Found 12 results for Tag : แช่เย็น

บิงซูมะม่วงน้ำปลาหวาน 1. ทำน้ำแข็งน้ำปลาหวานโดยใส่น้ำตาลมะพร้าว น้ำปลา และน้ำลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง รอให้เดือดและน้ำตาลละลายดี ปิดไฟ เทใส่ถ้วยเล็กหรือพิมพ์ทรงสูง แช่ตู้เย็นช่องแช่แข็งนาน 6 ชั่วโมงหรือข้ามคืนจนเซ็ตตัวเป็นน้ำแข็ง 2. ทำซอสน้ำปลาหวานโดยผสมน้ำตาลมะพร้าว น้ำปลา กะปิ และน้ำรวมกันในหม้อ เคี่ยวด้วยไฟกลางจนซอสขข้นหนืด ปิดไฟ พักให้หายร้อน ใส่หอมแดง กุ้งแห้งฝอย พริกจินดาซอย คนให้เข้ากัน พักไว้ 3. จัดเสิร์ฟโดยนำน้ำแข็งน้ำปลาหวานใส่ในเครื่องทำน้ำแข็งไส ปั่นน้ำแข็งออกมาใส่ถ้วยที่เตรียมไว้ วางมะม่วงเปรี้ยวหั่นเต๋ารอบๆฐานบิงซู  ราดด้านบนด้วยซอสน้ำปลาหวาน เสิร์ฟพร้อมซอสน้ำปลาหวาน 10.04.2019 RECIPE

บิงซูมะยงชิดพริกเกลือ 1. ทำน้ำแข็งนมโดยผสมนมสดชนิดจืดและนมข้นหวานรวมกันในชามผสม คนให้เข้ากัน เทใส่ถ้วยเล็กหรือพิมพ์ทรงสูง แช่ตู้เย็นช่องแข็งนาน 6 ชั่วโมงหรือข้ามคืนจนเซ็ตตัวเป็นน้ำแข็ง 2. ทำซอสมะยงชิดโดยใส่เนื้อมะยงชิด น้ำ และน้ำตาลทรายรวมกันในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟกลาง เคี่ยวจนมะยงชิดนิ่มลงและซอสข้น ใส่น้ำมะนาว คนให้เข้ากัน ปิดไฟ พักให้หายร้อน 3. ทำพริกเกลือโดยผสมน้ำตาลทราย เกลือป่น และพริกขี้หนูป่น คนให้เข้ากัน พักไว้ 4. จัดเสิร์ฟโดยนำน้ำแข็งนมสดใส่ในเครื่องทำน้ำแข็งไส ปั่นน้ำแข็งออกมาใส่ถ้วยที่เตรียมไว้ วางเนื้อมะยงชิดฝานรอบๆฐานบิงซู  ราดด้านบนด้วยซอสมะยงชิด โรยพริกเกลือให้ทั่ว  ตกแต่งด้วยใบแก้ว เสิร์ฟพร้อมซอสมะยงชิดและพริกเกลือที่เหลือ 10.04.2019 RECIPE

บิงซูแตงโมปลาแห้ง 1. ทำน้ำแข็งแตงโมโดยปั่นเนื้อแตงโมและน้ำเชื่อมรวมกันจนละเอียด เทใส่ถ้วยเล็กหรือพิมพ์ทรงสูง แช่ตู้เย็นช่องแช่แข็งนาน 6 ชั่วโมงหรือข้ามคืนจนเซ็ตตัวเป็นน้ำแข็ง 2. ล้างปลาช่อนให้สะอาด ซับให้แห้ง นำไปปิ้งบนตะแกรงด้วยไฟอ่อนจนสุกแห้ง และมีกลิ่นหอม พักให้เย็น แกะเอาเฉพาะเนื้อปลา ไม่เอาหนังและก้าง โขลกหรือปั่นจนเนื้อปลาฟู ตักใส่ถ้วย พักไว้ 3. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟอ่อน เจียวหอมแดงจนเริ่มเหลืองเล็กน้อย ปิดไฟ กรองหอมเจียวออกจากน้ำมัน หอมเจียวจะเหลืองกำลังดี ตั้งกระทะใบเดิมบนไฟอ่อน ใส่น้ำมันหอมเจียวที่กรองไว้กลับลงไป 1 ช้อนโต๊ะ ตามด้วยเนื้อปลาแห้งโขลก คั่วเนื้อปลาจนแห้งกรอบ ใส่หอมเจียวและน้ำตาลทราย ผัดพอเข้ากัน ปิดไฟ พักให้เย็น 4. ทำครีมกะทิโดยผสมหัวกะทิ 3/4 ถ้วยและเกลือรวมกันในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง คนให้เกลือละลาย นำกะทิที่เหลือละลายกับแป้งข้าวโพด เทลงในหม้อ คนให้เข้ากันและกะทิเริ่มข้นเป็นครีม ปิดไฟ ยกลง พักให้เย็น 5. จัดเสิร์ฟโดยนำน้ำแข็งแตงโมใส่ในเครื่องทำน้ำแข็งไส ปั่นน้ำแข็งออกมาใส่ถ้วยที่เตรียมไว้ วางแตงโมคว้านเป็นลูกกลมรอบๆฐานบิงซู หยอดครีมกะทิด้านบน โรยด้วยปลาแห้ง ตกแต่งด้วยใบสะระแหน่ เสิร์ฟพร้อมครีมกะทิและปลาแห้งที่เหลือ     10.04.2019 RECIPE

สตรอว์เบอร์รีโฟรเซนโยเกิร์ต 1. ทำเกล็ดสตรอว์เบอร์รีโดยแบ่งสตรอว์เบอร์รีแช่แข็งออกมา 75 กรัม สับหยาบๆ พักไว้ในตู้เย็นช่องแช่แข็ง 2. ทำเนื้อไอศกรีมโดยใส่สตรอว์เบอร์รีแช่แข็งที่เหลือ ลงในเครื่องปั่นอาหาร เติมน้ำเชื่อมและโยเกิร์ตลงไป ปั่นจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันเนียนดี ใส่เนื้อไอศกรีมลงในภาชนะ เติมเนื้อสตรอว์เบอร์รีสับหยาบลงไป คนให้เข้ากัน ใช้ก้นช้อนเกลี่ยหน้าไอศกรีมในภาชนะให้เรียบเนียน แล้วนำเข้าตู้เย็นช่องแช่แข็งจนไอศกรีมเซ็ตตัวดีประมาณ 4 ชั่วโมง 3. จัดเสิร์ฟโดยราดกรีกโยเกิร์ตลงในถ้วย ใช้ที่ตักไอศกรีมตักโฟรเซนโยเกิร์ตใส่ลงถ้วยแก้ว ตกแต่งด้วยสตรอว์เบอร์รีหั่นชิ้น 19.03.2019 RECIPE

วุ้นใบบัวบก 1. ปั่นใบบัวบกกับน้ำ 1 ½ ถ้วย แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง ตวงน้ำใบบัวบกที่ปั่นให้ได้ 2 ถ้วย 2. ใส่ผงวุ้นกับน้ำที่เหลือ 1 ถ้วย ลงในกระทะทอง คนพอเข้ากัน พักไว้นานประมาณ 15 นาที เพื่อให้ผงวุ้นดูด น้ำได้ดีขึ้นจากนั้น ยกกระทะทองขึ้นตั้งบนไฟกลาง คนจนผงวุ้นละลายและเดือด สังเกตดูถ้าไม่มีเม็ดวุ้นเล็กๆ เกาะอยู่ตามขอบกระทะและไม้พายแล้ว จึงใส่น้ำตาลลงไปคนให้ละลายและรอให้เดือดอีกครั้ง ใส่น้ำใบบัวบกที่เตรียมไว้ คนให้เข้ากันแล้วเคี่ยวต่อให้เดือดอีกนานประมาณ 3 นาที ยกลง 3. ตักหยอดใส่แก้วครึ่งแก้ว พอตึงตัวจึงวางใบบัวบก 1 ใบ แล้วตักวุ้นใบบัวบกใส่ให้เกือบเต็มแก้ว รอให้วุ้นตึงตัวอีกครั้งจึงวางตกแต่งด้วยใบบัวบก นำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาก่อนรับประทาน 28.02.2019 RECIPE

