Found 22 results for Tag : แป้งสาลีอเนกประสงค์

บาวารัวส์เสาวรส 1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียสและวาดเส้นบนกระดาษไข 2 เส้น ให้ห่างกัน 3.5 นิ้ว ทำเช่นนี้ 4 คู่ โดยเว้นระยะห่างกันอย่างน้อย 0.5 นิ้ว แล้วกลับด้านที่วาดลงบนถาดอบ เตรียมไว้ 2. ทำเลดี้ฟิงเกอร์โดยร่อนแป้งสาลีลงบนกระดาษไข พักไว้ก่อน ตีไข่แดงและน้ำตาลทราย 50 กรัม ด้วยตะกร้อจนไข่แดงฟูและสีออกนวลๆ พักไว้ ตีไข่ขาวและครีมออฟทาร์ทาร์ด้วยเครื่องตีเค้กหัวตีตะกร้อความเร็วปานกลางจนเป็นฟองหยาบ จึงเริ่มใส่น้ำตาลที่เหลือทีละ 1 ช้อนโต๊ะ จนหมด ตีต่อจนไข่ขาวมันวาวและตั้งยอดอ่อน ตักไข่ขาวทีละส่วนออกมาผสมกับไข่แดงที่ตี ตะล่อมเบาๆจนเข้ากัน ใส่แป้งสาลีที่ร่อนไว้ทีละ ½ ส่วน ตะล่อมเบาๆจนเข้ากัน ตักเลดี้ฟิงเกอร์ใส่ถุงบีบ บีบเลดี้ฟิงเกอร์เป็นแนวทแยงระหว่างคู่เส้นลากเส้นไว้ (จะได้เลดี้ฟิงเกอร์ 4 แผ่น) นำเข้าอบในเตาอบที่อุ่นไว้ อบนาน 10 นาที นำออกจากเตาอบ แล้วลอกกระดาษไขออก ตัดขอบให้ตรงเรียบร้อย รองด้านในชามกระเบื้องด้วยพลาสติกแร็ปโดยให้ชายพลาสติกแร็ปเลยขอบชามขึ้นมาประมาณ 3 นิ้ว ตัดเลดี้ฟิงเกอร์ให้พอดีกับขอบด้านในชาม วางเลดี้ฟิงเกอร์ทั้ง 3 ด้านของชามกระเบื้อง เตรียมไว้ 3. ทำเพียวเรเสาวรสโดยปั่นเนื้อเสาวรสในเครื่องปั่นน้ำให้ละเอียด กรองเอาแต่น้ำใสๆ ได้ประมาณ 300 กรัม แบ่ง ¼ ส่วนของน้ำเสาวรสใส่หม้อพร้อมกับน้ำตาลทราย ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง พอให้น้ำตาลละลาย แล้วเทลงผสมกับเสาวรสที่เหลือ (แบ่งใส่สองครั้งเพื่อให้น้ำเสาวรสครั้งที่สองไปลดอุณหภูมิทำให้ส่วนผสมทั้งหมดเย็นเร็วขึ้น) วางภาชนะที่ใส่เพียวเรเสาวรสบนอ่างน้ำแข็งเพื่อให้เพียวเรเริ่มข้นขึ้น (หรือจนเพียวเรมีอุณหภูมิประมาณ 20 องศาเซลเซียส) 4. ทำบาวารัวส์โดยใส่ผงเจลาตินในน้ำอุ่นพักไว้ประมาณ 5 นาที จนเจลาติน อิ่มน้ำคนให้เข้ำกัน นำเข้าไมโครเวฟไฟกลางประมาณ 30 วินาที นำออกมาคนจนเจลาตินละลายไม่เป็นก้อน พักไว้ก่อน ใส่ไข่แดง น้ำตาลทรายและน้ำ ลงในอ่างผสม ยกขึ้นตีด้วยตะกร้อบนหม้อน้ำเดือดอ่อนๆจนส่วนผสมข้นเป็นสีเหลืองอ่อน ยกลงตีต่อจนเย็นสนิท ใส่เพียวเรเสาวรสและเจลาติน ใช้พายยางค่อยๆตะล่อมให้เข้ากันเตรียมไว้ 5. ตีวิปปิ้งครีมด้วยตะกร้อมือจนข้น (ทดสอบโดยยกตะกร้อแล้ววาดเป็นลวดลายได้) แบ่งวิปปิ้งครีมทีละครึ่งตะล่อมผสมกับส่วนผสมข้อ 4 ที่เตรียมไว้ เมื่อเข้ากันดีแล้ว เทบาวารัวส์เสาวรสประมาณ ½ ส่วนลงในชามกระเบื้องที่เตรียมไว้ ใส่กีวีให้ทั่ว เทบาวารัวส์ที่เหลือจนถึงขอบเลดี้ฟิงเกอร์ปิดด้วยแผ่นเลดี้ฟิงเกอร์ที่เหลือ นำเข้าตู้เย็นช่องแช่แข็งประมาณ 2 ชั่วโมง จนเซ็ตตัว 6. จัดเสิร์ฟโดยประกบชามกระเบื้องด้วยจานสี่เหลี่ยมยาว คว่ำบาวารัวส์ออกมา ลอกพลาสติกแร็ปออก โรยน้ำตาลไอซิ่ง หั่นเป็นชิ้นหนา 1 นิ้ว 29.01.2020 RECIPE

