Found 5 results for Tag : ซอสส้ม

ชักเปี๊ยะทองซอสส้ม 1. ทำไส้ชักเปี๊ยะโดยตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง ใส่กระเทียมผัดให้เหลืองหอม ใส่เห็ดหอมลงผัด ตามด้วยอกไก่สับ แครอท ฟักทอง และข้าวโพดหวาน ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส เกลือ น้ำตาลทราย และพริกไทยขาวป่น ผัดให้เข้ากัน ใส่แป้งข้าวโพดละลายน้ำ ผัดให้ผักสุกนิ่มเกาะตัวกัน ปิดไฟ ตักออก พักไว้ 2. วางแผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะซ้อนกันสองแผ่น ตักไส้วางบนแผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ม้วนแผ่นแป้งครึ่งหนึ่งให้คลุมไส้ ทาขอบแป้งส่วนที่เหลือด้วยแป้งเปียก ม้วนต่อจนหมดแผ่น นำใบกุยช่ายลวกผูกปลายทั้งสองด้าน วางใส่จานพักไว้และใช้ผ้าชุบน้ำคลุมชักเปี๊ยะไม่ให้แป้งแห้ง 3. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง-แรง เมื่อน้ำมันร้อน นำชักเปี๊ยะลงทอดจนเหลืองทองสวย ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน 4. ทำซอสส้ม โดยนำแยมส้ม น้ำผึ้ง และน้ำส้ม ผสมกันในกระทะ ยกตั้งไฟอ่อน เคี่ยวจนซอสมีความหนืดขึ้นเล็กน้อย ปิดไฟ 5. จัดเสิร์ฟโดยหั่นครึ่งชักเปี๊ยะ จัดใส่จาน บีบซอสส้มรอบๆ ตกแต่งด้วยช่อพาร์สเลย์ เสิร์ฟ     24.01.2019 RECIPE

อกเป็ดย่างซอสส้มกับสลัดหอมใหญ่ 1. เตรียมส่วนผสมต่างๆให้เรียบร้อยก่อน เวลาปรุงจะได้เร็ว ใช้เวลาไม่นาน แล้วทำการหมักอกเป็ดพระเอกของเรากับน้ำมันมะกอก เกลือ พริกไทยขาวบดละเอียด และพริกป่น อย่าลืมนวดอกเป็ดจนส่วนผสมทุกอย่างเคลือบอกเป็ดให้ทั่ว หมักนานประมาณ 30 นาที 2. นำหอมใหญ่หั่นแว่นมาแช่ในชามที่ใส่น้ำและน้ำแข็งนานประมาณ 30 นาที ความเย็นจะทำให้หอมใหญ่ของเราใสและกรอบ แถมลดความเผ็ดลงไปเยอะ ทำให้สลัดทั้งหอม หวาน และกินง่ายขั้นตอนการปรุง ปอกเปลือกส้มนาเวล โดยใช้มีดกรีดเอาเนื้อส้มออกมาส่วนที่เหลือนำไปคั้นเอาแต่น้ำสามารถใช้ส้มชนิดอื่นแทนได้ตามความชอบเช่น ส้มสายน้ำผึ้ง ส้มซันคิส ส้มแต่ละชนิดมีความหวาน ความเปรี้ยว ไม่เท่ากันดังนั้น เวลาปรุงรสด้วยน้ำตาลและน้ำมะนาว ต้องชิมรสชาติของน้ำส้มที่นำมาใช้ก่อนลงมือทำซอสส้มโดยนำน้ำส้มที่คั้นไว้ใส่หม้อตั้งบนไฟกลาง ใส่น้ำตาล กระเทียม และพริกชี้ฟ้าสีแดง เคี่ยวจนน้ำส้มข้นเล็กน้อย 3. ปรุงรสด้วยน้ำปลา พริกป่น และน้ำมะนาวเล็กน้อย ชิมรสตามชอบ ยกออกจากเตา พักไว้ นำกระทะ non stick ตั้งบนไฟกลางให้ร้อน นำอกเป็ดที่หมักเตรียมไว้ลงย่างโดยเอาด้านหนังลงย่างให้ค่อยๆสุกก่อน