Found 27 results for Tag : อาหารเกาหลี

Sundubu Jjigae | Korean Tofu Stew [ASMR Cooking] ต่อยอดความฟินจากซีรีส์ดังเกาหลี #ItaewonClass ด้วยซุปเต้าหู้อ่อน ‘Sunbudu Jjigae’ น้ำซุปสีแดงจัดจ้าน รสเข้มข้น กลิ่นหอมเหมือนนั่งอยู่ใน​ 'ทันบัม'​ และมี​ 'เถ้าแก่พัคแซรอย' มาทำให้กิน!​​   ASMR Cooking ที่เผยวิธีการทำซุปเต้าหู้อ่อนเกาหลีทุกขั้นตอน​ แบบใกล้ชิดติดขอบหม้อ ให้เสียงสับ​ หั่น​ น้ำซุปเดือด​ และภาพอาหารน่ากินๆ ช่วยให้คุณผ่อนคลาย​ บรรเทาความเครียดจากเรื่องโควิท​ เพื่ออรรถรสในการชม​   แนะนำให้ใส่หูฟัง และยกระดับความฟินขึ้นไปอีกด้วยการเข้าครัว​ สวมวิญญาณ​ 'มาฮยอนอี'​ หรือ​ 'อปป้าแซรอย' ก็ได้​ ลงมือทำซุปเต้าหู้อ่อนร้อนๆ​ กินมันเองซะเลย​ เราจะผ่านความเฉา​ ความเหงา​ และความหิวในช่วงกักตัวอยู่บ้านนี้ไปด้วยกัน คลิกดูสูตรซุปกิมจิเต้าหู้อร่อยอย่างกับถอดแบบจากทันบัม! .......... ติดตามพวกเราต่อได้ที่ Website : https://krua.co Twitter : https://twitter.com/KRUAdotCO Youtube : https://www.youtube.com/kruadotco Instagram : https://www.instagram.com/krua.co 04.07.2020 VIDEO

ข้าวผัดกิมจิ 1. ตั้งกระทะบนไฟอ่อน วางพิมพ์ไข่ดาวกลางกระทะ ใส่น้ำมันพืช ½ ช้อนโต๊ะ พอเริ่มร้อน ตอกไข่ใส่พิมพ์ ทอดจนไข่เริ่มเซตตัวแต่ไข่แดงยังไม่สุกดี เอาพิมพ์ออกโดยใช้มีดแซะรอบๆ ทอดต่อสักครู่ ตักขึ้นพักไว้ 2. ตั้งกระทะใบเดิมบนไฟกลาง ใส่น้ำมันที่เหลือ พอเริ่มร้อน ใส่หอมใหญ่ กระเทียมและแฮม เร่งไฟขึ้นเล็กน้อย ผัดจนสุกหอม ใส่แครอทและกิมจิผักกาดขาว ผัดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยซอสโคชูจัง น้ำตาลทรายและเกลือ คลุกเคล้าให้เข้ากัน ใส่ข้าวญี่ปุ่นหุงสุกผัดให้พอเข้ากัน ปิดไฟ 3. จัดเสิร์ฟโดยตักข้าวผัดกิมจิใส่จาน โรยด้วยต้นหอมซอยและหั่นแฉลบ งาขาว วางไข่ดาวด้านบน โรยสาหร่ายญี่ปุ่น เสิร์ฟ   01.11.2019 RECIPE

ไก่เผ็ดเกาหลี 1. นำปีกไก่มาล้างให้สะอาด ซับให้แห้ง ใช้ส้อมจิ้มปีกไก่ให้ทั่วใส่ในอ่างผสมไว้ ใส่เกลือป่น พริกไทยดำป่น และขิงขูด ใช้มือนวดเคล้าให้ส่วนผสมเคลือบปีกไก่จนทั่ว ปิดด้วยพลาสติกแร๊ป แช่ตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 15-20 นาที 2. เตรียมแป้งทอดกรอบโดยผสมแป้งสาลีอเนกประสงค์ แป้งข้าวเจ้า และผงฟูในอ่าง คนให้เข้ากัน นำปีกไก่ที่หมักไว้ลงคลุกจนแป้งเกาะติดเนื้อไก่จนทั่ว เคาะแป้งส่วนเกินออกเล็กน้อย ใช้ฟ๊อกกี้ฉีดพรมน้ำบนปีกไก่พอหมาด นำไก่ไปคลุกแป้งซ้ำอีกครั้ง ใส่จาน ทำจนครบทุกชิ้น พักไว้ 3. