Found 11 results for Tag : น้ำเชื่อม

น้ำแข็งไสชาไทยมะขาม 1. เตรียมน้ำชาไทยโดยตั้งหม้อน้ำบนไฟกลาง พอน้ำเดือด นำผงชาใส่ถุง ถือถุงชายกขึ้นบริเวณปากหม้อ ใช้ทัพพีตักน้ำร้อนจากหม้อราดในถุงชาไปเรื่อยๆจนครบ 5 นาที ใช้ทัพพีคั้นน้ำออกจากถุงชาจนหมดแล้วทิ้งกากใบชาไป จะได้น้ำชาไทย (ไม่ควรนำใบชาลงต้มโดยตรงกับน้ำเดือด จะทำให้น้ำชามีรสเฝื่อน) 2. ใส่เกลือสมุทร น้ำเชื่อม และน้ำมะขามเปียกลงในหม้อน้ำชาไทย คนให้เข้ากัน จนเดือดอีกครั้งปิดไฟ พักให้หายร้อน เทใส่พิมพ์หรือถ้วย นำไปแช่ตู้เย็นช่องแช่แข็ง ข้ามคืนหรือจนแข็งตัวเป็นน้ำแข็งชาไทยมะขาม 3. นำน้ำแข็งชาไทยมะขามมาไสด้วยเครื่องไสน้ำแข็ง ตักน้ำแข็งใส่ถ้วย ตักเฉาก๊วย ลูกชิดและขนุนฉีก พร้อมเสิร์ฟทันที   หมายเหตุ ทำน้ำมะขามเปียกโดยคั้นมะขามเปียก 65 กรัม กับน้ำอุ่น 1 ถ้วย กรองเอากากออกจนหมด 04.04.2019 RECIPE

ขนมมุก 1. ทำแป้งโดยผสมหัวกะทิกับน้ำปูนใสเข้าด้วยกันในอ่างผสม เตรียมไว้ จากนั้นผสมแป้งทั้ง 2 ชนิด น้ำตาล และเกลือ ในอ่างผสม ค่อยๆใส่หัวกะทิที่ผสมไว้ทีละน้อยคนพอเข้ากัน ใส่หัวกะทิที่เหลือ คนอีกครั้งให้เข้ากัน พักไว้ 2. ทำพิมพ์โดยนำตอกไปแช่น้ำประมาณ 30 นาที ให้พอนุ่ม แล้วนำมาพับให้เป็นรูปทรงสามเหลี่ยมสี่เหลี่ยม และวงกลม มัดปลายให้แน่นด้วยด้าย และทำกรวยใบตองโดยฉีกใบตองให้หนา 3 นิ้ว และตัดให้ยาว 5 นิ้ว เช็ดด้วยผ้าให้สะอาดแล้วม้วนให้เป็นกรวยแหลม กลัดมุมด้วยไม้กลัด ตัดริมให้เรียบร้อย เตรียมไว้ 3. ใส่น้ำมันในกระทะก้นแบนประมาณ ¼ ถ้วย ยกขึ้นตั้งบนไฟอ่อน พอร้อนจึงนำพิมพ์โปร่งรูปต่างๆวางลงในกระทะ ตักแป้งที่เตรียมไว้ใส่กรวยใบตอง ใช้กรรไกรตัดปลายกรวยออกให้แป้งหยดลงช้าๆในกระทะที่เตรียมไว้ โดยหยดแป้งให้ติดกันเหมือนเม็ดมุกอยู่ในพิมพ์จนเต็ม ตักน้ำมันราดพอสุก ใช้มีดแซะขนมออกจากพิมพ์กลับอีกข้างทอดพอเหลือง ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน 4.       ทำน้ำเชื่อมโดยใส่น้ำตาลและน้ำต้มใบเตยในกระทะทอง ยกกระทะขึ้นตั้งบนไฟกลางค่อนข้างอ่อน ใช้พายไม้คนแค่พอน้ำตาลละลาย หยดสีชมพู คนพอเข้ากันอีกครั้ง ลดเป็นไฟอ่อน แล้วเคี่ยวต่อให้น้ำตาลเดือดเป็นฟองเล็กๆและข้น ทดสอบโดยหยดน้ำเชื่อมลงในน้ำเย็น รอสักครู่ ถ้าใช้นิ้วปั้นน้ำเชื่อมเป็นก้อนได้ จึงใช้ปลายไม้เสียบลูกชิ้นจุ่มลงในน้ำเชื่อมแล้วหยดลงบนแป้งที่ทอดไว้ให้เป็นเม็ดสวย พักไว้ให้น้ำตาลแข็งตัว ทำจนแป้งหมด 29.08.2018 RECIPE

