Found 31 results for Tag : แช่เย็น

ว่านหางจระเข้ลอยแก้ว 1. ล้างใบว่านหางจระเข้ ปอกเปลือกด้วยมีดบางคมๆออกจนหมด ล้างเนื้อว่านหางจระเข้ด้วยน้ำสลับกับน้ำปูนขาว ล้างหลายๆครั้งจนหมดเมือกและยางสีเหลือง แล้วหั่นว่านหางจระเข้เป็นชิ้นสี่เหลี่ยมใหญ่ จะได้ปริมาณ 2 ถ้วย ใส่ถ้วย พักไว้ 2. ต้มน้ำลอยดอกมะลิในหม้อด้วยไฟกลางจนเดือด ใส่ดอกอัญชัน ต้มพอน้ำมีสีน้ำเงิน ใส่น้ำตาลกรวด พอน้ำตาลละลายหมด ใส่น้ำมะนาว และเกลือ น้ำจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงน้ำเงินจึงใส่ว่านหางจระเข้ พอเดือด ต้มนานประมาณ 10 นาที (ระหว่างต้มหมั่นช้อนฟองออก) ใส่ส้มวาเลนเซีย ต้มสักครู่ ปิดไฟ พักไว้ให้เย็น 3. ตักใส่ถ้วย ใส่น้ำแข็ง ตกแต่งด้วยดอกอัญชัน เสิร์ฟ 01.09.2020 RECIPE

เยลลี่สาคูว่านหางจระเข้ 1. ต้มน้ำในหม้อด้วยไฟกลางจนเดือด ใส่น้ำตาลกรวด ใบเตย ต้มจนน้ำตาลละลายและมีกลิ่นหอมของใบเตย ใส่น้ำใบเตย คนให้ทั่วต้มสักครู่จนมีสีเขียวสวยและกลิ่นหอม (เวลาต้มน้ำใบเตยจะจับตัวเป็นเม็ด) ยกลง กรองด้วยผ้าขาวบางซ้อนกัน 2 ชั้น กรองเอาใบเตยที่จับตัวเป็นเม็ดออก จะได้น้ำใบเตยสีเขียวอ่อนใส 2. ต้มน้ำใบเตยที่ทำในหม้อด้วยไฟกลางจนเดือด ใส่ว่านหางจระเข้ ต้มจนเดือด ใส่เกลือจากนั้นต้มสาคูในหม้อน้ำเดือดนาน 3 นาที ใส่เม็ดสาคูต้ม คนให้เข้ากันทั่ว ปิดไฟ พักไว้ให้เย็น นำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาจนเย็นดื่มเย็น หรือใส่น้ำแข็ง 01.09.2020 RECIPE

พุดดิ้งว่านหางจระเข้ 1. ทำน้ำลูกเดือยโดยล้างลูกเดือยด้วยน้ำเกลือเจือจางแล้วล้างด้วยน้ำจนสะอาด จากนั้นแช่ลูกเดือยในอ่างให้น้ำท่วมพร้อมกับใส่ถ่านหุงต้ม 1 ก้อนเล็กลงไป ถ่านจะช่วยดูดกลิ่นและลดสารจากการเพาะปลูก แช่นาน 1 คืน รุ่งเช้าเอาก้อนถ่านออกและเทน้ำทิ้งแล้วล้างน้ำจนสะอาด นำลูกเดือยที่แช่ใส่ลงในโถปั่นใส่น้ำ 4 ถ้วย ปั่นเข้าด้วยกันจนละเอียด จึงใส่น้ำที่เหลือปั่นต่อจนละเอียดเข้ากันดี กรองด้วยกระชอนเอาแต่น้ำ ใส่น้ำลูกเดือยลงในหม้อยกขึ้นตั้งบนไฟกลางค่อนข้างอ่อน ใส่ใบเตยระหว่างต้มหมั่นคนไม่ให้ติดก้นหม้อ ต้มพอเดือด ปิดไฟ พักไว้ให้เย็น 2. ใส่น้ำเต้าหู้ น้ำลูกเดือย น้ำตาล ไข่ และเกลือ ลงในหม้อ ผสมพอเข้ากัน พักไว้ จากนั้นลวกสาคูในหม้อน้ำเดือดนาน 3 นาที ตักใส่หม้อส่วนผสมที่ทำไว้ ใส่ว่านหางจระเข้ คนให้เข้ากันทั่ว ยกขึ้นตั้งบนไฟอ่อน ต้มนานประมาณ 10 นาที จนส่วนผสมข้น ตักใส่ถ้วย พักให้อยู่ตัว 3. ทำหน้าพุดดิ้งโดยนำมะม่วงสุกบด 50 กรัม ใส่ลงในหม้อ ใส่น้ำตาล ยกขึ้นตั้งบนไฟอ่อน ใส่เจลาติน คนให้ละลายเข้ากัน เทลงผสมกับมะม่วงสุกบดที่เหลือ คนให้ทั่ว ตักราดบนถ้วยพุดดิ้ง (ส่วนผสมข้อ 2) นำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาพออยู่ตัวใส่ส่วนผสมที่เหลือตกแต่ง ด้วยกลีบดอกอัญชัน เสิร์ฟ 01.09.2020 RECIPE

