Found 73 results for Tag : อาหารใต้

แซ่บซุยตะลุยชุมพร​ ตอน​ 2 #ววแอดไวซ์เด้อ เรามาแซ่บซุยตะลุยชุมพรกันต่อ ร้านอาหารทะเลที่เราอยากจะแนะนำมากๆ ก็คือร้านยิ้มโภชนา อาหารทะเลสดใหม่มากๆ อร่อยทุกจานโดยเฉพาะยำไข่แมงดา เม็ดโต สุกเด้งกำลังดี หอมมันมากๆ โลกของอาหารทะเลยังไม่จบ เราไปเปิดโลกที่บ้านน้องอุ้ม ซึ่งเปิดเป็นธนาคารปู โดยชมรมอนุรักษ์พันธุ์ปู ปากน้ำชุมพร ก็คือรับเลี้ยงแม่ปูไข่นอกกระดอง รอให้แม่ปูคลอดลูกมาอีก 250 ตัว แล้วก็เอาทั้งแม่และลูกไปปล่อยลงทะเล นอกจากนั้นเรายังได้กิน Chef’s Table ฝีมือแม่น้องอุ้มด้วย ขอบอกว่าปูสดมากๆๆๆ หวานฉ่ำ ไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มเลย เพิ่งรู้ก็วันนี้ ว่าการกินของเราก็ช่วยโลกได้ คือกินอย่างพอดี กินของจากชาวประมงที่จับสัตว์ทะเลอย่างยั่งยืน อิ่มทั้งกาย อิ่มทั้งใจ เลย ร้านอาหารอร่อยๆที่ชุมพรยังมีอีกเยอะมาก เสียดายที่เรามีเวลาไม่พอ รู้ตัวอีกทีก็ต้องกลับกทม. ซะแล้ว เลยสั่งลาที่ร้านบ้านพรรคพวก ร้านที่รวมทั้งอาหารใต้และอาหารทะเลไว้ด้วยกัน เมนูเด็ดที่ป้ารับประกันว่าหากินที่อื่นไม่ได้แน่นอน เพราะป้าคิดขึ้นมาเองก็คือ หมึกต้มกะทิยอดส้มบ่อย เมนูนี้คือว้าวและตราตรึงมาก อยากให้ทุกคนได้ไปชุมพรสักครั้ง รับรองว่าจะติดใจแบบเราแน่นอน #ววแอดไวซ์เด้อ รู้สึกโชคดีมากๆๆ​ ที่ได้ไปเที่ยวชุมพรเมื่อต้นปีก่อนที่จะเกิดเหตุโควิดจะระบาด​ และทริปชุมพรน่าจะประทับใจมาก​ จนเกิดมาเป็นรายการใหม่นี้​ #ววแอดไวซ์เด้อ​ ...ถ้าเจออะไรดีๆ แวว​ และ​ วรรณ​ จะนำมาบอกต่อ​ ในทริปแซ่บซุยตะลุยชุมพรตอนที่​ 1 นี้เราได้คัดสรรสิ่งดีๆปังๆ​ มาแอดไวซ์เด้อให้ทุกคนได้ดูแล้ว​ ไม่ว่าจะเป็นที่พักแสนสบายในชุมพร​ ร้านอาหารอันดับหนึ่งในชุมพร​ และกิจกรรมสุดโหดในชุมพร​ อยากรู้ว่าชมพรมีดีอะไรบ้าง​ จะดีจน​ วว.​ ต้องบอกต่อไหม​ ไปดูกันเลย . ติดตามพวกเราต่อได้ที่ Youtube Twitter Instagram Facebook 08.03.2020 VIDEO