โซบะเย็น 1. ทำน้ำจิ้มซารุ โดยใช้ผ้าชุปน้ำหมาดๆเช็ดสาหร่ายคอมบุให้สะอาด นำไปแช่ในหม้อน้ำประมาณ 20 นาที เมื่อครบเวลา ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง พอน้ำเริ่มเดือด (สังเกตเห็นฟองอากาศเล็กๆ) ตักสาหร่ายคอมบุออก ใส่ปลาโอแห้ง ลดเป็นไฟอ่อนต้มต่อ 5 นาที ใช้กระชอนตาถี่ตักปลาโอแห้งออกให้หมด ใส่ซีอิ๊วญี่ปุ่น มิริน สาเก และน้ำตาลทราย คนจนน้ำตาลทรายละลาย เคี่ยวต่อด้วยไฟอ่อนนาน 10 นาที ปิดไฟ พักไว้ให้เย็นสนิท แช่ตู้เย็นช่องธรรมดาให้เย็น 2. ทำเส้นโซบะ โดยร่อนแป้งสาลีอเนกประสงค์และแป้งบัควีตรวมกันในอ่างผสมใบใหญ่ ค่อยๆใส่น้ำทีละน้อยพร้อมใช้มือคนแป้งไปเรื่อยๆจนเนื้อสัมผัสคล้ายเม็ดทราย ใส่น้ำจนเหลือประมาณ ¼ ของน้ำทั้งหมด จากนั้นนวดแป้งให้จับตัวเป็นก้อนพร้อมใส่น้ำที่เหลือลงไป นวดจนเป็นก้อนเดียวกัน ใช้ฝ่ามือนวดแป้งตรงกลางแล้วพับริมแป้งขึ้นมาทับกัน นวดแป้งแบบนี้วนไปเรื่อยๆจนกว่าแป้งจะนุ่ม (กดแล้วเป็นรอยบุ๋ม เนื้อเนียนไม่แตก) ปั้นแป้งเป็นก้อนกลม เตรียมไว้ 3. โรยแป้งนวลบนไม้กระดานให้ทั่ว ใช้ฝ่ามือกดก้อนแป้งให้ขยายออกใช้ไม้คลึงรีดแป้งให้เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมจัตุรัสบางประมาณ 0.2 มิลิเมตร โรยแป้งนวล พับแป้งมาประกบกัน จากนั้นใช้มีดตัดเป็นเส้นเล็กๆ คลุกเส้นด้วยแป้งนวลให้ทั่วอีกครั้ง 4. ตั้งหม้อน้ำบนไฟกลางจนเดือดจัด ใส่เส้นโซบะสดลงต้มประมาณ 1 นาที ตักขึ้นแช่ในอ่างน้ำเย็น 20 วินาที ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ 5. จัดเส้นโซบะใส่ในภาชนะ ตกแต่งด้วยสาหร่ายตัดเส้น เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซารุ วาซาบิและต้นหอมญี่ปุ่นซอย หมายเหตุ การเก็บรักษาเส้นโซบะ ทำได้โดยห่อเส้นด้วยกระดาษทิชชู่ เก็บในภาชนะปิดสนิทหรือใส่ถุงพลาสติกแล้วรีดเอาอากาศออกให้หมด สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาได้ประมาณ 1-2 วัน     20.01.2020 RECIPE

คุชิคัตสึ 1. เตรียมซอสคุชิคัตซึโดยผสมวูสเตอร์ซอส ซอสมะเขือเทศ ซีอิ๊วญี่ปุ่น น้ำ และน้ำตาลทรายลงในถ้วย คนให้เข้ากันจนน้ำตาลละลายดี พักไว้ 2. เตรียมแป้งชุบทอดโดย ต่อยไข่ไก่ลงในอ่างผสม ค่อยๆใส่น้ำเย็นและใช้ตะกร้อมือคนส่วนผสมให้เข้ากัน ร่อนแป้งสาลีคงไป คนผสมให้เข้ากัน จนแป้งเนียนและข้นกำลังดี 3. นำไข่นกกะทา หมูสามชั้น เเละกุ้งเสียบไม้ ปรุงรสโดยโรยเกลือและพริกไทยดำบดใหม่ให้พอทั่วทั้งสองด้าน นำไปชุบแป้งชุบทอดบางๆ แล้วคลุกกับเกล็ดขนมปังป่นให้ทั่ว ทำจนหมด ใส่จาน เตรียมไว้ 4. ตั้งกระทะบนไฟกลาง ใส่น้ำมัน พอร้อน ใส่ไข่นกกะทา หมูสามชั้น และกุ้งที่เสียบไม้ไว้ลงทอด จนสุก เหลือง กรอบ ตักขึ้น พักไว้บนตะแกรง 5. จัดใส่จาน เสิร์ฟพร้อมน้ำซอส และกะหล่ำปลีฝอย 26.11.2019 RECIPE