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง รอจนน้ำมันร้อน ใส่ปีกไก่ชุบแป้งไว้ลงทอด พอไก่เริ่มเหลือง เร่งเป็นไฟแรง ทอดต่อจนไก่สุกเป็นสีเหลืองทอง ตักขึ้นพักสะเด็ดน้ำมัน 4. ทำซอสเผ็ดเกาหลีโดย ตั้งกระทะบนไฟกลาง ใส่น้ำมันพืช พอร้อน ใส่กระเทียมสับผัดจนมีกลิ่นหอม ใส่มิริน ซอสมะเขือเทศ ซอสโคชูจัง น้ำตาลทราย ซีอิ๊วญี่ปุ่น และพริกป่นเกาหลี คนให้เข้ากัน ปรับความข้นเหลวด้วยน้ำ พอซอสเดือดข้น ปิดไฟ เคล้าไก่กับซอสให้ซอสเคลือบชิ้นไก่ให้ทั่ว (สามารถโรยพริกป่นเพิ่มได้ตามชอบ) 5. จัดใส่จาน โรยด้วยงาขาวคั่วและต้นหอมหั่นแฉลบ เสิร์ฟ     16.09.2019 RECIPE

คอร์นด๊อก 1. เตรียมแป้งคอร์นด๊อกโดยใส่แป้งขนมปัง น้ำตาล เกลือ และยีสต์ลงในอ่างผสม ใช้ตะกร้อคนให้เข้ากัน จากนั้นใส่ไข่ และน้ำ คนให้เข้ากันจนเนื้อแป้งเนียน พักแป้งไว้ 15 นาทีที่อุณหภูมิห้อง 2. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟอ่อน เตรียมไว้ นำไส้กรอกและมอสซาเรลลาชีสเสียบไม้ตามลำดับ นำไปคลุกแป้งขนมปังให้ทั่ว แล้วนำไปชุบแป้งคอร์นด๊อกที่เตรียมไว้ ตามด้วยชุบเกล็ดขนมปังเป็นลำดับสุดท้าย ค่อยๆใช้มือกดให้เกล็ดขนมปังติดกับแป้งคอร์นด๊อก นำลงทอดในน้ำมันจนเกล็ดขนมปังเหลือง ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน แล้วคลุกน้ำตาลทรายให้ทั่ว 3. จัดคอร์นด๊อกใส่จาน บีบซอสมะเขือเทศและซอสมัสตาร์ดตามชอบ เสิร์ฟร้อนๆ   สูตรอาหารโดย สาธินี กลิ่นศรีสุข 11.09.2019 RECIPE

ทีรามิสุมองต์บลังก์มันม่วง 1. เตรียมครีมมันม่วงโดยผสมเนื้อมันเทศสีม่วง นมข้นหวาน และวิปปิ้งครีมเข้าด้วยกัน กรองผ่านกระชอนตาถี่จนเนื้อมันม่วงเนียนละเอียด นำไปกวนในกระทะเคลือบโดยใช้ไม้พายคน พอส่วนผสมเข้ากันดีและเริ่มร้อน ปิดไฟ ใส่เนย คนให้เข้ากัน พักไว้เย็นสนิท ตักใส่ถุงบีบหัวบีบมองต์บลังก์ เตรียมไว้ 2. เตรียมครีมมัสคาร์โพนโดยตีไข่แดงกับน้ำตาลทรายในอ่างผสมด้วยตะกร้อมือจนขึ้นฟูขาว ใส่มัสคาร์โพเนชีส ตีจนส่วนผสมเข้ากัน อีกชามหนึ่ง ตีวิปปิ้งครีมกับน้ำตาลไอซิ่งด้วยเครื่องตีไฟฟ้า จนครีมขึ้นฟูตั้งยอดอ่อน นำส่วนผสมทั้ง 2 ส่วนมาผสมตะล่อมเข้าด้วยกันด้วยพายยาง 3. ใช้มีดฟันเลื่อยหั่นเลดี้ฟิงเกอร์ตัดเป็น 2 ชิ้นเท่าๆกัน ชุบเลดี้ฟิงเกอร์ในนมกาแฟพอชุ่ม วางบนจาน 2 ชิ้นติดกันเป็นฐานทีรามิสุขนาด 5x5 ซม. บีบครีมมัสคาร์โพน โดยใช้หัวบีบกลม ลงไปทับจนทั่ว ปาดให้เรียบ ทำชั้นเลดี้ฟิงเกอร์และชั้นครีมมัสคาร์โพนแบบเดิมอีกครั้ง ปาดครีมให้เรียบรอบด้าน นำเข้าตู้เย็นช่องแช่แข็งประมาณ 2 ชั่วโมงจนเซ็ตตัว 4. โรยผงโกโก้ให้ทั่วด้านบนชิ้นขนม แล้วบีบครีมมันม่วงเป็นเส้นทับชิ้นขนมเป็นแนวตั้งและแนวนอนจนทั่ว แต่งหน้าด้วยวิปปิ้งครีมและเม็ดเกาลัด เสิร์ฟ 30.04.2019 RECIPE

