหวนเป็นชิ้นๆ เตรียมไว้  2. ทำน้ำเชื่อมชาเขียวโดยใส่ผงชาเขียวและน้ำตาล Erythritol ลงในชามผสม เติมน้ำร้อน คนให้เข้ากัน 3. นำบิสกิตที่กดไว้แช่ในน้ำเชื่อมชาเขียวจนชุ่มทั้งสองด้าน เอาขึ้นพักไว้บนตะแกรง 4. ทำครีมโดยใส่มัสคาร์โพเนชีส วิปปิ้งครีม น้ำตาล Erythritol และกลิ่นวานิลลาลงในอ่างผสม ตีด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าจนส่วนผสมข้นดี 5. ประกอบทีรามิสุโดยตักครีมใส่แก้วประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ วางบิสกิตที่จุ่มน้ำชาเขียว ตักครีมมัสคาร์โพนชีสอีก 2 ช้อนโต๊ะ วางบิสกิต แล้วปาดครีมให้เต็มปากแก้ว บีบตกแต่งด้วยครีมที่เหลือ นำเข้าแช่ตู้เย็นให้เซ็ตตัวดี 6. จัดเสิร์ฟโดยนำทีรามิสุออกจากตู้เย็น โรยด้วยผงชาเขียว  01.02.2019 RECIPE

อัลมอนด์บอล 1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ ร่อนอัลมอนด์ป่น แป้งเค้ก เบกกิ้งโซดา และเกลือป่น เข้าด้วยกันในอ่างผสม แล้วใส่อัลมอนด์สับหยาบ คนให้เข้ากัน พักไว้ 2. ตีเนยกับน้ำตาลไอซิ่งจนมีลักษณะฟูเบาเป็นสีขาว ใส่กลิ่นวานิลลา ตีพอเข้ากัน ปิดเครื่อง แล้วใส่ส่วนผสมของแห้งที่ร่อนไว้ใช้พายไม้หรือพายยางคนส่วนผสมให้เข้ากัน จนมีลักษณะเป็นก้อนพอปั้นได้ นำออกมาปั้นขนาดก้อนละ 1 ซม. เรียงใส่ถาดทำ จนหมด 3. นำเข้าเตาอบที่อุ่นไว้ อบนาน 16-18 นาที จนอัลมอนด์บอลเหลืองสวย นำ ออกจากเตาอบ พักไว้ให้เซ็ตตัวบนถาดอบสักครู่ บรรจุใส่ขวดปิดฝาให้สนิท 04.12.2018 RECIPE

เค้กคริสต์มาสเวลเวท อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ ปูกระดาษไขด้านในพิมพ์ เตรียมไว้ ร่อนแป้งเค้ก ผงโกโก้ เบกกิ้งโซดา และเกลือเข้าด้วยกัน 2 รอบ พักไว้ ผสมบัตเตอร์มิล์ค และกลิ่นวานิลลา คนให้เข้ากัน ตีเนยกับน้ำตาลด้วยเครื่องตีเค้กหัวตีใบพัดจนเนยเป็นสีขาว แล้วจึงใส่ไข่ไก่ ตีต่อจนเนียนเข้ากัน ใส่ส่วนผสมแป้งที่ร่อนไว้สลับกับส่วนผสมบัตเตอร์มิล์ค ใส่สีผสมอาหารสีแดง ตีด้วยความเร็วต่ำให้เข้ากัน เทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ เกลี่ยให้เรียบ ใช้ไม้ปลายแหลมไล่ฟองอากาศ นำเข้าอบประมาณ 50-55 นาที หรือทดลองจิ้มแล้วไม่มีเนื้อเค้กเหลวๆติดขึ้นมา นำออกจากเตาอบ นำเค้กออกจากพิมพ์ พักไว้บนตะแกรงจนเย็นสนิท ทำหน้าเค้กโดยตีครีมชีส และน้ำตาลไอซิ่งด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าจนเนียนเข้ากัน ใส่วิปปิ้งครีม ตีต่อจนส่วนผสมข้นเนียน พักไว้ ประกอบเค้กโดยตัดหน้าเค้กส่วนที่โค้งออก เก็บเนื้อเค้กไว้ สไลซ์เค้กเป็นสองชิ้นเท่าๆกัน ตักครีมชีสใส่บนเค้กชิ้นแรก ปาดครีมชั้นบนให้ทั่ว เว้นขอบไว้เล็กน้อย วางประกบด้วยเค้กอีกชิ้น ราดทับด้วยครีมชีสที่เหลือจนเต็มหน้าเค้ก ตกแต่งด้วยมัลเบอร์รี แครนเบอร์รีแช่แข็ง และโรสแมรี โรยตกแต่งด้วยเนื้อเค้กสีแดง 28.11.2018 RECIPE