ซูชิโรลครั้นชี่กุ้งเทมปุระ 1. เตรียมกุ้ง แกะเปลือกเด็ดหัวไว้หาง ใช้ไม้ปลายแหลมเขี่ยเอาเส้นดำออก  บั้งด้านท้องกุ้งตามแนวขวางให้ตลอดแนวเพื่อดึงตัวกุ้งให้ตรง ใส่จานเตรียมไว้ 2. ทำแป้งเทมปุระโดยผสม ไข่แดง แป้งสาลี และน้ำเย็นลงอ่างผสม คนให้เข้ากัน ใส่น้ำแข็ง และคนให้เข้ากันอีกครั้ง 3. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง พอร้อน ใช้มือจุ่มแป้งเทมปุระสะบัดลงบนน้ำมันจนทั่ว ทอดจนแป้งฟูกรอบ เหลืองทอง ช้อนแป้งเทมปุระกรอบขึ้นวางบนกระดาษซับน้ำมัน นำกุ้งที่เตรียมไว้ชุบแป้งเทมปุระ โดยหงายเอาด้านหลังกุ้งลงก่อน ทอดจนสุก กรอบ ตักขึ้นวางบนกระดาษซับน้ำมัน 4. ทำซอสสไปซี่มายองเนสโดยผสมมายองเนส ซอสพริกและพริกป่นญี่ปุ่นคนให้เข้ากัน เตรียมไว้ 5. หุงข้าวซูชิโดยซาวข้าวญี่ปุ่นเบาๆ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส ใส่น้ำลงคนให้เข้ากัน นำไปหุงในหม้อหุงข้าวจนสุก เตรียมไว้ ระหว่างรอข้าวสุก ทำน้ำปรุงรสข้าวโดยผสมน้ำส้มสายชู น้ำตาลทรายและเกลือป่นรวมกัน คนให้ละน้ำตาลละลาย ตักข้าวญี่ปุ่นหุงสุกใส่อ่างผสมในขณะร้อน ค่อยๆพรมน้ำปรุงรส 3 ช้อนโต๊ะลงบนข้าวใช้พายไม้คนพลิกข้าวจากขอบอ่าง ระหว่างพลิกข้าวนั้นให้ใช้พัดแบบมือพัดไปมาด้วยทำเช่นนี้จนน้ำส้มสายชูปรุงรสหมด คลุมด้วยผ้าข้าวบางพักไว้ 6. ทำข้าวห่อสาหร่ายโดยนำสาหร่ายด้านที่เป็นเงาวางลงบนมู่ลี่ ตักข้าวใส่แล้วแล้วใช้มือจุ่มน้ำหมาดๆเกลี่ยข้าวหนาประมาณ 0.5 ซม. ทั่วแผ่นสาหร่าย โรยงาขาวและงาดำให้ทั่วข้าว พลิกแผ่นสาหร่ายดดยเอาด้านข้าวลง วางกุ้งเทมปุระ แตงกวาญีปุ่น และแครอทบนสาหร่าย ราดด้วยซอสสไปซี่มายองเนส  ม้วนมู่ลี่ให้เป็นแท่งกลม กดไว้ให้แน่นประมาณ 30 วินาที คลี่มู่ลี่ออก ใช้มีดคมๆหั่นเป็นชิ้นพอคำ 11.11.2019 RECIPE

ไก่เผ็ดเกาหลี 1. นำปีกไก่มาล้างให้สะอาด ซับให้แห้ง ใช้ส้อมจิ้มปีกไก่ให้ทั่วใส่ในอ่างผสมไว้ ใส่เกลือป่น พริกไทยดำป่น และขิงขูด ใช้มือนวดเคล้าให้ส่วนผสมเคลือบปีกไก่จนทั่ว ปิดด้วยพลาสติกแร๊ป แช่ตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 15-20 นาที 2. เตรียมแป้งทอดกรอบโดยผสมแป้งสาลีอเนกประสงค์ แป้งข้าวเจ้า และผงฟูในอ่าง คนให้เข้ากัน นำปีกไก่ที่หมักไว้ลงคลุกจนแป้งเกาะติดเนื้อไก่จนทั่ว เคาะแป้งส่วนเกินออกเล็กน้อย ใช้ฟ๊อกกี้ฉีดพรมน้ำบนปีกไก่พอหมาด นำไก่ไปคลุกแป้งซ้ำอีกครั้ง ใส่จาน ทำจนครบทุกชิ้น พักไว้ 3. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง รอจนน้ำมันร้อน ใส่ปีกไก่ชุบแป้งไว้ลงทอด พอไก่เริ่มเหลือง เร่งเป็นไฟแรง ทอดต่อจนไก่สุกเป็นสีเหลืองทอง ตักขึ้นพักสะเด็ดน้ำมัน 4. ทำซอสเผ็ดเกาหลีโดย ตั้งกระทะบนไฟกลาง ใส่น้ำมันพืช พอร้อน ใส่กระเทียมสับผัดจนมีกลิ่นหอม ใส่มิริน ซอสมะเขือเทศ ซอสโคชูจัง น้ำตาลทราย ซีอิ๊วญี่ปุ่น และพริกป่นเกาหลี คนให้เข้ากัน ปรับความข้นเหลวด้วยน้ำ พอซอสเดือดข้น ปิดไฟ เคล้าไก่กับซอสให้ซอสเคลือบชิ้นไก่ให้ทั่ว (สามารถโรยพริกป่นเพิ่มได้ตามชอบ) 5. จัดใส่จาน โรยด้วยงาขาวคั่วและต้นหอมหั่นแฉลบ เสิร์ฟ     16.09.2019 RECIPE

