Found 20 results for Tag : ข้าวโพดหวาน

คอร์นฟิตเตอร์ 1. ล้างเมล็ดข้าวโพดแล้วใส่พักในตะแกรงให้พอแห้งหมาดๆ ใส่ลงในอ่างผสม ใส่แป้งสาลี แป้งข้าวโพดหรือแป้ง Cornmeal เคล้าแป้งให้เคลือบเมล็ดข้าวโพดจนทั่ว แล้วใส่ไข่ไก่ หอมแดงสับ ผงปาปริก้า หรือพริกคาเยน และพาร์มีซานชีส ใช้ส้อมคนส่วนผสม ทั้งหมดให้เข้ากัน (ลักษณะที่ได้เมล็ดข้าวโพดจะเหนียวและเกาะตัวติดกัน) 2. ตั้งกระทะเทฟล่อนบนไฟกลางพอร้อนใส่น้ำมัน เมื่อน้ำมันร้อน ใช้ทัพพีตักส่วนผสมข้าวโพดลงทอดให้ เป็นแผ่นบางๆ ทอดด้วยไฟอ่อนนานประมาณ 2 นาที ทอดจนแป้งด้านล่างเริ่มสุก ใช้ตะหลิวพลิกกลับด้าน ทอดต่ออีกด้านจนแป้งสุกเหลือง ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน 3. จัดใส่จาน เสิร์ฟคู่กับเมเปิลไซรัป 26.03.2019 RECIPE

สลัดข้าวโพดกับอะโวคาโด 1. ล้างอะโวคาโด เช็ดให้แห้ง ผ่าครึ่งลูกตามยาว แล้วใช้มีดปลายแหลมปักกลางเม็ดดึงเอาเม็ดออก จากนั้นใช้มีดกรีดเป็นเสี้ยวยาวแล้วช้อนตักเนื้ออะโวคาโดออกจากเปลือกใส่ชามน้ำผสมน้ำมะนาวเจือจาง เพื่อป้องกัน ไม่ให้เนื้ออะโวคาโดสีคล้ำ พักไว้ 2. ทำน้ำสลัดโดยใส่น้ำมะนาว เกลือและพริกไทยเล็กน้อย ลงในอ่างผสม จากนั้นตีด้วยตะกร้อให้เข้ากัน แล้วค่อยๆเทน้ำมันมะกอก ลงไปเป็นสาย ตีต่อให้ส่วนผสมเข้ากันและมีลักษณะข้น จึงใส่ผิวมะนาว ผักชี คนให้ส่วนผสมเข้ากัน เทใส่ถ้วย พักไว้ 3. ใส่เนื้ออะโวคาโด ข้าวโพด มะเขือเทศ เคล้าเบาๆพอทั่ว ใส่มอซซาเรลลาชีส ราดน้ำสลัด คลุกเคล้าเบาๆอีกครั้งพอเข้ากัน 4. จัดใส่จาน เสิร์ฟ 26.03.2019 RECIPE

ผักชุบแป้งทอดสไตล์ญี่ปุ่น 1. ใส่ไข่แดง น้ำเย็น และน้ำแข็ง ลงในอ่างผสม คนให้ส่วนผสมเข้ากัน ค่อยๆเทแป้งลงในอ่างผสม ใช้ตะเกียบคนให้แป้งละลายไม่เกาะตัวเป็นเม็ด พักไว้ในตู้เย็นช่องแช่แข็งจนแป้งเย็นจัด ประมาณ 5-10 นาที 2. ทำซอสมายองเนสโชยุโดยตั้งกระทะบนไฟกลาง ใส่น้ำตาลทรายแดง รอให้น้ำตาลละลาย ใส่น้ำส้มสายชู ดาชิ น้ำ และโชยุ คนให้เข้ากัน เคี่ยวด้วยไฟอ่อนจนซอสเริ่มงวดและมีลักษณะข้นขึ้นเล็กน้อย ปิดไฟ พักไว้ให้เย็น แล้วจึงนำมาผสมกับมายองเนส ใช้ตะกร้อตีให้ส่วนผสมเข้ากันจนเป็นเนื้อเดียว 3. นำหอมใหญ่ ข้าวโพด แครอท กะหล่ำปลี และต้นหอมที่หั่นไว้ มาคลุกเคล้าพอเข้ากันในอ่างผสม เทส่วนผสมแป้งที่เตรียมไว้ลงในอ่างผสมผัก ใช้ตะเกียบคนจนแป้งเคลือบผักจนทั่ว 4. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง พอน้ำมันเริ่มร้อน ใช้ทัพพีตักส่วนผสมผักหยอดลงทอดในกระทะน้ำมัน ให้เป็นแพบางๆ (หากตักในปริมาณมากเกิน เมื่อทอดจะทำให้แป้งด้านในไม่กรอบ) ทอดด้วยไฟกลาง จนแป้งด้านล่างสุก แล้วใช้ตะเกียบพลิกกลับด้านไปมา ทอดต่อโดยพลิกกลับด้านบ่อยๆเพื่อให้แป้งกรอบทั้ง 2 ด้านทอดจนแป้งมีสีเหลืองทอง ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน เสิร์ฟกับซอสมายองเนสโชยุ 01.03.2019 RECIPE

