Found 76 results for Tag : อบ

ก๋วยเตี๋ยวต้มยำหมูแดง 1. ทำหมูกรอบโดยต้มเนื้อหมูสามชั้นทั้งชิ้นในหม้อน้ำเดือดด้วยไฟกลางนาน 20 นาที ตักขึ้น ใช้เหล็กแทงหนังหมูให้ทั่ว ทาน้ำส้มสายชูและเกลือบนหนังหมูให้ทั่ว จากนั้นอุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส จนร้อน ใส่เนื้อหมูลงในถาดโดยเอาด้านหนังขึ้น นำเข้าอบ นาน 30 นาที หรืออบให้หนังหมูพองเหลือง นำออกจากเตา ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟแรงจนร้อนจัด ใส่หมูกรอบลงทอดนาน 10 นาที หรือจนหนังพองกรอบ ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน 2. หมักหมูแดงโดยบดรากผักชี กระเทียม และพริกไทย เข้าด้วยกันให้ละเอียด ใส่ลงในอ่างผสม ใส่เนื้อหมู ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส เกลือ น้ำตาล และสีส้มแดงปริมาณเล็กน้อย นวดให้เครื่องปรุงเข้ากันดี หมักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดานานข้ามคืน 3. ทำหมูแดงสูตรต้มโดยต้มน้ำในหม้อด้วยไฟกลางให้เดือด ใส่หมูแดงที่หมักลงต้ม ปรุงรสด้วยซอสปรุงรส ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ น้ำตาลปี๊บ และน้ำตาลทราย เคี่ยวนาน 15 นาที หากทำหมูแดงสูตรต้มแล้วอบ ให้ต้มหมูแดงเพียง 10 นาที จากนั้นตักหมูแดงขึ้นใส่อ่างผสม ใส่น้ำที่ต้มหมู ½ ถ้วย ซีอิ๊วดำหวาน 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ และสีส้มแดงปริมาณเล็กน้อยคลุกเคล้าให้เข้ากันเพื่อให้สีสวย นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส อบนาน 10 นาที หรือจนมีสีเหลืองหอม ปิดไฟ 4. ลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวกับถั่วงอกในหม้อน้ำเดือดด้วยไฟกลางจนสุก ใส่ในชาม ใส่ฮื่อก๊วย หมูแดง หมูกรอบ กุ้งแห้งฝอย ตังฉ่าย กระเทียมเจียว ต้นหอม และผักชี เตรียมไว้ 5. ปรุงก๋วยเตี๋ยวต้มยำต่อ 1 ชาม โดยเตรียมชามเปล่าอีกใบ ใส่น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว ½ ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ พริกป่น 1 ช้อนชา ถั่วลิสงคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ ตักน้ำซุปใส่ 1 ถ้วย คนให้เข้ากัน เทใส่ชามเส้น เสิร์ฟกับเครื่องปรุงรส 12.03.2018 RECIPE

ข้าวอบผักรวมหมูแดง 1. ล้างเนื้อหมูให้สะอาด ซับให้แห้ง แล่เป็นชิ้นใหญ่หนาประมาณ 2 ซม. ใช้ส้อมจิ้มให้ทั่ว ใส่ลงในอ่างผสม ผสมซอสมะเขือเทศเข้มข้น ซีอิ๊วดำหวาน ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย น้ำ และเกลือ ให้เข้ากันในถ้วยผสม เทใส่อ่างเนื้อหมู ใช้มือนวดให้เครื่องหมักซึมเข้าเนื้อ ประมาณ 10 นาที หมักไว้ 30 นาทีที่อุณหภูมิห้อง ตั้งกระทะสำหรับย่างบนไฟกลาง กลอกน้ำมันให้เคลือบบางๆ เทน้ำมันส่วนเกินออก พอกระทะร้อนจัดใส่หมูลงย่างให้ผิวนอกขึ้นสี (ด้านละประมาณ 1-2 นาที) ปรับเป็นไฟอ่อน ย่างหมูจนสุกทั่วทั้งชิ้น ตักขึ้นพักให้เย็นลงเล็กน้อย หั่นเป็นชิ้นหนา 0.5 ซม. 2. ซาวข้าวให้สะอาด ใส่ข้าว น้ำต้มใบเตยหรือน้ำแครอท ลูกเกด และข้าวโพด ลงในหม้อหุงข้าว หุงจนข้าวสุก ตักขึ้นใส่ชาม ใส่บรอกโคลี โรยเกลือ เคล้าเบาๆให้เข้ากัน ชิมให้ออกรสเค็มกลมกล่อม เสิร์ฟร้อนๆกับหมูแดง   สูตรอาหารโดย กรณิศ รัตนามหัทธนะ 08.03.2018 RECIPE

