Found 22 results for Tag : อาหารว่างไทย

ช่อม่วงไส้หวาน 1. ทำไส้หวานโดยตั้งกระทะบนไฟกลาง ใส่มันหมูลงผัดให้หอมฟู เทน้ำมันหมูส่วนเกินออก ใส่ฟักเชื่อม งาขาวคั่วบด และหอมแดงเจียว ปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายและเกลือ ผสมให้เข้ากัน ตักขึ้นพักไว้ให้เย็นสนิท 2. ทำแป้งช่อม่วงโดยใส่น้ำมะนาวลงในน้ำดอกอัญชันที่เตรียมไว้ คนให้เข้ากัน พักไว้ ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน และแป้งเท้ายายม่อม เข้าด้วยกันในกระทะทองเหลือง ค่อยๆ ใส่น้ำดอกอัญชัน ใช้มือนวดจนแป้งเป็นก้อน นวดต่อสักครู่ จึงใส่น้ำดอกอัญชันที่เหลือเพื่อคลายแป้งให้เหลวเหมือนเดิม ใส่น้ำมันพืช ผสมให้เข้ากัน ยกกระทะขึ้นตั้งบนไฟกลาง กวนแป้งจนจับตัวเป็นก้อนและล่อนออกจากกระทะ (ทดสอบโดยเมื่อใช้นิ้วแตะแล้วแป้งไม่ติดนิ้ว) ปิดไฟ นำแป้งใส่อ่างผสมที่โรยแป้งนวลไว้บางๆ จุ่มมือในแป้งนวล แล้วนวดแป้งที่กวนขณะร้อนๆ จนแป้งนุ่มเนียนและไม่ติดมือ ใช้ผ้าขาวบางคลุม พักไว้ 3. แบ่งแป้งเป็นก้อนกลม ก้อนละ 12 กรัม ใช้มือกดตรงกลางเป็นรูปเบ้า แผ่แป้งออกเป็นทรงถ้วย ตักไส้ประมาณ 1 ช้อนชา ใส่ตรงกลาง หุ้มแป้งขึ้นมาให้มิด คลึงเป็นก้อนกลม เอาด้านรอยห่อแป้งไว้ด้านล่าง ใช้แหนบจุ่มลงในแป้งนวล เคาะให้แป้งติดแหนบบางๆ ใช้แหนบจับจีบกลีบดอกให้รอบ โดยเริ่มจากล่างสุดแล้ววนขึ้นด้านบน (ขณะจีบหากแป้งเริ่มติดแหนบ ให้จุ่มแหนบลงในแป้งนวลแล้วเคาะออกเช่นเดิม) ทำเช่นนี้จนเสร็จ 4.  ใส่น้ำในหม้อลังถึง ¾ ของหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง เตรียมไว้ ฉีกใบตองเป็นริ้วๆ วางในลังถึง ทาด้วยน้ำมันหอมแดงเจียว เรียงขนมบนใบตอง ใช้กระบอกฉีด (ฟ็อกกี้) พรมน้ำให้ทั่ว พอน้ำเดือด ลดไฟลงเล็กน้อย นำขนมลงนึ่งนาน 15 นาที หรือจนสุก ยกลง พรมด้วยน้ำ 5. จัดช่อม่วงใส่จาน หยอดด้วยหัวกะทิ เสิร์ฟ   อ่านบทความเพิ่มเติม ถอดรหัส ‘อาหารว่างไทย’ จากกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน 07.11.2019 RECIPE

ขนมจีบไทย จีบนก 1. ทำแป้งขนมจีบไทยโดยผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งเท้ายายม่อม และแป้งมัน ในอ่างผสม ค่อยๆ เติมน้ำ นวดจนแป้งเป็นก้อนเนียน เทน้ำที่เหลือจนหมดเพื่อคลายแป้ง ใส่กะทิ คนให้เข้ากัน เทส่วนผสมแป้งลงในกระทะทองเหลือง ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง กวนจนแป้งจับตัวเป็นก้อนและล่อนจากกระทะ (ทดสอบโดยเมื่อใช้นิ้วแตะแป้งแล้วไม่ติดนิ้ว) ปิดไฟ ตักแป้งใส่อ่างผสมที่โรยแป้งนวลไว้บางๆ จุ่มมือในแป้งนวลแล้วนวดแป้งที่กวนขณะร้อนๆ จนแป้งนุ่มเนียนและไม่ติดมือ คลุมด้วยผ้าขาวบางชุบน้ำบิดหมาด พักไว้ (ทำแป้งขนมจีบนกเช่นเดียวกันโดยใช้น้ำดอกอัญชันแทน) 2. ทำไส้หมูโดยโขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทย เข้าด้วยกันให้ละเอียด ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง พอน้ำมันเริ่มร้อน ใส่เครื่องที่โขลกลงผัดให้หอม ใส่หอมใหญ่ หอมแดง ผัดจนสุกใส ใส่หมูสับและเนื้อกุ้งลงผัดพอสุก ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำปลา น้ำตาลมะพร้าว และน้ำตาลทราย ผัดต่อจนไส้เริ่มแห้ง ใส่ถั่วลิสงคั่วบด ผัดให้เข้ากัน ปิดไฟ พักไว้ให้เย็น 3. ทำขนมจีบไทยโดยปั้นแป้งเป็นก้อนกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้ว (ก้อนละ 15 กรัม) ใช้นิ้วกดตรงกลางให้เป็นรูปเบ้า แผ่แป้งด้านข้างออกให้มีลักษณะเป็นถ้วย ตักไส้หมูใส่ตรงกลางประมาณ 1 ช้อนชา แล้วรวบแป้งปิดให้เป็นคอขึ้นมาคล้ายรูปคนโท ใช้แหนบจุ่มลงในแป้งนวล เคาะให้แป้งติดแหนบบางๆ หนีบแป้งด้านข้างเป็นจีบโดยรอบและหนีบเป็นปากขวด ทำจนหมด ทำขนมจีบนกเช่นเดียวกัน โดยหลังจากหนีบแป้งด้านข้างเป็นจีบโดยรอบแล้ว ใช้พริกชี้ฟ้าสีแดงติดเป็นปากนกและงาดำติดเป็นตานก ทำจนหมดแป้ง 4. ใส่น้ำในหม้อลังถึง ¾ ของหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง เตรียมไว้ ฉีกใบตองเป็นริ้วๆ วางเรียงในลังถึง ทาด้วยน้ำมันกระเทียมเจียว นำขนมมาเรียงบนใบตอง ใช้กระบอกฉีด (ฟ็อกกี้) ฉีดพรมน้ำให้ทั่ว นำไปนึ่งนาน 15 นาที จนสุก ยกลง พรมน้ำและน้ำมันกระเทียมเจียว 5. จัดใส่จาน เสิร์ฟกับผักกาดหอม ผักชี และพริกขี้หนูสวน   อ่านบทความเพิ่มเติม ถอดรหัส ‘อาหารว่างไทย’ จากกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน 07.11.2019 RECIPE

หรุ่ม ล่าเตียง 1. ทำไส้โดยโขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทย เข้าด้วยกันให้ละเอียด ตักใส่ถ้วย พักไว้ 2. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง พอน้ำมันเริ่มร้อน ใส่เครื่องที่โขลกลงผัดจนมีกลิ่นหอม ใส่หอมใหญ่ ผัดจนสุกใส ใส่เนื้อหมูสับและเนื้อกุ้งสับ ผัดพอสุก ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาลมะพร้าว และน้ำตาลทราย ผัดให้เข้ากัน ใส่ถั่วลิสงคั่วบด ผัดพอเข้ากันและแห้ง ปิดไฟ ตักใส่ถ้วย พักไว้ 3. ทำแพไข่สำหรับหรุ่มโดยผสมไข่ไก่และไข่เป็ดเข้าด้วยกันในอ่างผสม ตีให้เข้ากัน กรองด้วยกระชอน เตรียมไว้ ตั้งกระทะเทฟลอนบนไฟกลาง ใช้กระดาษทิชชูชุบน้ำมันทาบางๆ ให้ทั่วกระทะ พอกระทะเริ่มร้อน ลดเป็นไฟอ่อน จุ่มนิ้วมือทั้ง 5 นิ้ว ลงในอ่างไข่ แล้วโรยลงบนกระทะให้เป็นตาราง พอไข่เริ่มสุก (สังเกตส่วนขอบของไข่เริ่มล่อน) ให้ใช้ส้อมแซะไข่ออกจากกระทะวางใส่จาน พักไว้ หรือทำแผ่นไข่ห่อล่าเตียงโดยเทไข่ลงในกระทะ กลอกไข่ให้บางทั่วกระทะ พอไข่สุก จึงแซะออกวางบนจาน ทำจนหมด คลุมด้วยผ้าขาวบางเพื่อไม่ให้ไข่แห้ง 4. ทำล่าเตียงโดยวางไข่ด้านเรียบลงบนเขียง จากนั้นตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนาด 4x4 นิ้ว ตักไส้ที่ผัดใส่ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ พับห่อเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม วางพริกชี้ฟ้าสีแดงหั่นเส้นเป็นรูปกากบาท และใบผักชี ทำหรุ่มโดยวางไข่ด้านเรียบลงบนเขียง ตักไส้ใส่ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ พับไข่ห่อไส้เป็นทรงกลมแบน วางพริกชี้ฟ้าสีแดงหั่นเส้นและใบผักชี 5. จัดหรุ่มและล่าเตียงใส่จาน เสิร์ฟ   อ่านบทความเพิ่มเติม ถอดรหัส ‘อาหารว่างไทย’ จากกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน 07.11.2019 RECIPE

สาคูไส้หมู 1. ซาวสาคูผ่านน้ำเย็นให้สะอาด ใส่ตะแกรงสะเด็ดน้ำ ใส่สาคูที่สะอาดแล้วกลับลงในอ่าง เติมน้ำอุ่น ใช้พายไม้คนให้เข้ากัน ปิดด้วยผ้าขาวบางหรือพลาสติกแร็ป แช่สาคูไว้ 1 ชั่วโมงจนอิ่มน้ำ  2. ทำกระเทียมเจียวโดยตั้งกระทะน้ำมัน ¼ ถ้วยบนไฟอ่อน ใส่กระเทียมสับลงเจียวจนเหลือง ตักกระเทียมเจียวและน้ำมันออกพักไว้ ปิดไฟ เหลือน้ำมันติดกระทะไว้เล็กน้อย 3. โขลกรากผักชี กระเทียมและพริกไทยขาวเข้าด้วยกันให้ละเอียด เปิดไฟตั้งกระทะเดิมที่เหลือน้ำมันไว้บนไฟกลาง ใส่เครื่องสามเกลอที่โขลกลงผัดจนหอม ใส่หอมใหญ่และหัวไชโป๊ว ผัดจนหอมใหญ่สุกใส ตามด้วยเนื้อหมู ผัดจนหมูสุก ปรุงรสด้วยน้ำตาลมะพร้าว น้ำปลา ผัดต่อจนเกือบแห้ง ใส่ถั่วลิสง ผัดให้เข้ากันจนแห้ง ตักขึ้น พักไว้ให้เย็นสนิท แล้วปั้นเป็นก้อนกลม ก้อนละ 1½ ช้อนชา 4. เตรียมปั้นสาคูโดยนวดด้วยมือจนสาคูที่อิ่มตัวแล้ว พอให้แห้งนุ่มมือ แบ่งแป้งสาคูเป็นก้อนละ 2 ช้อนชา แผ่สาคูแต่ละก้อนที่ปั้นไว้ให้บาง ใส่ไส้ห่อให้มิด วางบนใบตองฉีกทาน้ำมันเล็กน้อยให้ห่างกันเล็กน้อย นึ่งน้ำเดือดนาน 8 นาที ยกลง ทาด้วยน้ำมันกระเทียมเจียว 5. จัดสาคูไส้หมูใส่จาน โรยกระเทียมเจียว รับประทานกับผักกาดหอม ผักชี และพริกขี้หนู 04.11.2019 RECIPE