ซอฟต์คุกกี้ตำลึง 1. อุ่นเตาอบไฟบนล่างที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ เตรียมถาดอบโดยปูแผ่นซิลิโคนหรือกระดาษไข รอไว้ 2. ตีเนยสดชนิดจืด น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลทรายขาวและเกลือป่นในอ่างผสมด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าจนเนยเริ่มขึ้นฟูและสีอ่อนลง ใส่ไข่ไก่และกลิ่นวานิลาตีต่อจนส่วนผสมเข้ากัน ร่อนแป้งสาลีอเนกประสงค์และเบกกิ้งโซดาใส่ลงไป ตะล่อมด้วยพายยางให้พอเข้ากัน ใส่ตำลึงลวกสับหยาบ คนให้เข้ากัน 3. ใช้สคูปไอศกรีมตักเนื้อคุกกี้เรียงใส่ถาดอบที่เตรียมไว้ โดยเว้นระยะห่างชิ้นละประมาณ 2 นิ้ว ตกแต่งด้วยใบตำลึงด้านบน นำเข้าอบนาน 15 นาที ยกออกจากเตาอบ แซะคุกกี้ออกจากถาด วางพักไว้บนตะแกรงจนคุกกี้เย็นสนิท รับประทานทันที หรือเก็บใส่ขวดปิดฝาให้สนิท เก็บได้นาน 7 วัน 27.08.2019 RECIPE

วาฟเฟิลกับไก่ทอด 1. ทำแป้งวาฟเฟิลโดยร่อนแป้งสาลี ผงฟู และเกลือเข้าด้วยกันในอ่างผสม พักไว้ 2. เตรียมภาชนะอีกใบ ผสมนํ้าตาลกับไข่แดง ตีให้เข้ากันด้วยตะกร้อ ใส่นมสด เนยละลาย และกลิ่นวานิลลา คนด้วยตะกร้อให้เข้ากัน 3. จากนั้นเทส่วนผสมนมลงในอ่างแป้งที่ร่อนไว้ คนให้เข้ากันด้วยตะกร้อ ปิดหน้าอ่างผสมด้วยพลาสติกแรป พักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาอย่างน้อย 3 ชั่วโมง 4. นำส่วนผสมแป้งออกจากตู้เย็น พักไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 10 นาที คนด้วยตะกร้อให้ส่วนผสมไม่จับตัวเป็นก้อน อุ่นเครื่องทำวาฟเฟิลโดยใช้ไฟกลาง ระหว่างนั้นตีไข่ขาวในอ่างผสมอีกใบจนกระทั่งตั้งยอดอ่อน ค่อยๆตักแบ่งไข่ขาวลงผสมกับส่วนผสมแป้ง  ตะล่อมเบาๆ ให้เข้ากันด้วยพายยาง เมื่อเครื่องทำวาฟเฟิลร้อนได้ที่ ตักแป้งวาฟเฟิล 3/4 ถ้วยใส่พิมพ์  ปิดฝา อบนาน 3 นาทีหรือจนกระทั่งสุก (ดูวิธีการใช้เครื่องทำวาฟเฟิลแต่ละยี่ห้อ) นำวาฟเฟิลออกวางพักไว้บนตะแกรง 5. ทำไก่ทอดโดยหมักไก่กับนมสด นาน 15 นาที ผสมแป้งทอดกรอบ พริกคาเยน ผงกระเทียม และพริกไทยขาว คนให้เข้ากัน สะเด็ดชิ้นไก่ขึ้นจากนมสด ใส่ลงในส่วนผสมแป้ง คลุกเคล้าเบาๆ เคาะแป้งส่วนเกินออกเล็กน้อย ใส่จาน พักไว้ 6. ตั้งกระทะน้ำมันปาล์มบนไฟกลาง พอร้อน ใส่ไก่ลงทอด จนพอสุก เหลืองกรอบ ไม่อมน้ำมัน ตักใส่ตะแกรง พักให้สะเด็ดน้ำมัน 7. จัดวาฟเฟิลใส่จาน วางไก่ทอด ราดด้วยเมเปิลไซรัป เสิร์ฟกับเนยและโคลสลอว์ 03.07.2019 RECIPE