ข้าวมันไก่อบ 1. ทำไก่อบโดยโขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทย เข้าด้วยกันให้ละเอียด ตักใส่อ่างผสมใส่สะโพกไก่ น้ำมันหอย ซอสปรุงรส ซีอิ๊วดำหวาน ซีอิ๊วขาว น้ำตาล น้ำมันงา และงาขาวคั่ว เคล้าให้เข้ากัน หมักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดานาน 6 ชั่วโมง หรืออย่างน้อย 30 นาที ต้มน้ำในหม้อด้วยไฟกลางจนเดือด ใส่ไก่หมัก ลดเป็นไฟกลางค่อนข้างอ่อน เคี่ยวนาน 45 นาที หรือจนน้ำงวด ระหว่างเคี่ยวหมั่นกลับไก่ให้ทั่ว จากนั้นตักไก่ขึ้นนำเข้าอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส นาน 10 นาที หรือจนหนังไก่สุกเหลือง 2. ทำน้ำจิ้มโดยโขลกพริกขี้หนูกับกระเทียมเข้าด้วยกันพอหยาบ ตักใส่ถ้วย ใส่น้ำปลาน้ำมะนาว และน้ำตาล คนให้น้ำตาลละลาย ชิมรสให้เปรี้ยวเค็มเผ็ดนำ 3. สับไก่อบเป็นชิ้น จัดวางบนข้าวมัน วางแตงกวาข้างๆ ตกแต่งด้วยต้นหอม เสิร์ฟกับน้ำจิ้ม ข้าวมันหุงผสมข้าวเหนียว ทำข้าวมันโดยซาวข้าวสารหอมมะลิใหม่ 2 ถ้วยกับข้าวเหนียวเขี้ยวงู 1 ถ้วยเข้าด้วยกัน พักในกระชอนให้สะเด็ดน้ำตั้งกระทะบนไฟกลางพอร้อน ใส่น้ำมันไก่ 1/4 ถ้วย และกระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะลงเจียวพอเหลืองหอม ใส่ขิงแก่หั่นบาง 1/4 ถ้วย และข้าวที่ซาว ผัดพอทั่วใส่น้ำต้มไก่หรือน้ำซุปไก่ 2 2/3 ถ้วย ปรุงรสด้วยเกลือสมุทร 2 ช้อนชา และน้ำตาลทราย 1 ช้อนชา ปิดไฟ ตักใส่ หม้อหุงข้าวไฟฟ้า ใส่ใบเตยมัด 5 ใบปิดฝา หุงจนข้าวสุก   สูตรอาหารโดย ศิริลักษณ์ รอตยันต์ 08.03.2018 RECIPE

ขนมผิง 1. คั่วแป้งมันในกระทะด้วยไฟอ่อนให้แป้งสุก เมื่อแป้งสุกจะเริ่มล่อนจากกระทะ ปิดไฟ ตักใส่อ่างผสม 2. ใส่น้ำตาลและหัวกะทิลงในกระทะทอง ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง คนให้น้ำตาลละลายและเดือด ลดเป็นไฟอ่อนเคี่ยวต่อจนเหนียวเป็นยางมะตูม ปิดไฟ ยกลง จะได้ประมาณ 3/4-1 ถ้วย ใส่ลงในอ่างผสม พักไว้ให้เย็น 3. ใส่ไข่แดงลงในกะทิที่เตรียมไว้ คนพอเข้ากัน แล้วใส่ลงในอ่างแป้งมันที่คั่วไว้ คนเร็วๆให้เข้ากัน แล้วนวดต่อจนนุ่มมือ คลุมแป้งด้วยผ้าขาวบางหรือปิดด้วยฝาหม้อเพื่อไม่ให้แป้งแห้ง หมักข้ามคืนให้แป้งดูดน้ำกะทิ 4. อุ่นเตาอบไว้ที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส เตรียมไว้แล้วนำแป้งที่หมักไว้มาปั้นเป็นก้อนกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.8 ซม. จนหมด นำมาเรียงในถาดสำหรับอบที่ทาน้ำมันบางๆ วางให้ห่างกันชิ้นละประมาณ 2 ซม.นำเข้าเตาอบ อบนานประมาณ 10 นาที หรือจนขนมสุกเหลือง แล้วยกออกจากเตา แซะออกจากถาด พักไว้ให้เย็น เก็บใส่ภาชนะที่มีฝาปิด ปิดให้สนิท   ลักษณะที่ดี เนื้อขนมร่วนซุย เบา ไม่แข็ง รับประทานแล้วละลายในปากทันที รสหวานหอม   ข้อน่ารู้ ควรเคี่ยวน้ำเชื่อมกะทิจนเหนียวเป็นยางมะตูมก่อนนำมาผสมกับไข่และแป้ง เพื่อไม่ให้แป้งแฉะ   สูตรอาหารโดย อบเฉย อิ่มสบาย 08.03.2018 RECIPE

ขนมปังฟอคคาเซียสมุนไพร เริ่มทำขนมปังกันเลย โดยผสมน้ำอุ่นและน้ำตาลลงในถ้วย คนพอเข้ากันให้น้ำตาลละลาย ใส่ยีสต์ลงบนผิวน้ำอุ่น ใช้ช้อนคนให้เข้ากัน พักไว้ประมาณ 10 นาที จนเริ่มสังเกตเห็นฟองอากาศบนผิวน้ำ ยีสต์จะตื่นจากหลับและทำงานได้ดีในอุณหภูมิประมาณ 37-40 องศาเซลเซียล หนาวกว่านั้นก็จะง่วงไม่ยอมตื่นถ้าร้อนกว่านี้ก็จะตายไปเลย ฉะนั้นต้องระวังอุณหภูมิของน้ำให้พอเหมาะพอควรนะครับผสมของแห้งในอ่างผสม จำพวกแป้งขนมปังและเกลือป่น คนให้เข้ากันทำแป้งเป็นหลุมตรงกลาง เทยีสต์ที่ละลายไว้และน้ำมันมะกอกลงตรงกลางหลุม ใช้พายไม้หรือมือตะล่อมแป้งเข้ามารวมตรงกลางหลุมช้าๆจนได้ส่วนผสมเป็นก้อนเดียวกัน เทแป้งออกวางบนพื้นโต๊ะ นวดต่อประมาณ 10 นาที การนวดจะช่วยให้กลูเต็นในแป้งทำงาน ทำให้ขนมปังอบแล้วมีเนื้อเหนียวดีไม่ร่วน นวดจนก้อนแป้งเนียนนุ่มไม่ติดมือคลึงแป้งเป็นก้อนกลม โรยแป้งขนมปังบางๆลงในอ่างผสม วางก้อนแป้งที่นวดแล้วลงไป โรยแป้งขนมปังด้านบนก้อนแป้งบางๆ ปิดด้านบนด้วยพลาสติกแร็ปหรือผ้าขาวบางชุบน้ำหมาด พักแป้งไว้ในอุณหภูมิห้อง หรือใกล้ที่อุ่นๆ ประมาณ 1ชั่วโมงจนแป้งเริ่มพองเป็นสองเท่าอุ่นเตาอบที่ 220 องศาเซลเซียสล่วงหน้าอย่างน้อย 15 นาที เมื่อแป้งขนมปังของเราขึ้นฟูได้ที่แล้ว นำแป้งออกจากอ่าง นวดไล่อากาศ 2-3 ครั้งจนแป้งเนื้อเนียน คลึงเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมบาง ทาถาดอบด้วยน้ำมันมะกอกให้ทั่ว นำแป้งใส่ลงในถาดอบ ใช้นิ้วจิ้มลงบนแป้ง เกลี่ยให้กระจายทั่วถาดอบ โรยเครื่องสมุนไพร กระเทียม หอมแดง ตะไคร้ ใบมะกรูด และพริกขี้หนู ลงบนแป้งขนมปังให้ทั่ว ใช้นิ้วจิ้มให้เครื่องสมุนไพรผสมในเนื้อแป้ง ราดหน้าแป้งขนมปังด้วยน้ำมันมะกอกบางๆ โรยหน้าด้วยเกลือและพริกไทย นำเข้าอบในเตาอบนาน 15 นาที ทดสอบว่าสุกโดยใช้ไม้จิ้มฟันเสียบลงในแป้ง ถ้าไม่มีแป้งติดออกมาแสดงว่าสุกได้ที่แล้ว นำขนมปังออกจากเตาอบ นำออกจากถาดอบพักบนตะแกรงอย่างน้อย 15 นาทีก่อนเสิร์ฟ ขนมปังฟอคคาเซียสมุนไพรไทยนี้ผิวนอกจะกรอบเกรียมหอมจัดจ้านด้วยสมุนไพรไทย และน้ำมันมะกอก มีรสเค็ม เหมาะจะกินกับทั้งอาหารฝรั่ง อาหารไทย หรือจะกินเปล่าๆ เป็นของกินเล่นก็อร่อยเหาะครับ 08.03.2018 RECIPE

