Found 24 results for Tag : แป้งสาลี

กระทงทองไส้ข้าวโพด 1. ร่อนแป้งทั้งสองชนิดก่อนตวง ผสมแป้งสาลี แป้งข้าวเจ้า และเกลือเข้าด้วยกันในอ่างผสม ใส่หัวกะทิและไข่แดงไข่เป็ดนวดให้เข้ากัน ใส่น้ำปูนใส นวดให้เข้ากันกรองส่วนผสมผ่านกระชอนตาถี่หรือผ้าขาวบาง 2 ครั้ง แป้งกระทงทองที่ได้จะเนียน ใส่แป้งในภาชนะที่จุ่มพิมพ์ได้ง่าย (ภาชนะก้นลึก เช่น ถ้วยตวงของเหลว) ถ้ายังไม่ใช้ทันที เก็บแป้งไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดา แป้งจะข้นขึ้นอีกเล็กน้อย 2. ตั้งกระทะทองเหลืองหรือหม้อบนไฟกลางค่อนข้างอ่อน ใส่น้ำมัน พอน้ำมันร้อนพอดี (ทดสอบโดยหยดแป้งกระทงทองลงไปเล็กน้อยแล้วมีฟองอากาศจำนวนมากและแป้งค่อยๆลอยขึ้นบนผิว หน้า) จ่มุ พิมพ์ลงในน้ำมันประมาณ 5 นาที (หรือแช่พิมพ์ในน้ำมันเตรียมไว้ล่วงหน้า) เตรียมถาดใหญ่พร้อมตะแกรงไว้ใกล้ตัว พอพิมพ์ร้อนคนแป้งด้วยส้อม (คนแป้งก่อนทุกครั้ง ที่จุ่มพิมพ์) แตะก้นพิมพ์บนกระดาษทิชชูเพื่อซับน้ำมันส่วนเกินออก แล้วจุ่มพิมพ์ลงตรงๆ ในแป้ง ให้แป้งเคลือบพิมพ์เกือบถึงขอบ (ให้เหลือประมาณ 1-2 มิลลิเมตร ถ้าจุ่มถึงขอบพิมพ์พอดี เมื่อนำลงทอดในน้ำมันร้อนๆ แป้งจะฟูเลยขอบพิมพ์ขึ้นมาทำให้ไม่สวย) จุ่มลงทอดในน้ำมัน โดยจุ่มไว้ให้ขอบพิมพ์ปริ่มผิวหน้าน้ำมัน ประมาณ 10 วินาที (เพื่อให้ขอบกระทงทองอยู่ตัวดีก่อนไม่ฟูเลยขอบพิมพ์ขึ้นมา) แล้วจึงค่อยจุ่ม ให้ก้นพิมพ์สัมผัสก้นกระทะเบาๆ (เพื่อให้ฐานกระทงทองเรียบ) เมื่อกระทงทองเซตตัวดีแล้ว ใช้ไม้ปลายแหลมแซะออกจากพิมพ์ ทอดต่ออีกประมาณ 5 วินาทีตักขึ้นพักบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน (คว่ำกระทงทองลงเพื่อให้น้ำมันไหลออก) พักจนกระทงทองเย็นสนิท (ประมาณ10-15 นาที) เก็บใส่ภาชนะที่ปิดสนิทไว้ที่อุณหภูมิห้อง จะคงความกรอบได้ 1-2 วัน 3. ทำไส้ข้าวโพดโดยตั้งกระทะเนยบนไฟกลาง พอเนยละลาย ใส่รากผักชีลงผัดพอหอม ใส่หมูบดลงผัดพอสุก ใส่ข้าวโพด นมสด ปรุงรสด้วยน้ำตาลและเกลือ ผัดให้ทั่วและน้ำงวดลง ประมาณ 5 นาที ชิมรสให้กลมกล่อม ผัดต่อพอให้แห้ง ตักใส่ถ้วยเตรียมไว้ 4. จัดเสิร์ฟกระทงทองโดยตักไส้ข้าวโพดใส่กระทงทอง ตกแต่งด้วยผักชีและพริกชี้ฟ้าสีแดง เสิร์ฟทันที   สูตรอาหารโดย กรณิศ รัตนามหัทธนะ 01.11.2019 RECIPE

แคนโนลี 1. ทำแป้งแคนโนลีโดยร่อนแป้งสาลี ผงโกโก้ และเกลือป่นลงในอ่างผสม ใส่เนยขาว ใช้ส้อมบี้แป้งกับเนยให้มีลักษณะร่วนเข้ากัน ใส่น้ำและไวน์ขาว ผสมด้วยมือจนเนียนเป็นก้อนเดียวกัน ห่อด้วยพลาสติกแร็ป พักไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 1 ชั่วโมง 2. ทำไส้ริคอตต้าผลไม้โดยแช่เชอร์รีเชื่อม แอปริคอต กับเหล้ารัม พักไว้ประมาณครึ่งชั่วโมงจนผลไม้ชุ่มเหล้า ใส่ริคอตต้าชีส และน้ำตาลไอซิ่งลงในอ่างผสม ใช้พายยางผสมให้เข้ากัน ใส่ผลไม้แห้งที่แช่เหล้าไว้ พักไส้ริคอตต้าไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดา 3. โรยแป้งสาลีอเนกประสงค์บางๆบนพื้นโต๊ะ คลึงแป้งแคนโนลีหนาประมาณ 1 มม. ใช้พิมพ์วงกลมกดแป้งออกเป็นแผ่น ทำจนหมด วางแป้งที่กดไว้บนเขียง วางพิมพ์แคนโนลีลงตรงกลาง ทาไข่ขาวบางๆด้านใดด้านหนึ่งของแป้ง ปิดแป้งประกบเข้าหากัน กดให้แน่น (เพื่อเวลาทอดแป้งจะไม่คลี่ออก) ทำจนครบจำนวนพิมพ์ ตั้งกระทะน้ำมันสลัดบนไฟกลาง พอน้ำมันร้อนได้ที่ (ลองหย่อนเศษแป้งลงทอดแล้วฟูขึ้น) นำแคนโนลีลงทอดจนพองกรอบ ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมันบนตะแกรง ซับด้วยกระดาษทิชชูอีกที พักไว้จนเย็นสนิท ค่อยๆรูดแป้งออกจากพิมพ์ พักไว้ให้เย็นสนิทก่อนใส่ไส้ 4. จัดเสิร์ฟโดยตักไส้ริคอตต้าผลไม้ใส่ถุงบีบ บีบไส้ใส่ในแป้งแคนโนลี โดยบีบจากด้านข้างจนเต็ม แล้วบีบอีกด้านหนึ่ง จัดแคนโนลีใส่จาน โรยน้ำตาลไอซิ่ง เสิร์ฟทันที (หากยังไม่รับประทานควรเก็บแบบแยกแป้งและไส้ไว้ในตู้เย็นก่อน เเป้งแคนโนลีจะกรอบเมื่อรับประทาน) Tips ริคอตต้า (ricotta) ภาษาอิตาเลียนแปลว่า “recooked” หมายถึงการนำหางนม (whey) ที่เหลือจากการทำชีสชนิดอื่น เช่น มอซซาเรลลาชีส ครีมชีส มาทำให้ร้อนอีกครั้ง แล้วแยกเคิร์ดออกมาจนกลายเป็นริคอตต้า ริคอตต้าจึงเป็นชีสไขมันต่ำ มีสีขาว เนื้อนุ่ม รสชาติมัน หวานเล็กน้อย เนื้อสัมผัสหยาบ ปัจจุบันนิยมใช้ริคอตต้าที่ทำจากนมสด (whole milk) เนื่องจากมีรสชาติอร่อยกว่า ส่วนในอาหารอิตาเลียนนิยมใช้ในของหวาน หรือใส่ในพาสต้า 16.05.2019 RECIPE