พันนาคอตตาซอสราสป์เบอร์รี 1. ตั้งหม้อน้ำบนไฟกลางพอเดือด ใส่วิปปิ้งครีมในอ่างผสม ยกขึ้นตั้งบนหม้อ อุ่นวิปปิ้งครีมให้พอร้อน ยกลง ใส่เจลาตินแผ่น และ Vanilla extract คนให้เจลาตินละลาย เทส่วนผสมลงในถ้วยเล็กจนเต็ม นำไปแช่เย็นให้เซ็ทตัวประมาณ 3 ชั่วโมง หรือ ข้ามคืน 2. ทำซอสราสป์เบอร์รีโดยใส่ราสป์เบอร์รีแช่แข็ง น้ำ และน้ำตาลอิริทริทอลลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง เคี่ยวจนส่วนผสมซอสเป็นเนื้อเดียวกันและข้นขึ้นเล็กน้อย ใส่น้ำเลมอนและผิวเลมอนคนให้เข้ากัน ปิดไฟ ยกลง นำไปปั่นจนเนื้อเนียน แช่เย็นพักไว้ 3. ปั่นวอลนัทอบและเนยละลายรวมกันในโถปั่นของแห้งให้พอหยาบ ตักออก พักไว้ 4. จัดเสิร์ฟโดย แช่ถ้วยพันนาคอตตาในถาดน้ำอุ่น ใช้มีดปลายแหลมแซะรอบๆตัวขนม เคาะพันนาคอตตาออกจากถ้วยลงในจานเสิร์ฟ ตักถั่ววอลนัทที่ปั่นวางไว้ด้านข้าง ราดด้วยซอสราสป์เบอร์รี  ตกแต่งด้วยราสป์เบอร์รีและใบสะระแหน่ 19.02.2019 RECIPE

บิงซูบัวลอยมะพร้าวอ่อนซอสไข่เค็ม 1. เตรียมน้ำแข็งนมสดโดยเฉาะมะพร้าวอ่อน เทน้ำมะพร้าวอ่อน 2 ถ้วยผสมกับนมสด คนให้เข้ากัน นำไปใส่พิมพ์น้ำแข็งที่มากับเครื่องทำน้ำแข็งไส นำเข้าตู้เย็นช่องแช่แข็ง รอให้เซ็ตตัว ส่วนเนื้อมะพร้าวอ่อนใช้ช้อนหรือที่ขูดมะพร้าวขูดเป็นแผ่นๆ เตรียมไว้ 2. ทำบัวลอยโดยผสมแป้งข้าวเหนียวและน้ำ นวดจนได้เนื้อแป้งนิ่มเนียน แบ่งเป็นสองส่วน ใส่สีผสมอาหารสีเหลืองและสีส้ม นวดให้เนียนเข้ากัน ปั้นแป้งบัวลอยป็นลูกขนาด 1 ซม. เตรียมไว้ 3. ตั้งหม้อน้ำบนไฟแรงจนเดือด ใส่บัวลอยที่ปั้นลงต้มจนสุก สังเกตจากเม็ดบัวลอยจะขึ้น ตักขึ้นพักในน้ำเย็นสักครู่แล้วตักออกใส่น้ำเชื่อมที่เตรียมไว้  4. ทำซอสไข่เค็มหวานโดยใส่นมสดและนมข้นหวานลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟพอเดือด ปิดไฟ ใส่ไข่แดงเค็มนึ่งลงในโถเครื่องปั่น เทส่วนผสมนมร้อนๆลงไป ปั่นจนเนียนละเอียดเข้ากัน ถ้าไข่แดงยังเป็นเม็ดอยู่เล็กน้อยไม่เป็นไร  5. จัดเสิร์ฟโดยถอดน้ำเเข็งนมสดออกจากพิมพ์ ใส่ลงในเครื่องทำน้ำแข็งไส กดปั่นจนได้เกล็ดน้ำแข็งละเอียดใส่ชาม วางเนื้อมะพร้าวอ่อนรอบๆน้ำแข็ง หยอดบัวลอยด้านบน เมื่อจะรับประทาน ราดด้วยซอสไข่เค็มหวาน     Tips: - นึ่งไข่แดงเค็มดิบในลังถึงนานประมาณ 10 นาที 16.01.2019 RECIPE