ไข่ต้มซีอิ๊วเกาหลี 1. เตรียมน้ำดองไข่ โดยผสมพริกชี้ฟ้าหั่นแว่น ขิงแก่สับ กระเทียมจีนสับ ต้นหอมซอย ซีอิ๊วญี่ปุ่น น้ำ น้ำตาลทราย งาขาวคั่วและน้ำมันงารวมกันในอ่างผสม คนให้เข้ากัน เตรียมไว้ 2. ตั้งหม้อน้ำบนไฟกลาง  พอน้ำเดือด ใส่เกลือป่นเล็กน้อย ลดเป็นไฟอ่อน ค่อยๆหย่อนไข่ไก่ลงไป จับเวลา 5.30 นาที ระหว่างต้มใช้ช้อนคนไข่เพื่อให้ไข่แดงอยู่ตรงกลาง เมื่อครบเวลาตักไข่ขึ้นแช่ในอ่างน้ำเย็น (น้ำผสมน้ำแข็ง) ปอกเปลือกไข่ออก ใส่ไข่ที่ปอกแล้วลงในภาชนะสำหรับดองไข่ เทน้ำดองไข่ลงไป ปิดฝา แช่ตู้เย็นช่องธรรมดานาน 6 ชั่วโมงหรือข้ามคืน 3. เสิร์ฟไข่ต้มดองซีอิ๊วเกาหลีพร้อมข้าวสวยญี่ปุ่น ไก่ทอดเกาหลี กิมจิ หัวไชเท้าดอง ซุป สาหร่ายและผักสด     18.08.2020 RECIPE

พุดดิ้งช็อคโกแลต (Chocolate Pudding) 1. เตรียมเจลลาตินโดยโรยผงเจลลาตินลงในถ้วยน้ำเย็น คนให้เข้ากัน แช่ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีจนเจลลาตินอิ่มตัว 2. ใส่นมอัลมอนด์ วิปปิ้งครีม น้ำตาลทราย และผงโกโก้รวมกันในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง คนจนส่วนผสมละลายเข้ากัน ใส่ดาร์กช็อกโกแลต คนให้ละลาย จากนั้นใส่เจลลาตินที่อิ่มตัวแล้วลงไป คนให้เจลลาตินละลาย ปิดไฟ กรองส่วนผสมผ่านกระชอนใส่ในอ่างผสม เตรียมไว้ 3. ตักส่วนผสมใส่ขวดๆละเท่าๆกัน ปิดฝา นำไปแช่ตู้เย็นช่องธรรมดานาน 2-3 ชั่วโมงหรือจนเซ็ตตัวดี ก่อนเสิร์ฟ ตกแต่งพุดดิ้งโดยบีบวิปปิ้งครีมและโรยผงโกโก้ด้านบน เสิร์ฟ 24.07.2020 RECIPE