ขนมปังมันเทศ 1. ผสมแป้งสาลี แป้งเค้ก นมผง เกลือป่น น้ำตาล และยีสต์ ลงในอ่างเครื่องตีเค้ก ใช้ช้อนคนให้เข้ากัน ตีไข่ไก่ ไข่แดง และน้ำ ในชามผสมอีกใบพอเข้ากัน เปิดเครื่องตี (หัวตีตะขอ) โดยใช้ความเร็วปานกลาง ค่อยๆ เทส่วนผสมไข่ไก่ลงในแป้งช้าๆ จนหมด ตีต่อจนแป้งเริ่มจับตัวเป็นก้อนเดียวกัน จึงใส่เนยนุ่มทีละน้อยจนหมด ตีจนแป้งเนียนและล่อนหลุดจากข้างอ่าง  2. นำก้อนแป้งออกพักไว้ในอ่างใบใหม่ที่โรยแป้งสาลีบางๆ ด้านล่างอ่าง ปิดด้วยพลาสติกแร็ปหรือผ้าขาวบางชุบน้ำพอหมาด พักไว้ในที่อุ่นประมาณ 45 นาที 3. ทำไส้มันเทศโดยล้างมันเทศให้สะอาด นำไปต้มในน้ำเดือดประมาณ 25 นาที จนสุก ตักขึ้นปอกเปลือก บดด้วยส้อมจนละเอียด ได้เนื้อมันประมาณ 200 กรัม ผสมมันบดกับครีมชีส น้ำตาล และแป้งสาลี ผสมจนเป็นเนื้อเดียวกัน พักไว้ 4. เมื่อขนมปังฟูขึ้นเป็น 2 เท่าแล้ว นำแป้งออกจากอ่าง นวดไล่อากาศ 3-4 ครั้ง พักไว้ประมาณ 5 นาที คลึงแป้งออกเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 14x12 นิ้ว ทาไส้มันเทศให้ทั่ว ม้วนให้แน่น ตัดเป็นแว่นหนา 1 นิ้ว เรียงไว้ในถาดกลมที่ทาเนยหรือน้ำมันพืช คลุมด้วยพลาสติกแร็ป พักไว้ 45 นาที จนแป้งขึ้นเป็น 2 เท่า ทาหน้าขนมปังด้วยไข่ไก่ โรยเมล็ดป๊อปปี้ซีด 5. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส นำขนมปังเข้าอบประมาณ 25-30 นาที (ถาดล่างสุดของเตาอบ) จนขนมปังสุกเหลือง นำขนมปังออกจากถาด พักไว้บนตะแกรงจนเย็นสนิท เสิร์ฟอุ่นๆ   Tips • ใช้มันเทศสีม่วงก็ได้ ยิ่งทำให้สีสันขนมปังโดดเด่นขึ้น นอกจากโรยเมล็ดป๊อปปี้ซีดแล้ว จะโรยด้วยงาดำก็ได้เช่นกัน 18.09.2018 RECIPE

ข้าวโพดทอดทรงเครื่อง 1. ใส่ข้าวโพด น้ำพริกแกง ใบมะกรูด แป้งข้าวเจ้าแป้งสาลี และเกลือ ลงในอ่างผสม คลุกเคล้าจนส่วนผสมแป้งเคลือบข้าวโพดทั่ว ใส่ไข่ และน้ำปูนใส ใช้ส้อมคนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันลักษณะข้าวโพดที่ได้จะเหนียวสามารถปั้นเป็นก้อนได้ 2. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง เมื่อน้ำมันร้อน(ทดสอบโดยใส่ข้าวโพดลงไป หากข้าวโพดค่อยๆฟูขึ้นมาและมีสีเหลือง แสดงว่าน้ำมันร้อนได้ที่แล้ว) ใช้ช้อนตักข้าวโพดให้เต็มช้อนพร้อมกับใช้ช้อนอีกคันดันข้าวโพดลงทอด ลดเป็นไฟอ่อน ทอดจนสุกเหลืองทั้งสองด้านตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน 3. ทำน้ำจิ้มโดยใส่น้ำตาลทรายไม่ฟอก เกลือน้ำพริกขี้หนูสับ และน้ำส้มสายชู ลงในหม้อเคี่ยวบนไฟกลาง จนน้ำจิ้มข้นเหนียวขึ้นเล็กน้อย ปิดไฟ ตักใส่ถ้วย โรยถั่วลิสงคั่ว เสิร์ฟกับข้าวโพดทอดทรงเครื่อง 12.03.2018 RECIPE

กรอบเค็ม 1. ร่อนแป้งสาลีกับแป้งข้าวเจ้าในอ่างผสม ใส่ไข่ไก่ น้ำปูนใสน้ำ และน้ำมัน 6 ช้อนโต๊ะ นวดให้เข้ากันและแป้งนุ่มเนียน ตัดแป้งเป็นก้อน แล้วคลึงเป็นแผ่นบาง ตัดด้วยมีดหยักเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือข้าวหลามตัด ทำจนหมด 2. ตั้งกระทะน้ำมันที่เหลือบนไฟกลางค่อนข้างอ่อนจนร้อนใส่แป้งที่ทำลงทอดจนเหลืองกรอบ ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน 3. ทำน้ำตาลสำหรับคลุกโดยโขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทย เข้าด้วยกันให้ละเอียด จากนั้นตั้งกระทะน้ำมันบนไฟอ่อน ใส่เครื่องที่โขลกลงผัดจนมีกลิ่นหอม ใส่น้ำปลา น้ำตาล เคี่ยวให้เป็นยางมะตูม นำตัวกรอบเค็มลงเคล้าให้ทั่ว ตักขึ้น พักไว้ให้เย็น เก็บใส่ภาชนะที่มีฝาปิด   ลักษณะที่ดี แป้งเหลืองกรอบ น้ำตาลเคลือบเป็นเงา หอมกลิ่น รากผักชี กระเทียม พริกไทย รสหวานเค็มกลมกล่อม   ข้อน่ารู้ ควรคลึงแป้งให้บาง เวลาทอดแป้งจะฟูกรอบดี   สูตรอาหารโดย อบเฉย อิ่มสบาย 08.03.2018 RECIPE