เชอร์เบตมังคุด 1. เตรียมเนื้อมังคุด โดยบากเปลือกมังคุดโดยรอบ แซะเนื้อมังคุดออกมาใส่อ่าง ส่วนเปลือกล้างให้สะอาด เก็บ เข้าตู้เย็นช่องแช่แข็ง ไว้ใส่เชอร์เบต ปั่นเนื้อมังคุดในเครื่องปั่นจนเนียน กรองเอาแต่น้ำมังคุดสีขาว ใส่อ่างผสม พักไว้ 2. ทำเมอแรงก์โดยตีไข่ขาวในอ่างผสมด้วยตะกร้อพอขึ้นฟูแล้วค่อยๆ ใส่น้ำตาลและน้ำมะนาว พร้อมกับตีจนไข่ขาว ขึ้นฟูและมันวาว ตักไข่ขาวใส่ในอ่างน้ำมังคุดที่พักไว้ตะล่อมเบาๆด้วยตะกร้อให้เข้ากัน เทลงในเครื่องปั่นไอศกรีมตามขั้นตอน ใช้เวลาปั่นประมาณ 15 นาที หรือปั่นจนได้เนื้อเชอร์เบตเนียนละเอียดตามต้องการ (ขึ้นอยู่กับประเภทและคุณภาพของเครื่องทำไอศกรีมที่ใช้) ตักเชอร์เบตใส่ภาชนะ ปิดฝาให้สนิท นำเข้าตู้เย็นช่องแช่แข็งประมาณ 3 ชั่วโมง ก่อนรับประทาน 3. จัดเสิร์ฟโดยตักเชอร์เบตใส่ถ้วยหรือเปลือกมังคุดที่เก็บไว้ รับประทานทันที   Tips ไม่ควรแกะเนื้อมังคุดทิ้งไว้นาน เพราะเนื้อมังคุดจะคล้ำ ทำให้เมื่อนำไปปั่นเป็นเชอร์เบตไม่น่ารับประทาน การผสมไข่ขาวหรือเมอแรงก์ลงในเชอร์เบตช่วยให้เนื้อเชอร์เบตเนียนเบาขึ้น ข้อสำคัญคือควรเลือกใช้ไข่ไก่สดสะอาดล้างเปลือกไข่ให้สะอาดก่อนแยกไข่ออกจากเปลือก เครื่องทำไอศกรีมที่ใช้ในสูตรนี้เป็นเครื่องทำไอศกรีมแบบมีคอมเพรสเซอร์ทำความเย็นในตัว วิธีใช้เครื่องคือเปิดเครื่องทำไอศกรีมทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที ให้ถังใส่ไอศกรีมเริ่มเย็นลง จึงใส่เนื้อเชอร์เบตที่ทำเสร็จลงปั่น หากใช้เครื่องทำไอศกรีมแบบถังเยือกแข็ง ควรแช่เนื้อเชอร์เบตให้เย็นจัดก่อน แล้วจึงนำไปปั่นในเครื่องทำไอศกรีม 07.03.2018 RECIPE

เต้าฮวยฟรุตสลัด 1. สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือ การแช่เจลาติน ให้อิ่มตัว โดยโรยผงเจลาตินลงในน้ำ พักไว้ 5 นาที จนเจลาตินอิ่มตัว 2. ใส่นมจืด นมข้นจืด และนมข้นหวาน ลงในหม้อ โรยผงวุ้นให้ทั่ว ยกขึ้นตั้งบนไฟอ่อน ใช้ทัพพีคนเรื่อยๆจนผงวุ้นละลาย (สังเกตทัพพีไม่มีผงวุ้นติดขึ้นมาเป็นเม็ดๆ) รอจนเดือดอีกครั้ง แล้วใส่เจลาตินที่อิ่มน้ำแล้ว