Found 14 results for Tag : ข้าวคั่ว

แกงแคหอยขม 1. เตรียมหอยโดยนำไปแช่ในอ่างน้ำพอท่วม ทุบพริกขี้หนูสวนใส่ 4-5 เม็ดเพื่อให้หอยคายดินออก หรือแช่น้ำไว้ข้ามคืน หากยังมีดินติดให้ขัดดินออกเบาๆด้วยสก๊อตไบรท์ ล้างให้สะอาด ตัดก้นหอยโดยใช้คีมหนีบหรือใช้มีดด้ามใหญ่ ตัดออก ทำจนหมด เตรียมไว้ 2. ทำน้ำพริกแกงโดยโขลกพริกกับเกลือเข้าด้วยกันให้ละเอียด ใส่ผิวมะกรูด โขลกให้ละเอียด ใส่ขมิ้น หอมแดงและกระเทียม โขลกให้ละเอียด ใส่กะปิ โขลกให้ละเอียดเข้ากัน เตรียมไว้ 3. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง พอน้ำมันร้อนใส่น้ำพริกแกงลงผัดพอหอม เร่งเป็นไฟแรง ใส่หอยลงคั่วกับน้ำพริกแกง ใส่น้ำ½ ถ้วยลงในครกเพื่อล้างน้ำพริกแกงที่ติดครกใส่ในกระทะ ใส่น้ำที่เหลือ ลดเป็นไฟกลาง ต้มพอเดือด ใส่มะเขือพวง ถั่วฝักยาว พริก ยอดฟักแม้ว ใบพริก ผักชีฝรั่งและใบชะพลู พอผักสุกใส่ใบมะกรูดและข้าวคั่ว คนพอทั่ว โขลกมะแขว่นกับกระเทียมเข้าด้วยกันพอหยาบ ใส่ในกระทะ ชิมรสให้กลมกล่อม เผ็ดเค็มเท่าๆกัน หอมกลิ่นข้าวคั่ว ปิดไฟ ตักใส่ถ้วย เสิร์ฟ 17.06.2019 RECIPE

ลาบไก่ 1. ล้างเนื้อไก่ให้สะอาด แล่เอาเฉพาะเนื้อ เก็บหนังและกระดูกไว้ หั่นเนื้อไก่เป็นชิ้นเล็กๆ สับด้วยมีดบังตอแค่พอหยาบๆ ใส่ลงในอ่างผสม ใส่น้ำมะนาว มะกอกป่า และเกลือ นวดจนเข้ากันดี สังเกตสีเนื้อไก่จะอ่อนลง เมื่อนวดจนได้ที่ นำเนื้อไก่มาปั้นเป็นก้อนกลม บีบเอาน้ำรสเปรี้ยวออกจากเนื้อไก่จนเนื้อหมาดเก็บน้ำที่คั้นไว้ จะได้ปริมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ 2. ทำน้ำนัวโดยต้มน้ำในหม้อด้วยไฟกลาง รอให้น้ำเริ่มเดือด ใส่เกลือ ตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด น้ำปลาร้ารำ โครงไก่ และหนังไก่ลงต้มจนน้ำเดือดจัดอีกครั้ง ช้อนฟองทิ้ง ใส่ตับ กึ๋น ไส้ และหัวใจ ลงลวกนานประมาณ 2-3 นาที แค่พอสุก ตักขึ้น พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ ใส่ถ้วยพักไว้ ต้มน้ำลวกเครื่องในต่อประมาณ 20 นาที จนมีกลิ่นหอมเครื่องสมุนไพรปิดไฟ กรองน้ำต้มเครื่องในและหนังไก่เก็บไว้หั่นเป็นชิ้นพอคำ ใส่รวมกับเครื่องในลวก 3. ใส่น้ำที่คั้นได้จากเนื้อไก่ลงในหม้อ ตั้งบนไฟกลางค่อนข้างแรง รอให้เดือด ใส่เนื้อไก่สับ และน้ำนัว ¼ ถ้วย ลงในหม้อ คนเร็วๆ ให้เนื้อไก่เริ่มสุก และน้ำงวดลงเล็กน้อย ใส่หนังไก่และเครื่องในลวกลงผสม คนพอทั่ว ปิดไฟ ตักเนื้อไก่และเครื่องในลงในอ่างผสมพักไว้สักครู่ 4. เมื่อเนื้อไก่และเครื่องในเริ่มอุ่น ปรุงรสด้วยพริกป่น น้ำปลา และข้าวคั่ว คลุกเคล้าให้เครื่องปรุงทั้งหมดเข้ากันทั่ว ใส่ต้นหอมซอย ผักชีฝรั่งซอย หอมแดงซอย และใบมะกรูดซอย คนเร็วๆพอเข้ากันอีกครั้ง ชิมรสให้เค็ม เผ็ด เปรี้ยว 5. ตักใส่จาน โรยใบสะระแหน่ เสิร์ฟกับข้าวเหนียวนึ่ง 30.05.2019 RECIPE

