Found 707 results for Tag : อาหารไทย

หมูมะนาว 1. ทำน้ำยำโดยผสมน้ำปลา น้ำมะนาว และน้ำตาลเข้าด้วยกันในถ้วย คนให้ละลาย ใส่กระเทียม พริกขี้หนู และก้านผักชี คนให้เข้ากันทั่ว  2. ตั้งหม้อน้ำใส่เกลือเล็กน้อยบนไฟแรง พอเดือดใส่คะน้าลงลวกพอสุก สังเกตสีคะน้าจะเขียวจัด ตักขึ้นแช่น้ำเย็นใส่น้ำแข็งให้ก้านคะน้ากรอบ เมื่อคะน้าเย็นสนิท ตักขึ้นสะเด็ดน้ำให้แห้ง  3. ลวกเนื้อหมูในหม้อน้ำร้อนพอสุก ตักขึ้นแช่น้ำเย็นทันที พักให้สะเด็ดน้ำ  4. จัดก้านคะน้าและหมูสันคอลวกใส่จาน ราดน้ำยำบนหมู โรยตกแต่งด้วยใบสะระแหน่ และพริกขี้หนูสีแดง    Tips ลวกคะน้าให้กรอบ ไม่เหนียว เลือกซื้อคะน้าต้นใหญ่ ตัดโคนส่วนแข็งออก (ประมาณ 1-2 นิ้วจากโคนด้านล่าง) ตัดกิ่งก้านออกไว้ทำเมนูอื่นๆ ใช้ที่ปอกเปลือกหรือมีดเล็กปอกเปลือกสีเขียวออกให้หมด จนเห็นเป็นสีขาวหรือเขียวอ่อนๆเท่านั้น หั่นต้นคะน้าเป็นท่อนหรือแฉลบ นำคะน้าไปลวกในน้ำเดือดจัดประมาณ 1 นาทีจนสีเขียวใส ตักขึ้นแช่อ่างน้ำแข็งทันที เท่านี้คะน้าจะกรอบ หวาน ไม่เหม็นเขียว นำไปทำเมนูอื่นได้เช่นกัน 02.12.2019 RECIPE

คั่วกลิ้งหมูสับ 1. หั่นหมูสามชั้นเป็นชิ้น สับให้ละเอียด พักไว้ จากนั้นหั่นสะโพกหมูเป็นชิ้น สับให้ละเอียด นำหมูสามชั้นที่สับแล้วมาสับรวมกันกับสะโพกหมูให้เข้ากัน อีกครั้ง พักไว้ 2. ซอยใบมะกรูดและพริกชี้ฟ้า ใส่ถ้วย เตรียมไว้ ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง พอน้ำมันร้อนใส่พริกแกงและกะปิ ลงผัดให้หอม จากนั้นใส่เนื้อหมูที่สับลงผัดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำตาลมะพร้าวและน้ำปลา ผัดให้เข้ากัน ใส่พริกชี้ฟ้าและใบมะกรูดที่เตรียมไว้ ชิมรสให้เผ็ดเค็ม ผัดให้เข้ากันอีกครั้งปิดไฟ พักไว้ 3. ตักคั่วกลิ้งหมูใส่จาน โรยด้วยพริกชี้ฟ้าหั่นแฉลบและใบมะกรูดซอย เสิร์ฟพร้อมผักแนม ไข่ต้ม และข้าวสวย 15.11.2019 RECIPE