ขนมเกลียว 1. ผสมกะทิ ไข่แดง น้ำมัน เกลือ น้ำตาล และแอมโมเนีย เข้าด้วยกันในอ่างผสม คนให้น้ำตาลและเกลือละลาย พักไว้ 2. ใส่แป้งสาลีลงในชามผสม ค่อยๆใส่กะทิที่ผสมไว้ลงในแป้ง ใช้มือเคล้าแค่พอเข้ากัน (อย่านวดจนแป้งรวมกันเป็นก้อน)คลุมผ้าขาวบาง พักแป้งไว้นานประมาณ 10-15 นาที 3. แบ่งแป้งเป็นก้อน น้ำหนักก้อนละ 7 กรัม (ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางก้อนละ 1.5 ซม.) นำมาคลึงเป็นเส้นยาวๆ เล็กๆใช้นิ้วมือหมุนส่วนปลายแป้งจนแป้งบิดเป็นเกลียวเข้าหากัน แล้วทำเช่นเดิมอีกครั้ง แล้วบีบปลายแป้งให้แน่น(เวลาทอดแป้งจะได้ไม่หลุดจากกัน) ทำจนหมดแป้ง 4. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง พอน้ำมันร้อนลดไฟลงใช้ไฟอ่อน ใส่ขนมลงทอด คนตลอดเพื่อให้สีสม่ำเสมอ พอแป้งสุกและเป็นสีเหลืองทองตักขึ้นวางพักบนตะแกรงไว้ให้เย็น 5. ทำน้ำตาลสำหรับฉาบโดยใส่น้ำตาล น้ำ เกลือ และพริกไทย ในกระทะ ยกขึ้นตั้งบนไฟอ่อน คนจนน้ำตาลละลายเคี่ยวต่อให้ได้น้ำเชื่อมที่ข้นเหนียวและเดือดเป็นฟองเล็กๆ (ทดสอบโดยหยดน้ำเชื่อมลงในน้ำเย็น แล้วหยิบขึ้นมาปั้นเป็นก้อนได้) ใส่ขนมที่ทอดไว้ลงไป ใช้ตะหลิวคนให้น้ำเชื่อมเคลือบขนมจนทั่ว ปิดไฟ ใส่ต้นหอม แล้วคลุกต่อจนน้ำเชื่อมตกผลึกเปลี่ยนเป็นเกล็ดน้ำตาลสีขาว ยกลงพักไว้ให้เย็น เก็บใส่ภาชนะที่มีฝาปิดสนิท   ลักษณะที่ดี ขนมมีสีน้ำตาลทอง กรอบ ขนมมีรสเค็มหวานกำลังดี และเผ็ดร้อนจากพริกไทย ข้อน่ารู้ แอมโมเนีย หรือ “เฉาก่า” มีลักษณะเป็นเกล็ดขาวมีกลิ่นฉุน ควรใส่ในปริมาณพอดี เมื่อขนมสุกหรือหลังทอดเสร็จแล้วกลิ่นจะหายไปเอง มีคุณสมบัติทำให้ขนมฟู กรอบ กลวงภายใน ทำให้แป้งไม่แข็งมาก ควรใช้น้ำมันปาล์มทอดจะทำให้ขนมที่ทอดกรอบดี ใช้เฉพาะไข่แดงทำให้ขนมกรอบ นุ่ม ไม่กระด้าง การผสมแป้งต้องใส่กะทิทีละน้อย เคล้ากับแป้ง อย่านวดเพราะจะทำให้แป้งแน่นและแข็งเมื่อสุก เมื่อจบการทำเกลียวทุกครั้ง ต้องบีบแป้งส่วนปลายให้แน่น เวลาทอดส่วนปลายหัวท้ายจะไม่หลุดจากกัน การฉาบนอกจากจะใส่ต้นหอมแล้ว อาจเพิ่มงาดำงาขาวคั่ว รากผักชี พริกไทยโขลก อย่างใดอย่างหนึ่ง เวลาทอดควรคนตลอดให้สีสม่ำเสมอเท่ากันทุกด้าน ควรทอดด้วยไฟอ่อนหรือไฟกลางค่อนข้างอ่อนเพราะถ้าใช้ไฟแรงขนมจะมีสีเข้มก่อนที่แป้งด้านในจะสุก เมื่อหักแป้งดูสีด้านในของแป้งควรจะมีสีเหลืองทองไม่เป็นสีขาวของแป้ง   สูตรอาหารโดย อบเฉย อิ่มสบาย 08.03.2018 RECIPE

