Found 74 results for Tag : อบ

มาร์เบิลช็อกโกแลตพุดดิ้ง 1. เตรียมพิมพ์โดยใช้แปรงทาเนยนุ่มให้ทั่วด้านในพิมพ์ พักไว้ 2. ทำคัสตาร์ดโดยใส่นมสด วิปปิ้งครีม น้ำตาลทราย ¾ ถ้วย และเกลือป่น ลงในหม้อยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง คนให้เข้ากันจนน้ำตาลละลาย ปิดไฟ ยกลง ตีไข่ไก่และไข่แดงในอ่างผสมด้วยตะกร้อพอเข้ากัน เทนมที่อุ่นไว้ลงในอ่างไข่ไก่ทีละครึ่ง คนให้เข้ากัน เมื่อเข้ากันดีแล้ว ใส่นมอุ่นที่เหลือทั้งหมด ใส่กลิ่นวานิลลา เหล้ากรองมาเนียร์ และเนยละลายคนให้เข้ากัน พักไว้ 3. ละลายช็อกโกแลตบนหม้อน้ำเดือดอ่อนๆ ยกลง พักไว้ นำขนมปังลงแช่ในคัสตาร์ดข้อ 2 จนชุ่ม แล้ววางเรียงด้านล่างพิมพ์จนเต็ม เทช็อกโกแลตที่ละลายพอทั่วหน้าขนมปัง ปิดด้วยขนมปังชุบคัสตาร์ดจนเต็ม ตักคัสตาร์ดที่เหลือราดหน้าให้หมด แล้วราดช็อกโกแลตที่เหลือ ปิดด้วยพลาสติกแร็ป นำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดา 1 คืน ให้ขนมปังดูดคัสตาร์ดจนฉ่ำ 4. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ ระหว่างนั้นนำเบรดพุดดิ้งออกมาพักไว้นอกตู้เย็นประมาณ 15 นาที นำเข้าเตาอบที่อุ่นไว้นาน 1 ชั่วโมง (ก่อนครบเวลา 10 นาที นำเบรดพุดดิ้งออกมาโรยน้ำตาลทรายที่เหลือ) 5. จัดเสิร์ฟโดยตัดเบรดพุดดิ้งเป็นชิ้น รับประทานกับซอสช็อกโกแลตหรือโกโก้อุ่นๆ 16.04.2020 RECIPE

คัพเค้กสตรอว์เบอร์รี 1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เรียงถ้วยกระดาษใส่พิมพ์ถาดมัฟฟิน เตรียมไว้ 2. ร่อนแป้งเค้ก ผงฟู เบกกิ้งโซดา และเกลือ เข้าด้วยกัน พักไว้ 3. ตีเนยสดในอ่างผสมด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้า ตีด้วยความเร็วปานกลางจนเนยขึ้นฟูเบาเป็นสีครีมนวล ค่อยๆใส่น้ำตาลทีละน้อยจนหมด ตีจนขึ้นฟูเข้ากันเป็นครีมและน้ำตาลละลายหมด ใส่กลิ่นวานิลลาลงไปในอ่างเนยสด ตีให้เข้ากัน แล้วใส่ไข่ลงไปค่อยๆเทลงเป็นสายจนหมด ผสมให้เข้ากันจากนั้นใส่แป้งที่ร่อนสลับกับบัตเตอร์มิลค์ลดความเร็วการตีต่ำสุด (โดยแบ่งแป้งออกเป็น 3 ส่วน บัตเตอร์มิลค์ 2 ส่วน) เริ่มด้วยแป้งสลับกันไปแล้วจบด้วยแป้ง ผสมพอเข้ากัน เนื้อที่ได้จะเป็นครีมสีครีมนวล 4. ตักส่วนผสมเค้กโดยใช้สคูปไอศกรีมหรือช้อนตักใส่ถ้วยกระดาษที่เตรียมไว้ ¾ ของถ้วย แล้วเคาะไล่อากาศในเนื้อเค้กโดยยกถาดเคาะบนพื้นโต๊ะเบาๆ 2-3 ครั้ง นำเข้าเตาอบที่อุ่นไว้ อบนาน 15-18 นาที หรือจนเค้กสุก (ทดสอบโดยใช้ไม้ปลายแหลมจิ้มถ้าไม่มีเนื้อเค้กติดมาแสดงว่าเค้กสุก) ยกออกจากเตาอบ นำเค้กออกจากถาดมัฟฟินแล้วพักเค้กบนตะแกรงจนเย็น 5. ใช้มีดปลายแหลมคว้านด้านบนคัพเค้ก นำเนื้อสตรอว์เบอร์รีหั่นลูกเต๋าใส่ลงไป 6. ทำครีมสดโดยตีวิปปิ้งครีม แล้วใส่น้ำตาล กลิ่นวานิลลา ตีจนวิปปิ้งครีมข้นและเป็นลาย ทดสอบโดยยกแล้วตั้งยอด นำมาปาดหน้าคัพเค้กตามต้องการ หรือนำใส่หัวบีบดาวและหัวบีบกลม ตกแต่งด้วยเม็ดน้ำตาล สตรอว์เบอร์รีสด และช็อกโกแลตหรือตกแต่งตามชอบ   15.04.2020 RECIPE

