Found 35 results for Tag : น้ำปลา

แกงนางลอย 1. โขลกกระเทียม รากผักชีและพริกไทยขาว เข้าด้วยกันพอหยาบ หมักหมูสับด้วยเครื่องที่โขลกไว้ ตามด้วยเกลือสมุทร คลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ 15 นาทีในตู้เย็นช่องธรรมดา 2. ทำน้ำพริกแกงเผ็ดโดยโขลกลูกผักชี ยี่หร่า และพริกไทยให้ละเอียด ตักใส่ถ้วย พักไว้ โขลกพริกแห้งกับเกลือเข้าด้วยกัน ใส่ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด และรากผักชี โขลกให้เป็นเนื้อเดียวกันโดยใส่ทีละอย่างตามลำดับ ใส่กระเทียม หอมแดง โขลกให้เข้ากัน ตามด้วยเครื่องเทศที่โขลกไว้ และกะปิ โขลกต่อจนเป็นเนื้อเดียวกัน ตักใส่ถ้วย พักไว้ 3. ใช้มีดกรีดพริกหยวกตามแนวยาว เอาไส้พริกหยวกออก ทำจนหมด นำหมูที่หมักไว้ ยัดไส้เข้าไปจนเต็ม นำไปนึ่งบนลังถึง นาน 5 นาทีพอให้ไส้ตึงตัว 4. ตั้งกระทะบนไฟกลาง ใส่หัวกะทิ ½ ถ้วย ตามด้วยน้ำพริกแกงเผ็ด ผัดจนพริกแกงหอม ตามด้วยหัวกะทิที่เหลือ พริกหยวกยัดไส้ เคี่ยวต่อประมาณ 5 นาทีพอให้น้ำแกงซึมเข้าพริกหยวกและไส้สุกดี ปรุงรสด้วยน้ำตาลมะพร้าว และน้ำปลา ปิดไฟ ตักใส่จาน ตกแต่งด้วยใบมะกรูดซอยและพริกชี้ฟ้าแดงหั่นเส้น 09.09.2019 RECIPE

ข้าวเหนียวหมูฝอย 1. นึ่งข้าวเหนียวขาวโดยซาวข้าวเหนียวให้สะอาด แล้วแช่น้ำไว้นานอย่างน้อย 6 ชั่วโมง ใส่ข้าวเหนียวในหวดไม้ไผ่ หรือใส่ผ้าขาวบางนึ่งในลังถึง ปิดฝา นึ่งนาน 30 นาที ระหว่างนึ่งให้หมั่นกลับเพื่อให้ข้าวเหนียวสุกทั่ว 2. นึ่งข้าวเหนียวดำ โดยผสมข้าวเหนียวดำและข้าวเหนียวขาวเข้าด้วยกันในอ่างผสมซาวให้สะอาด ใส่น้ำให้ท่วม แช่ไว้อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง ใส่ข้าวเหนียวในหวดไม้ไผ่ หรือใส่ผ้าขาวบาง นึ่งในลังถึง ปิดฝา นึ่งนาน 40 นาที ระหว่างนึ่งให้หมั่นกลับ พรมน้ำเล็กน้อยให้ข้าวเหนียวสุกทั่ว                                                               3. ต้มเนื้อหมูทั้งชิ้น ให้สุกนุ่ม นาน 20 นาที นำขึ้นมาทุบแล้วฉีกเป็นชิ้นฝอยๆ เตรียมไว้ 4. ทำน้ำตาลเคี่ยวสำหรับผัดหมูฝอยโดยเคี่ยวน้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย ซอสปรุงรส และน้ำปลา ในกระทะทองด้วยไฟอ่อน หมั่นคน เคี่ยวจนน้ำตาลละลายข้นเหนียว ใส่หมูฉีกฝอยลงผัดคลุกให้เข้ากัน หยอดน้ำมันเล็กน้อย คั่วจนแห้ง โรยหอมเจียว 5. จัดใส่ถ้วย เสิร์ฟกับข้าวเหนียวนึ่งร้อนๆ 25.06.2019 RECIPE

ลาบไก่ 1. ล้างเนื้อไก่ให้สะอาด แล่เอาเฉพาะเนื้อ เก็บหนังและกระดูกไว้ หั่นเนื้อไก่เป็นชิ้นเล็กๆ สับด้วยมีดบังตอแค่พอหยาบๆ ใส่ลงในอ่างผสม ใส่น้ำมะนาว มะกอกป่า และเกลือ นวดจนเข้ากันดี สังเกตสีเนื้อไก่จะอ่อนลง เมื่อนวดจนได้ที่ นำเนื้อไก่มาปั้นเป็นก้อนกลม บีบเอาน้ำรสเปรี้ยวออกจากเนื้อไก่จนเนื้อหมาดเก็บน้ำที่คั้นไว้ จะได้ปริมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ 2. ทำน้ำนัวโดยต้มน้ำในหม้อด้วยไฟกลาง รอให้น้ำเริ่มเดือด ใส่เกลือ ตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด น้ำปลาร้ารำ โครงไก่ และหนังไก่ลงต้มจนน้ำเดือดจัดอีกครั้ง ช้อนฟองทิ้ง ใส่ตับ กึ๋น ไส้ และหัวใจ ลงลวกนานประมาณ 2-3 นาที แค่พอสุก ตักขึ้น พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ ใส่ถ้วยพักไว้ ต้มน้ำลวกเครื่องในต่อประมาณ 20 นาที จนมีกลิ่นหอมเครื่องสมุนไพรปิดไฟ กรองน้ำต้มเครื่องในและหนังไก่เก็บไว้หั่นเป็นชิ้นพอคำ ใส่รวมกับเครื่องในลวก 3. ใส่น้ำที่คั้นได้จากเนื้อไก่ลงในหม้อ ตั้งบนไฟกลางค่อนข้างแรง รอให้เดือด ใส่เนื้อไก่สับ และน้ำนัว ¼ ถ้วย ลงในหม้อ คนเร็วๆ ให้เนื้อไก่เริ่มสุก และน้ำงวดลงเล็กน้อย ใส่หนังไก่และเครื่องในลวกลงผสม คนพอทั่ว ปิดไฟ ตักเนื้อไก่และเครื่องในลงในอ่างผสมพักไว้สักครู่ 4. เมื่อเนื้อไก่และเครื่องในเริ่มอุ่น ปรุงรสด้วยพริกป่น น้ำปลา และข้าวคั่ว คลุกเคล้าให้เครื่องปรุงทั้งหมดเข้ากันทั่ว ใส่ต้นหอมซอย ผักชีฝรั่งซอย หอมแดงซอย และใบมะกรูดซอย คนเร็วๆพอเข้ากันอีกครั้ง ชิมรสให้เค็ม เผ็ด เปรี้ยว 5. ตักใส่จาน โรยใบสะระแหน่ เสิร์ฟกับข้าวเหนียวนึ่ง 30.05.2019 RECIPE

ลาบปูนา 1.นำปูมาหักเล็บแกะกระดองออกตักมันปูที่ติดอยู่ในกระดองใส่ถ้วยแยกไว้ แกะเอานมปูทิ้ง หักปูให้เป็นชิ้นเล็กๆ ล้างให้สะอาด ปั่นด้วยเครื่องปั่นไฟฟ้า กรองด้วยกระชอนเอากากออก จะได้น้ำปูปริมาณ 2 ถ้วย ใส่ลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟอ่อนจนเดือด หมั่นคนไม่ให้ไหม้ก้นหม้อ (จะได้เนื้อปูที่มีลักษณะคล้ายหมูสับ) ใส่มันปูลงผสมคนให้เข้ากัน เคี่ยวจนเนื้อปูสุกทั่ว ปิดไฟ ตักใส่อ่างผสม พักไว้ 2. ใส่พริกป่น น้ำปลา น้ำมะนาว และข้าวคั่ว ลงในอ่างผสมเนื้อปู คนเคล้าให้เข้ากัน ใส่ผักชีฝรั่งซอยต้นหอมซอย หอมแดงซอย และใบมะกรูดซอย คนเบาๆแค่พอเข้ากันอีกครั้ง 3. ตักใส่จาน โรยพริกขี้หนูอีสานและยอดสะระแหน่ เสิร์ฟกับผักสด 30.05.2019 RECIPE