ชักเปี๊ยะทองซอสส้ม 1. ทำไส้ชักเปี๊ยะโดยตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง ใส่กระเทียมผัดให้เหลืองหอม ใส่เห็ดหอมลงผัด ตามด้วยอกไก่สับ แครอท ฟักทอง และข้าวโพดหวาน ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส เกลือ น้ำตาลทราย และพริกไทยขาวป่น ผัดให้เข้ากัน ใส่แป้งข้าวโพดละลายน้ำ ผัดให้ผักสุกนิ่มเกาะตัวกัน ปิดไฟ ตักออก พักไว้ 2. วางแผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะซ้อนกันสองแผ่น ตักไส้วางบนแผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ม้วนแผ่นแป้งครึ่งหนึ่งให้คลุมไส้ ทาขอบแป้งส่วนที่เหลือด้วยแป้งเปียก ม้วนต่อจนหมดแผ่น นำใบกุยช่ายลวกผูกปลายทั้งสองด้าน วางใส่จานพักไว้และใช้ผ้าชุบน้ำคลุมชักเปี๊ยะไม่ให้แป้งแห้ง 3. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง-แรง เมื่อน้ำมันร้อน นำชักเปี๊ยะลงทอดจนเหลืองทองสวย ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน 4. ทำซอสส้ม โดยนำแยมส้ม น้ำผึ้ง และน้ำส้ม ผสมกันในกระทะ ยกตั้งไฟอ่อน เคี่ยวจนซอสมีความหนืดขึ้นเล็กน้อย ปิดไฟ 5. จัดเสิร์ฟโดยหั่นครึ่งชักเปี๊ยะ จัดใส่จาน บีบซอสส้มรอบๆ ตกแต่งด้วยช่อพาร์สเลย์ เสิร์ฟ     24.01.2019 RECIPE

ข้าวโพดทอดทรงเครื่อง 1. ใส่ข้าวโพด น้ำพริกแกง ใบมะกรูด แป้งข้าวเจ้าแป้งสาลี และเกลือ ลงในอ่างผสม คลุกเคล้าจนส่วนผสมแป้งเคลือบข้าวโพดทั่ว ใส่ไข่ และน้ำปูนใส ใช้ส้อมคนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันลักษณะข้าวโพดที่ได้จะเหนียวสามารถปั้นเป็นก้อนได้ 2. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง เมื่อน้ำมันร้อน(ทดสอบโดยใส่ข้าวโพดลงไป หากข้าวโพดค่อยๆฟูขึ้นมาและมีสีเหลือง แสดงว่าน้ำมันร้อนได้ที่แล้ว) ใช้ช้อนตักข้าวโพดให้เต็มช้อนพร้อมกับใช้ช้อนอีกคันดันข้าวโพดลงทอด ลดเป็นไฟอ่อน ทอดจนสุกเหลืองทั้งสองด้านตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน 3. ทำน้ำจิ้มโดยใส่น้ำตาลทรายไม่ฟอก เกลือน้ำพริกขี้หนูสับ และน้ำส้มสายชู ลงในหม้อเคี่ยวบนไฟกลาง จนน้ำจิ้มข้นเหนียวขึ้นเล็กน้อย ปิดไฟ ตักใส่ถ้วย โรยถั่วลิสงคั่ว เสิร์ฟกับข้าวโพดทอดทรงเครื่อง 12.03.2018 RECIPE