ไม่ต้องเติมน้ำมันเพิ่ม เพราะน้ำมันจากเป็ดจะออกมาเอง เมื่อหนังเป็ดเกรียมสวยให้กลับด้านค่อยๆย่างต่อจนอกเป็ดสุกพอดี ฝรั่งเขากินอกเป็ดระดับกึ่งสุกกึ่งดิบ ซึ่งอกเป็ดจะนุ่มกำลังดี ส่วนของเราก็ปรุงให้สุกตามที่เราชอบ แต่อย่าให้สุกเกินไป จะทำให้แห้ง และไม่อร่อย เมื่ออกเป็ดสุกสีสวย ให้พักไว้อย่างน้อย 10 นาที ก่อนหั่น มิฉะนั้นอกเป็ดของเราจะมีเลือดไหลออกมาและหมดความอร่อยขั้นตอนการเสิร์ฟ  4. นำหอมใหญ่ที่แช่เอาไว้มาสะเด็ดน้ำและซับให้พอแห้งใส่ในอ่างผสม ใส่ใบโหระพาที่เด็ดเตรียมไว้ และพริกชี้ฟ้าสีแดง ลงผสม ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย น้ำมันมะกอก และน้ำมะนาว ชิมรสตามชอบ จะได้สลัดหอมใหญ่ใบโหระพาที่กินแล้วสดชื่น จากนั้นนำอกเป็ดย่างที่พักไว้มาแล่เป็นชิ้นบาง หนาประมาณครึ่งเซนติเมตร จัดอกเป็ดและสลัดลงจาน ราดด้วยซอสส้มที่เตรียมไว้ ตกแต่งด้วยเนื้อส้ม 12.03.2018 RECIPE

โรลเป็ดย่างซอสส้มมิโสะ 1. ทำมิโสะปรุงรสโดยผสมสาเกและมิรินลงในหม้อ ตั้งบนไฟกลางพอเดือด 2-3 นาที ให้แอลกอฮอล์ระเหยหมด ใส่มิโสะขาวทีละน้อย คนให้ซอสเนียนเข้ากัน เร่งเป็นไฟแรง ใส่น้ำตาลและน้ำ คนให้น้ำตาลละลาย ชิมรสให้เค็มหวานกลมกล่อม ปิดไฟ พักไว้ให้เย็น 2. ผสมมิโสะปรุงรส ผิวส้ม และน้ำส้ม ในชามแก้ว พักไว้ นำอกเป็ดลงหมักกับส่วนผสมซอสมิโสะนวดเคล้าให้เครื่องหมักซึมเข้าเนื้อเป็ด ปิดด้วยพลาสติกแร็ป นำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาอย่างน้อย 2 ชั่วโมง หั่นแตงร้านเป็นท่อน แช่เย็น เตรียมไว้ 3. ทาน้ำมันพืชเล็กน้อยบนฝ่ามือ วางแผ่นแป้งโรตีบนเขียง ใช้พิมพ์วงกลมกดเป็นแผ่นกลมเล็ก วางบนถาดหรือจานที่รองด้วยพลาสติกแร็ป นำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดา เตรียมไว้ 4. อุ่นเตาอบไฟบนและล่างที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ ตั้งกระทะก้นแบนบนไฟกลางใส่น้ำมันพอน้ำมันร้อนจัดใส่เป็ดด้านหนังลงดาด 1-2 นาที จนหนังเกรียมสวย นำอกเป็ดเข้าอบต่อในเตาอบที่อุ่นไว้ ประมาณ 7-8 นาที หรือจนสุก นำออกมาพักไว้ 10 นาที แล่อกเป็ดเป็นชิ้นหนาประมาณ 5 มิลลิเมตร น้ำหมักเป็ดที่เหลือตั้งไฟพอเดือด สำหรับราดบนเนื้อเป็ดเวลาเสิร์ฟ 5. ระหว่างรอเป็ดสุก ตั้งกระทะใบเดิมที่ดาดเป็ดบนไฟกลาง (หากมีคราบไหม้จากการดาดเป็ดให้เช็ดออกก่อน) ใส่น้ำมันเล็กน้อย (ถ้ายังมีน้ำมันจากหนังเป็ดอยู่ไม่ต้องใส่น้ำมันเพิ่ม) พอน้ำมันร้อนใส่แผ่นโรตีที่เตรียมไว้ลงดาดจนสุกเหลือง ตักขึ้นใส่จาน พักไว้ 6. จัดเสิร์ฟโดยวางแผ่นแป้งลงบนจาน วางเป็ด 1 ชิ้น ราดน้ำหมักเป็ดเล็กน้อย วางแตงร้านหั่นท่อนจับแผ่นโรตีประกบเข้าหากัน ผูกด้วยก้านขึ้นฉ่ายลวก เสียบส้มซันคิสต์ 1 ชิ้น เสิร์ฟทันที   สูตรอาหารโดย กรณิศ รัตนามหัทธนะ 08.03.2018 RECIPE

