Found 161 results for Tag : ทอด

กุ้งกรอบสามรส 1. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางจนร้อนใส่กุ้งแห้ง กุ้งแก้ว ลงทอดทีละอย่าง แล้วตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน จากนั้นใส่เม็ดมะม่วงหิมพานต์ พริกขี้หนูแห้ง และใบมะกรูดฉีก ลงทอดต่อทีละอย่างจนเหลืองกรอบตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน 2. ทำซอสสามรสโดยผสมเกลือ พริกป่น ซอสปรุงรส น้ำตาล น้ำมะขามเปียก ซอสพริก และแบะแซ ให้เข้ากัน ใส่ลงเคี่ยวในหม้อด้วยไฟอ่อนจนซอสข้นเหนียว 3. ตั้งกระทะใบใหญ่อีกใบบนไฟอ่อน ใส่กุ้งแห้งทอด กุ้งแก้วทอด เม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอด พริกขี้หนูแห้งทอด ใบมะกรูดทอด ค่อยๆใส่ซอสสามรส ¼ ถ้วย ให้ทั่ว ผัดเคล้าให้เข้ากัน โรยงาขาวให้ทั่ว ตักใส่ถาด นำเข้าเตาอบอุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส นาน 10 นาที หรือจนแห้งกรอบ ตักใส่ขวดโหลปิดฝาให้สนิท เพื่อให้กุ้งกรอบนานขึ้น 02.08.2019 RECIPE

หมูกรอบ 1. ล้างหมูสามชั้นให้สะอาดซับให้แห้ง ใส่น้ำลงในกระทะก้นลึก (แค่พอให้ท่วมชั้นหนังหมู) ตามด้วยเกลือสมุทร ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง พอน้ำเริ่มเดือด วางตะแกรงลงในกระทะ (ตะแกรงต้องจมน้ำ) วางหมูสามชั้นลงบนตะแกรงในกระทะโดยเอาด้านหนังลง ต้มประมาณ 15 นาทีหรือจนหนังหมูสุก ตักขึ้น พักไว้ให้คลายร้อนเล็กน้อย 2. ใช้เหล็กปลายแหลมหรือส้อมจิ้มหนังหมูให้ทั่ว ใช้มีดบั้งด้านหนังเป็นเส้นตามยาวเท่าๆกัน ทาเกลือสมุทรและน้ำส้มสายชูเฉพาะด้านหนังให้ทั่ว วางบนตะแกรง นำไปตากแดดประมาณ 6 ชั่วโมงจนหนังหมูแห้งแข็ง หรือห่อชิ้นหมูสามชั้นด้วยแผ่นอะลูมิเนียมฟอยด์โดยเปิดด้านหนังไว้ วางในถาดอบ นำไปอบในเตาอบไฟบน-ล่างอุณหภูมิค 80-100 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 3-4 ชั่วโมง 3. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง พอน้ำมันเริ่มร้อน นำหมูสามชั้นด้านหนังลงทอดโดยใช้ตะแกรงรองหรือใช้ที่คีบคีบชิ้นหมูไว้เพื่อไม่ให้ด้านหนังสัมผัสกับก้นกระทะ ทอดจนหนังพองกรอบฟูสีเหลืองสวย เอาตะแกรงออก พลิกกลับอีกด้าน ทอดต่อให้ด้านเนื้อสุกเหลือง ตักขึ้น พักให้สะเด็ดน้ำมัน 4. หั่นหมูกรอบเป็นชิ้นพอดีคำ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มแจ่ว น้ำจิ้มซีฟู้ด และผักสด 25.07.2019 RECIPE