นมสตรอว์เบอร์รีสไตล์เกาหลี (Korean Strawberry milk) 1. ทำซอสสตรอว์เบอร์รีโดยหั่นสตรอว์เบอร์รีเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ในอ่างผสม ใช้ที่บดมันฝรั่งบดสตรอว์เบอร์รีให้เละเป็นเนื้อเดียวกัน ใส่น้ำตาลทราย และน้ำเลมอน คนให้เข้ากัน 2. เทส่วนผสมใส่หม้อ ยกขึ้นตั้งไฟกลาง พอเดือด เคี่ยวต่อจนซอสงวดและข้นขึ้น ปิดไฟ นำหม้อแช่ในอ่างน้ำเย็นจัดให้คลายร้อน พักไว้ (เทซอสใส่ภาชนะที่มีฝาปิดเก็บในตู้เย็นช่องธรรมดาได้นาน 1 สัปดาห์) 3. ทำฟองนมโดยใส่นมในหม้อ ยกตั้งไฟกลางให้พอร้อน เทนมใส่แก้วทรงสูงใช้เครื่องตีฟองนมไฟฟ้าตีจนเป็นฟองครีม เตรียมไว้ 4. จัดเสิร์ฟโดยตักซอสสตรอว์เบอร์รีใส่แก้วประมาณ 1/3 ของแก้ว ตามด้วยสตรอว์เบอร์รีหั่นชิ้นเล็ก น้ำแข็ง นมสดรสจืด ฟองนม และไอศกรีม ตกแต่งด้วยผลสตรอว์เบอร์รีที่ปากแก้ว เสิร์ฟ 09.05.2020 RECIPE

ชาร์ลอตทีรามิสุ 1. ทำเลดี้ฟิงเกอร์โดยอ่นุ เตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ เตรียมถาดอบ โดยปูกระดาษไข เตรียมไว้ 2. ตีไข่ขาวในเครื่องตีเค้กโดยใช้หัวตีตะกร้อ ตีด้วยความเร็วสูงสุดจนขึ้นฟู ค่อยๆ ใส่น้ำตาลทีละน้อยจนหมด ตีจนไข่ขาวตั้งยอดแข็ง ส่วนไข่แดงใส่ในอ่างผสมใบใหญ่ ใส่กลิ่นวานิลลา ตีด้วยตะกร้อมือจนน้ำตาลละลายตักไข่ขาวที่ตีลงในอ่างไข่แดง ตะล่อมให้เข้ากัน ใส่แป้งที่ร่อนไว้ ตะล่อมด้วยพายยางเบาๆ ให้เข้ากัน ตักใส่ถุงบีบที่ใส่หัวบีบกลม บีบเลดี้ฟิงเกอร์บนกระดาษไขที่เตรียมไว้ โดยบีบให้ ติดกัน ขนาดความกว้าง 1 ½ นิ้วยาว 7 นิ้ว บีบเป็นวงกลม ทำจนหมดแป้ง โรยหน้าด้วยน้ำตาลไอซิ่ง นำเข้าเตาอบที่อุ่นไว้ อบนานประมาณ 5-7 นาที หรือจนสุก (ทดสอบโดยใช้นิ้วกดแล้วเนื้อเค้กเด้งกลับขึ้นมา) ยกออกจากเตาอบ พักไว้พออุ่น แล้วลอกเนื้อเค้กออกจากกระดาษไข 3. ห่อด้านล่างพิมพ์วงแหวนด้วยแผ่นอะลูมินั่มฟอยล์ นำเลดี้ฟิงเกอร์มาตัดขอบบนและล่างออกเล็กน้อยแล้วนำไปม้วนใส่ในพิมพ์วงแหวนที่เตรียมไว้ 4. ทำครีมทิรามิสุโดยแช่แผ่นเจลลาตินในอ่างน้ำเย็นที่ใส่น้ำแข็ง ใส่น้ำในหม้อประมาณ ¼ ของหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางจนเดือด ลดเป็นไฟอ่อน ใส่ไข่แดง น้ำตาล เหล้ารัม ลงในอ่างสเตนเลส ยกขึ้นวางบนหม้อน้ำเดือดอ่อนๆ ใช้ตะกร้อตีจนไข่แดงข้นและสีอ่อนลงยกอ่างลงจากหม้อ ตีต่อจนไข่แดงหายร้อน มีลักษณะเป็นครีม ใส่มัสคาร์โพเนชีสลงไปครึ่งหนึ่ง ตีจนเริ่มเข้ากัน จึงใส่มัสคาร์โพเนชีสที่เหลือ ตีต่อให้เข้ากันจนได้เนื้อเนียน พักไว้ 5. ใส่วิปปิ้งครีม 4 ช้อนโต๊ะลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟอ่อน พอเดือด ปิดไฟ ใส่แผ่นเจลลาตินที่แช่น้ำจนนิ่มแล้วลงไป คนด้วยช้อนจนเจลลาตินละลายหมด พักไว้ให้หายร้อน จากนั้นใส่วิปปิ้งครีมที่เหลือในอ่างผสม ตีด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าจนเริ่มขึ้นฟูเป็นฟอง แล้วเทวิปปิ้งครีมที่ละลายกับเจลลาตินลงไป ตีต่อจนข้นฟู ทดสอบโดยยกตะกร้อขึ้นแล้ววาดเป็นลวดลายได้  6. ตักวิปปิ้งครีมที่ตีครึ่งหนึ่งใส่ในอ่างผสมชีสที่ตีไว้ ใช้พายยางตะล่อมเบาๆให้เข้ากันแล้วจึงใส่วิปปิ้งครีมที่เหลือ ตะล่อมจนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน นำใส่ถุงบีบ นำเลดี้ฟิงเกอร์ชิ้นวงกลมจุ่มน้ำกาแฟ วางไว้เป็นฐานในพิมพ์ที่เตรียมไว้ บีบครีมทิรามิสุครึ่งหนึ่งใส่ให้ครบทุกพิมพ์ นำเลดี้ฟิงเกอร์ชิ้นวงกลมจุ่มน้ำกาแฟปิดทับบนครีมทิรามิสุ จากนั้นบีบครีมทิรามิสุให้เต็มพิมพ์ จนครบทุกพิมพ์ ใช้สเปตตูล่าปาดให้เรียบเสมอกัน นำเข้าแช่ใน ตู้เย็นช่องแช่แข็งนาน 2-3 ชั่วโมง หรือจนครีมอยู่ตัว 7. ถอดออกจากพิมพ์โดยแกะแผ่นอะลูมินั่มฟอยล์ด้านล่างออก ใช้หัวพ่นไฟพ่นรอบๆ พิมพ์ ค่อยๆดึงพิมพ์ออก โรยดาร์กช็อกโกแลตขูดหรือผงโกโก้ ตกแต่งด้วยดาร์กช็อกโกแลต 17.04.2020 RECIPE

