Found 30 results for Tag : แป้งข้าวเจ้า

กุยช่ายทอดตอกไข่ 1. ทำน้ำจิ้มกุยช่ายโดยผสมซีอิ๊วดำหวาน น้ำ น้ำตาล น้ำส้มสายชู และเกลือสมุทรรวมกันในหม้อ เคี่ยวบนไฟกลางให้ข้นตามต้องการ ปิดไฟ ใส่พริกแดงจินดาโขลก คนให้เข้ากัน พักไว้ 2. ใส่ใบกุยช่าย เกลือสมุทร น้ำตาลทราย เบกกิ้งโซดาและน้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะรวมกันในอ่างผสม ใช้มือขยำจนใบกุยช่ายเริ่มสลด พักไว้บนกระชอนประมาณ 10 นาที เมื่อครบเวลาใช้มือบีบน้ำในใบกุยช่ายออก พักไว้บนกระชอนให้สะเด็ดน้ำ 3. ใส่น้ำในหม้อลังถึงประมาณ ¾ ของหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง รอไว้ ผสมแป้งมัน แป้งข้าวเจ้าและแป้งข้าวเหนียว รวมกันในอ่างผสม ค่อยๆเทน้ำร้อนลงไป คนส่วนผสมแป้งให้เข้ากัน ใส่น้ำมันพืชที่เหลือ คนให้เข้ากัน ใส่ใบกุยช่าย ผสมจนเป็นเนื้อเดียวกัน ทาพิมพ์ด้วยน้ำมันพืชให้ทั่ว เทส่วนผสมกุยช่ายลงไป นึ่งประมาณ 15 นาทีจนสุก พักไว้จนเย็นสนิท 4. แซะกุยช่ายออกจากพิมพ์ หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาด 2X2 นิ้ว เตรียมไว้ ตั้งกระทะบนไฟกลางใส่น้ำมัน พอร้อน นำกุยช่ายลงจนเหลืองกรอบ ตักขึ้น หั่นกุยช่ายเป็นชิ้นสามเหลี่ยม เทน้ำมันในกระทะออกให้เหลือประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ยกตั้งบนไฟกลาง นำกุยช่ายที่หั่นไว้ลงทอด ตอกไข่ใส่ลงไป ผัดให้ไข่เคลือบกุยช่าย ปิดไฟ 5. ตักใส่จาน จัดเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มกุยช่าย   25.11.2019 RECIPE

ช่อม่วงไส้หวาน 1. ทำไส้หวานโดยตั้งกระทะบนไฟกลาง ใส่มันหมูลงผัดให้หอมฟู เทน้ำมันหมูส่วนเกินออก ใส่ฟักเชื่อม งาขาวคั่วบด และหอมแดงเจียว ปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายและเกลือ ผสมให้เข้ากัน ตักขึ้นพักไว้ให้เย็นสนิท 2. ทำแป้งช่อม่วงโดยใส่น้ำมะนาวลงในน้ำดอกอัญชันที่เตรียมไว้ คนให้เข้ากัน พักไว้ ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน และแป้งเท้ายายม่อม เข้าด้วยกันในกระทะทองเหลือง ค่อยๆ ใส่น้ำดอกอัญชัน ใช้มือนวดจนแป้งเป็นก้อน นวดต่อสักครู่ จึงใส่น้ำดอกอัญชันที่เหลือเพื่อคลายแป้งให้เหลวเหมือนเดิม ใส่น้ำมันพืช ผสมให้เข้ากัน ยกกระทะขึ้นตั้งบนไฟกลาง กวนแป้งจนจับตัวเป็นก้อนและล่อนออกจากกระทะ (ทดสอบโดยเมื่อใช้นิ้วแตะแล้วแป้งไม่ติดนิ้ว) ปิดไฟ นำแป้งใส่อ่างผสมที่โรยแป้งนวลไว้บางๆ จุ่มมือในแป้งนวล แล้วนวดแป้งที่กวนขณะร้อนๆ จนแป้งนุ่มเนียนและไม่ติดมือ ใช้ผ้าขาวบางคลุม พักไว้ 3. แบ่งแป้งเป็นก้อนกลม ก้อนละ 12 กรัม ใช้มือกดตรงกลางเป็นรูปเบ้า แผ่แป้งออกเป็นทรงถ้วย ตักไส้ประมาณ 1 ช้อนชา ใส่ตรงกลาง หุ้มแป้งขึ้นมาให้มิด คลึงเป็นก้อนกลม เอาด้านรอยห่อแป้งไว้ด้านล่าง ใช้แหนบจุ่มลงในแป้งนวล เคาะให้แป้งติดแหนบบางๆ ใช้แหนบจับจีบกลีบดอกให้รอบ โดยเริ่มจากล่างสุดแล้ววนขึ้นด้านบน (ขณะจีบหากแป้งเริ่มติดแหนบ ให้จุ่มแหนบลงในแป้งนวลแล้วเคาะออกเช่นเดิม) ทำเช่นนี้จนเสร็จ 4.  ใส่น้ำในหม้อลังถึง ¾ ของหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง เตรียมไว้ ฉีกใบตองเป็นริ้วๆ วางในลังถึง ทาด้วยน้ำมันหอมแดงเจียว เรียงขนมบนใบตอง ใช้กระบอกฉีด (ฟ็อกกี้) พรมน้ำให้ทั่ว พอน้ำเดือด ลดไฟลงเล็กน้อย นำขนมลงนึ่งนาน 15 นาที หรือจนสุก ยกลง พรมด้วยน้ำ 5. จัดช่อม่วงใส่จาน หยอดด้วยหัวกะทิ เสิร์ฟ   อ่านบทความเพิ่มเติม ถอดรหัส ‘อาหารว่างไทย’ จากกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน 07.11.2019 RECIPE

