Found 14 results for Tag : น้ำปูนใส

กระทงทองไส้ข้าวโพด 1. ร่อนแป้งทั้งสองชนิดก่อนตวง ผสมแป้งสาลี แป้งข้าวเจ้า และเกลือเข้าด้วยกันในอ่างผสม ใส่หัวกะทิและไข่แดงไข่เป็ดนวดให้เข้ากัน ใส่น้ำปูนใส นวดให้เข้ากันกรองส่วนผสมผ่านกระชอนตาถี่หรือผ้าขาวบาง 2 ครั้ง แป้งกระทงทองที่ได้จะเนียน ใส่แป้งในภาชนะที่จุ่มพิมพ์ได้ง่าย (ภาชนะก้นลึก เช่น ถ้วยตวงของเหลว) ถ้ายังไม่ใช้ทันที เก็บแป้งไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดา แป้งจะข้นขึ้นอีกเล็กน้อย 2. ตั้งกระทะทองเหลืองหรือหม้อบนไฟกลางค่อนข้างอ่อน ใส่น้ำมัน พอน้ำมันร้อนพอดี (ทดสอบโดยหยดแป้งกระทงทองลงไปเล็กน้อยแล้วมีฟองอากาศจำนวนมากและแป้งค่อยๆลอยขึ้นบนผิว หน้า) จ่มุ พิมพ์ลงในน้ำมันประมาณ 5 นาที (หรือแช่พิมพ์ในน้ำมันเตรียมไว้ล่วงหน้า) เตรียมถาดใหญ่พร้อมตะแกรงไว้ใกล้ตัว พอพิมพ์ร้อนคนแป้งด้วยส้อม (คนแป้งก่อนทุกครั้ง ที่จุ่มพิมพ์) แตะก้นพิมพ์บนกระดาษทิชชูเพื่อซับน้ำมันส่วนเกินออก แล้วจุ่มพิมพ์ลงตรงๆ ในแป้ง ให้แป้งเคลือบพิมพ์เกือบถึงขอบ (ให้เหลือประมาณ 1-2 มิลลิเมตร ถ้าจุ่มถึงขอบพิมพ์พอดี เมื่อนำลงทอดในน้ำมันร้อนๆ แป้งจะฟูเลยขอบพิมพ์ขึ้นมาทำให้ไม่สวย) จุ่มลงทอดในน้ำมัน โดยจุ่มไว้ให้ขอบพิมพ์ปริ่มผิวหน้าน้ำมัน ประมาณ 10 วินาที (เพื่อให้ขอบกระทงทองอยู่ตัวดีก่อนไม่ฟูเลยขอบพิมพ์ขึ้นมา) แล้วจึงค่อยจุ่ม ให้ก้นพิมพ์สัมผัสก้นกระทะเบาๆ (เพื่อให้ฐานกระทงทองเรียบ) เมื่อกระทงทองเซตตัวดีแล้ว ใช้ไม้ปลายแหลมแซะออกจากพิมพ์ ทอดต่ออีกประมาณ 5 วินาทีตักขึ้นพักบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน (คว่ำกระทงทองลงเพื่อให้น้ำมันไหลออก) พักจนกระทงทองเย็นสนิท (ประมาณ10-15 นาที) เก็บใส่ภาชนะที่ปิดสนิทไว้ที่อุณหภูมิห้อง จะคงความกรอบได้ 1-2 วัน 3. ทำไส้ข้าวโพดโดยตั้งกระทะเนยบนไฟกลาง พอเนยละลาย ใส่รากผักชีลงผัดพอหอม ใส่หมูบดลงผัดพอสุก ใส่ข้าวโพด นมสด ปรุงรสด้วยน้ำตาลและเกลือ ผัดให้ทั่วและน้ำงวดลง ประมาณ 5 นาที ชิมรสให้กลมกล่อม ผัดต่อพอให้แห้ง ตักใส่ถ้วยเตรียมไว้ 4. จัดเสิร์ฟกระทงทองโดยตักไส้ข้าวโพดใส่กระทงทอง ตกแต่งด้วยผักชีและพริกชี้ฟ้าสีแดง เสิร์ฟทันที   สูตรอาหารโดย กรณิศ รัตนามหัทธนะ 01.11.2019 RECIPE

