Found 164 results for Tag : ทอด

แกงจืดลูกสำรอง 1. ทำน้ำสต๊อกผักโดยต้มน้ำในหม้อด้วยไฟกลางจนเดือด ใส่ฟักแก่ หัวไช้เท้า ข้าวโพดหวาน หัวไช้โป๊ทั้งหัว และพริกไทยดำ พอเดือดอีกครั้งลดเป็นไฟอ่อน ต้มเคี่ยวนานประมาณ30-45 นำที ใส่เก๋ากี้ ต้มสักครู่ ปิดไฟ ยกลงกรองเอำแต่น้ำสต๊อก เตรียมไว้ 2. ทำเห็ดหอมปรุงรสโดยล้างเห็ดหอมนำไปแช่ในอ่างน้ำจนนุ่ม นำขึ้นบีบน้ำให้แห้งใส่ลงทอดในกระทะน้ำมันร้อนด้วยไฟกลางพอเหลือง ตักใส่ถ้วย พักไว้ ตักน้ำมันในกระทะที่ทอดเห็ดหอมออกให้เหลือประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ลดเป็นไฟอ่อน ใส่น้ำหรือน้ำสต๊อกผัก ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำมันหอยเจ และน้ำตาล ใส่เห็ดหอมทอด ผัดให้ทั่ว ใส่ขิง ผัดพอทั่ว ปิดฝาเคี่ยวจนน้ำงวดและเห็ดหอมสุกนุ่ม เครื่องปรุงซึมเข้าเนื้อเห็ด ปิดไฟ ตักใส่ถ้วย พักไว้ 3. วิธีการเตรียมเนื้อลูกสำรองทำโดยล้างลูกสำรองแห้ง 10-12 เม็ด แล้วนำไปแช่ในอ่างน้ำนาน 2 ชั่วโมงขึ้นไป ลูกสำรองแห้งจะค่อยๆพองจนเต็มที่ เนื้อด้านในจะเป็นวุ้นใสสีน้ำตาลใส จากนั้นค่อยๆหยิบผิวเปลือกลูกสำรองด้านนอกออกจนหมดและเอาเม็ดออก ค่อยๆเอาเนื้อวุ้นลูกสำรองไปใส่ในอ่างน้ำอีกใบเพื่อให้เนื้อสำรองพองเต็มที่ ทำเช่นนี้จนหมด จำกนั้นนำไปกรองในกระชอนตำถี่จนสะเด็ดน้ำ จะได้เนื้อสำรองประมาณ 150 กรัม 4. ใส่น้ำสต๊อกผักและน้ำแช่เห็ดหอมลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางพอร้อน ใส่แครอทต้มจนสุก ใส่ลูกเกด เห็ดหอมปรุงรส และเห็ดฟาง ต้มจนเห็ดสุก ปรุงรสด้วยเกลือ ซีอิ๊วขำวและซอสปรุงรส พอเดือดทั่ว ใส่เห็ดเข็มทองและเต้าหู้หลอด พอสุกนุ่ม ใส่ผักกาดขาวแอปเปิล วุ้นเส้น ใส่เนื้อลูกสำรอง ต้มสักครู่ปิดไฟ 5. ตักใส่ถ้วย ใส่สาหร่ายแกงจืด เสิร์ฟร้อนๆ 06.03.2020 RECIPE