ทองเอก 1. ใส่กะทิและน้ำตาลลงในกระทะทอง คนพอเข้ากัน ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง คนให้น้ำตาลละลายและเดือด ลดไฟลงเคี่ยวต่อจนน้ำเชื่อมกะทิเดือดเป็นฟองขาวหรือข้นเหนียวเป็นยางมะตูม ยกลง จะมีลักษณะข้นคล้ายนมข้นหวาน พักไว้ให้อุ่น 2. ใส่ไข่แดงและสีเหลืองไข่ลงในกระทะน้ำเชื่อมกะทิอุ่นๆที่เคี่ยวไว้ (ยังไม่เปิดไฟ) คนให้เข้ากัน ค่อยๆเติมแป้งสาลีทีละน้อยคนให้เข้ากัน ทำจนหมดแป้ง เปิดไฟอ่อน กวนจนข้นและล่อนจากกระทะ ปิดไฟ กวนต่ออีกนานประมาณ 5 นาทีทดสอบโดยใช้นิ้วแตะแล้วไม่ติดก็ใช้ได้ ยกลง ตักใส่ภาชนะ ปิดด้วยผ้าขาวบางเพื่อไม่ให้แห้ง พักไว้พออุ่น 3. ร่อนแป้งนวล (คือแป้งที่ใช้ในการทำขนมสูตรนั้น) ใส่ลงในพิมพ์บางๆให้ทั่ว หรือใช้นิ้วแตะแป้งนวลแล้วนำไปทาบางๆในพิมพ์ให้ทั่วก็ได้ แล้วปั้นส่วนผสมที่กวนเป็นก้อนกลมๆ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 ซม. หรือน้ำหนักก้อนละประมาณ 10 กรัม กดใส่ลงในพิมพ์พอให้เป็นรูปร่างตามพิมพ์ ใช้นิ้วปาดด้านหน้าให้เรียบเสมอขอบพิมพ์ แล้วเคาะด้านข้างพิมพ์บนผ้าให้ขนมหลุดออกจากพิมพ์ ตัดทองคำเปลวเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วใช้ไม้ปลายแหลมแตะไปวางตรงส่วนบนของขนม นำขนมทองเอกไปอบควันเทียนให้หอมก่อนรับประทาน   ลักษณะที่ดี เนื้อขนมนุ่ม แห้ง ไม่แข็ง ไม่เหนียว ขนมมีสีเหลืองไข่ ลวดลายคมชัด ขนาดเท่าๆกัน เนื้อขนมเนียนละเอียด มีรสหวานและมันกะทิ   ข้อน่ารู้ เลือกใช้ไข่ไก่ใหม่ เปลือกมีนวล ไข่แดงจะกลมนูน มี ความข้นเหนียว ถ้าเคี่ยวน้ำเชื่อมกะทิจนข้นมากไป ให้ใส่น้ำลงไปประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ แล้วยกขึ้นตั้งไฟแค่พอเดือด กวนด้วยไฟอ่อนพอดี ใช้เวลาไม่นาน ถ้ากวนนานขนมจะแตกมัน และถ้ากวนไฟแรงขนมจะแห้ง แข็ง ตกทราย หลังจากปิดไฟแล้ว กวนต่ออีกประมาณ 10 นาทีเพื่อให้ขนมแห้งขึ้น ควรพักขนมให้อุ่นก่อนอัดลงพิมพ์ เพื่อไม่ให้ขนมติดพิมพ์ เลือกใช้พิมพ์ที่มีลายลึก เวลาใช้กดขนมจะได้มองเห็นลายชัดเจน ทองเอกต้องใช้วิธีเคาะหรือโขกให้ขนมหลุดออกจากพิมพ์ ไม่ควรแคะเพราะขนมจะเสียรูปทรง การเคาะพิมพ์บนผ้าเพื่อลดแรงกระแทกระหว่างโต๊ะกับพิมพ์   สูตรอาหารโดย อบเฉย อิ่มสบาย 08.03.2018 RECIPE

ขนมปุยฝ้าย 1. ใส่แป้งสาลีลงในถาด เกลี่ยให้ทั่ว นำไปตากแดดนานประมาณ 1-2 ชั่วโมง แล้วร่อนแป้ง 1 ครั้ง ตวงให้ได้ 1 ¼ ถ้วยจึงร่อนแป้งอีก 2 ครั้ง พักไว้ 2. ใส่น้ำลงในหม้อลังถึงจนเหลือขอบเพียง 1 นิ้ว ยกขึ้นตั้งบนไฟแรง เตรียมไว้สำหรับนึ่งขนม จากนั้นต่อยไข่ใส่อ่างผสมตีด้วยที่ตีไข่อย่างสม่ำเสมอจนไข่ขึ้นฟู ค่อยๆใส่น้ำตาลลงไป ตีไปเรื่อยๆจนครบ 25 นาทีและหมดน้ำตาล สังเกตไข่จะขึ้นฟูเป็นฟองขาวละเอียด แล้วค่อยๆใส่น้ำ ตามด้วยน้ำมะนาว ตีต่ออีก 5 นาที จึงร่อนแป้งใส่ ใช้ตะกร้อตะล่อมแป้งเบาๆจนเนียนเข้ากันดี เติมกลิ่นมะลิ คนอีกครั้งพอทั่ว แล้วแบ่งแป้งเป็นส่วนๆตามสีผสมอาหารที่ต้องการใส่ค่อยๆหยดสีลงในแต่ละส่วนจนได้สีที่ต้องการ คนพอเข้ากันทั่ว 3. หยอดขนมเต็มกระทงกระดาษในถ้วยพิมพ์จีบอะลูมิเนียม เรียงใส่ชั้นลังถึงโดยวางแต่ละถ้วยห่างกันประมาณ 2 ซม.จากนั้นคลุมด้านบนของชั้นลังถึงด้วยกระดาษไขเพื่อไม่ให้ไอน้ำหยดใส่หน้าขนม ปิดทับให้สนิทด้วยฝาลังถึงลดไฟของหม้อลังถึงจนเหลือเพียงน้ำเดือดปุดๆ ยกชั้นลังถึงที่มีขนมวางบนหม้อลังถึง นึ่งนาน 15 นาที เปิดฝา นำกระดาษที่คลุมออก หยิบขนมปุยฝ้ายออกจากถ้วยพิมพ์จีบ พักให้เย็นบนตะแกรง   ลักษณะที่ดี ขนมมีสีอ่อนและหน้าแตก 3-4 แฉก เนื้อละเอียดนุ่มเบารสหวานหอม   ข้อน่ารู้ เลือกใช้ไข่เป็ดสดใหม่ เนื้อไข่ข้นจะทำให้ตีขึ้นฟูดี ควรนำแป้งไปตากแดดเพื่อไล่ความชื้นก่อนนำมาร่อน การตีไข่ต้องตีด้วยความแรงสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้ไข่ยุบ ระหว่างที่ผสมแป้งให้เข้ากับไข่ควรตะล่อมอย่างเบามือเพื่อไม่ให้ไข่ยุบ สิ่งที่สำคัญในการนึ่งคือระดับน้ำในหม้อลังถึงเมื่อวัดจากขอบหม้อต้องไม่ต่ำกว่า 1 นิ้ว และการเรียงขนมใส่ชั้นลังถึงก็ควรให้แต่ละถ้วยห่างกันประมาณ 2 ซม.เพื่อให้ขนมได้รับความร้อนจากไอน้ำอย่างเต็มที่และทั่วถึง ไม่ควรใช้ไฟแรงในการนึ่ง จะทำให้ขนมหน้าไม่แตกแล้วมีหน้าเรียบเหมือนขนมสาลี่   สูตรอาหารโดย อบเฉย อิ่มสบาย 08.03.2018 RECIPE