แซ่บซุยตะลุยชุมพร​ ตอน​ 1 #ววแอดไวซ์เด้อ รู้สึกโชคดีมากๆๆ​ ที่ได้ไปเที่ยวชุมพรเมื่อต้นปีก่อนที่จะเกิดเหตุโควิดจะระบาด​ และทริปชุมพรน่าจะประทับใจมาก​ จนเกิดมาเป็นรายการใหม่นี้​ #ววแอดไวซ์เด้อ​ ...ถ้าเจออะไรดีๆ แวว​ และ​ วรรณ​ จะนำมาบอกต่อ​ ในทริปแซ่บซุยตะลุยชุมพรตอนที่​ 1 นี้เราได้คัดสรรสิ่งดีๆปังๆ​ มาแอดไวซ์เด้อให้ทุกคนได้ดูแล้ว​ ไม่ว่าจะเป็นที่พักแสนสบายในชุมพร​ ร้านอาหารอันดับหนึ่งในชุมพร​ และกิจกรรมสุดโหดในชุมพร​ อยากรู้ว่าชมพรมีดีอะไรบ้าง​ จะดีจน​ วว.​ ต้องบอกต่อไหม​ ไปดูกันเลย . ติดตามพวกเราต่อได้ที่ Website Twitter Instagram Facebook 07.23.2020 VIDEO

ยำผักกูด 1. ล้างผักกูดให้สะอาด พักให้สะเด็ดน้ำต้มน้ำในหม้อด้วยไฟแรง รอให้น้ำเดือดจัดใส่หมูสับลงรวน คนให้เนื้อหมูไม่จับตัวเป็นก้อน ตักขึ้นพักไว้ ใส่กุ้งลงลวกในหม้อน้ำเดือดแค่พอกุ้งสุก ตักขึ้น ใส่ถ้วยเตรียมไว้ 2. ทำน้ำยำโดยละลายกะปิกับหัวกะทิในถ้วย คนให้กะปิละลาย ใส่น้ำมะนาวน้ำตาลปี๊บหรือ น้ำตาลโตนด และเกลือ คนให้ละลายเข้ากัน ชิมรสให้หวานมันกลมกล่อม ใส่หอมแดง และพริกขี้หนูสวนลงในถ้วยน้ำยำ ตามด้วยหมูสับที่รวนและก้งุ แชบ๊วยลวก คนเบาๆพอเข้ากนั ใส่ผกั กดูใช้ทัพพีคลุกเคล้าให้น้ำยำซึมเข้าเนื้อผักกูดใส่มะพร้าวคั่วและหอมแดงเจียว คลุกเคล้าพอเข้ากัน 3. ตักใส่จาน เสิร์ฟ 17.04.2020 RECIPE

ข้าวยำเครื่อง 1. ทำน้ำพริกแกงคั่วใต้โดยโขลกเครื่องแกงทั้งหมดให้ละเอียดเข้ากัน ตักใส่ถ้วยเตรียมไว้ 2. ทำน้ำปลาหวานโดยใส่น้ำ น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และเกลือ ลงในหม้อ คนให้น้ำตาลละลายเข้ากัน ยกขึ้นตั้งบนไฟอ่อนเคี่ยวจนส่วนผสมเริ่มเดือดและงวดลงเล็กน้อย นานประมาณ 15 นาที ชิมให้รสหวานนำ เค็มเล็กน้อย ตักใส่ถ้วย พักไว้ให้คลายความร้อน 3. ใส่ข้าวหุงสุกลงในอ่างผสม ใส่น้ำพริกแกงคั่วใต้ ใช้ทัพพีคลุกเคล้าให้น้ำพริกแกงเคลือบเมล็ดข้าวจนทั่ว ใส่ใบขมิ้นซอยใบขิงซอย ใบข่าซอย ใบมะกรูดซอย ใบมะตูมซอย ตะไคร้ซอย และถั่วฝักยาวซอยลงในอ่างข้าว คลุกเคล้าให้เข้ากันอีกครั้งตักข้าวยำใส่จาน โรยปลาน้ำดอกไม้คั่วป่นมะพร้าวคั่วป่น และพริกขี้หนูแห้งคั่วป่น 4. วิธีรับประทาน ตักน้ำปลาหวาน 2-3 ช้อนโต๊ะ ลงบนข้าวที่คลุกกับเครื่องคลุกเคล้าให้เข้ากันก่อนรับประทาน 17.04.2020 RECIPE