หูฉลามลูกสำรอง 1. วิธีการเตรียมเนื้อลูกสำรองทำโดยล้างลูกสำรองแห้ง 10-12 เม็ด แล้วนำไปแช่ในอ่างน้ำนาน 2 ชั่วโมงขึ้นไป ลูกสำรองแห้งจะค่อยๆพองจนเต็มที่ เนื้อด้านในจะเป็นวุ้นใสสีน้ำตาลใส จากนั้นค่อยๆหยิบผิวเปลือกลูกสำรองด้านนอกออกจนหมดและเอาเม็ดออก ค่อยๆเอาเนื้อวุ้นลูกสำรองไปใส่ในอ่างน้ำอีกใบเพื่อให้เนื้อสำรองพองเต็มที่ ทำเช่นนี้จนหมด จากนั้นนำไปกรองในกระชอนตำถี่จนสะเด็ดน้ำ จะได้เนื้อสำรองประมาณ 150 กรัม 2. ทำน้ำสต๊อกผักโดยต้มน้ำในหม้อด้วยไฟกลางจนเดือด ใส่ฟักแก่ หัวไช้เท้า ข้าวโพดหวาน หัวไช้โป๊ทั้งหัว และพริกไทยดำ พอเดือดอีกครั้งลดเป็นไฟอ่อน ต้มเคี่ยวนำนประมำณ30-45 นำที ใส่เก๋ำคี่ ต้มสักครู่ ปิดไฟ ยกลงกรองเอาแต่น้ำสต๊อก เตรียมไว้ 3. ทำเห็ดหอมปรุงรสโดยล้ำงเห็ดหอมนำไปแช่ในอ่างน้ำจนนุ่ม นำขึ้นบีบน้ำให้แห้งใส่ลงทอดในกระทะน้ำมันร้อนด้วยไฟกลำงพอเหลือง ตักใส่ถ้วย พักไว้ ตักน้ำมันในกระทะที่ทอดเห็ดหอมออกให้เหลือประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ลดเป็นไฟอ่อน ใส่น้ำหรือน้ำสต๊อกผัก ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำมันหอยเจ และน้ำตาล ใส่เห็ดหอมทอด ผัดให้ทั่ว ใส่ขิง ผัดพอทั่ว ปิดฝาเคี่ยวจนน้ำงวดและเห็ดหอมสุกนุ่ม เครื่องปรุงซึมเข้าเนื้อเห็ด ปิดไฟ ตักใส่ถ้วย พักไว้ 4. ผัดเนื้อลูกสำรองกับน้ำมันร้อนในกระทะด้วยไฟอ่อนพอทั่ว ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส และพริกไทย ผัดพอทั่ว ปิดไฟตักเนื้อลูกสำรองที่ผัดใส่หม้อ ใส่น้ำสต๊อกผัก เห็ดหอมปรุงรส เห็ดนางฟ้า และเห็ดฟาง ต้มจนเห็ดสุก ละลำยแป้งมันฮ่องกงหรือแป้งข้าวโพดกับน้ำเล็กน้อยใส่ คนพอแป้งสุกและข้นใส ปิดไฟ 5. ตักใส่ถ้วย โรยต้นหอมซอยและใบผักชีเสิร์ฟร้อนๆกับพริกน้ำส้ม   06.03.2020 RECIPE

หมูสับปลาเค็มนึ่ง 1. ตั้งกระทะบนไฟกลาง ใส่น้ำมันประมาณ 1½ ช้อนโต๊ะ พอน้ำมันร้อน ใส่ปลาเค็มลงทอดจนสุกเหลืองทั้งสองด้าน ตักขึ้นพักไว้ 2. ใส่คอหมูแท้สับลงในโถปั่น แกะเอาเนื้อปลาอินทรีทอดใส่ลงไป (ไม่เอาหนังปลา) ตามด้วยตะไคร้ ใบมะกรูด กระเทียมและหอมแดง ปั่นจนส่วนผสมละเอียดพอเข้ากัน จากนั้นชิมรสโดยตักส่วนผสมขึ้นมาเล็กน้อยนำไปจี่บนกระทะให้สุกหรือนำเข้าไมโครเวฟ ใส่ไข่ไก่ ปั่นพอให้ส่วนผสมเข้ากัน ตักใส่จาน เกลี่ยให้ส่วนผสมแบนและหน้าเรียบ 3. ใส่น้ำในหม้อลังถึงประมาณ ¾ ของหม้อ ยกตั้งไฟกลาง พอน้ำเดือด นำหมูสับปลาเค็มลงนึ่งประมาณ 8 นาทีจนสุก (ทดสอบโดยใช้ตะเกียบจิ้มลงไปแล้วไม่มีเนื้อติดขึ้นมา) ยกลง โรยหน้าด้วยไข่แดงเค็มนึ่งสุก หอมแดงซอย ตะไคร้ซอย ใบมะกรูดซอยและพริกขี้หนูสวนด้านบน เสิร์ฟพร้อมผักสด เวลาจะรับประทานให้บีบมะนาว   25.02.2020 RECIPE

ปลาเก๋าทอดราดพริก 1. ขอดเกล็ดปลา ควักเหงือกและผ่าท้องควักไส้ออก ล้างให้สะอาด ซับให้แห้ง ใช้มีดบั้งปลาทั้งสองด้าน พักไว้ 2. ตั้งกระทะน้ำมันพืชบนไฟกลางค่อนแรง พอน้ำมันร้อน ใส่ปลาเก๋าลงทอดจนสุกเหลือง ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน 3. โขลกกระเทียมไทย รากผักชี พริกชี้หนูสวน พริกชี้ฟ้าสีแดง และหอมแดงเข้าด้วยกันพอหยาบ ตั้งกระทะอีกใบบนไฟกลาง ตักน้ำมันทอดปลาใส่ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ พอร้อน ใส่เครื่องที่โขลกลงผัดจนมีกลิ่นหอม ใส่น้ำ ปรุงรสด้วยน้ำปลา มะขามเปียก และน้ำตาลมะพร้าว เคี่ยวให้น้ำราดข้นเหนียวเล็กน้อย ปิดไฟ 4. จัดปลาเก๋าทอดใส่จาน ราดซอสพริกที่ทำไว้ โรยด้วยพริกชี้ฟ้าสีแดงหั่นเส้นและใบผักชี เสิร์ฟ     19.02.2020 RECIPE

เกี๊ยวกุ้งทอด 1. ทำน้ำจิ้มบ๊วยเจี่ย โดยผสมเนื้อบ๊วยดองยี น้ำบ๊วยดอง น้ำส้มสายชู น้ำตาลทราย และเกลือสมุทรรวมกันในหม้อ เคี่ยวด้วยไฟอ่อนจนข้นเหนียว ปิดไฟ พักไว้ 2. โขลกรากผักชี กระเทียมและพริกไทยขาวรวมกันให้ละเอียด ใช้มีดตบกุ้งให้แบน สับเล็กน้อยให้เนื้อกุ้งซุย ใส่ในอ่างผสม ตามด้วยน้ำมันงา น้ำปลา เกลือสมุทร แป้งมันและเครื่องที่โขลกไว้ เคล้าส่วนผสมให้เข้ากัน  พักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดานาน 15-20 นาที  3. เคาะแป้งหรือใช้มีดขูดแป้งส่วนเกินของแผ่นเกี๊ยวออก ตักไส้ใส่ตรงกลางแผ่นเกี๊ยวประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ทาน้ำที่ขอบแป้ง พับเป็นรูปสามเหลี่ยม ทำจนหมดไส้ 4. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง พอร้อน นำเกี๊ยวลงทอดจนกรอบและเหลืองสวย ตักขึ้น พักให้สะเด็ดน้ำมัน  5. เรียงเกี๊ยวกุ้งใส่จาน เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มบ๊วยเจี่ย 12.02.2020 RECIPE

ข้าวแกงกะหรี่หมูสามชั้นทอดน้ำปลา 1. ทำหมูสามชั้นทอดน้ำปลา โดยล้างหมูสามชั้นให้สะอาด ซับให้แห้ง ใส่อ่างผสมใช้ส้อมหรือมีดจิ้มเนื้อหมูให้ทั่ว หมักด้วยน้ำปลา น้ำตาลทราย และพริกไทยขาวป่น ใช้มือนวดให้เข้ากัน พักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดานาน 15 นาที 2. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง ใส่แป้งทอดกรอบลงในหมูสามชั้นที่หมักไว้ คลุกเคล้าให้ทั่ว พอน้ำมันร้อน นำหมูลงทอดจนสุกและสีเหลืองสวย ตักขึ้นพักบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน หั่นหมูสามชั้นเป็นชิ้นพอดีคำ เตรียมไว้ 3. ทำแกงกะหรี่โดยตั้งหม้อบนไฟกลาง ใส่น้ำมันพืช พอร้อน ใส่หอมใหญ่ลงผัดจนสุกและเป็นสีน้ำตาลเล็กน้อย ใส่แครอทและมันฝรั่ง ผัดให้พอสลด ใส่น้ำสต๊อกหมู คนให้เข้ากัน ปิดฝา พอเดือดลดเป็นไฟอ่อนต้มต่อจนผักเริ่มนุ่ม ใส่แอปเปิลขูด ก้อนแกงกะหรี่สำเร็จรูป ปรุงด้วยเกลือสมุทร พริกไทยดำป่น และพริกขี้หนูป่นละเอียด เคี่ยวต่อประมาณ 10 นาที ระหว่างเคี่ยวหมั่นคนเรื่อยๆจนผักเปื่อยนุ่มและแกงกระหรี่มีลักษณะข้น ปิดไฟ 4. จัดจานโดยตักข้าวญี่ปุ่นใส่ครึ่งหนึ่งของจาน วางหมูสามชั้นที่หั่นไว้ด้านบน ราดด้วยแกงกะหรี่ โรยหอมเจียวและต้นหอมซอย เสิร์ฟพร้อมฟุคุจินซึเกะ (ผักดอง) 13.12.2019 RECIPE