ลาบปูนา 1.นำปูมาหักเล็บแกะกระดองออกตักมันปูที่ติดอยู่ในกระดองใส่ถ้วยแยกไว้ แกะเอานมปูทิ้ง หักปูให้เป็นชิ้นเล็กๆ ล้างให้สะอาด ปั่นด้วยเครื่องปั่นไฟฟ้า กรองด้วยกระชอนเอากากออก จะได้น้ำปูปริมาณ 2 ถ้วย ใส่ลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟอ่อนจนเดือด หมั่นคนไม่ให้ไหม้ก้นหม้อ (จะได้เนื้อปูที่มีลักษณะคล้ายหมูสับ) ใส่มันปูลงผสมคนให้เข้ากัน เคี่ยวจนเนื้อปูสุกทั่ว ปิดไฟ ตักใส่อ่างผสม พักไว้ 2. ใส่พริกป่น น้ำปลา น้ำมะนาว และข้าวคั่ว ลงในอ่างผสมเนื้อปู คนเคล้าให้เข้ากัน ใส่ผักชีฝรั่งซอยต้นหอมซอย หอมแดงซอย และใบมะกรูดซอย คนเบาๆแค่พอเข้ากันอีกครั้ง 3. ตักใส่จาน โรยพริกขี้หนูอีสานและยอดสะระแหน่ เสิร์ฟกับผักสด 30.05.2019 RECIPE

ลาบเนื้อ 1. ทำน้ำต้มเครื่องในโดยต้มน้ำในหม้อด้วยไฟกลาง รอให้น้ำเริ่มเดือด ใส่เกลือ ตะไคร้ ข่า และใบมะกรูด ลงต้มจนน้ำเดือดจัดอีกครั้ง ใส่ตับ ผ้าขี้ริ้ว และดอกจอก ลวกนานประมาณ 2 นาที แค่พอสุก ตักขึ้น พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ ใส่ถ้วย พักไว้ ต้มน้ำที่ใช้ลวกเครื่องในต่อประมาณ 20 นาที จนมีกลิ่นหอมเครื่องสมุนไพร ปิดไฟ กรองน้ำที่ได้เก็บไว้ 2. ใส่น้ำต้มเครื่องใน ¼ ถ้วย ลงในหม้อต้มด้วยไฟกลางจนเดือดจัด ใส่เนื้อวัวลงในหม้อ รวนจนเนื้อวัวใกล้สุก ใส่เครื่องในลวกคนให้เข้ากัน สังเกตน้ำที่อยู่ก้นหม้อเริ่มงวดปิดไฟ เทใส่อ่างผสม พักไว้สักครู่ 3. เมื่อเนื้อวัวและเครื่องในเริ่มอุ่น ปรุงรสด้วยพริกป่น น้ำปลา ดีวัว และข้าวคั่วคลุกเคล้าให้เข้ากันทั่ว ใส่ต้นหอมซอย และใบมะกรูดซอย ชิมรสให้เค็ม เผ็ด ขม เข้มข้น คนเร็วๆพอเข้ากันอีกครั้ง 4. ตักลาบเนื้อใส่จาน โรยพริกเขียวพื้นบ้าน เสิร์ฟกับผักสดและข้าวเหนียวนึ่ง 30.05.2019 RECIPE

