Found 18 results for Tag : สตรอว์เบอร์รี

แยมสตรอว์เบอร์รีเรดเคอร์เรนท์ 1. ล้างสตรอว์เบอร์รีให้สะอาด ตัดขั้วออก หากสตรอว์เบอร์รีผลขนาดกลางให้หั่นครึ่ง ถ้าสตรอว์เบอร์รีใหญ่มากให้หั่นสี่ พักไว้ 2. ใส่น้ำตาล 300 กรัม และน้ำ 300 กรัมลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางพอน้ำเชื่อมเดือดและน้ำตาลละลาย ใส่สตรอว์เบอร์รีลงไป รอให้ส่วนผสมเดือดอีกครั้ง ปิดไฟ พักไว้ให้ส่วนผสมหายร้อนแล้วเทใส่ภาชนะปิดฝา แช่ตู้เย็นช่องธรรมดาไว้ 2 คืนให้น้ำเชื่อมซึมเข้าชิ้นสตรอว์เบอร์รี  3. เมื่อครบ 2 คืนนำเนื้อสตรอว์เบอร์รีแช่อิ่มครึ่งหนึ่ง และน้ำเชื่อมที่แช่สตรอว์เบอร์รีทั้งหมดใส่หม้อ ใส่เรดเคอร์เรนท์ แครนเบอร์รี และน้ำเลมอน ใช้ที่บดมันฝรั่งบดเนื้อผลไม้ให้เป็นเนื้อเดียวกัน หลังจากนั้นนำหม้อขึ้นตั้งบนไฟกลาง เคี่ยวประมาณ 15 นาทีให้แยมงวดลงเล็กน้อย ระหว่างนั้นนั้นผสมเพคตินกับน้ำตาลทราย 50 กรัมที่เหลือและเกลือ คนให้เข้ากันจนเพคตินกระจายตัวเข้ากับน้ำตาลดี  4. เมื่อครบ 15 นาที ใส่สตรอว์เบอร์รีเเช่อิ่มที่แบ่งไว้กับน้ำตาลที่ผสมเพคติน เคี่ยวต่ออีกประมาณ 5 นาทีจนแยมข้นได้ที่ ทดสอบโดยตักแยมประมาณ 1 ช้อนชาใส่บนจานที่นำไปแช่ช่องแข็งไว้ล่วงหน้า ตั้งทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 2-3 นาที เมื่อเอียงจานแล้วแยมไม่ไหลแปลว่าแยมข้นได้ที่แล้ว บรรจุแยมใส่ขวดแก้วที่ต้มฆ่าเชื้อแล้ว หรือใส่ภาชนะสะอาด เก็บในตู้เย็นช่องธรรมดาได้ 1 เดือน ถ้าต้องการเก็บนอกตู้เย็นให้บรรจุตามวิธีถนอมอาหารในขวด   อ่านบทความเพิ่มเติม ศาสตร์ของแยมรสหวานอมเปรี้ยว     18.09.2020 RECIPE

วาฟเฟิลสตรอว์เบอร์รีหน้าล้น 1. ทำวาฟเฟิลโดยร่อนแป้งสาลีอเนกประสงค์ ผงฟูและเกลือป่นรวมกันในอ่างผสม ใส่น้ำตาลทราย ไข่ไก่ นมสดและเนยจืดละลาย ใช้ตะกร้อมือคนส่วนผสมจนเข้ากันดี พักไว้ 2. อุ่นเครื่องทำวาฟเฟิลประมาณ 3-5 นาที จนร้อนได้ที่ ทาเนยบางๆให้ทั่ว  ตักแป้งวาฟเฟิลหยอดในพิมพ์ประมาณ 1/3 ถ้วยหรือจนเต็มพิมพ์ ปิดฝา รอให้วาฟเฟิลสุก (ไฟที่เครื่องจะเป็นสีเขียว) เปิดฝา นำวาฟเฟิลออกจากพิมพ์ วางพักไว้บนตะแกรงก่อนเพื่อไม่ให้วาฟเฟิลแฉะ 3. จัดวาฟเฟิลใส่จานเสิร์ฟ แต่งหน้าโดยบีบวิปปิ้งครีม วางสตรอว์เบอร์รี โรยอัลมอนด์สไลด์และน้ำตาลไอซิ่ง ราดด้วยเมเปิลไซรัปและซอสช็อคโกแลต เสิร์ฟทันที   11.07.2020 RECIPE