เฟรนซ์โทสต์กล้วยคาราเมลชีส 1. ทำไส้กล้วยคาราเมลโดยตั้งกระทะบนไฟกลาง ใส่เนยและน้ำตาลทรายแดง ผัดให้เข้ากัน รอจนน้ำตาลละลายหมด ใส่น้ำและอบเชยป่น ผัดให้เข้ากัน พอซอสเริ่มข้น ใส่กล้วยหอมหั่นแว่นผัดให้ซอสเคลือบกล้วยให้ทั่ว ปิดไฟ ตักเฉพาะกล้วยผัดใส่ถ้วย เหลือคาราเมลไว้ในกระทะ เติมวิปปิ้งครีมลงในกระทะ ผัดให้ซอสเข้ากันดี ปิดไฟ เทซอสคาราเมลใส่ถ้วยไว้ 2. เตรียมส่วนผสมสำหรับชุบขนมปังโดยใส่วิปปิ้งครีม ไข่ไก่ และน้ำตาลทราย คนให้เข้ากัน นำขนมปังลงชุบทั้งสองด้านๆละ 3 นาที โดยทำทีละแผ่น วางพักขนมปังไว้บนตะแกรงสักครู่ ตั้งกระทะบนไฟกลาง ใส่เนย พอเนยละลาย นำขนมปังที่ชุบไว้ลงทอดทั้งสองแผ่นรอจนขนมปังเหลืองสวยทั้งสองด้าน ตักไส้กล้วยคาราเมลวางบนขนมปังให้ทั่วทั้งแผ่น ตามด้วยมอสซาเรลลาชีส ประกบด้วยขนมปังอีกแผ่น รอให้ชีสละลาย ปิดไฟ 3. ตักเฟรนช์โทสต์กล้วยใส่จาน ราดด้วยซอสคาราเมลที่เตรียมไว้ เสิร์ฟ 24.07.2019 RECIPE

เครปเนื้อซาวร์ครีมสไปซี่ 1. ทำแป้งเครปโดยใส่แป้งสาลีอเนกประสงค์ และเกลือป่นลงในอ่างผสม ใช้ตะกร้อคนพอเข้ากัน ใส่ไข่ไก่ นมสด  น้ำ และเนยละลายในอ่างผสมอีกใบ คนพอเข้ากัน เทส่วนผสมไข่ไก่ลงในอ่างแป้งช้าๆ คนด้วยตะกร้อจนเป็นเนื้อเดียวกันและแป้งไม่จับตัวเป็นเม็ด ปิดอ่างแป้งเครปด้วยพลาสติกแร็ป นำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดาอย่างน้อย 30 นาที  2. ทำไส้เนื้อสับโดยตั้งกระทะน้ำมันพอร้อน ใส่หอมใหญ่ กระเทียม พริกชี้ฟ้าลงผัดจนมีกลิ่นหอม ใส่เนื้อวัวบด ผัดต่อจนเนื้อแห้ง ใส่ยี่หร่า ไธม์ ออริกาโน คาร์เยนเปเปอร์ ผัดให้เข้ากัน ตามด้วยมะเขือเทศ เคี่ยวให้งวดลงครึ่งหนึ่ง ใส่แตงกวาดอง ปรุงรสด้วยเกลือ พักไว้ 3. ทำซาวร์ครีมสไปซี่โดยผสมซาวร์ครีม ซอสพริก และยี่หร่า คนให้เข้ากัน 4. จัดเสิร์ฟโดยตั้งกระทะเครปทาเนยละลายเล็กน้อยบนไฟกลาง ตักแป้งเครปหยอดใส่กระทะ กลอกแป้งเครปให้ทั่วกระทะจนแป้งเป็นแผ่นบาง กลับอีกด้าน ทอดต่อจนสุก ตักขึ้นพักไว้บนตะแกรง ทำจนหมด ตักไส้เนื้อใส่ในแผ่นแป้ง ม้วนเป็นแท่ง จัดใส่จาน ราดซาวร์ครีมสไปซี่ เสิร์ฟกับร็อกเกต   24.06.2019 RECIPE