เชอร์เบทมะนาว 1. ทำน้ำเชื่อมโดยเคี่ยวน้ำตาลกับน้ำในหม้อด้วยไฟกลาง คนให้ละลาย ปิดไฟ พักไว้ให้เย็น 2. ผสมน้ำเชื่อมกับน้ำมะนาว คนให้เข้ากัน นำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องแช่แข็งประมาณ 2 ชั่วโมงจนเริ่มเป็นเกล็ดน้ำแข็ง 3. ทำเชอร์เบทโดยนำเนื้อน้ำเชอร์เบทใส่ใส่เครื่องทำไอศกรีม ปั่นประมาณ 20-25 นาที หรือจนกว่าเครื่องปั่นหยุดเพราะเนื้อเชอร์เบทข้นได้ที่  ปิดเครื่อง นำเชอร์เบทเข้าตู้เย็นช่องแข็งอีกประมาณ​ 3-4 ชั่วโมง 4. จัดเสิร์ฟโดยตักเชอร์เบทมะนาวใส่ภาชนะแช่เย็น ตกแต่งด้วยมะนาวหั่นแว่นและยอดสะระแหน่ เสิร์ฟ หมายเหตุ • เชอร์เบทมะนาวถ้าไม่มีเครื่องทำไอศกรีมใช้วิธีต้มน้ำตาลแล้วผสมน้ำและน้ำมะนาว คนให้เข้ากัน นำใส่ภาชนะแล้วแช่ในตู้เย็นช่องแช่แข็งประมาณ 2-3 ชั่วโมง ให้แข็งตัว แล้วใช้ช้อนขูดให้ละเอียด นำไปใส่เครื่องปั่นน้ำผลไม้ให้ละเอียดแล้วแช่เย็นอีกครั้งก่อนจัดเสิร์ฟ 14.04.2020 RECIPE