เป็ดกงฟีต์ 1. ล้างน่องเป็ดให้สะอาด ซับให้แห้ง ใส่น่องเป็ด เกลือ พริกไทย หอมแดง กระเทียม ไธม์ และใบกระวาน ลงในอ่างผสม ถูเครื่องหมักให้ทั่วน่องเป็ดปิดด้วยพลาสติกแร็ป นำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดา 1 คืน พักไว้ 2. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส นำเป็ดออกจากตู้เย็น ถูเครื่องหมักออกจนหมด ใส่น่องเป็ดลงในถาดอบที่ใส่มันเป็ดละลาย นำเข้าเตาอบที่อุ่นไว้ อบนาน 3 ชั่วโมง จนเนื้อเป็ดล่อนออกจากกระดูกนำออกจากเตาพักไว้ 3. ทำซอสส้มมาร์ซาลาโดยใส่น้ำส้ม เหล้ามาร์ซาลา และแยมผิวส้ม ลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางจนซอสข้นตามชอบ ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยตามชอบ ปิดไฟ ยกลง 4. ทำมันฝรั่งแอนนาโดยล้างมันฝรั่งให้สะอาด ปอกเปลือก สไลซ์มันฝรั่งเป็นแว่นบาง 1-2 มม. กดด้วยพิมพ์วงแหวน 1 นิ้ว ทาเนยใสรอบด้านในพิมพ์วงแหวน 3.5 นิ้ว วางพิมพ์วงแหวนทั้ง 2 พิมพ์ บนถาดอบที่ปูกระดาษไข เตรียมไว้ เรียงชิ้นมันฝรั่งด้านในพิมพ์วงแหวนจนครบ 1 ชั้น ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยทำเช่นนี้อีก 2-3 ชั้น ราดเนยใสด้านในพิมพ์ นำเข้าอบอุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส ประมาณ 15 นาที จนมันฝรั่งสุก แล้วกลับด้าน อบต่ออีก 15 นาที นำออกจากเตาอบ พักไว้ 5. ตักมันเป็ดใส่กระทะประมาณ ¼ ถ้วย ตั้งบนไฟกลาง ใส่น่องเป็ดด้านที่เป็นหนังลงทอดพอให้หนังเหลืองกรอบ ตักขึ้นซับน้ำมัน จัดใส่จาน เสิร์ฟกับมันฝรั่งแอนนาและซอสส้มมาร์ซาลา ตกแต่งด้วยใบแครอท   Tips มันฝรั่งแอนนา (Pomme Anna) ในอาหารฝรั่งเศสเป็นชื่อเรียกมันฝรั่งสไลซ์เป็นแผ่นกลมบาง เรียงกันเป็นชั้นเหมือนเค้ก นำไปอบกับเนยจนสุก นิยมรับประทานเป็นเครื่องเคียงกับสเต๊ก 08.03.2018 RECIPE

อกเป็ดซอสส้ม 1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 250 องศาเซลเซียส ล้างกระดูกวัวให้สะอาด ซับให้แห้ง นำกระดูกใส่ถาด นำเข้าอบโดยกลับด้านทุกๆ 15 นาทีจนเป็นสีน้ำตาลทั่วทุกด้าน เทน้ำมันที่ได้จากกระดูกทิ้ง ใส่หอมใหญ่ แครอท เซเลอรี และต้นหอมญี่ปุ่น นำเข้าอบต่อจนผักทั้งหมดแห้ง 2. ตักกระดูกและผักที่อบแห้งแล้วใส่ลงในหม้อ เทไวน์ลงในถาดอบกระดูก ใช้พายไม้ขูดรอยน้ำมันสีน้ำตาลบนถาดออกให้หมด เทกลับลงไปในหม้อที่ใส่กระดูกไว้ เติมน้ำ เห็ด มะเขือเทศเข้มข้น มะเขือเทศ กระเทียม พริกไทย และช่อสมุนไพร ยกขึ้นตั้งบนไฟแรง พอเดือดแล้วลดเป็นไฟกลาง เคี่ยวนาน 6-8 ชั่วโมง โดยหากน้ำงวดพ้นกระดูกหมั่นเติมน้ำ 3. เมื่อครบเวลา ตักกระดูกออก กรองน้ำสต๊อกด้วยกระชอนที่รองด้วยผ้าขาวบางอีกที พักจนเย็นสนิท 4. ทำซอสส้มโดยตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง พอน้ำมันร้อนใส่ซี่โครงไก่ลงผัดจนแห้ง ตักออก พักไว้ ในกระทะใบเดิมใส่น้ำตาลทราย พอน้ำตาลเริ่มเปลี่ยนสี เทน้ำส้มสายชูไวน์ขาวลงไปคนให้เข้ากัน ใส่ซี่โครงผัดแห้งกลับลงไป ใส่น้ำสต๊อก เนื้อส้มและเลมอน เคี่ยวด้วยไฟกลางประมาณ 20 นาทีจนซอสงวดลงและออกรส โดยระหว่างเคี่ยวหมั่นช้อนฟองทิ้ง กรองเอาแต่น้ำซอส 5. เตรียมเครื่องเคียงโดยตั้งกระทะบนไฟกลาง พอกระทะร้อนนำแอปเปิลลงดาดจนเหลือง ใส่เนย เอียงกระทะ ตักเนยราดบนแอปเปิล ปิดไฟ ตักแอปเปิลขึ้นพักไว้ 6. ทำโครเกตต์มันฝรั่งโดยผสมมันบดกับเกลือ ½ ช้อนชา ตักใส่ถุงบีบ บีบมันฝรั่งเป็นท่อนๆ ลงบนถาดที่ปูด้วย กระดาษไข พักไว้ ผสมเกล็ดขนมปัง อัลมอนด์ป่นและปรุงรสด้วยเกลือที่เหลือ คนให้เข้ากัน พักไว้ นำมันที่บีบไว้คลุกกับแป้งสาลีบางๆ ตามด้วยไข่ไก่และเกล็ดขนมปังที่เตรียมไว้ กลิ้งโครเกตต์มันฝรั่งที่ชุบแล้วกลับไปกลับมาเบาๆเพื่อให้ส่วนผสมที่เคลือบติดกัน ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง นำโครเกตต์ลงทอดจนเหลืองกรอบตักขึ้นพักไว้บนตะแกรง 7. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ ปรุงรสอกเป็ดด้วยเกลือและพริกไทย ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง วางอกเป็ดโดยเอาด้านหนังลง พอหนังกรอบ กลับเอาด้านเนื้อลงทอด ปิดไฟ นำอกเป็ดเข้าเตาอบ อบประมาณ 5 นาที นำออกจากเตา พักประมาณ 5 นาทีก่อนเสิร์ฟ 8. จัดอกเป็ดเสิร์ฟกับแอปเปิลผัด เนื้อส้มวาเลนเซีย และโครเกตต์มันฝรั่ง ราดด้วยซอสส้ม ตกแต่งด้วยช่อพาร์สเลย์ อิตาเลียน   Tips • การทำโครเกตต์มันฝรั่งควรใช้เนื้อมันบดที่แห้งสนิททำโดยต้มมันฝรั่งทั้งเปลือก (เมื่อสุกแล้วอาจนำไปอบต่อ ในเตาอบประมาณ 10 นาทีจนแห้งอีกที) หากเนื้อมันฝรั่งไม่แห้งดี เวลาชุบเกล็ดขนมปังแล้วทอดโครเกตต์จะแตก • การทำซอสส้มโดยละลายน้ำตาลจนเป็นคาราเมลแล้วใส่น้ำส้มสายชู เรียกว่า Gastrique เป็นการทำซอส เปรี้ยวหวานในแบบอาหารฝรั่ง จะช่วยให้ซอสหอมอร่อยขึ้น 08.03.2018 RECIPE