คีชแซลมอนมันฝรั่ง 1. ทำแป้งทาร์ตโดยร่อนแป้งสาลีและเกลือ เข้าด้วยกัน นำลงใส่ในโถปั่น food processor ตามด้วย น้ำตาล กดปั่นให้ส่วนผสมเข้ากัน จากนั้นใส่เนย ปั่นต่อให้เข้ากันจนมีลักษณะเป็นเม็ดทราย ตอกไข่ไก่ใส่ชามและใส่กลิ่นวานิลลาตีให้เข้ากัน ค่อยๆเทไข่ไก่ลงในเครื่องปั่น ปั่นให้เข้ากันดีเป็นเนื้อเดียว จากนั้นนำมาห่อด้วยพลาสติกแร็ป นำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 30 นาที 2. นำแป้งทาร์ตออกจากตู้เย็น แกะพลาสติกแร็ปออก  คลึงแป้งด้วยไม้คลึงแป้ง จนแป้งทาร์ตหนาประมาณ 2-3 มม.นำแป้งลงกรุในพิมพ์ ตัดขอบแป้งส่วนเกินออก ใช้ส้อมจิ้มด้านล่างแป้งทาร์ตให้ทั่ว พักแป้งทาร์ตที่กรุแล้วในตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 10 นาที ระหว่างนั้นอุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ 3. นำแป้งทาร์ตออกจากตู้เย็น รองด้วยกระดาษไขด้านในพิมพ์  ใส่ถั่วจนเต็มพิมพ์ นำแป้งเข้าอบนาน  25 นาที นำถั่วดำออก ถอดแป้งทาร์ตออกจากพิมพ์ พักไว้บนตะแกรงจนเย็นสนิท 4. ทำไส้คัสตาร์ดโดยใส่ไขไก่ เกลือป่นและลูกจันเทศป่นลงในอ่างผสม ใช้ตะกร้อตีพอเข้ากัน ใส่นมและวิปปิ้งครีมลงไป คนส่วนผสมให้เข้ากันดี พักไว้ 5. ใส่พาสเมซานชีส มันฝรั่ง เนื้อปลาแซลมอน ผักชีลาวลงในแป้งทาร์ต เทส่วนผสมคัสตาร์ดลงไปให้เต็ม อบนาน 25 นาที หรือจนกระทั่งสุกหอม นำออกมาโรยด้วย มอสซาเรลลาชีส เข้าอบนาน 5 นาที พอชีสละลาย นำออกจากเตาอบ พักไว้ให้เย็นสนิท ตกแต่งช่อผักชีลาว  เสิร์ฟพร้อมกับผักสลัดและน้ำชา 03.07.2019 RECIPE

วาฟเฟิลกับไซรัปคอฟฟี่วานิลลา ทำไซรัปคอฟฟี่วานิลลาโดยเคี่ยวน้ำและน้ำตาลในหม้อจนข้น ประมาณ 10 นาที ใส่ผงกาแฟ คนให้ละลายเข้ากัน กรีดฝักวานิลลาตามยาว เอาเมล็ดออก แล้วใส่ลงในน้ำเชื่อม ปิดไฟพักไว้ให้น้ำเชื่อมมีกลิ่นวานิลา  ทำเมเปิลบัตเตอร์โดยตีเนย เมเปิลไซรัป น้ำตาลไอซิ่ง และเกลือ ในอ่างผสมด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าจนฟู นำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดารอไว้ ทำวาฟเฟิลโดยใส่แป้งสาลี ผงฟู น้ำตาล เกลือ ไข่แดง นมสด และเนยละลายลงในอ่างผสม คนด้วยตะกร้อให้เข้ากัน พักไว้ ตีไข่ขาวในอ่างผสมอีกใบจนตั้งยอดแข็ง  นำไปตะล่อมผสมกับส่วนผสมแป้ง อุ่นเครื่องทำวาฟเฟิลประมาณ 3-5 นาทีจนร้อนได้ที่ ตักแป้งวาฟเฟิลหยอดในเครื่องพอประมาณ ปิดฝา รอให้วาฟเฟิลสุก ไฟที่เครื่องจะแสดงเป็นสีเขียว (ขึ้นอยู่กับรุ่นของเครื่องทำวาฟเฟิล ควรอ่านคู่มือก่อนใช้งาน) เปิดฝา นำวาฟเฟิลออกจากพิมพ์ วางพักไว้บนตะแกรงก่อน (ถ้าวางไว้บนจานขณะยังร้อนจะทำให้วาฟเฟิลแฉะ) จัดวาฟเฟิลใส่จาน เสิร์ฟกับเมเปิลบัตเตอร์ ราดไซรัปคอฟฟี่วานิลลา เสิร์ฟทันที                 24.06.2019 RECIPE

เครปเนื้อซาวร์ครีมสไปซี่ 1. ทำแป้งเครปโดยใส่แป้งสาลีอเนกประสงค์ และเกลือป่นลงในอ่างผสม ใช้ตะกร้อคนพอเข้ากัน ใส่ไข่ไก่ นมสด  น้ำ และเนยละลายในอ่างผสมอีกใบ คนพอเข้ากัน เทส่วนผสมไข่ไก่ลงในอ่างแป้งช้าๆ คนด้วยตะกร้อจนเป็นเนื้อเดียวกันและแป้งไม่จับตัวเป็นเม็ด ปิดอ่างแป้งเครปด้วยพลาสติกแร็ป นำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดาอย่างน้อย 30 นาที  2. ทำไส้เนื้อสับโดยตั้งกระทะน้ำมันพอร้อน ใส่หอมใหญ่ กระเทียม พริกชี้ฟ้าลงผัดจนมีกลิ่นหอม ใส่เนื้อวัวบด ผัดต่อจนเนื้อแห้ง ใส่ยี่หร่า ไธม์ ออริกาโน คาร์เยนเปเปอร์ ผัดให้เข้ากัน ตามด้วยมะเขือเทศ เคี่ยวให้งวดลงครึ่งหนึ่ง ใส่แตงกวาดอง ปรุงรสด้วยเกลือ พักไว้ 3. ทำซาวร์ครีมสไปซี่โดยผสมซาวร์ครีม ซอสพริก และยี่หร่า คนให้เข้ากัน 4. จัดเสิร์ฟโดยตั้งกระทะเครปทาเนยละลายเล็กน้อยบนไฟกลาง ตักแป้งเครปหยอดใส่กระทะ กลอกแป้งเครปให้ทั่วกระทะจนแป้งเป็นแผ่นบาง กลับอีกด้าน ทอดต่อจนสุก ตักขึ้นพักไว้บนตะแกรง ทำจนหมด ตักไส้เนื้อใส่ในแผ่นแป้ง ม้วนเป็นแท่ง จัดใส่จาน ราดซาวร์ครีมสไปซี่ เสิร์ฟกับร็อกเกต   24.06.2019 RECIPE