ยำใบตำลึงทอดกรอบ 1. ล้างยอดและใบตำลึง ใส่พักในตะแกรงให้สะเด็ดน้ำ  2. ตั้งน้ำให้เดือด นำเนื้อกุ้งลงลวกจนสุก ตักขึ้นพักไว้ 3. ทำน้ำยำโดยผสมใส่น้ำพริกเผา น้ำปลา น้ำตาลมะพร้าว และหัวกะทิลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางเคี่ยวประมาณ 5 นาทีให้งวดและข้นเล็กน้อย ปิดไฟ ใส่น้ำมะนาวและพริกขี้หนู คนพอทั่ว พักไว้ 4. ทำแป้งชุบทอดโดยใส่แป้งทอดกรอบและแป้งข้าวเจ้าลงในอ่างผสม ค่อยๆเทน้ำเย็นลงไป ใช้ตะกร้อคนให้เข้ากันและแป้งไม่จับตัวเป็นก้อน 5. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางจนร้อน นำใบและยอดตำลึงชุบแป้งให้ทั่ว ใส่ลงทอดให้สุกกรอบ ตักขึ้นวางบนกระดาษซับน้ำมัน  6. จัดเสิร์ฟโดยผสมน้ำยำกับกุ้งลวก ตักใส่ถ้วย ส่วนใบตำลึงทอดจัดใส่จาน เวลารับประทานจึงจะราดน้ำยำ 08.05.2019 RECIPE

บิงซูมะม่วงน้ำปลาหวาน 1. ทำน้ำแข็งน้ำปลาหวานโดยใส่น้ำตาลมะพร้าว น้ำปลา และน้ำลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง รอให้เดือดและน้ำตาลละลายดี ปิดไฟ เทใส่ถ้วยเล็กหรือพิมพ์ทรงสูง แช่ตู้เย็นช่องแช่แข็งนาน 6 ชั่วโมงหรือข้ามคืนจนเซ็ตตัวเป็นน้ำแข็ง 2. ทำซอสน้ำปลาหวานโดยผสมน้ำตาลมะพร้าว น้ำปลา กะปิ และน้ำรวมกันในหม้อ เคี่ยวด้วยไฟกลางจนซอสขข้นหนืด ปิดไฟ พักให้หายร้อน ใส่หอมแดง กุ้งแห้งฝอย พริกจินดาซอย คนให้เข้ากัน พักไว้ 3. จัดเสิร์ฟโดยนำน้ำแข็งน้ำปลาหวานใส่ในเครื่องทำน้ำแข็งไส ปั่นน้ำแข็งออกมาใส่ถ้วยที่เตรียมไว้ วางมะม่วงเปรี้ยวหั่นเต๋ารอบๆฐานบิงซู  ราดด้านบนด้วยซอสน้ำปลาหวาน เสิร์ฟพร้อมซอสน้ำปลาหวาน 10.04.2019 RECIPE

ยำหมึกย่าง 1. โขลกกระเทียมไทยและพริกจินดาแดง พอหยาบ ตักใส่อ่างผสม 2. ใส่น้ำปลา น้ำตาลมะพร้าว น้ำมะนาว และน้ำกระเทียมดอง คนให้เข้ากันจนน้ำตาลละลาย เทใส่ถ้วยเตรียมไว้ 3. เตรียมหมึกโดยดึงหนวดออกจากตัวหมึก ตัดโคนหนวดพร้อมกับกรีดถุงหมึก บีบตาหมึกออก ล้างให้สะอาด ซับน้ำให้แห้งพักไว้ 4. ทำน้ำหมักหมึก โดยใส่ซีอิ๊วดำหวาน ผงขมิ้น และน้ำเย็นลงในอ่างผสม คนให้เข้ากันดี ใส่หมึกลงหมัก นาน 15 - 30 นาที นำขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ นำไปย่างบนกระทะ ด้วยไฟกลาง พอสุก นำมาหั่นเป็นชิ้นพอคำ พักไว้ 5. ใส่หมึกย่างลงในอ่างผสม หอมใหญ่ มะเขือเทศ ขึ้นฉ่าย และน้ำยำกระเทียมดองลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักใส่จาน ตกแต่งด้วยยอดขึ้นฉ่าย พร้อมเสิร์ฟ 11.03.2019 RECIPE