ทาร์ตสตรอว์เบอร์รีสไตล์เกาหลี 1. ทำแป้งทาร์ตโดยใส่แป้งเค้ก อัลมอนด์ป่น และน้ำตาลไอซิ่งรวมกันในอ่างผสม ใช้ช้อนคนพอเข้ากัน ใส่เนยลงในโถตีหัวตีใบพัดตีให้เนยคลายตัว ตามด้วยไข่ไก่ ร่อนส่วนผสมแป้งลงไป  ตีด้วยความเร็วต่ำจนเป็นก้อนแป้งเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน นำแป้งขึ้นวางบนกระดาษไข พับกระดาษไขขึ้นปิดหน้าแป้งให้สนิท ใช้ฝ่ามือค่อยๆกดแป้งให้แบนประมาณ 2 ซม. ทั่วๆกันทั้งก้อน พักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 2 ชั่วโมงให้แป้งเซ็ตตัว 2. ทำครีมสดโดยตีวิปปิ้งครีมกับน้ำตาลไอซิ่งจนตั้งยอดปานกลาง พักไว้ในตู้เย็น 3. ทำไส้ทาร์ตโดยโดยตีไข่แดงและน้ำตาลจนผสมกันเนียนดี  เติมแป้งข้าวโพดลงไป ผสมให้เข้ากัน นำนมสดและกลิ่นวานิลลาใส่หม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง  ต้มพอร้อน (เกือบเดือด) แล้วจึงเทลงเป็นสายบางๆในอ่างส่วนผสมไข่ทีละน้อย จนหมด ใช้ตะกร้อคนให้ส่วนของนมร้อนและไข่เข้ากันดี แล้วเทส่วนผสมกลับใลงหม้อเดิม ยกขึ้นกลับตั้งบนไฟอ่อน คนตลอดเวลาจนไส้คัสตาร์ดสุกข้นเป็นเนื้อครีมเนียนและไม่มีกลิ่นแป้ง ปิดไฟ ใส่เนย คนให้เข้ากัน เทคัสตาร์ดใส่ในถาดปูพลาสติกแรป และปิดพลาสติกแรปแนบหน้าครีม พักคัสตาร์ดให้เย็นสนิท 4. ใส่ครีมชีสกับน้ำตาลไอซิ่งลงอ่างผสม ใช้ตะกร้อมือตีจนเนียนเป็นเนื้อครีม ใส่คัสตาร์ดที่เย็นสนิทแล้วลงไป คนให้เข้ากัน เติมครีมสดที่ตีไว้ลงไป ใช้พายยางตะล่อมเบาๆให้เข้ากัน พักไว้ในตู้เย็น 5. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ไฟบนล่าง นำแป้งทาร์ตออกมา วางบนโต๊ะที่โรยแป้งนวลไว้ ตัดก้อนแป้งให้ได้ชิ้นละ 50 กรัม รีดให้แป้งเป็นวงกลมหนาประมาณ 5 มิลลิเมตร แล้วกรุลงในพิมพ์ทาร์ต โดย ใช้นิ้วโป้งกดแป้งให้แนบสนิทชิดพิมพ์ ใช้มีดตัดขอบแป้งให้เสมอกับขอบพิมพ์ ตัดกระดาษไขให้ใหญ่กว้างกว่าเส้นผ่าศูนย์กลางพิมพ์แล้ววางบนตัวแป้ง แล้วเทถั่วแดงลงไปถ่วงให้เต็มพิมพ์ทาร์ต โดยพยายามให้กระดาษไขแนบกับพิมพ์มากที่สุด นำเข้าอบ 15 นาที จนแป้งเริ่มเซ็ตตัว ยกกระดาษไขที่มีถั่วแดงออก แล้วอบต่ออีก 5-7 นาทีจนแป้งสุกเหลืองทองอมน้ำตาลทั่วทั้งชิ้น นำออกจากเตา ถอดแป้งออกจากพิมพ์ พักไว้บนตะแกรงจนเย็นสนิท 6. ประกอบทาร์ตสตรอว์เบอร์รีโดยตักไส้ทาร์ตลงในแป้งทาร์ตที่เย็นสนิทแล้ว ปาดให้เรียบเสมอกับแป้งทาร์ต วางเรียงชิ้นสตรอว์เบอร์รีบนทาร์ต ตักครีมสดที่เหลือใส่ถุงบีบ บีบครีมสดที่เหลือบนยอดสตรอว์เบอร์รี นำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนรับประทานเพื่อให้ครีมเซ็ตตัว     19.03.2019 RECIPE

