Found 139 results for Tag : ของหวานฝรั่ง

แยมแก้วมังกรลูกหม่อน 1. เตรียมกระปุกโดยต้มตัวกระปุกและฝาในน้ำเดือดประมาณ 1 นาที นำตัวกระปุกไปอบในเตาอบที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียสจนแห้งสนิท หรือคว่ำกระปุกบนตะแกรงจนแห้ง ส่วนฝาขวดใช้ผ้าสะอาดเช็ดให้แห้ง พักไว้ 2. ล้างและปอกเปลือกแก้วมังกร หั่นเนื้อแก้วมังกรเป็นลูกเต๋าเล็ก (ใช้เนื้อแก้วมังกรทั้งหมด 500 กรัม) นำไปปั่นในเครื่องปั่นพร้อมลูกหม่อนจนเข้ากัน เตรียมไว้ 3. ใส่ผลไม้ปั่นลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง พอเริ่มเดือด ค่อยๆใส่น้ำตาลลงไปจนหมด เคี่ยวจนเนื้อแยมข้น ใส่น้ำมะนาวและเกลือสมุทร รอให้เดือดอีกครั้ง ปิดไฟ (ทดสอบแยมโดยหยอดเนื้อแยมลงในน้ำเย็น ถ้าเนื้อแยมเกาะกันเป็นก้อนไม่แตกถือว่าใช้ได้) 4. ตักแยมใส่กระปุกที่เตรียมไว้จนเกือบเต็ม (เหลือพื้นที่ปากกระปุก 1 ซม.) ปิดฝาให้สนิท พักไว้ที่อุณหภูมิห้องจนเย็นสนิท หลังจากนั้นเก็บเข้าตู้เย็นช่องธรรมดา อยู่ได้นาน 1 เดือน   19.02.2020 RECIPE

แยมมะยงชิดสับปะรด 1. เตรียมกระปุกโดยต้มตัวกระปุกและฝาในน้ำเดือดประมาณ 1 นาที นำตัวกระปุกไปอบในเตาอบที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียสจนแห้งสนิท หรือคว่ำกระปุกบนตะแกรงจนแห้ง ส่วนฝาขวดใช้ผ้าสะอาดเช็ดให้แห้ง พักไว้ 2. ล้างมะยงชิดให้สะอาด ปอกเปลือก ฝานเอาแต่เนื้อ นำไปปั่นด้วยเครื่องปั่นน้ำจนเนื้อเนียน (หากไม่มีเครื่องปั่นให้หั่นมะยงชิดเป็นลูกเต๋าเล็ก) หั่นสับปะรดเป็นลูกเต๋าเล็ก เตรียมไว้ 3. ใส่มะยงชิดและสับปะรดลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง พอเริ่มเดือด ค่อยๆใส่น้ำตาลลงไปจนหมด เคี่ยวจนเนื้อแยมข้น ใส่น้ำมะนาวและเกลือสมุทร รอให้เดือดอีกครั้ง ปิดไฟ (ทดสอบแยมโดยหยอดเนื้อแยมลงในน้ำเย็น ถ้าเนื้อแยมเกาะกันเป็นก้อนไม่แตกออกจากกันถือว่าใช้ได้) 4. ตักแยมใส่กระปุกที่เตรียมไว้จนเกือบเต็ม (เหลือพื้นที่จากปากกระปุก 1 ซม.) ปิดฝาให้สนิท พักไว้ที่อุณหภูมิห้องจนเย็นสนิท หลังจากนั้นเก็บเข้าตู้เย็นช่องธรรมดา อยู่ได้นาน 1 เดือน   19.02.2020 RECIPE

แยมมะกรูด 1. เตรียมกระปุกโดยต้มตัวกระปุกและฝาในน้ำเดือดประมาณ 1 นาที นำตัวกระปุกไปอบในเตาอบที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียสจนแห้งสนิท หรือคว่ำกระปุกบนตะแกรงจนแห้ง ส่วนฝาขวดใช้ผ้าสะอาดเช็ดให้แห้ง พักไว้ 2. ล้างผลมะกรูดให้สะอาด ปอกผิวมะกรูดออกให้เหลือแต่เยื่อสีขาวด้านใน ผ่าาครึ่ง คั้นเอาน้ำมะกรูดออก (ได้น้ำมะกรูดทั้งหมด 100 กรัม) ใช้มีดขูดเนื้อที่ติดอยู่กับเยื่อสีขาวออกจนหมด 3. หั่นเยื่อสีขาวเป็นชิ้นเล็กๆ ขยำกับน้ำเกลือ ล้างน้ำ 2-3 รอบ พักให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นนำไปต้มในน้ำเดือดเพื่อล้างความขม 3-4 รอบ 4. ใส่เยื่อสีขาวและน้ำลงในหม้อ ยกตั้งบนไฟกลาง พอเริ่มเดือด ค่อยๆใส่น้ำตาลลงไปจนหมด เคี่ยวจนเนื้อแยมข้น ใส่น้ำมะกรูด 60 กรัม และเกลือสมุทร คนให้เข้ากัน รอให้เดือดอีกครั้ง ปิดไฟ (ทดสอบแยมโดยหยอดเนื้อแยมลงในน้ำเย็น ถ้าเนื้อแยมเกาะกันเป็นก้อนไม่แตกออกจากกันถือว่าใช้ได้) 5. ตักแยมมะกรูดใส่กระปุกที่เตรียมไว้จนเกือบเต็ม (เหลือพื้นที่จากปากกระปุก 1 ซม.) ปิดฝาให้สนิท พักไว้ที่อุณหภูมิห้องจนเย็นสนิท หลังจากนั้นเก็บเข้าตู้เย็นช่องธรรมดา อยู่ได้นาน 1 เดือน     19.02.2020 RECIPE