ยำหอยแครงทรงเครื่อง 1. ทำน้ำยำโดยการสับกระเทียมและพริกขี้หนู ใส่ในอ่างผสม ใส่น้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาล และน้ำพริกเผา ให้ส่วนผสมเข้ากันและน้ำตาลละลาย พักไว้ 2. เตรียมหอยแครงโดยใส่หอยแครงลงในอ่าง ใส่น้ำพอท่วมหอย ซาวเร็วๆเพื่อล้างดินออกให้สะอาด เทน้ำทิ้ง จากนั้นใส่น้ำลงไปใหม่พอท่วม ใส่พริกขี้หนูบุบ 2-3 เม็ด แช่สักครู่ให้หอยคายดินออกจนหมด ซาวน้ำอีก 2-3 ครั้งจนน้ำใสสะอาด จากนั้นสงขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ 3. ตั้งน้ำให้เดือด ใส่ตะไคร้ เพื่อดับกลิ่นคาว ใส่หอยลงลวกนาน 1 นาทีครึ่ง ตักขึ้นช็อคน้ำเย็นทันที นำมาพักให้สะเด็ดน้ำ แกะหอย เอาแต่เนื้อใส่ถ้วยเตรียมไว้ 4. ใส่หอยเนื้อหอยแครงลวกลงในอ่างผสม ใส่ตะไคร้ หอมแดง พริกจินดาแดง ใบสะระแหน่และน้ำยำพริกเผา คลุกเคล้าให้พอเข้ากัน ตักใส่จาน ตกแต่งด้วยยอดสะระแหน่ พร้อมเสิร์ฟ 11.03.2019 RECIPE

ไก่บ้านต้มน้ำปลา 1. เตรียมไก่บ้านโดยใช้มีดตัดส่วนเท้าและส่วนหัวไก่ทิ้ง กรีดผ่าท้อง ควักเอาเครื่องในออกให้หมด เปิดน้ำผ่านล้างด้านในและด้านนอกให้สะอาด 2. ทำไก่ต้มน้ำปลาโดยตั้งน้ำพอร้อน ใส่น้ำปลา เกลือ น้ำตาลมะพร้าวลงไป พอส่วนผสมทั้งหมดละลายดี ใส่ไก่บ้านลงไป ตามด้วยสมุนไพรทั้งหมด เมื่อน้ำเดือด หมั่นช้อนฟองทิ้ง แล้วหรี่ไฟลงเคี่ยวประมาณ 40 นาที จนไก่สุกนุ่ม ยกขึ้นพักไว้ให้คลายอุณหภูมิประมาณ 10 นาที (ระหว่างพักสามารถใช้น้ำมันทาหนังไก่เพื่อไม่ให้หนังไก่แห้ง) 3. ทำน้ำจิ้มไก่ต้มน้ำปลาโดยโขลกรากผักชี ใบผักชี กระเทียม หอมแดง และพริกขี้หนูสวนจนละเอียด ใส่น้ำปลา น้ำะมะนาว และน้ำตาล คนให้น้ำตาลละลายจนเข้ากัน 4. หั่นไก่ต้มน้ำปลาเป็นชิ้นๆ จัดลงจาน ตกแต่งด้วยใบผักชี จัดเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มไก่ต้มน้ำปลา     30.01.2019 RECIPE