บูลโกกิ 1. เตรียมเครื่องหมักโดยหั่นสาลี่และหอมใหญ่เป็นชิ้นลูกเต๋าเล็ก นำไปปั่นจนละเอียด เทใส่ผ้าขาวบาง บีบน้ำสาลี่และหอมใหญ่ใส่ชามเนื้อสไลซ์ ใส่ซีอิ๊วญี่ปุ่น น้ำตาล กระเทียม พริกไทย น้ำมันงา 2 ช้อนโต๊ะ และงาขาวคั่ว คลุกเคล้าให้เข้ากัน แช่ในตู้เย็นช่องธรรมดา 1 คืน  2. ทำน้ำจิ้มปรุงรสโดยใส่ส่วนผสมทุกอย่างลงในชาม คนให้เข้ากัน พักไว้ 3. นำเนื้อที่หมักไว้ออกจากตู้เย็น ตั้งกระทะเคลือบบนไฟกลาง พอกระทะร้อน ใส่น้ำมันงา 2 ช้อนโต๊ะ ตามด้วยเนื้อหมักลงผัดจนสุก ตักใส่จาน พักไว้ ผัดหอมใหญ่ซอยกับน้ำมันงาที่เหลือในกระทะใบเดิมจนสุก ตักขึ้นใส่จาน 4. เสิร์ฟบูลโกกิกับหอมใหญ่ผัด โรยต้นหอมซอยและงาขาวคั่ว เสิร์ฟพร้อมผักกาดหอม พริกชี้ฟ้าสีเขียว กิมจิ และน้ำจิ้มปรุงรส   Tips • บูลโกกิ (Bulgogi) คือ เนื้อย่าง อาหารยอดนิยมของเกาหลี นิยมใช้เนื้อวัว แต่สามารถใช้เนื้อหมูแทนได้ กินเนื้อย่างกับผักสดนานาชนิด โดยห่อเป็นคำๆ กินกับกิมจิและเครื่องเคียง • โคชูจัง (Gochujang) ซอสพริกเกาหลี ทำจากพริกที่หมักกับข้าวเหนียว เต้าเจี้ยว และเครื่องปรุงอื่นๆ มีขายทั้งแบบขวด และกล่องสีแดง • เต้าเจี้ยวเกาหลี (Doenjang) คือ ถั่วเหลืองหมัก มีขายเป็นกล่องสี่เหลี่ยมสีน้ำตาล ใช้ทำอาหารหลายประเภท เช่น ซุป น้ำปรุงรส และน้ำจิ้ม   23.01.2019 RECIPE

ไก่ทอดซอสเกาหลี 1. ซับไก่ให้แห้ง หมักไก่ด้วยเกลือ พริกไทยดำป่น และขิงขูด เคล้าให้เข้ากันในอ่างผสม (เพื่อให้เครื่องหมักเข้าเนื้อ ใช้ส้อมจิ้มไก่ให้ทั่ว) ปิดด้วยพลาสติกแร็ป นำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 10 นาที 2. เคล้าไก่ที่หมักกับแป้งข้าวโพดบางๆ พอเคลือบ ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง พอน้ำมันร้อน ใส่ไก่ลงทอดจนสุกเหลืองกรอบ ปิดไฟ ตักขึ้นพักบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน 3. ตั้งกระทะเทฟล่อนบนไฟกลาง ใส่น้ำมันพอร้อน ใส่กระเทียมสับเจียวให้มีกลิ่นหอม ใส่โคชูจัง ซอสมะเขือเทศ ซีอิ๊วญี่ปุ่น มิริน และน้ำผึ้ง ผัดให้เข้ากันจนเดือด (เป็นฟองเล็กๆ) ปิดไฟ ใส่ไก่ทอดลงไปเคล้ากับซอสให้เข้ากัน ตักใส่จาน โรยงาขาวคั่ว เสิร์ฟพร้อมหัวไช้เท้าดองและกิมจิ 05.04.2018 RECIPE