ลาบปลากดคัง 1. ทำน้ำนัวโดยล้างกระดูกปลากดคังให้สะอาด พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ ต้มน้ำในหม้อด้วยไฟกลาง ใส่เกลือ ตะไคร้ ข่า และใบมะกรูดรอให้น้ำเดือดจัด ใส่กระดูกปลาที่พักไว้ลงต้มรอให้เดือดอีกครั้ง ใส่น้ำปลาร้ารำ เคี่ยวนานประมาณ 20 นาที ให้น้ำงวดลงเล็กน้อยและมีกลิ่นหอมกระดูกปลา ปิดไฟ กรองเอาแต่น้ำต้มกระดูกปลาเก็บไว้ จะได้น้ำนัวปริมาณ 4 ถ้วย 2. ต้มน้ำนัวในหม้อด้วยไฟแรง รอให้น้ำเดือดจัด ล้างเนื้อปลากดคังให้สะอาด ใส่เนื้อปลาลงลวกนานประมาณ 2 นาที (ห้ามคนเพราะเนื้อปลาจะเละและคาว) ลวกแค่พอเนื้อปลาสุก ตักขึ้น พักไว้ 3. ใส่น้ำปลา น้ำมะนาว พริกป่น ข้าวคั่ว และน้ำนัว ลงในอ่างผสม คนพอเข้ากันชิมรสให้ออกรสเปรี้ยวนำเค็ม เผ็ด รสจัดใส่หอมแดงซอย ต้นหอมซอย ผักชีฝรั่งซอยสะระแหน่ซอย และใบมะกรูดซอย คนเคล้าให้เข้ากัน ใส่เนื้อปลาลวก เคล้าเบาๆพอเข้ากัน 4. ตักใส่จาน โรยกระเทียมเจียว เสิร์ฟกับผักสด 30.05.2019 RECIPE

ลาบเป็ด 1. ล้างเนื้อเป็ดให้สะอาด แล่เอาเฉพาะเนื้อ เก็บหนังและกระดูกไว้ จะได้เนื้อเป็ดประมาณ 500 กรัม หั่นเนื้อเป็ดเป็นชิ้นเล็กๆ สับด้วยมีดบังตอพอหยาบ ใส่ลงในอ่างผสมใส่น้ำมะนาว มะกอกป่า และเกลือ นวดจนเข้ากันดี สังเกตสีเนื้อเป็ดจะอ่อนลง เมื่อนวดจนได้ที่ นำเนื้อเป็ดมาปั้นเป็นก้อนกลม บีบเอาน้ำรสเปรี้ยวออกจากเนื้อเป็ดจนเนื้อหมาดเก็บน้ำที่คั้นไว้ จะได้ปริมาณ 1/3 ถ้วย 2. ทำน้ำนัวโดยต้มน้ำในหม้อด้วยไฟกลาง รอให้น้ำเริ่มเดือด ใส่เกลือ ตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด น้ำปลาร้ารำ โครงกระดูกเป็ดและหนังเป็ด ลงต้มจนน้ำเดือดจัดอีกครั้งช้อนฟองทิ้ง ใส่ตับ กึ๋น ไส้ และหัวใจ ลงลวกนานประมาณ 2-3 นาที แค่พอสุก ตักขึ้น พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ ใส่ถ้วย พักไว้ ต้มน้ำลวกเครื่องในต่อประมาณ 20 นาที จนมีกลิ่นหอมเครื่องสมุนไพร ปิดไฟ กรองน้ำต้มเครื่องในและหนังเป็ดเก็บไว้ หั่นหนังเป็ดเป็นชิ้นพอคำใส่รวมกับเครื่องในลวก 3. ใส่น้ำที่คั้นได้จากเนื้อเป็ดลงในหม้อตั้งบนไฟกลางค่อนข้างแรง รอให้เดือดใส่เนื้อเป็ด และน้ำนัว ¼ ถ้วย ลงในหม้อคนเร็วๆให้เนื้อเป็ดเริ่มสุก ใส่หนังเป็ดและเครื่องในลวกลงผสม คนพอทั่ว ปิดไฟ ตักเนื้อเป็ดและเครื่องในลงในอ่างผสม พักไว้สักครู่ 4. เมื่อเนื้อเป็ดและเครื่องในเริ่มอุ่น ปรุงรสด้วยพริกป่น น้ำปลา และข้าวคั่ว คลุกเคล้าให้เข้ากันทั่ว ใส่ต้นหอมซอย ผักชีฝรั่งซอย หอมแดงซอย และใบมะกรูดซอย คนเร็วๆ พอเข้ากันอีกครั้ง ชิมรสให้เค็ม เผ็ด เปรี้ยว 5. ตักลาบเป็ดใส่จาน โรยหน้าด้วยใบสะระแหน่ วางกระเทียม พริกขี้หนูแห้ง ใบมะกรูด เสิร์ฟกับผักสดและข้าวเหนียวนึ่ง 30.05.2019 RECIPE