ช็อกโกเเลตบาร์ทำมือ 1. ใส่น้ำลงในหม้อให้ระดับน้ำสูงประมาณ 1-2 ซม. ตั้งบนไฟอ่อน ใส่เนยโกโก้ลงในอ่างผสมยกขึ้นวางบนหม้อน้ำร้อน ใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดให้อุณหภูมิเนยโกโก้อยู่ระหว่าง 50-55 องศาเซลเซียส คนจนกระทั่งเนยโกโก้ละลายหมด 2. ใส่น้ำตาลไอซิ่ง ใช้พายยางคนให้น้ำตาลไอซิ่งละลายไม่เป็นเม็ด โดยให้คงอุณหภูมิยังอยู่ระหว่าง 50-55 องศาเซลเซียสเท่าเดิม ถ้าอ่างผสมร้อนเกินไปให้ยกลงจากหม้อ คนจนอุณหภูมิลดลงแล้วนำกลับไปตั้งบนหม้อใหม่ 3. ใส่ผงคาเคา 2 ใน 3 ส่วนลงในอ่างเนยโกโก้ คนให้ผงคาเคาละลายเข้ากัน จากนั้นยกอ่างลง ใส่ผงคาเคาที่เหลือเพื่อ cool down ให้อุณหภูมิลงมาที่ 32 – 34 องศาเซลเซียส ใส่กลิ่นวนิลลาและผิวส้มลนไฟ คนให้เข้ากัน 4. แช่อ่างผสมในอ่างน้ำเย็นเพื่อลดอุณหภูมิช็อกโกแลตลงมาที่ 27-28 องศาเซลเซียส นำส่วนผสมกลับไปตุ๋นบนหม้อน้ำร้อนเพื่อดึงอุณหภูมิขึ้นมาที่ 32-34 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่พร้อมนำไปใช้งาน 5. เทส่วนผสมลงพิมพ์ให้เต็ม เคาะเพื่อไล่อากาศเล็กน้อย ตกแต่งด้วยส้มนาเวลเชื่อมอบแห้งและอัลมอนด์สับหยาบ แช่ในตู้เย็นช่องธรรมดานาน 45 นาทีจนช็อกโกแลตเซตตัว   หมายเหตุ         ทำผิวส้มลนไฟโดยล้างส้มวาเลนเซีย หรือส้มนาเวลให้สะอาด ซับให้แห้ง ปอกเปลือกโดยไม่ติดเนื้อสีขาวด้านใน นำเปลือกส้มไปลนไฟอ่อนๆพอให้มีน้ำมันจากผิวส้มออกมามีกลิ่นหอม สับผิวส้มให้ละเอียด   09.02.2020 RECIPE

บราวนีสูตรเข้มเนื้อฉ่ำ 1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส ปูกระดาษไขด้านในพิมพ์ เตรียมไว้  2. ทำบราวนี่ช็อกโกแลตโดยตั้งหม้อน้ำบนไฟกลาง ใส่ช็อกโกแลตบาร์และเนยลงในอ่างผสม ยกอ่างผสมขึ้นวางบนหม้อน้ำร้อน พอช็อกโกแลตเริ่มละลาย ใช้พายยางคนให้เข้ากัน ปิดไฟ พักไว้ 3. ใส่น้ำตาลทรายทั้งสองชนิด ไข่ไก่ ไข่แดง และกลิ่นวานิลลา ลงในอ่างช็อกโกแลตที่ละลายแล้ว คนให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดีและน้ำตาลละลาย ร่อนแป้งเค้กและผงโกโก้ลงในอ่างช็อกโกแลต ตะล่อมเบาๆให้ส่วนผสมเข้ากัน ใส่ดาร์กช็อกโกแลตบาร์ที่สับไว้ลงในอ่างผสม คนให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากัน 4. เทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ นำเข้าอบในเตาอบที่อุ่นไว้ อบนาน 25-30 นาทีจนบราวนี่สุก ทดสอบโดยใช้ไม้ปลายแหลมจิ้มแล้วไม่มีเนื้อเค้กติดขึ้นมานำเค้กออกจากเตาอบ ถอดออกจากพิมพ์ 5. ตัดบราวนี่เป็นชิ้นใส่จาน เสิร์ฟ 05.02.2020 RECIPE

แครมบูรเลมะพร้าว 1. เตรียมน้ำกะทิโดยใส่น้ำอุ่นลงในมะพร้าวขูด พักไว้สักครู่ ขยำและคั้นเอาแต่น้ำกะทิกรองผ่านผ้าขาวบาง จะได้น้ำกะทิประมาณ 275 กรัม เตรียมไว้ 2. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ ทำคัสตาร์ดโดยใส่ไข่แดง ไข่ไก่ และน้ำตาล ลงในอ่างผสม ตีด้วยตะกร้อจนสีอ่อนลง พักไว้ ใส่วิปปิ้งครีมและน้ำกะทิลงในหม้อ กรีดฝักวานิลลาตามยาว ใช้สันมีดขูดเอาเมล็ดวานิลลาใส่ลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางจนร้อนเทส่วนผสมวิปปิ้งครีมลงในอ่างไข่ คนด้วยตะกร้อให้เข้ากัน 3. วางมะพร้าวผ่าครึ่งในถาดอบ เทน้ำร้อนหล่อรอบนอกให้สูงประมาณ ½ ของกะลามะพร้าว เทคัสตาร์ดประมาณ ½ ถ้วยใส่ในมะพร้าว นำเข้าอบในเตาอบที่อุ่นไว้ อบนาน 45 นาที จนคัสตาร์ดเซ็ตตัว ทดสอบโดยใช้นิ้วแตะแล้วเนื้อคัสตาร์ดไม่ติดมือ นำออกจากเตาอบพักไว้จนเย็นสนิท แล้วนำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาอย่างน้อย 4 ชั่วโมง จนคัสตาร์ดเซ็ตตัว 4. จัดเสิร์ฟโดยนำคัสตาร์ดออกจากตู้เย็นโรยน้ำตาลทราย ใช้หัวพ่นไฟพ่นจนน้ำตาลด้านบนละลายเป็นคาราเมล เสิร์ฟกับมะพร้ำวทึนทึกคั่ว รับประทำนทันทีขณะคำรำเมลด้ำนหน้ำกรอบ   Tips ภาชนะที่ใส่ใช้ชามกระเบื้องที่นำเข้าเตาอบได้ หรือหากใช้มะพร้าวเป็นภาชนะเช่นในสูตรนี้ ให้นำมะพร้าวผ่าครึ่งไปอบด้วยไฟ 150 องศาเซลเซียส ประมาณ 1 ชั่วโมง พอให้เนื้อมะพร้าวด้านในแห้งเล็กน้อยก่อน แล้วจึงใส่คัสตาร์ด มิเช่นนั้นเวลาอบคัสตาร์ดจะมีน้ำมะพร้าวออกมา ทำให้คัสตาร์ดไม่เซ็ตตัว 30.01.2020 RECIPE