กิมจิโฮมเมด 1. ใส่น้ำและเกลือในกะละมังหรือหม้อใบใหญ่ที่สะอาด คนให้เกลือละลาย น้ำจะเค็มจัด ล้างผักทุกอย่างให้สะอาด เด็ดผักกาดขาวเป็นใบๆ หั่นเป็นชิ้น (หรือใช้ทั้งต้นแล้วผ่าครึ่งก็ได้) แช่น้ำเกลือ 2 ชั่วโมง โดยหาของหนักวางทับให้ผักจมในน้ำกลือ หลังจากนั้นเปิดก๊อกให้น้ำไหลผ่านผักทีละใบเพื่อเอาเกลือออก ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ (วางบนตะแกรงให้น้ำหยด ประมาณครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง) ส่วนผักอื่นๆไม่ต้องแช่น้ำเกลือก็ได้ หั่นแตงกวาเป็นแว่นบางๆ ขูดแครอทเป็นเส้นหรือหั่นแว่นบางๆ หั่นต้นหอมเป็นท่อนสั้นๆ หั่นหัวไชเท้าเป็นแว่นบางๆหรือขูดเป็นเส้นตามชอบ เตรียมไว้ 2. ระหว่างรอแช่ผัก ทำเครื่องปรุงรสโดยใส่เครื่องปรุงทั้งหมดในโถปั่น ปั่นให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน ชิมดูจะได้น้ำปรุงรสค่อนข้างเค็ม (เมื่อกิมจิเปรี้ยวแล้วรสจะพอดีภายหลัง) 3. ล้างมือให้สะอาด ใส่ถุงมือพลาสติกเคล้าผักทุกชนิดกับน้ำปรุงรสในกะละมังใบใหญ่ที่สะอาด หากใช้ผักกาดขาวทั้งต้น (ผ่าครึ่ง) ให้ลูบน้ำปรุงรสเข้าไปในใบผักให้ทั่ว บรรจุผักลงในกล่องพลาสติกหรือกล่องแก้วที่ปิดไฟ้สนิท เรียงผักให้ซ้อนกันค่อนข้างแน่น ปิดฝาให้สนิท หลังจากนั้นเพียงประมาณ 15-20 นาที จะเห็นว่ามีน้ำออกมาจากผักทำให้ของเหลวในกล่องเพิ่มปริมาณขึ้นได้ชัด 4. วางกล่องกิมจิไว้ที่อุณหูมิห้องข้ามคืนเพื่อให้เปรี้ยว (เปรี้ยวเพราะแบคทีเรียดีเพิ่มจำนวนและผลิตกรดเเล็กติก) อาจมีฟองปุดเล็กน้อยที่ผิวหน้าของเหลวในกล่อง ถ้าชิมดูอาจรู้สึกว่าผักเปรี้ยวแปลกๆเหมือนของเสีย แต่อย่าเพิ่งโยนทิ้ง เก็บกิมจิทั้งกล่องใส่ตู้เย็นช่องธรรมดา (หากทิ้งไว้ข้างนอก กิมจิจะยิ่งเปรี้ยว) วันรุ่งขึ้นชิมใหม่ รสควรจะเปรี้ยวเค็ม เผ็ดพอดี เก็บไว้กินหรือทำอาหารต่อได้ ลองเปิดกล่องมาดูและดมกลิ่นทุกวัน จะมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของกิมจิ ผักจะค่อยๆนิ่มและยวบลงอย่างเห็นได้ชัด แตงกวาจากสีเขียวสดใสกลายเป็นหม่นลงตามธรรมชาติ   หมายเหตุ ตำรับเกาหลีใช้พริกป่นเกาหลี ซึ่งเผ็ดน้อยกว่าของไทย แต่หาซื้อยาก สูตรนี้จึงใช้พริกบางช้างป่นซึ่งมีสีสวยแทนใช้พริกป่นอื่นๆของไทยได้ ปรับรสให้เผ็ดตามระดับที่ชอบ ขณะทำน้ำปรุงรสต้องอย่าลืมว่า เมื่อกิมจิ ‘เป็น’ หรือได้ที่แล้ว จะมีรสเปรี้ยวเพิ่มขึ้น สูตรนี้จึงปรุงน้ำปรุงรสให้เค็มจัดเผ็ดจัดไว้ก่อนจะได้กิมจิรสพอดีภายหลัง การที่ผู้เขียนเอาเฉพาะผักกาดขาวแช่น้ำเกลือก็เพราะเห็นว่า ผักอื่นๆ เราหั่นให้เป็นชิ้นเล็กๆบางๆหรือขูดเป็นเส้น ลักษณะผักแบบนี้ เมื่อถูกเคล้ากับน้ำปรุงรสที่เข้มข้นจะนิ่มลงอยู่แล้ว แต่ผักกาดขาวชิ้นใหญ่และค่อนข้างหนา จึงแช่น้ำเกลือไปก่อน (อ่านเรื่องการเอาผักแช่นน้ำเกลือ หน้า 35) อีกเหตุผลหนึ่งคือไม่อยากให้วิตามินในผักละลายหายไปกับน้ำเกลือที่แช่ 05.04.2018 RECIPE