ขนมจีบไทย จีบนก 1. ทำแป้งขนมจีบไทยโดยผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งเท้ายายม่อม และแป้งมัน ในอ่างผสม ค่อยๆ เติมน้ำ นวดจนแป้งเป็นก้อนเนียน เทน้ำที่เหลือจนหมดเพื่อคลายแป้ง ใส่กะทิ คนให้เข้ากัน เทส่วนผสมแป้งลงในกระทะทองเหลือง ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง กวนจนแป้งจับตัวเป็นก้อนและล่อนจากกระทะ (ทดสอบโดยเมื่อใช้นิ้วแตะแป้งแล้วไม่ติดนิ้ว) ปิดไฟ ตักแป้งใส่อ่างผสมที่โรยแป้งนวลไว้บางๆ จุ่มมือในแป้งนวลแล้วนวดแป้งที่กวนขณะร้อนๆ จนแป้งนุ่มเนียนและไม่ติดมือ คลุมด้วยผ้าขาวบางชุบน้ำบิดหมาด พักไว้ (ทำแป้งขนมจีบนกเช่นเดียวกันโดยใช้น้ำดอกอัญชันแทน) 2. ทำไส้หมูโดยโขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทย เข้าด้วยกันให้ละเอียด ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง พอน้ำมันเริ่มร้อน ใส่เครื่องที่โขลกลงผัดให้หอม ใส่หอมใหญ่ หอมแดง ผัดจนสุกใส ใส่หมูสับและเนื้อกุ้งลงผัดพอสุก ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำปลา น้ำตาลมะพร้าว และน้ำตาลทราย ผัดต่อจนไส้เริ่มแห้ง ใส่ถั่วลิสงคั่วบด ผัดให้เข้ากัน ปิดไฟ พักไว้ให้เย็น 3. ทำขนมจีบไทยโดยปั้นแป้งเป็นก้อนกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้ว (ก้อนละ 15 กรัม) ใช้นิ้วกดตรงกลางให้เป็นรูปเบ้า แผ่แป้งด้านข้างออกให้มีลักษณะเป็นถ้วย ตักไส้หมูใส่ตรงกลางประมาณ 1 ช้อนชา แล้วรวบแป้งปิดให้เป็นคอขึ้นมาคล้ายรูปคนโท ใช้แหนบจุ่มลงในแป้งนวล เคาะให้แป้งติดแหนบบางๆ หนีบแป้งด้านข้างเป็นจีบโดยรอบและหนีบเป็นปากขวด ทำจนหมด ทำขนมจีบนกเช่นเดียวกัน โดยหลังจากหนีบแป้งด้านข้างเป็นจีบโดยรอบแล้ว ใช้พริกชี้ฟ้าสีแดงติดเป็นปากนกและงาดำติดเป็นตานก ทำจนหมดแป้ง 4. ใส่น้ำในหม้อลังถึง ¾ ของหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง เตรียมไว้ ฉีกใบตองเป็นริ้วๆ วางเรียงในลังถึง ทาด้วยน้ำมันกระเทียมเจียว นำขนมมาเรียงบนใบตอง ใช้กระบอกฉีด (ฟ็อกกี้) ฉีดพรมน้ำให้ทั่ว นำไปนึ่งนาน 15 นาที จนสุก ยกลง พรมน้ำและน้ำมันกระเทียมเจียว 5. จัดใส่จาน เสิร์ฟกับผักกาดหอม ผักชี และพริกขี้หนูสวน   อ่านบทความเพิ่มเติม ถอดรหัส ‘อาหารว่างไทย’ จากกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน 07.11.2019 RECIPE

กระทงทองไส้ข้าวโพด 1. ร่อนแป้งทั้งสองชนิดก่อนตวง ผสมแป้งสาลี แป้งข้าวเจ้า และเกลือเข้าด้วยกันในอ่างผสม ใส่หัวกะทิและไข่แดงไข่เป็ดนวดให้เข้ากัน ใส่น้ำปูนใส นวดให้เข้ากันกรองส่วนผสมผ่านกระชอนตาถี่หรือผ้าขาวบาง 2 ครั้ง แป้งกระทงทองที่ได้จะเนียน ใส่แป้งในภาชนะที่จุ่มพิมพ์ได้ง่าย (ภาชนะก้นลึก เช่น ถ้วยตวงของเหลว) ถ้ายังไม่ใช้ทันที เก็บแป้งไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดา แป้งจะข้นขึ้นอีกเล็กน้อย 2. ตั้งกระทะทองเหลืองหรือหม้อบนไฟกลางค่อนข้างอ่อน ใส่น้ำมัน พอน้ำมันร้อนพอดี (ทดสอบโดยหยดแป้งกระทงทองลงไปเล็กน้อยแล้วมีฟองอากาศจำนวนมากและแป้งค่อยๆลอยขึ้นบนผิว หน้า) จ่มุ พิมพ์ลงในน้ำมันประมาณ 5 นาที (หรือแช่พิมพ์ในน้ำมันเตรียมไว้ล่วงหน้า) เตรียมถาดใหญ่พร้อมตะแกรงไว้ใกล้ตัว พอพิมพ์ร้อนคนแป้งด้วยส้อม (คนแป้งก่อนทุกครั้ง ที่จุ่มพิมพ์) แตะก้นพิมพ์บนกระดาษทิชชูเพื่อซับน้ำมันส่วนเกินออก แล้วจุ่มพิมพ์ลงตรงๆ ในแป้ง ให้แป้งเคลือบพิมพ์เกือบถึงขอบ (ให้เหลือประมาณ 1-2 มิลลิเมตร ถ้าจุ่มถึงขอบพิมพ์พอดี เมื่อนำลงทอดในน้ำมันร้อนๆ แป้งจะฟูเลยขอบพิมพ์ขึ้นมาทำให้ไม่สวย) จุ่มลงทอดในน้ำมัน โดยจุ่มไว้ให้ขอบพิมพ์ปริ่มผิวหน้าน้ำมัน ประมาณ 10 วินาที (เพื่อให้ขอบกระทงทองอยู่ตัวดีก่อนไม่ฟูเลยขอบพิมพ์ขึ้นมา) แล้วจึงค่อยจุ่ม ให้ก้นพิมพ์สัมผัสก้นกระทะเบาๆ (เพื่อให้ฐานกระทงทองเรียบ) เมื่อกระทงทองเซตตัวดีแล้ว ใช้ไม้ปลายแหลมแซะออกจากพิมพ์ ทอดต่ออีกประมาณ 5 วินาทีตักขึ้นพักบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน (คว่ำกระทงทองลงเพื่อให้น้ำมันไหลออก) พักจนกระทงทองเย็นสนิท (ประมาณ10-15 นาที) เก็บใส่ภาชนะที่ปิดสนิทไว้ที่อุณหภูมิห้อง จะคงความกรอบได้ 1-2 วัน 3. ทำไส้ข้าวโพดโดยตั้งกระทะเนยบนไฟกลาง พอเนยละลาย ใส่รากผักชีลงผัดพอหอม ใส่หมูบดลงผัดพอสุก ใส่ข้าวโพด นมสด ปรุงรสด้วยน้ำตาลและเกลือ ผัดให้ทั่วและน้ำงวดลง ประมาณ 5 นาที ชิมรสให้กลมกล่อม ผัดต่อพอให้แห้ง ตักใส่ถ้วยเตรียมไว้ 4. จัดเสิร์ฟกระทงทองโดยตักไส้ข้าวโพดใส่กระทงทอง ตกแต่งด้วยผักชีและพริกชี้ฟ้าสีแดง เสิร์ฟทันที   สูตรอาหารโดย กรณิศ รัตนามหัทธนะ 01.11.2019 RECIPE