ขนมปังหน้าหมู 1. ตัดขอบขนมปังออก ตัดขนมปังเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมเล็ก (3.5x3.5 ซม.) เรียงใส่ถาด ตากแดดจัดๆนาน 20 นาที หรือค่อนข้างแห้งกรอบ เตรียมไว้ (ถ้าทำไว้ล่วงหน้าให้เก็บใส่ภาชนะปิดสนิทไว้ที่อุณหภูมิห้อง) 2. โขลกพริกไทย รากผักชี และกระเทียมให้ละเอียดเข้ากัน ตักใส่อ่างผสม ใส่หมูบด ซีอิ๊วขาว น้ำ และไข่ นวดให้ส่วนผสมเข้ากันเตรียมไว้ 3. ทาส่วนผสมหมูบดลงบนขนมปัง1 แผ่น (ประมาณ 1 ช้อนชา ถ้าทาหนามากเมื่อทอดขนมปังจะสุกแต่หมูไม่สุก) ประกบด้วยขนมปังอีกแผ่นให้เป็นแซนด์วิช เสียบไม้ ทำจนหมด เตรียมไว้ 4. ทำอาจาดโดยผสมน้ำส้มสายชู เกลือ และน้ำตาล ให้เข้ากันในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟอ่อนๆ ให้เกลือและน้ำตาลละลายส่วนผสมข้นเล็กน้อย ยกลงพักให้พออุ่น จึงใส่แตงกวา ก่อนเสิร์ฟใส่พริกชี้ฟ้าแดงและผักชี 5. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง พอน้ำมันร้อน (ทดสอบโดยใส่เศษขนมปังลงทอดแล้วมีฟองอากาศจำนวนมาก) ลดเป็นไฟกลางค่อนข้างอ่อน ใส่ขนมปังหน้าหมูลงทอด ชิ้นละประมาณ 30 วินาทีขนมปังจะสุกเหลืองพอดี หมูสุก ทำจนหมด 6. จัดเสิร์ฟโดยตักอาจาดใส่แก้วเล็กๆ วางขนมปังหน้าหมูพาดปากแก้ว เสิร์ฟ   สูตรอาหารโดย กรณิศ รัตนามหัทธนะ 01.11.2019 RECIPE

กระทงทองไส้ข้าวโพด 1. ร่อนแป้งทั้งสองชนิดก่อนตวง ผสมแป้งสาลี แป้งข้าวเจ้า และเกลือเข้าด้วยกันในอ่างผสม ใส่หัวกะทิและไข่แดงไข่เป็ดนวดให้เข้ากัน ใส่น้ำปูนใส นวดให้เข้ากันกรองส่วนผสมผ่านกระชอนตาถี่หรือผ้าขาวบาง 2 ครั้ง แป้งกระทงทองที่ได้จะเนียน ใส่แป้งในภาชนะที่จุ่มพิมพ์ได้ง่าย (ภาชนะก้นลึก เช่น ถ้วยตวงของเหลว) ถ้ายังไม่ใช้ทันที เก็บแป้งไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดา แป้งจะข้นขึ้นอีกเล็กน้อย 2. ตั้งกระทะทองเหลืองหรือหม้อบนไฟกลางค่อนข้างอ่อน ใส่น้ำมัน พอน้ำมันร้อนพอดี (ทดสอบโดยหยดแป้งกระทงทองลงไปเล็กน้อยแล้วมีฟองอากาศจำนวนมากและแป้งค่อยๆลอยขึ้นบนผิว หน้า) จ่มุ พิมพ์ลงในน้ำมันประมาณ 5 นาที (หรือแช่พิมพ์ในน้ำมันเตรียมไว้ล่วงหน้า) เตรียมถาดใหญ่พร้อมตะแกรงไว้ใกล้ตัว พอพิมพ์ร้อนคนแป้งด้วยส้อม (คนแป้งก่อนทุกครั้ง ที่จุ่มพิมพ์) แตะก้นพิมพ์บนกระดาษทิชชูเพื่อซับน้ำมันส่วนเกินออก แล้วจุ่มพิมพ์ลงตรงๆ ในแป้ง ให้แป้งเคลือบพิมพ์เกือบถึงขอบ (ให้เหลือประมาณ 1-2 มิลลิเมตร ถ้าจุ่มถึงขอบพิมพ์พอดี เมื่อนำลงทอดในน้ำมันร้อนๆ แป้งจะฟูเลยขอบพิมพ์ขึ้นมาทำให้ไม่สวย) จุ่มลงทอดในน้ำมัน