หอมแขกชุบแป้งทอด (ข่างปองหอม) 1. นำหอมแขกมาปอกเปลือก ล้างให้สะอาด แล้วซอยบางๆตามยาว ใส่ลงในอ่างผสม ใส่ขมิ้นผง พริกป่น และเกลือ คลุกเคล้าให้เข้ากัน ใส่แป้งข้าวเจ้าและแป้งข้าวเหนียว ใช้มือคลุกเคล้าให้แป้งเคลือบหอมจนทั่ว 2. เทน้ำปูนใสลงในอ่างส่วนผสมข้อ 1 ใช้ส้อมคนจนแป้งละลายเข้ากันกับส่วนผสมลักษณะเนื้อแป้งที่ได้จะมีความข้นปานกลางไม่เหนียวมาก แล้วใช้ช้อนตักหอมขึ้นมา สังเกตถ้าหอมพอมีแป้งเคลือบติดอยู่บางๆ แสดงว่าแป้งไม่ข้นมาก พักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดานาน 10 นาที 3. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟอ่อนจนน้ำมันเริ่มร้อนเล็กน้อย ใช้ช้อนซุปตักส่วนผสมหอมให้เต็มช้อน แล้วหยอดลงทอดในกระทะน้ำมันครั้งละ 4-5 ก้อน (หากตักแป้งปริมาณมากเกินเมื่อทอดจะทำให้แป้งด้านในไม่กรอบ) ทอดด้วยไฟอ่อน จนฟองอากาศที่เกาะอยู่รอบๆเริ่มหมด จึงเร่งไฟให้แรงขึ้น ทอดต่อแค่พอแป้งมีสีเหลืองทอง ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน เสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มบ๊วยกอ 01.03.2019 RECIPE

กุ้งแพทอดกรอบ 1. นำกุ้งมาล้างให้สะอาด พักให้สะเด็ดน้ำ ผสมน้ำพริกแกง น้ำปูนใส และน้ำโซดา ใช้ส้อมคนให้เข้ากันในถ้วยอีกใบ ใส่แป้งสาลี แป้งข้าวเจ้า และเกลือ ลงในอ่างผสม ใส่กุ้ง คลุกเคล้าจนแป้งเคลือบตัวกุ้งจนทั่ว 2. ใส่ส่วนผสมน้ำพริกแกงและใบมะกรูดลงในอ่างผสมกุ้ง ใช้ส้อมคนจนแป้งละลายเข้ากันกับส่วนผสมลักษณะแป้งที่ได้จะเหลวไม่ข้น สังเกตแป้งจะเคลือบตัวกุ้งบางๆ พักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดานาน 5 นาที 3. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟอ่อน พอน้ำมันเริ่มร้อน ใช้ทัพพีตักส่วนผสมหยอดลงทอดในกระทะน้ำมัน ให้เป็นแพบางๆ (หากตักในปริมาณมากเกิน เมื่อทอดจะทำให้แป้งด้านในไม่กรอบ) ทอดด้วยไฟอ่อน จนฟองอากาศที่ เกาะอยู่รอบๆหมด จึงเร่งไฟให้แรงขึ้น ทอดให้แป้งออกสีเหลืองทอง ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน เสิร์ฟคู่กับสลัดผลไม้ 01.03.2019 RECIPE

ลาบปลาซิวทอดกรอบ 1. ล้างปลา ผ่าท้องควักไส้ นำมาเคล้ากับเกลือ 1 ช้อนโต๊ะ แล้วล้างออกเพื่อดับกลิ่นคาว จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง พักให้แห้ง ใส่แป้งสาลี แป้งข้าวเจ้า และเกลือที่เหลือลงในอ่างผสม คนพอเข้ากัน ใส่ปลาลงคลุกเคล้าให้เข้ากัน จนแป้งเคลือบปลาจนทั่ว 2. ใส่น้ำปูนใส น้ำโซดา และใบมะกรูดลงในอ่างผสม ใช้ส้อมคนจนแป้งละลายเข้ากันกับส่วนผสม ลักษณะแป้งที่ได้จะมีความข้นปานกลาง ไม่เหนียวมาก พักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดานาน 5 นาที 3. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟอ่อน พอน้ำมันเริ่มร้อน ใช้ทัพพีตักส่วนผสมหยอดลงทอดในกระทะน้ำมัน ให้เป็นแพบางๆ (หากตักแป้งปริมาณมากเกิน เมื่อทอดจะทำให้แป้งด้านในไม่กรอบ) ทอดด้วยไฟอ่อน จนฟองอากาศที่เกาะอยู่รอบๆเริ่มหมด จึงเร่งไฟให้แรงขึ้น ทอดจนแป้งมีสีเหลืองทอง ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน 4. ทำน้ำลาบโดยผสมพริกป่น ข้าวคั่ว น้ำปลา น้ำมะนาว และน้ำกระเทียมดอง ลงในอ่างผสม คนให้เข้ากัน ใส่ต้นหอม ผักชีฝรั่ง และกระเทียมดอง คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ตักราดลงบนปลาทอด เสิร์ฟกับผักฉ่อยและใบสะระแหน่ 01.03.2019 RECIPE

ทอดมันเห็ดนางฟ้า 1. หั่นส่วนโคนเห็ดทิ้ง ฉีกเห็ดตามยาวให้เป็นเส้นๆ ใส่ลงในอ่างผสม พักไว้ ผสมน้ำพริกแกงและน้ำปูนใสให้เข้ากันในถ้วยอีกใบ ใส่แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว เกลือ และใบมะกรูด ลงในอ่างผสมเห็ดที่พักไว้ ใช้มือคลุก เคล้าจนส่วนผสมแป้งเคลือบเห็ดจนทั่ว ใส่น้ำพริกแกงที่เตรียมไว้ลงในอ่างผสมเห็ด ใช้ส้อมคนให้แป้งละลายเข้ากันกับส่วนผสม ลักษณะแป้งที่ได้จะมีความข้นหนืด พักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดานาน 5 นาที 2. ทำน้ำจิ้มโดยโขลกพริกชี้ฟ้ากับกระเทียมเข้าด้วยกันจนละเอียด จากนั้นผสมน้ำตาล น้ำส้มสายชู และเกลือ ใส่หม้อใบเล็ก เคี่ยวด้วยไฟกลางจนเดือด น้ำจิ้มจะมีลักษณะข้นเหนียวเล็กน้อย ใส่พริกชี้ฟ้าที่โขลก คนให้เข้ากัน ปิดไฟ 3. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟอ่อนจนน้ำมันเริ่มร้อนเล็กน้อย ใช้ช้อนซุปตักส่วนผสมเห็ดที่พักไว้หยอดลงทอดในกระทะน้ำมันครั้งละ 4-5 ก้อน (หากตักแป้งปริมาณมากเกิน เมื่อทอดจะทำให้แป้งด้านในไม่กรอบ) ทอดด้วย ไฟอ่อน จนฟองอากาศที่เกาะอยู่รอบๆเริ่มหมดตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน ตักใส่จาน เสิร์ฟกับน้ำจิ้ม แตงกวาและหอมแดง 01.03.2019 RECIPE

ขนมมุก 1. ทำแป้งโดยผสมหัวกะทิกับน้ำปูนใสเข้าด้วยกันในอ่างผสม เตรียมไว้ จากนั้นผสมแป้งทั้ง 2 ชนิด น้ำตาล และเกลือ ในอ่างผสม ค่อยๆใส่หัวกะทิที่ผสมไว้ทีละน้อยคนพอเข้ากัน ใส่หัวกะทิที่เหลือ คนอีกครั้งให้เข้ากัน พักไว้ 2. ทำพิมพ์โดยนำตอกไปแช่น้ำประมาณ 30 นาที ให้พอนุ่ม แล้วนำมาพับให้เป็นรูปทรงสามเหลี่ยมสี่เหลี่ยม และวงกลม มัดปลายให้แน่นด้วยด้าย และทำกรวยใบตองโดยฉีกใบตองให้หนา 3 นิ้ว และตัดให้ยาว 