ขนมอาลัว 1. ผสมแป้งสาลีกับน้ำตาลในอ่างผสมให้เข้ากัน จากนั้นค่อยๆใส่กะทิ 1/2 ถ้วยทีละน้อย นวดจนน้ำตาลละลายแล้วใส่กะทิที่เหลือจนหมด จึงใส่ผงโกโก้หรือสีผสมอาหารตามต้องการ คนให้เข้ากันดี 2. ใส่ส่วนผสมที่ทำลงในกระทะทอง ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางค่อนข้างอ่อน ใช้พายไม้กวนเร็วๆจนข้นอยู่ตัว ปิดไฟ 3. เตรียมถาดโดยใช้แปรงจุ่มน้ำมันทาถาดบางๆ พอขนมที่กวนอุ่นจึงตักใส่ถุงบีบ บีบลงในถาด นำไปตากแดดจนผิวด้านนอกแข็งตัวแต่เนื้อขนมด้านในยังนุ่มอยู่ แซะเก็บใส่ขวดโหล ปิดฝา   ลักษณะที่ดี รสหวานกำลังดี กลิ่นหอม มันกะทิ ผิวด้านนอกกรอบ ด้านในนุ่ม   ข้อน่ารู้ การกวนถ้าใช้ไฟอ่อนมาก จะต้องใช้เวลากวนนานและอาจทำให้กะทิแตกมัน ควรตากแดดแค่พอให้ผิวด้านนอกแข็งตัวแต่เนื้อขนมด้านในยังนุ่มอยู่ ถ้าตากแดดนานเกินไปจะทำให้ขนมมีสีซีดและแข็ง   สูตรอาหารโดย อบเฉย อิ่มสบาย 08.03.2018 RECIPE

พิซซ่าเกาหลี 1. ทำซีอิ๊วเกาหลีปรุงรสโดยผสมเครื่องปรุงทั้งหมดเข้าด้วยกันในถ้วย เตรียมไว้ 2. ผสมแป้งสาลี แป้งข้าวเจ้า เกลือ และผงฟู เข้าด้วยกันในอ่างผสม แล้วค่อยๆใส่น้ำเย็น ผสมจนเข้ากันดี (แป้งไม่จับตัวกันเป็นก้อน) ใส่หอยนางรม หมึก กุ้ง และพริกไทยดำ ผสมให้เข้ากัน (เติมแป้งหรือน้ำได้เพื่อให้เนื้อแป้งข้นพอดี) เตรียมไว้ 3. ตั้งกระทะก้นตื้นบนไฟกลาง ใส่น้ำมัน 2 ช้อนโต๊ะ พอเคลือบผิวกระทะ พอร้อนตักแป้งที่ผสมใส่ลงในกระทะ ให้เป็นแผ่นกลม วางต้นหอมเรียงให้ทั่ว ทอดพอด้านล่างสุกมีสีน้ำตาลสวย พลิกกลับอีกด้าน ทอดต่อจนเป็นสีน้ำตาลทั่ว (ลดไฟลงถ้าจำเป็นเพื่อไม่ให้แป้งไหม้ และใส่น้ำมันเพิ่มเล็กน้อยถ้าติดกระทะ) ตักใส่จาน ทอดจนหมด 4. หั่นแป้งพิซซ่าเกาหลีเป็นชิ้น จัดใส่จาน เสิร์ฟ กับผักกาดหอม พริกเขียว และซีอิ๊วเกาหลีปรุงรส   Note : หากใส่เนื้อสัตว์ลงผสมในแป้งแล้วเหลวเกินไปให้เติมแป้งสาลีลงไปเล็กน้อยนะครับ แล้วคนให้เข้ากัน แป้งจะข้นขึ้น ระหว่างทอดต้องคุมระดับไฟให้ดีนะครับ คอยปรับลดถ้าร้อนเกินไป เดี๋ยวแป้งของเราจะไหม้ก่อน 08.03.2018 RECIPE

โครเกตต์ไก่ 1. ตั้งกระทะบนไฟกลาง ใส่เนยกับหอมใหญ่ลงผัดจนสุกนุ่ม ใส่กระเทียมและเนื้อไก่ ผัดจนไก่สุก โรยแป้งสาลีให้ทั่วกระทะ ผัดจนแป้งเกาะเนยและเนื้อไก่ในกระทะ ผัดนานประมาณ 2 นาที จนส่วนผสมเริ่มสุกข้น และเริ่มแห้งค่อยๆใส่นมทีละน้อย ผัดจนส่วนผสมกลับมาแห้งเหมือนเดิม ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยตามชอบ ปิดไฟ ตักส่วนผสมเกลี่ยใส่ถาดเพื่อให้คลายความร้อนอย่างรวดเร็ว พักไว้ 2. ตักเนื้อโครเกตต์ที่เตรียมไว้ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ปั้นเป็นก้อนกลม ใส่ถาดเรียงไว้ ชุบโครเกตต์ด้วยแป้งสาลีไข่ไก่ และเกล็ดขนมปัง ตามลำดับ ทำจนหมด ใส่ถาด พักไว้ 3. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง พอน้ำมันร้อนได้ที่ (ทดลองโดยใส่เกล็ดขนมปังลงไป แล้วเกล็ดขนมปังดีดตัวขึ้นจากน้ำมัน) นำโครเกตต์ที่เตรียมไว้ลงทอดจนมีสีเหลืองและกรอบ ตักขึ้นพักไว้บนตะแกรง ซับด้วยกระดาษทิชชูแผ่นหนาอีกที 4. จัดเสิร์ฟโดยจัดผักสลัดที่หัวจาน วางโครเกตต์ เสิร์ฟกับวูสเตอร์ซอส   Tips รูส์ในสูตรนี้ช่วยให้เนื้อไก่และส่วนผสมอื่นๆ ในโครเกตต์เกาะตัวกัน และปั้นเป็นก้อนได้ 08.03.2018 RECIPE

แพนเค้กข้าวโพด 1. นำข้าวโพดมาต้มในน้ำเดือดจนสุก ตักใส่อ่างน้ำเย็นพักไว้จนข้าวโพดหายร้อน แกะเมล็ดข้าวโพดออกใส่ถ้วย พักไว้ ทำแป้งแพนเค้กโดยผสมแป้งสาลี แป้งข้าวเจ้า ไข่ นมข้นหวาน นมสด ผงฟู และเกลือ ลงในอ่างผสม ใช้ตะกร้อคนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันจนแป้งละลาย ใส่กลิ่นวานิลลา แล้วใส่เมล็ดข้าวโพดต้ม คนพอทั่ว เตรียมไว้ 2. ตั้งกระทะเทฟล่อนบนไฟอ่อน ใช้แปรงทาเนยละลายให้ทั่วกระทะ รอให้เนยเริ่มร้อน สังเกตได้จากเนยเริ่มเดือดเล็กน้อย ตักแป้งแพนเค้ก 1 ทัพพี หยอดลงกลางกระทะให้เป็นแผ่นกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 นิ้ว รอสักครู่จนแป้งเริ่มเซตตัว ทอดจนแป้งสุกดี พลิกกลับด้าน ทาเนยพอทั่วผิวหน้าแพนเค้กด้านที่สุกทอดจนสุกทั่วทั้งสองด้าน (วิธีทดสอบว่าแป้งสุก ให้ใช้ไม้ปลายแหลมจิ้มตรงกลางแพนเค้ก สังเกตที่ไม้หากมีแป้งเหลวๆติดขึ้นมาแสดงว่ายังไม่สุก หากไม่มีแป้งติดที่ปลายไม้แสดงว่าแพนเค้กสุกได้ที่แล้ว) 3. จัดแพนเค้กข้าวโพดร้อนๆเสิร์ฟกับสมูทตี้กล้วยหอม   สูตรอาหารโดย กานต์ เหมวิหค 08.03.2018 RECIPE

