Found 26 results for Tag : นมสด

พันนาคอตตาทับทิม 1. นำแผ่นเจลาตินแช่น้ำเย็นจัดจนนุ่ม พักไว้ ใส่วิปปิ้งครีม นมสด น้ำตาลทราย และผิวส้ม ลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางจนร้อน ใส่เจลาตินและสีผสมอาหาร คนจนเจลาตินละลาย ปิดไฟ พักไว้พออุ่น ฉีดสเปรย์น้ำมันเคลือบด้านในพิมพ์บางๆ เทพันนาคอตต้าใส่พิมพ์ นำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดาอย่างน้อย 3 ชั่วโมง จนเซ็ตตัว 2. ทำซอสทับทิมโดยใส่น้ำทับทิม น้ำตาลทราย และผิวส้ม ลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางจนเดือด ละลายแป้งข้าวโพดกับน้ำเข้าด้วยกัน ใส่ลงในหม้อ คนจนซอสเดือดข้น ยกลงพักไว้จนเย็นสนิท แล้วใส่เมล็ดทับทิม 3. จัดเสิร์ฟโดยคว่ำพันนาคอตต้าออกจากพิมพ์ ราดซอสทับทิม     Tips หากใช้น้ำทับทิมสด ให้แกะเมล็ดทับทิมประมาณ 3 ผล นำไปปั่นจนละเอียด กรองเอาแต่น้ำจะได้น้ำทับทิมสดประมาณ 1½ ถ้วย หรือ 350 กรัม แบ่งน้ำทับทิมครึ่งหนึ่งไปเคี่ยวกับน้ำตาลทราย 120 กรัม และผิวส้ม จนน้ำตาลละลาย ใส่แป้งข้าวโพดละลายน้ำเคี่ยวพอข้น นำมาผสมกับน้ำทับทิมที่เหลือ หากนำน้ำทับทิมทั้งหมดมาตั้งไฟ จะทำให้สีซอสทับทิมหมองลง 30.01.2020 RECIPE

ทรอปิคัลซาวาแรงค์ 1. ทำเค้กซาวาแรงค์โดยใส่แป้งขนมปัง น้ำตาลทราย เกลือป่น และยีสต์ ลงในเครื่องตีเค้ก คนให้เข้ากัน แหวกแป้งเป็นหลุมตรงกลาง ใส่ไข่ไก่และนมสด ตีด้วยหัวตีตะขอความเร็วปานกลางจนส่วนผสมเข้ากันและเป็นเงา ปิดเครื่อง เทส่วนผสมใส่อ่างผสม คลุมด้วยผ้าขาวบางชุบน้ำพอหมาด พักไว้ 15 นาที จนแป้งขึ้นฟูเป็นสองเท่า 2. เตรียมพิมพ์โดยทาเนยนุ่มด้านในพิมพ์ 2 รอบ (รอบแรกทาแล้วนำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดา 5 นาที แล้วนำออกมาทาทับอีกรอบ) กลอกแป้งบางๆให้ทั่ว พักไว้ ใส่เนยละลายลงในส่วนผสมแป้งที่ขึ้นฟู ใช้พายยางหรือที่ผสมแป้ง (scraper) ป้ายส่วนผสมให้เข้ากัน ตักใส่ถุงบีบ บีบส่วนผสมใส่พิมพ์ 1/3 ของพิมพ์ คลุมด้วยผ้าขาวบาง พักไว้ 15 นาที จนแป้งขึ้นฟูเป็นสองเท่า ระหว่างพักแป้ง อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ 3. เมื่อแป้งขึ้นฟู นำเค้กเข้าอบในเตาอบที่อุ่นไว้ประมาณ 15 นาที จนสุก นำออกจากเตาอบคว่ำบนตะแกรง พักไว้จนเย็นสนิท 4. ทำน้ำเชื่อมสำหรับแช่เค้กโดยใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางจน น้ำตาลละลายเคี่ยวต่อประมาณ 15 นาที ปิดไฟ พักไว้ประมาณ 30 นาที แล้วกรองน้ำเชื่อมใส่อ่าง พักไว้ 5. นำเค้กแช่ในอ่างน้ำเชื่อม คอยตักน้ำเชื่อมราดด้านบนเค้กจนฉ่ำ ทดสอบโดยยกเค้กแล้วเนื้อเค้กมีน้ำหนักพอสมควร (ระวังเนื้อเค้กที่ชุ่มเกินไปจะแตกออกจากกัน) นำเค้กเข้าตู้เย็นช่องธรรมดาอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อให้เนื้อเค้กฉ่ำเย็น บีบวิปปิ้งครีมตรงกลางรูเค้ก ตกแต่งด้วยมะม่วง มะละกอ กีวี แก้วมังกร ส้ม และมะเฟือง 28.01.2020 RECIPE