สเต๊กเนื้อสันโคขุนย่างซอสแจ่วซีอิ๊วถั่วเหลือง 1. เลือกเนื้อวัวสีแดงสด กดแล้วเนื้อคืนตัวไม่บุ๋ม ลงไป ส่วนสันในมีลักษณะเป็นเส้น ช่วงบนใหญ่ตรงปลายเล็ก ให้เลือกส่วนตรงกลางจะได้เนื้อชิ้นเท่ากัน ถ้าซื้อมามีพังผืดติดอยู่ให้ใช้มีดแล่ออกไป เพราะส่วนพังผืดจะเหนียว เคี้ยวยาก เวลากินจะได้ไม่เสียอรรถรสล้างเนื้อวัวแล้วซับให้แห้งเตรียมไว้ 2. เนื้อวัวส่วนสันในค่อนข้างหนา หั่นครึ่งตามยาวเป็นชิ้นเนื้อสเต๊ก 2 ชิ้นให้บางลง เพื่อเวลาย่างจะสุกง่าย จากนั้นหมักเนื้อสเต๊กโดยใส่เนื้อในอ่างผสม ใส่น้ำมันมะกอก ซอสปรุงรส ออลสไปซ์ เกลือ และพริกไทย เคล้าให้ทั่วชิ้นเนื้อ แล้วก็ใช้มือนวด ทำแบบนี้จะทำให้เครื่องหมักซึมเข้าเนื้อได้ดีกว่า จากนั้นปิดด้วยพลาสติกแร็ป พักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดานานประมาณ 6 ชั่วโมง หรือ 1 คืน เพื่อให้เครื่องปรุงซึมเข้าเนื้อได้เต็มที่กลิ่นจะหอมและรสชาติกลมกล่อมเมื่อเนื้อหมักได้ที่แล้ว  3. เตรียมซอสแจ่วกันบ้าง ทำง่ายๆโดยผสมน้ำปลา น้ำมะขามเปียก น้ำมะนาว และน้ำตาล เข้าด้วยกันในถ้วยหรือชาม คนให้ทั่วจนน้ำตาลละลาย ใส่พริกป่น ข้าวคั่ว ต้นหอม และผักชีฝรั่ง คนพอเข้ากันพักไว้ เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว ก็สามารถย่างสเต๊กได้เลย โดยตั้งกระทะย่างบนไฟกลางจนร้อนจัด วางเนื้อหมักลงย่างในกระทะ เทคนิคการย่าง จะไม่กลับชิ้นเนื้อบ่อย แต่ละด้านจะกลับ 2 ครั้ง เพื่อให้เกิดลายตารางสวย เมื่อย่างจนสุกทั้งสองด้านแล้ว กลับเอาด้านข้างทั้ง 4 ด้านของเนื้อลงย่างด้วย เพราะเนื้อชิ้นหนา ถ้าไม่ย่างด้านข้างด้วยเนื้อจะไม่สุกถึงด้านใน 4. จากนั้นนำออกจากกระทะ จะได้เนื้อสุกระดับปานกลาง ประมาณมีเดียมถึงมีเดียมแรร์ (Medium to Medium-rare) เนื้อข้างในยังเป็นสีชมพูอยู่ (ถ้าอยากให้สุกกว่านี้ก็นำเนื้อเข้าไปอบในเตาอบอุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียสต่ออีกประมาณ 5-10 นาที ) แล้วพักเนื้อในจาน ปิดด้วยแผ่นอะลูมินั่มฟอยล์อย่างน้อย 10 นาทีก่อนเสิร์ฟ เสิร์ฟสเต๊กเนื้อสันในโดยหั่นเนื้อย่างเป็นชิ้นพอคำใส่จาน โรยใบผักชีฝรั่งซอยและข้าวคั่ว เสิร์ฟกับซอสแจ่ว ข้าวเหนียวนึ่ง และผักสด   TIPS ข้าวคั่วสำหรับทำน้ำจิ้มแจ่วต้องเป็นข้าวสารดิบที่คั่วสดใหม่ บดใหม่กลิ่นหอม ถ้าทำซอสเตรียมไว้ ยังไม่ต้องใส่ข้าวคั่ว ต้นหอม และผักชีฝรั่ง เวลาเสิร์ฟค่อยใส่ เพราะข้าวคั่วใส่ไปนานๆแล้วจะอืด ส่วนต้นหอมและผักชี ใส่ใหม่ๆจะมีกลิ่นหอมกว่า ความสุกของเนื้อสเต๊ก (อุณหภูมิวัดด้วยเทอร์โมมิเตอร์หน่วยองศาเซลเซียสจากส่วนกลางสุดของชิ้นเนื้อ) Rare to Medium-rare ส่วนกลางยังแดงอยู่อุณหภูมิ 52-57 เวลากดเนื้อจะรู้สึกนิ่มเหมือนกดที่แก้มของเรา Medium ส่วนกลางเป็นสีชมพูอุณหภูมิ 60 เวลากดเนื้อจะรู้สึกเหมือนกดที่ปลายจมูก Medium-well to Well done ไม่มีส่วนที่เป็นสีชมพูเหลืออยู่เลย อุณหภูมิ 65-71 เวลากดเนื้อจะรู้สึก 12.03.2018 RECIPE