นักเก็ตชีส 1. ตั้งหม้อเนยบนไฟอ่อน พอเนยละลาย ใส่แป้งสาลี ผัดพอเข้ากันประมาณ 1 นาที ค่อยๆเทนมสดลงไป แล้วใช้ตะกร้อคนจนแป้งละลายเป็นเนื้อเดียวกันกับนม เคี่ยวและคนไปเรื่อยๆด้วยไฟอ่อนประมาณ 5 นาที จน ส่วนผสมข้น ปิดไฟ ยกลง ใส่ไข่แดง ชีสขูดปรุงรสด้วยเกลือ ลูกจันทน์ป่น และพริกไทยป่น ผสมให้เข้ากัน 2. ปูด้านในถาดด้วยพลาสติกแร็ป ให้พลาสติกแร็ปเกินขอบถาดขึ้นมาประมาณ 1 นิ้ว ตักส่วนผสมในข้อ 1 ใส่ เกลี่ยให้เรียบ ได้ส่วนผสมหนาประมาณ 1 นิ้ว ปิดหน้าด้วยพลาสติกแร็ปให้เรียบ นำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 5 ชั่วโมง ให้ส่วนผสมเซ็ตตัว 3. นำชีสนักเก็ตออกจากตู้เย็น ตัดเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาด 1 นิ้ว นำไปคลุกแป้งสาลีบางๆ ชุบไข่ไก่และเกล็ดขนมปังตามลำดับ จัดใส่จาน พักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดา 1 ชั่วโมง 4. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟแรง นำชีสนักเก็ตออกจากตู้เย็นพอน้ำมันร้อนจัด (ทดสอบโดยใส่เกล็ดขนมปังลงทอดแล้วเกล็ดขนมปังดีดตัวขึ้น) ใส่ชีสนักเก็ตลงทอดจนมีสีเหลืองสวยทั่ว ตักขึ้นซับน้ำมัน 5. จัดชีสนักเก็ตใส่ถาด ตกแต่งด้วยช่อพาร์สเลย์ เสิร์ฟกับซอสมะเขือเทศ   08.03.2018 RECIPE

ชูโรส 1. ใส่น้ำ เนย น้ำตาล และเกลือ ลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางจนเดือด คนด้วยตะกร้อมือ ใส่แป้งสาลี ลดเป็นไฟอ่อนใช้พายไม้คนให้เข้ากันจนแป้งจับตัวเป็นก้อน ผัดแป้งในหม้อต่อประมาณ 4-5 นาที จนไม่มีคราบแป้งติดก้นหม้อ ปิดไฟเทใส่อ่างผสม ค่อยๆใส่ไข่ไก่ทีละน้อย คนจนไข่ไก่ซึมเข้าเนื้อแป้งจึงทยอยใส่ไข่ไก่ที่ เหลือแป้งชูโรสที่ได้จะข้นกว่าแป้งชูส์ที่ ใช้ทำเอแคลร์ ทดสอบโดยใช้พายไม้ตักแป้งขึ้น เอียงพายแล้วแป้งไม่ไหลลงจากไม้ ตักแป้งใส่ถุงบีบพร้อมหัวบีบ 2. ตั้งหม้อน้ำมันบนไฟกลางพอร้อน บีบชูโรสเป็นเส้นขนาดตามต้องการ แล้วใช้กรรไกรตัดแป้งให้หลุดจากหัวบีบทอดจนชูโรสสุกเหลือง ตักขึ้นพักบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน 3. จัดชูโรสใส่แก้วหรือจาน โรยน้ำตาลไอซิ่ง เสิร์ฟกับซอสช็อกโกแลต 08.03.2018 RECIPE

วาฟเฟิลอาลาโมด 1. ทำแป้งวาฟเฟิลโดยร่อนแป้งสาลี ผงฟู และเกลือเข้าด้วยกันในอ่างผสมขนาดกลาง พักไว้ 2. เตรียมภาชนะอีกใบ ผสมนํ้าตาลกับไข่แดง ตีให้เข้ากันด้วยตะกร้อ พักไว้ 3. ผสมนมสด เนยละลาย และกลิ่นวานิลลา ในอ่างผสม พักไว้ นำส่วนผสมของไข่แดงเทลงผสมกับส่วนผสม ของนม คนให้เข้ากัน จากนั้นเทลงในอ่างผสมของแป้งที่ร่อนไว้ คนให้เข้ากันด้วยตะกร้อ ปิดหน้าอ่างผสมด้วยพลาสติกแรป พักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาอย่างน้อย 3 ชั่วโมง ถึง 1 คืน 4. นำอ่างผสมออกจากตู้เย็น พักไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 10 นาที คนด้วยตะกร้อให้ส่วนผสมไม่จับตัวเป็นก้อน ตีไข่ขาวให้ขึ้นฟูในอ่างผสม จนกระทั่งไข่ขาวตั้งยอดอ่อน เทไข่ขาวลงในส่วนผสมแป้งและนม ตะล่อมเบาๆ ให้เข้ากันด้วยไม้พาย เทส่วนผสมใส่พิมพ์เครื่องทำวาฟเฟิลอบให้สุก 5. เสิร์ฟวาฟเฟิลโดยท็อปปิ้งด้วยวิปปิ้งครีมที่ตีจนตั้งยอด สตรอว์เบอร์รี แบล็กเบอร์รี ใบสะระแหน่ ไอศกรีม วานิลลา โรยหน้าด้วยพิสตาชิโอบดหยาบ   สูตรอาหารโดย ภาสกร หลี 07.03.2018 RECIPE