โดยจุ่มไว้ให้ขอบพิมพ์ปริ่มผิวหน้าน้ำมัน ประมาณ 10 วินาที (เพื่อให้ขอบกระทงทองอยู่ตัวดีก่อนไม่ฟูเลยขอบพิมพ์ขึ้นมา) แล้วจึงค่อยจุ่ม ให้ก้นพิมพ์สัมผัสก้นกระทะเบาๆ (เพื่อให้ฐานกระทงทองเรียบ) เมื่อกระทงทองเซตตัวดีแล้ว ใช้ไม้ปลายแหลมแซะออกจากพิมพ์ ทอดต่ออีกประมาณ 5 วินาทีตักขึ้นพักบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน (คว่ำกระทงทองลงเพื่อให้น้ำมันไหลออก) พักจนกระทงทองเย็นสนิท (ประมาณ10-15 นาที) เก็บใส่ภาชนะที่ปิดสนิทไว้ที่อุณหภูมิห้อง จะคงความกรอบได้ 1-2 วัน 3. ทำไส้ข้าวโพดโดยตั้งกระทะเนยบนไฟกลาง พอเนยละลาย ใส่รากผักชีลงผัดพอหอม ใส่หมูบดลงผัดพอสุก ใส่ข้าวโพด นมสด ปรุงรสด้วยน้ำตาลและเกลือ ผัดให้ทั่วและน้ำงวดลง ประมาณ 5 นาที ชิมรสให้กลมกล่อม ผัดต่อพอให้แห้ง ตักใส่ถ้วยเตรียมไว้ 4. จัดเสิร์ฟกระทงทองโดยตักไส้ข้าวโพดใส่กระทงทอง ตกแต่งด้วยผักชีและพริกชี้ฟ้าสีแดง เสิร์ฟทันที   สูตรอาหารโดย กรณิศ รัตนามหัทธนะ 01.11.2019 RECIPE

ไก่ห่อใบเตย 1. ทำไก่หมักโดยโขลกกระเทียมและพริกไทยขาวให้ละเอียด ตักใส่ถ้วย ใส่น้ำตาล ซีอิ๊วขาว น้ำมันงา และเกลือ คนให้เข้ากัน ล้างไก่ให้สะอาด ซับให้แห้ง นวดเนื้อไก่กับส่วนผสมกระเทียม ประมาณ 5 นาทีหมักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดานาน 1 ชั่วโมง เตรียมไว้ 2. ทำกระทงใบเตยโดยเลือกใบเตยที่ขนาดใบกว้างประมาณ 1 นิ้ว ตัดโคนแข็งด้านล่างทิ้ง ตัดใบเตยยาวประมาณ15 ซม ตัดแบ่งเป็น 5 ส่วนเท่าๆกันโดยตัดจากขอบใบถึงเส้นกลางใบ สานใบเตยขัดกันให้เป็นกล่องสี่เหลี่ยมจัตุรัสเล็กๆเย็บมุมกระทงด้วยด้ายสีเขียวหรือกลัดด้วยไม้กลัดก็ได้ เตรียมไว้ 3. นำไก่หมักออกจากตู้เย็น หั่นเนื้อไก่เป็นชิ้นเล็ก (เล็กพอใส่ในกระทงใบเตยที่ทำ) ใส่ไก่ในกระทงใบเตย นำไปนึ่งในลังถึงบนหม้อน้ำเดือด นาน 7 นาที หรือจนไก่สุก แยกไก่กับกระทงใบเตยออกจากกัน พักไก่บนตะแกรงให้น้ำจากไก่ออกมา ประมาณ 15 นาที 4. ระหว่างนึ่งไก่ทำน้ำจิ้มโดยผสมเครื่องปรุงทั้งหมดในหม้อ เคี่ยวพอให้ข้นเหนียว ตักใส่ถ้วย เตรียมไว้ 5. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง พอน้ำมันร้อน ใส่ไก่ลงทอดพอให้เหลือง ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน ใส่ใบเตยลงทอดต่อตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน จัดไก่ใส่ในกระทงใบเตย ราดน้ำจิ้ม ตกแต่งด้วยงาคั่วและต้นหอมซอย เสิร์ฟ   สูตรอาหารโดย กรณิศ รัตนามหัทธนะ 01.11.2019 RECIPE