สตรอว์เบอร์รีชีสพายไอศกรีม 1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ ทำคุกกี้ครัสต์โดยปั่นคุกกี้เนยกับน้ำตาลให้ละเอียดในเครื่องปั่นของแห้ง ใส่เนยละลาย คลุกเคล้าให้เข้ากัน นำไปอัดลงในชามแก้วให้แน่น นำเข้าอบประมาณ 8-10 นาที นำออกจากเตาอบ พักไว้ในตู้เย็นช่องแช่แข็งให้คุกกี้ครัสต์อยู่ตัว 2. ทำสตรอว์เบอร์รีชีสพายโดยนำไอศกรีมรสสตรอว์เบอร์รีชีสเค้กมาวางด้านนอกตู้เย็นที่อุณหภูมิห้องประมาณ 10-15 นาที หรือนำไอศกรีมเข้าไมโครเวฟประมาณ 10 วินาที จนเนื้อไอศกรีมนุ่มลง ใส่เนื้อสตรอว์เบอร์รีลงไปครึ่งหนึ่ง คนให้เข้ากัน เทลงในชามคุกกี้ครัสต์ โรยเนื้อสตรอว์เบอร์รีที่เหลือ นำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องแช่แข็งอย่างน้อย 6 ชั่วโมง หรือจนไอศกรีมแข็งตัว 3. ทำโยเกิร์ตท็อปปิ้งโดยตีวิปปิ้งครีม น้ำตาล โยเกิร์ตรสธรรมชาติ น้ำมะนาว และกลิ่นวานิลลา ด้วยตะกร้อมือหรือเครื่องตีไข่ไฟฟ้า ตีจนวิปปิ้งครีมตั้งยอดอ่อน เทโยเกิร์ตท็อปปิ้งใส่ให้ทั่วชามสตรอว์เบอร์รีชีสพาย ปิดด้วยพลาสติกแร็ป นำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องแช่แข็งอย่างน้อย 1 ชั่วโมง หรือ 1 วันขึ้นไป 4. ก่อนรับประทานนำออกจากตู้เย็นก่อนอย่างน้อย 5 นาที ราดด้วยสตรอว์เบอร์รีกระป๋องหรือตกแต่งด้วยสตรอว์เบอร์รีสด หมายเหตุ การตัดสตรอว์เบอร์รีชีสพายไอศกรีมทำโดยแช่มีดในน้ำร้อน เช็ดด้วยผ้าให้แห้ง แล้วตัดเป็นชิ้นตามชอบ 02.06.2020 RECIPE

นมสตรอว์เบอร์รีสไตล์เกาหลี (Korean Strawberry milk) 1. ทำซอสสตรอว์เบอร์รีโดยหั่นสตรอว์เบอร์รีเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ในอ่างผสม ใช้ที่บดมันฝรั่งบดสตรอว์เบอร์รีให้เละเป็นเนื้อเดียวกัน ใส่น้ำตาลทราย และน้ำเลมอน คนให้เข้ากัน 2. เทส่วนผสมใส่หม้อ ยกขึ้นตั้งไฟกลาง พอเดือด เคี่ยวต่อจนซอสงวดและข้นขึ้น ปิดไฟ นำหม้อแช่ในอ่างน้ำเย็นจัดให้คลายร้อน พักไว้ (เทซอสใส่ภาชนะที่มีฝาปิดเก็บในตู้เย็นช่องธรรมดาได้นาน 1 สัปดาห์) 3. ทำฟองนมโดยใส่นมในหม้อ ยกตั้งไฟกลางให้พอร้อน เทนมใส่แก้วทรงสูงใช้เครื่องตีฟองนมไฟฟ้าตีจนเป็นฟองครีม เตรียมไว้ 4. จัดเสิร์ฟโดยตักซอสสตรอว์เบอร์รีใส่แก้วประมาณ 1/3 ของแก้ว ตามด้วยสตรอว์เบอร์รีหั่นชิ้นเล็ก น้ำแข็ง นมสดรสจืด ฟองนม และไอศกรีม ตกแต่งด้วยผลสตรอว์เบอร์รีที่ปากแก้ว เสิร์ฟ 09.05.2020 RECIPE