ทาร์ตลูกแพร์อัลมอนด์ 1.เตรียมแป้งทาร์ตโดยใส่แป้งสาลี น้ำตาล ผงฟู และเกลือ ลงในอ่างผสม ใช้มือผสมให้เข้ากัน ใส่เนยเย็น ใช้สองมือถูแป้งกับเนยจนมีลักษณะเป็นทรายหยาบ แหวกแป้งเป็นหลุมตรงกลาง ใส่ไข่ไก่ ใช้มือตะล่อมผสมแป้งเข้ามาตรงกลาง โกยแป้งให้เป็นก้อนเดียวกัน นำออกมานวดบนพื้นโต๊ะประมาณ 3-4 ครั้งจนเนื้อแป้งเนียน ห่อด้วยพลาสติกแรป นำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 30 นาที ให้แป้งเกาะเป็นเนื้อเดียวกัน 2.ทำลูกแพร์เชื่อมโดยปอกเปลือกลูกแพร์ ผ่าครึ่ง แล้วคว้านเมล็ดออก ใส่น้ำ น้ำตาล และฝักวานิลลา ลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง พอน้ำเชื่อมเดือดหรี่ไฟลง ใส่ลูกแพร์ลงเชื่อมจนสุกนุ่ม ตักลูกแพร์ขึ้นวางซับน้ำเชื่อมบนกระดาษทิชชูแผ่นหนา จนแห้งและเย็นสนิท หั่นลูกแพร์ตามขวางเป็นชิ้นบางๆ 3.อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ ทำไส้อัลมอนด์โดยร่อนแป้งสาลีและอัลมอนด์ป่นลงในอ่างผสม พักไว้ ตีเนย น้ำตาลทราย ผิวเลมอน และกลิ่นวานิลลา ด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าจนฟูเนียน แล้วใส่ไข่ไก่ ตีให้เข้ากัน ลดความเร็วลง ใส่แป้งสาลีและอัลมอนด์ป่นที่ร่อนไว้ ตีต่อพอเป็นเนื้อเดียวกัน ตักส่วนผสมใส่ถุงบีบ 4.นำแป้งทาร์ตที่พักไว้ออกจากตู้เย็น เอาพลาสติกแรปออก วางแป้งทาร์ตบนกระดาษไข แล้วใช้พลาสติกแร็ปปิดทับอีกที คลึงแป้งทาร์ตบนพลาสติกแรปจนเป็นแผ่นบาง 2 มม. กลับด้านลอกกระดาษไขออก ยกแป้งทาร์ตขึ้นทั้งพลาสติกแรป แล้ววางทาบกับพิมพ์จนแป้งแนบกับพิมพ์ทาร์ตดี ใช้ไม้คลึงแป้งคลึงด้านบนเพื่อตัดขอบแป้งส่วนเกินออก ลอกพลาสติกแรปออกใช้ส้อมจิ้มด้านล่างทาร์ตให้ทั่ว 5.บีบไส้อัลมอนด์จนเต็มด้านล่างทาร์ต วางลูกแพร์เชื่อมบนครีมอัลมอนด์จนเต็ม โรยอัลมอนด์สไลซ์ นำเข้าเตาอบที่อุ่นไว้ อบนาน 50 นาที หรือจนไส้อัลมอนด์อยู่ตัวและเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ ยกออกจากเตาอบ 6.ระหว่างรอทาร์ตอบ ทำซอสช็อกโกแลตโดยใส่นมสด 250 กรัม ลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางพอนมสดเริ่มร้อนแต่ยังไม่เดือด ใส่ผงโกโก้และน้ำตาล ใช้ตะกร้อคนให้เข้ากัน ละลายนมสดที่เหลือกับแป้งข้าวโพด คนให้เข้ากัน พอซอสเดือด ใส่นมสดละลายกับแป้งข้าวโพด ใช้ตะกร้อคนให้เข้ากัน เคี่ยวจนซอสเดือดข้น ปิดไฟ ยกลง 7.นำทาร์ตออกจากเตาอบ พักไว้บนตะแกรง ตัดทาร์ตอัลมอนด์เป็นชิ้นๆ เสิร์ฟอุ่นๆ กับซอสช็อกโกแลต   Tips หากหาลูกแพร์สดไม่ได้ สามารถใช้ลูกแพร์กระป๋องในน้ำเชื่อม โดยตักขึ้นซับน้ำเชื่อมแล้วเคล้าลูกแพร์กับกลิ่นวานิลลาเล็กน้อย 07.03.2018 RECIPE

แอปเปิลเชอร์รีครัมเบิล 1.ทำไส้แอปเปิลเชอร์รี โดยปอกเปลือกแอปเปิลหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาด 1.5 นิ้ว เคล้าน้ำเลมอนเพื่อไม่ให้สีคล้ำ ผ่าครึ่งผลเชอร์รี คว้านเมล็ดออก ใส่แอปเปิล เชอร์รี น้ำตาล เกลือป่น และแป้งข้าวโพด ลงในชามผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันดี ตักไส้ใส่ชามกระเบื้อง พักไว้ 2.อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ ทำครัมเบิล โดยใส่แป้งสาลี น้ำตาลทราย ผงฟู เบกกิ้งโซดา และเกลือป่น ลงในอ่างผสม ใช้ช้อนคนให้เข้ากัน ใส่เนย ใช้มือถูแป้งและเนยจนได้เนื้อแป้งเป็นเม็ดทรายหยาบ 3.โรยครัมเบิลลงในชามที่ใส่ไส้แอปเปิลเชอร์รี วางชามกระเบื้องบนถาดอบนำเข้าเตาอบที่เตรียมไว้ อบนาน 35 นาที จนครัมเบิลด้านบนเหลืองกรอบ นำออกจากเตาอบ รับประทานร้อนหรืออุ่น 07.03.2018 RECIPE

ราสป์เบอร์รีอัลมอนด์สไลซ์ 1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส และปูกระดาษไขให้เลยขอบถาดอบ เตรียมไว้ 2. ร่อนแป้งเค้ก น้ำตาลไอซิ่ง และอัลมอนด์ป่น รวมกัน ตีไข่ขาวในอ่างผสมด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าจนเป็นฟองละเอียด ใส่เนยละลาย นมสด และกลิ่นวานิลลา ตีจนเป็นเนื้อเดียวกัน ใส่ส่วนผสมแป้งที่ร่อนไว้ทีละครึ่ง ตีต่อด้วยความเร็วต่ำสุดพอเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน เทใส่ถาดอบ เกลี่ยให้เรียบโรยราสป์เบอร์รีด้านบนให้ทั่ว นำเข้าอบในเตาอบที่อุ่นไว้ อบนาน 15 นาที แล้วนำออกมาโรยด้วยอัลมอนด์สไลซ์ นำเข้าอบต่ออีก 25 นาที นำออกจากเตาอบ พักไว้บนตะแกรงประมาณ 10 นาที คว่ำลงบนตะแกรง ลอกกระดาษไขออก กลับด้านเค้กขึ้นมา โรยน้ำตาลไอซิ่ง ตัดแบ่งเป็น 12 ชิ้น เท่าๆ กัน เสิร์ฟ (เคล็ดลับการตัดเนื้อเค้กให้เรียบ นำเค้กที่ถอดออกจากพิมพ์จนเย็นสนิทแล้วเข้าแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 1 ชั่วโมง ใช้มีดตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเท่าๆ กัน) 07.03.2018 RECIPE