ปลาดุกย่างกับสะเดาน้ำปลาหวาน 1. ทำน้ำปลาหวานโดยผสมน้ำตาลปี๊บน้ำมะขามเปียก และน้ำปลา ลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางค่อนข้างอ่อน เคี่ยวจนเหนียวปิดไฟ 2. ล้างปลาดุก ตัดหนวดออก ผ่าท้องเอาดีและไส้ออก ล้างน้ำให้สะอาด บั้งตัวปลาทั้งสองด้านข้างละ 3 บั้ง นำไปย่างบนเตาถ่านด้วยไฟกลางจนสุกเหลืองทั้งสองด้าน 3. ล้างสะเดาให้สะอาด พักไว้.ให้สะเด็ดน้ำ ตั้งหม้อน้ำ บนไฟกลาง พอน้ำเดือด ใส่สะเดาลงลวกในน้ำประมาณ 2 นาที นำขึ้นแช่ในน้ำเย็นจัด นำขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ 4. ตักน้ำปลาหวานใส่ถ้วย เสิร์ฟพร้อมปลาดุกย่าง สะเดาลวก หอมแดงเจียว และพริกแห้งทอด 11.11.2019 RECIPE

ผัดแกงเขียวหวานปลาดุก 1. ทำน้ำพริกแกงเขียวหวานโดยโขลกลูกผักชีและยี่หร่าให้ละเอียด ใส่ตะไคร้ ข่า ผิวมะกรูดรากผักชี และเกลือ โขลกเข้าด้วยกันจนละเอียดตามด้วย พริกขี้หนู กระเทียม หอมแดง ผักชี ใบพริกขี้หนู และพริกไทยขาว โขลกอีกครั้งจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นใส่กะปิโขลกให้เข้ากันอีกครั้ง ตักขึ้นพักไว้ 2. ล้างปลาดุกตัดหนวดออก ผ่าท้องเอาดีและไส้ออก  ล้างน้ำให้สะอาด หั่นชิ้นตามขวางหนา 0.5 นิ้ว เคล้าปลาดุกกับเกลือให้ทั่ว ล้างด้วยน้ำปูนแดงหรือน้ำปูนขาวจนหมดเมือก แล้วล้างน้ำอีกครั้งให้สะอาด ใส่ตะแกรงพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ 3. ตั้งกระทะน้ำมัน บนไฟกลาง ใส่น้ำพริกแกงเขียวหวานลงผัดจนหอม ใส่ปลาดุก ผัดจนเนื้อปลาสุก ใส่กะทิ เร่งเป็นไฟแรง ใส่มะเขือเปราะ มะเขือพวง ผัดให้สุก ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และเกลือ ชิมรสตามชอบ ใส่กระชาย ใบมะกรดู โหระพา พริกชี้ฟ้าสีแดงและพริกชี้ฟ้าสีเหลือง 4. ตักใส่จาน ตกแต่งด้วยยอดโหระพาเสิร์ฟ 11.11.2019 RECIPE

ปลาดุกร้าทรงเครื่อง 1. ล้างปลาดุกตัดหนวดออก ผ่าท้องเอาดีและไส้ออก ล้างน้ำให้สะอาด หั่นชิ้นตามขวางหนา 0.5 ซม. เคล้าปลาดุกกับเกลือให้ทั่ว ล้างด้วยน้ำปูน แดงหรือน้ำปูนขาวจนหมดเมือก แล้วล้างน้ำอีกครั้งให้สะอาด ใส่ตะแกรงพักไว้ให้สะเด็ดน้ำตั้งหม้อน้ำ ใส่เกลือเล็กน้อยบนไฟกลางพอเดือด ใส่เนื้อปลาดุกลงลวกพอสุก ตักขึ้นพักไว้ 2. เทปลาร้าทั้งเนื้อและน้ำลงในหม้อหางกะทิ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง ใส่ข่า ตะไคร้ กระชายบุบ เคี่ยวจนปลาร้าเปื่อย นำไปกรองผ่านกระชอนใส่ถ้วย พักไว้ 3. ตั้งหม้อหางกะทิที่มีส่วนผสมของปลาร้าบนไฟกลาง พอเดือด ใส่ปลาดุกลวก หอมแดงกระชาย ตะไคร้ หน่อไม้ และมะเขือเปราะ ลงต้มพอผักสุก (แต่ไม่ต้องสุกมาก) ใส่ถั่วฝักยาวพริกหยวก พริกชี้ฟ้าสีแดง และใบมะกรดู ฉีก คนให้เข้ากัน ใส่หัวกะทิ ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บน้ำตาลทราย น้ำมะขามเปียก และเกลือ คนให้เข้ากัน ต้มต่อจนเดือด ปิดไฟ 4. ตักใส่ชาม เสิร์ฟพร้อมผักสด 11.11.2019 RECIPE