ไอศกรีมทอด 1. ตักไอศกรีมเป็นก้อนกลม 1 ก้อน วางบนแผ่นขนมปัง ห่อมุมขนมปังทั้งสองด้านให้ประกบกัน แล้วพับอีกสองด้านห่อคลุมไอศกรีมทั้งหมด ใช้มือรวบเป็นก้อนกลม แล้วปั้นให้เป็นก้อนกลม วางบนแผ่นอะลูมินั่มฟอยล์ ห่อคลุมขนมปังทั้งหมด ปั้นให้แน่นจนเป็นก้อนกลม นำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องแช่แข็งอย่างน้อย 5 ชั่วโมงขึ้นไป หรือ1 วัน 2. ใส่น้ำมันลงในหม้อหรือกระทะสำหรับทอด ตั้งบนไฟกลางจนน้ำมันร้อนจัด นำไอศกรีมที่ห่อไว้มาแกะแผ่นอะลูมินั่มฟอยล์ออก วางบนกระชอนแล้วนำลงทอด ระหว่างทอดต้องคอยเขย่ากระชอนให้ไอศกรีมกลิ้งในน้ำมันจนทั่ว ทอดแค่พอเหลือง หากทอดนานเกินไปเนื้อไอศกรีมจะละลายและไหลลงในน้ำมันทำให้กระเด็นได้ตักขึ้นวางพักบนกระดาษทิชชู 3. จัดใส่จาน เสิร์ฟพร้อมซอสช็อกโกแลต ซอสราสป์เบอร์รี วิปปิ้งครีม สตรอว์เบอร์รี และ ใบสะระแหน่   Tips ก่อนตักไอศกรีมเป็นก้อนกลมให้นำไอศกรีมไปแช่ในตู้เย็นช่องแช่แข็งก่อน เพราะถ้าไอศกรีมไม่แข็งพอหรือละลายจะปั้นเป็นก้อนกลมได้ยาก และควรตักไอศกรีมให้มีขนาดก้อนที่ไม่ใหญ่จนเกินไป เพราะจะทำให้ปั้นยาก 29.04.2020 RECIPE

พัฟฟ์ผลไม้ 1. ทำเพสตรีครีมโดยใส่นมและน้ำตาล 25 กรัม ในหม้อบนไฟกลาง ระหว่างนั้นตีไข่ไก่กับน้ำตาลที่เหลือในอ่างผสมด้วยตะกร้อจนฟูเบา ใส่ผงคัสตาร์ด คนด้วยตะกร้อจนเข้ากัน เทนมที่เดือดแล้วครึ่งหนึ่งลงในอ่างไข่ไก่ ใช้ตะกร้อคนเบาๆให้เข้ากัน แล้วเทกลับลงไปในหม้อนมที่เหลือ ใช้ตะกร้อคนต่อจนเพสตรีครีมข้น  2. นำเพสตรีครีมที่ข้นแล้วใส่ในเครื่องตีเค้กหัวตีตะกร้อ ตีด้วยความเร็วปานกลางแล้วค่อยๆใส่เนยลงไปขณะตี ตีต่อจนเพสตรีครีมเย็นสนิท ใส่เหล้ารัม ตักใส่ถุงบีบพร้อมหัวบีบ เตรียมไว้ 3. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส คลึงแป้งพัฟฟ์ออกเป็นแผ่นหนา 3 มม. ตัดแป้งออกเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 7x12 นิ้ว แล้วตัดขอบด้านยาวออกเป็นเส้นกว้าง ½ นิ้ว ใช้ลูกกลิ้งกลิ้งบนแป้งแผ่นใหญ่ให้เป็นรู (หากไม่มีใช้ส้อมจิ้มจนทั่วแผ่นแป้ง) ใช้แปรงจุ่มไข่ไก่ทาบริเวณขอบแป้งแผ่นใหญ่ แล้ววางขอบแป้งที่ตัดเป็นเส้นไว้ทั้งสองด้าน ใช้สันมีดบากตกแต่งขอบแป้งด้านข้าง ทาไข่ไก่บนขอบแป้งที่บากแล้ว นำแป้งพัฟฟ์เข้าอบประมาณ 30 นาที จนเหลืองกรอบ นำออกจากเตาอบ พักบนตะแกรงจนเย็นสนิท 4. บีบเพสตรีครีมจนเต็มด้านบนแป้งพัฟฟ์ที่อบแล้ว วางผลไม้ทั้งหมดด้านบนทาแอปริคอตเกลสจนทั่ว ตัดแบ่งเป็น 4 ชิ้นเท่าๆกัน 16.04.2020 RECIPE

