Found 24 results for Tag : C.I.Y.-CookItYourself

ยำมะปรางสุก กินอาหารตามฤดูกาล ใคร ๆ ก็บอกว่าดี เพราะทั้งอร่อยกว่า และราคาถูกกว่า คุ้มค่าที่จะต้องกิน CIYก็ไม่พลาดที่จะนำวัตถุดิบดีๆ อย่างมะปราง มะยงชิด ใบมะขามอ่อน และปลาทราย ของดีฤดูร้อนนี้จะพลาดได้อย่างไร ยำมะปราง สำหรับ 2 คน กุ้งขาวแกะเปลือกเด็ดหัวไว้หาง ผ่าหลังดึงเส้นดำออก  6 ตัว คอหมูสับ                  100 กรัม หอมแดง                   5-6 หัว ตะไคร้อ่อน                 2 ต้น ใบมะกรูด                   3 ใบ พริกขี้หนู                   2 เม็ด มะปรางสุกหั่นเป็นชิ้น      5 ลูก สะระแหน่เด็ดใบ           ½ ถ้วย ยอดสะระแหน่สำหรับตกแต่ง น้ำยำ กระเทียมไทยแกะเปลือก         ½ ช้อนโต๊ะ รากผักชีซอย                  2 ราก พริกขี้หนูสวน                  8 เม็ด กะปิ                             1 ช้อนชา น้ำปลา                         1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปิ๊บ                     1 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว                      1 ช้อนโต๊ะ น้ำซุป                           2 ช้อนชา   วิธีทำ • ทำน้ำยำโดยโขลกกระเทียม รากผักชี พริกขี้หนูให้เข้ากันในครก ใส่กะปิ ลงโขลกให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปิ๊บ น้ำมะนาว คนให้เข้ากัน ใส่น้ำซุปคนให้เข้ากันอีกครั้ง ตักใส่ถ้วย พักไว้ • ทำยำมะปรางโดยตั้งหม้อน้ำบนไฟกลาง พอร้อน นำกุ้งลงลวกในหม้อน้ำให้สุก ตักขึ้น พักไว้ ตั้งหม้อใบเดิม ใส่น้ำลงไปเล็กน้อย นำเนื้อหมูลงรวนในหม้อให้สุก ตักขึ้น พักไว้ • เตรียมเครื่องยำโดยซอยหอมแดง ตะไคร้ ใบมะกรูด และพริกขี้หนู พักไว้ ปลอกมะปรางฝานเป็นชิ้น ใส่ถ้วย พักไว้ • ใส่เครื่องยำทั้งหมดลงในชามอ่างผสม เคล้าเครื่องยำกับน้ำยำให้เข้ากัน ตักใส่จาน ตกแต่งด้วยยอดสะระแหน่ เสิร์ฟ       03.28.2018 VIDEO

สลัดบีทรูปกับมันฝรั่งทอด สลัดบีทรูทกับมันฝรั่งทอด จำนวน 20 – 25 ชิ้น บีทรูทปลอกเปลือก ลูกละ(150กรัม) 2 หัว มายองเนส 2 ช้อนโต๊ะ ซอสดิจองมัสตาร์ด 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว ½ ช้อนชา ผักชีลาวสับละเอียด ½ ช้อนโต๊ะ เกลือป่นและพริกไทยดำป่นปริมาณเล็กน้อย ยอดผักชีลาวสำหรับตกแต่ง มั่นฝรั่งทอด มันฝรั่ง 250 กรัม ไข่ไก่ 1 ฟอง แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ช้อนโต๊ะ พริกคาเย็นป่น ¼ ช้อนชา