แพนเค้กบัตเตอร์นัทสควอชชีสนมแพะ 1. อุ่นเตาอบทอุณหภูมิ 200 องศาเซียส ใส่บัตเตอร์นัทควอชและกระเทียมในถาดอบ ราดน้ำมันมะกอก ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยเล็กน้อย นำเข้าอบนาน 25 นาทีจนสุกนุ่ม นำออกพักไว้ 2. ทำแพนเค้กโดยผสมแป้งสาลี ผงฟู เบกกิ้งโซดา และเกลือป่นในอ่างผสม ใช้ตะกร้อคนให้เข้ากัน ต่อยไข่ไก่ใส่ตรงกลาง ค่อยๆเทนมลงไป ตามด้วยบัตเตอร์มิลค์ และเนยละลายทั้งหมด คนจนส่วนผสมเป็นเนื้อเดียวกัน พักแป้งไว้ในตู้เย็นประมาณ 30 นาที 3. นำแป้งออกจากตู้เย็น ใส่บัตเตอร์นัทสควอชประมาณ 2/3 ของทั้งหมดลงไป บีบเอาเนื้อกระเทียมด้านในที่นุ่มลงไป ตามด้วยชีสนมแพะ ตะล่อมเบาๆให้เข้ากัน  4. ตั้งกระทะเคลือบบนไฟกลาง ทากระทะด้วยเนยบางๆ ตักแป้งเแพนเค้กหยอดประมาณ ¼ ถ้วย เมื่อแป้งเริ่มเป็นรูๆ พลิกกลับทอดต่ออีกด้านประมาณ 1 นาที ตักขึ้นวางพักไว้บนตะแกรง ทำจนหมดแป้ง 5. เสิร์ฟจัดแพนเค้กร้อนๆใส่จาน ตักบัตเตอร์นัทควอชที่เหลือหยอดหน้า โรยด้วยชีสนมแพะ และงาดำ ตกแต่งด้วยใบออริกาโน   หมายเหตุ - ชีสนมแพะมีรสและกลิ่นเฉพาะตัว ถ้าใครไม่ชอบสามารถเปลี่ยนเป็นครีมชีสได้ในสัดส่วนที่เท่ากัน - สามารถใช้ฟักทองแทนบัตเตอร์นัทควอทซ์ได้      24.06.2019 RECIPE

แคนโนลี 1. ทำแป้งแคนโนลีโดยร่อนแป้งสาลี ผงโกโก้ และเกลือป่นลงในอ่างผสม ใส่เนยขาว ใช้ส้อมบี้แป้งกับเนยให้มีลักษณะร่วนเข้ากัน ใส่น้ำและไวน์ขาว ผสมด้วยมือจนเนียนเป็นก้อนเดียวกัน ห่อด้วยพลาสติกแร็ป พักไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 1 ชั่วโมง 2. ทำไส้ริคอตต้าผลไม้โดยแช่เชอร์รีเชื่อม แอปริคอต กับเหล้ารัม พักไว้ประมาณครึ่งชั่วโมงจนผลไม้ชุ่มเหล้า ใส่ริคอตต้าชีส และน้ำตาลไอซิ่งลงในอ่างผสม ใช้พายยางผสมให้เข้ากัน ใส่ผลไม้แห้งที่แช่เหล้าไว้ พักไส้ริคอตต้าไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดา 3. โรยแป้งสาลีอเนกประสงค์บางๆบนพื้นโต๊ะ คลึงแป้งแคนโนลีหนาประมาณ 1 มม. ใช้พิมพ์วงกลมกดแป้งออกเป็นแผ่น ทำจนหมด วางแป้งที่กดไว้บนเขียง วางพิมพ์แคนโนลีลงตรงกลาง ทาไข่ขาวบางๆด้านใดด้านหนึ่งของแป้ง ปิดแป้งประกบเข้าหากัน กดให้แน่น (เพื่อเวลาทอดแป้งจะไม่คลี่ออก) ทำจนครบจำนวนพิมพ์ ตั้งกระทะน้ำมันสลัดบนไฟกลาง พอน้ำมันร้อนได้ที่ (ลองหย่อนเศษแป้งลงทอดแล้วฟูขึ้น) นำแคนโนลีลงทอดจนพองกรอบ ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมันบนตะแกรง ซับด้วยกระดาษทิชชูอีกที พักไว้จนเย็นสนิท ค่อยๆรูดแป้งออกจากพิมพ์ พักไว้ให้เย็นสนิทก่อนใส่ไส้ 4. จัดเสิร์ฟโดยตักไส้ริคอตต้าผลไม้ใส่ถุงบีบ บีบไส้ใส่ในแป้งแคนโนลี โดยบีบจากด้านข้างจนเต็ม แล้วบีบอีกด้านหนึ่ง จัดแคนโนลีใส่จาน โรยน้ำตาลไอซิ่ง เสิร์ฟทันที (หากยังไม่รับประทานควรเก็บแบบแยกแป้งและไส้ไว้ในตู้เย็นก่อน เเป้งแคนโนลีจะกรอบเมื่อรับประทาน) Tips ริคอตต้า (ricotta) ภาษาอิตาเลียนแปลว่า “recooked” หมายถึงการนำหางนม (whey) ที่เหลือจากการทำชีสชนิดอื่น เช่น มอซซาเรลลาชีส ครีมชีส มาทำให้ร้อนอีกครั้ง แล้วแยกเคิร์ดออกมาจนกลายเป็นริคอตต้า ริคอตต้าจึงเป็นชีสไขมันต่ำ มีสีขาว เนื้อนุ่ม รสชาติมัน หวานเล็กน้อย เนื้อสัมผัสหยาบ ปัจจุบันนิยมใช้ริคอตต้าที่ทำจากนมสด (whole milk) เนื่องจากมีรสชาติอร่อยกว่า ส่วนในอาหารอิตาเลียนนิยมใช้ในของหวาน หรือใส่ในพาสต้า 16.05.2019 RECIPE