ลาบปลาดุก 1. ตั้งหม้อน้ำบนไฟกลางพอร้อน ใส่น้ำปลาร้า และเนื้อปลาร้า ลงเคี่ยวจนเนื้อปลาร้าเปื่อย ปิดไฟ กรองผ่านกระชอน ใส่ถ้วย พักไว้ 2. ตั้งกระทะบนไฟกลาง ใส่หอมแดงและข่า คั่วจนสุกหอม จากนั้นใส่ตะไคร้ ใบมะกรูดและพริกขี้หนูแห้ง คั่วให้เข้ากันอีกครั้งจนแห้งตักขึ้น ใส่ครกตำส่วนผสมทุกอย่างให้ละเอียดตักใส่ถ้วย พักไว้ 3. แกะปลาดุกย่างเอาแต่เนื้อ สับให้ละเอียดใส่ถ้วย พักไว้ 4. ใสน้ำปลาร้าที่เคี่ยวลงในหม้อ ประมาณ ¼ ถ้วย ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง พอเดือด จึงใส่เนื้อปลาดุกสับ รวนพอเนื้อปลานุ่ม ปิดไฟ ใส่เครื่องที่โขลก หอมแดง ปรุงรสด้วยน้ำปลาน้ำมะนาว และน้ำตาล ชิมรสตามชอบ ใส่ข้าวคั่ว ใบสะระแหน่ และผักแพว เคล้าให้เข้ากัน 11.11.2019 RECIPE

แกงอ่อมปลาดุกใบยอ 1. ล้างปลาดุกตักหนวดออก ผ่าท้องเอาดีแลไส้ออก ล้างน้ำให้สะอาด หั่นชิ้นตามขวางหนา 0.5 ซม. เคล้าปลาดุกกับเกลือให้ทั่ว ล้างด้วยน้ำปูนแดงหรือปูนขาวจนหมดเมือก แล้วล้างน้ำอีกครั้งให้สะอาด สะเด็ดน้ำพักไว้ในตะแกรง 2. ทำน้ำพริกแกงโดยโขลกพริกแห้งกับเกลือเข้าด้วยกันให้ละเอียด ใส่ข่า ตะไคร้ กระเทียมหอมแดง กระชาย ผิวมะกรูด พริกไทยดำ และกะปิ โขลกต่อจนละเอียดเข้ากันดี ตักใส่ถ้วย พักไว้ 3. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง ใส่น้ำพริกแกงลงผัดให้หอม ใส่ใบมะกรูด ผัดให้หอม ใส่กะทิ รอจนเดือดจัด ใส่ปลาดุก รอจนเนื้อปลาสุก ใส่หัวกะทิ และใบยอ เมื่อใบยอสลด ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ 4. ตักแกงปลาดุกใบยอใส่จาน เสิร์ฟ   หมายเหตุ เลือกใบยอที่เป็นใบเพสลาด ไม่อ่อนหรือแก่เกินไปดึงแกนกลางออก ฉีกเป็นชิ้นเล็ก ขยำเกลือเล็กน้อยก่อนแกง เพื่อให้ใบยอนุ่ม และเอารสขมออก 11.11.2019 RECIPE