พาร์เฟต์ฟักทอง 1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ เตรียมถาดอบครัมเบิลโดยวางแผ่นอบซิลิโคนไว้บนถาด พักไว้ 2. ทำครัมเบิลขิงโดยใส่แป้งสาลี ขิงป่น อบเชย และเกลือป่น ลงในอ่างผสม ใช้มือคนพอเข้ากัน ใส่เนย ใช้ฝ่ามือถูแป้งกับเนยจนเป็นเม็ดทรายร่วน ใส่น้ำตาลและถั่วพีแคน เคล้าให้เข้ากัน 3. นำครัมเบิลขิงที่ทำไว้แผ่บนถาดอบที่เตรียมไว้ให้ทั่ว นำเข้าอบในเตาอบที่อุ่นไว้อบนาน 15 นาที นำออกมาวางพักบนตะแกรงจนหายร้อน ปรับอุณหภูมิเตาอบเป็น 200 องศาเซลเซียส 4. ทำพาร์เฟต์ฟักทองโดยนำฟักทองและแครอทห่อฟอยล์ ปิดให้มิดชิด นำเข้าอบในเตาอบที่อุ่นไว้ 30 นาที หรือจนฟักทองและแครอทสุกนิ่ม ระหว่างที่อบฟักทอง นำแผ่นเจลาตินแช่น้ำเย็นจัดจนนุ่ม  5. เมื่อฟักทองนุ่มแล้วนำออกจากฟอยล์ใส่เครื่องบด ใส่น้ำตาล อบเชย กานพลู และกลิ่นวานิลลา บดจนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ใส่น้ำเชื่อมกลิ่นเมเปิล พักไว้ 6. นำแผ่นเจลาตินที่นุ่มแล้วบีบน้ำพอหมาด นำไปละลายในไมโครเวฟ เทลงในส่วนผสมฟักทอง คนให้เข้ากัน 7. ตีวิปปิ้งครีมในอ่างผสมอีกใบพอตั้งยอดอ่อน แบ่งวิปปิ้งครีมครึ่งหนึ่งใส่ลงในส่วนผสมข้อ 6 คนให้เข้ากัน ตักใส่ถุงบีบที่ใส่หัวบีบกลม ส่วนวิปปิ้งครีมที่เหลือตีให้ข้นเพิ่มขึ้นจนตั้งยอด ตักใส่ถุงบีบที่ใส่หัวบีบหยัก พักไว้ 8. ใส่ครัมเบิลขิงพอประมาณลงด้านล่างของแก้ว บีบพาร์เฟต์ฟักทองใส่พอประมาณจนครบทุกแก้ว บีบวิปปิ้งครีมที่เตรียมไว้ลงในแก้วเล็กน้อย สลับด้วยครัมเบิลขิงและพาร์เฟต์ ตกแต่งด้วยวิปปิ้งครีม โรยครัมเบิลที่เหลือ เสิร์ฟ 13.04.2020 RECIPE

ช็อกโกเเลตบาร์ทำมือ 1. ใส่น้ำลงในหม้อให้ระดับน้ำสูงประมาณ 1-2 ซม. ตั้งบนไฟอ่อน ใส่เนยโกโก้ลงในอ่างผสมยกขึ้นวางบนหม้อน้ำร้อน ใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดให้อุณหภูมิเนยโกโก้อยู่ระหว่าง 50-55 องศาเซลเซียส คนจนกระทั่งเนยโกโก้ละลายหมด 2. ใส่น้ำตาลไอซิ่ง ใช้พายยางคนให้น้ำตาลไอซิ่งละลายไม่เป็นเม็ด โดยให้คงอุณหภูมิยังอยู่ระหว่าง 50-55 องศาเซลเซียสเท่าเดิม ถ้าอ่างผสมร้อนเกินไปให้ยกลงจากหม้อ คนจนอุณหภูมิลดลงแล้วนำกลับไปตั้งบนหม้อใหม่ 3. ใส่ผงคาเคา 2 ใน 3 ส่วนลงในอ่างเนยโกโก้ คนให้ผงคาเคาละลายเข้ากัน จากนั้นยกอ่างลง ใส่ผงคาเคาที่เหลือเพื่อ cool down ให้อุณหภูมิลงมาที่ 32 – 34 องศาเซลเซียส ใส่กลิ่นวนิลลาและผิวส้มลนไฟ คนให้เข้ากัน 4. แช่อ่างผสมในอ่างน้ำเย็นเพื่อลดอุณหภูมิช็อกโกแลตลงมาที่ 27-28 องศาเซลเซียส นำส่วนผสมกลับไปตุ๋นบนหม้อน้ำร้อนเพื่อดึงอุณหภูมิขึ้นมาที่ 32-34 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่พร้อมนำไปใช้งาน 5. เทส่วนผสมลงพิมพ์ให้เต็ม เคาะเพื่อไล่อากาศเล็กน้อย ตกแต่งด้วยส้มนาเวลเชื่อมอบแห้งและอัลมอนด์สับหยาบ แช่ในตู้เย็นช่องธรรมดานาน 45 นาทีจนช็อกโกแลตเซตตัว   หมายเหตุ         ทำผิวส้มลนไฟโดยล้างส้มวาเลนเซีย หรือส้มนาเวลให้สะอาด ซับให้แห้ง ปอกเปลือกโดยไม่ติดเนื้อสีขาวด้านใน นำเปลือกส้มไปลนไฟอ่อนๆพอให้มีน้ำมันจากผิวส้มออกมามีกลิ่นหอม สับผิวส้มให้ละเอียด อ่านบทความเพิ่มเติม Craft Chocolate Bar ทำเองง่ายๆ ให้ใครไป เขารักตายเลย   09.02.2020 RECIPE