ปูไข่ดองน้ำปลา ปูไข่นึ่งนมสด   วิธีทำปูไข่ดอง 1. นำปูน็อกน้ำแข็งให้หลับ ทำความสะอาดปูโดยเปิดน้ำผ่านตัวปู แล้วใช้แปรงขัดกระดองปูและช่วงตัวให้สะอาด แกะกระดองออกจากตัว ดึงปากปูทิ้ง เปิดน้ำล้างผ่านเบาๆ ขัดส่วนที่มีโคลนให้สะอาด ตัดแต่งกระดองให้เรียบร้อย ส่วนช่วงตัวปู ตัดขาช่วงปลายทิ้ง ทุบก้ามให้แตกเล็กน้อย ดึงไข่ที่อยู่ระหว่างนมปูไปไว้ที่กระดอง วางปูในกล่อง โดยหงายกระดองขึ้น พักไว้ 2. เตรียมน้ำดองโดยใส่น้ำลงในหม้อ ตามด้วยน้ำปลาและน้ำตาลมะพร้าว จากนั้นนำหม้อขึ้นตั้งไฟให้น้ำตาลละลาย พักให้เย็นสนิท 3. ราดน้ำดองลงในกล่องที่ใส่ปูจนท่วมตัวปู ปิดฝากล่อง ดองทิ้งไว้เป็นเวลา 24 ชั่วโมง โดยใส่ตู้เย็นในช่องแช่แช็ง (อุณหภูมิ -5)  4. จัดเสิร์ฟปูไข่ดองกับน้ำจิ้มซีฟู้ด   วิธีทำปูไข่นึ่งนมสด 1. เตรียมปูเช่นเดียวกันกับปูไข่ดอง จัดปูใส่จาน หงายกระดองปูขึ้น 2. ราดนมข้นจืดบนกระดองปู นำไปนึ่ง 6 นาที 3. จัดเสิร์ฟปูไข่นึ่งนมสดกับน้ำจิ้มซีฟู้ด 22.01.2020 RECIPE

บัวลอยไต้หวัน 1. ทำนมขิงโดยใส่น้ำ น้ำตาลทรายแดง และขิงแก่ ลงในหม้อเคี่ยวไฟอ่อน ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ปิดไฟ พักให้เย็น เติมนมสดลงไปคนให้เข้ากัน พักไว้ในตู้เย็น 2. ทำบัวลอยมันม่วงโดยนำเนื้อมันม่วงบดใส่อ่างผสม ใส่แป้งมันสำปะหลังและแป้งข้าวเหนียว นวดจนเนื้อมันละเอียดเข้ากันกับแป้ง เติมน้ำเชื่อมและน้ำ นวดจนเป็นก้อนเดียวกัน คลึงเป็นเส้นยาวๆแล้วใช้มีดตัดเป็นท่อนๆ ใช้นิ้วคลึงให้รูปร่างเป็นท่อนทรงกระบอกมนๆหนา 2.5 เซนติเมตร ทำจนหมดแป้ง  ทำเช่นเดียวกันกับบัวลอยมันเทศ 3. นำบัวลอยที่ปั้นไว้ลงต้มในน้ำเดือดประมาณ 3 นาที จนสุก สังเกตบัวลอยจะลอยขึ้น ตักบัวลอยขึ้นพักในน้ำเชื่อมแช่เย็นเพื่อคลายความร้อน 4. จัดเสิร์ฟโดยใส่น้ำแข็งลงในถ้วย ตามด้วยถั่วแดงกวน ลูกเดือยต้ม ลำไยต้ม เฉาก๊วย บัวลอยมันเทศและบัวลอยมันม่วงใส่ ราดด้วยนมขิง เสิร์ฟ 24.10.2019 RECIPE