คนให้ละลายเข้ากัน ปิดไฟ พักให้พออุ่น 3. ตักใส่ถ้วยแก้วใสขนาด 7 ออนซ์ จำนวน 4 ใบ ปิดด้วยพลาสติกแรป นำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาอย่างน้อย 3 ชั่วโมง จนเซตตัว 4. จัดเสิร์ฟโดยหยอดหน้าเต้าฮวยด้วยฟรุตสลัดตามชอบ รับประทานเย็นๆ ชื่นใจ หายเครียดแน่นอน   Variations หากไม่มีนมข้นจืดใช้นมสดอย่างเดียวก็ได้ แต่จะขาดรสชาติและกลิ่นหอมๆมันๆ ไปบ้างก็ไม่เป็นไร นอกจาก นั้นสำหรับคนแพ้นมวัวจะแทนด้วยน้ำเต้าหู้ หรือน้ำนมธัญพืช แล้วใส่น้ำตาลก็ได้ เปลี่ยนจากฟรุตสลัดกระป๋องเป็นผลไม้สดที่มีอยู่ หั่นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปเชื่อมเองง่ายๆ ก็ได้ 07.03.2018 RECIPE

ทีรามิสุ 1. เตรียมฐานทีรามิสุโดยใส่กาแฟสำเร็จรูปลงในอ่างผสม เทน้ำร้อนใส่ คนจนกาแฟละลายเข้ากัน วางน้ำกาแฟทิ้งไว้หรือนำเข้าแช่ในตู้เย็นให้หายร้อน 2. แช่แผ่นเจลาตินลงในอ่างน้ำเย็นที่ใส่น้ำแข็ง เตรียมไว้ 3. เตรียมพิมพ์โดยหุ้มพลาสติกแรปด้านล่างพิมพ์ วางไว้บนกระดาษแข็งที่วางบนถาดอะลูมิเนียมอีกที 4. ทำเนื้อครีมทีรามิสุโดยใส่น้ำลงในหม้อประมาณ ¼ ของหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางจนเดือด ลดเป็นไฟอ่อน ใส่ไข่แดง น้ำตาล และเหล้ารัมดำ ลงในอ่างสเตนเลสหรือชามทนความร้อน ยกขึ้นวางบนหม้อน้ำเดือดอ่อนๆ ใช้ตะกร้อตีจนไข่แดงข้นและสีอ่อนลง ยกอ่างลงจากหม้อ ตีต่อจนไข่แดงหายร้อน แล้วใส่มัสการ์โปเนชีสลงไปครึ่งหนึ่ง ตีจนเริ่มเข้ากัน แล้วใส่ชีสที่เหลือและกลิ่นวานิลลา ตีต่อแค่พอเข้ากันดี เทลงอ่างผสมใบใหม่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น พักไว้ (ถ้าอ่างเดิมมีขนาดใหญ่พออยู่แล้วก็ใช้อ่างใบเดิม) 5. นำวิปปิ้งครีม ¼ ถ้วยใส่หม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟอ่อน พอวิปปิ้งครีมร้อน แต่ไม่ถึงกับเดือด ปิดไฟ ใส่เจลาตินที่แช่น้ำจนนุ่มแล้วลงไป คนด้วยช้อนจนเจลาตินละลายหมด พักไว้ให้หายร้อน 6. ระหว่างรอให้วิปปิ้งครีมที่ใส่เจลาตินหายร้อน เตรียมฐานทีรามิสุโดยจุ่มเลดี้ฟิงเกอร์หนึ่งชิ้นลงในน้ำกาแฟประมาณ 1 วินาที ยกขึ้นให้สะเด็ดน้ำ วางเรียงเลดี้ฟิงเกอร์ 8 ชิ้นให้เต็มด้านล่างพิมพ์ พักไว้ 7. นำวิปปิ้งครีมที่เหลือใส่อ่างผสมแล้ววางบนอ่างใส่น้ำแข็งอีกที