ขนมปังอบไข่ 1. ขนมปังที่ใช้เป็นทรงกลม มีเปลือกแข็ง (hard roll bread) โดยเราจะนำขนมปังมาหั่นด้านนนออก ทำให้เป็นฝาปิด ส่วนขนมปังชิ้นล่างก็นำมาคว้านเนื้อเล็กน้อย เราก็จะได้ถ้วยขนมปังสำหรับอบแล้ว 2. ใส่เนยก้อนลงไป รองด้านในถ้วยขนมปังด้วยเบคอนแล้วต่อยไข่ไก่ลงในขนมปัง (รองเบคอนให้เต็มเพื่อไม่ให้ไข่ไก่ซึมเข้าเนื้อขนมปัง) โรยมอซซาเรลลาชีส พาร์สเลย์ เกลือ และพริกไทยดำ ปิดฝาขนมปังกลับไป เหมือนเดิม 3. ห่อทั้งก้อนด้วยแผ่นอลูมิเนียมฟอยล์ นำเข้าเตาอบไฟแรง อบนาน 20 นาที นำออกจากเตาอบ เสิร์ฟทันที   Tip and Trick ใครอยากเพิ่มวิตามินให้กับมื้อเช้า ก็ใส่ผักอย่างมะเขือเทศ ซูคินี ลงไปในขนมปังได้เช่นกัน   What to do with leftover ขนมปังที่เหลือเก็บเข้าตู้เย็นช่องแช่แข็งเวลาจะกินให้เอามาคลายตัวตัวที่อุณภูมิห้องสักครู่ เพื่อให้คลายตัว เมื่อนำขนมปังมาอบก็จะนุ่มเหมือนเดิม 13.03.2020 RECIPE

เค้กช็อกโกแลต 1. เปิดเตาอบที่ 180 องศาเซลเซียส ไฟบนไฟล่าง เตรียมพิมพ์เค้กขนาด 1 ปอนด์ ทาด้วยเนยและรองด้วยกระดาษไข 2. เตรียมส่วนผสมเค้ก โดยผสมนมอัลมอนด์ น้ำส้มสายชูแอปเปิล น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลทราย น้ำมันรำข้าว และกลิ่นวานิลลา เข้าด้วยกัน 3. ร่อนแป้งสาลี ผงโกโก้ ผงฟู และเกลือป่น เข้าด้วยกัน นำส่วนผสมของแห้งและของเหลวผสมเข้าด้วยกัน ใช้พายยางคนให้เข้ากันดี นำใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ เข้าอบเป็นเวลา 35 นาที นำออกจากเตาอบ พักให้เย็นบะตะแกลง 4. เตรียมกานาช โดยนำดาร์กช็อกโกแลต และนมอัลมอนด์ใส่ลงในหม้อ ตั้งไฟบนไฟอ่อนคนให้ละลายเข้ากันดี ปิดไฟ พักพอกานาชเริ่มอุ่น ก็ราดบนชิ้นเค้ก ราดกานาชให้ทั่ว  นำไปพักในตู้เย็น นาน 10 นาที นำมาตัดเป็นชิ้น ใส่จาน พร้อมรับประทาน     อ่านบทความเพิ่มเติม แจกสูตรขนมหวานช็อกโกแลตที่กินยังไงก็ไม่อ้วน! 03.02.2020 RECIPE

ปลากะพงทอดแปดเซียน 1. ล้างปลาให้สะอาด ซับน้ำให้แห้ง บั้งปลาทั้งสองด้าน โรยเกลือสมุทรและทาน้ำมันให้ทั่วตัวปลา นำปลาใส่ลงในหม้อทอดลมร้อน เลือกฟังชั่นปลา ปรับอุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส ตั้งเวลา 20 นาที กดปุ่ม start เมื่อครบเวลา พักปลาไว้ 2. ทำผัดแปดเซียนโดยใส่น้ำมันพืช เม็ดแปะก๊วย เผือก พุทราจีน พริกหวานสีแดงเขียว เม็ดเกาลัด แห้ว และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ลงในหม้อหุงข้าวไฟฟ้า ปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย ซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม เหล้าจีนและน้ำมันงา คนให้เข้ากัน ปิดฝา กดเลือก ฟังก์ชั่น fast cook กดปุ่ม start จับเวลา 3 นาที เมื่อครบเวลา คนส่วนผสมเล็กน้อย 3. วางปลาบนจานเสิร์ฟ ราดด้วยผัดแปดเซียน โรยต้นหอมหั่นท่อน เสิร์ฟ 03.01.2020 RECIPE