ผัดเผ็ดหมูลูกเหรียง 1. ล้างเนื้อหมูให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นบางๆตามขวางขนาดพอคำ ใส่ลงในอ่างผสม ใส่น้ำปลาลงคลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักไว้ประมาณ 10-20 นาที เพื่อให้เนื้อหมูมีรสชาติ 2. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟอ่อน พอน้ำมันเริ่มร้อน ใส่น้ำพริกแกงผัดเผ็ดลงผัดจนสุกหอม ใส่น้ำ ผัดเคล้าให้เข้ากัน เร่งเป็นไฟกลาง รอให้น้ำผัดเดือด ใส่เนื้อหมูลงผัดเคล้าให้เข้ากัน ละลายกะปิกับน้ำ 4 ช้อนโต๊ะ ในชามอีกใบ เทลงในกระทะ ใส่เกลือผัดเคล้าให้เข้ากันจนน้ำพริกแกงเริ่มซึมเข้าเนื้อหมู นานประมาณ 5 นาที ใส่ลูกเหรียงผัดพอให้ลูกเหรียงสุก สังเกตลูกเหรียงมีสีเขียวใสขึ้น ผัดจนน้ำผัดเผ็ดมีลักษณะขลุกขลิก ปิดไฟ 3. ตักใส่จาน เสิร์ฟกับข้าวสวย 17.04.2020 RECIPE

แกงเคยปลา 1. ทำน้ำพริกแกงไตปลาโดยโขลกเครื่องแกงทั้งหมดเข้าด้วยกันจนละเอียดเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ตักใส่ถ้วย พักไว้ 2. ต้มเคยปลาโดยตั้งหม้อน้ำบนไฟกลางพอเดือด ใส่ตะไคร้ ข่า เคยปลา และใบมะกรูดฉีกครึ่งหนึ่ง ต้มนานประมาณ 10นาที กรองเอากากออก ใส่หม้อเตรียมไว้ 3.  ละลายน้ำพริกแกงไตปลาลงในหม้อเคยปลาที่ต้ม คนให้ละลายเข้ากัน ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง รอให้เดือดจัด ละลายกะปิกับน้ำ ¼ ถ้วย ในถ้วย คนให้กะปิละลายตักใส่หม้อไตปลาทีละช้อน ชิมให้ได้รสเค็มตามชอบ ใส่น้ำมะขามเปียก คนให้ทั่ว พอเดือด ใส่เนื้อปลาโอย่าง และใบมะกรูดฉีกที่เหลือ ต้มพอให้ใบมะกรูดสุกหอม ปิดไฟ 4. ตักแกงเคยปลาใส่ถ้วย เสิร์ฟกับผักเหนาะและข้าวสวย 17.04.2020 RECIPE

หมูผัดกะปิ 1. ทำน้ำกะปิโดยละลายเคยฉลูกับน้ำตาลปี๊บและน้ำคนให้น้ำตาลปี๊บละลายยกขึ้นตั้งบนไฟอ่อน เคี่ยวจนน้ำกะปิเริ่มเดือด และงวดลงเล็กน้อย ปิดไฟ กรองผ่านกระชอนเอาเศษกรวดหรือทรายออก ใส่ถ้วย เตรียมไว้ 2.  ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟอ่อน พอน้ำมันเริ่มร้อน ใส่หอมแดงลงเจียวแค่พอสุกหอม ใส่น้ำกะปิที่เคี่ยวลงผสม ผัดให้เข้ากัน ใส่น้ำเร่งเป็นไฟกลาง เคี่ยวจนน้ำกะปิเริ่มเดือด ใส่เนื้อหมูและเกลือลงในกระทะผัดให้เข้ากันจนเนื้อหมูสุกและน้ำกะปิซึมเข้าเนื้อนานประมาณ 5 นาที สังเกตเนื้อหมูมีสีอมน้ำตาลเข้ม และน้ำกะปิงวดลงพอขลุกขลิก ใส่พริกไทยดำป่น ผัดพอเข้ากันปิดไฟ 3. ตักใส่จาน โรยตะไคร้ซอยและพริกขี้หนูซอย เสิร์ฟร้อนๆ 17.04.2020 RECIPE