ตีด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าจนเริ่มขึ้นฟูเป็นฟอง จึงเริ่มเทวิปปิ้งครีมที่ละลายกับเจลาตินไว้ลงไป ตีต่อจนทั้งหมดข้นฟู ทดสอบโดยพอยกตะกร้อแล้ววาดเป็นลวดลายได้ 8. ตักวิปปิ้งครีมที่ตีครึ่งหนึ่งลงใส่ในส่วนผสมชีสข้อ 4 ใช้พายยางตะล่อมเบาๆ ให้เข้ากัน    แล้วจึงใส่วิปปิ้งครีมที่เหลือให้หมดตะล่อมจนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน 9. ตักเนื้อครีมทีรามิสุที่ได้ประมาณ 2/3 ส่วนของทั้งหมดลงบนเลดี้ฟิงเกอร์ที่เรียงไว้ เกลี่ยพอเรียบเท่ากัน เรียงด้วยเลดี้ฟิงเกอร์ที่ชุ่มน้ำกาแฟอีกชั้นหนึ่ง ตักเนื้อครีมทีรามิสุที่เหลือราดทับเลดี้ฟิงเกอร์ชั้นบน นำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดา 1 คืน ก่อนถอดออกจากพิมพ์ (หรือนำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องแช่แข็งนาน 4 ชั่วโมง) 10. ถอดออกจากพิมพ์โดยแกะพลาสติกแรปด้านข้างออก ใช้หัวพ่นไฟพ่นรอบๆ พิมพ์เพื่อให้เนื้อเค้กคลายตัว ค่อยๆดึงพิมพ์ออก ตัดเสิร์ฟเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม พร้อมโรยผงโกโก้   Tips มัสการ์โปเนชีสเป็นชีสที่ขึ้นชื่อของเขตลอมบาร์ดี (Lombardy) ในประเทศอิตาลี เนื้อชีสไม่แข็งเป็นก้อนแต่เหมือนวิปปิ้งครีมที่ตีจนขึ้นฟูมีขายตามซูเปอร์มาร์เกตทั่วไปหลายยี่ห้อ หลายราคา เลือกใช้เอาตามที่ชอบ ถ้าไม่สามารถหาซื้อเลดี้ฟิงเกอร์ได้ สามารถใช้เนื้อเค้กรสกาแฟแทนได้ ส่วนใหญ่นิยมใส่เหล้ามาร์ซาลา (Marsala) อามาเรตโต (Amaretto) วิสกี้ (Whisky) หรือไม่ก็เหล้ารัม (Rum) เคล็ดลับการใช้มัสการ์โปเนชีสคือ ก่อนใช้นำชีสออกมาพักนอกตู้เย็นจนมีอุณหภูมิใกล้เคียงกับในห้อง หรือเย็นกว่าเล็กน้อย เวลาผสมชีสกับครีมไข่แดงไม่ควรตีนานจนเกินไปเพราะชีสจะแยกตัวหากเนื้อครีมทีรามิสุเหลว เวลาใส่พิมพ์จะทำให้เลดี้ฟิงเกอร์เรียงไม่อยู่ระดับเดียวกัน ดังนั้นก่อนใส่ลงในพิมพ์จึงควรทำให้เนื้อทีรามิสุข้นขึ้นก่อนโดยวางอ่างเนื้อครีมทีรามิสุลงบนอ่างน้ำแข็ง ใช้พายยางคนเบาๆ ไปเรื่อยๆ จนเนื้อทีรามิสุข้นขึ้นแล้วจึงตักเนื้อครีมใส่พิมพ์หากไม่มีพิมพ์สี่เหลี่ยมไม่มีฐานสามารถใช้ถาดแก้วสี่เหลี่ยมได้ เวลารับประทานก็ตัดแบ่งเป็นชิ้น 07.03.2018 RECIPE