5 นิ้ว เช็ดด้วยผ้าให้สะอาดแล้วม้วนให้เป็นกรวยแหลม กลัดมุมด้วยไม้กลัด ตัดริมให้เรียบร้อย เตรียมไว้ 3. ใส่น้ำมันในกระทะก้นแบนประมาณ ¼ ถ้วย ยกขึ้นตั้งบนไฟอ่อน พอร้อนจึงนำพิมพ์โปร่งรูปต่างๆวางลงในกระทะ ตักแป้งที่เตรียมไว้ใส่กรวยใบตอง ใช้กรรไกรตัดปลายกรวยออกให้แป้งหยดลงช้าๆในกระทะที่เตรียมไว้ โดยหยดแป้งให้ติดกันเหมือนเม็ดมุกอยู่ในพิมพ์จนเต็ม ตักน้ำมันราดพอสุก ใช้มีดแซะขนมออกจากพิมพ์กลับอีกข้างทอดพอเหลือง ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน 4.       ทำน้ำเชื่อมโดยใส่น้ำตาลและน้ำต้มใบเตยในกระทะทอง ยกกระทะขึ้นตั้งบนไฟกลางค่อนข้างอ่อน ใช้พายไม้คนแค่พอน้ำตาลละลาย หยดสีชมพู คนพอเข้ากันอีกครั้ง ลดเป็นไฟอ่อน แล้วเคี่ยวต่อให้น้ำตาลเดือดเป็นฟองเล็กๆและข้น ทดสอบโดยหยดน้ำเชื่อมลงในน้ำเย็น รอสักครู่ ถ้าใช้นิ้วปั้นน้ำเชื่อมเป็นก้อนได้ จึงใช้ปลายไม้เสียบลูกชิ้นจุ่มลงในน้ำเชื่อมแล้วหยดลงบนแป้งที่ทอดไว้ให้เป็นเม็ดสวย พักไว้ให้น้ำตาลแข็งตัว ทำจนแป้งหมด 29.08.2018 RECIPE

ทอดมันหัวปลี 1. ปอกเปลือกหัวปลี ลอกเอากาบด้านนอกออกจนถึงกาบสีขาวด้านใน ผ่าครึ่งตามยาว แช่ในอ่างน้ำที่ผสมน้ำมะขามเปียกหรือน้ำมะนาว เฉือนเอาแกนออก แกะเอาดอกที่แก่ออก ซอยตามขวางบางๆ แล้วใส่ลงแช่ในอ่างน้ำที่ผสมน้ำมะขามเปียกหรือน้ำมะนาวเพื่อไม่ให้ดำ 2. ใส่แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว หัวกะทิ และน้ำปูนใส ลงในอ่างผสม ใช้ตะกร้อคนให้เข้ากันใส่น้ำพริกแกงเผ็ด คนให้เข้ากันดี นำหัวปลีขึ้น จากนั้นใส่ตะแกรงล้างให้หายเปรี้ยว บีบน้ำให้แห้งใส่ลงในอ่างแป้งที่ผสม ใส่น้ำปลา และใบมะกรูด ใช้ส้อมคนให้ส่วนผสมเข้ากัน 3. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางจนร้อน ใช้ช้อนซุปตักส่วนผสมหัวปลีให้เต็ม ใส่ลงทอดในกระทะน้ำมันทอดให้สุกเหลืองทั้งสองด้าน ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน เร่งไฟให้แรงขึ้น เมื่อน้ำมันร้อนจัดใส่ใบสะระแหน่ลงทอดในน้ำมันร้อนๆ แล้วตักขึ้นทันที พักให้สะเด็ดน้ำมัน โรยบนทอดมันหัวปลี 4. จัดทอดมันหัวปลีใส่จาน เสิร์ฟกับน้ำพริกเผา   เคล็ดลับ วิธีการเตรียมหัวปลี ปอกเปลือก ลอกกาบที่เป็นสีเข้มออก เลือกใช้เฉพาะด้านในที่มีสีเหลืองอ่อน ผ่าตามยาวเป็น 4 ชิ้น แล้วแกะลูกกล้วยออก ซอยหัวปลีตามขวาง นำลงแช่ในอ่างน้ำผสมมะขามเปียก ใช้มือถูเบาๆเพื่อให้ยางกล้วยหลุดออก แล้วเทน้ำทิ้ง พักให้สะเด็ดน้ำจะได้หัวปลีที่มีสีไม่ดำ 12.03.2018 RECIPE