เป็ดอบส้มกับมันฝรั่งยัดไส้ 1. ทำมันฝรั่งยัดไส้โดยผ่าครึ่งมันฝรั่งตามขวาง (ตัดปลายด้านล่างเล็กน้อยเพื่อให้มันฝรั่งตั้งได้) คว้านเนื้อมันออกเล็กน้อย นำมาบดด้วยส้อมให้ละเอียด ได้ประมาณ 3 ช้อนโต๊ะใส่อ่างผสม พักไว้ ผัดเห็ดแชมปิยอง เห็ดพอร์ชินี กระเทียม และน้ำมันมะกอกจนแห้งดี ใส่พาร์สเลย์สับ ปิดไฟ ใส่เห็ดผัดลงในอ่างมันบด ปรุงรสด้วยเกลือพริกไทย แล้วตักไส้ใส่กลับเข้าไปในมันฝรั่ง โรยหน้าด้วยพาร์มีซานชีส เตรียมไว้ 2. ทำหอมแดงอบโดยอุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ ใส่หอมแดง กระเทียม ไธม์ ใบกระวาน น้ำมันมะกอก น้ำตาลไอซิ่ง เกลือ และพริกไทย เคล้าให้เข้ากัน ตักใส่แผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์ ห่อปิดให้มิดชิด นำเข้าอบประมาณ 20 นาที นำออกจากฟอยล์ พักไว้ 3. ทำซอสส้มโดยเคี่ยวน้ำส้มบนไฟอ่อนจนงวดลงครึ่งหนึ่ง ใส่น้ำตาล อบเชย โปยกั๊ก และน้ำสต๊อก เคี่ยวต่ออีกประมาณ 3 นาที ปิดไฟ พักไว้ 4. ล้างอกเป็ด ซับให้แห้งสนิท ใช้มีดบากด้านหนังเป็ดเป็นตาตาราง พักไว้ ปรุงรสอกเป็ดด้วยเกลือและพริกไทย นำอกเป็ดลงดาดในกระทะด้วยไฟอ่อน จนหนังเป็ดเหลือง กลับด้านเอาด้านเนื้อลงทอดต่ออีกประมาณ  1 นาที นำออกเป็ดขึ้นวางบนตะแกรงที่รองด้วยถาดอบ ทาด้านหนังเป็ดด้วยซอสส้ม นำเข้าอบพร้อมกับมันฝรั่งยัดไส้ อบนาน 10 นาทีจนหนังเป็ดเหลืองกรอบ นำออกพักไว้ประมาณ 5 นาที 5. สไลซ์อกเป็ดเป็น 4 ชิ้น วางบนหอมแดงอบ เคียงด้วยมันฝรั่งอบยัดไส้เห็ด ราดด้วยซอสส้ม ตกแต่งด้วยส้มหั่นชิ้นและเชอร์วิล เสิร์ฟ อ่านบทความเพ่ิมเติม ปาร์ตี้ปีใหม่แบบฝรั่งด้วยสารพัดเมนูเป็ดไก่ 11.12.2019 RECIPE

ซอฟต์คุกกี้ตำลึง 1. อุ่นเตาอบไฟบนล่างที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ เตรียมถาดอบโดยปูแผ่นซิลิโคนหรือกระดาษไข รอไว้ 2. ตีเนยสดชนิดจืด น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลทรายขาวและเกลือป่นในอ่างผสมด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าจนเนยเริ่มขึ้นฟูและสีอ่อนลง ใส่ไข่ไก่และกลิ่นวานิลาตีต่อจนส่วนผสมเข้ากัน ร่อนแป้งสาลีอเนกประสงค์และเบกกิ้งโซดาใส่ลงไป ตะล่อมด้วยพายยางให้พอเข้ากัน ใส่ตำลึงลวกสับหยาบ คนให้เข้ากัน 3. ใช้สคูปไอศกรีมตักเนื้อคุกกี้เรียงใส่ถาดอบที่เตรียมไว้ โดยเว้นระยะห่างชิ้นละประมาณ 2 นิ้ว ตกแต่งด้วยใบตำลึงด้านบน นำเข้าอบนาน 15 นาที ยกออกจากเตาอบ แซะคุกกี้ออกจากถาด วางพักไว้บนตะแกรงจนคุกกี้เย็นสนิท รับประทานทันที หรือเก็บใส่ขวดปิดฝาให้สนิท เก็บได้นาน 7 วัน อ่านบทความเพิ่มเติม ขนมจากผัก...ที่จะทำให้คุณรักการกินผักมากขึ้น 27.08.2019 RECIPE