ปลาตาเดียวซอสกระเทียมแอนโชวี 1. เตรียมเนื้อปลาตาเดียวโดยนำลงวางบนเขียง ทับด้วยพลาสติกแร็ป ใช้ไม้คลึงแป้งรีดเนื้อปลาให้เป็นแผ่นบางลง เอาพลาสติกออก ม้วนเนื้อปลาเป็นแท่ง กลัดหัวท้ายด้วยไม้ปลายแหลม เตรียมไว้ 2. หั่นเฟนเนลเป็นแว่นตามขวาง 1 นิ้ว ทำให้ได้ 4 ชิ้น ใช้ไม้ปลายแหลมกลัดเอาไว้ไม่ให้เฟนเนลแยกออกจากกัน ตั้งกระทะน้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะบนไฟกลาง บุบกระเทียม 1 กลีบใส่ลงไป ตามด้วยเฟนเนล ปิดไฟกระทะแล้วอบประมาณ 5-6 นาที เติมน้ำได้หากน้ำในกระทะงวด ตั้งไฟจนกระทั่งเฟนเนลสุกกำลังดี  ปิดไฟ พักไว้ในกระทะ 3. ตั้งหม้อนมบนไฟกลางกับกระเทียมที่เหลือ เมื่อนมเดือดให้ลดเป็นไฟอ่อน ต้มนาน 5 นาทีจนเริ่มนุ่ม ระหว่างต้มกระเทียม นำแอนโชวีบดผ่านตะแกรงละเอียด เมื่อกระเทียมนุ่มแล้ว ตักกระเทียมมาบดกับนมที่ใช้ต้มเล็กน้อย ใส่แอนโชวี และน้ำมันมะกอกที่เหลือ  4. ตั้งกระทะน้ำมันมะกอกสองใบพร้อมๆกัน เตรียมไว้ ปรุงรสเนื้อปลาด้วยเกลือพริกไทย นำปลาลงทอดด้านละประมาณ 2 นาทีจนเหลือง แล้วพลิกกลับด้าน ทอดต่ออีก 2 นาที ปิดไฟ พักปลาไว้ในกระทะเพื่อให้เนื้อปลาสุกต่อ 5. จัดปลาใส่จาน วางร็อกเก็ต และมะเขือเทศราชินีที่หัวจาน ผสมส่วนผสมน้ำสลัดเข้าด้วยกัน ปรุงด้วยเกลือพริกไทยตามชอบ ราดซอสกระเทียมแอนโชวี 18.10.2019 RECIPE

ไข่มุกนมสดบราวน์ชูก้าร์ 1. ทำน้ำเชื่อมโดยใส่น้ำและน้ำตาลทรายแดงลงในหม้อ ตั้งบนไฟกลาง ใช้กระบวยคนและเคี่ยวน้ำเชื่อมนาน 10 นาที จนน้ำตาลละลายและเหนียวข้นดี ปิดไฟ พักไว้ให้เย็นสนิท 2. เริ่มทำไข่มุกโดยผสมน้ำตาลทรายแดงกับน้ำร้อน คนให้เข้ากันจนน้ำตาลละลาย พักไว้ ใส่แป้งมันและส่วนผสมน้ำตาลที่ละลายไว้ในข้อ 2 ลงในกระทะเคลือบ ใช้ไม้พายคนผสมให้เข้ากัน  นำกระทะตั้งบนไฟอ่อนค่อนกลาง ค่อยๆกวนแป้งจนเริ่มจับตัวเนียนเป็นก้อนและร่อนออกจากผิวกระทะ ใช้เวลาประมาณ 5-8 นาที แล้วปิดไฟ ตักขึ้น 3. โรยแป้งนวลให้ทั่วพื้นโต๊ะ วางแป้งไข่มุกที่กวนลงบนโต๊ะ ใช้มือนวดส่วนผสมอีกครั้ง เพื่อให้ส่วนผสมเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน (ขั้นตอนนี้ถ้ารู้สึกว่าแป้งแฉะเกินไป ให้ค่อยๆ ใส่แป้งมันสำปะหลังลงไปทีละน้อย) เมื่อนวดแป้งได้ที่แล้ว ก็ปั้นเป็นเม็ดขนาดประมาณเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5 เซนติเมตร อย่าให้ใหญ่มาก เพราะจะใช้เวลาต้มจะพองขึ้นอีก ปั้นจนหมดแป้ง 4. ตั้งหม้อใส่น้ำบนไฟกลางจนเดือด ใส่ไข่มุกที่ปั้นไว้ลงต้มประมาณ 10 นาที หมั่นคน (ไม่อย่างนั้นไข่มุกจะติดกันเป็นก้อน) ปิดไฟ แช่ไข่มุกในหม้อต่ออีก 5 นาที แล้วจึงตักไข่มุกใส่หม้อน้ำเชื่อมที่เตรียมไว้ เพื่อไม่ให้เม็ดไข่มุกติดกันและเพิ่มรสชาติให้ไข่มุกไปในตัว 6. จัดเสิร์ฟโดยตักไข่มุกและน้ำเชื่อมลงในแก้ว ใส่น้ำแข็ง เทนมสดใส่ตามชอบ เสิร์ฟ 05.09.2019 RECIPE