ไก่เผ็ดเกาหลี 1. นำปีกไก่มาล้างให้สะอาด ซับให้แห้ง ใช้ส้อมจิ้มปีกไก่ให้ทั่วใส่ในอ่างผสมไว้ ใส่เกลือป่น พริกไทยดำป่น และขิงขูด ใช้มือนวดเคล้าให้ส่วนผสมเคลือบปีกไก่จนทั่ว ปิดด้วยพลาสติกแร๊ป แช่ตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 15-20 นาที 2. เตรียมแป้งทอดกรอบโดยผสมแป้งสาลีอเนกประสงค์ แป้งข้าวเจ้า และผงฟูในอ่าง คนให้เข้ากัน นำปีกไก่ที่หมักไว้ลงคลุกจนแป้งเกาะติดเนื้อไก่จนทั่ว เคาะแป้งส่วนเกินออกเล็กน้อย ใช้ฟ๊อกกี้ฉีดพรมน้ำบนปีกไก่พอหมาด นำไก่ไปคลุกแป้งซ้ำอีกครั้ง ใส่จาน ทำจนครบทุกชิ้น พักไว้ 3. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง รอจนน้ำมันร้อน ใส่ปีกไก่ชุบแป้งไว้ลงทอด พอไก่เริ่มเหลือง เร่งเป็นไฟแรง ทอดต่อจนไก่สุกเป็นสีเหลืองทอง ตักขึ้นพักสะเด็ดน้ำมัน 4. ทำซอสเผ็ดเกาหลีโดย ตั้งกระทะบนไฟกลาง ใส่น้ำมันพืช พอร้อน ใส่กระเทียมสับผัดจนมีกลิ่นหอม ใส่มิริน ซอสมะเขือเทศ ซอสโคชูจัง น้ำตาลทราย ซีอิ๊วญี่ปุ่น และพริกป่นเกาหลี คนให้เข้ากัน ปรับความข้นเหลวด้วยน้ำ พอซอสเดือดข้น ปิดไฟ เคล้าไก่กับซอสให้ซอสเคลือบชิ้นไก่ให้ทั่ว (สามารถโรยพริกป่นเพิ่มได้ตามชอบ) 5. จัดใส่จาน โรยด้วยงาขาวคั่วและต้นหอมหั่นแฉลบ เสิร์ฟ     16.09.2019 RECIPE

หอมแขกชุบแป้งทอด (ข่างปองหอม) 1. นำหอมแขกมาปอกเปลือก ล้างให้สะอาด แล้วซอยบางๆตามยาว ใส่ลงในอ่างผสม ใส่ขมิ้นผง พริกป่น และเกลือ คลุกเคล้าให้เข้ากัน ใส่แป้งข้าวเจ้าและแป้งข้าวเหนียว ใช้มือคลุกเคล้าให้แป้งเคลือบหอมจนทั่ว 2. เทน้ำปูนใสลงในอ่างส่วนผสมข้อ 1 ใช้ส้อมคนจนแป้งละลายเข้ากันกับส่วนผสมลักษณะเนื้อแป้งที่ได้จะมีความข้นปานกลางไม่เหนียวมาก แล้วใช้ช้อนตักหอมขึ้นมา สังเกตถ้าหอมพอมีแป้งเคลือบติดอยู่บางๆ แสดงว่าแป้งไม่ข้นมาก พักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดานาน 10 นาที 3. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟอ่อนจนน้ำมันเริ่มร้อนเล็กน้อย ใช้ช้อนซุปตักส่วนผสมหอมให้เต็มช้อน แล้วหยอดลงทอดในกระทะน้ำมันครั้งละ 4-5 ก้อน (หากตักแป้งปริมาณมากเกินเมื่อทอดจะทำให้แป้งด้านในไม่กรอบ) ทอดด้วยไฟอ่อน จนฟองอากาศที่เกาะอยู่รอบๆเริ่มหมด จึงเร่งไฟให้แรงขึ้น ทอดต่อแค่พอแป้งมีสีเหลืองทอง ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน เสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มบ๊วยกอ 01.03.2019 RECIPE

ต้นหอมทอดกรอบ 1. ล้างต้นหอมให้สะอาด พักให้สะเด็ดน้ำหั่นเป็นท่อนยาว 1½ นิ้ว ใส่ลงในอ่างผสม ใส่ขมิ้นผง พริกป่น เกลือ และพริกไทย คลุกเคล้าพอเข้ากัน ใส่แป้งข้าวเจ้าและแป้งข้าวเหนียวคลุกเคล้าจนส่วนผสมแป้งเคลือบต้นหอมจนทั่ว 2. เทน้ำปูนใสลงในอ่างส่วนผสมข้อ 1 ใช้ส้อมคนให้แป้งละลายเข้ากันกับส่วนผสมลักษณะเนื้อแป้งที่ได้จะมีความข้นปานกลางไม่เหนียวมาก ใช้ช้อนตักต้นหอมขึ้นมา สังเกตถ้าต้นหอมพอมีแป้งเคลือบติดอยู่บางๆแสดงว่าแป้งไม่ข้นมาก พักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดานาน 5-10 นาที 3. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟอ่อนจนน้ำมันเริ่มร้อนเล็กน้อย ใช้ทัพพีตักส่วนผสมที่พักไว้หยอดลงทอดในกระทะน้ำมัน ให้เป็นแพบางๆ (หากตักแป้งปริมาณมากเกิน เมื่อทอดจะทำให้แป้งด้านในไม่กรอบ) ทอดด้วยไฟอ่อนจนฟองอากาศที่เกาะอยู่รอบๆหมด จึงเร่งไฟให้แรงขึ้น ทอดให้แป้งออกสีเหลืองทอง ตักขึ้นพักให้ สะเด็ดน้ำมัน 4. ทำน้ำพริกหนุ่มโดยนำพริกหนุ่ม มะเขือเทศ หอมแดง และกระเทียมไทย ไปย่างจนสุก ลอกเปลือกพริก มะเขือเทศ หอมแดง และกระเทียม โขลกเครื่องทั้งหมดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยเกลือ ปลาร้า คนพอเข้ากัน โรยหน้าด้วยต้นหอมและผักชี จัดเสิร์ฟคู่กับต้นหอมทอดกรอบและแตงกวา 01.03.2019 RECIPE