โรลฟักทองแครอท 1. ทำคัสตาร์ดครีมแครอทโดยใส่นมสดและแครอทลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟกลาง ระหว่างนั้นใช้ตระกร้อมือตีไข่แดง น้ำตาลทรายขาวและเกลือป่นรวมกันจนสีอ่อนลง ใส่แป้งข้าวโพด คนให้เข้ากัน พอแครอทเริ่มนิ่ม ปิดไฟ เทส่วนผสมในหม้อใส่เครื่องปั่น ปั่นส่วนผสมนมจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน ค่อยๆเทส่วนผสมนมลงในส่วนผสมไข่แดง คนให้เข้ากัน เทกลับลงหม้อ ยกตั้งบนไฟกลาง กวนจนส่วนผสมข้น ปิดไฟ ใส่เนยสดชนิดจืดและแครอทหั่นเต๋านึ่งสุก คนให้เข้ากัน เทใส่อ่างผสมปิดพลาสติกแร็ป พักไว้ให้เย็น 2. ทำเค้กโรลโดยอุ่นเตาอบไฟบนล่างที่อุณหภูมิ 190 องศาเซลเซียสและปูกระดาษไขด้านในถาดอบ เตรียมไว้ ใส่เนื้อฟักทองนึ่ง น้ำมันพืชและน้ำลงในเครื่องปั่น ปั่นจนส่วนผสมเป็นเนื้อเดียวกัน ใช้ตระกร้อมือตีไข่แดงและน้ำตาลทรายขาว 20 กรัม รวมกันจนสีอ่อนลง เทส่วนผสมฟักทองปั่นลงในอ่างไข่แดง ผสมให้เข้ากันด้วยตะกร้อมือ ใส่แป้งเค้กที่ร่อนไว้ลงไป คนเบาๆให้เข้ากันจนแป้งไม่เป็นเม็ด พักไว้ 3. ตีไข่ขาวในอ่างผสมด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าความเร็วปานกลางจนเริ่มเป็นฟองหยาบๆ ค่อยๆใส่น้ำตาลทรายขาว 40 กรัม ทีละน้อยจนหมด ตีจนไข่ขาวตั้งยอดอ่อนและมันวาว แบ่งไข่ขาว1/3 ส่วนลงตะล่อมกับส่วนผสมไข่แดงจนเข้ากัน เททั้งหมดกลับลงในอ่างไข่ขาวที่เหลือตะล่อมจนเป็นเนื้อเดียวกัน เทเนื้อเค้กลงในถาดอบ ใช้พายยางเกลี่ยส่วนผสมให้เรียบเสมอกัน นำเข้าอบประมาณ 10 นาทีหรือจนเค้กสุก (ทดสอบโดยใช้ไม้ปลายแหลมจิ้มแล้วไม่มีเนื้อเค้กติดขึ้นมา) นำเค้กออกจากเตาอบคว่ำลงบนตะแกรง ลอกกระดาษไขออกทันที วางกระดาษไขบนเค้กเหมือนเดิม พักเค้กไว้จนเย็นสนิท 4. ทำคัสตาร์ดครีมแครอทต่อโดยตีวิปปิ้งครีมในอ่างผสมด้วยตะกร้อมือจนขึ้นฟูตั้งยอดแข็ง ตะล่อมวิปปิ้งครีมกับคัสตาร์ดข้อ 1ให้เข้ากัน พักไว้ 5. ประกอบโรลเค้กโดยนำตะแกรงประกบเนื้อเค้กพลิกเอาด้านที่เป็นสีน้ำตาลขึ้นด้านบน ปาดครีมคัสตาร์ดให้ทั่วเนื้อเค้ก หนาประมาณ 2 มม. วางไม้คลึงแป้งด้านล่างขอบกระดาษไข ประครองเนื้อเค้กขึ้นแล้วม้วนไปด้านหน้า ม้วนเค้กเป็นโรลกลมแน่น โดยดึงกระดาษไขล่างไปด้านหน้าแล้วใช้ไม้บรรทัดสอดใต้โรลดันม้วนเค้กเข้าหาตัวให้แน่น ม้วนปิดด้านข้างให้มิดชิด นำเค้กโรลแช่ในช่องแช่เย็นนาน 1-2 ชั่วโมงเพื่อให้ครีมเซ็ตตัว 6. ก่อนจัดเสิร์ฟ โรยด้วยน้ำตาลไอซิ่งด้านบน ตัดเป็นชิ้น เสิร์ฟ อ่านบทความเพิ่มเติม ขนมจากผัก...ที่จะทำให้คุณรักการกินผักมากขึ้น 27.08.2019 RECIPE