น้ำพริกไข่เค็ม 1. ผ่าครึ่งไข่เค็ม ใช้ช้อนคว้านเอาแต่ไข่แดงให้ติดไข่ขาวเล็กน้อย หั่นเป็นเต๋าเล็ก ส่วนเนื้อไข่ขาว 1 ฟองนำมาหั่นเป็นเต๋าเล็กๆ (ไข่ขาวที่เหลืออีก 2 ฟองเก็บไว้ใช้ทำเมนูอื่นได้) 2. โขลกพริกทั้งสองชนิด กระเทียมให้ละเอียดเข้ากัน ตามด้วยมะอึก โขลกพอละเอียด ใส่มะเขือพวง บุบพอแตก บีบน้ำมะนาวลงไปครึ่งหนึ่งก่อนไม่ให้มะเขือพวงดำ ผสมน้ำตาลมะพร้าว น้ำมะนาวที่เหลือ และน้ำปลา คนให้น้ำตาลละลาย ใส่ลงในครก คนให้เข้ากัน ใส่ไข่เค็มที่หั่นไว้ ใช้สากยีเบาๆให้เนื้อไข่แดงบางส่วนแตก และน้ำพริกจะข้นขึ้น (แต่อย่ายีหมด ให้เหลือไข่เค็มเป็นชิ้นๆพอสวยงาม) ใส่กุ้งลวก คนเบาๆให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ 3. จัดเสิร์ฟโดยตักน้ำพริกไข่เค็มใส่ถ้วย ตกแต่งด้วยพริกขี้หนูสวนและใบผักชี เสิร์ฟกับผักสด         11.01.2019 RECIPE

ผัดเผ็ดหมูป่า 1. หั่นเนื้อหมูป่าเป็นชิ้นบางพอคำ ทำความสะอาดดับคาวด้วยการขยำเกลือสมุทรกับเนื้อหมูให้เข้ากัน แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด พักให้สะเด็ดน้ำ พักไว้ 2. โขลกกระเทียมไทยและพริกขี้หนูสวนเข้าด้วยกันพอหยาบ ตักใส่ถ้วยพักไว้ 3. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง พอน้ำมันร้อนใส่เนื้อหมูป่าลงผัดให้ตึงตัวและสีสวย (ถ้ามีน้ำมันออกจากเนื้อหมูเยอะ สามารถเทออกได้) ใส่พริกแกงเผ็ดลงผัดจนเครื่องแกงสุกหอม ตามด้วยน้ำสต็อก ปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย น้ำปลา และน้ำมันหอย ผัดให้เข้ากัน ใส่กระชายและพริกไทยอ่อนผัดให้เข้ากัน ปิดไฟ ใส่พริกชี้ฟ้า ใบมะกรูด โหระพา ผัดให้เข้ากันอีกครั้ง 4. ตักผัดเผ็ดหมูป่าใส่จาน  ตกแต่งด้วยยอดโหระพา พร้อมเสิร์ฟกับข้าวสวยร้อนๆ 19.12.2018 RECIPE