อกไก่อบยัดไส้กับซอสเกรวี อุ่นเตาอบไว้ที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส ล่วงหน้าอย่างน้อย 15 นาทีเนื่องจากเราใช้อกไก่ เวลาที่ใช้ในการอบจึงน้อยกว่าไก่งวง เสร็จแล้วหันมาเตรียมไส้โดยตั้งหม้อบนไฟกลางให้ร้อน ใส่เนยลงไปละลาย ใส่หอมใหญ่ ผัดให้สุกใส ตามด้วยเกาลัดสับละเอียด ไส้กรอก และพาร์สเลย์ ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย ใส่ขนมปังลงผสมคลุกเคล้า ผัดให้เข้ากัน ตักขึ้นพักไว้ให้เย็นจริงๆแล้วถ้าใช้ไก่งวง ส่วนมากจะสับเครื่องปรุงไส้พอหยาบ แต่เนื่องจากสูตรนี้ใช้อกไก่ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าไก่งวงมาก ผมจึงสับเครื่องปรุงไส้ให้ละเอียดสักหน่อย เพื่อให้ยัดไส้ได้ง่ายขึ้นแล้วก็ลงมือยัดไส้อกไก่กันเลย โดยใช้มีดกรีดเปิดอกไก่ออก ปรุงเนื้อด้านในด้วยเกลือและพริกไทยพอประมาณ ตักไส้ใส่ตรงกลาง ปิดไว้ให้เป็นรูปอกไก่เหมือนเดิม ใช้เชือกมัดหรือใช้ไม้จิ้มฟันกลัดรอยต่อไม่ให้ไส้ทะลักออกมา ปรุงรสหนังไก่ด้วยเกลือเล็กน้อย ทำอย่างนี้จนครบจากนั้นใส่หอมใหญ่และแครอทหั่นหยาบในถาดก้นลึกสำหรับอบให้ทั่วเพื่อป้องกันความร้อนสัมผัสเนื้ออกไก่โดยตรง ใส่ใบกระวานและโรสแมรีเพื่อเพิ่มความหอม นำอกไก่วางด้านบน โดยหงายด้านหนังขึ้น เทน้ำสต๊อกไก่ลงในถาดอบ นำเข้าเตาอบที่อุ่นไว้ อบนาน 30 นาที วัดอุณหภูมิด้านในอกไก่ประมาณ 72 องศาเซลเซียส เนื้อไก่จะสุกกำลังพอดี นำอกไก่ออกจากเตาอบ พักไว้ เตรียมซอสเกรวีโดยกรองเฉพาะน้ำที่ได้จากการอบไก่ใส่กระทะ ตั้งบนไฟกลางเคี่ยวให้งวด ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย ใส่แป้งสาลีละลายน้ำลงไป คนให้เข้ากัน เคี่ยวจนซอสมีลักษณะข้น ขณะเคี่ยวซอสหมั่นคน เพราะแป้งจะนอนก้น และไหม้ได้ จากนั้นปิดไฟ แล้วใส่เนยสดเย็น ผสมจนเข้ากันดีนำอกไก่ที่สุกหอมกำลังดีหั่นเป็นชิ้นใส่จาน ตกแต่งด้วยช่อสมุนไพร เสิร์ฟกับมันฝรั่งลวก ถั่วแขกลวก และซอสเกรวีรสเข้มข้น อาหารคริสต์มาสยอดนิยม เมื่อได้รับการปรุงอย่างพิถีพิถัน ขอให้ถูกปากถูกใจทุกๆคนในครอบครัวนะครับ 08.03.2018 RECIPE