พันนาคอตตาทับทิม 1. นำแผ่นเจลาตินแช่น้ำเย็นจัดจนนุ่ม พักไว้ ใส่วิปปิ้งครีม นมสด น้ำตาลทราย และผิวส้ม ลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางจนร้อน ใส่เจลาตินและสีผสมอาหาร คนจนเจลาตินละลาย ปิดไฟ พักไว้พออุ่น ฉีดสเปรย์น้ำมันเคลือบด้านในพิมพ์บางๆ เทพันนาคอตต้าใส่พิมพ์ นำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดาอย่างน้อย 3 ชั่วโมง จนเซ็ตตัว 2. ทำซอสทับทิมโดยใส่น้ำทับทิม น้ำตาลทราย และผิวส้ม ลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางจนเดือด ละลายแป้งข้าวโพดกับน้ำเข้าด้วยกัน ใส่ลงในหม้อ คนจนซอสเดือดข้น ยกลงพักไว้จนเย็นสนิท แล้วใส่เมล็ดทับทิม 3. จัดเสิร์ฟโดยคว่ำพันนาคอตต้าออกจากพิมพ์ ราดซอสทับทิม Tips หากใช้น้ำทับทิมสด ให้แกะเมล็ดทับทิมประมาณ 3 ผล นำไปปั่นจนละเอียด กรองเอาแต่น้ำจะได้น้ำทับทิมสดประมาณ 1½ ถ้วย หรือ 350 กรัม แบ่งน้ำทับทิมครึ่งหนึ่งไปเคี่ยวกับน้ำตาลทราย 120 กรัม และผิวส้ม จนน้ำตาลละลาย ใส่แป้งข้าวโพดละลายน้ำเคี่ยวพอข้น นำมาผสมกับน้ำทับทิมที่เหลือ หากนำน้ำทับทิมทั้งหมดมาตั้งไฟ จะทำให้สีซอสทับทิมหมองลง อ่านบทความเพ่ิมเติม Tropical Fruits ในของหวานสไตล์ยุโรป 30.01.2020 RECIPE

แซนด์วิชทงคัตสึวานปากุ 1. ทำสลัดแครอทโดยผสมน้ำส้มสายชูหมักจากไวน์ขาว เกลือสมุทร และพริกไทยลงในอ่างผสม ค่อยๆเทน้ำมันมะกอกลงตีผสมให้เข้ากัน ใส่แครอทขูดเส้นลงเคล้าให้ทั่ว พักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 30 นาที 2. ทำซอสมัสตาร์ดมาโยโดยผสมมายองเนสและดิจองมัสตาร์ด คนให้เข้ากัน พักไว้ 3. ทำหมูทอดโดยตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง รอไว้ ปรุงรสเนื้อหมูด้วยเกลือสมุทรและพริกไทยดำป่นให้ทั่วทั้งสองด้าน นำลงชุบแป้งสาลี ไข่ไก่และเกล็ดขนมปังป่น พอน้ำมันร้อน ใส่เนื้อหมูลงทอดจนสุกเหลือง ตักขึ้นพักบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน 4. ประกอบแซนด์วิชโดยวางขนมปังขวางกับกระดาษไข ทาซอสมัสตาร์ดมาโยบนขนมปังให้ทั่ว วางผักกาดคอส สลัดแครอท แตงกวาญี่ปุ่น มะเขือเทศและหมูทอด ราดด้วยซอสทงคัตสึพอประมาณ วางไข่ดาวและกะหล่ำปลีม่วงซอย ทาซอสมัสตาร์ดมาโยบนขนมปังอีกแผ่น วางปิดทับด้านบน ใช้มือกดแซนวิชให้แน่นเล็กน้อย พับกระดาษไขด้านซ้ายและขวามาชนกัน ม้วนขอบกระดาษลงให้แน่น พับเก็บด้านข้างให้เรียบร้อย พักไว้ประมาณ 15 นาที 5. ใช้มีดฟันเลื่อยตัดครึ่งแซนด์วิชก่อนเสิร์ฟ 03.12.2019 RECIPE