โรลฟักทองแครอท 1. ทำคัสตาร์ดครีมแครอทโดยใส่นมสดและแครอทลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟกลาง ระหว่างนั้นใช้ตระกร้อมือตีไข่แดง น้ำตาลทรายขาวและเกลือป่นรวมกันจนสีอ่อนลง ใส่แป้งข้าวโพด คนให้เข้ากัน พอแครอทเริ่มนิ่ม ปิดไฟ เทส่วนผสมในหม้อใส่เครื่องปั่น ปั่นส่วนผสมนมจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน ค่อยๆเทส่วนผสมนมลงในส่วนผสมไข่แดง คนให้เข้ากัน เทกลับลงหม้อ ยกตั้งบนไฟกลาง กวนจนส่วนผสมข้น ปิดไฟ ใส่เนยสดชนิดจืดและแครอทหั่นเต๋านึ่งสุก คนให้เข้ากัน เทใส่อ่างผสมปิดพลาสติกแร็ป พักไว้ให้เย็น 2. ทำเค้กโรลโดยอุ่นเตาอบไฟบนล่างที่อุณหภูมิ 190 องศาเซลเซียสและปูกระดาษไขด้านในถาดอบ เตรียมไว้ ใส่เนื้อฟักทองนึ่ง น้ำมันพืชและน้ำลงในเครื่องปั่น ปั่นจนส่วนผสมเป็นเนื้อเดียวกัน ใช้ตระกร้อมือตีไข่แดงและน้ำตาลทรายขาว 20 กรัม รวมกันจนสีอ่อนลง เทส่วนผสมฟักทองปั่นลงในอ่างไข่แดง ผสมให้เข้ากันด้วยตะกร้อมือ ใส่แป้งเค้กที่ร่อนไว้ลงไป คนเบาๆให้เข้ากันจนแป้งไม่เป็นเม็ด พักไว้ 3. ตีไข่ขาวในอ่างผสมด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าความเร็วปานกลางจนเริ่มเป็นฟองหยาบๆ ค่อยๆใส่น้ำตาลทรายขาว 40 กรัม ทีละน้อยจนหมด ตีจนไข่ขาวตั้งยอดอ่อนและมันวาว แบ่งไข่ขาว1/3 ส่วนลงตะล่อมกับส่วนผสมไข่แดงจนเข้ากัน เททั้งหมดกลับลงในอ่างไข่ขาวที่เหลือตะล่อมจนเป็นเนื้อเดียวกัน เทเนื้อเค้กลงในถาดอบ ใช้พายยางเกลี่ยส่วนผสมให้เรียบเสมอกัน นำเข้าอบประมาณ 10 นาทีหรือจนเค้กสุก (ทดสอบโดยใช้ไม้ปลายแหลมจิ้มแล้วไม่มีเนื้อเค้กติดขึ้นมา) นำเค้กออกจากเตาอบคว่ำลงบนตะแกรง ลอกกระดาษไขออกทันที วางกระดาษไขบนเค้กเหมือนเดิม พักเค้กไว้จนเย็นสนิท 4. ทำคัสตาร์ดครีมแครอทต่อโดยตีวิปปิ้งครีมในอ่างผสมด้วยตะกร้อมือจนขึ้นฟูตั้งยอดแข็ง ตะล่อมวิปปิ้งครีมกับคัสตาร์ดข้อ 1ให้เข้ากัน พักไว้ 5. ประกอบโรลเค้กโดยนำตะแกรงประกบเนื้อเค้กพลิกเอาด้านที่เป็นสีน้ำตาลขึ้นด้านบน ปาดครีมคัสตาร์ดให้ทั่วเนื้อเค้ก หนาประมาณ 2 มม. วางไม้คลึงแป้งด้านล่างขอบกระดาษไข ประครองเนื้อเค้กขึ้นแล้วม้วนไปด้านหน้า ม้วนเค้กเป็นโรลกลมแน่น โดยดึงกระดาษไขล่างไปด้านหน้าแล้วใช้ไม้บรรทัดสอดใต้โรลดันม้วนเค้กเข้าหาตัวให้แน่น ม้วนปิดด้านข้างให้มิดชิด นำเค้กโรลแช่ในช่องแช่เย็นนาน 1-2 ชั่วโมงเพื่อให้ครีมเซ็ตตัว 6. ก่อนจัดเสิร์ฟ โรยด้วยน้ำตาลไอซิ่งด้านบน ตัดเป็นชิ้น เสิร์ฟ 27.08.2019 RECIPE