บาวารัวส์เสาวรส 1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียสและวาดเส้นบนกระดาษไข 2 เส้น ให้ห่างกัน 3.5 นิ้ว ทำเช่นนี้ 4 คู่ โดยเว้นระยะห่างกันอย่างน้อย 0.5 นิ้ว แล้วกลับด้านที่วาดลงบนถาดอบ เตรียมไว้ 2. ทำเลดี้ฟิงเกอร์โดยร่อนแป้งสาลีลงบนกระดาษไข พักไว้ก่อน ตีไข่แดงและน้ำตาลทราย 50 กรัม ด้วยตะกร้อจนไข่แดงฟูและสีออกนวลๆ พักไว้ ตีไข่ขาวและครีมออฟทาร์ทาร์ด้วยเครื่องตีเค้กหัวตีตะกร้อความเร็วปานกลางจนเป็นฟองหยาบ จึงเริ่มใส่น้ำตาลที่เหลือทีละ 1 ช้อนโต๊ะ จนหมด ตีต่อจนไข่ขาวมันวาวและตั้งยอดอ่อน ตักไข่ขาวทีละส่วนออกมาผสมกับไข่แดงที่ตี ตะล่อมเบาๆจนเข้ากัน ใส่แป้งสาลีที่ร่อนไว้ทีละ ½ ส่วน ตะล่อมเบาๆจนเข้ากัน ตักเลดี้ฟิงเกอร์ใส่ถุงบีบ บีบเลดี้ฟิงเกอร์เป็นแนวทแยงระหว่างคู่เส้นลากเส้นไว้ (จะได้เลดี้ฟิงเกอร์ 4 แผ่น) นำเข้าอบในเตาอบที่อุ่นไว้ อบนาน 10 นาที นำออกจากเตาอบ แล้วลอกกระดาษไขออก ตัดขอบให้ตรงเรียบร้อย รองด้านในชามกระเบื้องด้วยพลาสติกแร็ปโดยให้ชายพลาสติกแร็ปเลยขอบชามขึ้นมาประมาณ 3 นิ้ว ตัดเลดี้ฟิงเกอร์ให้พอดีกับขอบด้านในชาม วางเลดี้ฟิงเกอร์ทั้ง 3 ด้านของชามกระเบื้อง เตรียมไว้ 3. ทำเพียวเรเสาวรสโดยปั่นเนื้อเสาวรสในเครื่องปั่นน้ำให้ละเอียด กรองเอาแต่น้ำใสๆ ได้ประมาณ 300 กรัม แบ่ง ¼ ส่วนของน้ำเสาวรสใส่หม้อพร้อมกับน้ำตาลทราย ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง พอให้น้ำตาลละลาย แล้วเทลงผสมกับเสาวรสที่เหลือ (แบ่งใส่สองครั้งเพื่อให้น้ำเสาวรสครั้งที่สองไปลดอุณหภูมิทำให้ส่วนผสมทั้งหมดเย็นเร็วขึ้น) วางภาชนะที่ใส่เพียวเรเสาวรสบนอ่างน้ำแข็งเพื่อให้เพียวเรเริ่มข้นขึ้น (หรือจนเพียวเรมีอุณหภูมิประมาณ 20 องศาเซลเซียส) 4. ทำบาวารัวส์โดยใส่ผงเจลาตินในน้ำอุ่นพักไว้ประมาณ 5 นาที จนเจลาติน อิ่มน้ำคนให้เข้ำกัน นำเข้าไมโครเวฟไฟกลางประมาณ 30 วินาที นำออกมาคนจนเจลาตินละลายไม่เป็นก้อน พักไว้ก่อน ใส่ไข่แดง น้ำตาลทรายและน้ำ ลงในอ่างผสม ยกขึ้นตีด้วยตะกร้อบนหม้อน้ำเดือดอ่อนๆจนส่วนผสมข้นเป็นสีเหลืองอ่อน ยกลงตีต่อจนเย็นสนิท ใส่เพียวเรเสาวรสและเจลาติน ใช้พายยางค่อยๆตะล่อมให้เข้ากันเตรียมไว้ 5. ตีวิปปิ้งครีมด้วยตะกร้อมือจนข้น (ทดสอบโดยยกตะกร้อแล้ววาดเป็นลวดลายได้) แบ่งวิปปิ้งครีมทีละครึ่งตะล่อมผสมกับส่วนผสมข้อ 4 ที่เตรียมไว้ เมื่อเข้ากันดีแล้ว เทบาวารัวส์เสาวรสประมาณ ½ ส่วนลงในชามกระเบื้องที่เตรียมไว้ ใส่กีวีให้ทั่ว เทบาวารัวส์ที่เหลือจนถึงขอบเลดี้ฟิงเกอร์ปิดด้วยแผ่นเลดี้ฟิงเกอร์ที่เหลือ นำเข้าตู้เย็นช่องแช่แข็งประมาณ 2 ชั่วโมง จนเซ็ตตัว 6. จัดเสิร์ฟโดยประกบชามกระเบื้องด้วยจานสี่เหลี่ยมยาว คว่ำบาวารัวส์ออกมา ลอกพลาสติกแร็ปออก โรยน้ำตาลไอซิ่ง หั่นเป็นชิ้นหนา 1 นิ้ว 29.01.2020 RECIPE