เมี่ยงปลากะพงทอดกรอบ 1. ทำน้ำยำโดยตำพริกแห้ง ข่า และกะปิจนละเอียดตักขึ้น พักไว้ ใส่น้ำตาลมะพร้าว น้ำปลา น้ำมะขาม และน้ำลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟเคี่ยวพอน้ำตาลละลายและส่วนผสมเดือด ใส่เครื่องที่โขลกไว้ เคี่ยวพอข้น ปิดไฟ 2. เตรียมปลากะพงทอดโดยล้างเนื้อปลาให้สะอาด ซับพอหมาด หั่นเป็นเต๋าขนาด 0.5 นิ้ว เคล้าชิ้นปลากะพงกับแป้งทอดกรอบให้ทั่ว สะเด็ดแป้งส่วนเกินออก (หากใช้แป้งทอดกรอบเคล้ากับเนื้อปลา เนื้อปลาไม่ควรแห้งสนิทเพราะเวลาทอดสีเนื้อปลาจะไม่สวยและเปลือกไม่กรอบ) ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง ค่อยๆใส่ปลาลงทอดทีละน้อย ทอดจนสุกและเหลืองกรอบ ตักเนื้อปลาขึ้นสะเด็ดน้ำมัน 3. จัดเสิร์ฟโดยใส่เครื่องเมี่ยงลงในอ่างผสมได้แก่ ปลากะพงทอด ขิง มะนาว ตะไคร้ หอมแดง พริกขี้หนู และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ราดด้วยน้ำเมี่ยงตามชอบ คลุกเคล้าให้เข้ากัน เรียงใบชะพลูที่มุมจาน ตักเครื่องเมี่ยงที่เข้ากันแล้วใส่จาน เวลาจะรับประทานให้ตักเครื่องเมี่ยงใส่ใบชะพลู ห่อรับประทานเป็นคำๆ 30.04.2019 RECIPE

มันฝรั่งทอดซอสไข่เค็ม 1. ใช้มีดหั่นมันฝรั่งตามขวางให้เป็นแผ่นบางๆ หนาประมาณ 1-2 มิลลิเมตร นำไปล้างน้ำ 2 ครั้ง ล้างจนน้ำใส ไม่ขุ่น สะเด็ดน้ำพักไว้ ผสมน้ำและน้ำส้มสายชูในอ่างผสม คนให้เข้ากัน นำมันฝรั่งที่สไลซ์ไว้ลงแช่ทิ้งไว้ 15 นาที (น้ำส้มสายชูจะช่วยให้มันฝรั่งกรอบเวลานำไปทอด) เมื่อครบเวลากรองเทน้ำทิ้ง ล้างมันฝรั่งผ่านน้ำอีกรอบ ใช้ทิชชูแผ่นหนาซับแผ่นมันฝรั่งให้แห้งสนิท พักไว้ 2. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง รอให้ร้อน นำแผ่นมันฝรั่งลงทอดจนหมดฟองอากาศและบริเวณขอบเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ตักขึ้น พักให้สะเด็ดน้ำมัน 3. ทำซอสไข่เค็มโดย ปั่นไข่แดงเค็มนึ่งสุก น้ำ น้ำมันพริกเผา เนยสดชนิดจืดละลาย น้ำตาลทราย เกลือสมุทร และผงปาปริก้าจนเป็นเนื้อเดียวกัน เทส่วนผสมซอสลงในกระทะ ยกขึ้นตั้งบนไฟอ่อน เคี่ยวให้ซอสข้นขึ้นเล็กน้อย ปิดไฟ ยกลง พักให้หายร้อน ตักใส่ขวดบีบไว้ 4. วางมันฝรั่งทอดในจานเสิร์ฟ บีบซอสไข่เค็มราดด้านบน โรยด้วยผงปาปริก้าและพาร์สเลย์สับ เสิร์ฟ   14.03.2019 RECIPE