กุ้งแพ 1. ทำนํ้าจิ้มโดยโขลกกระเทียมและพริกชี้ฟ้าจนละเอียด ใส่นํ้าส้มสายชู นํ้าตาล และเกลือลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางจนนํ้าตาลละลายปิดไฟ ชิมรสให้เปรี้ยวหวาน แล้วใส่เครื่องที่โขลกผสมพอเข้ากัน ตักใส่ถ้วยไว้ 2. ล้างกุ้งให้สะอาด ตัดกรีและหนวดกุ้งทิ้งพักไว้ให้สะเด็ดนํ้า 3. โขลกนํ้าพริกแกงเผ็ด ขมิ้นและเกลือ จนละเอียด นำมาผสมกับแป้งสาลี แป้งข้าวเจ้านํ้าปูนใส และนํ้าเย็น ในอ่างผสม ใส่ใบมะกรูดซอยคนให้เข้ากัน 4. ตั้งกระทะนํ้ามันบนไฟกลางให้ร้อน ใช้ทัพพีตักกุ้ง ที่สะเด็ดน้ำแล้วทีละ ¼ ถ้วย ใส่ลงในอ่างแป้งที่เตรียมไว้ หยอดกุ้งเป็นแพบางๆ ลงในกระทะ (ถ้ากุ้งไม่เกาะเป็นแพให้ใช้ช้อนตักแป้งหยอดตามแพกุ้งให้ติดกัน) ทอดครั้งละ 2-3 แพ รอให้แพกุ้งลอยขึ้นแล้วจึงกลับด้าน ทอดจนเหลืองกรอบทำจนหมดกุ้ง เสิร์ฟคู่กับนํ้าจิ้ม 08.03.2018 RECIPE

ขนมดอกจอก 1. ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้สูงพอท่วมพิมพ์ ใช้ไฟกลาง นำพิมพ์แช่ในน้ำมันจนร้อน 2. เตรียมกระดาษซับน้ำมัน และถ้วยตะไลวางบนตะแกรง เตรียมไว้ 3. ผสมแป้งทั้ง 3 ชนิดเข้าด้วยกันในอ่างผสม ใส่น้ำตาลและเกลือ คนให้เข้ากัน จากนั้นผสมไข่กับหัวกะทิพอเข้ากันนำไปนวดกับแป้งที่ผสมไว้ในอ่างผสม โดยใส่ประมาณ 1/3 ถ้วย นวดนานประมาณ 10 นาที จึงใส่กะทิที่เหลือลงไปใส่ปูนแดงแล้วคนให้เข้ากันอีกครั้ง (ถ้าปูนแดงไม่ละลายให้ใช้กระชอนตาถี่ๆกรอง) จึงใส่งาขาว งาดำ คนให้เข้ากัน 4. เมื่อจะทอดให้ลดไฟใช้ไฟกลางค่อนข้างอ่อน ยกพิมพ์ขึ้นแล้วซับน้ำมันส่วนเกินบนกระดาษที่เตรียมไว้ จุ่มพิมพ์ลงในแป้งให้เหลือขอบบนของพิมพ์ไว้เล็กน้อย ยกขึ้นแล้วนำพิมพ์ลงทอดในน้ำมัน ทอดจนขนมสุกเหลือง และหลุดออกจากพิมพ์เอง ตักขนมขึ้นวางบนถ้วยตะไล รอจนขนมอยู่ตัวและเย็นสนิทแล้ววางบนกระดาษซับน้ำมัน ทอดจนหมดเก็บใส่ภาชนะที่มีฝาปิดสนิทไว้   ลักษณะที่ดี ลักษณะแป้งกรอบ บาง รสหวาน เค็มเล็กน้อย ไม่อมน้ำมัน สีเหลืองทองสม่ำเสมอ มีลักษณะโค้งสวย   ข้อน่ารู้ ถ้าใช้พิมพ์ที่ซื้อมาใหม่หรือไม่ได้ใช้งานมานานควรแช่พิมพ์ไว้ในน้ำมัน 1 คืนก่อนใช้ให้พิมพ์อมน้ำมัน เมื่อนำไปทอดจะทำให้ขนมหลุดจากพิมพ์ง่ายขึ้น ก่อนทอดควรซับพิมพ์ให้สะเด็ดน้ำมัน ถ้าน้ำมันที่พิมพ์มากเกินไป เมื่อนำไปจุ่มแป้ง แป้งจะไม่ติดพิมพ์ เมื่อจุ่มพิมพ์ที่แช่น้ำมันจนร้อนลงในแป้งแล้วมีเสียงดังฉ่าแสดงว่าพิมพ์ร้อน เมื่อยกพิมพ์ขึ้นขนมจะติดพิมพ์ ถ้าพิมพ์ไม่ร้อนแป้งจะติดพิมพ์ไม่ทั่ว ถ้าแป้งสุกแล้วไม่หลุดจากพิมพ์ ให้ใช้ไม้แหลมช่วยแซะออกจากพิมพ์ เมื่อขนมสุกแล้วควรตักขนมวางบนถ้วยตะไลเพื่อให้ขนมโค้งสวย เลือกใช้ถ้วยตะไลขนาดเล็ก (สูงประมาณ 2 ซม.) ในการวางพักขนม ถ้าใช้ถ้วยที่สูงเกินไปจะดูไม่สวย การจัดดอกของขนมต้องจัดตอนที่ขนมยังร้อนเพราะเมื่อขนมเย็นแป้งจะแข็งตัว   สูตรอาหารโดย อบเฉย อิ่มสบาย 08.03.2018 RECIPE

ครองแครงกรอบ 1. ผสมแป้งสาลี เกลือ ไข่ น้ำปูนใส และหัวกะทิ ในอ่างผสมนวดให้แป้งนุ่ม ปั้นเป็นก้อนกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง1 ซม. กดกับพิมพ์ครองแครงหรือส้อม 2. ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อนด้วยไฟกลาง ใส่ครองแครงลงทอดจนเหลืองกรอบ ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน พักไว้ 3. ทำน้ำตาลสำหรับคลุกโดยโขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทย ให้ละเอียด นำไปผัดกับน้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะในกระทะด้วยไฟกลางจนหอม ใส่น้ำตาล น้ำปลา และน้ำ ผัดให้ข้นเหนียว ลดเป็นไฟอ่อน ใส่ครองแครงที่ทอดลงคลุกให้ทั่วเทใส่ถาดเกลี่ยให้กระจาย พักไว้ให้เย็น   ลักษณะที่ดี ตัวครองแครงสีเหลือง กรอบ น้ำตาลเคลือบทั่ว รสหวานเค็มกลมกล่อม หอมกลิ่นพริกไทย   ข้อน่ารู้ การทดสอบน้ำตาลสำหรับคลุกทำได้โดยหยดน้ำเชื่อมที่เคี่ยวลงในน้ำเย็น รอสักครู่แล้วใช้นิ้วบี้ดู ถ้าน้ำตาลเป็นก้อนนิ่มๆแสดงว่าใช้ได้ ใช้น้ำมันปาล์มทอดขนม จะกรอบและไม่อบน้ำมัน   สูตรอาหารโดย อบเฉย อิ่มสบาย 08.03.2018 RECIPE

กรอบเค็ม 1. ร่อนแป้งสาลีกับแป้งข้าวเจ้าในอ่างผสม ใส่ไข่ไก่ น้ำปูนใสน้ำ และน้ำมัน 6 ช้อนโต๊ะ นวดให้เข้ากันและแป้งนุ่มเนียน ตัดแป้งเป็นก้อน แล้วคลึงเป็นแผ่นบาง ตัดด้วยมีดหยักเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือข้าวหลามตัด ทำจนหมด 2. ตั้งกระทะน้ำมันที่เหลือบนไฟกลางค่อนข้างอ่อนจนร้อนใส่แป้งที่ทำลงทอดจนเหลืองกรอบ ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน 3. ทำน้ำตาลสำหรับคลุกโดยโขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทย เข้าด้วยกันให้ละเอียด จากนั้นตั้งกระทะน้ำมันบนไฟอ่อน ใส่เครื่องที่โขลกลงผัดจนมีกลิ่นหอม ใส่น้ำปลา น้ำตาล เคี่ยวให้เป็นยางมะตูม นำตัวกรอบเค็มลงเคล้าให้ทั่ว ตักขึ้น พักไว้ให้เย็น เก็บใส่ภาชนะที่มีฝาปิด   ลักษณะที่ดี แป้งเหลืองกรอบ น้ำตาลเคลือบเป็นเงา หอมกลิ่น รากผักชี กระเทียม พริกไทย รสหวานเค็มกลมกล่อม   ข้อน่ารู้ ควรคลึงแป้งให้บาง เวลาทอดแป้งจะฟูกรอบดี   สูตรอาหารโดย อบเฉย อิ่มสบาย 08.03.2018 RECIPE