เชอร์เบทฝรั่ง 1. ตั้งหม้อน้ำ ใส่เนื้อฝรั่งและน้ำตาลทรายลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง เคี่ยวเนื้อฝรั่งกับน้ำตาลให้เข้ากันดี พอเดือด ลดเป็นไฟอ่อน เคี่ยวต่ออีก 2 ชั่วโมง จนเนื้อฝรั่งนุ่ม และน้ำงวดลงเล็กน้อย ปิดไฟ พักให้หายร้อน 2. ใส่เนื้อฝรั่ง น้ำที่ใช้ต้มเนื้อฝรั่ง 3 ถ้วย และน้ำมะนาวลงเครื่องปั่น ปั่นให้ส่วนผสมทุกอย่างเนียนเข้ากันดี เทใส่กล่องปิดฝาให้สนิท แช่ในตู้เย็นช่องธรรมดา 2 ชั่วโมง​ เมื่อครบเวลาเทส่วนผสมลงในเครื่องปั่นไอศกรีมตามขั้นตอน ใช้เวลาปั่นประมาณ 1 ชั่วโมง หรือปั่นจนได้เนื้อเชอร์เบทเนียนละเอียดตามต้องการ (ขึ้นอยู่กับประเภทและคุณภาพของเครื่องทำไอศกรีมที่ใช้) ตักเชอร์เบทใส่ภาชนะ ปิดฝาให้สนิท นำเข้าตู้เย็นช่องแช่แข็งประมาณ 3 ชั่วโมง ก่อนรับประทาน 3. ระหว่างนั้นทำพริกเกลือโดยโขลกพริกให้ละเอียด ตักใส่ถ้วย ผสมเกลือ น้ำตาล และพริกที่โขลกให้เข้ากันดีในถ้วย ชิมรสตามชอบ 4. จัดเสิร์ฟโดยตักเชอร์เบทใส่ถ้วยโรยด้วยพริกเกลือ รับประทานทันที Tips ชิมเนื้อฝรั่งก่อนว่ามีรสชาติหวานแค่ไหน สามารถลดปริมาณน้ำตาลในสูตรได้ถ้าหากฝรั่งหวานอยู่แล้ว เครื่องทำไอศกรีมที่ใช้เป็นเครื่องทำไอศกรีมแบบมีคอมเพรสเซอร์ทำความเย็นในตัว วิธีใช้เครื่องคือเปิดเครื่องทำไอศกรีมทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที ให้ถังใส่ไอศกรีมเริ่มเย็นลง จึงใส่เนื้อเชอร์เบตที่ทำเสร็จลงปั่น หากใช้เครื่องทำไอศกรีมแบบถังเยือกแข็ง ควรแช่เนื้อเชอร์เบตให้เย็นจัดก่อน แล้วจึงนำไปปั่นในเครื่องทำไอศกรีม 04.11.2019 RECIPE

ชีสเค้กมะขามป้อม 1. ทำแป้งทาร์ตโดยร่อนแป้งสาลี แป้งเค้ก น้ำตาลทราย และเกลือ เข้าด้วยกัน เทใส่เครื่องผสมอาหาร ใส่เนยจืดเย็น ปั่นจนแป้งมีลักษณะเป็นเม็ดทรายหยาบๆ ใส่ไข่แดง ปั่นจนแป้งเกาะเป็นก้อนเดียวกัน ห่อแป้งทาร์ตด้วยพลาสติกแรป นำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาอย่างน้อยนาน 30 นาที 2. ทำมะขามป้อมเชื่อมโดยใส่น้ำ 2 ถ้วยลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง ระหว่างรอน้ำเดือด บัั้งมะขามป้อมเป็นรูปกากบาท พอเดือดนำมะขามป้อมลงต้มในน้ำ ประมาณ 20 นาที ปิดไฟ ตักมะขามป้อมขึ้นแช่ในน้ำเย็นจัด ลอกเปลือกออก ใส่จานพักไว้ ทำน้ำเชื่อมใส่น้ำ 2 ถ้วยกับน้ำตาลลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง คนให้น้ำตามละลายและน้ำเชื่อมเดือด ใส่มะขามป้อมที่ลอกเปลือกแล้วกลับลงไป เคี่ยวด้วยไฟอ่อนประมาณ 15 นาทีจนกว่าเนื้อมะขามป้อมจะใส ปิดไฟ แช่มะขามป้อมทิ้งไว้ในน้ำเชื่อมจนเย็นสนิท พักไว้ 3. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ นำแป้งทาร์ตกรุลงในพิมพ์โดยใช้นิ้วหัวแม่มือช่วยกดแป้งให้เรียบสนิทกับพิมพ์ ใช้ส้อมจิ้มที่ฐานแป้งทาร์ตให้ทั่ว นำเข้าพักในตู้เย็นช่องธรรมดา 10 นาที นำแป้งทาร์ตเข้าอบนานประมาณ 20 นาที ให้แป้งสุกกึ่งหนึ่ง นำออกจากเตา พักไว้ให้หายร้อน ลดไฟเตาอบลงเป็น 150 องศาเซลเซียส 4. ทำชีสเค้กโดยตีครีมชีสในอ่างผสมด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าจนนุ่มลง ใส่น้ำตาลทราย ตีให้เข้ากัน ใส่ซาวร์ครีมและนมสด ตีให้เข้ากันอีกครั้ง ใส่ไข่ไก่ ตีจนส่วนผสมเนียน ตักส่วนผสมครีมชีสลงในพิมพ์ทาร์ตที่อบไว้ ประมาณ ¼ ของพิมพ์ วางมะขามป้อมเชื่อม 3-4 ชิ้นลงในพิมพ์ เติมเนื้อชีสเค้กกลบมะขามป้อมเชื่อมโดยให้เหลือขอบประมาณ 0.5 เซนติเมตร นำชีสเค้กเข้าอบในเตาอบที่อุ่นไว้ อบนาน 20 นาที นำออกจากเตา พักไว้บนตะแกรงจนเย็นสนิท 5. ระหว่างพักชีสเค้ก ทำเยลลี่มะขามป้อมโดยใส่น้ำ 2 ถ้วยลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง พอน้ำเดือดนำเนื้อมะขามป้อม ลงต้มให้สุกนุ่มประมาณ 20 นาที แล้วนำไปปั่นกับน้ำ ¼ ถ้วยในโถปั่นจนละเอียด กรองส่วนผสมผ่านผ้าขาวบาง คั้นเอาแต่น้ำมะขามป้อมใสๆใส่ลงในหม้อ ใส่น้ำ ¼ ถ้วยที่เหลือ น้ำตาลทราย และน้ำเลมอน ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง คนให้ส่วนผสมเข้ากันดีและน้ำตาลละลาย จากนั้นใส่เจลาตินลงในหม้อ คนให้เจลาตินละลาย เข้ากันดี ปิดไฟ พักไว้ให้หายร้อน 7. เมื่อชีสเค้กเย็นสนิทแล้ว เทเยลลี่มะขามป้อมปิดทับให้เสมอกับขอบแป้งทาร์ต นำเข้าแช่ตู้เย็นช่องธรรมดาให้เยลลี่เซ็ตตัว ก่อนเสิร์ฟตกแต่งด้วยมะขามป้อมเชื่อมและใบไธม์สด Tips: ควรแช่มะขามป้อมในน้ำเกลือ (อัตราส่วนน้ำ 2 ถ้วย ต่อ เกลือ 2 ช้อนโต๊ะ) ก่อนสักประมาณ 20 นาที เพื่อให้ลดความฝาด ก่อนใช้นำไปล้างก่อนต้ม 07.10.2019 RECIPE