แพนเค้กบัตเตอร์นัทสควอชชีสนมแพะ 1. อุ่นเตาอบทอุณหภูมิ 200 องศาเซียส ใส่บัตเตอร์นัทควอชและกระเทียมในถาดอบ ราดน้ำมันมะกอก ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยเล็กน้อย นำเข้าอบนาน 25 นาทีจนสุกนุ่ม นำออกพักไว้ 2. ทำแพนเค้กโดยผสมแป้งสาลี ผงฟู เบกกิ้งโซดา และเกลือป่นในอ่างผสม ใช้ตะกร้อคนให้เข้ากัน ต่อยไข่ไก่ใส่ตรงกลาง ค่อยๆเทนมลงไป ตามด้วยบัตเตอร์มิลค์ และเนยละลายทั้งหมด คนจนส่วนผสมเป็นเนื้อเดียวกัน พักแป้งไว้ในตู้เย็นประมาณ 30 นาที 3. นำแป้งออกจากตู้เย็น ใส่บัตเตอร์นัทสควอชประมาณ 2/3 ของทั้งหมดลงไป บีบเอาเนื้อกระเทียมด้านในที่นุ่มลงไป ตามด้วยชีสนมแพะ ตะล่อมเบาๆให้เข้ากัน  4. ตั้งกระทะเคลือบบนไฟกลาง ทากระทะด้วยเนยบางๆ ตักแป้งเแพนเค้กหยอดประมาณ ¼ ถ้วย เมื่อแป้งเริ่มเป็นรูๆ พลิกกลับทอดต่ออีกด้านประมาณ 1 นาที ตักขึ้นวางพักไว้บนตะแกรง ทำจนหมดแป้ง 5. เสิร์ฟจัดแพนเค้กร้อนๆใส่จาน ตักบัตเตอร์นัทควอชที่เหลือหยอดหน้า โรยด้วยชีสนมแพะ และงาดำ ตกแต่งด้วยใบออริกาโน   หมายเหตุ - ชีสนมแพะมีรสและกลิ่นเฉพาะตัว ถ้าใครไม่ชอบสามารถเปลี่ยนเป็นครีมชีสได้ในสัดส่วนที่เท่ากัน - สามารถใช้ฟักทองแทนบัตเตอร์นัทควอทซ์ได้      24.06.2019 RECIPE

กาเลตต์เบคอนไข่ 1. ทำแป้งเครปโดยใส่แป้งสาลีอเนกประสงค์ลงในอ่างผสม ตามด้วยเกลือป่น ไข่ไก่ นมและน้ำ ใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากัน ค่อยๆ เทเนยจืดละลายตามลงไป ตีให้เข้ากัน ปิดด้วยพลาสติกแร็ป นำไปพักไว้ในตู้เย็น 30 นาที
 2. ทำมะเขือเทศคอมโพทโดยตั้งกระทะบนไฟกลาง ใส่เนยและมะเขือเทศลงผัดพอสุกนุ่ม ปรุงรสด้วยน้ำตาล เกลือและพริกไทยดำตามชอบ ปิดไฟ คนให้เข้ากัน 
3. ตั้งกระทะเครปบนไฟอ่อน ทาด้วยเนยละลาย พอกระทะเริ่มร้อน ตักแป้งเครปประมาณ 1/3 ถ้วย ใส่ตรงกลางกระทะ กลอกแป้งใส่ทั่วกระทะ ลดเป็นไฟอ่อน วางเบคอนเป็นสี่เหลี่ยมตรงกลางแป้งเครป ตักมะเขือเทศคอมโพท 2 ช้อนโต๊ะ  เกลี่ยให้ทั่วเบคอน ต่อยไข่ลงตรงกลางมะเขือเทศ โรยมอสซาเลลาชีสให้ทั่วแผ่นเครป พอขอบแป้งเริ่มเหลือง พับแป้งทั้งสี่ด้านเข้าหาไข่ไก่ ปิดฝาอบนาน 4 นาที เปิดฝา โรยพาร์สเลย์สับให้ทั่ว ปิดไฟ 4. ค่อยๆตักกาแลตเบคอนไข่ใส่จาน เสิร์ฟ 07.06.2019 RECIPE