ทาร์ตไข่ 1. ทำไส้คัสตาร์ดโดยใส่วิปปิ้งครีมและนมสดลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟอ่อน ระหว่างนั้นใช้ตะกร้อตีไข่ไก่ ไข่แดง น้ำตาลทราย และกลิ่นวานิลลาในอ่างผสมพอเข้ากัน เมื่อส่วนผสมในหม้อเดือดเล็กน้อย (สังเกตเป็นฟองข้างขอบหม้อ) ค่อยๆเทส่วนผสมนมลงในไข่จนหมด คนให้เข้ากัน กรองส่วนผสมคัสตาร์ด 2 รอบ พักไว้ 2. นำแป้งพัพฟ์ออกมาพักให้คลายตัวที่อุณหภูมิห้อง อุ่นเตาอบไฟบนล่างอุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ โรยแป้งนวลบนพื้นโต๊ะเพื่อเตรียมคลึงแป้งเล็กน้อย พอแป้งฟัพฟ์เริ่มนิ่ม ใช้ไม้คลึงแป้งคลึงแป้งพัพฟ์ให้เป็นแผ่นหนาประมาณ 2 มม. ค่อยๆม้วนแป้งเป็นแท่งกลมแน่น ห่อด้วยกระดาษไขหรือพลาสติกแร๊ป นำไปแช่ตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 10 นาทีให้แป้งเซตตัว 3. นำแป้งมาตัดเป็นแว่นตามขวางหนาประมาณ 1 ซม. คลึงแป้งเป็นแผ่นบางๆกรุลงในถ้วยอะลูมิเนียม ใช้มีดตัดขอบแป้งส่วนเกิน ให้พอดีกับขอบถ้วย ใช้ส้อมจิ้มที่ก้นและด้านข้างพิมพ์เล็กน้อย ตักไส้คัสตาร์ดใส่ในถ้วยแป้งพัพฟ์ให้สูงประมาณ 2/3 ของถ้วย นำเข้าอบประมาณ 15 นาที หรือจนสุก เสิร์ฟ     02.08.2019 RECIPE

วาฟเฟิลกับไก่ทอด 1. ทำแป้งวาฟเฟิลโดยร่อนแป้งสาลี ผงฟู และเกลือเข้าด้วยกันในอ่างผสม พักไว้ 2. เตรียมภาชนะอีกใบ ผสมนํ้าตาลกับไข่แดง ตีให้เข้ากันด้วยตะกร้อ ใส่นมสด เนยละลาย และกลิ่นวานิลลา คนด้วยตะกร้อให้เข้ากัน 3. จากนั้นเทส่วนผสมนมลงในอ่างแป้งที่ร่อนไว้ คนให้เข้ากันด้วยตะกร้อ ปิดหน้าอ่างผสมด้วยพลาสติกแรป พักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาอย่างน้อย 3 ชั่วโมง 4. นำส่วนผสมแป้งออกจากตู้เย็น พักไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 10 นาที คนด้วยตะกร้อให้ส่วนผสมไม่จับตัวเป็นก้อน อุ่นเครื่องทำวาฟเฟิลโดยใช้ไฟกลาง ระหว่างนั้นตีไข่ขาวในอ่างผสมอีกใบจนกระทั่งตั้งยอดอ่อน ค่อยๆตักแบ่งไข่ขาวลงผสมกับส่วนผสมแป้ง  ตะล่อมเบาๆ ให้เข้ากันด้วยพายยาง เมื่อเครื่องทำวาฟเฟิลร้อนได้ที่ ตักแป้งวาฟเฟิล 3/4 ถ้วยใส่พิมพ์  ปิดฝา อบนาน 3 นาทีหรือจนกระทั่งสุก (ดูวิธีการใช้เครื่องทำวาฟเฟิลแต่ละยี่ห้อ) นำวาฟเฟิลออกวางพักไว้บนตะแกรง 5. ทำไก่ทอดโดยหมักไก่กับนมสด นาน 15 นาที ผสมแป้งทอดกรอบ พริกคาเยน ผงกระเทียม และพริกไทยขาว คนให้เข้ากัน สะเด็ดชิ้นไก่ขึ้นจากนมสด ใส่ลงในส่วนผสมแป้ง คลุกเคล้าเบาๆ เคาะแป้งส่วนเกินออกเล็กน้อย ใส่จาน พักไว้ 6. ตั้งกระทะน้ำมันปาล์มบนไฟกลาง พอร้อน ใส่ไก่ลงทอด จนพอสุก เหลืองกรอบ ไม่อมน้ำมัน ตักใส่ตะแกรง พักให้สะเด็ดน้ำมัน 7. จัดวาฟเฟิลใส่จาน วางไก่ทอด ราดด้วยเมเปิลไซรัป เสิร์ฟกับเนยและโคลสลอว์         อ่านบทความเพิ่มเติม 4 เมนู Brunch เติมพลังสำหรับคนตื่นสาย 03.07.2019 RECIPE