ซอฟต์คุกกี้ตำลึง 1. อุ่นเตาอบไฟบนล่างที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ เตรียมถาดอบโดยปูแผ่นซิลิโคนหรือกระดาษไข รอไว้ 2. ตีเนยสดชนิดจืด น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลทรายขาวและเกลือป่นในอ่างผสมด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าจนเนยเริ่มขึ้นฟูและสีอ่อนลง ใส่ไข่ไก่และกลิ่นวานิลาตีต่อจนส่วนผสมเข้ากัน ร่อนแป้งสาลีอเนกประสงค์และเบกกิ้งโซดาใส่ลงไป ตะล่อมด้วยพายยางให้พอเข้ากัน ใส่ตำลึงลวกสับหยาบ คนให้เข้ากัน 3. ใช้สคูปไอศกรีมตักเนื้อคุกกี้เรียงใส่ถาดอบที่เตรียมไว้ โดยเว้นระยะห่างชิ้นละประมาณ 2 นิ้ว ตกแต่งด้วยใบตำลึงด้านบน นำเข้าอบนาน 15 นาที ยกออกจากเตาอบ แซะคุกกี้ออกจากถาด วางพักไว้บนตะแกรงจนคุกกี้เย็นสนิท รับประทานทันที หรือเก็บใส่ขวดปิดฝาให้สนิท เก็บได้นาน 7 วัน 27.08.2019 RECIPE

ทาร์ตไข่ 1. ทำไส้คัสตาร์ดโดยใส่วิปปิ้งครีมและนมสดลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟอ่อน ระหว่างนั้นใช้ตะกร้อตีไข่ไก่ ไข่แดง น้ำตาลทราย และกลิ่นวานิลลาในอ่างผสมพอเข้ากัน เมื่อส่วนผสมในหม้อเดือดเล็กน้อย (สังเกตเป็นฟองข้างขอบหม้อ) ค่อยๆเทส่วนผสมนมลงในไข่จนหมด คนให้เข้ากัน กรองส่วนผสมคัสตาร์ด 2 รอบ พักไว้ 2. นำแป้งพัพฟ์ออกมาพักให้คลายตัวที่อุณหภูมิห้อง อุ่นเตาอบไฟบนล่างอุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ โรยแป้งนวลบนพื้นโต๊ะเพื่อเตรียมคลึงแป้งเล็กน้อย พอแป้งฟัพฟ์เริ่มนิ่ม ใช้ไม้คลึงแป้งคลึงแป้งพัพฟ์ให้เป็นแผ่นหนาประมาณ 2 มม. ค่อยๆม้วนแป้งเป็นแท่งกลมแน่น ห่อด้วยกระดาษไขหรือพลาสติกแร๊ป นำไปแช่ตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 10 นาทีให้แป้งเซตตัว 3. นำแป้งมาตัดเป็นแว่นตามขวางหนาประมาณ 1 ซม. คลึงแป้งเป็นแผ่นบางๆกรุลงในถ้วยอะลูมิเนียม ใช้มีดตัดขอบแป้งส่วนเกิน ให้พอดีกับขอบถ้วย ใช้ส้อมจิ้มที่ก้นและด้านข้างพิมพ์เล็กน้อย ตักไส้คัสตาร์ดใส่ในถ้วยแป้งพัพฟ์ให้สูงประมาณ 2/3 ของถ้วย นำเข้าอบประมาณ 15 นาที หรือจนสุก เสิร์ฟ     02.08.2019 RECIPE

เค้กมะม่วงโยเกิร์ต 1. ทำเค้กโดยอุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ ปูกระดาษไขด้านในถาดอบ แล้วร่อนแป้งเค้ก ผงฟูเข้าด้วยกัน พักไว้  2. ตีไข่แดงกับน้ำตาลทราย 20 กรัมด้วยตะกร้อจนเข้ากัน ใส่น้ำมัน นมสดและกลิ่นวานิลลา ตีให้เข้ากันอีกครั้ง ใส่แป้งเค้กที่ร่อนไว้ลงไป ใช้ตะกร้อคนเบาๆให้เข้ากัน 3. ตีไข่ขาวในอ่างผสมด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้า ค่อยๆใส่น้ำตาลทรายที่เหลือทีละน้อยจนหมด ตีต่อจนไข่ขาวตั้งยอดอ่อนและมันวาว แบ่งไข่ขาว 1/3 ส่วนลงตะล่อมกับส่วนผสมไข่แดงจนเข้ากัน แล้วจึงใส่ไข่ขาวที่เหลือทั้งหมด ตะล่อมจนเป็นเนื้อเดียวกัน เทเค้กลงในถาดอบ เกลี่ยให้เรียบเสมอกัน นำเข้าอบในเตาอบที่อุ่นไว้ อบนาน 12 นาทีหรือจนเค้กสุก ทดสอบโดยใช้ไม้ปลายแหลมจิ้มแล้วไม่มีเนื้อเค้กติดขึ้นมา นำเค้กออกจากเตาอบ คว่ำลงบนตะแกรง ลอกกระดาษไขออก พักไว้จนเย็นสนิทแล้วตัดเค้กให้ได้ขนาดเล็กกว่าด้านล่างกล่องพลาสติกเล็กน้อย จำนวน 6 ชิ้น 4. ทำครีมโยเกิร์ตโดยใส่วิปปิ้งครีม โยเกิร์ตและน้ำตาลไอซิ่งลงในชามผสม ตีด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าจนขึ้นฟู ตักใส่ถุงบีบรอไว้ 5. ประกอบเค้กโดยวางเนื้อเค้กชั้นที่ 1 ลงด้านล่างกล่อง ใช้แปรงจุ่มน้ำเชื่อมทาเนื้อเค้กพอฉ่ำ วางเรียงมะม่วงหั่นแท่งรอบกล่องด้านในและใส่เนื้อมะม่วงหั่นเต๋าตรงกลาง บีบครีมโยเกิร์ตจนเต็ม วางเนื้อเค้กชั้นที่ 2 ทาน้ำเชื่อมบนเค้ก วางเนื้อมะม่วงอีกเช่นเดิม แล้วบีบครีมโยเกิร์ตที่เหลือบนหน้าเค้ก ตกแต่งด้านบนด้วยมะม่วงสไลซ์และใบเล็บครุฑ   12.06.2019 RECIPE