กระท้อนลอยแก้ว 1. เตรียมน้ำเกลือโดยใส่น้ำกับเกลือลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง คนให้เกลือละลายและเดือด ต้มต่ออีกนานประมาณ5 นาที ปิดไฟ ยกลง กรองด้วยผ้าขาวบางใส่ชามแก้ว พักไว้ให้เย็น 2. เตรียมกระท้อนโดยใช้มีดปอกเปลือกกระท้อนออกประมาณ 2-3 มม. หรือจนเกือบถึงส่วนที่เป็นปุย ระหว่างที่ปอกเปลือกให้หมั่นจุ่มกระท้อนในน้ำเกลือที่เตรียมไว้ จะช่วยไม่ให้ยางกระท้อนจับเป็นสีน้ำตาลแดง ปอกเปลือกจนหมดแล้วให้ใช้มีดปาดทางส่วนขั้วและก้นผลกระท้อนออก จากนั้นผ่าครึ่งตามขวาง แช่ลงในน้ำเกลือนานประมาณ 5 นาทีนำกระท้อนชิ้นที่จะคว้านเม็ดขึ้นจากน้ำเกลือ ใช้มีดคว้านคมๆคว้านเม็ดออก โดยใช้มีดคว้านเซาะรอบเม็ดให้ติดเม็ดมากที่สุดเพื่อไม่ให้ปุยขาวหลุดออกมาด้วย เมื่อเซาะรอบแล้วดันเม็ดลงด้านล่างหรือจะใช้มีดจิ้มลงในเม็ดแล้วดึงเม็ดออก แล้วเจาะให้ทะลุถึงด้านล่างให้มีลักษณะเป็นรูปคล้ายกระสวยก็ได้ จากนั้นใช้มีดฝานเนื้อกระท้อนด้านนอกออกให้เป็นหยักเหมือนกลีบดอกไม้ แล้วแช่กระท้อนกลับลงในน้ำเกลือเช่นเดิม (ส่วนเนื้อที่ฝานออกสามารถเก็บไว้กินกับเกลือหรือกะปิก็ได้) ทำเช่นนี้จนครบทุกชิ้น แช่ในน้ำเกลือที่เตรียมไว้นานประมาณ 3-4 ชั่วโมง หรือจนกว่ากระท้อนจะหายฝาด ระหว่างที่แช่จะใช้ไม้ขัดไว้เพื่อให้กระท้อนจมน้ำเกลือตลอดก็ได้ 3. ทำน้ำเชื่อมโดยใส่น้ำลอยดอกมะลิกับน้ำตาล ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง คนพอละลายและเดือด เคี่ยวต่ออีกนานประมาณ5 นาที ปิดไฟ พักให้เย็น 4. ทำกระท้อนลอยแก้วโดยนำกระท้อนที่แช่น้ำเกลือขึ้นใส่กระชอนพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ หรือใช้มือบีบเบาๆให้น้ำเกลือหมาดๆแล้วใส่ลงในหม้อน้ำเชื่อม ใช้ไม้ขัดกระท้อนไว้เพื่อให้กระท้อนจมในน้ำเชื่อมตลอด แช่ไว้อย่างน้อย 1 ชั่วโมงหรือจะแช่ทิ้งไว้ข้ามคืนก็ได้ กระท้อนที่แช่น้ำเชื่อมไว้นี้สามารถเก็บในตู้เย็นช่องธรรมดาได้หลายวัน