ทอดมันเห็ดนางฟ้า 1. หั่นส่วนโคนเห็ดทิ้ง ฉีกเห็ดตามยาวให้เป็นเส้นๆ ใส่ลงในอ่างผสม พักไว้ ผสมน้ำพริกแกงและน้ำปูนใสให้เข้ากันในถ้วยอีกใบ ใส่แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว เกลือ และใบมะกรูด ลงในอ่างผสมเห็ดที่พักไว้ ใช้มือคลุก เคล้าจนส่วนผสมแป้งเคลือบเห็ดจนทั่ว ใส่น้ำพริกแกงที่เตรียมไว้ลงในอ่างผสมเห็ด ใช้ส้อมคนให้แป้งละลายเข้ากันกับส่วนผสม ลักษณะแป้งที่ได้จะมีความข้นหนืด พักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดานาน 5 นาที 2. ทำน้ำจิ้มโดยโขลกพริกชี้ฟ้ากับกระเทียมเข้าด้วยกันจนละเอียด จากนั้นผสมน้ำตาล น้ำส้มสายชู และเกลือ ใส่หม้อใบเล็ก เคี่ยวด้วยไฟกลางจนเดือด น้ำจิ้มจะมีลักษณะข้นเหนียวเล็กน้อย ใส่พริกชี้ฟ้าที่โขลก คนให้เข้ากัน ปิดไฟ 3. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟอ่อนจนน้ำมันเริ่มร้อนเล็กน้อย ใช้ช้อนซุปตักส่วนผสมเห็ดที่พักไว้หยอดลงทอดในกระทะน้ำมันครั้งละ 4-5 ก้อน (หากตักแป้งปริมาณมากเกิน เมื่อทอดจะทำให้แป้งด้านในไม่กรอบ) ทอดด้วย ไฟอ่อน จนฟองอากาศที่เกาะอยู่รอบๆเริ่มหมดตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน ตักใส่จาน เสิร์ฟกับน้ำจิ้ม แตงกวาและหอมแดง 01.03.2019 RECIPE

ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ 1. ทำแป้งโดยใส่แป้งข้าวเจ้า แป้งมันและแป้งเท้ายายม่อม ลงในอ่างผสม ใส่น้ำ คนให้แป้งไม่จับตัวเป็นเม็ด ใส่จนหมดน้ำ 2. ทำไส้กุยช่ายโดยหมักกุยช่ายกับเกลือส่วนที่ 1 เบกกิ้งโซดา น้ำมันส่วนที่ 1 และน้ำตาลทรายส่วนที่ 1 คลุกเคล้าให้เข้ากัน พักไว้ 30 นาที คั้นบีบเอาน้ำกุยช่ายออก จากนั้นตั้งกระทะน้ำมันส่วนที่ 2 บนไฟกลาง ใส่กระเทียมลงผัดพอเหลืองหอม ใส่กุยช่ายหมัก ปรุงรสด้วยเกลือส่วนที่ 1 และน้ำตาลส่วนที่ 2 ผัดให้สุกนุ่ม ปิดไฟ ตักใส่อ่างผสม พักไว้ 3. ทำไส้โดยเจียวกระเทียมกับน้ำมันในกระทะด้วยไฟกลางจนเหลือง จากนั้นใส่เนื้อหมู ผัดยีจนสุก จึงใส่เห็ดหูหนู ผัดจนสุกทั่ว ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาล ซีอิ๊วขาว และน้ำมันหอย ผัดจนทั่ว ตามด้วยต้นหอม พริกไทย ผัดให้เข้ากันจนทั่ว ปิดไฟ ตักใส่จาน 4. ทำไส้ถั่วงอกโดยตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง ใส่กระเทียม ผัดพอเหลืองหอม ใส่หมูสับ ผัดพอสุก ใส่ถั่วงอก ปรุงรสด้วยเกลือผัดพอทั่ว ปิดไฟ ตักใส่จานไว้ 5. ทำน้ำซุปโดยต้มน้ำในหม้อด้วยไฟกลางให้เดือด ใส่กระดูกหมู โครงไก่ พอเดือดหมั่นช้อนฟองทิ้งจนน้ำซุปใส โขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทย เข้าด้วยกันให้ละเอียด ตักใส่ผ้าขาวบางมัดให้แน่นใส่ลงในหม้อน้ำซุป ใส่หัวไช้เท้า ปรุงรสด้วยน้ำตาลกรวด เกลือ และซีอิ๊วขาว เคี่ยวด้วยไฟอ่อนนาน 1 ½ ชั่วโมง 6. ใส่ข้าวเกรียบปากหม้อไส้ตามชอบลงในชาม ใส่เครื่องปรุงรสต่อชาม ตักน้ำซุปใส่ เสิร์ฟร้อนๆ 01.02.2019 RECIPE