คุกกี้นูเทลล่ากระทะร้อน 1. ใช้แปรงทาเนยให้ทั่วกระทะ แช่เย็นเตรียมไว้ อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ไฟบน-ล่าง วางตะแกรงให้อยู่ในระดับ 1/3 จากด้านล่างของเตา เตรียมส่วนผสมแห้งโดยร่อนแป้งสาลีอเนกประสงค์ เกลือป่น และเบกกิ้งโซดา รวมกัน พักไว้ 2. ตีเนย น้ำตาลทรายแดง และน้ำตาลทรายขาวในอ่างผสมด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าความเร็วปานกลางจนส่วนผสมมีลักษณะเป็นครีม ขึ้นฟู ใส่ไข่ไก่และกลิ่นวานิลลาที่ตีพอเข้ากันลงไป ตีต่อจนเป็นเนื้อเดียวกัน ใส่ส่วนผสมแป้งที่ร่อนไว้ ตีด้วยความเร็วต่ำให้เข้ากัน ใส่ Dark chocolate chips ลงไปครึ่งหนึ่ง ตีพอเข้ากัน ปิดเครื่อง 3. ตักส่วนผสมคุกกี้ลงในกระทะครึ่งหนึ่ง ใช้พายยางเกลี่ยให้เรียบเสมอกัน ตักนูเทลลาใส่ตรงกลาง เกลี่ยให้ทั่วโดยห่างจากขอบประมาณ 1 นิ้ว ทับด้านบนด้วยส่วนผสมคุกกี้ที่เหลือ เกลี่ยให้ปิดชั้นนูเทลล่าให้มิด โรยหน้าด้วย Dark chocolate chips ที่เหลือให้ทั่ว นำเข้าอบเป็นเวลา 20-25 นาทีหรือจนสุก นำออกมาพักให้คลายร้อนเล็กน้อย 4. ตัดแบ่งคุกกี้เป็นชิ้น เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมวานิลลา 10.04.2019 RECIPE

กุ้งแพทอดกรอบ 1. นำกุ้งมาล้างให้สะอาด พักให้สะเด็ดน้ำ ผสมน้ำพริกแกง น้ำปูนใส และน้ำโซดา ใช้ส้อมคนให้เข้ากันในถ้วยอีกใบ ใส่แป้งสาลี แป้งข้าวเจ้า และเกลือ ลงในอ่างผสม ใส่กุ้ง คลุกเคล้าจนแป้งเคลือบตัวกุ้งจนทั่ว 2. ใส่ส่วนผสมน้ำพริกแกงและใบมะกรูดลงในอ่างผสมกุ้ง ใช้ส้อมคนจนแป้งละลายเข้ากันกับส่วนผสมลักษณะแป้งที่ได้จะเหลวไม่ข้น สังเกตแป้งจะเคลือบตัวกุ้งบางๆ พักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดานาน 5 นาที 3. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟอ่อน พอน้ำมันเริ่มร้อน ใช้ทัพพีตักส่วนผสมหยอดลงทอดในกระทะน้ำมัน ให้เป็นแพบางๆ (หากตักในปริมาณมากเกิน เมื่อทอดจะทำให้แป้งด้านในไม่กรอบ) ทอดด้วยไฟอ่อน จนฟองอากาศที่ เกาะอยู่รอบๆหมด จึงเร่งไฟให้แรงขึ้น ทอดให้แป้งออกสีเหลืองทอง ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน เสิร์ฟคู่กับสลัดผลไม้ 01.03.2019 RECIPE

ผักชุบแป้งทอดสไตล์ญี่ปุ่น 1. ใส่ไข่แดง น้ำเย็น และน้ำแข็ง ลงในอ่างผสม คนให้ส่วนผสมเข้ากัน ค่อยๆเทแป้งลงในอ่างผสม ใช้ตะเกียบคนให้แป้งละลายไม่เกาะตัวเป็นเม็ด พักไว้ในตู้เย็นช่องแช่แข็งจนแป้งเย็นจัด ประมาณ 5-10 นาที 2. ทำซอสมายองเนสโชยุโดยตั้งกระทะบนไฟกลาง ใส่น้ำตาลทรายแดง รอให้น้ำตาลละลาย ใส่น้ำส้มสายชู ดาชิ น้ำ และโชยุ คนให้เข้ากัน เคี่ยวด้วยไฟอ่อนจนซอสเริ่มงวดและมีลักษณะข้นขึ้นเล็กน้อย ปิดไฟ พักไว้ให้เย็น แล้วจึงนำมาผสมกับมายองเนส ใช้ตะกร้อตีให้ส่วนผสมเข้ากันจนเป็นเนื้อเดียว 3. นำหอมใหญ่ ข้าวโพด แครอท กะหล่ำปลี และต้นหอมที่หั่นไว้ มาคลุกเคล้าพอเข้ากันในอ่างผสม เทส่วนผสมแป้งที่เตรียมไว้ลงในอ่างผสมผัก ใช้ตะเกียบคนจนแป้งเคลือบผักจนทั่ว 4. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง พอน้ำมันเริ่มร้อน ใช้ทัพพีตักส่วนผสมผักหยอดลงทอดในกระทะน้ำมัน ให้เป็นแพบางๆ (หากตักในปริมาณมากเกิน เมื่อทอดจะทำให้แป้งด้านในไม่กรอบ) ทอดด้วยไฟกลาง จนแป้งด้านล่างสุก แล้วใช้ตะเกียบพลิกกลับด้านไปมา ทอดต่อโดยพลิกกลับด้านบ่อยๆเพื่อให้แป้งกรอบทั้ง 2 ด้านทอดจนแป้งมีสีเหลืองทอง ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน เสิร์ฟกับซอสมายองเนสโชยุ 01.03.2019 RECIPE