หมูอบซอสบาร์บีคิว 1. ล้างเนื้อหมู ซับน้ำให้แห้ง หมักกับซอสมะเขือเทศ ซอสพริก วูสเตอร์ซอส น้ำมะนาว ซีอิ๊วขาว และพริกไทย ในอ่างผสม หมักในตู้เย็นช่องธรรมดานาน 3 ชั่วโมงขึ้นไป จากนั้นนำไปทอดในกระทะน้ำมันร้อนให้สุกเหลืองทั้งสองด้าน แล้วนำเข้าเตาอบ อบไฟ 150 องศาเซลเซียส นาน 20-25 นาที หรือจนสุก ยกออกจากเตาอบ 2. ทำซอสบาร์บีคิวโดยใส่เนยลงในกระทะทอดหมู เปิดไฟกลาง พอเนยละลาย ใส่กระเทียมและหอมใหญ่ลงผัดพอสุกหอม แต่ไม่เหลือง ใส่น้ำที่หมักหมู และน้ำสต๊อกหมู ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยเล็กน้อย ปิดไฟ 3. จัดหมูอบใส่จาน ราดซอสบาร์บีคิว ตกแต่งด้วยพาร์สเลย์อิตาเลียน เสิร์ฟกับผักต้ม 08.03.2018 RECIPE

Baked Mussels 1. ล้างหอยแมลงภู่ ดึงหนวดและขัดเปลือกด้านนอกให้สะอาด พักให้สะเด็ดน้ำ 2. นำกระทะหรือหม้อมีฝาปิดตั้งบนไฟกลาง ใส่น้ำมันมะกอก พอน้ำมันร้อน ใส่หอมใหญ่ลงผัดจนสุกใส เร่งเป็นไฟแรง ใส่กระเทียมและหอยแมลงภู่ ใส่ไวน์ขาว ปิดฝา 3. เมื่อเริ่มมีไอน้ำออกระหว่างฝาและหอยสุกจึงเปิดฝา ใส่มะเขือเทศ และพาร์สเลย์สับ ใช้ตะหลิว คนพอทั่ว ปิดไฟ ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย บีบเลมอนใส่พอประมาณ ใส่เนย คนให้เข้ากัน ตักใส่จาน ตกแต่งด้วยเลมอนหั่นเสี้ยว เสิร์ฟกับขนมปังฝรั่งเศส   CHEF SAYS ข้อควรระวังสำหรับเมนูหอยแมลงภู่ก็คือ เวลาเตรียมต้องล้างให้สะอาดแล้วดึงหนวดที่เรียกว่าเกสรหรือซังออกให้หมด และเมื่อนำมาปรุงไม่ควรสัมผัสความร้อนเป็นเวลานาน เนื้อจะเหนียวแข็งไม่อร่อย 08.03.2018 RECIPE

ปีกไก่ทอดสไตล์บัฟฟาโลกับซอสเผ็ดร้อนและดิปบลูชีส 1. ทำซอสเผ็ดร้อนโดยนำหม้อซอสตั้งบนไฟกลาง ใส่เนยพอเนยละลายใส่หอมใหญ่ลงผัด ตามด้วยกระเทียมผัดจนทุกอย่างสุกนิ่ม ใส่พริกเคเยน เติมน้ำเคี่ยวให้พองวด เทใส่ในโถปั่น เติมน้ำส้มสายชูไวน์ขาวซอสพริก และซอสมะเขือเทศ ปั่นส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน ปรับรสชาติด้วยเกลือตามชอบ พักไว้ 2. ทำดิปบลูชีสโดยผสมบลูชีส ซาวครีม กระเทียม น้ำส้มสายชูไวน์ขาว และดิจองมัสตาร์ด ในอ่างผสม ใช้ส้อมกดและคนให้เข้ากัน ใส่ต้นหอมสับละเอียด เคล้าให้เข้ากัน ปิดด้วยพลาสติกแร็ปพักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดา 3. เตรียมไก่โดยแยกปีกและน่องออกจากกัน ตัดปลายปีกทิ้ง ผสมแป้ง ผงกระเทียม เกลือและพริกไทยในอ่างผสม นำไก่มาคลุกกับแป้งให้ทั่ว เคาะแป้งส่วนเกินออกให้หมด พักไว้ 4. ใส่น้ำมันสำหรับทอดลงในกระทะ ตั้งบนไฟกลางจนได้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส นำไก่ที่พักไว้ลงทอดให้สุกและมีสีเหลืองทองสวย พักให้สะเด็ดน้ำมัน นำไก่ที่ได้มาเคล้ากับซอสเผ็ดร้อนจนทั่ว เสิร์ฟกับดิปบลูชีสและเซเลอรีหั่นแท่ง โรยด้วยต้นหอมสับละเอียด 08.03.2018 RECIPE

หอยแมลงภู่อบสมุนไพร 1. นำหอยแมลงภู่แช่แข็งล้างให้สะอาด แกะออกจากเปลือก ส่วนเปลือกหอยแมลงภู่ขูดเปลือกด้านนอกให้สะอาด ล้างน้ำอีกสองสามรอบ ซับให้แห้ง พักไว้ 2. ทำเกล็ดขนมปังสมุนไพรโดยซอยตะไคร้บางเอาแต่ส่วนอ่อน โขลกให้ละเอียด พักไว้ ผัดหอมแดงกับน้ำมันมะกอกจนสุก ใส่ตะไคร้ เกล็ดขนมปัง ผัดให้หอมและเกล็ดขนมปังเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเล็กน้อย ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย ใส่พาร์สเลย์ คลุกเคล้าให้เข้ากัน ปิดไฟ พักให้หายร้อน 3. ใส่น้ำมันมะกอกลงในกระทะยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง พอน้ำมันร้อนใส่กระเทียม พริกขี้หนูลงผัดพอหอม ใส่หอยแมลงภู่และไวน์ขาว ผัดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย ตักขึ้นวางบนเปลือกหอยที่เตรียมไว้ 4. โรยด้วยเกล็ดขนมปังสมุนไพร พาร์มีซานชีสขูด บีบมะนาว นำเข้าเตาอบไฟบนอย่างเดียวที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส พอได้กลิ่นหอม (ประมาณ 3-5 นาที) และเกล็ดขนมปังเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเล็กน้อย นำออกจากเตา โรยพาร์สเลย์สับด้านบน ตกแต่งด้วยช่อพาร์สเลย์และมะเขือเทศเชอร์รี เสิร์ฟ 08.03.2018 RECIPE