วาฟเฟิลกับไก่ทอด 1. ทำแป้งวาฟเฟิลโดยร่อนแป้งสาลี ผงฟู และเกลือเข้าด้วยกันในอ่างผสม พักไว้ 2. เตรียมภาชนะอีกใบ ผสมนํ้าตาลกับไข่แดง ตีให้เข้ากันด้วยตะกร้อ ใส่นมสด เนยละลาย และกลิ่นวานิลลา คนด้วยตะกร้อให้เข้ากัน 3. จากนั้นเทส่วนผสมนมลงในอ่างแป้งที่ร่อนไว้ คนให้เข้ากันด้วยตะกร้อ ปิดหน้าอ่างผสมด้วยพลาสติกแรป พักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาอย่างน้อย 3 ชั่วโมง 4. นำส่วนผสมแป้งออกจากตู้เย็น พักไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 10 นาที คนด้วยตะกร้อให้ส่วนผสมไม่จับตัวเป็นก้อน อุ่นเครื่องทำวาฟเฟิลโดยใช้ไฟกลาง ระหว่างนั้นตีไข่ขาวในอ่างผสมอีกใบจนกระทั่งตั้งยอดอ่อน ค่อยๆตักแบ่งไข่ขาวลงผสมกับส่วนผสมแป้ง  ตะล่อมเบาๆ ให้เข้ากันด้วยพายยาง เมื่อเครื่องทำวาฟเฟิลร้อนได้ที่ ตักแป้งวาฟเฟิล 3/4 ถ้วยใส่พิมพ์  ปิดฝา อบนาน 3 นาทีหรือจนกระทั่งสุก (ดูวิธีการใช้เครื่องทำวาฟเฟิลแต่ละยี่ห้อ) นำวาฟเฟิลออกวางพักไว้บนตะแกรง 5. ทำไก่ทอดโดยหมักไก่กับนมสด นาน 15 นาที ผสมแป้งทอดกรอบ พริกคาเยน ผงกระเทียม และพริกไทยขาว คนให้เข้ากัน สะเด็ดชิ้นไก่ขึ้นจากนมสด ใส่ลงในส่วนผสมแป้ง คลุกเคล้าเบาๆ เคาะแป้งส่วนเกินออกเล็กน้อย ใส่จาน พักไว้ 6. ตั้งกระทะน้ำมันปาล์มบนไฟกลาง พอร้อน ใส่ไก่ลงทอด จนพอสุก เหลืองกรอบ ไม่อมน้ำมัน ตักใส่ตะแกรง พักให้สะเด็ดน้ำมัน 7. จัดวาฟเฟิลใส่จาน วางไก่ทอด ราดด้วยเมเปิลไซรัป เสิร์ฟกับเนยและโคลสลอว์ 03.07.2019 RECIPE

วาฟเฟิลกับไซรัปคอฟฟี่วานิลลา ทำไซรัปคอฟฟี่วานิลลาโดยเคี่ยวน้ำและน้ำตาลในหม้อจนข้น ประมาณ 10 นาที ใส่ผงกาแฟ คนให้ละลายเข้ากัน กรีดฝักวานิลลาตามยาว เอาเมล็ดออก แล้วใส่ลงในน้ำเชื่อม ปิดไฟพักไว้ให้น้ำเชื่อมมีกลิ่นวานิลา  ทำเมเปิลบัตเตอร์โดยตีเนย เมเปิลไซรัป น้ำตาลไอซิ่ง และเกลือ ในอ่างผสมด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าจนฟู นำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดารอไว้ ทำวาฟเฟิลโดยใส่แป้งสาลี ผงฟู น้ำตาล เกลือ ไข่แดง นมสด และเนยละลายลงในอ่างผสม คนด้วยตะกร้อให้เข้ากัน พักไว้ ตีไข่ขาวในอ่างผสมอีกใบจนตั้งยอดแข็ง  นำไปตะล่อมผสมกับส่วนผสมแป้ง อุ่นเครื่องทำวาฟเฟิลประมาณ 3-5 นาทีจนร้อนได้ที่ ตักแป้งวาฟเฟิลหยอดในเครื่องพอประมาณ ปิดฝา รอให้วาฟเฟิลสุก ไฟที่เครื่องจะแสดงเป็นสีเขียว (ขึ้นอยู่กับรุ่นของเครื่องทำวาฟเฟิล ควรอ่านคู่มือก่อนใช้งาน) เปิดฝา นำวาฟเฟิลออกจากพิมพ์ วางพักไว้บนตะแกรงก่อน (ถ้าวางไว้บนจานขณะยังร้อนจะทำให้วาฟเฟิลแฉะ) จัดวาฟเฟิลใส่จาน เสิร์ฟกับเมเปิลบัตเตอร์ ราดไซรัปคอฟฟี่วานิลลา เสิร์ฟทันที                 24.06.2019 RECIPE