ข้าวต้มแซลมอนกับสาหร่ายทะเล 1. ทำน้ำซุปผักโดยตั้งหม้อน้ำบนไฟกลาง ใส่ผักทั้งหมด ต้มให้เดือด ลดเป็นไฟอ่อน เคี่ยว 2-3 ชั่วโมงจนน้ำซุปหวาน ปิดไฟ พักไว้ให้เย็น น้ำซุปที่ได้ถ้าใช้ไม่หมดสามารถเก็บใส่ช่องแช่แข็งไว้ใช้ต่อได้ 2. ใส่ข้าวลงในหม้อ ใส่น้ำซุปผัก ตั้งหม้อบนไฟแรง พอเดือดลดเป็นไฟอ่อน เคี่ยวให้เมล็ดข้าวบานเล็กน้อย ประมาณ 15-20 นาที ใส่เห็ดเข็มทอง สาหร่ายทะเล และข้าวโพด เคี่ยวข้าวต้มต่อบนไฟอ่อน เตรียมไว้ 3. ระหว่างเคี่ยวข้าวต้ม ตั้งกระทะเทฟลอนบนไฟกลาง ใส่น้ำมัน พอน้ำมันร้อนใส่เนื้อปลาแซลมอนลงดาดพอสุก (รอให้ด้านหนึ่งสุกก่อนแล้วจึงค่อยพลิกกลับด้าน มิฉะนั้นเนื้อปลาจะแตก) ปิดไฟ ตักใส่จาน โรยเกลือ เตรียมไว้ 4. ตักข้าวต้มใส่ชาม จัดแซลมอนวางบนข้าวต้ม โรยต้นหอมซอย เสิร์ฟ   สูตรอาหารโดย กรณิศ รัตนามหัทธนะ 08.03.2018 RECIPE