พะแนงเนื้อมะเขือเปราะ 1. ทำเครื่องแกงพะแนงโดยโขลกพริกแห้งกับเกลือจนละเอียด ใส่หอมแดง กระเทียม ข่า ตะไคร้ รากผักชี และผิวมะกรูด โขลกต่อให้ละเอียดเข้ากัน ตามด้วยลูกผักชี ยี่หร่า พริกไทย กะปิย่าง และถั่วลิสง โขลกจนเป็นเนื้อเดียวกัน พักไว้ 2. ใส่หางกะทิสำหรับเคี่ยวเนื้อลงในหม้อ พอเดือดใส่เนื้อวัวลงเคี่ยวพอนุ่ม ปิดไฟ 3. ตั้งกระทะน้ำมันใส่พริกแกงลงผัดจนหอม ค่อยๆใส่หัวกะทิ ½ ถ้วยทีละน้อย ผัดต่อจนแตกมัน ใส่เนื้อวัวผัดให้เข้ากัน (ไม่เอาหางกะทิที่เคี่ยวเนื้อ) ใส่หางกะทิทั้งหมด ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล เคี่ยวด้วยไฟอ่อนจนนุ่ม ใส่หัวกะทิที่เหลือ ชิมรสอีกครั้ง ใส่พริกชี้ฟ้า และใบมะกรูด เคี่ยวจนมีกลิ่นหอม ใส่ใบโหระพา ปิดไฟ 04.11.2019 RECIPE

สาคูไส้หมู 1. ซาวสาคูผ่านน้ำเย็นให้สะอาด ใส่ตะแกรงสะเด็ดน้ำ ใส่สาคูที่สะอาดแล้วกลับลงในอ่าง เติมน้ำอุ่น ใช้พายไม้คนให้เข้ากัน ปิดด้วยผ้าขาวบางหรือพลาสติกแร็ป แช่สาคูไว้ 1 ชั่วโมงจนอิ่มน้ำ  2. ทำกระเทียมเจียวโดยตั้งกระทะน้ำมัน ¼ ถ้วยบนไฟอ่อน ใส่กระเทียมสับลงเจียวจนเหลือง ตักกระเทียมเจียวและน้ำมันออกพักไว้ ปิดไฟ เหลือน้ำมันติดกระทะไว้เล็กน้อย 3. โขลกรากผักชี กระเทียมและพริกไทยขาวเข้าด้วยกันให้ละเอียด เปิดไฟตั้งกระทะเดิมที่เหลือน้ำมันไว้บนไฟกลาง ใส่เครื่องสามเกลอที่โขลกลงผัดจนหอม ใส่หอมใหญ่และหัวไชโป๊ว ผัดจนหอมใหญ่สุกใส ตามด้วยเนื้อหมู ผัดจนหมูสุก ปรุงรสด้วยน้ำตาลมะพร้าว น้ำปลา ผัดต่อจนเกือบแห้ง ใส่ถั่วลิสง ผัดให้เข้ากันจนแห้ง ตักขึ้น พักไว้ให้เย็นสนิท แล้วปั้นเป็นก้อนกลม ก้อนละ 1½ ช้อนชา 4. เตรียมปั้นสาคูโดยนวดด้วยมือจนสาคูที่อิ่มตัวแล้ว พอให้แห้งนุ่มมือ แบ่งแป้งสาคูเป็นก้อนละ 2 ช้อนชา แผ่สาคูแต่ละก้อนที่ปั้นไว้ให้บาง ใส่ไส้ห่อให้มิด วางบนใบตองฉีกทาน้ำมันเล็กน้อยให้ห่างกันเล็กน้อย นึ่งน้ำเดือดนาน 8 นาที ยกลง ทาด้วยน้ำมันกระเทียมเจียว 5. จัดสาคูไส้หมูใส่จาน โรยกระเทียมเจียว รับประทานกับผักกาดหอม ผักชี และพริกขี้หนู 04.11.2019 RECIPE