เครปเนื้อซาวร์ครีมสไปซี่ 1. ทำแป้งเครปโดยใส่แป้งสาลีอเนกประสงค์ และเกลือป่นลงในอ่างผสม ใช้ตะกร้อคนพอเข้ากัน ใส่ไข่ไก่ นมสด  น้ำ และเนยละลายในอ่างผสมอีกใบ คนพอเข้ากัน เทส่วนผสมไข่ไก่ลงในอ่างแป้งช้าๆ คนด้วยตะกร้อจนเป็นเนื้อเดียวกันและแป้งไม่จับตัวเป็นเม็ด ปิดอ่างแป้งเครปด้วยพลาสติกแร็ป นำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดาอย่างน้อย 30 นาที  2. ทำไส้เนื้อสับโดยตั้งกระทะน้ำมันพอร้อน ใส่หอมใหญ่ กระเทียม พริกชี้ฟ้าลงผัดจนมีกลิ่นหอม ใส่เนื้อวัวบด ผัดต่อจนเนื้อแห้ง ใส่ยี่หร่า ไธม์ ออริกาโน คาร์เยนเปเปอร์ ผัดให้เข้ากัน ตามด้วยมะเขือเทศ เคี่ยวให้งวดลงครึ่งหนึ่ง ใส่แตงกวาดอง ปรุงรสด้วยเกลือ พักไว้ 3. ทำซาวร์ครีมสไปซี่โดยผสมซาวร์ครีม ซอสพริก และยี่หร่า คนให้เข้ากัน 4. จัดเสิร์ฟโดยตั้งกระทะเครปทาเนยละลายเล็กน้อยบนไฟกลาง ตักแป้งเครปหยอดใส่กระทะ กลอกแป้งเครปให้ทั่วกระทะจนแป้งเป็นแผ่นบาง กลับอีกด้าน ทอดต่อจนสุก ตักขึ้นพักไว้บนตะแกรง ทำจนหมด ตักไส้เนื้อใส่ในแผ่นแป้ง ม้วนเป็นแท่ง จัดใส่จาน ราดซาวร์ครีมสไปซี่ เสิร์ฟกับร็อกเกต   24.06.2019 RECIPE

แพนเค้กบัตเตอร์นัทสควอชชีสนมแพะ 1. อุ่นเตาอบทอุณหภูมิ 200 องศาเซียส ใส่บัตเตอร์นัทควอชและกระเทียมในถาดอบ ราดน้ำมันมะกอก ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยเล็กน้อย นำเข้าอบนาน 25 นาทีจนสุกนุ่ม นำออกพักไว้ 2. ทำแพนเค้กโดยผสมแป้งสาลี ผงฟู เบกกิ้งโซดา และเกลือป่นในอ่างผสม ใช้ตะกร้อคนให้เข้ากัน ต่อยไข่ไก่ใส่ตรงกลาง ค่อยๆเทนมลงไป ตามด้วยบัตเตอร์มิลค์ และเนยละลายทั้งหมด คนจนส่วนผสมเป็นเนื้อเดียวกัน พักแป้งไว้ในตู้เย็นประมาณ 30 นาที 3. นำแป้งออกจากตู้เย็น ใส่บัตเตอร์นัทสควอชประมาณ 2/3 ของทั้งหมดลงไป บีบเอาเนื้อกระเทียมด้านในที่นุ่มลงไป ตามด้วยชีสนมแพะ ตะล่อมเบาๆให้เข้ากัน  4. ตั้งกระทะเคลือบบนไฟกลาง ทากระทะด้วยเนยบางๆ ตักแป้งเแพนเค้กหยอดประมาณ ¼ ถ้วย เมื่อแป้งเริ่มเป็นรูๆ พลิกกลับทอดต่ออีกด้านประมาณ 1 นาที ตักขึ้นวางพักไว้บนตะแกรง ทำจนหมดแป้ง 5. เสิร์ฟจัดแพนเค้กร้อนๆใส่จาน ตักบัตเตอร์นัทควอชที่เหลือหยอดหน้า โรยด้วยชีสนมแพะ และงาดำ ตกแต่งด้วยใบออริกาโน   หมายเหตุ - ชีสนมแพะมีรสและกลิ่นเฉพาะตัว ถ้าใครไม่ชอบสามารถเปลี่ยนเป็นครีมชีสได้ในสัดส่วนที่เท่ากัน - สามารถใช้ฟักทองแทนบัตเตอร์นัทควอทซ์ได้      24.06.2019 RECIPE