เบือทอดประยุกต์ 1. นำกุ้งมาตัดหนวดและกรีออก ล้างให้สะอาด พักไว้ ใส่แป้งข้าวเจ้าและแป้งข้าวเหนียวลงในอ่างผสม ใส่ใบชะพลูหรือใบเล็บครุฑและกุ้งลงคลุกเคล้ากับแป้งจนแป้งเคลือบส่วนผสมจนทั่ว พักไว้ 2. ตอกไข่ใส่ถ้วย ใช้เฉพาะไข่แดง ใส่น้ำพริกแกง น้ำปูนใส กะทิ น้ำปลา และใบมะกรูด ใช้ส้อมคนให้ส่วนผสมเข้ากัน เทส่วนผสมน้ำพริกแกงลงในส่วนผสมแป้งที่เตรียมไว้ ใช้ส้อมคนจนแป้งละลายเข้ากันกับส่วนผสม พักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดานาน 5-10 นาที 3. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง พอน้ำมันเริ่มร้อน ใช้ทัพพีตักส่วนผสมหยอดลงทอดในกระทะน้ำมัน ให้เป็นแพบางๆ (หากตักในปริมาณมากเกิน เมื่อทอดจะทำให้แป้งด้านในไม่กรอบ) ทอดด้วยไฟอ่อน จนฟองอากาศที่เกาะอยู่รอบๆหมด จึงเร่งไฟให้แรงขึ้น ทอดให้แป้งออกสีเหลืองทอง ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน 4. ทำน้ำจิ้มโดยเคี่ยวพริกชี้ฟ้าโขลก น้ำตาล น้ำส้มสายชู น้ำ และเกลือ เข้าด้วยกัน ในหม้อด้วยไฟอ่อนจนข้นเหนียว ตักใส่ถ้วย ใส่พริกป่น ถั่วลิสง และใบผักชี เสิร์ฟกับเบือทอด 01.03.2019 RECIPE

ผัดเผ็ดปลาดุกพริกไทยอ่อน 1. ทำน้ำพริกแกงโดยโขลกพริกขี้หนูแห้งกับเกลือเข้าด้วยกันให้ละเอียด จากนั้นใส่พริกขี้หนู พริกไทย ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด กระเทียม ขมิ้น และกะปิ โขลกรวมกันจนละเอียด ตักใส่ถ้วย พักไว้ 2. ล้างปลาดุก ผ่าท้องควักไส้ออก ล้างด้วยน้ำปูนใสแล้วล้างน้ำอีกครั้งให้สะอาด หั่นเป็นแว่นหนา ½ นิ้วล้างแล้วใส่ตะแกรงพักให้สะเด็ดน้ำ 3. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางให้ร้อน เคล้าปลาดุกกับเกลือสมุทรเล็กน้อย จากนั้นใส่ลงทอดจนสุกเหลืองกรอบ ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน 4. ตักน้ำมันที่ทอดปลาออกให้เหลือ 3 ช้อนโต๊ะ ใส่น้ำพริกแกงที่โขลกลงผัดพอหอม เติมน้ำ ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาล ใส่ใบมะกรูดตามด้วยปลาดุกทอด ผัดให้เข้ากัน ใส่พริกไทยอ่อน ใบกะเพรา ผัดพอทั่ว ปิดไฟ 5. ใส่ใบบัวบกในจานหรือชาม ตักผัดเผ็ดปลาดุกพริกไทยอ่อนใส่จาน ตกแต่งด้วยใบกะเพราและพริกขี้หนูเสิร์ฟ 28.02.2019 RECIPE

ราดหน้าวุ้นเส้นกรอบ 1.       ดึงวุ้นเส้นแห้งให้แผ่ออกโดยแบ่งเป็น 3-4 แพ เตรียมไว้ จากนั้นตั้งกระทะน้ำมัน 3 ถ้วยบนไฟกลางจนร้อน ใส่วุ้นเส้นลงทอดทีละแพจนฟูขาว ตักขึ้นวางบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน ทอดจนหมด 2.       ทำน้ำราดหน้าโดยใส่น้ำมัน 4 ช้อนโต๊ะ ลงในกระทะใบใหม่ ใส่กระเทียมและขิงลงผัดพอหอม ใส่เห็ดฟาง ผัดจนเห็ดสุก ใส่น้ำ 3 ถ้วย ผัดพอทั่ว ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย เห็ดหอม ซอสปรุงรส น้ำตาลทรายแดง ชิมรส แล้วละลายแป้งมันฮ่องกงกับน้ำที่เหลือใส่ คนพอแป้งสุกใส ใส่แครอท เบบี้บรอกโคลี เบบี้กวางตุ้ง เต้าหู้ทอด และน้ำมันงา ปิดไฟ 3.       จัดวุ้นเส้นกรอบใส่จาน ตักน้ำราดหน้าราด เสิร์ฟทันที หรือเสิร์ฟน้ำราดหน้าใส่ถ้วยต่างหาก 14.02.2019 RECIPE