ปากหม้อไส้กะหล่ำปลีเห็ดหอม 1. ทำแป้งโดยใส่แป้งข้าวเจ้า แป้งมันและแป้งเท้ายายม่อม ลงในอ่างผสม ใส่น้ำ คนให้แป้งไม่จับตัวเป็นเม็ด ใส่จนหมดน้ำ 2. ทำน้ำจิ้มโดยเคี่ยวน้ำตาล น้ำส้มสายชู เกลือ และน้ำ ในหม้อด้วยไฟอ่อนจนเหนียวเล็กน้อย ปิดไฟ พักไว้ให้เย็น จึงใส่พริกชี้ฟ้าคนพอทั่ว ตามด้วยแครอท คนให้เข้ากัน 3. ทำไส้โดยตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางใส่กระเทียมลงผัดพอเหลือง ใส่เห็ดหอม ผัดพอเหลืองหอม ใส่แครอท และกะหล่ำปลี ผัดพอสุก ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว เกลือ พริกไทยดำและน้ำตาล ผัดให้เข้ากัน ตักใส่จาน พักไว้ 4. เตรียมหม้อคอคอดใส่น้ำ 2/3 ของหม้อ ขึงผ้าโทเร มัดด้วยหนังยางให้แน่น ดึงให้ตึงเจาะรูริมผ้าเล็กน้อยเพื่อให้ไอน้ำพุ่งขึ้นมา ยกหม้อตั้งบนไฟกลาง ปิดฝาครอบ ต้มจนน้ำเดือด ใช้ทัพพีกลมเล็กตักแป้งที่ผสม 3 ช้อนโต๊ะ ลงละเลงบนปากหม้อเป็นแผ่นบาง ปิดฝาครอบนาน 10 วินาที ตักไส้กะหล่ำปลีเห็ดหอมใส่ แล้วใช้พายยางจุ่มน้ำปาดแป้งให้ย่นหุ้มไส้ให้สวยงาม ตักใส่จานที่มีน้ำมันเล็กน้อย 5. จัดใส่จาน โรยกระเทียมเจียว เสิร์ฟกับน้ำจิ้ม 01.02.2019 RECIPE

ก๋วยเตี๋ยวหลอดหมูแดง 1. ทำหมูแดงโดยหมักเนื้อหมูกับน้ำตาล ผงพะโล้ น้ำมันพืช น้ำมันงา เกลือ ซีอิ๊วขาว และพริกไทยป่น ผสมให้เข้ากันจนน้ำตาลละลาย หมักไว้อย่างน้อย 30 นาที ตั้งกระทะบนไฟกลางใส่น้ำมันเล็กน้อย พอร้อน ใส่หมูหมักลงผัดให้สุกทั้งสองด้าน ใส่น้ำ ปิดฝาเคี่ยวจนเนื้อหมูสุกและน้ำแห้งซึมเข้าเนื้อหมู หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็ก เตรียมไว้ 2. ทำน้ำซีอิ๊วสำหรับราดโดยตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางพอร้อน ใส่ต้นหอมและรากผักชี ผัดพอหอม ใส่น้ำซุปไก่ ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ น้ำตาลกรวด น้ำมันงา คนให้ทั่ว ชิมรสให้หวานกลมกล่อม ตักต้นหอมและผักชีออก 3. ทำแป้งโดยผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมันแป้งถั่วเขียว และน้ำ เข้าด้วยกัน คนให้ละลายเตรียมหม้อคอคอดใส่น้ำ ¾ ของหม้อ ขึงผ้าโทเร มัดด้วยหนังยางให้แน่น ดึงให้ตึง เจาะรูริมผ้าเล็กน้อยเพื่อให้ไอน้ำพุ่งขึ้นมา ยกหม้อตั้งบนไฟกลาง ปิดฝาครอบ ต้มจนน้ำเดือดใช้ทัพพีกลมเล็กตักแป้งที่ผสมประมาณ 3 ช้อนโต๊ะลงละเลงบนปากหม้อเป็นแผ่นบางปิดฝาครอบ นาน 10 วินาที ใส่ไส้หมูแดง ใช้พายยางจุ่มน้ำ ปาดแป้งให้หุ้มไส้พับเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม ตักใส่จานที่ทาน้ำมันกระเทียมเจียว 4. จัดใส่จาน ราดน้ำซีอิ๊ว เสิร์ฟกับจิ๊กโฉ่ 01.02.2019 RECIPE

กุยช่ายปากหม้อ 1. ทำไส้โดยหมักกุยช่ายกับเกลือส่วนที่ 1 เบกกิ้งโซดา น้ำมันส่วนที่ 1 และน้ำตาลทรายส่วนที่ 1 คลุกเคล้าให้เข้ากัน พักไว้ 30 นาที คั้นบีบเอาน้ำกุยช่ายออก จากนั้นตั้งกระทะน้ำมันส่วนที่ 2 บนไฟกลาง ใส่กระเทียมลงผัดพอเหลืองหอม ใส่กุยช่ายหมัก ปรุงรสด้วยเกลือส่วนที่ 1 และน้ำตาลส่วนที่ 2 ผัดให้สุกนุ่ม ปิดไฟ ตักใส่อ่างผสม พักไว้ 2. ทำน้ำจิ้มโดยเคี่ยวน้ำตาล ซีอิ๊วดำหวาน น้ำส้มสายชู เกลือ และน้ำ เข้าด้วยกันในหม้อให้ละลาย ปิดไฟ พักไว้พออุ่น ใส่พริกขี้หนู 3. ทำแป้งโดยผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมันและน้ำ เข้าด้วยกันในอ่างผสม คนให้แป้งละลาย 4. เตรียมหม้อคอคอดใส่น้ำ 2/3 ของหม้อขึงผ้าโทเร มัดด้วยหนังยางให้แน่น ดึงให้ตึงเจาะรูริมผ้าเล็กน้อยเพื่อให้ไอน้ำพุ่งขึ้นมายกหม้อตั้งบนไฟกลาง ปิดฝาครอบ ต้มจนน้ำเดือด ใช้ทัพพีกลมเล็กตักแป้งที่ผสม 3 ช้อนโต๊ะ ลงละเลงบนปากหม้อเป็นแผ่นบางปิดฝาครอบนาน 10 วินาที ตักไส้กุยช่ายใส่แล้วใช้พายยางจุ่มน้ำปาดแป้งให้ย่นหุ้มไส้ให้สวยงาม ตักใส่จานที่มีน้ำมันเล็กน้อย 5. จัดใส่จาน โรยกระเทียมเจียว เสิร์ฟกับน้ำจิ้ม 01.02.2019 RECIPE