ขนมโตเกียว 1. ผสมแป้งโตเกียว โดย ใส่ไข่ไก่ น้ำตาล กลิ่นวานิลลา และเนยลงในอ่างผสม ใช้ตะกร้อมือตีให้เข้ากันพอน้ำตาลละลาย ร่อนแป้งสาลี ผงฟูและเกลือป่นลงไป คนผสมให้เข้ากัน ใส่นมสด คนผสมให้เข้ากัน พักแป้งไว้ 15-20 นาที แบ่งแป้งใส่ขวดบีบ ½ ถ้วย พักไว้ 2. หั่นครึ่งไส้กรอกมินิคอลเทล  ตั้งกระทะน้ำมันพืชบนไฟกลาง ผัดไส้กรอกกับน้ำมันพอเหลือง ตักไส้กรอกขึ้นพักไว้ ในกระทะใบเดิมใส่รากผักชี กระเทียม พริกไทยที่โขลกรวมกัน ผัดให้หอม ใส่หมูสับลงผัดให้พอสุก ปรุงรสด้วยซอสปรุงรส ซอสหอยนางรม และพริกไทยขาวป่น ผัดให้เข้ากันจนแห้งดี ใส่ถ้วยพักไว้ 3. ตั้งกระทะเทฟลอนบนไฟกลางค่อนอ่อน ใช้กระบวยขนาดเล็กตักแป้งลงในกระทะ ใช้ก้นกระบวยวนแป้งให้เป็นวงกลม บีบแป้งที่ใส่ขวดบีบไว้ลงบนกระทะเป็นเส้นๆ 4.      เมื่อแป้งเริ่มสุก ตอกไข่นกกะทาลงไปแล้วยีให้แตก เหยาะด้วยซอสปรุงรส โรยพริกไทยป่น ใส่ไส้หมูสับลงไป วางไส้กรอกและโรยต้นหอม เมื่อไข่เริ่มสุกดี ค่อยๆม้วนขนม จัดวางใส่จาน ทำจนหมดแป้ง พร้อมเสิร์ฟ   19.12.2018 RECIPE

อาลัว 1. ร่อนแป้งสาลีลงในกระทะทองเหลือง ตามด้วยน้ำตาลทราย  เทกะทิครึ่งหนึ่ง ค่อยๆคนจนเข้ากัน ยกขึ้นตั้งบนไฟอ่อน ค่อยๆกวนแป้งไปทางเดียวกันอย่างสม่ำเสมอ จนน้ำตาลเริ่มละลาย (สังเกตขณะกวนจะไม่มีน้ำตาลในส่วนผสม) ใส่กะทิที่เหลือทั้งหมด กวนต่อจนแป้งเริ่มข้น ใส่กลิ่นมะลิ กวนจนเนื้อแป้งมันวาว เนื้อแป้งเป็นก้อนเดียวกันและล่อนออกจากกระทะ ปิดไฟ 2. ตักแบ่งแป้งใส่อ่างผสมตามจำนวนสีที่ต้องการ ผสมสีตามชอบลงไปคนให้เข้ากัน พอแป้งอุ่น ตักใส่ถุงบีบหัวแฉก บีบลงบนถาด (หรือถาดอบลมร้อน) โดยบีบเป็นดอกเล็กๆจนหมดแป้ง 3. นำไปตากแดด 5-6 ชั่วโมง หรือเข้าอบลมร้อนไฟเบอร์ 1 นาน 5 ชั่วโมง จนขนมลักษณะผิวน้ำตาลแข็ง นำมาพักให้เย็นตัว แล้วใช้ส้อมแซะออกจากถาด จัดใส่กล่อง ปิดฝาให้สนิท 04.12.2018 RECIPE

ปลาสีกุนทอด 1. ทำน้ำจิ้มโดยผสมน้ำจิ้มไก่และถั่วลิสงเข้าด้วยกันในถ้วย คนให้เข้ากัน ใส่แตงกวา พริกชี้ฟ้า พักไว้ 2. ล้างเนื้อปลา ใส่ลงในอ่างผสม โรยเกลือและพริกไทย เคล้า ให้ทั่ว นำไปหมักในตู้เย็นช่องธรรมดานานประมาณ 10-15 นาที เตรียมไว้ 3. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางค่อนข้างอ่อน คลุกปลาที่หมักกับแป้งสาลีให้ทั่ว แล้วชุบไข่และคลุกเกล็ดขนมปังอีกครั้ง พอทั่ว ใส่ลงทอดครั้งละจำนวนชิ้นเท่าๆกันจนสุกเหลืองทั่ว (เพื่อให้น้ำมันมีอุณหภูมิเท่าๆกันทุกครั้งที่ทอด) ตักขึ้นวางบนกระดาษซับน้ำมัน 4. จัดใส่จาน ตกแต่งด้วยใบผักชี เสิร์ฟร้อนๆกับน้ำจิ้ม     Tips ปลาสีกุน บางถิ่นเรียกปลาลังหรือปลาหางเเข็ง เป็นปลาทะเลที่คล้ายปลาทู เเต่มีขนาดใหญ่ เนื้อเเข็ง เเละราคาถูกกว่า เนื้อปลาจะหวานมันเป็นพิเศษในช่วงหน้าหนาว จะย่าง ทอด หรือต้ม ก็อร่อย 12.03.2018 RECIPE