ปลาช่อนลุยสวน 1. ล้างปลาช่อน โดยใช้เกลือสมุทรและแป้งมันถูตัวปลาให้ทั่ว ล้างน้ำ ทำซ้ำ 2 รอบจนหมดเมือก จากนั้นล้างด้วยน้ำส้มสายชู ล้างน้ำอีกครั้งให้สะอาด ซับให้แห้ง พักไว้ 2. ทำน้ำยำลุยสวน โดยผสมน้ำพริกเผา น้ำตาลมะพร้าว น้ำมะขามเปียก น้ำมะนาว น้ำปลา และพริกจินดาแดงลงในอ่างผสม คนให้เข้ากัน เตรียมไว้ 3. ตั้งกระทะน้ำมันพืชบนไฟกลางค่อนอ่อน พอน้ำมันเริ่มร้อน นำเม็ดมะม่วงหิมพานต์ พริกขี้หนูแห้งและใบมะกรูดลงทอดทีละอย่าง ตักขึ้นพักไว้ ปรับเป็นไฟแรง นำปลาช่อนลงทอดจนสุกเหลืองทั้งตัว ตักขึ้น พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน 4. จัดเสิร์ฟโดยวางผักกาดหอมและสะระแหน่ไว้ที่หัวจาน วางปลาช่อนทอด ตามด้วยเครื่องลุยสวนได้แก่ มะม่วงเปรี้ยว หอมแดง ขิงอ่อน ตะไคร้ มะนาว พริกจินดาแดง และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอด วางข้างตัวปลา โรยด้วยพริกขี้หนูแห้งและใบมะกรูดทอด ราดน้ำยำลุยสวนให้ทั่ว ตกแต่งด้วยใบสะระแหน่ เสิร์ฟ 10.12.2019 RECIPE

แซนด์วิชทงคัตสึวานปากุ 1. ทำสลัดแครอทโดยผสมน้ำส้มสายชูหมักจากไวน์ขาว เกลือสมุทร และพริกไทยลงในอ่างผสม ค่อยๆเทน้ำมันมะกอกลงตีผสมให้เข้ากัน ใส่แครอทขูดเส้นลงเคล้าให้ทั่ว พักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 30 นาที 2. ทำซอสมัสตาร์ดมาโยโดยผสมมายองเนสและดิจองมัสตาร์ด คนให้เข้ากัน พักไว้ 3. ทำหมูทอดโดยตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง รอไว้ ปรุงรสเนื้อหมูด้วยเกลือสมุทรและพริกไทยดำป่นให้ทั่วทั้งสองด้าน นำลงชุบแป้งสาลี ไข่ไก่และเกล็ดขนมปังป่น พอน้ำมันร้อน ใส่เนื้อหมูลงทอดจนสุกเหลือง ตักขึ้นพักบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน 4. ประกอบแซนด์วิชโดยวางขนมปังขวางกับกระดาษไข ทาซอสมัสตาร์ดมาโยบนขนมปังให้ทั่ว วางผักกาดคอส สลัดแครอท แตงกวาญี่ปุ่น มะเขือเทศและหมูทอด ราดด้วยซอสทงคัตสึพอประมาณ วางไข่ดาวและกะหล่ำปลีม่วงซอย ทาซอสมัสตาร์ดมาโยบนขนมปังอีกแผ่น วางปิดทับด้านบน ใช้มือกดแซนวิชให้แน่นเล็กน้อย พับกระดาษไขด้านซ้ายและขวามาชนกัน ม้วนขอบกระดาษลงให้แน่น พับเก็บด้านข้างให้เรียบร้อย พักไว้ประมาณ 15 นาที 5. ใช้มีดฟันเลื่อยตัดครึ่งแซนด์วิชก่อนเสิร์ฟ 03.12.2019 RECIPE

กุยช่ายทอดตอกไข่ 1. ทำน้ำจิ้มกุยช่ายโดยผสมซีอิ๊วดำหวาน น้ำ น้ำตาล น้ำส้มสายชู และเกลือสมุทรรวมกันในหม้อ เคี่ยวบนไฟกลางให้ข้นตามต้องการ ปิดไฟ ใส่พริกแดงจินดาโขลก คนให้เข้ากัน พักไว้ 2. ใส่ใบกุยช่าย เกลือสมุทร น้ำตาลทราย เบกกิ้งโซดาและน้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะรวมกันในอ่างผสม ใช้มือขยำจนใบกุยช่ายเริ่มสลด พักไว้บนกระชอนประมาณ 10 นาที เมื่อครบเวลาใช้มือบีบน้ำในใบกุยช่ายออก พักไว้บนกระชอนให้สะเด็ดน้ำ 3. ใส่น้ำในหม้อลังถึงประมาณ ¾ ของหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง รอไว้ ผสมแป้งมัน แป้งข้าวเจ้าและแป้งข้าวเหนียว รวมกันในอ่างผสม ค่อยๆเทน้ำร้อนลงไป คนส่วนผสมแป้งให้เข้ากัน ใส่น้ำมันพืชที่เหลือ คนให้เข้ากัน ใส่ใบกุยช่าย ผสมจนเป็นเนื้อเดียวกัน ทาพิมพ์ด้วยน้ำมันพืชให้ทั่ว เทส่วนผสมกุยช่ายลงไป นึ่งประมาณ 15 นาทีจนสุก พักไว้จนเย็นสนิท 4. แซะกุยช่ายออกจากพิมพ์ หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาด 2X2 นิ้ว เตรียมไว้ ตั้งกระทะบนไฟกลางใส่น้ำมัน พอร้อน นำกุยช่ายลงจนเหลืองกรอบ ตักขึ้น หั่นกุยช่ายเป็นชิ้นสามเหลี่ยม เทน้ำมันในกระทะออกให้เหลือประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ยกตั้งบนไฟกลาง นำกุยช่ายที่หั่นไว้ลงทอด ตอกไข่ใส่ลงไป ผัดให้ไข่เคลือบกุยช่าย ปิดไฟ 5. ตักใส่จาน จัดเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มกุยช่าย   25.11.2019 RECIPE