สเต๊กเนื้อสันโคขุนย่างซอสแจ่วซีอิ๊วถั่วเหลือง 1. เลือกเนื้อวัวสีแดงสด กดแล้วเนื้อคืนตัวไม่บุ๋ม ลงไป ส่วนสันในมีลักษณะเป็นเส้น ช่วงบนใหญ่ตรงปลายเล็ก ให้เลือกส่วนตรงกลางจะได้เนื้อชิ้นเท่ากัน ถ้าซื้อมามีพังผืดติดอยู่ให้ใช้มีดแล่ออกไป เพราะส่วนพังผืดจะเหนียว เคี้ยวยาก เวลากินจะได้ไม่เสียอรรถรสล้างเนื้อวัวแล้วซับให้แห้งเตรียมไว้ 2. เนื้อวัวส่วนสันในค่อนข้างหนา หั่นครึ่งตามยาวเป็นชิ้นเนื้อสเต๊ก 2 ชิ้นให้บางลง เพื่อเวลาย่างจะสุกง่าย จากนั้นหมักเนื้อสเต๊กโดยใส่เนื้อในอ่างผสม ใส่น้ำมันมะกอก ซอสปรุงรส ออลสไปซ์ เกลือ และพริกไทย เคล้าให้ทั่วชิ้นเนื้อ แล้วก็ใช้มือนวด ทำแบบนี้จะทำให้เครื่องหมักซึมเข้าเนื้อได้ดีกว่า จากนั้นปิดด้วยพลาสติกแร็ป พักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดานานประมาณ 6 ชั่วโมง หรือ 1 คืน เพื่อให้เครื่องปรุงซึมเข้าเนื้อได้เต็มที่กลิ่นจะหอมและรสชาติกลมกล่อมเมื่อเนื้อหมักได้ที่แล้ว  3. เตรียมซอสแจ่วกันบ้าง ทำง่ายๆโดยผสมน้ำปลา น้ำมะขามเปียก น้ำมะนาว และน้ำตาล เข้าด้วยกันในถ้วยหรือชาม คนให้ทั่วจนน้ำตาลละลาย ใส่พริกป่น ข้าวคั่ว ต้นหอม และผักชีฝรั่ง คนพอเข้ากันพักไว้ เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว ก็สามารถย่างสเต๊กได้เลย โดยตั้งกระทะย่างบนไฟกลางจนร้อนจัด วางเนื้อหมักลงย่างในกระทะ เทคนิคการย่าง จะไม่กลับชิ้นเนื้อบ่อย แต่ละด้านจะกลับ 2 ครั้ง เพื่อให้เกิดลายตารางสวย เมื่อย่างจนสุกทั้งสองด้านแล้ว กลับเอาด้านข้างทั้ง 4 ด้านของเนื้อลงย่างด้วย เพราะเนื้อชิ้นหนา ถ้าไม่ย่างด้านข้างด้วยเนื้อจะไม่สุกถึงด้านใน 4. จากนั้นนำออกจากกระทะ จะได้เนื้อสุกระดับปานกลาง ประมาณมีเดียมถึงมีเดียมแรร์ (Medium to Medium-rare) เนื้อข้างในยังเป็นสีชมพูอยู่ (ถ้าอยากให้สุกกว่านี้ก็นำเนื้อเข้าไปอบในเตาอบอุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียสต่ออีกประมาณ 5-10 นาที ) แล้วพักเนื้อในจาน ปิดด้วยแผ่นอะลูมินั่มฟอยล์อย่างน้อย 10 นาทีก่อนเสิร์ฟ เสิร์ฟสเต๊กเนื้อสันในโดยหั่นเนื้อย่างเป็นชิ้นพอคำใส่จาน โรยใบผักชีฝรั่งซอยและข้าวคั่ว เสิร์ฟกับซอสแจ่ว ข้าวเหนียวนึ่ง และผักสด   TIPS ข้าวคั่วสำหรับทำน้ำจิ้มแจ่วต้องเป็นข้าวสารดิบที่คั่วสดใหม่ บดใหม่กลิ่นหอม ถ้าทำซอสเตรียมไว้ ยังไม่ต้องใส่ข้าวคั่ว ต้นหอม และผักชีฝรั่ง เวลาเสิร์ฟค่อยใส่ เพราะข้าวคั่วใส่ไปนานๆแล้วจะอืด ส่วนต้นหอมและผักชี ใส่ใหม่ๆจะมีกลิ่นหอมกว่า ความสุกของเนื้อสเต๊ก (อุณหภูมิวัดด้วยเทอร์โมมิเตอร์หน่วยองศาเซลเซียสจากส่วนกลางสุดของชิ้นเนื้อ) Rare to Medium-rare ส่วนกลางยังแดงอยู่อุณหภูมิ 52-57 เวลากดเนื้อจะรู้สึกนิ่มเหมือนกดที่แก้มของเรา Medium ส่วนกลางเป็นสีชมพูอุณหภูมิ 60 เวลากดเนื้อจะรู้สึกเหมือนกดที่ปลายจมูก Medium-well to Well done ไม่มีส่วนที่เป็นสีชมพูเหลืออยู่เลย อุณหภูมิ 65-71 เวลากดเนื้อจะรู้สึก 12.03.2018 RECIPE