ข้าวเกรียบปากหม้อ 1. ทำไส้โดยโขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทย เข้าด้วยกันให้ละเอียด ตักใส่ถ้วย จากนั้นตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางพอร้อน ใส่เครื่องที่โขลกลงผัดพอหอม ใส่หัวไช้โป๊ ผัดให้ทั่ว ปรุงรสด้วยน้ำตาล ใส่น้ำ แบะแซ ผัดให้เข้ากัน พอน้ำเริ่มแห้ง ลดเป็นไฟอ่อน ชิมรสให้เค็มหวาน ผัดจนแห้ง ใส่ถั่วลิสง ผัดให้ทั่ว ปิดไฟ ตักใส่จาน พักไว้ 2. ทำแป้งข้าวเกรียบปากหม้อโดยผสมแป้งแต่ละสีในอ่างผสมแต่ละใบ ค่อยๆใส่น้ำ ผสมให้ส่วนผสมเข้ากันดี 3. เตรียมหม้อคอคอดใส่น้ำ ¾ ของหม้อ ขึงผ้าโทเร มัดด้วยหนังยางให้แน่น ดึงให้ตึงเจาะรูริมผ้าเล็กน้อยเพื่อให้ไอน้ำพุ่งขึ้นมา ยกหม้อตั้งบนไฟกลาง ปิดฝาครอบ ต้มจนน้ำเดือดใช้ทัพพีกลมเล็กตักแป้งที่ผสมแต่ละสีประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ ลงละเลงบนปากหม้อเป็นแผ่นบาง ปิดฝาครอบนาน 10 วินาที ปั้นไส้เป็นก้อนใส่ ใช้พายยางจุ่มน้ำปาดแป้งให้ย่นหุ้มไส้ให้สวยงาม ตักใส่จานที่ทาน้ำมันกระเทียมเจียว ทำจนแป้งหมดครบทุกสี 4. จัดใส่จานหรือภาชนะ โรยกระเทียมเจียว เสิร์ฟร้อนๆกับผักสดและน้ำส้มพริกดอง 01.02.2019 RECIPE

ปากหม้อไส้เต้าหู้หมูสับ 1. ทำน้ำจิ้มโดยเคี่ยวน้ำตาล น้ำส้มสายชู เกลือ และน้ำ ในหม้อด้วยไฟอ่อนจนเหนียวเล็กน้อย ปิดไฟ พักไว้ให้เย็น จึงใส่พริกชี้ฟ้าคนพอทั่ว ตามด้วยแครอท คนให้เข้ากัน 2. ทำแป้งโดยใส่แป้งข้าวเจ้า แป้งมันและแป้งเท้ายายม่อม ลงในอ่างผสม ใส่น้ำ คนให้แป้งไม่จับตัวเป็นเม็ด ใส่จนหมดน้ำ 3. ทำไส้โดยตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางใส่กระเทียมและหอมใหญ่ ผัดพอเหลืองหอมใส่หมูสับ ผัดพอสุก ใส่เต้าหู้ขาวแข็ง ผัดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว เกลือ พริกไทยดำ น้ำตาล ผัดให้ทั่ว ใส่ต้นหอม ผัดให้สุก 4. เตรียมหม้อคอคอดใส่น้ำ 2/3 ของหม้อ ขึงผ้าโทเร มัดด้วยหนังยางให้แน่น ดึงให้ตึงเจาะรูริมผ้าเล็กน้อยเพื่อให้ไอน้ำพุ่งขึ้นมา ยกหม้อตั้งบนไฟกลาง ปิดฝาครอบ ต้มจนน้ำเดือด ใช้ทัพพีกลมเล็กตักแป้งที่ผสม 3 ช้อนโต๊ะ ลงละเลงบนปากหม้อเป็นแผ่นบาง ปิดฝาครอบนาน 10 วินาที ตักไส้เต้าหูหมูสับใส่ แล้วใช้พายยางจุ่มน้ำปาดแป้งให้ย่นหุ้มไส้ให้สวยงามตักใส่จานที่มีน้ำมันเล็กน้อย 5. จัดใส่จาน โรยกระเทียมเจียว เสิร์ฟกับน้ำจิ้ม 01.02.2019 RECIPE

ปากหม้อญวน 1. ทำน้ำจิ้มโดยเคี่ยวน้ำตาล น้ำส้มสายชู เกลือ และน้ำ ในหม้อด้วยไฟอ่อนจนเหนียวเล็กน้อย ปิดไฟ พักไว้ให้เย็น จึงใส่พริกชี้ฟ้าคนพอทั่ว ตามด้วยแครอท คนให้เข้ากัน 2. ทำแป้งโดยใส่แป้งข้าวเจ้า แป้งมันและแป้งเท้ายายม่อม ลงในอ่างผสม ใส่น้ำ คนให้แป้งไม่จับตัวเป็นเม็ด ใส่จนหมดน้ำ 3. ทำไส้โดยเจียวกระเทียมกับน้ำมันในกระทะด้วยไฟกลางจนเหลือง จากนั้นใส่เนื้อหมู ผัดยีจนสุก จึงใส่เห็ดหูหนู ผัดจนสุกทั่ว ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาล ซีอิ๊วขาว และน้ำมันหอย ผัดจนทั่ว ตามด้วยต้นหอม พริกไทย ผัดให้เข้ากันจนทั่ว ปิดไฟ ตักใส่จาน 4. เตรียมหม้อคอคอดใส่น้ำ ¾ ของหม้อขึงผ้าโทเร มัดด้วยหนังยางให้แน่น ดึงให้ตึงเจาะรูริมผ้าเล็กน้อยเพื่อให้ไอน้ำพุ่งขึ้นมายกหม้อตั้งบนไฟกลาง ปิดฝาครอบ ต้มจนน้ำเดือด ใช้ทัพพีกลมเล็กตักแป้งที่ผสมประมาณ 3 ช้อนโต๊ะลงละเลงบนปากหม้อเป็นแผ่นบางปิดฝาครอบนาน 10 วินาที ตักไส้ใส่ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะตามแนวยาว แล้วใช้พายยางจุ่มน้ำปาดม้วนแป้งให้ห่อไส้เป็นแท่งยาว ตักใส่จาน 5. จัดใส่จาน โรยหมูยอ หอมเจียว เสิร์ฟกับผักสดและน้ำจิ้ม 01.02.2019 RECIPE