คัพเค้กสตรอว์เบอร์รี 1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เรียงถ้วยกระดาษใส่พิมพ์ถาดมัฟฟิน เตรียมไว้ 2. ร่อนแป้งเค้ก ผงฟู เบกกิ้งโซดา และเกลือ เข้าด้วยกัน พักไว้ 3. ตีเนยสดในอ่างผสมด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้า ตีด้วยความเร็วปานกลางจนเนยขึ้นฟูเบาเป็นสีครีมนวล ค่อยๆใส่น้ำตาลทีละน้อยจนหมด ตีจนขึ้นฟูเข้ากันเป็นครีมและน้ำตาลละลายหมด ใส่กลิ่นวานิลลาลงไปในอ่างเนยสด ตีให้เข้ากัน แล้วใส่ไข่ลงไปค่อยๆเทลงเป็นสายจนหมด ผสมให้เข้ากันจากนั้นใส่แป้งที่ร่อนสลับกับบัตเตอร์มิลค์ลดความเร็วการตีต่ำสุด (โดยแบ่งแป้งออกเป็น 3 ส่วน บัตเตอร์มิลค์ 2 ส่วน) เริ่มด้วยแป้งสลับกันไปแล้วจบด้วยแป้ง ผสมพอเข้ากัน เนื้อที่ได้จะเป็นครีมสีครีมนวล 4. ตักส่วนผสมเค้กโดยใช้สคูปไอศกรีมหรือช้อนตักใส่ถ้วยกระดาษที่เตรียมไว้ ¾ ของถ้วย แล้วเคาะไล่อากาศในเนื้อเค้กโดยยกถาดเคาะบนพื้นโต๊ะเบาๆ 2-3 ครั้ง นำเข้าเตาอบที่อุ่นไว้ อบนาน 15-18 นาที หรือจนเค้กสุก (ทดสอบโดยใช้ไม้ปลายแหลมจิ้มถ้าไม่มีเนื้อเค้กติดมาแสดงว่าเค้กสุก) ยกออกจากเตาอบ นำเค้กออกจากถาดมัฟฟินแล้วพักเค้กบนตะแกรงจนเย็น 5. ใช้มีดปลายแหลมคว้านด้านบนคัพเค้ก นำเนื้อสตรอว์เบอร์รีหั่นลูกเต๋าใส่ลงไป 6. ทำครีมสดโดยตีวิปปิ้งครีม แล้วใส่น้ำตาล กลิ่นวานิลลา ตีจนวิปปิ้งครีมข้นและเป็นลาย ทดสอบโดยยกแล้วตั้งยอด นำมาปาดหน้าคัพเค้กตามต้องการ หรือนำใส่หัวบีบดาวและหัวบีบกลม ตกแต่งด้วยเม็ดน้ำตาล สตรอว์เบอร์รีสด และช็อกโกแลตหรือตกแต่งตามชอบ   15.04.2020 RECIPE

เค้กหม้อหุงข้าว 1. ทาเนยด้านในหม้อหุงข้าวให้ทั่ว อุ่นหม้อหุงข้าวให้ร้อน เตรียมไว้ ร่อนแป้งเค้ก ผงฟู เบกกิ้งโซดาและเกลือลงในอ่างผสม พักไว้  2. ตีไข่ไก่และกลิ่นวานิลลาในถ้วยให้เข้ากัน พักไว้ ผสมนมสดผสมกับน้ำมะนาวในถ้วย คนให้เข้ากัน 3. ตีเนยกับน้ำตาลทรายในอ่างผสมด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าจนฟูเบาและส่วนผสมเป็นสีครีม ค่อยๆเทไข่ไก่ลงทีละน้อยจนหมด ใส่ส่วนผสมแป้งที่ร่อนไว้สลับกับส่วนผสมนมสด ทำจนหมด 4. เทเนื้อเค้กลงในหม้อหุงข้าวที่อุ่นไว้ เกลี่ยให้หน้าเค้กเรียบ ปิดฝาและกดปุ่ม ตั้งเวลาการอบไว้ที่ 1 ชั่วโมง 20 นาที และกดปุ่ม รอจนกระทั่งมีสัญญาณเตือนแสดงว่าเค้กสุกแล้ว เปิดฝาหม้อ ทดสอบว่าเค้กสุกโดยใช้ไม้ปลายแหลมจิ้มแล้วไม่มีเนื้อเค้กติดขึ้นมา คว่ำหม้อชั้นในลงบนถาดหรือตะแกรง พักไว้ให้เย็น   5. จัดเสิร์ฟโดยตัดเค้กเป็นชิ้นตามชอบใส่จาน โรยน้ำตาลไอซิ่ง เสิร์ฟกับสตรอว์เบอร์รี และบลูเบอร์รี ตกแต่งด้วยใบสะระแหน่ สูตรอาหารโดย สาธินี กลิ่นศรีสุข 18.10.2019 RECIPE