มันฝรั่งอบทั้งลูก 1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียสเตรียมไว้ ทำความสะอาดมันฝรั่งโดยใช้มือขัดที่เปลือกเล็กน้อย นำเข้าอบประมาณ 45-50 นาทีจนมันฝรั่งสุกนิ่ม 2. ระหว่างที่รอมันฝรั่งสุก หั่นเบคอนเป็นแท่งยาว กว้างประมาณ 1 เซนติเมตร ทอดด้วยไฟกลางประมาณ 5 นาที จนมีสีเหลืองทอง เทน้ำมันออก นำหอมแดงลงผัดกับเบคอนจนสุกนิ่ม นำขึ้นจากกระทะ พักให้สะเด็ดน้ำมัน 3. ตัดส่วนบนตามแนวนอนของมันฝรั่งออก ใช้ช้อนคว้านเอาเนื้อมันฝรั่งใส่ลงในอ่างผสม เก็บเปลือกมันฝรั่งไว้ใช้ส้อมบดเนื้อมันฝรั่งให้มีลักษณะหยาบเป็นก้อนเล็ก เติมวิปปิ้งครีมและเนย คนให้เข้ากัน ใส่เชดดาร์ชีส (แบ่งส่วนหนึ่งไว้โรยหน้า) เบคอนและพาร์สเลย์ ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทยและผงลูกจันทน์เทศ ผสมให้เข้ากัน 4. ตักมันฝรั่งใส่ลงในเปลือกมันฝรั่งที่เก็บไว้ วางบนถาดอบที่ทาน้ำมันเล็กน้อย โรยเชดดาร์ชีสที่เหลือด้านบน นำเข้าอบประมาณ 10-15 นาที หรือจนมีสีเกรียมที่ผิวหน้า นำออกจากเตา ตกแต่งด้วยซาวครีม เบคอนอบกรอบและช่อพาร์สเลย์ 08.03.2018 RECIPE

สุพรีมนาโช่เนื้อ 1. ทำซอสอาราบิอาตาโดยนำเนยตั้งบนไฟกลาง ใส่หอมใหญ่ลงผัดจนสุกนิ่ม ตามด้วยกระเทียม มะเขือเทศ มะเขือเทศเข้มข้น พริกชี้ฟ้า ใช้ไฟอ่อนผัดจนทุกอย่างสุกนิ่มมากๆ จากนั้นปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาล และพริกป่น ผัดต่อให้พอแห้ง พักไว้ 2. นำหม้อตั้งบนไฟกลาง ใส่น้ำมันมะกอก พอน้ำมันร้อนใส่เนื้อ วัวบดและผงปรุงรสทาโก้ลงผัดจนเนื้อวัวสุกนำพริกหวานลงผัด ผัดต่อให้เนื้อวัวเปลี่ยนเป็นสีเข้มและไม่เหลวมาก นำขึ้นจากเตา พักไว้ 3. นำข้าวเกรียบข้าวโพดใส่ในชามเซรามิกหรือแก้วสำหรับอบใส่เนื้อวัวบดเกลี่ยให้ทั่ว ตามด้วยซอสอาราบิอาตาราดเป็นชั้นบางๆให้ทั่ว โรยด้วยเชดดาร์ชีสบางๆให้ทั่ว สามารถทำอย่างนี้ได้ 1-2 รอบขึ้นอยู่กับขนาดของภาชนะอบ จึงนำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส นาน 10 นาที หรือจนชีสละลายสวย นำออกจากเตาอบตกแต่งด้วยซาวครีม มะกอกดำซอยบางมะเขือเทศหั่นลูกเต๋า และพริกหวานสีเขียวหั่นลูกเต๋า 08.03.2018 RECIPE