โพเลนตาฟรายส์ 1. ตั้งหม้อน้ำ นม และเกลือ บนไฟกลาง พอเดือดค่อยๆ เทโพเลนตาลงเป็นสายช้าๆ ใช้ตะกร้อคนตลอดเวลา เทจนหมด เคี่ยวโพเลนตาต่อประมาณ 10 นาที จนสุกข้น ใส่เนยและเชดดาร์ชีส ปิดไฟ เทใส่ถาดที่ปูด้วยพลาสติกแร็ปหรือกระดาษไขทนความร้อน เกลี่ยให้เรียบ พักไว้จนเย็นสนิท นำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดานาน 2 ชั่วโมง  2. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส ระบบพัดลมบนล่าง เตรียมไว้ ทาน้ำมันมะกอกให้ทั่วถาดอบ ตัดโพเลนตาเป็นแท่งขนาดเท่ามันฝรั่งทอด นำไปวางเรียงบนถาดอบที่เตรียมไว้ โรยน้ำมันมะกอกอีกรอบ อบนานประมาณ 40 นาที จนเหลืองกรอบ (ด้านละ 10 นาที) นำออกพักไว้บนตะแกรง 3. ทำซอสดิปมะเขือเทศโดยตั้งกระทะน้ำมันมะกอกบนไฟกลาง ใส่มะเขือเทศและกระเทียมลงผัดจนหอม พอมะเขือเทศเริ่มแห้ง ใส่ใบโหระพา ผัดพอเข้ากัน นำไปปั่นจนละเอียด ปรุงรสด้วยน้ำตาล เกลือ พริกไทยป่น และพริกป่นตามชอบ  4. จัดเสิร์ฟโพเลนตาฟรายส์ร้อนๆ กับซอสดิปมะเขือเทศ 22.02.2019 RECIPE

บิงซูบัวลอยมะพร้าวอ่อนซอสไข่เค็ม 1. เตรียมน้ำแข็งนมสดโดยเฉาะมะพร้าวอ่อน เทน้ำมะพร้าวอ่อน 2 ถ้วยผสมกับนมสด คนให้เข้ากัน นำไปใส่พิมพ์น้ำแข็งที่มากับเครื่องทำน้ำแข็งไส นำเข้าตู้เย็นช่องแช่แข็ง รอให้เซ็ตตัว ส่วนเนื้อมะพร้าวอ่อนใช้ช้อนหรือที่ขูดมะพร้าวขูดเป็นแผ่นๆ เตรียมไว้ 2. ทำบัวลอยโดยผสมแป้งข้าวเหนียวและน้ำ นวดจนได้เนื้อแป้งนิ่มเนียน แบ่งเป็นสองส่วน ใส่สีผสมอาหารสีเหลืองและสีส้ม นวดให้เนียนเข้ากัน ปั้นแป้งบัวลอยป็นลูกขนาด 1 ซม. เตรียมไว้ 3. ตั้งหม้อน้ำบนไฟแรงจนเดือด ใส่บัวลอยที่ปั้นลงต้มจนสุก สังเกตจากเม็ดบัวลอยจะขึ้น ตักขึ้นพักในน้ำเย็นสักครู่แล้วตักออกใส่น้ำเชื่อมที่เตรียมไว้  4. ทำซอสไข่เค็มหวานโดยใส่นมสดและนมข้นหวานลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟพอเดือด ปิดไฟ ใส่ไข่แดงเค็มนึ่งลงในโถเครื่องปั่น เทส่วนผสมนมร้อนๆลงไป ปั่นจนเนียนละเอียดเข้ากัน ถ้าไข่แดงยังเป็นเม็ดอยู่เล็กน้อยไม่เป็นไร  5. จัดเสิร์ฟโดยถอดน้ำเเข็งนมสดออกจากพิมพ์ ใส่ลงในเครื่องทำน้ำแข็งไส กดปั่นจนได้เกล็ดน้ำแข็งละเอียดใส่ชาม วางเนื้อมะพร้าวอ่อนรอบๆน้ำแข็ง หยอดบัวลอยด้านบน เมื่อจะรับประทาน ราดด้วยซอสไข่เค็มหวาน     Tips: - นึ่งไข่แดงเค็มดิบในลังถึงนานประมาณ 10 นาที 16.01.2019 RECIPE