ยำสตรอว์เบอร์รีกุ้งสด 1. เตรียมกุ้งโดยล้างกุ้งให้สะอาด ซับให้แห้ง เด็ดหัว ไว้หาง ผ่าหลังดึงเส้นดำออก ลวกกุ้งในน้ำเดือดจนสุก ตักขึ้นใส่น้ำเย็นจนกุ้งคลายความร้อน ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ พักไว้ 2. เตรียมคะน้าลวก โดยหั่นก้านคะน้าฮ่องกงเป็นแว่นเล็กๆ ลวกในน้ำเดือดใส่เกลือประมาณ 1 นาทีจนสุก ตักขึ้นใส่น้ำเย็นจัดเพื่อให้คะน้าสุกกรอบ ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ พักไว้ 3. ผสมน้ำปลา น้ำตาลทราย และน้ำมะนาวลงในอ่างผสม คนให้เข้ากันและน้ำตาลละลาย ใส่พริกขี้หนู  พริกจินดาหอมแดง ใบสะระแหน่ ก้านคะน้าลวก กุ้งลวก และสตรอว์เบอร์รีลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน จัดลงจาน โรยหน้าด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์   อ่านบทความเพิ่มเติม สตรอว์เบอร์รีพันธุ์ 80 จากดอยสู่จานอาหาร   19.03.2019 RECIPE

สตรอว์เบอร์รีโฟรเซนโยเกิร์ต 1. ทำเกล็ดสตรอว์เบอร์รีโดยแบ่งสตรอว์เบอร์รีแช่แข็งออกมา 75 กรัม สับหยาบๆ พักไว้ในตู้เย็นช่องแช่แข็ง 2. ทำเนื้อไอศกรีมโดยใส่สตรอว์เบอร์รีแช่แข็งที่เหลือ ลงในเครื่องปั่นอาหาร เติมน้ำเชื่อมและโยเกิร์ตลงไป ปั่นจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันเนียนดี ใส่เนื้อไอศกรีมลงในภาชนะ เติมเนื้อสตรอว์เบอร์รีสับหยาบลงไป คนให้เข้ากัน ใช้ก้นช้อนเกลี่ยหน้าไอศกรีมในภาชนะให้เรียบเนียน แล้วนำเข้าตู้เย็นช่องแช่แข็งจนไอศกรีมเซ็ตตัวดีประมาณ 4 ชั่วโมง 3. จัดเสิร์ฟโดยราดกรีกโยเกิร์ตลงในถ้วย ใช้ที่ตักไอศกรีมตักโฟรเซนโยเกิร์ตใส่ลงถ้วยแก้ว ตกแต่งด้วยสตรอว์เบอร์รีหั่นชิ้น   อ่านบทความเพิ่มเติม สตรอว์เบอร์รีพันธุ์ 80 จากดอยสู่จานอาหาร 19.03.2019 RECIPE