ขนมปังไส้ชีสห่อเบคอนไข่คน 1. ทำเนยบนขนมปังด้านใดด้านหนึ่งให้ทั่วทั้ง 4 แผ่น นำมอสซาเรลลาชีสและเชดด้าชีส วางบนขนมปัง จากนั้นวางขนมปังอีกแผ่นประกบกัน
 2. วางเบคอนเรียงกัน 4 ชิ้น ให้พอดีขนาดกับขนมปัง แล้วนำขนมปังวางบนเบคอน ห่อให้มิด นำเบคอนอีก 4 ชิ้น วางแนวขวาง ห่ออีกชั้น ใส่จานเตรียมไว้
 3. ตั้งกระทะบนไฟกลางค่อนอ่อน นำขนมปังไส้ชีสลงทอดจนเบคอนสุกเหลือง  นำเข้าเตาอบไฟบนล่าง 180 องศาเซลเซียสอีก 15 นาที เพื่อให้ชีสด้านในละลาย นำออกจากเตาอบ พักไว้บนตะแกรง 4. ทำไข่คนโดยต่อยไข่ไก่ใส่ถ้วย ใส่วิปปิ้งครีม เกลือป่น พริกไทยดำและลูกจันทน์ป่น ตีพอเข้ากัน  ตั้งกระทะใส่เนยบนไฟกลาง พอเนยละลาย ใส่ส่วนผสมไข่ที่เตรียมไว้ ใช้พายยางทนความร้อนคนเร็วๆ จนไข่คนมีลักษณะข้นแต่ยังไม่เซ็ตตัว ปิดไฟ       อ่านบทความเพิ่มเติม 4 เมนู Brunch เติมพลังสำหรับคนตื่นสาย 03.07.2019 RECIPE

คุกกี้นูเทลล่ากระทะร้อน 1. ใช้แปรงทาเนยให้ทั่วกระทะ แช่เย็นเตรียมไว้ อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ไฟบน-ล่าง วางตะแกรงให้อยู่ในระดับ 1/3 จากด้านล่างของเตา เตรียมส่วนผสมแห้งโดยร่อนแป้งสาลีอเนกประสงค์ เกลือป่น และเบกกิ้งโซดา รวมกัน พักไว้ 2. ตีเนย น้ำตาลทรายแดง และน้ำตาลทรายขาวในอ่างผสมด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าความเร็วปานกลางจนส่วนผสมมีลักษณะเป็นครีม ขึ้นฟู ใส่ไข่ไก่และกลิ่นวานิลลาที่ตีพอเข้ากันลงไป ตีต่อจนเป็นเนื้อเดียวกัน ใส่ส่วนผสมแป้งที่ร่อนไว้ ตีด้วยความเร็วต่ำให้เข้ากัน ใส่ Dark chocolate chips ลงไปครึ่งหนึ่ง ตีพอเข้ากัน ปิดเครื่อง 3. ตักส่วนผสมคุกกี้ลงในกระทะครึ่งหนึ่ง ใช้พายยางเกลี่ยให้เรียบเสมอกัน ตักนูเทลลาใส่ตรงกลาง เกลี่ยให้ทั่วโดยห่างจากขอบประมาณ 1 นิ้ว ทับด้านบนด้วยส่วนผสมคุกกี้ที่เหลือ เกลี่ยให้ปิดชั้นนูเทลล่าให้มิด โรยหน้าด้วย Dark chocolate chips ที่เหลือให้ทั่ว นำเข้าอบเป็นเวลา 20-25 นาทีหรือจนสุก นำออกมาพักให้คลายร้อนเล็กน้อย 4. ตัดแบ่งคุกกี้เป็นชิ้น เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมวานิลลา 10.04.2019 RECIPE