ทีรามิสุสตรอว์เบอร์รี 1. เตรียมน้ำกาแฟโดยละลายผงกาแฟกับน้ำร้อน คนให้เข้ากัน พอเย็นสนิทแล้ว ใส่เหล้าคาลัวร์ พักไว้ 2. ใช้พายยางคนผสมมัสคาร์โพเนชีสกับน้ำตาลให้เข้ากัน (อย่าผสมนานจะทำให้ชีสแตกตัว) พักไว้ 3. ตีวิปปิ้งครีมด้วยตะกร้อ (หรือเครื่องตีไข่ไฟฟ้า) ในอ่างผสมอีกใบจนข้นฟู (ลักษณะข้นแต่ยังเทได้) แล้วนำไป ผสมกับมัสคาร์โพเนชีสที่ตีไว้ ตะล่อมจนเป็นเนื้อเดียวกัน พักไว้ 4. นำเลดี้ฟิงเกอร์จุ่มน้ำกาแฟพอชุ่ม วางเรียงไว้บนเขียง ทำจนหมด แล้วตัดเลดี้ฟิงเกอร์เป็น 3 ท่อนต่อชิ้น 5. เรียงเลดี้ฟิงเกอร์หั่นท่อนไว้ชั้นล่างสุดของแก้ว ตักครีมมัสคาร์โพเนใส่ วางสตรอว์เบอร์รี เรียงเลดี้ฟิงเกอร์ซ้ำอีกชั้น สลับเช่นนี้จนเต็มแก้ว นำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดานาน 3 ชั่วโมง เพื่อให้รสชาติดีขึ้น 6. ก่อนเสิร์ฟโรยผงโกโก้ให้หน้าตาเก๋กู้ด Variations • เปลี่ยนเลดี้ฟิงเกอร์เป็นบัตเตอร์เค้กแช่แข็งก็อร่อยไม่แพ้กัน • เปลี่ยนจากสตรอว์เบอร์รีเป็นผลไม้เนื้อนุ่มอย่างอื่นก็ได้ เช่น ส้ม หรือผลไม้เชื่อมกระป๋องก็สะดวกดี Tips and Tricks • ถ้าที่บ้านมีเครื่องทำกาแฟเอสเพรสโซก็ยิ่งดี น้ำกาแฟจะหอมยิ่งขึ้น • สำหรับคนที่ไม่อยากประดิดประดอย ทำทีละแก้ว สามารถทำใส่ชามหรือถ้วยขนาดประมาณ 7-8 นิ้ว ได้เลย • เลือกซื้อมัสคาร์โพเนชีสและวิปปิ้งครีมขนาด 250 กรัมพอดี จะได้ไม่มีของเหลือ 16.11.2018 RECIPE