หมูนึ่งเห็ดหอม 1. ล้างซี่โครงไก่ให้สะอาด เอามันออก ใส่ไก่ลงในหม้อน้ำ20 ถ้วย พอเดือดหมั่นช้อนฟองทิ้ง ลดเป็นไฟอ่อนเคี่ยวประมาณ 2 ชั่วโมงจนน้ำซุปใสและมีรสหวาน 2. ทำเห็ดหอมปรุงรสโดยบีบน้ำออกจากเห็ดหอมจนแห้ง เก็บน้ำแช่เห็ดไว้ 1 ถ้วย ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟแรง ใส่เห็ดหอมลงทอดทั้งสองด้านจนเริ่มแห้ง ตักเห็ดหอมขึ้นสะเด็ดน้ำมัน 3. ใส่ขิงลงเจียวจนหอมแล้วใส่น้ำแช่เห็ดที่เก็บไว้ ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว ใส่เห็ดกลับลงไปเคี่ยวต่อ 30 นาที จนน้ำปรุงรสซึมเข้าเนื้อเห็ด ตักเห็ดขึ้น พักไว้ น้ำที่เคี่ยวเก็บไว้ทำซอสต่อไป 4. ทำหมูปรุงรสโดยผสมเนื้อหมูสับ กุ้ง ไข่ไก่ แป้งมัน ซีอิ๊วขาว น้ำตาล เกลือป่นต้นหอม และขิงขูด คลุกให้เข้ากัน 5. ปั้นเนื้อหมูเป็นก้อนกลม วางบน เห็ดหอม 6. แปะด้วยไข่เค็มด้านบน เรียงใส่ลังถึง นำไปนึ่งประมาณ 10 นาทีจนสุก 7. ทำซอสข้าวโพดโดยใส่น้ำซุปไก่ น้ำเคี่ยวเห็ดหอม น้ำมันหอย และเมล็ดข้าวโพดหวาน ลงในหม้อ 8. ตั้งบนไฟกลางจนเดือด ละลายแป้งมันกับน้ำเล็กน้อยใส่ลงในน้ำซุปที่เดือด เคี่ยวจนข้น ปิดไฟ นำเห็ดหอมปรุงรส หมูปรุงรส และซอสข้าวโพด ไปตกแต่งตามขั้นตอน   หมายเหตุ วิธีการทำไข่แผ่นสีฟ้า ทำสีฟ้าโดยการผสมไข่ขาวกับสีผสมอาหารสีฟ้าหรือสีที่ได้จากดอกอัญชัน 1. ตัดไข่แผ่นสีฟ้าด้วยพิมพ์วงรี 2. ใช้ Art Knife ตัดตามรูป 3. ใช้พิมพ์รูปหัวใจเป็นตัวช่วยในการตัดหาง 4. เติมตาด้วยปูอัดสีขาวและเติมตาดำด้วยสาหร่าย 5. ตัดปูอัดส่วนสีขาวด้วย Art Knife ทำ ให้ดูเหมือนวาฬ 6. ตกแต่งด้วยสาหร่าย ทำ ให้ดูเหมือนวาฬกำ ลังพ่นน้ำ ขั้นตอนการตกแต่ง อุปกรณ์ที่ใช้ตกแต่ง พิมพ์วงกลม, มีด, กรรไกร, ที่กดสาหร่าย, พิมพ์รูปมือ วัตถุดิบที่ใช้ตกแต่ง ไข่เจียวแผ่น, สาหร่าย, ถั่วหวานต้ม,ปูอัด, แครอทฝานต้ม ไข่เจียวแผ่น ไข่ไก่ 5 ฟอง น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ 1. ต่อยไข่ใส่ถ้วย ตีพอเข้ากัน เตรียมไว้ ตั้งกระทะบนไฟกลาง ใส่น้ำมันที่เหลือลงกลอกจนทั่วกระทะใส่ไข่ที่เตรียมไว้ ¼ ส่วน ลงกลอกให้ทั่วกระทะ พอไข่เริ่มสุก กลับอีกด้าน ตักขึ้นใส่จาน 2. ตัดสาหร่ายเป็นเส้นยาวตามรูป 3. ใช้พิมพ์หรือ craft knife ตัดโบโลนญาเป็นรูปมือ 4. จัดหมูนึ่งเห็ดหอมใส่จาน 5. นำสาหร่ายเส้นที่ตัดไว้วางตามรูปให้เหมือนลูกโป่ง 6. วางรูปมือให้เหมือนกำลังจับเชือกของลูกโป่ง 7. เติมตัวเด็กที่ทำจากไข่เจียวแผ่น เพิ่มลายเสื้อด้วยปูอัดส่วนสีขาว 8. เติมหน้าของเด็กที่ทำจากโบโลนญาตกแต่งด้วยสาหร่ายเป็นผมและตา แต้มแก้มสีแดงจากปูอัด 9. ตกแต่งจานด้วย masking tape สีสวยรูปเมฆ 10. วางถั่วหวานต้มฝาน แต่งเพิ่มด้วยแครอทต้มรูปดอกไม้ 08.03.2018 RECIPE