ขนมปังหน้ากุ้ง 1. ใช้พิมพ์กดคุกกี้กดขนมปังเป็นแผ่นกลม เรียงใส่ถาด ตากแดดจัดๆนาน 20 นาที หรือค่อนข้างแห้งกรอบเตรียมไว้ (ถ้าทำไว้ล่วงหน้าให้เก็บใส่ภาชนะปิดสนิทไว้ที่อุณหภูมิห้อง) 2. ทำน้ำจิ้มโดยใส่น้ำส้มสายชู น้ำ น้ำตาล และเกลือในหม้อ ตั้งบนไฟกลางพอให้เดือดและน้ำตาลละลาย ผสมแป้งมันละลายน้ำในถ้วย ใส่ในหม้อน้ำจิ้ม คนพอทั่วน้ำจิ้มจะข้นขึ้นยกลงพักให้อุ่น ใส่พริกชี้ฟ้าคนให้ทั่วเตรียมไว้ 3. เตรียมหน้ากุ้งโดยโขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทยให้ละเอียด ตักใส่ถ้วย เตรียมไว้ 4. ใส่เนื้อกุ้ง หมูบด ส่วนผสมที่โขลก เกลือป่น และซีอิ๊วขาว ในอ่างผสม นวดให้ส่วนผสมเข้ากันด้วยมือ ล้างมือให้สะอาดเช็ดมือพอหมาด แตะแป้งสาลีอเนกประสงค์ให้เคลือบมือบางๆ (เพื่อไม่ให้ปั้นแล้วส่วนผสมเหนียวติดมือ) ปั้นส่วนผสมกุ้งเป็นก้อนกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้ว เรียงใส่จานไว้ ทำจนหมดคลุกลูกชิ้นกุ้งกับงาพอทั่ว ใช้มือกดเบาๆพอให้ติด เตรียมไว้ 5. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง พอน้ำมันร้อน (ทดสอบโดยใส่ลูกชิ้นกุ้ง 1 ลูกลงในน้ำมันแล้วมีฟองอากาศจำนวนมากและลูกชิ้นลอยขึ้นทันที) ลดเป็นไฟกลางค่อนข้างอ่อน ใส่ลูกชิ้นกุ้งคลุกงาลงทอดพอสุก (ไม่ควรใช้ไฟกลางหรือไฟแรงเพราะงาจะเกรียมแต่กุ้งยังไม่สุก) ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน เตรียมไว้ ในกระทะใบเดิม ใช้กระชอนตักเมล็ดงาออกให้หมด ใส่ขนมปังจนลงทอดต่อจนสุกเหลือง  6. จัดเสิร์ฟโดยเสียบลูกชิ้นกุ้งและขนมปังเข้ากับไม้เสียบ ตกแต่งด้วยต้นหอมซอย เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้ม   สูตรอาหารโดย กรณิศ รัตนามหัทธนะ 01.11.2019 RECIPE

กระท้อนทรงเครื่อง 1. เตรียมน้ำแช่กระท้อนโดยใส่เกลือ 2 ช้อนโต๊ะลงในอ่างน้ำ คนให้ละลาย พักไว้ 2. ล้างผิวกระท้อนให้สะอาด ปอกเปลือก (อย่าปอกเปลือกบางเพราะจะฝาดและดำ) นำกระท้อนลงแช่น้ำเกลือจนท่วมประมาณ 30 นาที เพื่อลดยางและรสฝาด เมื่อครบเวลาใช้ปลายมีดกรีดผลกระท้อนจากบนลงล่างโดยรอบ แช่ทิ้งไว้ในน้ำเกลืออ่างใหม่ไว้ประมาณ 10 นาที หรือจนรู้สึกว่ากระท้อนนุ่มลงเล็กน้อย 3. เตรียมน้ำราดโดยใส่น้ำตาลมะพร้าว น้ำปลา และพริกชี้ฟ้าสีส้ม และน้ำลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟอ่อน เคี่ยวจนน้ำจิ้มข้น ปิดไฟ พักจนเย็นสนิท 4. จัดเสิร์ฟโดยนำกระท้อนขึ้นจากน้ำเกลือ ใช้มือค่อยๆบีบเอาน้ำออกให้หมด วางกระท้อนลงในจาน ราดด้วยน้ำปรุง โรยถั่วลิสงคั่ว กุ้งแห้งคั่วกรอบ กุ้งแห้งปั่นฟู และพริกจินดาซอย เสิร์ฟ 05.08.2019 RECIPE