ขนมดอกอัญชันไส้เค็ม 1. แช่ดอกอัญชันสดในน้ำร้อน ประมาณ 10 นาที กรองเอากากออก ผสมแป้งข้าวเจ้าและแป้งมันในอ่างผสม ค่อยๆใส่น้ำอัญชันทีละน้อยนวดจนแป้งเป็นก้อน จากนั้นเทน้ำอัญชันที่เหลือลงไปเพื่อคลายแป้ง คนจนแป้งละลายหมดไม่เป็นเม็ดแป้ง 2. ตั้งหม้อน้ำลังถึงบนไฟแรง เมื่อน้ำเดือด เรียงถ้วยตะไลในชั้นลังถึง นึ่งถ้วยประมาณ 10 นาที เมื่อถ้วยร้อน หยอดแป้งลงในถ้วยให้เต็ม นึ่งตัวขนม ประมาณ 20 นาทีหรือจนแป้งสุก นำถ้วยออกวางในถาดน้ำเย็น รอให้เย็นสนิท จึงใช้ปลายด้ามช้อนหรือปลายมีดเล็กแคะขนมออกจากถ้วย พักไว้ 3. ทำไส้เค็มโดยตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง ผัดกระเทียมจนเหลืองหอม ใส่เห็ดและเต้าหู้ ผัดพอสุก ใส่หัวไชโป้วเค็ม ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวและน้ำตาลปี๊บ ใส่ถั่วลิสงคั่วผัดพอเข้ากัน ตักขึ้น พักไว้ 4. ทำน้ำจิ้มพริกดองโดยปั่นน้ำส้มสายชูและพริกชี้ฟ้าให้ละเอียด เทใส่กระทะตั้งบนไฟอ่อน ใส่น้ำตาลทราย เคี่ยวให้ข้นขึ้นเล็กน้อย พักไว้ให้เย็น 5. จัดเสิร์ฟโดย ราดน้ำจิ้มพริกดองบนจานเสิร์ฟ วางขนมดอกอัญชันที่นึ่งแล้วใส่จาน แปะทองคำเปลวบนตัวขนม ตักไส้เค็มใส่ด้านบน ตกแต่งด้วยกลีบดอกอัญชัน พริกชี้ฟ้าแดงซอยเส้นและใบผักชี โรยด้วยเมล็ดทับทิม เสิร์ฟ   อ่านบทความเพิ่มเติม เมนู 5 สีสวยจากผักผลไม้มากคุณประโยชน์ 24.01.2019 RECIPE

ครองแครงน้ำกะทิ ร่อนแป้งมันและแป้งข้าวเจ้ารวมกันในอ่างผสม 1-2 รอบ แบ่งแป้งเป็นสองส่วนเท่าๆกัน ทำแป้งครองแครงสีฟ้าโดยแช่ดอกอัญชันในน้ำอุ่น คั้นจนหมดสีจากกลีบดอก ตักดอกอัญชันออก แล้วยกหม้อน้ำดอกอัญชันขึ้นตั้งไฟอ่อนให้เดือด รอไว้ นำแป้งส่วนแรกใส่จาน ค่อยๆตักน้ำอัญชันเดือดๆลงในแป้ง ใช้ช้อนผสมให้เข้ากัน ค่อยๆใส่น้ำอัญชันทีละน้อย พอแป้งเริ่มจับเป็นก้อนจึงใช้มือนวดให้เนียนเข้ากันเป็นก้อน ทำแป้งครองแครงสีเขียวโดยปั่นใบเตยหั่นท่อนกับน้ำจนละเอียด กรองผ่านผ้าขาวบาง ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง พอเดือดแล้วปิดไฟทันที นำแป้งส่วนที่สองใส่จาน ตักน้ำใบเตยร้อนๆใส่ลงในแป้ง ใช้ช้อนผสมให้เข้ากัน พอแป้งเริ่มจับเป้นก้อนจึงใช้มือนวดให้เนียนเข้ากันเป็นก้อน ขึ้นตัวครองแครงทีละสีโดยปลิดแป้งออกมาเป็นก้อนเล็กๆ ปั้นเป็นก้อนกลม เป็นก้อนกลมเล็กแล้วกดด้วยส้อมหรือพิมพ์ครองแครงให้ม้วนเป็นตัวหนอนสวยงาม ใส่ลงในถาดที่โรยแป้งมันเล็กน้อย คลุมผ้าขาวบาง พักไว้ ต้มครองแครงที่กดในหม้อน้ำเดือดด้วยไฟกลางจนสุกลอย ตักขึ้นแช่น้ำเย็น พักไว้ ทำน้ำกะทิโดยใส่กะทิแท้ 100% ตราเรียลไทย น้ำ น้ำตาลทราย เกลือ และใบเตยมัดปมลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางพอร้อน คนให้น้ำตาลละลายและกะทิเดือดเล็กน้อย ตักครองแครงต้มสุก เนื้อมะพร้าวอ่อนขูดใส่ ชิมรส หวานและเค็มพอปะเเล่ม ใส่งาขาว คนให้เข้ากัน ตักใส่ถ้วย เสิร์ฟอุ่นๆ 09.07.2018 RECIPE