ขนมครก 1. ใส่แป้งข้าวเจ้าลงในชามผสม เติมน้ำอุ่น 1 ถ้วย คนให้เข้ากัน แล้วแช่ไว้ 12 ชั่วโมงหรือข้ามคืน 2. ตั้งกระทะขนมครกบนไฟกลางค่อนข้างอ่อน ใช้ลูกประคบจุ่มน้ำมันเช็ดเบ้าขนมครกทุกเบ้าให้ชุ่ม เตรียมไว้ 3. ทำตัวขนมครกโดยใส่มะพร้าวขูดขาว ข้าวสวย น้ำตาล เกลือ และน้ำอุ่นที่เหลือ ในโถปั่นของเหลว ปั่นจนละเอียดหรือโม่ด้วยโม่หินก็ได้ แล้วนำไปใส่ลงในชามแป้งที่เตรียมไว้ คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน 4. ทำหน้ากะทิโดยใส่หัวกะทิ น้ำตาล และเกลือ ลงในหม้อหรือกระทะทอง ยกขึ้นตั้งบนไฟอ่อน ใช้พายไม้คนจนส่วนผสมละลายเข้ากันทั่ว เคี่ยวต่อจนมีไอขึ้น ยกลง พักไว้ให้เย็น แล้วใส่แป้งข้าวเจ้าลงไป คนให้เข้ากัน เตรียมไว้หยอดหน้าขนมครก 5. หยอดแป้งตัวขนมในเตาขนมครกที่เตรียมไว้จนเกือบเต็มเบ้า แล้วหยอดหน้ากะทิให้เกือบถึงขอบเบ้า โรยหน้าด้วยต้นหอม หรือเผือก หรือฟักทอง หรือข้าวโพดตามชอบ ปิดฝา รอจนขอบแป้งเกรียมเหลือง จึงใช้ช้อนแซะขึ้นใส่ถาดที่ปูใบตองไว้ เสิร์ฟโดยประกบตัวขนมเข้าหากันเป็นคู่ๆใส่จานหรือกระทงใบตอง   ลักษณะที่ดี แป้งควรเป็นสีขาว ด้านล่างเป็นรูพรุน มีสีเหลืองทองเนื้อในนุ่ม ผิวนอกกรอบ รสหวานน้อย เค็มและมัน   ข้อน่ารู้ ขนมครกเดิมจะใช้ข้าวสารเก่า แช่น้ำค้างคืนไว้โม่พร้อมกับข้าวสวยและมะพร้าวจนละเอียด แต่ปัจจุบันจะใช้แป้งแห้งแทน ลูกประคบทำโดยตัดผ้าขาวเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด7 นิ้ว ใส่มะพร้าวขูดตรงกลาง ใช้เชือกมัดให้แน่นเป็นก้อนกลม เก็บชายให้เรียบร้อยเพื่อใช้สำหรับจับ เตาขนมครกที่ซื้อมาใหม่ หรือไม่ได้ใช้งานมานานเมื่อนำมาทำขนมจะแคะออกยาก ให้เตรียมเตาโดยใส่น้ำมันพืชในเบ้าขนมครก ทิ้งไว้ข้ามคืน หรือใส่มะพร้าวขูดลงไปแล้วยกขึ้นตั้งบนเตา ทิ้งไว้ให้มะพร้าวเกรียมจนมีน้ำมันมะพร้าวออกมาเคลือบเบ้าขนม ตักกากมะพร้าวที่ไหม้ทิ้งไป จะช่วยให้แคะขนมได้ง่าย   สูตรอาหารโดย อบเฉย อิ่มสบาย 08.03.2018 RECIPE

ตะโก้ข้าวโพด 1. เตรียมกระทงใบเตยโดยเลือกใบเตยที่มีความกว้างประมาณ 1 นิ้ว ใช้ใบที่ไม่แข็งหรืออ่อนเกินไป ใช้กรรไกรหรือมีดตัดใบเตยให้ยาวชิ้นละประมาณ 15 ซม. แล้วตัดแบ่งเป็น 5 ส่วนเท่าๆกัน (ตัดจากขอบใบถึงเส้นกลางใบ) แล้วนำใบเตยสอดขัดกันให้เป็นกระทงทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส เย็บตรงมุมกระทงด้วยด้ายสีเขียวให้กระทงยึดติดกัน เรียงใส่ถาดประมาณ30 กระทง เตรียมไว้ 2. ทำตัวตะโก้โดยผสมแป้งถั่วเขียว น้ำตาล ข้าวโพด และน้ำใบเตย เข้าด้วยกันในกระทะทอง ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง กวนจนแป้งสุกใส รีบตักส่วนผสมหยอดใส่กระทงใบเตยประมาณ 1/2 ของกระทง โดยหยอดเร็วๆ เพราะเมื่อตัวขนมเย็นจะแข็งตัว 3. ทำหน้าตะโก้โดยผสมแป้งข้าวเจ้า น้ำตาล เกลือ และกะทิ เข้าด้วยกันในกระทะทอง ใส่ใบเตย ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง กวนจนข้น ลดเป็นไฟอ่อน กวนจนแป้งสุก ยกลง ตักใบเตยออก 4. ตักหน้าตะโก้หยอดบนตัวตะโก้ให้พอดีกับขอบกระทง ทำจนหมด   ลักษณะที่ดี ตัวขนมและหน้าขนมติดกันไม่หลุดออก เนื้อนุ่มอยู่ตัว ไม่เละ หน้าขนมต้องเรียบเนียนเสมอกัน หอมกลิ่นใบเตยและกะทิสด มีรสหวาน มัน เค็มเล็กน้อยพอกลมกล่อม ข้อน่ารู้ จะเปลี่ยนจากกระทงใบเตยเป็นกระทงใบตองหรือจะใส่ถาดแล้วตัดก็ได้ ตะโก้จะเรียกชื่อตามสิ่งที่ใส่ในตัวขนม เช่น ตะโก้เผือก ตะโก้แห้ว ตะโก้มะพร้าวอ่อน ตะโก้เม็ดบัวเป็นต้น เมื่อตักหยอดตัวขนมแล้วควรรีบหยอดหน้าขนมตามลงไปขณะที่ตัวขนมยังอุ่นอยู่เพื่อให้ขนมติดกันสนิท ถ้ากวนหน้าและตัวขนมในปริมาณมาก ให้ตั้งกระทะที่ใส่ขนมบนกระทะอีกใบที่ใส่น้ำลงไปประมาณ 1/3 ของกระทะ แล้วยกขึ้นตั้งบนไฟอ่อนเพื่อไม่ให้ส่วนผสมแข็งตัวก่อนหยอดเสร็จ   สูตรอาหารโดย อบเฉย อิ่มสบาย 08.03.2018 RECIPE