เมื่อจะเสิร์ฟตักใส่แก้ว โรยด้วยน้ำแข็งทุบตามชอบ   ลักษณะที่ดี กระท้อนลอยแก้วที่ดีเนื้อในเป็นปุยขาว เนื้อด้านนอกมีสีขาวอมชมพู น้ำเชื่อมข้นใส หอมกลิ่นดอกมะลิ รสหวาน เปรี้ยวเค็มเล็กน้อย ข้อน่ารู้ อุปกรณ์ที่ใช้ทำกระท้อนลอยแก้วต้องมีลักษณะที่ทนต่อความเค็มและความเป็นกรด เช่น หม้อเคลือบหม้อสเตนเลส หรือชามแก้ว การทำผลไม้ลอยแก้วจะใช้ผลไม้หลายๆชนิด เช่นส้ม เงาะ สับปะรด ลูกตาล ใส่รวมกันเพื่อเพิ่มสีสันให้ดูน่ากินขึ้นก็ได้ ควรแช่กระท้อนในน้ำเชื่อมทิ้งไว้อย่างน้อย 1 คืนเพื่อให้กระท้อนดูดน้ำเชื่อมได้เต็มที่ ถ้าไม่ชอบน้ำเชื่อมข้นให้เพิ่มน้ำลอยดอกมะลิอีก1-2 ถ้วย เพื่อให้ได้น้ำเชื่อมที่เจือจางและรับประทานได้โดยไม่ต้องใส่น้ำแข็ง   สูตรอาหารโดย อบเฉย อิ่มสบาย 08.03.2018 RECIPE

ฝอยทอง 1. เตรียมไข่โดยล้างไข่ให้สะอาด เช็ดด้วยผ้าให้แห้งสนิท ต่อยไข่ไก่และไข่เป็ดใส่ภาชนะ (เก็บเปลือกไข่ไว้สำหรับฟอกน้ำเชื่อม) ในขณะที่ต่อยไข่ทุกฟองให้แยกไข่น้ำค้างเก็บใส่ถ้วยไว้ (ไข่น้ำค้าง คือ ไข่ขาวของไข่ไก่หรือไข่เป็ดที่เป็นน้ำใสๆที่ติดเปลือกไข่ด้านป้าน โดยเวลาต่อยไข่แต่ละฟองใส่ภาชนะ เมื่อไข่ขาวที่เกาะตัวกันเป็นยวงลงไปแล้วให้รีบหงายเปลือกไข่ขึ้นเพื่อให้ไข่น้ำค้างยังอยู่ เพราะไข่น้ำค้างจะมีปริมาณเล็กน้อยในไข่แต่ละฟอง นำมาผสมกับไข่แดงเพื่อให้ไข่แดงเหนียวโรยเป็นเส้นได้สวย) แล้วใช้มือทั้งสองช้อนแยกเอาเฉพาะไข่แดงขึ้นมา คือ ค่อยๆใช้นิ้วรีดไข่ขาวออกจากไข่แดงแล้วรีดเอาเยื่อหุ้มไข่แดงออกจนหมด (ไข่ขาวเก็บไว้ทำขนมอื่นๆ เช่น สังขยา ขนมโสมนัส ขนมเห็ดโคน ขนมหม้อแกง) 2. ผสมไข่แดงและไข่น้ำค้างแค่พอเข้ากันในชามแก้ว ระวังอย่าคนมากจนขึ้นฟอง ไข่จะโรยไม่เป็นเส้น แล้วกรองด้วยผ้าขาวบางโดยใช้นิ้วบิดผ้าให้ไข่ไหลลงมาใส่ภาชนะ กรองทั้งหมด 2 ครั้ง หรือใช้ผ้าขาวบางพับซ้อนกัน 2-3 ชั้น ปิดฝาหรือพลาสติกแรปไว้ เพื่อไม่ให้ไข่แห้ง 3. ทำน้ำเชื่อมโดยใส่น้ำตาลกับเปลือกไข่ลงในกระทะทอง แล้วใช้มือขยำเปลือกไข่กับน้ำตาลรวมกันให้เปลือกไข่แตกจึงใส่น้ำหรือน้ำลอยดอกมะลิและใบเตยลงไป ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง ใช้พายไม้คนแค่พอน้ำตาลละลาย พอน้ำเชื่อมเดือดเคี่ยวต่อสักครู่ นานประมาณ 10-15 นาที จนน้ำเชื่อมใส ยกลง กรองน้ำเชื่อมด้วยผ้าขาวบาง ใส่ภาชนะไว้ จากนั้นใส่น้ำเชื่อมลงกระทะทองใบเดิมที่ล้างสะอาดแล้ว ยกกระทะขึ้นตั้งบนไฟกลางอีกครั้ง รอจนน้ำเชื่อมเดือดทั่ว (ระหว่างเคี่ยวถ้ามีฟองให้หมั่นช้อนออกเพื่อให้น้ำเชื่อมใส) ใช้กระบวยตักแบ่งน้ำเชื่อมออกมาประมาณ 1 ถ้วย สำหรับใช้เป็นน้ำเชื่อมใส เคี่ยวต่อจนน้ำเชื่อมที่เหลือข้นเล็กน้อย น้ำเชื่อมเดือดปุดๆเป็นฟองใหญ่ตรงกลางกระทะ 4. วิธีโรยฝอยทองทำโดยลดไฟจนน้ำเชื่อมในกระทะข้นได้ที่เดือดทั่วกระทะ จากนั้นใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางอุดตรงปลายกรวยไว้ไม่ให้ไข่ไหลออกมาแล้วจึงตักไข่แดงที่เตรียมไว้ลงในกรวย เปิดนิ้วโรยไข่ลงไปตรงน้ำเชื่อมให้เป็นวงกลมประมาณ25-30 รอบ หรือได้มากพอตามความต้องการแล้วจึงใช้นิ้วปิดรู วางกรวยพักไว้ในถ้วย รอให้ไข่สุกสักครู่ นานประมาณ 30 วินาที จึงไปจับลูกฝอยทอง เมื่อนำเส้นฝอยทองขึ้นแล้วจึงใส่น้ำประมาณ 1/4 ถ้วย เพื่อให้น้ำเชื่อมหยุดเดือดและไม่ให้น้ำเชื่อมข้นเกินไป 5. วิธีจับลูกฝอยทองทำโดยใช้ตะเกียบหรือไม้ปลายแหลมช้อนเส้นไข่ (เส้นฝอยทอง) ที่โรยตรงกลางในกระทะน้ำเชื่อมให้เส้นฝอยทองไปรวมกันข้างกระทะข้างเดียว จากนั้นช้อนเส้นฝอยทองไปมาในน้ำเชื่อมประมาณ 2-3 ครั้ง เพื่อให้เส้นฝอยทองเรียงกันเป็นแพสวยและสุกทั่ว เส้นที่สุกจะใสไม่ขุ่น แล้วช้อนเส้นฝอยทองขึ้นจากน้ำเชื่อมในกระทะมาแกว่งไปมาในน้ำเชื่อมใสที่แบ่งไว้อีกครั้ง เพื่อล้างน้ำเชื่อมออก เส้นฝอยทองจะเป็นเงาสวย น้ำเชื่อมไม่ตกผลึกแข็ง แล้วยกขึ้นมาวางบนตะแกรงให้เป็นแพและน้ำเชื่อมไหลออกบ้าง หรือยกขึ้นมาจับเป็นลูก โดยใช้ตะเกียบหรือไม้ปลายแหลมอีกอันที่มีขนาดเท่ากันช่วยช้อนส่วนปลายเส้นไข่ให้พับเข้ามาหาส่วนต้น แล้วพับส่วนต้นให้ทับส่วนเส้นฝอยทองที่ยุ่งเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกว้าง 11/2 นิ้ว ยาว 2 นิ้ว พอน้ำเชื่อมเดือดอีกครั้งจึงโรยไข่แดงลงในน้ำเชื่อม ทำเช่นนี้จนหมดไข่แดงที่เตรียมไว้ พักไว้ให้เย็น จัดใส่ภาชนะอบด้วยดอกมะลิ 6. จัดใส่จาน ราดน้ำเชื่อมใสเล็กน้อย เพื่อให้เส้นฝอยทองเป็นเงาสวย   หมายเหตุ ฝอยทองกรอบทำเช่นเดียวกันแต่โรยไข่ในน้ำเชื่อมข้นๆ เมื่อเย็นน้ำเชื่อมจะแห้งเป็นเกล็ด เส้นฝอยทองจะแข็งและกรอบ แต่ต้องวางเส้นฝอยทองบนตะแกรงให้น้ำเชื่อมไหลออก มิฉะนั้นน้ำตาลจะจับเส้นมากเกินไป ฝอยทองกรอบนิยมดึงเส้นให้กระจายออกแล้วจึงจับเป็นกองๆ   ลักษณะที่ดี เส้นฝอยทองเล็กกลม เส้นนุ่มเป็นเงา ชุ่มน้ำเชื่อมและเส้นเรียงกันเป็นแพสวย ฝอยทองมีรสหวานไม่มาก สีเหลืองสดหรือสีเหลืองส้มสดตามสีของไข่แดง มีกลิ่นหอม ไม่มีกลิ่นคาวไข่   ข้อน่ารู้ ใช้ไข่ใหม่ ไข่แดงจะมีความข้นเหนียวดี โรยได้เส้นฝอยทองกลมสวย ไข่น้ำค้าง คือ ไข่ขาวใสที่ติดค้างอยู่กับเปลือกไข่ด้านส่วนป้านของไข่ไก่และไข่เป็ด โรยฝอยทองตรงกลางกระทะ เพราะเวลาน้ำเชื่อมเดือดจะดันเส้นฝอยทองไปข้างกระทะ ทำให้เส้นฝอยทองเป็นเส้นกลมสวย หากน้ำเชื่อมเริ่มข้นมากเกินไปให้เติมน้ำ แล้วรอให้เดือดก่อนจึงโรยฝอยทองครั้งต่อไป การทำขนมเครื่องไข่สามารถใช้น้ำเชื่อมต่อกันได้โดยเรียงลำดับจากความเข้มข้นของน้ำเชื่อมน้อยไปมาก คือ ฝอยทอง เม็ดขนุน ทองหยิบ ไข่แมงดา และทองหยอด   สูตรอาหารโดย อบเฉย อิ่มสบาย 08.03.2018 RECIPE

ทองหยิบ 1. เตรียมไข่โดยล้างไข่ให้สะอาด เช็ดด้วยผ้าให้แห้งสนิท ต่อยไข่ใส่ภาชนะ (เก็บเปลือกไข่ไว้สำหรับฟอกน้ำเชื่อม) แล้วใช้มือทั้งสองช้อนแยกเอาเฉพาะไข่แดงขึ้นมา คือค่อยๆใช้นิ้วรีดไข่ขาวออกจากไข่แดง แล้วรีดเอาเยื่อหุ้มไข่แดงออกจนหมด(ไข่ขาวเก็บไว้ทำสังขยา) ใส่ไข่แดงลงในผ้าขาวบาง แล้วกรองด้วยผ้าขาวบางโดยใช้นิ้วบิดผ้าให้ไข่ไหลลงมาใส่ภาชนะกรองทั้งหมด 2 ครั้ง หรือใช้ผ้าขาวบางพับซ้อนกัน 2-3 ชั้น ปิดฝาหรือพลาสติกแรปไว้ เพื่อไม่ให้ไข่แห้ง 2. ทำน้ำเชื่อมโดยใส่น้ำตาลกับเปลือกไข่ลงในกระทะทอง แล้วใช้มือขยำเปลือกไข่กับน้ำตาลรวมกันให้เปลือกไข่แตกจึงใส่น้ำหรือน้ำลอยดอกมะลิและใบเตยลงในกระทะทอง ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง ใช้พายไม้คนแค่พอน้ำตาลละลายพอน้ำเชื่อมเดือดเคี่ยวต่อสักครู่ นานประมาณ 10-15 นาที จนน้ำเชื่อมใส ยกลง กรองน้ำเชื่อมด้วยผ้าขาวบางใส่ภาชนะไว้ จากนั้นใส่น้ำเชื่อมลงกระทะทองใบเดิมที่ล้างสะอาดแล้ว ยกกระทะขึ้นตั้งบนไฟกลางอีกครั้ง รอจนน้ำเชื่อมเดือดทั่ว (ระหว่างเคี่ยวถ้ามีฟองให้หมั่นช้อนออกเพื่อให้น้ำเชื่อมใส) ใช้กระบวยตักแบ่งน้ำเชื่อมออกมาประมาณ 11/2 ถ้วย สำหรับใช้เป็นน้ำเชื่อมใส แล้วลดไฟ เคี่ยวน้ำเชื่อมที่เหลือต่อจนน้ำเชื่อมงวดลงและเดือดเป็นฟองเต็มกระทะแต่ฟองไม่มากเท่ากับทองหยอด ขณะที่เคี่ยวน้ำเชื่อมให้ช้อนฟองออกเสมอ (ฟองน้ำเชื่อมใช้ทำสังขยาหรือปรุงรสอาหารต่างๆได้) 3. ตีไข่แดงโดยใช้เครื่องตีไข่ไฟฟ้าด้วยความเร็วเบอร์ 3 หรือตะกร้อมือ ตีให้ขึ้นฟู ใช้เวลาตีนานประมาณ 3-5 นาทีหรือจนกว่าจะขึ้นฟู สังเกตไข่จะมีสีนวลขึ้นให้หยุดตี แล้วนำไปทดลองหยอดในน้ำเชื่อมที่เคี่ยวไว้ก่อน 1 ชิ้น ถ้าตีได้ที่ไข่จะฟูไม่กระด้าง (สังเกตริมขอบไข่จะสูงขึ้น ไม่แบน) แต่ถ้าตีไข่แดงไม่ได้ที่ไข่จะกระด้าง ไม่ฟู ให้ตีต่ออีก 1-2 นาที แต่ถ้าตีนานเกินไปหยอดแล้วจะเละไม่เป็นแผ่น วิธีแก้คือให้เติมไข่แดง คนพอเข้ากัน แล้วลองหยอดดูใหม่ 4. วิธีหยอดแผ่นทองหยิบทำโดยปิดไฟรอให้น้ำเชื่อมนิ่ง ตักไข่แดงที่ตีหยอดลงตรงๆในกระทะน้ำเชื่อมจนเป็นแผ่นกลมใช้ช้อนคาวหยอดจะได้ขนาดพอดี อย่าหยอดให้ติดกัน พอหยอดเต็มกระทะแล้วให้เปิดไฟกลางค่อนข้างอ่อน พอน้ำเชื่อมเดือดทั่วกระทะได้สักครู่ นานประมาณ 1-2 นาที จึงใช้ทัพพีโปร่งกลับอีกด้าน รอจนไข่สุก (สังเกตเมื่อไข่สุกเนื้อไข่จะฟูขึ้น) จึงใส่น้ำประมาณ 1/4 ถ้วยลงในกระทะ (เพื่อให้น้ำเชื่อมหยุดเดือด และช่วยลดความเข้มข้นของน้ำเชื่อม)แล้วใช้ทัพพีโปร่งตักแผ่นไข่ขึ้นมาแช่ในน้ำเชื่อมใส แล้วกลับชิ้นแผ่นไข่ พอน้ำเชื่อมเดือดก็หยอดเช่นเดิมจนไข่แดงหมด 5. วิธีการหยิบทำโดยพอแผ่นไข่ที่หยอดเริ่มคลายร้อนลงเล็กน้อย (อย่าให้เย็นมากเพราะจะแข็งแล้วหยิบไม่ได้) ให้รีบหยิบจับกลีบโดยใช้ไม้เสียบลูกชิ้นช่วย สามารถจับกลีบได้ตั้งแต่ 5 6 7 9 12 และ 16 กลีบ แต่หยิบ 5 กลีบจะสวยที่สุดวิธีคือใช้มือทั้งสองข้างจับให้เป็นกลีบ แบ่งให้กลีบเท่าๆกัน เช่น มือขวาจับให้เป็น 3 กลีบ มือซ้ายจับอีก 2 กลีบใช้นิ้วสอดตามหว่างกลีบ พอได้กลีบตามต้องการจึงใส่ลงในถ้วยตะไลหรือฝาขวด เพื่อให้ได้รูปเป็นรูปถ้วยสวย พักไว้จนเย็นสนิท เมื่อจะเสิร์ฟจึงนำออกจากถ้วยตะไลหรือฝาขวด   ลักษณะที่ดี สีเหลืองสวย รสหวาน กลิ่นหอม