ปลากะพงทอดราดซอสมะขาม 1. ขอดเกล็ดปลา ควักเหงือกและผ่าท้องควักไส้ออก ล้างให้สะอาด ใส่ตะแกรงพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ หรือซับน้ำให้แห้ง แล่เนื้อปลาทั้งสองด้าน หั่นเป็นชิ้นใหญ่ ใส่ลงในอ่างผสม หมักกับซอสปรุงรส ซีอิ๊วขาว กระเทียมโขลก พริกไทย น้ำตาลทราย แป้งทอดกรอบ และแป้งข้าวเจ้า พักไว้ ส่วนหัวที่ติดกับก้างปลาใส่จานพักไว้เช่นกัน 2. โขลกพริกขี้หนูสวนสีเขียวกับพริกขี้หนูสีแดงเม็ดใหญ่และกระเทียมเข้าด้วยกันพอหยาบ ตักใส่ถ้วย พักไว้ 3. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางจนร้อนจัด ใส่เนื้อปลาที่หมักลงทอดครั้งละจำนวนชิ้นเท่าๆกันจนด้านนอกเหลืองกรอบแต่เนื้อในนุ่ม (เพื่อให้น้ำมันมีอุณหภูมิเท่าๆกันทุกครั้งที่ทอด) ลดไฟลง ทอดพอเหลืองกรอบ ตักใส่จาน พักไว้ ใส่ก้างปลาที่ติดกับหัวปลาลงทอดจนเหลืองกรอบทั่ว ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน 4. ทำซอสมะขามโดยตักน้ำมันในกระทะที่ทอดปลาออกให้เหลือประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ใส่เครื่องที่โขลกลงผัดจนมีกลิ่นหอม ใส่ขิง ผัดพอทั่ว ใส่น้ำสต๊อกไก่หรือหมู ผัดให้ทั่ว ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก น้ำปลา เกลือ เคี่ยวพอข้นเหนียวเล็กน้อย ใส่ขึ้นฉ่าย ผัดพอทั่ว ปิดไฟ 5. จัดก้างปลาทอดใส่จาน วางเนื้อปลาทอดด้านบน ราดซอสมะขาม ตกแต่งด้วยพริกชี้ฟ้าสีแดงหั่นแฉลบและยอดเซเลอรี เสิร์ฟ   Tips เนื้อปลาทอดกรอบ ราดซอสมะขามที่มีความเผ็ดร้อนของพริกกับกระเทียมที่โขลก รสเข้มข้นทั้งเปรี้ยว หวานเค็ม เลือกมะขามเปียกใหม่ๆ สีน้ำตาลอ่อน เก็บใส่ภาชนะ โรยเกลือเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เปลี่ยนสี เก็บเเช่ในตู้เย็น 12.03.2018 RECIPE

ข้าวเกรียบปากหม้อไทย 1. ทำไส้โดยโขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทย เข้าด้วยกันให้ละเอียด ตักใส่ถ้วยตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางพอร้อน ใส่เครื่องที่โขลกลงผัดพอหอม ใส่หัวไช้โป๊ หอมแดง และเต้าหู้ ผัดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำตาล และซีอิ้วขาว ผัดให้เข้ากันจนส่วนผสมเริ่มแห้ง ชิมรสให้เค็มหวาน ใส่ถั่วลิสงคั่ว ผัดให้ทั่ว ปิดไฟ ตักใส่จาน พักไว้ให้เย็น แล้วปั้นเป็นก้อนกลมเล็กๆขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5 นิ้ว เตรียมไว้ 2. ทำแป้งโดยผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน แป้งเท้ายายม่อม และน้ำเข้าด้วยกัน คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน 3. เตรียมหม้อคอคอดใส่น้ำ 3/4 ของหม้อ ขึงผ้าโทเรมัดด้วยหนังยางให้แน่น แล้วดึงผ้าให้ตึง เจาะรูข้างหม้อเพื่อให้ไอน้ำพุ่งขึ้นมา ยกหม้อขึ้นตั้งบนไฟกลาง ปิดฝาครอบ ต้มจนน้ำเดือด ใช้ทัพพีกลมเล็กตักแป้งที่ผสมครั้งละ 1 ทัพพี หรือประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ หยอดลงบนปากหม้อแล้วละเลงแป้งให้กระจายเป็นแผ่นบาง ปิดฝาครอบไว้นานประมาณ 10 วินาที ใส่ไส้ที่เตรียมไว้ แล้วใช้พายยางจุ่มน้ำปาดแป้งให้ย่นหุ้มไส้ให้สวยงาม ตักใส่จานที่ทาน้ำมันกระเทียมเจียว ทำ จนแป้งหมด 4. จัดข้าวเกรียบปากหม้อใส่จาน โรยกระเทียมเจียว และพริกขี้หนูสวน เสิร์ฟกับผักสด 12.03.2018 RECIPE

ทอดมันหัวปลี 1. ปอกเปลือกหัวปลี ลอกเอากาบด้านนอกออกจนถึงกาบสีขาวด้านใน ผ่าครึ่งตามยาว แช่ในอ่างน้ำที่ผสมน้ำมะขามเปียกหรือน้ำมะนาว เฉือนเอาแกนออก แกะเอาดอกที่แก่ออก ซอยตามขวางบางๆ แล้วใส่ลงแช่ในอ่างน้ำที่ผสมน้ำมะขามเปียกหรือน้ำมะนาวเพื่อไม่ให้ดำ 2. ใส่แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว หัวกะทิ และน้ำปูนใส ลงในอ่างผสม ใช้ตะกร้อคนให้เข้ากันใส่น้ำพริกแกงเผ็ด คนให้เข้ากันดี นำหัวปลีขึ้น จากนั้นใส่ตะแกรงล้างให้หายเปรี้ยว บีบน้ำให้แห้งใส่ลงในอ่างแป้งที่ผสม ใส่น้ำปลา และใบมะกรูด ใช้ส้อมคนให้ส่วนผสมเข้ากัน 3. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางจนร้อน ใช้ช้อนซุปตักส่วนผสมหัวปลีให้เต็ม ใส่ลงทอดในกระทะน้ำมันทอดให้สุกเหลืองทั้งสองด้าน ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน เร่งไฟให้แรงขึ้น เมื่อน้ำมันร้อนจัดใส่ใบสะระแหน่ลงทอดในน้ำมันร้อนๆ แล้วตักขึ้นทันที พักให้สะเด็ดน้ำมัน โรยบนทอดมันหัวปลี 4. จัดทอดมันหัวปลีใส่จาน เสิร์ฟกับน้ำพริกเผา   เคล็ดลับ วิธีการเตรียมหัวปลี ปอกเปลือก ลอกกาบที่เป็นสีเข้มออก เลือกใช้เฉพาะด้านในที่มีสีเหลืองอ่อน ผ่าตามยาวเป็น 4 ชิ้น แล้วแกะลูกกล้วยออก ซอยหัวปลีตามขวาง นำลงแช่ในอ่างน้ำผสมมะขามเปียก ใช้มือถูเบาๆเพื่อให้ยางกล้วยหลุดออก แล้วเทน้ำทิ้ง พักให้สะเด็ดน้ำจะได้หัวปลีที่มีสีไม่ดำ 12.03.2018 RECIPE