มินิเชพเพิร์ดพาย 1. ทำแป้งพายโดยผสมแป้งสาลี เกลือ น้ำตาล และเนย ในอ่างผสม ใช้ pastry scraper (ถ้าไม่มีใช้มีดทาเนย 2 อัน) ตัดเนยเป็นชิ้นเล็ก (ทำจนส่วนผสมมีลักษณะละเอียดเหมือนขนมปังป่น) ใส่ไข่แดง เคล้าเบาๆด้วยมือ ใส่น้ำทีละ ½ ช้อนโต๊ะ ใช้มือเคล้าเบาๆจนแป้งเนียนและรวมตัวกันเป็นก้อน ห่อด้วยพลาสติกแร็ป นำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดานาน 20 นาที 2. อุ่นเตาอบไฟบนและล่างที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ โรยแป้งสาลีเล็กน้อยลงบนโต๊ะสะอาด นำแป้งพายออกมาคลึงเป็นแผ่นบางประมาณ 3 มิลลิเมตร กดพิมพ์คุกกี้บนแป้งเป็นแผ่นกลมเล็กทาเนยละลายในพิมพ์ทาร์ต กรุแป้งพายลงในพิมพ์และใช้ส้อมจิ้มที่ฐานให้ทั่ว (เพื่อไม่ให้แป้งพองตัวขณะอบ) รองด้วยกระดาษไข ใส่ข้าวสารเพื่อให้แป้งพายคงรูป นำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดา 10 นาที แล้วจึงนำเข้าอบในเตาอบที่อุ่นไว้นาน 8 นาที นำกระดาษไขและข้าวสารออก อบต่ออีก 5-6 นาที จนสุกเหลืองนำออกจากเตาอบ แกะออกจากพิมพ์ พักบนตะแกรงให้คลายความร้อน เตรียมไว้ 3. ทำไส้เนื้อโดยตั้งกระทะเนยบนไฟกลาง พอเนยละลายใส่หอมใหญ่ลงผัดจนสุกใส ใส่กระเทียมผัดให้หอม ใส่เนื้อลงผัดพอสุก ใส่แป้งสาลี ผัดให้ทั่ว ใส่ซอสมะเขือเทศทั้งสองชนิด น้ำซุป ซอสวูสเตอร์เชียร์ ใบไธม์ป่น และผงปาปริก้า ผัดให้ทั่ว ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย ถ้าส่วนผสมแห้งไปเติมน้ำได้เล็กน้อย ชิมรสให้เปรี้ยวเค็มกลมกล่อม ใส่แครอท ถั่วลันเตา และข้าวโพด คนให้เข้ากัน ปิดไฟ ตักขึ้นพักไว้ 4. ทำมันฝรั่งบดโดยละลายเนยในกระทะ ใส่นม ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางจนเดือด เทส่วนผสมร้อนๆลงในมันฝรั่ง ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย พักไว้ให้เย็น ตักใส่ถุงบีบพร้อมหัวบีบ เตรียมไว้ อุ่นเตาอบไฟบนที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ 5. จัดเสิร์ฟโดยตักไส้เนื้อใส่ในแป้งพาย บีบมันฝรั่งบดด้านบน นำเข้าอบในเตาอบที่อุ่นไว้ อบนานประมาณ 3-5 นาที หรือจนหน้ามันฝรั่งบดเกรียมเล็กน้อย (อย่าใช้ blow torch หรือหัวพ่นไฟ เพราะมันฝรั่งจะเกรียมไม่ทั่วกัน) เสิร์ฟร้อนๆ   สูตรอาหารโดย กรณิศ รัตนามหัทธนะ 08.03.2018 RECIPE

กูแชร์ไส้สลัดมันฝรั่งเบคอน 1. ทำแป้งชูส์โดยอุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ปูกระดาษไขในถาดอบ และร่อนแป้งเค้กสองรอบ พักไว้ 2. ใส่น้ำ นมสด เนย และเกลือป่น ลงในหม้อ ปิดฝาหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง พอเดือด เปิดฝา เทแป้งที่ร่อนไว้ใส่ลงในหม้อ ใช้พายไม้คนให้เข้ากัน ลดเป็นไฟอ่อน คนจนแป้งล่อนออกจากข้างหม้อ ประมาณ 1 นาที ยกลง เทแป้งใส่อ่างผสม ค่อยๆใส่ไข่ไก่ทีละน้อย คนจนไข่ไก่ซึมเข้าเนื้อแป้ง แล้วจึงทยอยใส่ไข่ไก่ (ไม่จำเป็นต้องใส่ไข่ทั้งหมด) ทำเช่นนี้จนแป้งเหลวได้ที่ ทดสอบโดยใช้พายไม้ตักแป้งขึ้นมาแล้วแป้งไหลเป็นทรงตัววี ตักแป้งชูส์ใส่ถุงบีบพร้อมหัวบีบกลมหรือหัวบีบแฉกตามต้องการ 3. บีบแป้งชูส์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้ว บนถาดอบ นำเข้าอบในเตาอบที่อุ่นไว้ อบนาน 22 นาที หรือจนแป้งสุก (10 นาทีสุดท้ายเปิดฝาเตาอบแง้มไว้ประมาณ 1 ซม. ให้ไอน้ำระเหยออกจากด้านในเตา แป้งชูส์จะกลวงและแห้งขึ้น) สังเกตจากรอยแตกด้านบนแป้งชูส์เป็นสีน้ำตาล (หากรอยแตกเป็นสีเหลืองอ่อนแสดงว่าด้านในยังไม่แห้ง เมื่อนำออกจากเตาอบแป้งชูส์จะยุบตัว) นำออกจากเตาอบ พักไว้บนตะแกรง 4. ตั้งกระทะเทฟล่อนบนไฟอ่อน ไม่ต้องใส่น้ำมัน จี่เบคอนจนสุกกรอบ ตักขึ้นพักไว้ ตั้งกระทะใบเดิมที่มีน้ำมันเบคอนเหลืออยู่บนไฟอ่อน ใส่หอมใหญ่ลงผัดจนสุกใส ใส่น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิล น้ำตาล มัสตาร์ด และน้ำ ผัดเคล้าให้เข้ากัน ชิมรสให้เปรี้ยวหวานเค็ม เคี่ยวจนซอสข้นเล็กน้อย นำซอสร้อนๆลงคลุกกับมันฝรั่งต้มสุก ปรุงรสด้วยเกลือ และพริกไทย พักไว้ให้เย็นลงเล็กน้อย โรยพาร์สเลย์อิตาเลียนและเบคอนที่จี่ไว้ คลุกเคล้าพอเข้ากัน ตักใส่แป้งชูส์ที่ผ่าครึ่งตรงกลาง (ในภาพคือแป้งชูส์ที่บีบด้วยหัวบีบแฉก และโรยงาดำเล็กน้อยก่อนนำเข้าอบ) เสิร์ฟ   หมายเหตุ สามารถบีบแป้งชูส์ให้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5 นิ้วก็ได้ จะใช้เวลาอบนานขึ้นอีกประมาณ 3-4 นาที   สูตรอาหารโดย กรณิศ รัตนามหัทธนะ 08.03.2018 RECIPE