ทีรามิสุมองต์บลังก์มันม่วง 1. เตรียมครีมมันม่วงโดยผสมเนื้อมันเทศสีม่วง นมข้นหวาน และวิปปิ้งครีมเข้าด้วยกัน กรองผ่านกระชอนตาถี่จนเนื้อมันม่วงเนียนละเอียด นำไปกวนในกระทะเคลือบโดยใช้ไม้พายคน พอส่วนผสมเข้ากันดีและเริ่มร้อน ปิดไฟ ใส่เนย คนให้เข้ากัน พักไว้เย็นสนิท ตักใส่ถุงบีบหัวบีบมองต์บลังก์ เตรียมไว้ 2. เตรียมครีมมัสคาร์โพนโดยตีไข่แดงกับน้ำตาลทรายในอ่างผสมด้วยตะกร้อมือจนขึ้นฟูขาว ใส่มัสคาร์โพเนชีส ตีจนส่วนผสมเข้ากัน อีกชามหนึ่ง ตีวิปปิ้งครีมกับน้ำตาลไอซิ่งด้วยเครื่องตีไฟฟ้า จนครีมขึ้นฟูตั้งยอดอ่อน นำส่วนผสมทั้ง 2 ส่วนมาผสมตะล่อมเข้าด้วยกันด้วยพายยาง 3. ใช้มีดฟันเลื่อยหั่นเลดี้ฟิงเกอร์ตัดเป็น 2 ชิ้นเท่าๆกัน ชุบเลดี้ฟิงเกอร์ในนมกาแฟพอชุ่ม วางบนจาน 2 ชิ้นติดกันเป็นฐานทีรามิสุขนาด 5x5 ซม. บีบครีมมัสคาร์โพน โดยใช้หัวบีบกลม ลงไปทับจนทั่ว ปาดให้เรียบ ทำชั้นเลดี้ฟิงเกอร์และชั้นครีมมัสคาร์โพนแบบเดิมอีกครั้ง ปาดครีมให้เรียบรอบด้าน นำเข้าตู้เย็นช่องแช่แข็งประมาณ 2 ชั่วโมงจนเซ็ตตัว 4. โรยผงโกโก้ให้ทั่วด้านบนชิ้นขนม แล้วบีบครีมมันม่วงเป็นเส้นทับชิ้นขนมเป็นแนวตั้งและแนวนอนจนทั่ว แต่งหน้าด้วยวิปปิ้งครีมและเม็ดเกาลัด เสิร์ฟ 30.04.2019 RECIPE

สตรอว์เบอร์รีโฟรเซนโยเกิร์ต 1. ทำเกล็ดสตรอว์เบอร์รีโดยแบ่งสตรอว์เบอร์รีแช่แข็งออกมา 75 กรัม สับหยาบๆ พักไว้ในตู้เย็นช่องแช่แข็ง 2. ทำเนื้อไอศกรีมโดยใส่สตรอว์เบอร์รีแช่แข็งที่เหลือ ลงในเครื่องปั่นอาหาร เติมน้ำเชื่อมและโยเกิร์ตลงไป ปั่นจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันเนียนดี ใส่เนื้อไอศกรีมลงในภาชนะ เติมเนื้อสตรอว์เบอร์รีสับหยาบลงไป คนให้เข้ากัน ใช้ก้นช้อนเกลี่ยหน้าไอศกรีมในภาชนะให้เรียบเนียน แล้วนำเข้าตู้เย็นช่องแช่แข็งจนไอศกรีมเซ็ตตัวดีประมาณ 4 ชั่วโมง 3. จัดเสิร์ฟโดยราดกรีกโยเกิร์ตลงในถ้วย ใช้ที่ตักไอศกรีมตักโฟรเซนโยเกิร์ตใส่ลงถ้วยแก้ว ตกแต่งด้วยสตรอว์เบอร์รีหั่นชิ้น 19.03.2019 RECIPE