ต้มเค็ม 1. ควรเลือกหน่อไม้หวานขนาดพอเหมาะไม่ใหญ่เกินไป ประมาณ 1 กิโลกรัมต่อหัว เปลือกยังไม่แห้งมาก แสดงว่ายังสดใหม่ นำมาปอกเปลือกแข็งออกให้เหลือเนื้อด้านในสีขาว หั่นโคนส่วนที่แก่ทิ้ง (โคนหน่อไม้ที่แก่จะแข็งมากหั่นยาก เลือกใช้เฉพาะส่วนที่อ่อน สังเกตได้จากใช้มีดหั่นขาดได้ง่าย) 2. หั่นหน่อไม้หวานเป็นแผ่นบางๆ ใส่ลงในอ่างน้ำ ล้างให้สะอาด พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ ใส่หน่อไม้หวานลงในหม้อ ใส่น้ำให้ท่วมหน่อไม้ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง ต้มพอเดือดจัด (ใส่เกลือสมุทรเล็กน้อยและน้ำตาลปี๊บเพื่อ ช่วยให้หน่อไม้คลายรสขื่น) ต้มนานประมาณ 10-15 นาที ตักหน่อไม้ใส่ในอ่างน้ำ แช่ให้คลายความร้อน ก่อนใช้นำ ขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ 3. ใส่กะทิลงในหม้อ ต้มด้วยไฟกลางหมั่นคนเพื่อไม่ให้กะทิแตกมัน พอกะทิเริ่มเดือดอ่อนๆ ใส่หน่อไม้และหอมแดงลงต้มพอเดือดอีกครั้ง ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทยและกะปิสำหรับแกง คนให้กะปิละลาย ชิมรสให้หวานเค็ม กลมกล่อม ใส่กุ้งแห้ง สะตอและชะอมเด็ดยอด ใช้ทัพพีกดพอให้น้ำท่วมผัก พอผักสุกนานประมาณ 2 นาที ปิดไฟชิมรสให้หวานมันน้ำกะทิ เค็มเล็กน้อยจากกะปิ 4. ตักใส่ถ้วย เสิร์ฟร้อนๆ 15.04.2020 RECIPE

แกงส้มใต้ปลาอินทรีอ้อดิบ 1. ปอกเปลือกอ้อดิบโดยใช้มีดลอกเปลือกสีเขียวด้านนอกออก หั่นเป็นท่อนยาวประมาณ 2 นิ้ว ล้างอ้อดิบให้สะอาดและหมดยาง บีบให้น้ำออกจนหมด พักไว้ 2. ทำพริกแกงส้มใต้โดยโขลกพริกขี้หนูแห้ง พริกจินดาแดงและเกลือสมุทรเข้าด้วยกันให้ละเอียด ใส่ขมิ้น กระเทียมไทย หอมแดงและกะปิย่าง โขลกรวมกันจนละเอียด พักไว้ 3. ตั้งหม้อน้ำบนไฟกลาง ใส่น้ำพริกแกงส้มใต้ที่โขลกไว้ คนให้เข้ากัน พอเดือด ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลมะพร้าวและน้ำมะขามเปียก ใส่อ้อดิบลงต้มจนนุ่มและสีเปลี่ยนเป็นสีเดียวกับน้ำแกง หั่นปลาอินทรีเป็นชิ้นหนาใส่ลงไป ต้มพอเนื้อปลาสุก ใส่น้ำมะนาว คนพอเข้ากัน ชิมรสให้เผ็ด เปรี้ยว เค็ม ปิดไฟ ตักใส่ถ้วย เสิร์ฟ 25.02.2020 RECIPE