พุดดิ้งขนมปังแครนเบอร์รี 1. หั่นขนมปังเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาด 1 นิ้ว แบ่งใส่ในถ้วยกระเบื้อง 5 ถ้วยเท่าๆ กัน 2. เตรียมส่วนผสมสำหรับแช่ขนมปังโดยใส่เนยละลาย ไข่ไก่ นมสด วิปปิ้งครีม น้ำตาลทราย เกลือ และกลิ่นวานิลลา ลงในอ่างผสม ใช้ตะกร้อคนให้เข้ากัน เทส่วนผสมราดบนขนมปังให้ทั่วทุกถ้วย โรยด้านบนด้วยแครนเบอร์รีและพีแคน พักไว้ประมาณ 15 นาที จนส่วนผสมนมสดซึมเข้าขนมปัง (แช่ไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาข้ามคืน จะทำให้พุดดิ้งเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน) 3. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ นำเบรดพุดดิ้งเข้าอบในเตาอบที่อุ่นไว้ อบนาน 25 นาที จนสุก (ทดสอบโดยใช้ไม้ปลายแหลมจิ้มแล้วไม่มีส่วนผสมของเหลวติดขึ้นมา) เสิร์ฟร้อนๆ กับไอศกรีมหรือซอสวานิลลา   11.07.2018 RECIPE

กุ้งนึ่งนมสดแปะก๊วย 1. ผสมไข่ไก่ นม ซีอิ๊วขาว และพริกไทย ในอ่างผสม คนให้เข้ากัน กรองด้วยผ้าขาวบาง เตรียมไว้ 2. ล้างกุ้งให้สะอาด แกะเปลือกออกให้หมด เคล้าแป้งมันพอเคลือบทั่ว เปิดน้ำก๊อกให้ไหลผ่านเบาๆ จนน้ำใส (จะทำให้เนื้อกุ้งกรอบเด้ง) ประมาณ 5 นาที ล้างแป้งมันออก ผ่าหลังดึงเส้นดำออก เตรียมไว้ 3. จัดเสิร์ฟโดยวางชิ้นกุ้งลงในช้อน เสียบด้วยบรอกโคลี 1 ก้าน ตักส่วนผสมไข่และนมที่เตรียมไว้ใส่ลงในช้อน นำไปนึ่งในชั้นลังถึงบนหม้อน้ำเดือดจัด โดยเมื่อใส่อาหารลงนึ่งให้ลดเป็นไฟอ่อน เพื่อให้หน้าไข่ตุ๋นเรียบสวยประมาณ 10 นาที หรือจนกุ้งและไข่สุก นำขึ้นจากลังถึง จัดช้อนวางบนจานเสิร์ฟ วางแปะก๊วยช้อนละ 1 เม็ด หยดน้ำมันงาเล็กน้อยบนไข่ตุ๋น โรยต้นหอมซอย เสิร์ฟทันที   สูตรอาหารโดย กรณิศ รัตนามหัทธนะ 08.03.2018 RECIPE

โครเกตต์ไก่ 1. ตั้งกระทะบนไฟกลาง ใส่เนยกับหอมใหญ่ลงผัดจนสุกนุ่ม ใส่กระเทียมและเนื้อไก่ ผัดจนไก่สุก โรยแป้งสาลีให้ทั่วกระทะ ผัดจนแป้งเกาะเนยและเนื้อไก่ในกระทะ ผัดนานประมาณ 2 นาที จนส่วนผสมเริ่มสุกข้น และเริ่มแห้งค่อยๆใส่นมทีละน้อย ผัดจนส่วนผสมกลับมาแห้งเหมือนเดิม ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยตามชอบ ปิดไฟ ตักส่วนผสมเกลี่ยใส่ถาดเพื่อให้คลายความร้อนอย่างรวดเร็ว พักไว้ 2. ตักเนื้อโครเกตต์ที่เตรียมไว้ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ปั้นเป็นก้อนกลม ใส่ถาดเรียงไว้ ชุบโครเกตต์ด้วยแป้งสาลีไข่ไก่ และเกล็ดขนมปัง ตามลำดับ ทำจนหมด ใส่ถาด พักไว้ 3. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง พอน้ำมันร้อนได้ที่ (ทดลองโดยใส่เกล็ดขนมปังลงไป แล้วเกล็ดขนมปังดีดตัวขึ้นจากน้ำมัน) นำโครเกตต์ที่เตรียมไว้ลงทอดจนมีสีเหลืองและกรอบ ตักขึ้นพักไว้บนตะแกรง ซับด้วยกระดาษทิชชูแผ่นหนาอีกที 4. จัดเสิร์ฟโดยจัดผักสลัดที่หัวจาน วางโครเกตต์ เสิร์ฟกับวูสเตอร์ซอส   Tips รูส์ในสูตรนี้ช่วยให้เนื้อไก่และส่วนผสมอื่นๆ ในโครเกตต์เกาะตัวกัน และปั้นเป็นก้อนได้ 08.03.2018 RECIPE