ขนมปังเนยสด 1. ทำโดว์ขนมปังโดยใส่ไข่ไก่ น้ำเย็น และนมลงในชามผสม ใช้ส้อมตีให้เข้ากัน พักไว้ ผสมแป้งขนมปัง แป้งเค้ก เกลือป่น นมผง น้ำตาลทรายและยีสต์รวมกันในโถตี ใช้ช้อนคนพอเข้ากัน ใช้หัวตะขอตีส่วนผสมแป้งให้เข้ากันด้วยความเร็วต่ำ ค่อยๆเทส่วนผสมไข่ไก่ที่เตรียมไว้ลงไปจนหมด แล้วเร่งสปีดขึ้นเป็นความเร็วปานกลาง ตีต่อจนโดว์เริ่มจับตัวเป็นก้อนเดียว ใส่เนยนุ่มทีละน้อยจนหมด ตีต่อด้วยความเร็วปานกลางจนเนื้อแป้งเนียนร่อนออกจากโถปั่น (ทดสอบโดยดึงชายแป้งโดว์ขึ้นมาแล้วสามารถยืดเป็นแผ่นฟิล์มบางๆได้) นำโดว์ออกมานวดต่อด้วยมือเล็กน้อย คลึงให้เป็นก้อนกลมและหน้าเรียบ พักไว้ในอ่างผสมปิดด้วยพลาสติกแร๊ป บ่มที่อุณหภูมิอุ่นเป็นเวลา 1 ชั่วโมงจนแป้งขึ้นเป็น 2 เท่า 2. นำแป้งโดว์ที่พักไว้มานวดเพื่อไล่ฟองอากาศออก ตัดแบ่งก้อนแป้ง ก้อนละ 40 กรัม คลึงเป็นก้อนกลมใส่ในถาดฟอยล์ ปิดฝา พักไว้ที่อุณหภูมิอุ่นเป็นเวลา 1 ชั่วโมงจนแป้งขึ้นเป็น 2 เท่า ระหว่างที่รอให้โดว์ขึ้นฟู อุ่นเตาอบไฟบน-ล่างที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ เมื่อครบเวลา นำเข้าอบเป็นเวลา 15 นาทีหรือจนขนมปังเป็นสีน้ำตาลอ่อน นำออกจากเตาอบ วางพักไว้บนตะแกรงจนเย็นสนิท 3. ทำไส้คัสตาร์ดโดยใส่นมและเนยรวมกันในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟอ่อน รอให้เนยละลายหมดและนมเริ่มร้อน ระหว่างนั้นตีไข่แดง น้ำตาลทราย และแป้งข้าวโพดในอ่างผสมด้วยตะกร้อมือให้เข้ากัน ค่อยๆเทส่วนผสมนมลงในอ่างไข่แดง ใช้ตระกร้อมือคนตลอดเวลาเพื่อไม่ให้ไข่แดงสุกเป็นลิ่ม เททั้งหมดกลับลงใส่หม้อเดิม ยกขึ้นตั้งบนไฟอ่อน ใช้ตระกร้อคนส่วนผสมจนเนื้อข้นเนียน ใส่กลิ่นวานิลลา คนให้เข้ากัน ปิดไฟ พักให้เย็น 4. ทำบัตเตอร์ครีมโดยตีเนย เกลือป่น และนมข้นหวานในอ่างผสมด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้า (หรือตะกร้อมือ) รวมกันด้วยความเร็วปานกลางจนขึ้นฟู เนื้อขาวเนียน พักไว้ 5. ตักไส้คัสตาร์ดใส่ถุงบีบหัวบีบกลม ใช้หัวบีบปลายแหลมเจาะรูด้านบนขนมปังแต่ละก้อน แล้วคว้านให้ด้านในเป็นโพรงเล็กน้อย บีบไส้ครีมคัสตาร์ดให้เต็ม ปาดด้านบนด้วยด้วยบัตเตอร์ครีมที่ตีไว้ โรยหน้าด้วยน้ำตาลไอซิ่ง จัดเสิร์ฟ 28.02.2019 RECIPE

พันนาคอตตาซอสราสป์เบอร์รี 1. ตั้งหม้อน้ำบนไฟกลางพอเดือด ใส่วิปปิ้งครีมในอ่างผสม ยกขึ้นตั้งบนหม้อ อุ่นวิปปิ้งครีมให้พอร้อน ยกลง ใส่เจลาตินแผ่น และ Vanilla extract คนให้เจลาตินละลาย เทส่วนผสมลงในถ้วยเล็กจนเต็ม นำไปแช่เย็นให้เซ็ทตัวประมาณ 3 ชั่วโมง หรือ ข้ามคืน 2. ทำซอสราสป์เบอร์รีโดยใส่ราสป์เบอร์รีแช่แข็ง น้ำ และน้ำตาลอิริทริทอลลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง เคี่ยวจนส่วนผสมซอสเป็นเนื้อเดียวกันและข้นขึ้นเล็กน้อย ใส่น้ำเลมอนและผิวเลมอนคนให้เข้ากัน ปิดไฟ ยกลง นำไปปั่นจนเนื้อเนียน แช่เย็นพักไว้ 3. ปั่นวอลนัทอบและเนยละลายรวมกันในโถปั่นของแห้งให้พอหยาบ ตักออก พักไว้ 4. จัดเสิร์ฟโดย แช่ถ้วยพันนาคอตตาในถาดน้ำอุ่น ใช้มีดปลายแหลมแซะรอบๆตัวขนม เคาะพันนาคอตตาออกจากถ้วยลงในจานเสิร์ฟ ตักถั่ววอลนัทที่ปั่นวางไว้ด้านข้าง ราดด้วยซอสราสป์เบอร์รี  ตกแต่งด้วยราสป์เบอร์รีและใบสะระแหน่ 19.02.2019 RECIPE

เค้กคริสต์มาสเวลเวท อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ ปูกระดาษไขด้านในพิมพ์ เตรียมไว้ ร่อนแป้งเค้ก ผงโกโก้ เบกกิ้งโซดา และเกลือเข้าด้วยกัน 2 รอบ พักไว้ ผสมบัตเตอร์มิล์ค และกลิ่นวานิลลา คนให้เข้ากัน ตีเนยกับน้ำตาลด้วยเครื่องตีเค้กหัวตีใบพัดจนเนยเป็นสีขาว แล้วจึงใส่ไข่ไก่ ตีต่อจนเนียนเข้ากัน ใส่ส่วนผสมแป้งที่ร่อนไว้สลับกับส่วนผสมบัตเตอร์มิล์ค ใส่สีผสมอาหารสีแดง ตีด้วยความเร็วต่ำให้เข้ากัน เทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ เกลี่ยให้เรียบ ใช้ไม้ปลายแหลมไล่ฟองอากาศ นำเข้าอบประมาณ 50-55 นาที หรือทดลองจิ้มแล้วไม่มีเนื้อเค้กเหลวๆติดขึ้นมา นำออกจากเตาอบ นำเค้กออกจากพิมพ์ พักไว้บนตะแกรงจนเย็นสนิท ทำหน้าเค้กโดยตีครีมชีส และน้ำตาลไอซิ่งด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าจนเนียนเข้ากัน ใส่วิปปิ้งครีม ตีต่อจนส่วนผสมข้นเนียน พักไว้ ประกอบเค้กโดยตัดหน้าเค้กส่วนที่โค้งออก เก็บเนื้อเค้กไว้ สไลซ์เค้กเป็นสองชิ้นเท่าๆกัน ตักครีมชีสใส่บนเค้กชิ้นแรก ปาดครีมชั้นบนให้ทั่ว เว้นขอบไว้เล็กน้อย วางประกบด้วยเค้กอีกชิ้น ราดทับด้วยครีมชีสที่เหลือจนเต็มหน้าเค้ก ตกแต่งด้วยมัลเบอร์รี แครนเบอร์รีแช่แข็ง และโรสแมรี โรยตกแต่งด้วยเนื้อเค้กสีแดง 28.11.2018 RECIPE