ขนมปังหน้าหมู 1. ตัดขอบขนมปังออก ตัดขนมปังเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมเล็ก (3.5x3.5 ซม.) เรียงใส่ถาด ตากแดดจัดๆนาน 20 นาที หรือค่อนข้างแห้งกรอบ เตรียมไว้ (ถ้าทำไว้ล่วงหน้าให้เก็บใส่ภาชนะปิดสนิทไว้ที่อุณหภูมิห้อง) 2. โขลกพริกไทย รากผักชี และกระเทียมให้ละเอียดเข้ากัน ตักใส่อ่างผสม ใส่หมูบด ซีอิ๊วขาว น้ำ และไข่ นวดให้ส่วนผสมเข้ากันเตรียมไว้ 3. ทาส่วนผสมหมูบดลงบนขนมปัง1 แผ่น (ประมาณ 1 ช้อนชา ถ้าทาหนามากเมื่อทอดขนมปังจะสุกแต่หมูไม่สุก) ประกบด้วยขนมปังอีกแผ่นให้เป็นแซนด์วิช เสียบไม้ ทำจนหมด เตรียมไว้ 4. ทำอาจาดโดยผสมน้ำส้มสายชู เกลือ และน้ำตาล ให้เข้ากันในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟอ่อนๆ ให้เกลือและน้ำตาลละลายส่วนผสมข้นเล็กน้อย ยกลงพักให้พออุ่น จึงใส่แตงกวา ก่อนเสิร์ฟใส่พริกชี้ฟ้าแดงและผักชี 5. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง พอน้ำมันร้อน (ทดสอบโดยใส่เศษขนมปังลงทอดแล้วมีฟองอากาศจำนวนมาก) ลดเป็นไฟกลางค่อนข้างอ่อน ใส่ขนมปังหน้าหมูลงทอด ชิ้นละประมาณ 30 วินาทีขนมปังจะสุกเหลืองพอดี หมูสุก ทำจนหมด 6. จัดเสิร์ฟโดยตักอาจาดใส่แก้วเล็กๆ วางขนมปังหน้าหมูพาดปากแก้ว เสิร์ฟ   สูตรอาหารโดย กรณิศ รัตนามหัทธนะ 01.11.2019 RECIPE