เมี่ยงปลากะพงทอดกรอบ 1. ทำน้ำยำโดยตำพริกแห้ง ข่า และกะปิจนละเอียดตักขึ้น พักไว้ ใส่น้ำตาลมะพร้าว น้ำปลา น้ำมะขาม และน้ำลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟเคี่ยวพอน้ำตาลละลายและส่วนผสมเดือด ใส่เครื่องที่โขลกไว้ เคี่ยวพอข้น ปิดไฟ 2. เตรียมปลากะพงทอดโดยล้างเนื้อปลาให้สะอาด ซับพอหมาด หั่นเป็นเต๋าขนาด 0.5 นิ้ว เคล้าชิ้นปลากะพงกับแป้งทอดกรอบให้ทั่ว สะเด็ดแป้งส่วนเกินออก (หากใช้แป้งทอดกรอบเคล้ากับเนื้อปลา เนื้อปลาไม่ควรแห้งสนิทเพราะเวลาทอดสีเนื้อปลาจะไม่สวยและเปลือกไม่กรอบ) ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง ค่อยๆใส่ปลาลงทอดทีละน้อย ทอดจนสุกและเหลืองกรอบ ตักเนื้อปลาขึ้นสะเด็ดน้ำมัน 3. จัดเสิร์ฟโดยใส่เครื่องเมี่ยงลงในอ่างผสมได้แก่ ปลากะพงทอด ขิง มะนาว ตะไคร้ หอมแดง พริกขี้หนู และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ราดด้วยน้ำเมี่ยงตามชอบ คลุกเคล้าให้เข้ากัน เรียงใบชะพลูที่มุมจาน ตักเครื่องเมี่ยงที่เข้ากันแล้วใส่จาน เวลาจะรับประทานให้ตักเครื่องเมี่ยงใส่ใบชะพลู ห่อรับประทานเป็นคำๆ 30.04.2019 RECIPE

ลาบปลาแซลมอนต้นอ่อนทานตะวัน 1. เตรียมเนื้อปลาแซลมอนโดยล้างเนิ้อปลาให้สะอาด ซับให้แห้ง แล่หนังปลาแซลมอนออก หั่นเนื้อปลาเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาดพอดีคำ พักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาให้เย็นจัด 2. ผสมน้ำมะนาว น้ำปลา พริกขี้หนูป่น และข้าวคั่ว คลุกเคล้าพอเข้ากันในอ่างผสม ใส่เนื้อปลาแซลมอน หอมแดง ใบสะระแหน่ ผักชีฝรั่ง และต้นอ่อนทานตะวัน คลุกเคล้าให้เข้ากัน 3. ตักลาบปลาแซลมอนใส่จาน ตกแต่งด้วยแตงกวาญี่ปุ่น กะหล่ำปลีม่วงซอย และยอดสะระแหน่ เสิร์ฟ   Tips • ใครที่ไม่ชอบรสขมและกลิ่นเหม็นเขียวของต้นอ่อนทานตะวัน สามารถนำไปลวกน้ำร้อนให้พอสลด และพักในน้ำเย็น ก่อนนำมาคลุกกับลาบได้ 11.01.2019 RECIPE

ผลไม้กับน้ำจิ้มปลาย่าง ทำน้ำจิ้มปลาย่างโดยล้างพริกขี้หนูแห้งให้สะอาด เด็ดขั้ว ตั้งกระทะบนไฟกลางใส่หอมแดงลงคั่วพอเริ่มแห้งจึงใส่พริกขี้หนูแห้งที่ล้างไว้ และกระเทียมตามลำดับ คั่วจนทุกอย่างแห้งและมีรอยเกรียมนิดๆ ปิดฟ ตักขึ้นใส่ครก โขลกให้เข้าด้วยกันให้ละเอียด ตักใส่ถ้วย ใส่น้ำตาลมะพร้าว น้ำมะขามเปียก และน้ำปลา คนให้ทั่ว ใส่เนื้อปลากรอบรมควัน คนอีกครั้งให้เข้ากันดี ชิมรสให้เผ็ด เค็ม เปรี้ยว หอมเนื้อปลากรอบรมควัน