หรุ่ม ล่าเตียง 1. ทำไส้โดยโขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทย เข้าด้วยกันให้ละเอียด ตักใส่ถ้วย พักไว้ 2. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง พอน้ำมันเริ่มร้อน ใส่เครื่องที่โขลกลงผัดจนมีกลิ่นหอม ใส่หอมใหญ่ ผัดจนสุกใส ใส่เนื้อหมูสับและเนื้อกุ้งสับ ผัดพอสุก ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาลมะพร้าว และน้ำตาลทราย ผัดให้เข้ากัน ใส่ถั่วลิสงคั่วบด ผัดพอเข้ากันและแห้ง ปิดไฟ ตักใส่ถ้วย พักไว้ 3. ทำแพไข่สำหรับหรุ่มโดยผสมไข่ไก่และไข่เป็ดเข้าด้วยกันในอ่างผสม ตีให้เข้ากัน กรองด้วยกระชอน เตรียมไว้ ตั้งกระทะเทฟลอนบนไฟกลาง ใช้กระดาษทิชชูชุบน้ำมันทาบางๆ ให้ทั่วกระทะ พอกระทะเริ่มร้อน ลดเป็นไฟอ่อน จุ่มนิ้วมือทั้ง 5 นิ้ว ลงในอ่างไข่ แล้วโรยลงบนกระทะให้เป็นตาราง พอไข่เริ่มสุก (สังเกตส่วนขอบของไข่เริ่มล่อน) ให้ใช้ส้อมแซะไข่ออกจากกระทะวางใส่จาน พักไว้ หรือทำแผ่นไข่ห่อล่าเตียงโดยเทไข่ลงในกระทะ กลอกไข่ให้บางทั่วกระทะ พอไข่สุก จึงแซะออกวางบนจาน ทำจนหมด คลุมด้วยผ้าขาวบางเพื่อไม่ให้ไข่แห้ง 4. ทำล่าเตียงโดยวางไข่ด้านเรียบลงบนเขียง จากนั้นตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนาด 4x4 นิ้ว ตักไส้ที่ผัดใส่ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ พับห่อเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม วางพริกชี้ฟ้าสีแดงหั่นเส้นเป็นรูปกากบาท และใบผักชี ทำหรุ่มโดยวางไข่ด้านเรียบลงบนเขียง ตักไส้ใส่ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ พับไข่ห่อไส้เป็นทรงกลมแบน วางพริกชี้ฟ้าสีแดงหั่นเส้นและใบผักชี 5. จัดหรุ่มและล่าเตียงใส่จาน เสิร์ฟ   อ่านบทความเพิ่มเติม ถอดรหัส ‘อาหารว่างไทย’ จากกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน 07.11.2019 RECIPE

ขนมปังหน้าหมู 1. ตัดขอบขนมปังออก ตัดขนมปังเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมเล็ก (3.5x3.5 ซม.) เรียงใส่ถาด ตากแดดจัดๆนาน 20 นาที หรือค่อนข้างแห้งกรอบ เตรียมไว้ (ถ้าทำไว้ล่วงหน้าให้เก็บใส่ภาชนะปิดสนิทไว้ที่อุณหภูมิห้อง) 2. โขลกพริกไทย รากผักชี และกระเทียมให้ละเอียดเข้ากัน ตักใส่อ่างผสม ใส่หมูบด ซีอิ๊วขาว น้ำ และไข่ นวดให้ส่วนผสมเข้ากันเตรียมไว้ 3. ทาส่วนผสมหมูบดลงบนขนมปัง1 แผ่น (ประมาณ 1 ช้อนชา ถ้าทาหนามากเมื่อทอดขนมปังจะสุกแต่หมูไม่สุก) ประกบด้วยขนมปังอีกแผ่นให้เป็นแซนด์วิช เสียบไม้ ทำจนหมด เตรียมไว้ 4. ทำอาจาดโดยผสมน้ำส้มสายชู เกลือ และน้ำตาล ให้เข้ากันในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟอ่อนๆ ให้เกลือและน้ำตาลละลายส่วนผสมข้นเล็กน้อย ยกลงพักให้พออุ่น จึงใส่แตงกวา ก่อนเสิร์ฟใส่พริกชี้ฟ้าแดงและผักชี 5. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง พอน้ำมันร้อน (ทดสอบโดยใส่เศษขนมปังลงทอดแล้วมีฟองอากาศจำนวนมาก) ลดเป็นไฟกลางค่อนข้างอ่อน ใส่ขนมปังหน้าหมูลงทอด ชิ้นละประมาณ 30 วินาทีขนมปังจะสุกเหลืองพอดี หมูสุก ทำจนหมด 6. จัดเสิร์ฟโดยตักอาจาดใส่แก้วเล็กๆ วางขนมปังหน้าหมูพาดปากแก้ว เสิร์ฟ   สูตรอาหารโดย กรณิศ รัตนามหัทธนะ 01.11.2019 RECIPE