คั่วกลิ้งหมูสับ 1. หั่นหมูสามชั้นเป็นชิ้น สับให้ละเอียด พักไว้ จากนั้นหั่นสะโพกหมูเป็นชิ้น สับให้ละเอียด นำหมูสามชั้นที่สับแล้วมาสับรวมกันกับสะโพกหมูให้เข้ากัน อีกครั้ง พักไว้ 2. ซอยใบมะกรูดและพริกชี้ฟ้า ใส่ถ้วย เตรียมไว้ ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง พอน้ำมันร้อนใส่พริกแกงและกะปิ ลงผัดให้หอม จากนั้นใส่เนื้อหมูที่สับลงผัดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำตาลมะพร้าวและน้ำปลา ผัดให้เข้ากัน ใส่พริกชี้ฟ้าและใบมะกรูดที่เตรียมไว้ ชิมรสให้เผ็ดเค็ม ผัดให้เข้ากันอีกครั้งปิดไฟ พักไว้ 3. ตักคั่วกลิ้งหมูใส่จาน โรยด้วยพริกชี้ฟ้าหั่นแฉลบและใบมะกรูดซอย เสิร์ฟพร้อมผักแนม ไข่ต้ม และข้าวสวย 15.11.2019 RECIPE

ปลาดุกร้า 1. ตัดหัวปลาดุกออก ล้างปลาดุก ผ่าท้องเอาดีและไส้ออก ล้างน้ำ ให้สะอาดพักให้สะเด็ดน้ำ วางบนตะแกรงจนเนื้อปลาแห้งสนิท 2. ผสมเกลือกับน้ำตาล 2 ถ้วย ให้เข้ากันโรยเกลือผสมน้ำตาลลงในท้องปลาให้ทั่ว วางปลาในตะแกรง ปิดฝา หมักไว้ 1 คืน 3. นำปลามาคลุก กับ น้ำตาลที่เหลือให้ทั่วแล้วนำไปตากแดดจนเนื้อปลาแห้งสนิทและมีกลิ่นหอม ตากแดดประมาณ 2-3 วัน (ขึ้นอยู่กับแดดที่ตาก) ระหว่างตากหมั่นกลับตัวปลาให้เนื้อปลาแห้งทั่วกันทั้งสองด้าน 4. พอตากเนื้อปลาได้ที่ นำเนื้อปลาไปทอดจนเหลืองทั่ว รับประทานกับหอมแดงซอย พริกขี้หนูซอย และมะนาวหั่นซีก อ่านบทความเพิ่มเติม ปลาดุก เมนูอาหารไทยแท้รสชาติดี แต่ก่อนกินอร่อยในฤดูหนาว 11.11.2019 RECIPE

แกงพริกกระดูกหมูกับหน่อเหรียง 1. ทำพริกแกงใต้โดยโขลกพริกขี้หนูแห้ง พริกขี้หนูสวน และเกลือ ให้เข้ากันจนละเอียด ใส่พริกไทยดำ กระเทียม ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด และขมิ้น โขลกส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากันดี จากนั้นใส่หอมแดงและกะปิ ตามลงไป โขลกให้เข้ากันดีอีกครั้ง ตักใส่ถ้วย พักไว้ 2. ล้างซี่โครงหมูให้สะอาด ซับน้ำให้แห้ง พักไว้ ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง พอร้อนใส่พริกแกงที่โขลงลงผัดในกระทะให้หอม จากนั้นใส่กระดูกหมูลงผัดในกระทะ พอสุก ใส่น้ำลงในกระทะ ลดเป็นไฟอ่อน เคี่ยวกระดูกหมูให้สุกนุ่ม ประมาณ 15 – 20 นาที พอกระดูกหมูสุกนุ่มแล้ว และแกงมีความข้นเล็กน้อย ใส่หน่อเหรียงและใบมะกรูดฉีกลงในกระทะ ปรุงรสด้วยเกลือสมุทรและน้ำตาลมะพร้าว คนให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากัน พอส่วนผสมเดือดอีกครั้ง ปิดไฟ พักไว้ 3. ตักแกงพริกกระดูกหมูกับหน่อเหรียงใส่ชาม เสิร์ฟพร้อมข้าวสวย   อ่านบทความเพิ่มเติม แจก 30 สูตร! จานผักพื้นบ้านที่คุณต้องลอง 08.05.2019 RECIPE