กูแชร์ไส้ซอสเห็ด 1. ทำแป้งชูส์โดยอุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ปูกระดาษไขในถาดอบ และร่อนแป้งเค้กสองรอบ พักไว้ 2. ใส่น้ำ นมสด เนย และเกลือป่น ลงในหม้อ ปิดฝาหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง พอเดือด เปิดฝา เทแป้งที่ร่อนไว้ใส่ลงในหม้อ ใช้พายไม้คนให้เข้ากัน ลดเป็นไฟอ่อน คนจนแป้งล่อนออกจากข้างหม้อ ประมาณ 1 นาที ยกลง เทแป้งใส่อ่างผสม ค่อยๆใส่ไข่ไก่ทีละน้อย คนจนไข่ไก่ซึมเข้าเนื้อแป้ง แล้วจึงทยอยใส่ไข่ไก่ (ไม่จำเป็นต้องใส่ไข่ทั้งหมด) ทำเช่นนี้จนแป้งเหลวได้ที่ ทดสอบโดยใช้พายไม้ตักแป้งขึ้นมาแล้วแป้งไหลเป็นทรงตัววี ตักแป้งชูส์ใส่ถุงบีบพร้อมหัวบีบกลมหรือหัวบีบแฉกตามต้องการ 3. บีบแป้งชูส์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้ว บนถาดอบ นำเข้าอบในเตาอบที่อุ่นไว้ อบนาน 22 นาที หรือจนแป้งสุก (10 นาทีสุดท้ายเปิดฝาเตาอบแง้มไว้ประมาณ 1 ซม. ให้ไอน้ำระเหยออกจากด้านในเตา แป้งชูส์จะกลวงและแห้งขึ้น) สังเกตจากรอยแตกด้านบนแป้งชูส์เป็นสีน้ำตาล (หากรอยแตกเป็นสีเหลืองอ่อนแสดงว่าด้านในยังไม่แห้ง เมื่อนำออกจากเตาอบแป้งชูส์จะยุบตัว) นำออกจากเตาอบ พักไว้บนตะแกรง 4. ตั้งกระทะเนยบนไฟกลาง พอเนยเริ่มละลายใส่หอมใหญ่ลงผัดจนสุกใส ใส่แป้งสาลี ผัดให้ทั่ว พอแป้งสุก ใส่วิปปิ้งครีมหรือนมสด และเห็ด ลดเป็นไฟอ่อน ใส่ซอสวูสเตอร์เชียร์ เคี่ยวจนเห็ดสุกนุ่ม ประมาณ 10 นาที ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย ถ้าซอสข้นไปหรือจับตัวเป็นก้อนให้เติมนมหรือน้ำ คนให้ทั่ว ปิดไฟ ตักใส่ถ้วย เตรียมไว้ 5. จัดเสิร์ฟโดยตักซอสเห็ดใส่ในแป้งชูส์ที่ผ่าด้านบนออกตามขวาง (ในภาพคือแป้งชูส์ที่บีบด้วยหัวบีบกลม) โรยพาร์สเลย์สับละเอียด เสิร์ฟ   หมายเหตุ สามารถบีบแป้งชูส์ให้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5 นิ้วก็ได้ จะใช้เวลาอบนานขึ้นอีกประมาณ 3-4 นาที   สูตรอาหารโดย กรณิศ รัตนามหัทธนะ 08.03.2018 RECIPE

เค้กช็อกโกแลตคลาสสิก 1.อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส นานประมาณ15-20 นาที เตรียมไว้ เตรียมพิมพ์และถาดสำหรับอบเค้กโดยทาเนยและปูกระดาษไข พักไว้ 2.ทำเค้กช็อกโกแลตคลาสสิกโดยตั้งหม้อใส่นํ้าประมาณ ¼ ของหม้อ บนไฟกลาง ต้มให้พอเดือด วางอ่างผสมซ้อนทับบนหม้อ ใส่ดาร์กช็อกโกแลตและเนย คนด้วยไม้พายพอให้ส่วนผสมละลาย ยกอ่างผสมลงจากหม้อต้มนํ้า คนด้วยไม้พายให้ดาร์กช็อกโกแลตและเนยละลายเข้ากันดี พักไว้ 3.ตีไข่แดง และนํ้าตาล 50 กรัม ให้เข้ากันด้วยตะกร้อจนได้เป็นครีมสีเหลืองนวล ใส่ส่วนผสมของไข่แดงและนํ้าตาลลงผสมกับดาร์กช็อกโกแลตที่ละลายไว้ คนเร็วๆ ให้เข้ากันด้วยไม้พาย พักไว้ 4.ตีไข่ขาว ครีมออฟทาร์ทาร์ และนํ้าตาลทราย 90 กรัม ในอ่างผสม (โดยทยอยใส่นํ้าตาลทีละน้อย) จนครีมตั้งยอดแข็งเป็นเมอแรงก์ ตักเมอแรงก์ที่ได้ผสมลงในอ่างผสมของดาร์กช็อกโกแลต ตะล่อมให้เข้ากันด้วยไม้พาย ร่อนส่วนผสมของแป้งสาลีและผงโกโก้ลงตาม ตะล่อมให้เข้ากันโดยเร็ว เทส่วนผสมลงในพิมพ์ที่เตรียมไว้ นำเข้าอบในเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส อบนานประมาณ 20 นาที นำออกจากเตาอบ หมุนถาดให้เค้กเปลี่ยนด้านอบ แล้วลดอุณหภูมิลงเหลือ 170 องศาเซลเซียส อบต่ออีก 10-15 นาที หรือจนเค้กสุก (การตรวจสอบว่าเค้กสุก สามารถทดสอบโดยใช้ไม้จิ้มดู หากไม่มีเศษของส่วนผสมเหลวๆติดมา แสดงว่าเค้กสุกแล้ว) 5.เมื่อเค้กสุกแล้ว นำออกจากเตาอบ พักไว้ให้เย็นตัวสักครู่ นำออกจากพิมพ์ค่อยๆ ลอกกระดาษไขออก หั่นเป็นชิ้นสามเหลี่ยม เสิร์ฟที่อุณหภูมิห้องหรือนำไปอุ่น พร้อมไอศกรีมวานิลลาและซอสช็อกโกแลต ตกแต่งด้วยสตรอว์เบอร์รี ราสป์เบอร์รี แบล็กเบอร์รี เคปกูสเบอร์รีและ พิสตาชิโอบดหยาบ   สูตรอาหารโดย ภาสกร หลี 07.03.2018 RECIPE