แพนเค้กกิมจิ อาหารมังสวิรัส ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่เรื่องยากที่เราจะลองทานอาหารมังฯ นะครับ CIY เลยขอนำเสนอเมนูสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นใจยังไม่แข็งพอที่จะละเว้นเนื้อสัตว์ ลองปรับการกินแบบชิลๆ เริ่มที่เมนูสเต็กเห็ดสับ เปนเน่ซอสเพรสโต้ และ แพนเค้กกิมจิ แพนเค้กกิมจิ (Kimchi Jeon) สำหรับ 2 คน แป้งทอดกรอบ 1 ถ้วย น้ำกิมจิสำเร็จรูป ½ ถ้วย กระเทียมกลีบใหญ่แกะเปลือกสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 1/8 ช้อนชา น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา กิมจิผักกาดขาวสำเร็จรูปบีบน้ำออก 200 กรัม ต้นหอมหั่นท่อน 1 นิ้ว 3 ต้น น้ำมันพืชสำหรับทอด งาขาวคั่วสำหรับโรย ต้นหอมซอยเส้นสำหรับโรย น้ำจิ้ม ซีอิ๊วขาวญี่ปุ่น 1 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชูหมักจากข้าว 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันงา 1 ช้อนชา น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา งาขาวคั่วสำหรับโรย   วิธีทำ 1. ผสมแป้งทอดกรอบ น้ำกิมจิ กระเทียมขูด เกลือ และน้ำตาล ให้เข้ากันในอ่างผสม ใช้ช้อนคนให้เข้ากันจนเนียน จะได้แป้งค่อนข้างข้น จากนั้นใส่กิมจิและต้นหอม ใช้ช้อนคนให้เข้ากัน ส่วนผสมค่อนข้างจะข้น แช่ตู้เย็นช่องธรรมดาไว้จนกว่าจะใช้ 2. ทำน้ำจิ้มโดยผสมซีอิ๊วขาวญี่ปุ่น น้ำส้มสายชู น้ำตาล น้ำมันงา และงาขาวคั่ว คนให้เข้ากันจนน้ำตาละลายพักไว้ 3. ตั้งกระทะเทฟลอนบนไฟกลาง ใส่น้ำมันพืชเล็กน้อย พอน้ำมันร้อนตักส่วนผสมแพนเค้กกิมจิลงทอด โดยหยอดให้แผ่ออกเป็นแผ่นกลมแบน หนาประมาณ 1.5 ซม.ใช้ไฟกลางค่อนข้างอ่อนทอดจนผิวนอกกรอบเกรียมเล็กน้อย พลิกเอาอีกด้านลงทอดจนสุกทั่ว ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน ตัดเป็นชิ้นสามเหลี่ยม โรยด้วยงาขาวคั่ว ต้นหอมซอยเส้น เสิร์ฟร้อนๆ กับน้ำจิ้ม         03.19.2018 VIDEO

แซนด์วิชเนื้อย่างบูลโกกิ เริ่มโดยเตรียมเนื้อย่างบูลโกกิ เลือกเนื้อวัวส่วนหัวไหล่ ให้ร้านขายเนื้อช่วยสไลซ์บางๆ ความหนาก็ขึ้นกับความชอบ แต่ผมขอแนะนำให้สไลซ์บางๆสไตล์ชาบูไปเลย เพื่อให้เนื้อชุ่มซอสและนุ่มเมื่อสุกแล้วหรือถ้าชอบเนื้อส่วนอื่นๆ เช่นสันใน สันแหลม ก็นำมาใช้ได้ไม่ว่ากัน แต่ควรเลือกส่วนของเนื้อที่มีความเหนียวไม่มากจนเกินไป ใส่เนื้อวัวลงในอ่างผสม ใส่ซีอิ๊วญี่ปุ่น เกลือ น้ำตาล น้ำมันงา เหล้าจีน งาขาว กระเทียม ขิง และพริกไทย