ทาร์ตสตรอว์เบอร์รีสไตล์เกาหลี 1. ทำแป้งทาร์ตโดยใส่แป้งเค้ก อัลมอนด์ป่น และน้ำตาลไอซิ่งรวมกันในอ่างผสม ใช้ช้อนคนพอเข้ากัน ใส่เนยลงในโถตีหัวตีใบพัดตีให้เนยคลายตัว ตามด้วยไข่ไก่ ร่อนส่วนผสมแป้งลงไป  ตีด้วยความเร็วต่ำจนเป็นก้อนแป้งเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน นำแป้งขึ้นวางบนกระดาษไข พับกระดาษไขขึ้นปิดหน้าแป้งให้สนิท ใช้ฝ่ามือค่อยๆกดแป้งให้แบนประมาณ 2 ซม. ทั่วๆกันทั้งก้อน พักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 2 ชั่วโมงให้แป้งเซ็ตตัว 2. ทำครีมสดโดยตีวิปปิ้งครีมกับน้ำตาลไอซิ่งจนตั้งยอดปานกลาง พักไว้ในตู้เย็น 3. ทำไส้ทาร์ตโดยโดยตีไข่แดงและน้ำตาลจนผสมกันเนียนดี  เติมแป้งข้าวโพดลงไป ผสมให้เข้ากัน นำนมสดและกลิ่นวานิลลาใส่หม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง  ต้มพอร้อน (เกือบเดือด) แล้วจึงเทลงเป็นสายบางๆในอ่างส่วนผสมไข่ทีละน้อย จนหมด ใช้ตะกร้อคนให้ส่วนของนมร้อนและไข่เข้ากันดี แล้วเทส่วนผสมกลับใลงหม้อเดิม ยกขึ้นกลับตั้งบนไฟอ่อน คนตลอดเวลาจนไส้คัสตาร์ดสุกข้นเป็นเนื้อครีมเนียนและไม่มีกลิ่นแป้ง ปิดไฟ ใส่เนย คนให้เข้ากัน เทคัสตาร์ดใส่ในถาดปูพลาสติกแรป และปิดพลาสติกแรปแนบหน้าครีม พักคัสตาร์ดให้เย็นสนิท 4. ใส่ครีมชีสกับน้ำตาลไอซิ่งลงอ่างผสม ใช้ตะกร้อมือตีจนเนียนเป็นเนื้อครีม ใส่คัสตาร์ดที่เย็นสนิทแล้วลงไป คนให้เข้ากัน เติมครีมสดที่ตีไว้ลงไป ใช้พายยางตะล่อมเบาๆให้เข้ากัน พักไว้ในตู้เย็น 5. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ไฟบนล่าง นำแป้งทาร์ตออกมา วางบนโต๊ะที่โรยแป้งนวลไว้ ตัดก้อนแป้งให้ได้ชิ้นละ 50 กรัม รีดให้แป้งเป็นวงกลมหนาประมาณ 5 มิลลิเมตร แล้วกรุลงในพิมพ์ทาร์ต โดย ใช้นิ้วโป้งกดแป้งให้แนบสนิทชิดพิมพ์ ใช้มีดตัดขอบแป้งให้เสมอกับขอบพิมพ์ ตัดกระดาษไขให้ใหญ่กว้างกว่าเส้นผ่าศูนย์กลางพิมพ์แล้ววางบนตัวแป้ง แล้วเทถั่วแดงลงไปถ่วงให้เต็มพิมพ์ทาร์ต โดยพยายามให้กระดาษไขแนบกับพิมพ์มากที่สุด นำเข้าอบ 15 นาที จนแป้งเริ่มเซ็ตตัว ยกกระดาษไขที่มีถั่วแดงออก แล้วอบต่ออีก 5-7 นาทีจนแป้งสุกเหลืองทองอมน้ำตาลทั่วทั้งชิ้น นำออกจากเตา ถอดแป้งออกจากพิมพ์ พักไว้บนตะแกรงจนเย็นสนิท 6. ประกอบทาร์ตสตรอว์เบอร์รีโดยตักไส้ทาร์ตลงในแป้งทาร์ตที่เย็นสนิทแล้ว ปาดให้เรียบเสมอกับแป้งทาร์ต วางเรียงชิ้นสตรอว์เบอร์รีบนทาร์ต ตักครีมสดที่เหลือใส่ถุงบีบ บีบครีมสดที่เหลือบนยอดสตรอว์เบอร์รี นำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนรับประทานเพื่อให้ครีมเซ็ตตัว   อ่านบทความเพิ่มเติม สตรอว์เบอร์รีพันธุ์ 80 จากดอยสู่จานอาหาร     19.03.2019 RECIPE