ฟักทองแกงบวด 1. ทำหัวกะทิหยอดหน้าโดยใส่หัวกะทิลงในหม้อ ใส่เกลือ ยกขึ้นตั้งบน ไฟอ่อน หมั่นคนจนเดือด ชิมรสพอเค็ม ปะแล่ม ละลายแป้งมันและแป้งเท้ายาย ม่อมกับน้ำเล็กน้อย ค่อยๆเทใส่ คนพอข้น และเดือด ปิดไฟ 2. ปอกเปลือกฟักทองให้เหลือเปลือกเล็กน้อย หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมหนา 1 ซม. ยาว 1 ½ นิ้ว แช่ฟักทองในน้ำปูนใสผสมน้ำธรรมดานาน 30 นาที 3. เมื่อแช่ได้ที่แล้ว ล้างฟักทองให้สะอาด ใส่ในหม้อหัวกะทิ ใส่น้ำตาลและเกลือ ยกขึ้น ตั้งบนไฟกลางค่อนข้างอ่อน พอเริ่มเดือด ช้อนหัวกะทิที่ลอยหน้าออกมาเพื่อไม่ให้ กะทิแตกมัน ช้อนจนเหลือแต่หางกะทิ พอฟักทองสุกประมาณ 80-90 เปอร์เซ็นต์ ชิมรส ให้หวาน และเค็มพอปะแล่ม ปิดไฟ แล้วใส่หัวกะทิที่ช้อนออกมา ฟักทองจะสุกพอดี 4. ตักใส่ถ้วย หยอดหน้าด้วยหัวกะทิ เสิร์ฟ   เคล็ดลับ การแช่ฟักทองในน้ำปูนใส จะทำให้เนื้อฟักทองไม่เละ เวลาในการแช่ต้องดูที่เนื้อฟักทอง ถ้าฟักทองแก่จัดใช้เวลาประมาณ 30 นาที ถ้าฟักทองเนื้อกลางแก่กลาง อ่อน ให้ใช้เวลานานกว่า เวลาปรุงจะต้มให้ฟักทองสุกเพียง 80 เปอร์เซ็นต์ แล้วยกลงจากเตา หากเคี่ยวให้สุกเต็มที่เนื้อฟักทองจะเละ   สูตรอาหารโดย อบเฉย อิ่มสบาย 08.03.2018 RECIPE

ลอดช่องน้ำกะทิ 1. เตรียมน้ำเย็นจัดและพิมพ์สำหรับกดลอดช่องไว้ 2. ทำเส้นลอดช่องไทยโดยผสมแป้งทั้ง 3 ชนิดเข้าด้วยกันในกระทะทอง ค่อยๆใส่น้ำปูนใสประมาณ 1/2 ถ้วย คนให้แป้งเข้ากัน แล้วใส่น้ำปูนใสที่เหลือและน้ำใบเตย คนให้เข้ากัน ยกกระทะทองขึ้นตั้งบนไฟกลางค่อนข้างแรง กวนจนแป้งเริ่มข้น ลดไฟลง กวนต่อจนแป้งข้นเหนียว กวนนานประมาณ 25 นาที ถ้ากวนแป้งลอดช่องได้ที่เมื่อยกพายไม้ขึ้นส่วนผสมจะไหลลงมาช้าๆเป็นแพขนาดความกว้างเท่าพายไม้ หรือสามารถทดสอบโดยตักแป้งลอดช่องใส่ในน้ำเย็นแล้วรอนานประมาณ 1 นาทีให้แป้งอยู่ตัว ลองใช้มือบีบดูถ้าแป้งเป็นตัวไม่ละลายไปกับน้ำแสดงว่าใช้ได้ ปิดไฟ ยกลง เทแป้งลอดช่องที่กวนใส่พิมพ์กดลอดช่อง กดลงในน้ำเย็นจัด ขณะที่กดให้กดแล้วหยุดสลับกันไปจนแป้งหมด เสร็จแล้วให้แช่เส้นลอดช่องไว้ในน้ำเย็นนานประมาณ 5 นาที จึงใช้ทัพพีโปร่งตักหรือเทตัวลอดช่องใส่กระชอน พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ 3. ทำน้ำเชื่อมกะทิโดยผสมน้ำตาลปี๊บกับน้ำต้มใบเตยเข้าด้วยกันในกระทะทอง ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง คนจนน้ำตาลละลายเคี่ยวให้เดือดเป็นฟองเล็กๆ ใส่หัวกะทิและเกลือ คนพอเข้ากันและเกลือละลายทั่ว ปิดไฟ ยกลง ใส่ถ้วย พักไว้ให้เย็นจากนั้นนำถ้วยน้ำเชื่อมกะทิที่เคี่ยวไว้มาวางในชั้นลังถึง จุดเทียนอบขนมให้ติดไฟ เอียงเปลวไฟให้ลนมาโดนตัวขี้ผึ้งของเทียน พัดให้ไฟดับ วางลงในถ้วยที่มีขนาดพอดีกับเทียน นำไปใส่ในชั้นลังถึงเดียวกับน้ำกะทิ ปิดฝาลังถึงให้สนิทใช้เวลาอบประมาณ 20 นาที 4. วิธีจัดเสิร์ฟ ตักตัวลอดช่องใส่ถ้วย ใส่น้ำเชื่อมกะทิและน้ำแข็ง   ลักษณะที่ดี ตัวลอดช่องควรมีความยาวประมาณ 2-21/2 นิ้ว ตรงกลางป่องเล็กน้อย หัวท้ายเรียวแหล ลอดช่องนุ่มเหนียวอยู่ตัว ไม่เละ สีเขียวหอมใบเตย น้ำเชื่อมกะทิมีกลิ่นหอมรสหวานจากน้ำตาลปี๊บและมีความมันของกะทิ   ข้อน่ารู้ น้ำปูนใสควรทำเตรียมไว้ล่วงหน้า 1 วัน โดยใช้อัตราส่วนปูนแดงหรือปูนขาว 3/4 ถ้วย ต่อน้ำ 10 ถ้วย การนวดแป้งกับน้ำปูนใส 1/2 ถ้วยก่อนในตอนแรกจะช่วยให้ตัวลอดช่องมีความเหนียวมากขึ้น ถ้าใช้ไฟอ่อนเกินไปจะทำให้แป้งไม่อยู่ตัว และเมื่อกดแป้งออกมาจะได้ตัวลอดช่องที่นิ่มเกินไป ขณะที่กดตัวลอดช่องให้ใช้พายยางคนไปทางเดียวกัน เพื่อไม่ให้ตัวลอดช่องเป็นก้อนทับกัน การเตรียมน้ำกะทิตามสูตรจะช่วยไม่ให้กะทิเป็นลูกน้ำกะทิที่ได้ควรใช้วันต่อวัน ไม่ควรเก็บค้างคืน   สูตรอาหารโดย อบเฉย อิ่มสบาย 08.03.2018 RECIPE

กล้วยน้ำว้าเชื่อม 1. ปอกเปลือกกล้วยผ่าครึ่งลูกตามขวางหรือผ่าครึ่งอีกครั้งก็ได้ นำไปแช่ในน้ำปูนใสนานประมาณ ½ ชั่วโมง แล้วล้างน้ำ สงขึ้น พักไว้ 2. ใส่น้ำตาล น้ำและน้ำมะนาวลงในหม้อหรือกระทะทองยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง คนจนน้ำตาลละลาย ยกลง แล้วกรองน้ำเชื่อมด้วยผ้าขาวบาง ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางค่อนข้างอ่อน ใส่กล้วยลงเชื่อม เคี่ยวจนกล้วยสุกเป็นสีแดงอ่อนๆ ยกลง 3. จัดใส่จาน เสิร์ฟ   ลักษณะที่ดี กล้วยน้ำว้าเชื่อมมีลักษณะใสเป็นเงาสีแดง เนื้อนุ่มรสหวาน ไม่เละ   ข้อน่ารู้ ไม่ควรคนหรือกลับชิ้นกล้วยบ่อย เพราะจะทำให้กล้วยเละ ไม่สวย เชื่อมกล้วยด้วยไฟกลาง ถ้าใช้ไฟแรงมากน้ำตาลจะไหม้เร็วแล้วกล้วยก็จะแข็งและเหี่ยว ขณะเชื่อมกล้วยบีบน้ำมะนาวใส่เล็กน้อย จะช่วยให้กล้วยเชื่อมมีสีแดงสวยและไม่ตกทราย กล้วยเชื่อมราดด้วยหัวกะทิ เพิ่มความเค็มมันให้กลมกล่อมมากขึ้น   สูตรอาหารโดย อบเฉย อิ่มสบาย 08.03.2018 RECIPE