ชูส์ครีม 1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ปูกระดาษไข ในถาดอบ และร่อนแป้งเค้กสองรอบ พักไว้ 2. ทำแป้งชูส์โดยใส่น้ำ นมสด เนย และเกลือป่น ลงในหม้อ ปิดฝาหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง พอเดือด เปิดฝา เทแป้งที่ร่อนไว้ใส่ลงในหม้อทั้งหมด ใช้พายไม้คนให้เข้ากัน ลดไฟลง คนแป้งบนไฟอ่อนจนแป้งล่อนออกจากข้างหม้อ ยกลง เทแป้งใส่อ่างผสม ค่อยๆ ใส่ไข่ไก่ทีละน้อย คนจนไข่ไก่ซึมเข้าเนื้อแป้ง แล้วจึงทยอยใส่ไข่ไก่อีกทีละน้อย ทำ เช่นนี้จนแป้งเหลวได้ที่ไม่จำ เป็นต้องใส่ไข่ไก่หมดให้สังเกตจากเมื่อใช้พายไม้ตักแป้งขึ้นมาแล้วแป้งไหลเป็นทรงตัววี ตักแป้งชูส์ใส่ถุงบีบหัวบีบกลมขนาด 20 มม. 3. บีบแป้งชูส์บนถาดให้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 นิ้ว จนได้ประมาณ 15 ชิ้น นำ แป้งชูส์ที่เหลือใส่ถุงบีบหัวบีบกลมขนาด 2 มม. บีบเป็นลวดลายสำ หรับตกแต่งตามชอบ ฉีดน้ำบางๆ ให้ทั่วด้านบนชูส์ นำ เข้าอบในเตาอบที่อุ่นไว้ อบนาน 40 นาทีหรือจนแป้งสุกสังเกตจากรอยแตกด้านบนชูส์เป็นสีน้ำตาล (หากรอยแตกเป็นสีเหลืองอ่อนแสดงว่าด้านในยังไม่แห้ง เมื่อนำออกจากเตาอบแป้งชูส์จะยุบตัวลง) นำออกจากเตาอบพักไว้บนตะแกรง (แป้งชูส์ที่บีบเป็นลวดลายใช้เวลาอบประมาณ 7-10 นาทีขึ้นอยู่กับขนาดที่วาด) 4. ทำคัสตาร์ดครีมโดยใส่นมลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางระหว่างนั้นตีไข่แดง น้ำตาล และกลิ่นวานิลลา จนสีอ่อนลงใส่แป้งข้าวโพด คนให้เข้ากัน เทนมอุ่นใส่ลงครึ่งหนึ่ง คนให้เข้ากันแล้วเทกลับลงในหม้อนมที่เหลือ ตั้งไฟต่อจนเดือดข้น ปิดไฟ ใส่เนย คนจนเนยละลายแล้วเทคัสตาร์ดใส่อ่างผสม ปิดด้วยพลาสติกแรป พักไว้จน เย็นสนิท 5. ตีวิปปิ้งครีมจนข้นฟูตั้งยอด 80% ผสมวิปปิ้งครีมกับคัสตาร์ด ตักใส่ถุงบีบหัวบีบแฉก พักไว้ 6. จัดเสิร์ฟโดยผ่าครึ่งแป้งชูส์ตามแนวนอน บีบคัสตาร์ดด้านในแป้งชูส์จนเต็ม โรยด้วยน้ำตาลไอซิ่ง   สูตรอาหารโดย ปรางแก้ว บัณฑรรุ่งโรจน์ 07.03.2018 RECIPE

เครปเค้กชาเขียว 1. เตรียมแป้งเครปโดยร่อนแป้งเค้กและผงชาเขียวลงในอ่างผสม ใส่น้ำตาล ใช้ตะกร้อคนให้เข้ากัน แหวกแป้งเป็นหลุมตรงกลาง ใส่ไข่ไก่ ใช้ตะกร้อค่อยๆ คนให้แป้งผสมกับของเหลว เมื่อแป้งกับไข่ไก่พอเข้ากัน ค่อยๆ เทนมสดและเนยละลาย คนให้เข้ากัน กรองแป้งเครปผ่านกระชอน พักแป้งเครปที่เตรียมไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 30 นาที 2. ตั้งกระทะบนไฟกลาง ทาเนยบางๆบนกระทะ พอกระทะร้อน ตักแป้งเครปประมาณ ¼ ถ้วย ใส่ลงในกระทะ กลอกแป้งเครปบางๆ ให้ทั่วกระทะ แล้วลดไฟลง พอแป้งด้านล่างสุก ใช้ไม้ปลายแหลมสะกิดขอบแป้งขึ้น แล้วใช้มือพลิกกลับแผ่นแป้งอีกด้าน ทอดต่อจนสุกพักแผ่นเครปบนตะแกรงจนเย็นสนิท แล้วนำ ไปวางในจาน ทำจนหมดแผ่นแป้ง ใช้พิมพ์วงแหวนกดแผ่นเครปให้เท่ากันทุกแผ่น นำแผ่นเครปใส่จาน ปิดด้วยพลาสติกแร็ป พักไว้ 3. ทำครีมชาเขียวโดยผสมน้ำตาลกับผงชาเขียวในถ้วยคนให้เข้ากัน ตีวิปปิ้งครีมในเครื่องตีเค้กหัวตีตะกร้อความเร็วปานกลาง ใส่ผงชาเขียวที่ผสมไว้ทีละน้อย ตีให้เข้ากัน เมื่อครีมชาเขียวเริ่มข้นและตั้งยอด 80% ใส่เหล้ากรองมาเนียร์ ตีต่อจนวิปปิ้งครีมตั้งยอดแข็ง 4. ทำเครปเค้กโดยตักครีมชาเขียวประมาณ 1 ช้อนชา ทาลงบนฐานแต่งเค้ก วางแผ่นเครปแผ่นแรกบนฐานแต่งเค้ก (ครีมชาเขียวช่วยให้แผ่นเครปไม่เลื่อนขณะปาดครีม) ตักครีมชาเขียวประมาณ ¼ ถ้วย ลงบนแผ่นเครปใช้สเปตูล่าขนาดเล็กปาดครีมให้เรียบทั่วแผ่น วางแผ่นเครปชั้นที่ 2 ทำจนแผ่นแป้งและครีมหมด โดยเมื่อทำได้ 5 ชั้น ใช้แผ่นสเตนเลสหรือจานลักษณะกลมทาบบนหน้าเครปเค้ก แล้วกดเบาๆ เพื่อให้ครีมบางเสมอกัน นำเครปเค้กแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาอย่างน้อย 1 ชั่วโมง จนครีมด้านในเซ็ตตัว 5. จัดเสิร์ฟโดยตัดเครปเค้กชาเขียวใส่จาน โรยผงชาเขียวบางๆ   สูตรอาหารโดย ปรางแก้ว บัณฑรรุ่งโรจน์ 07.03.2018 RECIPE