แกงคั่วเห็ดแครงปลาย่าง 1. ทำพริกแกงคั่วโดยโขลกพริกขี้หนูแห้ง พริกจินดา พริกขี้หนูสวน และเกลือป่น เข้าด้วยกันให้ละเอียด ใส่ตะไคร้ ข่า ขมิ้น หอมแดง และกระเทียม โขลกต่อจนละเอียดดี จากนั้นใส่กะปิ โขลกรวมกันอีกครั้ง ให้ละเอียด ตักใส่ถ้วย พักไว้ 2. ล้างเห็ดแครงให้สะอาด โดยเปิดน้ำให้ไหลผ่าน ประมาณ 3 – 4 ครั้ง เพื่อเอาทรายออกจนหมด ใส่ตะแกรง พักให้สะเด็ดน้ำ 3. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง พอร้อนใส่เครื่องแกงคั่วลงผัดในกระทะให้หอม จากนั้นใส่หางกะทิ ½ ถ้วย ลงผัดในกระทะ ใส่เห็ดแครงลงผัดในกระทะให้ส่วนผสมเครื่องแกงกับเห็ดเข้ากันและน้ำงวด จากนั้นใส่เนื้อปลาย่าง ตามด้วยพริกจินดาและใบมะกรูก ผัดให้เข้ากัน ใส่หางกะทิที่เหลือและหัวกะทิ ลงผัดในกระทะให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาล ผัดให้เข้ากันอีกครั้ง ปิดไฟ พักไว้ 4. ตักแกงคั่วเห็ดแครงปลาย่าง ใส่ชาม เสิร์ฟพร้อมข้าวสวย   อ่านบทความเพิ่มเติม แจก 30 สูตร! จานผักพื้นบ้านที่คุณต้องลอง 08.05.2019 RECIPE

แกงกะทิปูม้าย่าง 1. ทำแกงกะทิปูม้าย่างโดยนำปูม้าล้างน้ำให้สะอาด (โดยดึงตะปิ้งและปากปูออก) ก่อนนำไปย่างบนเตาถ่านให้ปูสุก โดยย่างบนเตาถ่านประมาณ 10 – 15 นาที หลังจานนั้นแกะกระดองออก ดึงนมที่อยู่ด้านในออก สับปูออกเป็นชิ้นพอคำ พักไว้ 2. ใส่หัวกะทิและหางกะทิลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง พอกะทิเริ่มเดือดข้างๆหม้อ ใส่หอมแดงกับตะไคร้ พอเดือดอีกครั้ง ใส่เนื้อปูลงในหม้อ รอให้กะทิเดือดอีกครั้งใส่ใบเหลียงและสะตอลงในหม้อ ปรุงรสด้วยเกลือสมุทร น้ำตาลมะพร้าว และพริกขี้หนูบุบ คนส่วนผสมให้เข้ากัน ชิมปรับรสตามชอบ (รสที่ได้จะมีความหวานมันเล็กน้อย และเผ็ดปลายๆ) ปิดไฟ พักไว้ 3. ตักแกงกะทิปูม้าย่างใส่ชาม เสิร์ฟ   อ่านบทความเพิ่มเติม แกงกะทิปูม้าย่าง 02.05.2019 RECIPE