ชักเปี๊ยะทองซอสส้ม 1. ทำไส้ชักเปี๊ยะโดยตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง ใส่กระเทียมผัดให้เหลืองหอม ใส่เห็ดหอมลงผัด ตามด้วยอกไก่สับ แครอท ฟักทอง และข้าวโพดหวาน ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส เกลือ น้ำตาลทราย และพริกไทยขาวป่น ผัดให้เข้ากัน ใส่แป้งข้าวโพดละลายน้ำ ผัดให้ผักสุกนิ่มเกาะตัวกัน ปิดไฟ ตักออก พักไว้ 2. วางแผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะซ้อนกันสองแผ่น ตักไส้วางบนแผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ม้วนแผ่นแป้งครึ่งหนึ่งให้คลุมไส้ ทาขอบแป้งส่วนที่เหลือด้วยแป้งเปียก ม้วนต่อจนหมดแผ่น นำใบกุยช่ายลวกผูกปลายทั้งสองด้าน วางใส่จานพักไว้และใช้ผ้าชุบน้ำคลุมชักเปี๊ยะไม่ให้แป้งแห้ง 3. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง-แรง เมื่อน้ำมันร้อน นำชักเปี๊ยะลงทอดจนเหลืองทองสวย ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน 4. ทำซอสส้ม โดยนำแยมส้ม น้ำผึ้ง และน้ำส้ม ผสมกันในกระทะ ยกตั้งไฟอ่อน เคี่ยวจนซอสมีความหนืดขึ้นเล็กน้อย ปิดไฟ 5. จัดเสิร์ฟโดยหั่นครึ่งชักเปี๊ยะ จัดใส่จาน บีบซอสส้มรอบๆ ตกแต่งด้วยช่อพาร์สเลย์ เสิร์ฟ     24.01.2019 RECIPE

เนื้อเค็มต้มกะทิ 1. นำเนื้อเค็มมาหั่นแฉลบเป็นเส้นเล็กๆ เตรียมไว้ 2. ตั้งกระทะน้ำมันพืชบนไฟกลาง ใส่น้ำมันพืช รอให้ร้อน นำเนื้อเค็มลงทอดให้เหลืองหอม (โดยทอดให้มันของเนื้อเปลี่ยนเป็นสีเหลือง) ตักเนื้อออกพักไว้ เทน้ำมันทอดออก 3. เทหัวกะทิและหางกะทิลงในกระทะใบเดิม ตั้งบนไฟอ่อน หมั่นคนเพื่อไม่ให้กะทิแตกมัน เมื่อเดือด ใส่หอมแดงซอย โดยเหลือไว้สำหรับโรยหน้าเล็กน้อย ใส่เนื้อเค็ม ปรุงรสด้วยน้ำปลา เกลือ น้ำมะขามเปียก และน้ำตาลมะพร้าว ใส่ใบมะกรูดฉีกและซอย คนให้เข้ากัน ปิดไฟ 4. ตักใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยหอมแดงซอย ใบมะกรูดซอยและพริกขี้หนูสวน เสิร์ฟคู่กับผักสด     18.01.2019 RECIPE