ไข่เจียวฟูหมูสับ 1. ต่อยไข่ไก่ใส่ถ้วย ใช้ส้อมตีให้เข้ากัน แล้วใส่เนื้อหมูสับ ปรุงรสด้วยน้ำปลาและซีอิ๊วขาวตีต่อให้เข้ากันจนขึ้นฟอง 2. ใส่น้ำมันลงในกระทะก้นลึก ตั้งบนไฟกลาง เมื่อน้ำมันร้อนได้ที่ เทส่วนผสมไข่ทั้งหมดลงในกระทะ โดยยกเทให้สูงจากกระทะเล็กน้อย ไข่จะแตกตัวเป็นฝอยเต็มกระทะ เมื่อไข่เริ่มอยู่ตัวจึงใช้ตะหลิวตะล่อมรอบๆกระทะ ทอดจนไข่ด้านล่างสุกเหลือง พลิกกลับด้าน ทอดต่อจนไข่อีกด้านสุก ปิดไฟ 3. ใช้ตะหลิวพับไข่ให้เป็นครึ่งวงกลม ตักไข่เจียวกรอบขึ้นใส่จาน ตกแต่งด้วยผักชีและพริกชี้ฟ้าสีแดง เสิร์ฟกับข้าวสวยและซอสพริก   CHEF SAYS ผมชอบสับหมูเอง เพราะเราเลือกชิ้นส่วนของหมูเองได้ สะอาด และสดใหม่กว่า เลือกไข่ไก่สดใหม่ ดูวันหมดอายุ หรือทดสอบโดยแช่ไข่ในแก้วใส่น้ำ ถ้าไข่นอนแสดงว่าไข่สด ถ้าเริ่มตะแคงแสดงว่าเริ่มเก่า และถ้าไข่ตั้งตรงในแนวดิ่ง แสดงว่าไข่เก่าแล้ว ไม่เหมาะนำมาทำอาหารเพราะจะมีกลิ่นคาวตีไข่แรงๆ ให้อากาศเข้าไปในไข่ ยิ่งอากาศเข้าไปมาก ไข่เจียวก็จะยิ่งฟู 12.03.2018 RECIPE

กะเพราไข่ไก่สับ 1. ล้างไข่ ใส่ลงในหม้อน้ำ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง เมื่อน้ำเดือดใช้ตะเกียบหรือทัพพีคนไข่เพื่อให้ไข่แดงอยู่ตรงกลาง จับเวลาหลังน้ำเดือดนาน 6 นาที ตักขึ้นใส่ในอ่างน้ำแข็ง แกะเปลือกไข่ต้ม แล้วใส่ลงทอดในกระทะน้ำมันร้อนด้วยไฟกลางค่อนข้างแรงพอเหลืองทั่ว ตักขึ้นผ่าไข่ครึ่งฟองตามยาว ตักไข่แดงออกมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ใส่จาน พักไว้ 2. โขลกกระเทียม พริกไทย พริกขี้หนูสวน พริกขี้หนูสีแดง รากผักชีและเกลือ เข้าด้วยกัน ตักใส่ถ้วย พักไว้ แล้วตักน้ำมันในกระทะทอดไข่ออกให้เหลือประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ ใส่เครื่องที่โขลก ผัดให้หอม ใส่เนื้อไก่สับ ผัดพอทั่ว ใส่น้ำ ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล และน้ำมันหอยเร่งเป็นไฟแรง ใส่ใบกะเพรา ผัดพอทั่ว ปิดไฟ 3. ตักผัดกะเพราไก่สับใส่ในไข่ต้มแทนไข่แดง ตกแต่งด้วยไข่แดงต้มหั่นชิ้น พริกชี้ฟ้าสีแดงหั่นหยาบ และใบกะเพราทอดกรอบ เสิร์ฟ   CHEF SAYS เวลาต้มไข่ให้คนน้ำในหม้อไปด้วย จะช่วยให้ไข่แดงอยู่ตรงกลางสวยงาม เมื่อต้มสุกตักขึ้นแช่น้ำเย็นทันที เพื่อให้ไข่หยุดสุก และแกะเปลือกง่าย เมื่อใส่กะเพราลงทอด พอฟองอากาศรอบๆใบกะเพราเริ่มหมด ตักขึ้นได้เลยอย่าทิ้งไว้นานเพราะจะเกรียมเกินไป 12.03.2018 RECIPE