ขนมปังมันเทศ 1. ผสมแป้งสาลี แป้งเค้ก นมผง เกลือป่น น้ำตาล และยีสต์ ลงในอ่างเครื่องตีเค้ก ใช้ช้อนคนให้เข้ากัน ตีไข่ไก่ ไข่แดง และน้ำ ในชามผสมอีกใบพอเข้ากัน เปิดเครื่องตี (หัวตีตะขอ) โดยใช้ความเร็วปานกลาง ค่อยๆ เทส่วนผสมไข่ไก่ลงในแป้งช้าๆ จนหมด ตีต่อจนแป้งเริ่มจับตัวเป็นก้อนเดียวกัน จึงใส่เนยนุ่มทีละน้อยจนหมด ตีจนแป้งเนียนและล่อนหลุดจากข้างอ่าง  2. นำก้อนแป้งออกพักไว้ในอ่างใบใหม่ที่โรยแป้งสาลีบางๆ ด้านล่างอ่าง ปิดด้วยพลาสติกแร็ปหรือผ้าขาวบางชุบน้ำพอหมาด พักไว้ในที่อุ่นประมาณ 45 นาที 3. ทำไส้มันเทศโดยล้างมันเทศให้สะอาด นำไปต้มในน้ำเดือดประมาณ 25 นาที จนสุก ตักขึ้นปอกเปลือก บดด้วยส้อมจนละเอียด ได้เนื้อมันประมาณ 200 กรัม ผสมมันบดกับครีมชีส น้ำตาล และแป้งสาลี ผสมจนเป็นเนื้อเดียวกัน พักไว้ 4. เมื่อขนมปังฟูขึ้นเป็น 2 เท่าแล้ว นำแป้งออกจากอ่าง นวดไล่อากาศ 3-4 ครั้ง พักไว้ประมาณ 5 นาที คลึงแป้งออกเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 14x12 นิ้ว ทาไส้มันเทศให้ทั่ว ม้วนให้แน่น ตัดเป็นแว่นหนา 1 นิ้ว เรียงไว้ในถาดกลมที่ทาเนยหรือน้ำมันพืช คลุมด้วยพลาสติกแร็ป พักไว้ 45 นาที จนแป้งขึ้นเป็น 2 เท่า ทาหน้าขนมปังด้วยไข่ไก่ โรยเมล็ดป๊อปปี้ซีด 5. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส นำขนมปังเข้าอบประมาณ 25-30 นาที (ถาดล่างสุดของเตาอบ) จนขนมปังสุกเหลือง นำขนมปังออกจากถาด พักไว้บนตะแกรงจนเย็นสนิท เสิร์ฟอุ่นๆ   Tips • ใช้มันเทศสีม่วงก็ได้ ยิ่งทำให้สีสันขนมปังโดดเด่นขึ้น นอกจากโรยเมล็ดป๊อปปี้ซีดแล้ว จะโรยด้วยงาดำก็ได้เช่นกัน 18.09.2018 RECIPE

มองต์บลังก์หม้อแกงเผือก 1. ทำแป้งทาร์ตโดยผสมแป้งเค้ก น้ำตาลไอซิ่ง เนย ใช้มือถูส่วนผสมให้เข้ากันจนมีลักษณะเป็นเม็ดทราย จากนั้นใส่ไข่แดงของไข่ไก่ และนมสดลงในอ่างผสม ใช้มือถูส่วนผสมให้เข้ากันอีกครั้ง รวบส่วนผสมเข้าด้วยกัน นวดพอให้เนียนเป็นก้อนเดียวกัน แร็ปด้วยพลาสติกแร็ป นำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดานานประมาณ 1 ชั่วโมง 2. เมื่อครบ 1 ชั่วโมง นำแป้งทาร์ตออกจากตู้เย็นให้คลายเย็นลงเล็กน้อย คลึงแป้งทาร์ตเป็นแผ่นบาง 1.5 มม. ตัดแป้งให้เป็นทรงกลมขนาดใหญ่กว่าพิมพ์เล็กร้อย นำแป้งทาร์ตที่ตัดกรุลงในพิมพ์ ค่อยๆใช้นิ้วกดให้แป้งแนบกับพิมพ์ ใช้ส้อมจิ้มแป้งด้านฐานให้ทั่ว พักไว้ 3. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ ระหว่างนั้นทำหม้อแกงโดยใส่ไข่ไก่ น้ำตาลมะพร้าว หัวกะทิ และใบเตยลงในชาม ใช้มือขยำใบเตยกับส่วนทั้งหมดจนน้ำตาลละลาย กรองส่วนผสมด้วยกระชอนหรือผ้าขาวบางลงในอ่างผสม ใส่เผือกนึ่ง คนให้เข้ากัน ตักหม้อแกงลงในพิมพ์ทาร์ตที่กรุไว้ นำเข้าอบในเตาอบที่อุ่นไว้ อบนานประมาณ 30 นาที จากนั้นนำออกมา พักบนตะแกรงให้เย็นสนิท 4. ทำครีมเผือกโดยผสมเผือกนึ่งขณะร้อนๆ น้ำตาลทราย วิปปิ้งครีม และเนยสดในอ่างผสมให้เข้ากันดี ตักส่วนผสมใส่ถุงบีบพร้อมหัวบีบสำหรับบีบมองต์บลังก์ พักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาจนเซ็ตตัว 5. บีบครีมเผือกบนทาร์ตหม้อแกงให้เป็นทรงสูง ทำจนครบทุกชิ้น นำไปแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาให้ขนมเซ็ตตัว ก่อนเสิร์ฟโรยด้วยหอมเจียวเคลือบน้ำตาล 06.09.2018 RECIPE