กระทงทองไส้ข้าวโพด 1. ร่อนแป้งทั้งสองชนิดก่อนตวง ผสมแป้งสาลี แป้งข้าวเจ้า และเกลือเข้าด้วยกันในอ่างผสม ใส่หัวกะทิและไข่แดงไข่เป็ดนวดให้เข้ากัน ใส่น้ำปูนใส นวดให้เข้ากันกรองส่วนผสมผ่านกระชอนตาถี่หรือผ้าขาวบาง 2 ครั้ง แป้งกระทงทองที่ได้จะเนียน ใส่แป้งในภาชนะที่จุ่มพิมพ์ได้ง่าย (ภาชนะก้นลึก เช่น ถ้วยตวงของเหลว) ถ้ายังไม่ใช้ทันที เก็บแป้งไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดา แป้งจะข้นขึ้นอีกเล็กน้อย 2. ตั้งกระทะทองเหลืองหรือหม้อบนไฟกลางค่อนข้างอ่อน ใส่น้ำมัน พอน้ำมันร้อนพอดี (ทดสอบโดยหยดแป้งกระทงทองลงไปเล็กน้อยแล้วมีฟองอากาศจำนวนมากและแป้งค่อยๆลอยขึ้นบนผิว หน้า) จ่มุ พิมพ์ลงในน้ำมันประมาณ 5 นาที (หรือแช่พิมพ์ในน้ำมันเตรียมไว้ล่วงหน้า) เตรียมถาดใหญ่พร้อมตะแกรงไว้ใกล้ตัว พอพิมพ์ร้อนคนแป้งด้วยส้อม (คนแป้งก่อนทุกครั้ง ที่จุ่มพิมพ์) แตะก้นพิมพ์บนกระดาษทิชชูเพื่อซับน้ำมันส่วนเกินออก แล้วจุ่มพิมพ์ลงตรงๆ ในแป้ง ให้แป้งเคลือบพิมพ์เกือบถึงขอบ (ให้เหลือประมาณ 1-2 มิลลิเมตร ถ้าจุ่มถึงขอบพิมพ์พอดี เมื่อนำลงทอดในน้ำมันร้อนๆ แป้งจะฟูเลยขอบพิมพ์ขึ้นมาทำให้ไม่สวย) จุ่มลงทอดในน้ำมัน โดยจุ่มไว้ให้ขอบพิมพ์ปริ่มผิวหน้าน้ำมัน ประมาณ 10 วินาที (เพื่อให้ขอบกระทงทองอยู่ตัวดีก่อนไม่ฟูเลยขอบพิมพ์ขึ้นมา) แล้วจึงค่อยจุ่ม ให้ก้นพิมพ์สัมผัสก้นกระทะเบาๆ (เพื่อให้ฐานกระทงทองเรียบ) เมื่อกระทงทองเซตตัวดีแล้ว ใช้ไม้ปลายแหลมแซะออกจากพิมพ์ ทอดต่ออีกประมาณ 5 วินาทีตักขึ้นพักบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน (คว่ำกระทงทองลงเพื่อให้น้ำมันไหลออก) พักจนกระทงทองเย็นสนิท (ประมาณ10-15 นาที) เก็บใส่ภาชนะที่ปิดสนิทไว้ที่อุณหภูมิห้อง จะคงความกรอบได้ 1-2 วัน 3. ทำไส้ข้าวโพดโดยตั้งกระทะเนยบนไฟกลาง พอเนยละลาย ใส่รากผักชีลงผัดพอหอม ใส่หมูบดลงผัดพอสุก ใส่ข้าวโพด นมสด ปรุงรสด้วยน้ำตาลและเกลือ ผัดให้ทั่วและน้ำงวดลง ประมาณ 5 นาที ชิมรสให้กลมกล่อม ผัดต่อพอให้แห้ง ตักใส่ถ้วยเตรียมไว้ 4. จัดเสิร์ฟกระทงทองโดยตักไส้ข้าวโพดใส่กระทงทอง ตกแต่งด้วยผักชีและพริกชี้ฟ้าสีแดง เสิร์ฟทันที   สูตรอาหารโดย กรณิศ รัตนามหัทธนะ 01.11.2019 RECIPE