กระทงทองไส้ข้าวโพด 1. ร่อนแป้งทั้งสองชนิดก่อนตวง ผสมแป้งสาลี แป้งข้าวเจ้า และเกลือเข้าด้วยกันในอ่างผสม ใส่หัวกะทิและไข่แดงไข่เป็ดนวดให้เข้ากัน ใส่น้ำปูนใส นวดให้เข้ากันกรองส่วนผสมผ่านกระชอนตาถี่หรือผ้าขาวบาง 2 ครั้ง แป้งกระทงทองที่ได้จะเนียน ใส่แป้งในภาชนะที่จุ่มพิมพ์ได้ง่าย (ภาชนะก้นลึก เช่น ถ้วยตวงของเหลว) ถ้ายังไม่ใช้ทันที เก็บแป้งไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดา แป้งจะข้นขึ้นอีกเล็กน้อย 2. ตั้งกระทะทองเหลืองหรือหม้อบนไฟกลางค่อนข้างอ่อน ใส่น้ำมัน พอน้ำมันร้อนพอดี (ทดสอบโดยหยดแป้งกระทงทองลงไปเล็กน้อยแล้วมีฟองอากาศจำนวนมากและแป้งค่อยๆลอยขึ้นบนผิว หน้า) จ่มุ พิมพ์ลงในน้ำมันประมาณ 5 นาที (หรือแช่พิมพ์ในน้ำมันเตรียมไว้ล่วงหน้า) เตรียมถาดใหญ่พร้อมตะแกรงไว้ใกล้ตัว พอพิมพ์ร้อนคนแป้งด้วยส้อม (คนแป้งก่อนทุกครั้ง ที่จุ่มพิมพ์) แตะก้นพิมพ์บนกระดาษทิชชูเพื่อซับน้ำมันส่วนเกินออก แล้วจุ่มพิมพ์ลงตรงๆ ในแป้ง ให้แป้งเคลือบพิมพ์เกือบถึงขอบ (ให้เหลือประมาณ 1-2 มิลลิเมตร ถ้าจุ่มถึงขอบพิมพ์พอดี เมื่อนำลงทอดในน้ำมันร้อนๆ แป้งจะฟูเลยขอบพิมพ์ขึ้นมาทำให้ไม่สวย) จุ่มลงทอดในน้ำมัน โดยจุ่มไว้ให้ขอบพิมพ์ปริ่มผิวหน้าน้ำมัน ประมาณ 10 วินาที (เพื่อให้ขอบกระทงทองอยู่ตัวดีก่อนไม่ฟูเลยขอบพิมพ์ขึ้นมา) แล้วจึงค่อยจุ่ม ให้ก้นพิมพ์สัมผัสก้นกระทะเบาๆ (เพื่อให้ฐานกระทงทองเรียบ) เมื่อกระทงทองเซตตัวดีแล้ว ใช้ไม้ปลายแหลมแซะออกจากพิมพ์ ทอดต่ออีกประมาณ 5 วินาทีตักขึ้นพักบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน (คว่ำกระทงทองลงเพื่อให้น้ำมันไหลออก) พักจนกระทงทองเย็นสนิท (ประมาณ10-15 นาที) เก็บใส่ภาชนะที่ปิดสนิทไว้ที่อุณหภูมิห้อง จะคงความกรอบได้ 1-2 วัน 3. ทำไส้ข้าวโพดโดยตั้งกระทะเนยบนไฟกลาง พอเนยละลาย ใส่รากผักชีลงผัดพอหอม ใส่หมูบดลงผัดพอสุก ใส่ข้าวโพด นมสด ปรุงรสด้วยน้ำตาลและเกลือ ผัดให้ทั่วและน้ำงวดลง ประมาณ 5 นาที ชิมรสให้กลมกล่อม ผัดต่อพอให้แห้ง ตักใส่ถ้วยเตรียมไว้ 4. จัดเสิร์ฟกระทงทองโดยตักไส้ข้าวโพดใส่กระทงทอง ตกแต่งด้วยผักชีและพริกชี้ฟ้าสีแดง เสิร์ฟทันที   สูตรอาหารโดย กรณิศ รัตนามหัทธนะ 01.11.2019 RECIPE

ไก่ห่อใบเตย 1. ทำไก่หมักโดยโขลกกระเทียมและพริกไทยขาวให้ละเอียด ตักใส่ถ้วย ใส่น้ำตาล ซีอิ๊วขาว น้ำมันงา และเกลือ คนให้เข้ากัน ล้างไก่ให้สะอาด ซับให้แห้ง นวดเนื้อไก่กับส่วนผสมกระเทียม ประมาณ 5 นาทีหมักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดานาน 1 ชั่วโมง เตรียมไว้ 2. ทำกระทงใบเตยโดยเลือกใบเตยที่ขนาดใบกว้างประมาณ 1 นิ้ว ตัดโคนแข็งด้านล่างทิ้ง ตัดใบเตยยาวประมาณ15 ซม ตัดแบ่งเป็น 5 ส่วนเท่าๆกันโดยตัดจากขอบใบถึงเส้นกลางใบ สานใบเตยขัดกันให้เป็นกล่องสี่เหลี่ยมจัตุรัสเล็กๆเย็บมุมกระทงด้วยด้ายสีเขียวหรือกลัดด้วยไม้กลัดก็ได้ เตรียมไว้ 3. นำไก่หมักออกจากตู้เย็น หั่นเนื้อไก่เป็นชิ้นเล็ก (เล็กพอใส่ในกระทงใบเตยที่ทำ) ใส่ไก่ในกระทงใบเตย นำไปนึ่งในลังถึงบนหม้อน้ำเดือด นาน 7 นาที หรือจนไก่สุก แยกไก่กับกระทงใบเตยออกจากกัน พักไก่บนตะแกรงให้น้ำจากไก่ออกมา ประมาณ 15 นาที 4. ระหว่างนึ่งไก่ทำน้ำจิ้มโดยผสมเครื่องปรุงทั้งหมดในหม้อ เคี่ยวพอให้ข้นเหนียว ตักใส่ถ้วย เตรียมไว้ 5. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง พอน้ำมันร้อน ใส่ไก่ลงทอดพอให้เหลือง ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน ใส่ใบเตยลงทอดต่อตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน จัดไก่ใส่ในกระทงใบเตย ราดน้ำจิ้ม ตกแต่งด้วยงาคั่วและต้นหอมซอย เสิร์ฟ   สูตรอาหารโดย กรณิศ รัตนามหัทธนะ 01.11.2019 RECIPE