แพนเค้กข้าวโพด 1. นำข้าวโพดมาต้มในน้ำเดือดจนสุก ตักใส่อ่างน้ำเย็นพักไว้จนข้าวโพดหายร้อน แกะเมล็ดข้าวโพดออกใส่ถ้วย พักไว้ ทำแป้งแพนเค้กโดยผสมแป้งสาลี แป้งข้าวเจ้า ไข่ นมข้นหวาน นมสด ผงฟู และเกลือ ลงในอ่างผสม ใช้ตะกร้อคนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันจนแป้งละลาย ใส่กลิ่นวานิลลา แล้วใส่เมล็ดข้าวโพดต้ม คนพอทั่ว เตรียมไว้ 2. ตั้งกระทะเทฟล่อนบนไฟอ่อน ใช้แปรงทาเนยละลายให้ทั่วกระทะ รอให้เนยเริ่มร้อน สังเกตได้จากเนยเริ่มเดือดเล็กน้อย ตักแป้งแพนเค้ก 1 ทัพพี หยอดลงกลางกระทะให้เป็นแผ่นกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 นิ้ว รอสักครู่จนแป้งเริ่มเซตตัว ทอดจนแป้งสุกดี พลิกกลับด้าน ทาเนยพอทั่วผิวหน้าแพนเค้กด้านที่สุกทอดจนสุกทั่วทั้งสองด้าน (วิธีทดสอบว่าแป้งสุก ให้ใช้ไม้ปลายแหลมจิ้มตรงกลางแพนเค้ก สังเกตที่ไม้หากมีแป้งเหลวๆติดขึ้นมาแสดงว่ายังไม่สุก หากไม่มีแป้งติดที่ปลายไม้แสดงว่าแพนเค้กสุกได้ที่แล้ว) 3. จัดแพนเค้กข้าวโพดร้อนๆเสิร์ฟกับสมูทตี้กล้วยหอม   สูตรอาหารโดย กานต์ เหมวิหค 08.03.2018 RECIPE

ยากิโทริผัก 1. ทำซอสยากิโทริโดยต้มน้ำในหม้อจนเริ่มเดือด ใส่ขิงย่าง หอมใหญ่ย่างซีอิ๊วญี่ปุ่น สาเกมิริน หรือเหล้าจีน น้ำตาลกรวดหรือน้ำตาลทรายแดง และเกลือ เคี่ยวบนไฟอ่อน นานประมาณ 10 นาที (หมั่นคนเพื่อไม่ให้ก้นหม้อไหม้จะทำให้ซอสขม) เคี่ยวจนซอสเริ่มงวด และข้นขึ้นเล็กน้อย ปิดไฟเทใส่ถ้วย พักไว้ 2. เตรียมผักสำหรับย่างโดยนำเห็ดเออรินจิต้ม หอมใหญ่ข้าวโพดต้ม และโคนต้นหอมญี่ปุ่น หมักกับซอสยากิโทริในอ่างผสมนานประมาณ 15-30 นาที เพื่อให้รสชาติเข้มข้นมากขึ้น นำมาเสียบไม้ปลายแหลมเตรียมไว้ ทำจนหมด 3. ตั้งกระทะสำหรับย่างบนไฟกลาง ใส่เนยลงในกระทะรอจนเนยละลาย กลอกเนยให้เคลือบจนทั่วกระทะ เมื่อกระทะเริ่มร้อนได้ที่ มีควันขึ้นบนผิวหน้าเล็กน้อย ใส่ผักที่เสียบไม้ย่างในกระทะ ทาซอสยากิโทริให้ทั่วระหว่างย่าง ย่างนานประมาณ 3-4 นาที พลิกกลับ พร้อมกับทาผิวด้านนอกผักด้วยซอสยากิโทริ ทาซ้ำจนครบ 4 ครั้ง ย่างให้สีของผักเป็นสีน้ำตาลเข้ม หอมกลิ่นซอส ปิดไฟจัดเสิร์ฟร้อนๆ   สูตรอาหารโดย กานต์ เหมวิหค 08.03.2018 RECIPE

พิซซ่าญี่ปุ่นไส้ผักและกุ้ง 1. ผสมไข่ แป้ง น้ำ เกลือและพริกไทย ในอ่างผสม ใช้ตะกร้อตีให้เข้ากัน ใส่เห็ด ข้าวโพด ปวยเล้ง และกะหล่ำปลี ลงผสม คลุกเคล้าให้เข้ากัน 2. ตั้งกระทะเทฟลอนบนไฟกลาง ใส่น้ำมัน พอน้ำมันร้อนตักส่วนผสมพิซซ่าที่เตรียมไว้ลงทอด (ให้แป้งหนาประมาณ 2 ซม.) วางกุ้งให้ทั่ว ทอดประมาณ 3-5 นาทีจนพิซซ่าสุกเหลือง พลิกอีกด้านลงทอดจนสุกทั่ว ตักขึ้นใส่จาน ราดซอสพิซซ่าญี่ปุ่นและมายองเนส โรยปลาโอแห้งและสาหร่าย เสิร์ฟร้อนๆ   หมายเหตุ สูตรนี้ใช้กระทะเทฟลอนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 นิ้ว จะทำพิซซ่าได้ 3 ชิ้น หากมีแต่กระทะขนาดใหญ่ จะทำเป็นพิซซ่าขนาดใหญ่ 1 ชิ้นก็ได้ แล้วตัดเสิร์ฟเป็นชิ้นสามเหลี่ยมเหมือนพายหรือเค้ก   สูตรอาหารโดย กรณิศ รัตนามหัทธนะ 08.03.2018 RECIPE

ซุปปูข้าวโพด 1. ทำน้ำสต๊อกไก่โดยควักเครื่องในซี่โครงไก่ออก และล้างน้ำเย็นให้สะอาดตั้งหม้อน้ำบนไฟแรง เมื่อน้ำเดือดนำซี่โครงไก่ลงลวกประมาณ 1 นาที ตักซี่โครงไก่ขึ้น ตั้งหม้อน้ำใบใหม่บนไฟแรง ใส่ซี่โครงไก่ที่ลวกแล้ว หอมใหญ่ แครอท เซเลอรี กระเทียม พริกไทยดำ และช่อสมุนไพร พอเดือดแล้วลดเป็นไฟกลาง เคี่ยวนาน 2 ชั่วโมง กรองน้ำสต๊อกด้วยกระชอน พักจนเย็นสนิท นำใส่หม้อหรือกล่อง เก็บเข้าตู้เย็นช่องธรรมดาทันที 2. ตั้งหม้อเนยบนไฟกลาง พอเนยละลายใส่หอมแดงและหอมใหญ่ลงผัดจนสุกนุ่ม ใส่เมล็ดข้าวโพด 4 ถ้วย และเกลือ ½ ช้อนชา ผัดพอเข้ากัน ใส่ไวน์เชอร์รี ผัดจนไวน์งวด เติมน้ำสต๊อกไก่ ตั้งไฟจนเดือด แล้วหรี่เป็นไฟอ่อน เคี่ยวประมาณ 30 นาที ปิดไฟ ยกลง 3. ตักซุปลงในเครื่องปั่น ปั่นจนเนียนละเอียด กรองซุปกลับลงหม้อใบเดิม ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางพอเดือด ใส่เมล็ดข้าวโพดที่เหลือ วิปปิ้งครีม และเนื้อปูนึ่ง ปรุงรสด้วยเกลือที่เหลือ และพริกไทย ปิดไฟ ยกลง 4. ตักซุปใส่จาน ตกแต่งด้วยเมล็ดข้าวโพด เนื้อปูนึ่ง และช่อพาร์สเลย์ เสิร์ฟ 08.03.2018 RECIPE