ไก่ห่อใบเตย 1. ทำไก่หมักโดยโขลกกระเทียมและพริกไทยขาวให้ละเอียด ตักใส่ถ้วย ใส่น้ำตาล ซีอิ๊วขาว น้ำมันงา และเกลือ คนให้เข้ากัน ล้างไก่ให้สะอาด ซับให้แห้ง นวดเนื้อไก่กับส่วนผสมกระเทียม ประมาณ 5 นาทีหมักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดานาน 1 ชั่วโมง เตรียมไว้ 2. ทำกระทงใบเตยโดยเลือกใบเตยที่ขนาดใบกว้างประมาณ 1 นิ้ว ตัดโคนแข็งด้านล่างทิ้ง ตัดใบเตยยาวประมาณ15 ซม ตัดแบ่งเป็น 5 ส่วนเท่าๆกันโดยตัดจากขอบใบถึงเส้นกลางใบ สานใบเตยขัดกันให้เป็นกล่องสี่เหลี่ยมจัตุรัสเล็กๆเย็บมุมกระทงด้วยด้ายสีเขียวหรือกลัดด้วยไม้กลัดก็ได้ เตรียมไว้ 3. นำไก่หมักออกจากตู้เย็น หั่นเนื้อไก่เป็นชิ้นเล็ก (เล็กพอใส่ในกระทงใบเตยที่ทำ) ใส่ไก่ในกระทงใบเตย นำไปนึ่งในลังถึงบนหม้อน้ำเดือด นาน 7 นาที หรือจนไก่สุก แยกไก่กับกระทงใบเตยออกจากกัน พักไก่บนตะแกรงให้น้ำจากไก่ออกมา ประมาณ 15 นาที 4. ระหว่างนึ่งไก่ทำน้ำจิ้มโดยผสมเครื่องปรุงทั้งหมดในหม้อ เคี่ยวพอให้ข้นเหนียว ตักใส่ถ้วย เตรียมไว้ 5. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง พอน้ำมันร้อน ใส่ไก่ลงทอดพอให้เหลือง ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน ใส่ใบเตยลงทอดต่อตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน จัดไก่ใส่ในกระทงใบเตย ราดน้ำจิ้ม ตกแต่งด้วยงาคั่วและต้นหอมซอย เสิร์ฟ   สูตรอาหารโดย กรณิศ รัตนามหัทธนะ 01.11.2019 RECIPE

ขนมปังหน้ากุ้ง 1. ใช้พิมพ์กดคุกกี้กดขนมปังเป็นแผ่นกลม เรียงใส่ถาด ตากแดดจัดๆนาน 20 นาที หรือค่อนข้างแห้งกรอบเตรียมไว้ (ถ้าทำไว้ล่วงหน้าให้เก็บใส่ภาชนะปิดสนิทไว้ที่อุณหภูมิห้อง) 2. ทำน้ำจิ้มโดยใส่น้ำส้มสายชู น้ำ น้ำตาล และเกลือในหม้อ ตั้งบนไฟกลางพอให้เดือดและน้ำตาลละลาย ผสมแป้งมันละลายน้ำในถ้วย ใส่ในหม้อน้ำจิ้ม คนพอทั่วน้ำจิ้มจะข้นขึ้นยกลงพักให้อุ่น ใส่พริกชี้ฟ้าคนให้ทั่วเตรียมไว้ 3. เตรียมหน้ากุ้งโดยโขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทยให้ละเอียด ตักใส่ถ้วย เตรียมไว้ 4. ใส่เนื้อกุ้ง หมูบด ส่วนผสมที่โขลก เกลือป่น และซีอิ๊วขาว ในอ่างผสม นวดให้ส่วนผสมเข้ากันด้วยมือ ล้างมือให้สะอาดเช็ดมือพอหมาด แตะแป้งสาลีอเนกประสงค์ให้เคลือบมือบางๆ (เพื่อไม่ให้ปั้นแล้วส่วนผสมเหนียวติดมือ) ปั้นส่วนผสมกุ้งเป็นก้อนกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้ว เรียงใส่จานไว้ ทำจนหมดคลุกลูกชิ้นกุ้งกับงาพอทั่ว ใช้มือกดเบาๆพอให้ติด เตรียมไว้ 5. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง พอน้ำมันร้อน (ทดสอบโดยใส่ลูกชิ้นกุ้ง 1 ลูกลงในน้ำมันแล้วมีฟองอากาศจำนวนมากและลูกชิ้นลอยขึ้นทันที) ลดเป็นไฟกลางค่อนข้างอ่อน ใส่ลูกชิ้นกุ้งคลุกงาลงทอดพอสุก (ไม่ควรใช้ไฟกลางหรือไฟแรงเพราะงาจะเกรียมแต่กุ้งยังไม่สุก) ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน เตรียมไว้ ในกระทะใบเดิม ใช้กระชอนตักเมล็ดงาออกให้หมด ใส่ขนมปังจนลงทอดต่อจนสุกเหลือง  6. จัดเสิร์ฟโดยเสียบลูกชิ้นกุ้งและขนมปังเข้ากับไม้เสียบ ตกแต่งด้วยต้นหอมซอย เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้ม   สูตรอาหารโดย กรณิศ รัตนามหัทธนะ 01.11.2019 RECIPE