พัฟโลวา 1.อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส และวาดวงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 9 นิ้ว บนกระดาษไข คว่ำกระดาษไขด้านที่วาดลงบนถาดอบ เตรียมไว้ 2.ทำเมอแรงก์โดยใส่ไข่ขาวและน้ำเย็นลงในเครื่องตีเค้กหัวตีตะกร้อ ตีด้วยความเร็วปานกลางจนไข่ขาวเริ่มเป็นฟองละเอียด จึงเริ่มใส่น้ำตาลทีละน้อยจนหมด ใส่เกลือ และน้ำมะนาว ตีต่อจนไข่ขาวฟู มันวาว และตั้งยอดแข็งใส่แป้งข้าวโพด ตีต่อพอเข้ากัน ตักเมอแรงก์ที่ตีแล้วใส่ลงในถาดอบที่เตรียมไว้ ปาดเมอแรงก์เป็นวงกลมขนาดเท่ากับที่วาดไว้ แล้วปาดเมอแรงก์เป็นแอ่งตรงกลาง นำเข้าอบในเตาอบที่อุ่นไว้ ลดอุณหภูมิเตาอบเป็น 125 องศาเซลเซียสทันที อบนาน 1.30 ชั่วโมง ปิดไฟ พักเมอแรงก์ไว้ในเตาอบจนเย็นสนิท 3.ตีวิปปิ้งครีมและกลิ่นวานิลลาจนขึ้นฟูและตั้งยอดแข็ง ปาดวิปปิ้งครีมบนเมอแรงก์ วางสตรอว์เบอร์รี ราสป์เบอร์รี กีวี และลูกพีช ด้านบน ตักเนื้อเสาวรสหยอดหน้า   Tips พัฟโลวาอาจมีสีขาวหรือสีนวลขึ้นอยู่กับอุณหภูมิในเตาอบ สูตรนี้ในระยะแรกใช้ไฟสูงอบก่อน โดยตั้งอุณหภูมิเตาอบที่ 200 องศาเซลเซียส เพื่อให้ไข่ขาวพองฟูและมีสีนวล เมื่อนำเมอแรงก์เข้าเตาอบแล้ว จึงลดอุณหภูมิเป็น 125 องศาเซลเซียส อบนาน 1.30 ชั่วโมง หากต้องการให้เมอแรงก์เป็นสีขาวมากๆ ควรอบด้วยไฟกลางสม่ำเสมอที่ 150 องศาเซลเซียส เป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง การเก็บรักษาพัฟโลวาทำโดยเมื่ออบเสร็จแล้วพักไว้ในเตาอบจนเย็นสนิท นำใส่กล่องที่มีฝาปิดสนิทเก็บ ไว้ในตู้เย็น ช่องธรรมดา จะเก็บได้ 1 สัปดาห์ เมื่อจะรับประทานจึงนำออกมาตกแต่งด้วยครีมและผลไม้สด 07.03.2018 RECIPE

เค้กกล้วยหอมวอลนัต 1.อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ เตรียมพิมพ์โดยรองกระดาษไขด้านในจนถึงขอบพิมพ์ ปอกเปลือกและปั่นกล้วยหอมทั้งหมดด้วยที่ปั่นมือจนละเอียด ผสมกล้วยหอมปั่นกับซาวร์ครีมคนให้เข้ากันดี พักไว้ 2.ร่อนแป้งเค้ก เบกกิ้งโซดา เกลือ และลูกจันทน์ป่น รวมกันในอ่างผสม คนให้เข้ากัน พักไว้ 3.ตีเนยในเครื่องตีเค้กหัวตีใบพัดจนเนยฟูขาว ใส่น้ำตาลทรายและน้ำตาลทรายแดงทีละน้อยจนเข้ากัน ตีประมาณ 6-8 นาที ใส่ไข่ไก่ทีละฟองและกลิ่นวานิลลาลดความเร็วเครื่องตีเค้ก ใส่ส่วนผสมแป้งที่ร่อนไว้ สลับกับกล้วยปั่นที่ผสมกับซาวร์ครีม ตีจนเข้ากันดีใส่วอลนัต ผสมต่อพอเข้ากัน แล้วตักเค้กใส่พิมพ์ (ประมาณ 3/4 ของพิมพ์) เกลี่ยเนื้อเค้กให้เรียบ วางตกแต่งด้วยกล้วยหอมฝานบาง นำเข้าเตาอบที่อุ่นไว้ อบนาน 50 นาที จนเค้กสุกเหลือง นำเค้กออกจากเตาอบ พักไว้บนตะแกรงจนเย็นสนิท (จะทาแอปริคอตเกลสเคลือบเพื่อให้หน้าเค้กสวยมันวาวก็ได้) ตัดเป็นชิ้นเสิร์ฟตามชอบ Tips อบวอลนัตด้วยไฟ 150 องศาเซลเซียส ประมาณ 15 นาที จนมีกลิ่นหอม นำออกจากเตาอบ สับพอหยาบ เมื่อซื้อกล้วยหอมเป็นหวีมักรับประทานไม่หมด มีวิธีเก็บเพื่อนำมาใช้ทำเค้กกล้วยหอมด้วยการปอกเปลือกแล้ว นำไปแช่แข็งเก็บไว้ เมื่อต้องการนำมาทำเค้กให้นำออกมาพักไว้ด้านนอกให้คลายตัว แล้วปั่นจนละเอียด อ่านบทความเพ่ิมเติม Tropical Fruits ในของหวานสไตล์ยุโรป 07.03.2018 RECIPE