ทาร์ตสตรอว์เบอร์รีสไตล์เกาหลี 1. ทำแป้งทาร์ตโดยใส่แป้งเค้ก อัลมอนด์ป่น และน้ำตาลไอซิ่งรวมกันในอ่างผสม ใช้ช้อนคนพอเข้ากัน ใส่เนยลงในโถตีหัวตีใบพัดตีให้เนยคลายตัว ตามด้วยไข่ไก่ ร่อนส่วนผสมแป้งลงไป  ตีด้วยความเร็วต่ำจนเป็นก้อนแป้งเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน นำแป้งขึ้นวางบนกระดาษไข พับกระดาษไขขึ้นปิดหน้าแป้งให้สนิท ใช้ฝ่ามือค่อยๆกดแป้งให้แบนประมาณ 2 ซม. ทั่วๆกันทั้งก้อน พักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 2 ชั่วโมงให้แป้งเซ็ตตัว 2. ทำครีมสดโดยตีวิปปิ้งครีมกับน้ำตาลไอซิ่งจนตั้งยอดปานกลาง พักไว้ในตู้เย็น 3. ทำไส้ทาร์ตโดยโดยตีไข่แดงและน้ำตาลจนผสมกันเนียนดี  เติมแป้งข้าวโพดลงไป ผสมให้เข้ากัน นำนมสดและกลิ่นวานิลลาใส่หม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง  ต้มพอร้อน (เกือบเดือด) แล้วจึงเทลงเป็นสายบางๆในอ่างส่วนผสมไข่ทีละน้อย จนหมด ใช้ตะกร้อคนให้ส่วนของนมร้อนและไข่เข้ากันดี แล้วเทส่วนผสมกลับใลงหม้อเดิม ยกขึ้นกลับตั้งบนไฟอ่อน คนตลอดเวลาจนไส้คัสตาร์ดสุกข้นเป็นเนื้อครีมเนียนและไม่มีกลิ่นแป้ง ปิดไฟ ใส่เนย คนให้เข้ากัน เทคัสตาร์ดใส่ในถาดปูพลาสติกแรป และปิดพลาสติกแรปแนบหน้าครีม พักคัสตาร์ดให้เย็นสนิท 4. ใส่ครีมชีสกับน้ำตาลไอซิ่งลงอ่างผสม ใช้ตะกร้อมือตีจนเนียนเป็นเนื้อครีม ใส่คัสตาร์ดที่เย็นสนิทแล้วลงไป คนให้เข้ากัน เติมครีมสดที่ตีไว้ลงไป ใช้พายยางตะล่อมเบาๆให้เข้ากัน พักไว้ในตู้เย็น 5. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ไฟบนล่าง นำแป้งทาร์ตออกมา วางบนโต๊ะที่โรยแป้งนวลไว้ ตัดก้อนแป้งให้ได้ชิ้นละ 50 กรัม รีดให้แป้งเป็นวงกลมหนาประมาณ 5 มิลลิเมตร แล้วกรุลงในพิมพ์ทาร์ต โดย ใช้นิ้วโป้งกดแป้งให้แนบสนิทชิดพิมพ์ ใช้มีดตัดขอบแป้งให้เสมอกับขอบพิมพ์ ตัดกระดาษไขให้ใหญ่กว้างกว่าเส้นผ่าศูนย์กลางพิมพ์แล้ววางบนตัวแป้ง แล้วเทถั่วแดงลงไปถ่วงให้เต็มพิมพ์ทาร์ต โดยพยายามให้กระดาษไขแนบกับพิมพ์มากที่สุด นำเข้าอบ 15 นาที จนแป้งเริ่มเซ็ตตัว ยกกระดาษไขที่มีถั่วแดงออก แล้วอบต่ออีก 5-7 นาทีจนแป้งสุกเหลืองทองอมน้ำตาลทั่วทั้งชิ้น นำออกจากเตา ถอดแป้งออกจากพิมพ์ พักไว้บนตะแกรงจนเย็นสนิท 6. ประกอบทาร์ตสตรอว์เบอร์รีโดยตักไส้ทาร์ตลงในแป้งทาร์ตที่เย็นสนิทแล้ว ปาดให้เรียบเสมอกับแป้งทาร์ต วางเรียงชิ้นสตรอว์เบอร์รีบนทาร์ต ตักครีมสดที่เหลือใส่ถุงบีบ บีบครีมสดที่เหลือบนยอดสตรอว์เบอร์รี นำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนรับประทานเพื่อให้ครีมเซ็ตตัว   อ่านบทความเพิ่มเติม สตรอว์เบอร์รีพันธุ์ 80 จากดอยสู่จานอาหาร     19.03.2019 RECIPE