สตรอว์เบอร์รีช็อตเค้กไดฟุกุ 1. ทำแป้งไดฟุกุโดยตวงแป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวโพดและน้ำตาลใส่อ่างผสม ค่อยเทน้ำลงไปทีละส่วน ใช้ไม้พายคนให้ส่วนผสมละลายเข้ากัน นำไปนึ่งในลังถึงประมาณ 15 นาที จนแป้งมีลักษณะสุกใส จับตัวเป็นก้อนเหนียวๆ ยกถ้วยออกจากลังถึงแล้วตักก้อนแป้งที่สุกแล้วใส่ถาดที่โรยแป้งข้าวโพดคั่วลงไป ใช้มือค่อยๆกดแผ่แป้งออกขณะแป้งยังอุ่นๆ โรยด้วยแป้งข้าวโพดคั่วไม่ให้แป้งติดมือ พักไว้ให้ก้อนแป้งคลายความร้อน 2. เตรียมครีมสดโดยตีวิปปิ้งครีมกับน้ำตาลไอซิ่งในอ่างผสมด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าจนตั้งยอดแข็ง 3. ปั้นไดฟุกุ โดยตัดแป้งเป็นก้อนๆ ก้อนละ 40 กรัม ใช้มือแผ่แป้งให้เป็นวงกลมหนาประมาณ 4 มิลลิเมตร วางแผ่ลงบนถ้วยเล็กๆที่ปูพลาสติกแร็ป ให้แผ่นแป้งทิ้งตัวลงไปเป็นหลุม บีบครีมสดลงไป วางสตรอว์เบอร์รีโดยเอายอดลง และวางเค้กสปันจ์ปิดทับ จับจีบปลายแผ่นแป้งไดฟุกุให้หุ้มไส้อย่างพอดี แล้วตัดปลายแป้งส่วนเกินออก วางไดฟุกุลงบนจานที่โรยแป้งข้าวโพดคั่วไว้ จัดทรงให้สวยงามเท่ากันทุกลูก แล้วพักในตู้เย็นจนไส้ด้านในอยู่ตัว   อ่านบทความเพิ่มเติม สตรอว์เบอร์รีพันธุ์ 80 จากดอยสู่จานอาหาร 19.03.2019 RECIPE

ทีรามิสุสตรอว์เบอร์รี 1. เตรียมน้ำกาแฟโดยละลายผงกาแฟกับน้ำร้อน คนให้เข้ากัน พอเย็นสนิทแล้ว ใส่เหล้าคาลัวร์ พักไว้ 2. ใช้พายยางคนผสมมัสคาร์โพเนชีสกับน้ำตาลให้เข้ากัน (อย่าผสมนานจะทำให้ชีสแตกตัว) พักไว้ 3. ตีวิปปิ้งครีมด้วยตะกร้อ (หรือเครื่องตีไข่ไฟฟ้า) ในอ่างผสมอีกใบจนข้นฟู (ลักษณะข้นแต่ยังเทได้) แล้วนำไป ผสมกับมัสคาร์โพเนชีสที่ตีไว้ ตะล่อมจนเป็นเนื้อเดียวกัน พักไว้ 4. นำเลดี้ฟิงเกอร์จุ่มน้ำกาแฟพอชุ่ม วางเรียงไว้บนเขียง ทำจนหมด แล้วตัดเลดี้ฟิงเกอร์เป็น 3 ท่อนต่อชิ้น 5. เรียงเลดี้ฟิงเกอร์หั่นท่อนไว้ชั้นล่างสุดของแก้ว ตักครีมมัสคาร์โพเนใส่ วางสตรอว์เบอร์รี เรียงเลดี้ฟิงเกอร์ซ้ำอีกชั้น สลับเช่นนี้จนเต็มแก้ว นำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดานาน 3 ชั่วโมง เพื่อให้รสชาติดีขึ้น 6. ก่อนเสิร์ฟโรยผงโกโก้ให้หน้าตาเก๋กู้ด Variations • เปลี่ยนเลดี้ฟิงเกอร์เป็นบัตเตอร์เค้กแช่แข็งก็อร่อยไม่แพ้กัน • เปลี่ยนจากสตรอว์เบอร์รีเป็นผลไม้เนื้อนุ่มอย่างอื่นก็ได้ เช่น ส้ม หรือผลไม้เชื่อมกระป๋องก็สะดวกดี Tips and Tricks • ถ้าที่บ้านมีเครื่องทำกาแฟเอสเพรสโซก็ยิ่งดี น้ำกาแฟจะหอมยิ่งขึ้น • สำหรับคนที่ไม่อยากประดิดประดอย ทำทีละแก้ว สามารถทำใส่ชามหรือถ้วยขนาดประมาณ 7-8 นิ้ว ได้เลย • เลือกซื้อมัสคาร์โพเนชีสและวิปปิ้งครีมขนาด 250 กรัมพอดี จะได้ไม่มีของเหลือ 16.11.2018 RECIPE