จัดผลไม้ต่างๆใส่จาน เสิร์ฟกับน้ำจิ้มปลาย่าง ตกแต่งด้วยใบผักชี เสิร์ฟ   Tips ฝรั่งอุดมด้วยวิตามินซีถึง 160 มล. เทียบกันแล้วมากกว่าส้มเขียวหวานถึง 9 เท่า ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน ชะลอการลุกลามของมะเร็ง ช่วยทำให้แผลหายเร็ว ป้องกันโรคหวัด เตรียมเนื้อปลากรอบรมควันโดยนำปลากรอบมาอบอีกครั้งให้กรอบ พักไว้ให้เย็นสนิท แกะเอาแต่เนื้อมาโขลกจนเนื้อเป็นปุย     09.01.2019 RECIPE

ขนมช่อม่วง 1. ทำไส้โดยใส่ถั่วลิงสงคั่ว กระเทียมเจียว หอมแดงเจียว กากหมูเจียว งาขาวและงาดำลงในครก โขลกให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายและเกลือสมุทร ตามด้วยฟักเชื่อมแห้ง โขลกให้เข้าเล็กน้อย ตักใส่ถ้วยเตรียมไว้ 2. ทำแป้งโดยใส่น้ำมะนาวลงไปน้ำดอกอัญชันที่เตรียมไว้ คนให้เข้ากัน พักไว้ ตั้งกระทองเหลือง ร่อนแป้งข้าวเจ้า แป้งเท้ายายม่อม แป้งข้าวเหนียว และแป้งมันลงในกระทะ ใส่น้ำอัญชันที่เตรียมไว้ลงไป ใช้พายไม้คนอย่าให้แป้งเป็นก้อน นำกระทะยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง กวนจนแป้งเริ่มจับตัวเป็นก้อน ใส่น้ำมันลงไป กวนต่อจนแป้งสุกและร่อนจากกระทะดี ทดสอบโดยเมื่อใช้นิ้วแตะแล้วไม่ติดนิ้ว ปิดไฟ นำแป้งใส่ชามที่โรยแป้งนวลไว้บางๆ จุ่มมือในแป้งนวลแล้วนวดแป้งที่กวนขณะร้อนๆจนแป้งนุ่มเนียนและไม่ติดมือ (ขณะนวดแป้งถ้าแป้งติดมือให้โรยแป้งนวลเพิ่มได้ ส่วนแป้งนวลที่เหลือจะเก็บไว้ใช้ตอนจีบกลีบดอก) ใช้ผ้าขาวบางคลุมแป้ง พักไว้ 3. ใส่น้ำในหม้อลังถึง ¾ ของหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางให้เดือด เตรียมไว้ ปั้นขนมช่อม่วงโดยนำแป้งที่กวนมาปั้นเป็นก้อนกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1½ ซม. แล้วกดให้แบนเป็นวงกลมเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.5 นิ้ว ตักไส้ใส่ตรงกลางแป้งประมาณ 1 ช้อนชา ห่อให้มิด ใช้แหนบจุ่มลงในแป้งนวลที่เหลือ เคาะให้แป้งติดแหนบบางๆ ใช้แหนบจับจีบกลีบดอกให้รอบ (ขณะที่จีบหากแป้งเริ่มติดแหนบ ให้จุ่มแหนบลงในแป้งนวลแล้วเคาะออกเช่นเดิม ทำเช่นนี้จนเสร็จ) จีบแต่ละชั้นให้สับหว่างกัน ชั้นล่างสุดจะจีบประมาณ 5-6 กลีบ ด้านบนสุดจะจีบประมาณ 2-3 จีบ นำไปวางเรียงในชั้นลังถึงที่ปูใบตองและทาน้ำมันกระเทียมเจียวเตรียมไว้ นึ่งนานประมาณ 8 นาที หรือจนกว่าแป้งจะสุก ยกลง พรมด้วยน้ำมันกระเทียมเจียวเล็กน้อย 4. จัดใส่จาน รับประทานกับผักกาดหอม ผักชี พริกขี้หนูสด และกระเทียมเจียว 21.08.2018 RECIPE