ช็อกโกแลตเค้ก 1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส เตรียมไว้เตรียมพิมพ์โดยรองกระดาษไขด้านล่างและด้านข้างพิมพ์ พักไว้ 2. ร่อนแป้งเค้กรวมกับผงโกโก้ 2 รอบ พักไว้ ตีไข่ไก่และน้ำตาลทรายในอ่างผสมด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าจนเป็นสีนวล ยกอ่างขึ้นตีต่อบนหม้อ น้ำเดือดอ่อนๆ ตีด้วยความเร็วสูงจนส่วนผสมไข่ไก่เริ่ม อุ่น และน้ำตาลละลาย ใส่น้ำ เชื่อมตีต่อจนส่วนผสมที่ได้เหนียวข้น ทดสอบโดยวาดเนื้อเค้กด้วยตะกร้อแล้วเป็นลายเส้นไม่ยุบตัว ใส่ส่วนผสมแป้งที่ร่อนไว้ ตะล่อมเบาๆให้เข้ากัน ใส่นม ตะล่อมจนเข้ากัน เทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ นำเข้าอบในเตาอบที่อุ่นไว้ อบนาน 25-30 นาทีจนเค้กสุก ทดสอบโดยใช้ไม้ปลายแหลมจิ้มแล้วไม่มีเนื้อเค้กติดขึ้นมานำเค้กออกจากเตาอบ ถอดออกจากพิมพ์ 3. ทำครีมช็อกโกแลตโดยใส่เนยและดาร์กช็อกโกแลตในถ้วย ตั้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง นำวิปปิ้งครีมขึ้นตั้งบนไฟกลางจนเดือด เทลงในถ้วยช็อกโกแลต คนให้เข้ากัน ใส่เหล้ากรองมาเนียร์ คนต่อจนส่วนผสมขึ้นเงา 4. ทาน้ำเชื่อมเหล้าโดยผสมน้ำ น้ำตาลทราย และเหล้ากรองมาเนียร์ ในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางค่อนข้างอ่อนพอเดือด ปิดไฟ พักไว้ให้เย็น 5. ประกอบเค้กโดยสไลซ์เนื้อเค้กออกเป็น 2 แผ่น วางเค้กแผ่นแรกบนฐานแต่งเค้ก ใช้แปรงจุ่มน้ำเชื่อมเหล้าทาจนทั่ว เนื้อเค้ก ตักครีมช็อกโกแลตปาดบางๆให้ทั่วเนื้อเค้ก วางเค้กอีกแผ่นประกบ ปาดครีมช็อกโกแลตด้านบนและด้านข้างให้รอบ ใช้พลาสติกสามเหลี่ยมวาดลวดลายด้านบน โรยผงโกโก้ นำเค้กแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ15-30 นาที จึงตัดเสิร์ฟ   สูตรอาหารโดย ปรางแก้ว บัณฑรรุ่งโรจน์ 08.03.2018 RECIPE

เต้าฮวยฟรุตสลัด 1. สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือ การแช่เจลาติน ให้อิ่มตัว โดยโรยผงเจลาตินลงในน้ำ พักไว้ 5 นาที จนเจลาตินอิ่มตัว 2. ใส่นมจืด นมข้นจืด และนมข้นหวาน ลงในหม้อ โรยผงวุ้นให้ทั่ว ยกขึ้นตั้งบนไฟอ่อน ใช้ทัพพีคนเรื่อยๆจนผงวุ้นละลาย (สังเกตทัพพีไม่มีผงวุ้นติดขึ้นมาเป็นเม็ดๆ) รอจนเดือดอีกครั้ง แล้วใส่เจลาตินที่อิ่มน้ำแล้ว คนให้ละลายเข้ากัน ปิดไฟ พักให้พออุ่น 3. ตักใส่ถ้วยแก้วใสขนาด 7 ออนซ์ จำนวน 4 ใบ ปิดด้วยพลาสติกแรป นำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาอย่างน้อย 3 ชั่วโมง จนเซตตัว 4. จัดเสิร์ฟโดยหยอดหน้าเต้าฮวยด้วยฟรุตสลัดตามชอบ รับประทานเย็นๆ ชื่นใจ หายเครียดแน่นอน   Variations หากไม่มีนมข้นจืดใช้นมสดอย่างเดียวก็ได้ แต่จะขาดรสชาติและกลิ่นหอมๆมันๆ ไปบ้างก็ไม่เป็นไร นอกจาก นั้นสำหรับคนแพ้นมวัวจะแทนด้วยน้ำเต้าหู้ หรือน้ำนมธัญพืช แล้วใส่น้ำตาลก็ได้ เปลี่ยนจากฟรุตสลัดกระป๋องเป็นผลไม้สดที่มีอยู่ หั่นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปเชื่อมเองง่ายๆ ก็ได้ 07.03.2018 RECIPE