ขนมปังเนยสด 1. ทำโดว์ขนมปังโดยใส่ไข่ไก่ น้ำเย็น และนมลงในชามผสม ใช้ส้อมตีให้เข้ากัน พักไว้ ผสมแป้งขนมปัง แป้งเค้ก เกลือป่น นมผง น้ำตาลทรายและยีสต์รวมกันในโถตี ใช้ช้อนคนพอเข้ากัน ใช้หัวตะขอตีส่วนผสมแป้งให้เข้ากันด้วยความเร็วต่ำ ค่อยๆเทส่วนผสมไข่ไก่ที่เตรียมไว้ลงไปจนหมด แล้วเร่งสปีดขึ้นเป็นความเร็วปานกลาง ตีต่อจนโดว์เริ่มจับตัวเป็นก้อนเดียว ใส่เนยนุ่มทีละน้อยจนหมด ตีต่อด้วยความเร็วปานกลางจนเนื้อแป้งเนียนร่อนออกจากโถปั่น (ทดสอบโดยดึงชายแป้งโดว์ขึ้นมาแล้วสามารถยืดเป็นแผ่นฟิล์มบางๆได้) นำโดว์ออกมานวดต่อด้วยมือเล็กน้อย คลึงให้เป็นก้อนกลมและหน้าเรียบ พักไว้ในอ่างผสมปิดด้วยพลาสติกแร๊ป บ่มที่อุณหภูมิอุ่นเป็นเวลา 1 ชั่วโมงจนแป้งขึ้นเป็น 2 เท่า 2. นำแป้งโดว์ที่พักไว้มานวดเพื่อไล่ฟองอากาศออก ตัดแบ่งก้อนแป้ง ก้อนละ 40 กรัม คลึงเป็นก้อนกลมใส่ในถาดฟอยล์ ปิดฝา พักไว้ที่อุณหภูมิอุ่นเป็นเวลา 1 ชั่วโมงจนแป้งขึ้นเป็น 2 เท่า ระหว่างที่รอให้โดว์ขึ้นฟู อุ่นเตาอบไฟบน-ล่างที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ เมื่อครบเวลา นำเข้าอบเป็นเวลา 15 นาทีหรือจนขนมปังเป็นสีน้ำตาลอ่อน นำออกจากเตาอบ วางพักไว้บนตะแกรงจนเย็นสนิท 3. ทำไส้คัสตาร์ดโดยใส่นมและเนยรวมกันในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟอ่อน รอให้เนยละลายหมดและนมเริ่มร้อน ระหว่างนั้นตีไข่แดง น้ำตาลทราย และแป้งข้าวโพดในอ่างผสมด้วยตะกร้อมือให้เข้ากัน ค่อยๆเทส่วนผสมนมลงในอ่างไข่แดง ใช้ตระกร้อมือคนตลอดเวลาเพื่อไม่ให้ไข่แดงสุกเป็นลิ่ม เททั้งหมดกลับลงใส่หม้อเดิม ยกขึ้นตั้งบนไฟอ่อน ใช้ตระกร้อคนส่วนผสมจนเนื้อข้นเนียน ใส่กลิ่นวานิลลา คนให้เข้ากัน ปิดไฟ พักให้เย็น 4. ทำบัตเตอร์ครีมโดยตีเนย เกลือป่น และนมข้นหวานในอ่างผสมด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้า (หรือตะกร้อมือ) รวมกันด้วยความเร็วปานกลางจนขึ้นฟู เนื้อขาวเนียน พักไว้ 5. ตักไส้คัสตาร์ดใส่ถุงบีบหัวบีบกลม ใช้หัวบีบปลายแหลมเจาะรูด้านบนขนมปังแต่ละก้อน แล้วคว้านให้ด้านในเป็นโพรงเล็กน้อย บีบไส้ครีมคัสตาร์ดให้เต็ม ปาดด้านบนด้วยด้วยบัตเตอร์ครีมที่ตีไว้ โรยหน้าด้วยน้ำตาลไอซิ่ง จัดเสิร์ฟ 28.02.2019 RECIPE

โพเลนตาฟรายส์ 1. ตั้งหม้อน้ำ นม และเกลือ บนไฟกลาง พอเดือดค่อยๆ เทโพเลนตาลงเป็นสายช้าๆ ใช้ตะกร้อคนตลอดเวลา เทจนหมด เคี่ยวโพเลนตาต่อประมาณ 10 นาที จนสุกข้น ใส่เนยและเชดดาร์ชีส ปิดไฟ เทใส่ถาดที่ปูด้วยพลาสติกแร็ปหรือกระดาษไขทนความร้อน เกลี่ยให้เรียบ พักไว้จนเย็นสนิท นำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดานาน 2 ชั่วโมง  2. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส ระบบพัดลมบนล่าง เตรียมไว้ ทาน้ำมันมะกอกให้ทั่วถาดอบ ตัดโพเลนตาเป็นแท่งขนาดเท่ามันฝรั่งทอด นำไปวางเรียงบนถาดอบที่เตรียมไว้ โรยน้ำมันมะกอกอีกรอบ อบนานประมาณ 40 นาที จนเหลืองกรอบ (ด้านละ 10 นาที) นำออกพักไว้บนตะแกรง 3. ทำซอสดิปมะเขือเทศโดยตั้งกระทะน้ำมันมะกอกบนไฟกลาง ใส่มะเขือเทศและกระเทียมลงผัดจนหอม พอมะเขือเทศเริ่มแห้ง ใส่ใบโหระพา ผัดพอเข้ากัน นำไปปั่นจนละเอียด ปรุงรสด้วยน้ำตาล เกลือ พริกไทยป่น และพริกป่นตามชอบ  4. จัดเสิร์ฟโพเลนตาฟรายส์ร้อนๆ กับซอสดิปมะเขือเทศ อ่านบทความเพ่ิมเติม ‘ธัญพืช’ สายฝอ ประโยชน์เพียบ อร่อยด้วย 22.02.2019 RECIPE