ทองหยิบเมื่อหยิบใส่ถ้วยตะไลหรือฝาขวดแล้วจะมีไส้นุ่มๆเต็ม หลังดอกก็นุ่มไม่แตก เนื้อฟูนุ่มไม่กระด้าง อุ้มน้ำเชื่อมพอฉ่ำ มีกลีบขนาดเท่าๆกัน   ข้อน่ารู้ ทองหยิบจะนิยมหยิบตั้งแต่ 5 6 7 9 12 จนถึง16 กลีบ หากตีได้ที่ ไข่แดงจะฟูไม่กระด้าง (สังเกตริมขอบไข่จะสูงขึ้น ไม่แบน) แต่ถ้าตีไม่ได้ที่ ไข่จะกระด้าง ไม่ฟู หากตีไข่แดงฟูมากเกินไป เมื่อหยอดแล้วจะเละไม่เป็นแผ่น ให้นำไข่แดงมาเติม แล้วคนให้เข้ากันก่อนนำมาหยอดอีกครั้ง เวลาหยอดไข่ให้ปิดไฟรอให้น้ำเชื่อมนิ่ง หยอดไข่ลงตรงๆบนน้ำเชื่อมจนเป็นแผ่นกลม เมื่อกลับไข่แล้วควรใส่น้ำเพื่อไม่ให้น้ำเชื่อมข้นมากเกินไป หากมีฟองดำๆในน้ำเชื่อมขณะที่ทำทองหยิบ ให้ช้อนฟองออกเพื่อไม่ให้ขนมมีสีคล้ำ ต้องจับกลีบทองหยิบตอนที่ยังอุ่นอยู่ ถ้าปล่อยให้เย็น ทองหยิบจะแข็งจับกลีบยาก   สูตรอาหารโดย อบเฉย อิ่มสบาย 08.03.2018 RECIPE

ลอดช่องน้ำกะทิ 1. เตรียมน้ำเย็นจัดและพิมพ์สำหรับกดลอดช่องไว้ 2. ทำเส้นลอดช่องไทยโดยผสมแป้งทั้ง 3 ชนิดเข้าด้วยกันในกระทะทอง ค่อยๆใส่น้ำปูนใสประมาณ 1/2 ถ้วย คนให้แป้งเข้ากัน แล้วใส่น้ำปูนใสที่เหลือและน้ำใบเตย คนให้เข้ากัน ยกกระทะทองขึ้นตั้งบนไฟกลางค่อนข้างแรง กวนจนแป้งเริ่มข้น ลดไฟลง กวนต่อจนแป้งข้นเหนียว กวนนานประมาณ 25 นาที ถ้ากวนแป้งลอดช่องได้ที่เมื่อยกพายไม้ขึ้นส่วนผสมจะไหลลงมาช้าๆเป็นแพขนาดความกว้างเท่าพายไม้ หรือสามารถทดสอบโดยตักแป้งลอดช่องใส่ในน้ำเย็นแล้วรอนานประมาณ 1 นาทีให้แป้งอยู่ตัว ลองใช้มือบีบดูถ้าแป้งเป็นตัวไม่ละลายไปกับน้ำแสดงว่าใช้ได้ ปิดไฟ ยกลง เทแป้งลอดช่องที่กวนใส่พิมพ์กดลอดช่อง กดลงในน้ำเย็นจัด ขณะที่กดให้กดแล้วหยุดสลับกันไปจนแป้งหมด เสร็จแล้วให้แช่เส้นลอดช่องไว้ในน้ำเย็นนานประมาณ 5 นาที จึงใช้ทัพพีโปร่งตักหรือเทตัวลอดช่องใส่กระชอน พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ 3. ทำน้ำเชื่อมกะทิโดยผสมน้ำตาลปี๊บกับน้ำต้มใบเตยเข้าด้วยกันในกระทะทอง ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง คนจนน้ำตาลละลายเคี่ยวให้เดือดเป็นฟองเล็กๆ ใส่หัวกะทิและเกลือ คนพอเข้ากันและเกลือละลายทั่ว ปิดไฟ ยกลง ใส่ถ้วย พักไว้ให้เย็นจากนั้นนำถ้วยน้ำเชื่อมกะทิที่เคี่ยวไว้มาวางในชั้นลังถึง