คลุกเคล้าให้เข้ากันทั่ว หมักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดานาน 30 นาทีเป็นอย่างน้อย เพื่อให้ส่วนผสมซึมเข้าเนื้อเมื่อหมักเนื้อได้ที่แล้ว นำกระทะ non stick ใส่น้ำมันมะกอก ตั้งบนไฟกลางให้ร้อนจัด ใส่เนื้อลงในกระทะ ผัดพอสุกและมีกลิ่นหอม ตักเฉพาะเนื้อใส่จานพักไว้จากนั้นหันมาเตรียมน้ำซอสสำหรับราดเพิ่มรสชาติ โดยเทน้ำหมักที่เหลือลงในกระทะใบเดิมใส่เหล้าจีนและน้ำ เคี่ยวด้วยไฟกลางให้พองวด ใส่วิปปิ้งครีมและซาวร์ครีม เคี่ยวต่อไปอีกสักหน่อยให้พอข้น ปรุงรสด้วยน้ำตาล เกลือ และพริกไทย เทใส่ชามพักไว้ เนื้อและซอสทำเตรียมไว้ล่วงหน้าได้ เมื่อถึงเวลาจัดเสิร์ฟจึงนำขนมปังมาหั่นตรงกลางเปิดออก ทาน้ำมันมะกอกเล็กน้อย แล้วนำไปย่างในเตาปิ้งขนมปังให้มีสีสวยและกรอบนอกนุ่มใน นำออกจากเตา ทาด้านในเนื้อขนมปังด้วยซอสพริกเกาหลีบางๆ ตักเนื้อบูลโกกิวาง แล้วราดด้วยซอส ตามด้วยพริกชี้ฟ้าสีเขียวหั่นแฉลบและผักสลัด ปิดด้วยขนมปังอีกชิ้นหนึ่ง เสิร์ฟร้อนๆ ได้แซนด์วิชแบบฝรั่ง แต่รสชาติจัดจ้านสไตล์เกาหลี ถูกใจนักกินคนไทยอย่างเราๆเป็นแน่แท้   TIPS ขนมปังบาทาร์ด (Batard) เป็นลูกพี่ลูกน้องกับขนมปังบาแกตต์ (Baguette) หรือขนมปังฝรั่งเศสที่บ้านเราเรียกกัน แตกต่างกันตรงมีขนาดสั้นกว่าและหน้าใหญ่กว่า มีขนาดเหมาะสำหรับนำมาทำเป็นแซนด์วิช ด้วยมีเนื้อขนมปังนุ่มและมีผิวหยาบกรุบกรอบ 08.03.2018 RECIPE

น้ำจิ้มซีอิ๊ว (เกาหลี) 1. ผสมซีอิ๊วญี่ปุ่นหรือเกาหลี น้ำส้มสายชู กระเทียม พริกป่นเกาหลี เกลือ และน้ำตาล เข้าด้วยกัน ในชามหรืออ่างผสม คนให้ทั่วจนน้ำตาลละลาย ใส่น้ำมันงา งาขาวคั่ว ต้นหอมซอย (แบ่งไว้โรยหน้าเล็กน้อย) คนพอทั่ว ชิมรสให้เค็ม เปรี้ยว หวาน หอมกลิ่นน้ำมันงา 2. ตักใส่ถ้วย โรยต้นหอมซอยที่เหลือ เสิร์ฟ   Tips น้ำส้มสายชูหมักจากข้าว มีสีเหลืองอ่อนและใส รสเปรี้ยวนุ่มนวล มีขายทั้งของเกาหลี ญี่ปุ่นหรือจะใช้น้ำส้มสายชูหมักจากข้าว (หมักธรรมชาติ) ของบ้านเราก็ได้เช่นกัน ราคาถูกกว่า หาซื้อได้ตามร้านอาหารสุขภาพทั่วไป   สูตรอาหารโดย เยาวภา ขวัญดุษฎี 08.03.2018 RECIPE

คิมบับ 1. ใส่น้ำส้มสายชู น้ำตาล และเกลือ ลงในถ้วย คนจนน้ำตาลละลาย 2. ใส่ข้าวสวยร้อนๆลงในอ่างผสม ใช้พายไม้ซุยข้าวให้กระจาย พรมด้วยน้ำส้มสายชูที่ปรุงรสไว้ ใช้พายไม้ คนคลุกเคล้าให้ทั่วอย่างเบามือ พักไว้ให้เย็น คลุมด้วยผ้าสะอาด เตรียมไว้ 3. ตั้งหม้อน้ำบนไฟกลางจนเดือด ใส่เกลือเล็กน้อย พอเดือดอีกครั้งใส่แครอทลงลวกนานประมาณ 30 วินาที ตักขึ้นแช่ในอ่างน้ำเย็น สงขึ้นใส่พักในตะแกรงให้สะเด็ดน้ำ ใส่จาน เตรียมไว้ จากนั้นใส่ปวยเล้งลงลวกต่ออีกประมาณ 30 วินาที ตักขึ้นแช่ในอ่างน้ำเย็น สงขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ บีบเอาน้ำออกเบาๆ ใส่ปวยเล้งลวกลงในอ่างผสม เคล้าเบาๆกับน้ำมันงาและเกลือเล็กน้อยให้เข้ากันดี ใส่จาน เตรียมไว้ 4. ตั้งกระทำน้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะบนไฟกลางพอร้อน ใส่เนื้อวัวลงผัดพอใกล้สุก ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยเล็กน้อย ผัดพอเข้ากันและสุก ปิดไฟ ตักใส่จาน เตรียมไว้ 5. ตีไข่ไก่พอเข้ากันเบาๆในถ้วย แล้วตั้งกระทะบนไฟกลางค่อนข้างอ่อนจนร้อน ใส่น้ำมันที่เหลือ กลอกให้ทั่วกระทะ ใส่ไข่ลงกลอกให้เป็นแผ่นบาง พอสุกตักขึ้น หั่นเป็นเส้น ใส่จาน เตรียมไว้ 6. ทำข้าวห่อสาหร่ายโดยนำสาหร่ายด้านที่เป็นเงาวางลงบนมู่ลี่ ตักข้าวใส่แล้วเกลี่ยให้หนาประมาณ 0.5 ซม. ได้ประมาณ ของแผ่นสาหร่าย วางแครอท ปวยเล้ง หัวไช้เท้าดอง เนื้อวัวผัด และไข่หั่นเส้นม้วนมู่ลี่ให้เป็นแท่งกลมบีบให้แน่นนาน 30 วินาที (เพื่อให้อยู่ตัว) คลี่มู่ลี่ออก ทำจนหมด ใช้มีดคมๆหั่นเป็นชิ้นพอคำ จัดใส่จาน โรยงาเกลือ เสิร์ฟ   CHEF NAN SAYS เลือกใช้ข้าวหอมมะลิใหม่ๆ เพราะจะมียางข้าวมาก ทำให้ข้าวเหนียวนุ่มอร่อย ก่อนใส่น้ำปรุงลงผสมต้องรอให้ข้าวเย็นก่อน ข้าวจะค่อยๆดูดน้ำปรุงได้ดี งาเกลือทำจากงาขาวคั่วแล้วบุบพอแตกผสมกับเกลือป่น ใช้ปรุงรส มีกลิ่นหอมสไตล์อาหารเกาหลี 08.03.2018 RECIPE

พิซซ่าเกาหลี 1. ทำซีอิ๊วเกาหลีปรุงรสโดยผสมเครื่องปรุงทั้งหมดเข้าด้วยกันในถ้วย เตรียมไว้ 2. ผสมแป้งสาลี แป้งข้าวเจ้า เกลือ และผงฟู เข้าด้วยกันในอ่างผสม แล้วค่อยๆใส่น้ำเย็น ผสมจนเข้ากันดี (แป้งไม่จับตัวกันเป็นก้อน) ใส่หอยนางรม หมึก กุ้ง และพริกไทยดำ ผสมให้เข้ากัน (เติมแป้งหรือน้ำได้เพื่อให้เนื้อแป้งข้นพอดี) เตรียมไว้ 3. ตั้งกระทะก้นตื้นบนไฟกลาง ใส่น้ำมัน 2 ช้อนโต๊ะ พอเคลือบผิวกระทะ พอร้อนตักแป้งที่ผสมใส่ลงในกระทะ ให้เป็นแผ่นกลม วางต้นหอมเรียงให้ทั่ว ทอดพอด้านล่างสุกมีสีน้ำตาลสวย พลิกกลับอีกด้าน ทอดต่อจนเป็นสีน้ำตาลทั่ว (ลดไฟลงถ้าจำเป็นเพื่อไม่ให้แป้งไหม้ และใส่น้ำมันเพิ่มเล็กน้อยถ้าติดกระทะ) ตักใส่จาน ทอดจนหมด 4. หั่นแป้งพิซซ่าเกาหลีเป็นชิ้น จัดใส่จาน เสิร์ฟ กับผักกาดหอม พริกเขียว และซีอิ๊วเกาหลีปรุงรส   Note : หากใส่เนื้อสัตว์ลงผสมในแป้งแล้วเหลวเกินไปให้เติมแป้งสาลีลงไปเล็กน้อยนะครับ แล้วคนให้เข้ากัน แป้งจะข้นขึ้น ระหว่างทอดต้องคุมระดับไฟให้ดีนะครับ คอยปรับลดถ้าร้อนเกินไป เดี๋ยวแป้งของเราจะไหม้ก่อน 08.03.2018 RECIPE