ขนมปังหน้ากุ้ง 1. ใช้พิมพ์กดคุกกี้กดขนมปังเป็นแผ่นกลม เรียงใส่ถาด ตากแดดจัดๆนาน 20 นาที หรือค่อนข้างแห้งกรอบเตรียมไว้ (ถ้าทำไว้ล่วงหน้าให้เก็บใส่ภาชนะปิดสนิทไว้ที่อุณหภูมิห้อง) 2. ทำน้ำจิ้มโดยใส่น้ำส้มสายชู น้ำ น้ำตาล และเกลือในหม้อ ตั้งบนไฟกลางพอให้เดือดและน้ำตาลละลาย ผสมแป้งมันละลายน้ำในถ้วย ใส่ในหม้อน้ำจิ้ม คนพอทั่วน้ำจิ้มจะข้นขึ้นยกลงพักให้อุ่น ใส่พริกชี้ฟ้าคนให้ทั่วเตรียมไว้ 3. เตรียมหน้ากุ้งโดยโขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทยให้ละเอียด ตักใส่ถ้วย เตรียมไว้ 4. ใส่เนื้อกุ้ง หมูบด ส่วนผสมที่โขลก เกลือป่น และซีอิ๊วขาว ในอ่างผสม นวดให้ส่วนผสมเข้ากันด้วยมือ ล้างมือให้สะอาดเช็ดมือพอหมาด แตะแป้งสาลีอเนกประสงค์ให้เคลือบมือบางๆ (เพื่อไม่ให้ปั้นแล้วส่วนผสมเหนียวติดมือ) ปั้นส่วนผสมกุ้งเป็นก้อนกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้ว เรียงใส่จานไว้ ทำจนหมดคลุกลูกชิ้นกุ้งกับงาพอทั่ว ใช้มือกดเบาๆพอให้ติด เตรียมไว้ 5. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง พอน้ำมันร้อน (ทดสอบโดยใส่ลูกชิ้นกุ้ง 1 ลูกลงในน้ำมันแล้วมีฟองอากาศจำนวนมากและลูกชิ้นลอยขึ้นทันที) ลดเป็นไฟกลางค่อนข้างอ่อน ใส่ลูกชิ้นกุ้งคลุกงาลงทอดพอสุก (ไม่ควรใช้ไฟกลางหรือไฟแรงเพราะงาจะเกรียมแต่กุ้งยังไม่สุก) ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน เตรียมไว้ ในกระทะใบเดิม ใช้กระชอนตักเมล็ดงาออกให้หมด ใส่ขนมปังจนลงทอดต่อจนสุกเหลือง  6. จัดเสิร์ฟโดยเสียบลูกชิ้นกุ้งและขนมปังเข้ากับไม้เสียบ ตกแต่งด้วยต้นหอมซอย เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้ม   สูตรอาหารโดย กรณิศ รัตนามหัทธนะ 01.11.2019 RECIPE