จุดเทียนอบขนมให้ติดไฟ เอียงเปลวไฟให้ลนมาโดนตัวขี้ผึ้งของเทียน พัดให้ไฟดับ วางลงในถ้วยที่มีขนาดพอดีกับเทียน นำไปใส่ในชั้นลังถึงเดียวกับน้ำกะทิ ปิดฝาลังถึงให้สนิทใช้เวลาอบประมาณ 20 นาที 4. วิธีจัดเสิร์ฟ ตักตัวลอดช่องใส่ถ้วย ใส่น้ำเชื่อมกะทิและน้ำแข็ง   ลักษณะที่ดี ตัวลอดช่องควรมีความยาวประมาณ 2-21/2 นิ้ว ตรงกลางป่องเล็กน้อย หัวท้ายเรียวแหล ลอดช่องนุ่มเหนียวอยู่ตัว ไม่เละ สีเขียวหอมใบเตย น้ำเชื่อมกะทิมีกลิ่นหอมรสหวานจากน้ำตาลปี๊บและมีความมันของกะทิ   ข้อน่ารู้ น้ำปูนใสควรทำเตรียมไว้ล่วงหน้า 1 วัน โดยใช้อัตราส่วนปูนแดงหรือปูนขาว 3/4 ถ้วย ต่อน้ำ 10 ถ้วย การนวดแป้งกับน้ำปูนใส 1/2 ถ้วยก่อนในตอนแรกจะช่วยให้ตัวลอดช่องมีความเหนียวมากขึ้น ถ้าใช้ไฟอ่อนเกินไปจะทำให้แป้งไม่อยู่ตัว และเมื่อกดแป้งออกมาจะได้ตัวลอดช่องที่นิ่มเกินไป ขณะที่กดตัวลอดช่องให้ใช้พายยางคนไปทางเดียวกัน เพื่อไม่ให้ตัวลอดช่องเป็นก้อนทับกัน การเตรียมน้ำกะทิตามสูตรจะช่วยไม่ให้กะทิเป็นลูกน้ำกะทิที่ได้ควรใช้วันต่อวัน ไม่ควรเก็บค้างคืน   สูตรอาหารโดย อบเฉย อิ่มสบาย 08.03.2018 RECIPE

กล้วยน้ำว้าเชื่อม 1. ปอกเปลือกกล้วยผ่าครึ่งลูกตามขวางหรือผ่าครึ่งอีกครั้งก็ได้ นำไปแช่ในน้ำปูนใสนานประมาณ ½ ชั่วโมง แล้วล้างน้ำ สงขึ้น พักไว้ 2. ใส่น้ำตาล น้ำและน้ำมะนาวลงในหม้อหรือกระทะทองยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง คนจนน้ำตาลละลาย ยกลง แล้วกรองน้ำเชื่อมด้วยผ้าขาวบาง ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางค่อนข้างอ่อน ใส่กล้วยลงเชื่อม เคี่ยวจนกล้วยสุกเป็นสีแดงอ่อนๆ ยกลง 3. จัดใส่จาน เสิร์ฟ   ลักษณะที่ดี กล้วยน้ำว้าเชื่อมมีลักษณะใสเป็นเงาสีแดง เนื้อนุ่มรสหวาน ไม่เละ   ข้อน่ารู้ ไม่ควรคนหรือกลับชิ้นกล้วยบ่อย เพราะจะทำให้กล้วยเละ ไม่สวย เชื่อมกล้วยด้วยไฟกลาง ถ้าใช้ไฟแรงมากน้ำตาลจะไหม้เร็วแล้วกล้วยก็จะแข็งและเหี่ยว ขณะเชื่อมกล้วยบีบน้ำมะนาวใส่เล็กน้อย จะช่วยให้กล้วยเชื่อมมีสีแดงสวยและไม่ตกทราย กล้วยเชื่อมราดด้วยหัวกะทิ เพิ่มความเค็มมันให้กลมกล่อมมากขึ้น   สูตรอาหารโดย อบเฉย อิ่มสบาย 08.03.2018 RECIPE