ปลาหมึกทอดซอสไข่เค็ม 1. ทำซอสไข่แดงเค็มโดยใส่ไข่แดงเค็มนึ่ง ซีอิ๊วญี่ปุ่น เกลือ น้ำตาล ผงปาปริก้า และวิปปิ้งครีมลงในโถปั่น ปั่นจนซอสเนียนละเอียดเข้ากัน เทใส่ถ้วย พักไว้ 2. เตรียมปลาหมึกโดยดึงหนวดออกจากตัวปลาหมึก ตัดโคนหนวดพร้อมกับกรีดถุงหมึก บีบตาปลาหมึกออก ล้างให้สะอาด หั่นเป็นแว่นขนาด ½ นิ้ว ใส่แป้งสาลีอเนกประสงค์และเกลือลงในชาม คนให้เข้ากัน นำปลาหมึกลงคลุกให้ทั่ว แล้วนำไปชุบไข่ และเกล็ดขนมปังผสมพาร์สเลย์ตามลำดับ ใส่จานพักไว้ ทำจนหมด 3. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางจนร้อน ใส่ปลาหมึกลงทอดจนสุกเหลือง ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน 4. ทำซัลซาพริกหวานโดยใส่หอมแดง พริกหวานทั้งสองสี  น้ำมะนาว น้ำมันมะกอก เกลือและพริกไทยตามชอบลงในอ่างผสม เคล้าเบาๆให้เข้ากัน  5. จัดปลาหมึกทอดใส่จาน เสิร์ฟกับซอสไข่เค็ม ซัลซาพริกหวาน และเลมอนหั่นซีก   Tips • นึ่งไข่แดงเค็มดิบในลังถึงนานประมาณ 10 นาที     16.01.2019 RECIPE

ไข่มังกร 1. ล้างกุ้งทั้งเปลือกให้สะอาด แกะเปลือก เคล้ากุ้งกับแป้งมันให้ทั่ว เปิดน้ำผ่านเพื่อล้างแป้งมันออก สังเกตจนน้ำที่ผ่านกุ้งใส ซับกุ้งให้แห้ง ผ่าหลังกุ้ง ดึงเส้นดำออก ใช้ปังตอตบเนื้อกุ้งให้แบน ทำจนหมด แล้วสับเนื้อกุ้งพร้อมกับมันหมูจนละเอียด นำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดาจนส่วนผสมเย็นจัด 2.  โขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทยจนละเอียด ใส่เนื้อกุ้งที่สับไว้ แป้งมัน ซีอิ๊วขาว ตำให้ส่วนผสมเหนียวเข้ากัน (ตำจนรู้สึกหนืดๆ) 3. แบ่งส่วนผสมทอดมันกุ้งเป็น ก้อนละ 45 กรัมเท่าๆกัน ปั้นเป็นก้อนกลม ใช้ฝ่ามือกดเป็นแผ่น นำไข่แดงเค็มดิบผ่าครึ่งวางตรงกลาง ห่อและปั้นเป็นก้อนกลม นำไปนึ่งในลังถึงประมาณ 8 นาที 4. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางจนร้อน นำทอดมันกุ้งฉ่อห่อไข่แดงเค็มคลุกแป้งสาลีบางๆ ลงทอดจนสุกเหลือง ตักขึ้นวางบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน จัดใส่จาน โรยกระเทียมเจียวและผักชี เสิร์ฟกับข้าวสวยและน้ำจิ้มไก่   11.01.2019 RECIPE

กุ้งแพ 1. ผสมน้ำพริกแกงเผ็ด แป้งสาลีอเนกประสงค์ แป้งข้าวเจ้า เกลือ น้ำปูนใสและน้ำโซดาในอ่างผสม ใช้ตะเกียบคนส่วนผสมให้พอเข้ากัน ใส่กุ้งฝอยและใบมะกรูดซอยลงไป คนให้เข้ากัน พักแป้งไว้ประมาณ 15 นาที 2. ทำน้ำอาจาด โดยผสม น้ำส้มสายชู น้ำตาลทรายและเกลือป่นในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟกลาง ให้ส่วนผสมละลายและข้นขึ้นเล็กน้อย ปิดไฟ พักให้เย็น ใส่แตงกวา หอมแดงและพริกชี้ฟ้าในถ้วย เตรียมไว้ 3. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง รอให้น้ำมันร้อน (ทดสอบโดยหยอดแป้งลงในน้ำมัน หากแป้งค่อยๆ ฟูขึ้นมาและมีสีเหลือง แสดงว่าน้ำมันร้อนได้ที่แล้ว) ใช้ทัพพีตักส่วนผสมกุ้ง หยอดลงในกระทะน้ำมันให้เป็นแพบางๆ ทอดด้วยไฟกลาง-แรง ทอดให้แป้งกรอบ สีเหลืองทอง ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน ผสมน้ำอาจาดกับแตงกวา หอมแดง และพริกชี้ฟ้าคนให้พอเข้ากัน เสิร์ฟกุ้งแพพร้อมน้ำจิ้มอาจาดและสลัดผลไม้ 26.12.2018 RECIPE