เต้าหู้เทอริยากิ 1. ใช้กระดาษทิชชูแผ่นหนาซับน้ำที่เต้าหู้ออกให้แห้งที่สุด หั่นเต้าหู้เป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาดพอดีคำ พักไว้ ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางค่อนข้างแรง พอน้ำมันร้อน นำเต้าหู้ที่หั่นไว้เคล้าแป้งสาลีอเนกประสงค์บางๆให้ทั่ว นำลงทอดให้เหลืองสวย (ค่อยๆทอดเต้าหู้ทีละน้อยในกระทะเพื่อให้กรอบเหลืองทั่วกัน) ตักขึ้น พักให้สะเด็ดน้ำมัน   2. ทำซอสเทอริยากิ โดยใส่น้ำตาลมะพร้าว ซีอิ๊วญี่ปุ่น ขิงขูดและน้ำลงในกระทะ ยกตั้งบนไฟกลาง เคี่ยวจนซอสข้นเหนียว ลดไฟลง ใส่เต้าหู้ที่ทอดไว้ลงเคล้ากับซอสให้ทั่ว โรยงาขาวคั่ว คนให้เข้ากัน ปิดไฟ  3. ตักใส่จานเสิร์ฟพร้อม เม็ดถั่วแระญี่ปุ่นและแครอทซอย  03.10.2019 RECIPE

ไก่เผ็ดเกาหลี 1. นำปีกไก่มาล้างให้สะอาด ซับให้แห้ง ใช้ส้อมจิ้มปีกไก่ให้ทั่วใส่ในอ่างผสมไว้ ใส่เกลือป่น พริกไทยดำป่น และขิงขูด ใช้มือนวดเคล้าให้ส่วนผสมเคลือบปีกไก่จนทั่ว ปิดด้วยพลาสติกแร๊ป แช่ตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 15-20 นาที 2. เตรียมแป้งทอดกรอบโดยผสมแป้งสาลีอเนกประสงค์ แป้งข้าวเจ้า และผงฟูในอ่าง คนให้เข้ากัน นำปีกไก่ที่หมักไว้ลงคลุกจนแป้งเกาะติดเนื้อไก่จนทั่ว เคาะแป้งส่วนเกินออกเล็กน้อย ใช้ฟ๊อกกี้ฉีดพรมน้ำบนปีกไก่พอหมาด นำไก่ไปคลุกแป้งซ้ำอีกครั้ง ใส่จาน ทำจนครบทุกชิ้น พักไว้ 3. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง รอจนน้ำมันร้อน ใส่ปีกไก่ชุบแป้งไว้ลงทอด พอไก่เริ่มเหลือง เร่งเป็นไฟแรง ทอดต่อจนไก่สุกเป็นสีเหลืองทอง ตักขึ้นพักสะเด็ดน้ำมัน 4. ทำซอสเผ็ดเกาหลีโดย ตั้งกระทะบนไฟกลาง ใส่น้ำมันพืช พอร้อน ใส่กระเทียมสับผัดจนมีกลิ่นหอม ใส่มิริน ซอสมะเขือเทศ ซอสโคชูจัง น้ำตาลทราย ซีอิ๊วญี่ปุ่น และพริกป่นเกาหลี คนให้เข้ากัน ปรับความข้นเหลวด้วยน้ำ พอซอสเดือดข้น ปิดไฟ เคล้าไก่กับซอสให้ซอสเคลือบชิ้นไก่ให้ทั่ว (สามารถโรยพริกป่นเพิ่มได้ตามชอบ) 5. จัดใส่จาน โรยด้วยงาขาวคั่วและต้นหอมหั่นแฉลบ เสิร์ฟ     16.09.2019 RECIPE