ชีสทาร์ตมะเขือเทศ 1. ทำฐานทาร์ตโดยผสมไดเจสทีฟบิสกิตบดละเอียดกับเนยสดชนิดจืดละลายให้เข้ากัน ตักใส่พิมพ์ทาร์ตใช้นิ้วมือหรือช้อนอัดฐานให้เรียบเสมอกันใช้มือกรุขอบด้านข้างพิมพ์ให้แน่น และความหนาของบิสกิตประมาณ 1 ซม.นำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดา พักไว้ 2. ทำมะเขือเทศเพียวเรโดยใช้มีดกรีดที่ก้นมะเขือเทศให้เป็นรูปกากบาท ใส่น้ำในหม้อประมาณ 2/3 ของหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง ใส่เกลือสมุทร พอน้ำเริ่มเดือดใส่มะเขือเทศลงต้มจนเปลือกเริ่มล่อนออกจากเนื้อ ตักขึ้นใส่อ่างน้ำเย็น พักให้คลายร้อน ลอกเปลือกมะเขือเทศและผ่าเอาเม็ดด้านในออกให้เหลือแต่เนื้อ นำเนื้อมะเขือเทศไปปั่นจนเนียนละเอียด เทใส่กระทะ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง เคี่ยวจนเนื้อมะเขือเทศข้นและสีเข้มขึ้น ปิดไฟ พักไว้ให้เย็น 3. ทำตัวชีสเค้กโดยใช้ตระกร้อมือตีครีมชีสจนเนื้อเนียนไม่เป็นก้อน ค่อยๆใส่น้ำตาลทรายทีละน้อยจนหมด ตีต่อจนเนื้อครีมชีสเนียน ใส่วิปปิ้งครีม น้ำเลมอน และมะเขือเทศเพียวเรคนให้ส่วนผสมเข้ากันดี ละลายเจลาตินในไมโครเวฟจนได้ลักษณะน้ำใสๆ ค่อยๆเทเจลาตินเหลวลงในส่วนผสมครีมชีสคนให้เป็นเนื้อเดียวกัน ตักส่วนผสมชีสเค้กใส่พิมพ์ทาร์ตที่เตรียมไว้ให้พอดีกับขอบ นำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 2-3 ชั่วโมง หรือจนชีสเค้กเซ็ตตัว 4. ทำมะเขือเทศเชื่อมโดยอุ่นเตาอบไฟบนล่างที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ ใส่น้ำตาลทรายขาวและน้ำลงในกระทะ ตั้งบนไฟกลาง รอจนน้ำเชื่อมเดือดและข้น ลดเป็นไฟอ่อน ใส่มะเขือเทศเชอร์รีทั้งสองสีหั่นแว่นลงไป เคี่ยวจนสังเกตเห็นว่ามะเขือเทศเริ่มใสจึงปิดไฟ ตักชิ้นมะเขือเทศขึ้นพักไว้บนตะแกรงตาถี่ นำเข้าอบประมาณ 15 นาที พักไว้ให้เย็น 5. เมื่อชีสเค้กเซ็ตตัว นำออกจากตู้เย็น ตกแต่งด้วยมะเขือเทศเชื่อมและใบไธม์ เสิร์ฟ อ่านบทความเพิ่มเติม ขนมจากผัก...ที่จะทำให้คุณรักการกินผักมากขึ้น   14.08.2019 RECIPE