ลาบปลาแซลมอน 1. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางจนร้อน ใส่ปลาลงทอดจนสุกทั่ว ตักใส่จาน พักไว้พออุ่น จึงเลาะหนังกับก้างออก ส่วนเนื้อ ปลาแกะเป็นชิ้นเล็ก ใส่ถ้วย เตรียมไว้ 2. ผสมเนื้อปลาทอด น้ำมะนาว น้ำปลา และพริกป่น คลุกเคล้า พอเข้ากันในอ่างผสม ใส่หอมแดง ข้าวคั่ว สะระแหน่ แล ผักชีฝรั่ง คลุกเคล้าอีกครั้งพอเข้ากัน 3. ตักลาบปลาแซลมอนใส่จานที่รองด้วยใบผักกาดขาว ตกแต่งด้วยยอดสะระแหน่ เสิร์ฟ      Tips การทำข้าวคั่วให้หอม กรอบ และโขลกง่าย คือใช้ข้าวเหนียว ล้างแล้วคั่วในกระทะด้วยไฟอ่อน ช่วงเเรกๆข้าวจะเกาะกันเป็นก้อน เมื่อคั่วไปเรื่อยๆ ข้าวจะแยกเมล็ดและเหลืองเข้มในที่สุด เวลาโขลกสีของข้าวคั่วจะอ่อนลง 12.03.2018 RECIPE

ลาบปลาตะเพียน 1. ขอดเกล็ดปลา ผ่าท้องควักไส้ออก ล้างให้สะอาด แล่เนื้อปลาทั้งสองด้าน ซับน้ำให้แห้ง สับให้ละเอียด ในขณะที่สับเนื้อปลาใส่ข่าอ่อนและใบมะกรูดลงสับเข้าด้วยกันให้ละเอียด ตักใส่ถ้วย พักไว้ ส่วนหัวที่ติดกับก้างปลาใส่จานพักไว้เช่นกัน 2. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางจนร้อน ใส่ก้างปลาลงทอดจนเหลืองกรอบ ตักขึ้นวางพักบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน 3. ตักน้ำมันในกระทะที่ทอดก้างปลาออกให้เหลือประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ใส่เนื้อปลาที่สับ ผัดจนมีกลิ่นหอม ใส่กระเทียมเจียว ผัดให้ทั่ว ปรุงรสด้วยน้ำปลา พริกป่น ผัดพอทั่ว ปิดไฟ ตักใส่อ่างผสม พักไว้พอเย็น ใส่น้ำมะนาว ข้าวคั่ว หอมแดง ต้นหอม และผักชีฝรั่ง คลุกเคล้าให้เข้ากัน 4. จัดก้างปลาทอดใส่จาน ตักลาบใส่ด้านบน โรยหอมแดงเจียว ใบมะกรูดทอด พริกขี้หนูแห้งทอด เสิร์ฟกับผักสด      Tips แล่เนื้อปลาตะเพียนมาสับจนทั้งเนื้อและก้างละเอียดเข้ากันดี ก้างปลาจึงไม่เป็นอุปสรรคในการกิน ระหว่างสับใส่ข่าอ่อนและใบมะกรูดลงไปสับรวมกันด้วย เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมและดับคาว 12.03.2018 RECIPE