หอมใหญ่สับละเอียด ¼ ลูก เกลือป่น พริกไทยดำป่น อย่างละ ¼ ช้อนชา น้ำมันพืชสำหรับทอด 1 ช้อนโต๊ะ   วิธีทำ 1. หั่นบีทรูทเป็นลูกเต๋าเล็ก ตั้งหม้อใส่น้ำด้วยไฟกลาง ใส่บีทรูทลงลวกนาน 5 นาที จนสุกนุ่ม นำบีทรูทใส่ตะแกรง พักไว้ให้คลายความร้อน ใส่ชามเตรียมไว้ 2. ทำน้ำสลัดโดยผสมมายองเนส ซอสดิจองมัสตาร์ด น้ำมะนาว ผักชีลาว พริกไทยดำและเกลือ เข้าด้วยกันในอ่างผสมอีกใบ เคล้าบีทรูทกับน้ำสลัดเบาๆ ชิมรสให้เปรี้ยวเค็มกลมกล่อม พักไว้ 3. ทำมันฝรั่งทอดโดยใช้ที่ขูด (box grater) ขูดมันฝรั่งเป็นเส้นเล็กๆ (หรือใช้มีดสับเป็นชิ้นเล็กๆ) ใส่ลงในผ้าขาวบาง คั้นเอาน้ำออกให้มากที่สุด ใส่ลงในอ่างผสม ใส่ไข่ไก่ แป้งสาลี พริกคาเยนป่น หอมใหญ่ เกลือและพริกไทยดำ เคล้าให้ส่วนผสมเข้ากัน ตั้งกระทะก้นแบนใส่น้ำมันบนไฟกลาง พอน้ำมันร้อนวางพิมพ์ลงในกระทะ ใส่ส่วนผสมลงไปกลางพิมพ์ ค่อยๆ เกลี่ยให้เต็ม ยกพิมพ์ออกทอดต่อจะเหลืองสวย กลับอีกด้านลงทอดจนสุกเหลืองทั้งสองด้าน ตักขึ้น พักให้สะเด็ดน้ำมันบนตะแกรง 4. จัดเสิร์ฟโดยตักสลัดบีทรูทวางลงบนมันฝรั่งทอด ตกแต่งด้วยยอดผักชีลาว เสิร์ฟทันที       03.19.2018 VIDEO

ส้มตำเรนโบว์ เริ่มต้นปีใหม่ หลายๆครอบครัวพาลูกหลานเข้าวัดทำบุญ เพิ่มความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตกันใช่ไหมละครับ CIY ก็มีสิ่งดีๆมาส่งต่อกับเมนูเพื่อสุขภาพ ให้ทุกคนได้นำไปทำอาหารถวายพระสงฆ์กัน รับรองว่าทั้งอิ่มบุญ อิ่มใจกันอย่างแน่นอน   เรนโบว์ส้มตำ สำหรับ 2-3 คน แครอท 1 หัว แตงกวาญี่ปุ่น 1 ลูก ฟักทอง 1 เสี้ยว ซูคินี 1 ลูก กะหล่ำปลีม่วงซอยบาง 1 หัว กระเทียมไทยแกะเปลือก 1 ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูสีแดง 3 เม็ด ถั่วฝักยาว 3 ฝัก น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 1 ซีก มะเขือเทศเชอร์รี่ 5 ลูก ถั่วลิสงคั่วและกุ้งแห้งเนื้อสำหรับโรย   วิธีทำ 1. เตรียมอ่างน้ำแข็งใส่น้ำ ทำผักเรนโบว์โดยหั่นแครอทเป็นแท่ง ใช้มีดปอกเปลือกผลไม้สไลซ์ให้เป็นแผ่นบาง แช่ลงในอ่างน้ำเย็นสักครู่ นำขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ สไลซ์แตงกวาญี่ปุ่น ปอกเปลือกฟักทองสไลซ์ให้เป็นแผ่นบาง แช่ลงในอ่างน้ำเย็นสักครู่ นำขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ หั่นซูคินีออกเป็น 3 ท่อน คว้านไส้ซูคินีออกให้หมด ใช้มีดปอกเนื้อซูคินีฝั่งด้านที่ตัดเป็นเส้นยาว ทำจนหมดลูก แช่เส้นซูคินีในอ่างน้ำเย็นสักครู่ นำขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ และกะหล่ำปลีม่วงให้ซอยบาง แช่อ่างน้ำเย็นเช่นเดียวกัน นำขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ 2. ทำน้ำส้มตำโดย โขลกกระเทียมพอแหลก ใส่พริกโขลกพอแตก เด็ดถั่วฝักยาวเป็นท่อนใส่ลงครก บุบพอถั่วแตก ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และน้ำมะนาว คนผสมหรือตำให้เข้ากัน เตรียมไว้ 3. หยิบผักเรนโบว์ที่ทำเตรียมไว้ใส่อ่างผสมตามด้วยมะเขือเทศ กุ้งแห้งและถั่วลิสงคั่ว ตักน้ำส้มตำที่ทำไว้ราดลงไป เคล้าเบาๆให้เข้ากัน ตักใส่จาน โรยตกแต่งด้วยถั่วลิสงและกุ้งแห้ง เสิร์ฟ         03.19.2018 VIDEO

ลาบไก่ ลาบไก่ สำหรับ 6 คน เนื้อสันในไก่สับ 2 ถ้วย น้ำ ¼ ถ้วย เกลือสมุทร ¾ ช้อนชา เครื่องในไก่(กึ๋น หัวใจ ตับ) ต้มสุก 3 พวง พริกขี้หนูแห้งคั่วป่น 1 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1 ½ ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 2 ½ ช้อนโต๊ะ หอมแดงซอย 5 หัว ต้นหอม 2 ต้น ผักชีไทย 2 ต้น ผักชีใบเลื่อย 2 ต้น ใบสะระแหน่ ¼ ถ้วย ข้าวคั่วป่น 2 ½ -3 ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูแห้งคั่วป่นและใบสะระแหน่สำหรับตกแต่ง ข้าวเหนียวสำหรับจัดเสิร์ฟ ผักสด กะหล่ำปลี แตงกวา ถั่วฝักยาว วิธีทำ 1. ตั้งหม้อบนไฟกลาง ใส่น้ำ พอร้อน นำไก่สับลงไปรวนให้สุก ขณะรวนไก่ ใส่เกลือลงไปเพื่อเพิ่มรสชาติให้กับเนื้อไก่ เมื่อสุกดีแล้ว ปิดไฟ ยกลง จากเตา 2. ซอยกึ๋น หัวใจ และตับเป็นชิ้นเล็ก ใส่ลงหม้อ เคล้าให้เข้ากัน ปรุงรสด้วย พริกป่น น้ำปลาและน้ำมะนาว เคล้าให้เข้ากันอีกครั้ง ชิมรส พักไว้ 3. ซอยหอมแดง ต้นหอม ผักชีไทย ผักชีใบเลื่อย ใบสะระแหน่เด็ดใบ ใส่ลงในหม้อ เคล้าเบาๆให้เข้ากัน ใส่ข้าวคั่ว เคล้าอีกครั้งให้เข้ากันดี ตักใส่จานเสิร์ฟ พร้อมข้าวเหนียวและผักสด       03.19.2018 VIDEO

ขนมจีนน้ำพริกกุ้งสด ขนมจีนน้ำพริกกุ้งสด สำหรับ 6 คน รากผักชี 3 ราก หอมแดง 3 หัว กระเทียมไทย 2 ½ ช้อนโต๊ะ ถั่วเขียวเราะเปลือก(ถั่วทอง) 1 ถ้วย น้ำ 3-4 ถ้วย กุ้งแห้งเนื้อ 3 ช้อนโต๊ะ หัวกะทิ 2 ถ้วย น้ำปลา 5 ช้อนโต๊ะ น้ำมะขามเปียก 5 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ ¾ ถ้วย กุ้งขาว(ตัวละ 40 กรัม) 7 ตัว มะกรูด 2 ลูก ถั่วลิสงคั่วป่น ¼ ถ้วย กระเทียมเจียว 2 ช้อนโต๊ะ หอมแดงเจียว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพริกป่น 3 ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูแห้งทอด 2-3 เม็ด ขนมจีน 1 กิโลกรัม ผัก - มะระจีนลวก ก้านผักบุ้งซอยลวก หัวปลีซอย ผักชุบแป้งทอด - ใบผักบุ้ง ดอกแค ดอกโสน   ผักชุบแป้งทอด แป้งข้าวเจ้า ¾ ถ้วย แป้งสาลีเอนกประสงค์ ½ ถ้วย น้ำปูนใส ¾ ถ้วย ใบผักบุ้ง 1 ถ้วย ดอกแค 1 ถ้วย ดอกโสน 1 ถ้วย น้ำมันปาล์มสำหรับทอด   วิธีทำ 1. ทำแป้งชุบทอดโดยผสม แป้งข้าวเจ้า แป้งสาลี และน้ำปูนใส คนให้กันดี เป็นเนื้อเดียวกัน พักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาจนกว่าจะนำออกมาใช้ 2. หั่นหอมแดง กระเทียม และรากผักชี เป็นชิ้นเล็ก เตรียมไว้ ตั้งกระทะ 2 ใบบนไฟกลาง ใบหนึ่งคั่วหอมแดง กระเทียม และรากผักชี คั่วให้สุกหอม ปิดไฟ พักไว้ในกระทะ ส่วนกระทะอีกใบที่คั่วถั่วทอง คั่วจนถั่วมีสีน้ำตาลเข้ม จากนั้นเติมน้ำเปล่าลงไป ใส่กุ้งแห้งลงต้ม ต้มจนทั่วสุกบาน นุ่มดีแล้ว ปิดไฟ เทลงโถปั่น ตามด้วยเครื่องที่คั่ว หัวกะทิ 1ถ้วย ปั่นให้เข้ากันพอละเอียด เทใส่หม้อ จากนั้นใส่กะทิที่เหลือลงในโถปั่น แล้วเทใส่หม้ออีกครั้ง 3. ตั้งบนไฟกลาง เคี่ยวด้วยไฟอ่อน ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะขามเปียก และน้ำตาลปี๊บ เคี่ยวไปเรื่อยๆ ระหว่างนั้นหั่นกุ้งเป็นเต๋าชิ้นเล็กพอคำ ใส่ลงในหม้อ หั่นมะกรูดเป็นแว่นเตรียมไว้ อีก1ลูกเตรียมไว้เพื่อคั้นน้ำ เมื่อกุ้งสุกแล้ว บีบน้ำมะกรูดลงไป ตามด้วยมะกรูดหั่นแว่น ถั่วลิสงคั่ว คนส่วนผสมให้เข้ากัน ใส่กระเทียมเจียว หอมแดงเจียว น้ำมันพริกป่น บิพริกทอดลงไป คนให้เข้ากันดี ปิดไฟ พักไว้ 4. ทำผักชุบแป้งทอดโดย ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง นำใบผักบุ้ง ชุบแป้งที่ทำเตรียมไว้ลงทอดจนสุกกรอบ ตักขึ้น พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน ดอกแคและดอกโสนทำเช่นเดียวกัน ทอดจนหมด เตรียมไว้ 5. จัดขนมจีนใส่จาน เสิร์ฟพร้อมน้ำยาน้ำพริก ผักลวก ผักสด และผักทอด       03.19.2018 VIDEO

ปลาตะเพียนต้มเค็ม ช่วงเวลาแห่งการส่งมอบความสุขสิ้นปีแบบนี้ หลายๆคนได้หยุดยาวไม่ได้ไปเที่ยวไหน นอนพักผ่อนอยู่บ้านกับคนในครอบครัว จะออกไปทานข้าวข้างนอกก็คนเยอะวุ่นวาย CIY cook it yourself เสาร์นี้ ขอนำเสนอ ‘กินดีเป็นศรีแก่ตัว’ชวนเพื่อนๆเข้าครัวมาทำอาหารที่มีความหมายดี ไม่ว่าจะเป็น ปลาตะเพียนต้มเค็ม , ขนมจีนน้ำพริกกุ้งสด , ลาบไก่ รับรองว่า ทั้งอร่อย ง่ายแถมกินแล้วโชคดีในปี 2561 ที่จะมาถึงแน่นอน ปลาตะเพียนต้มเค็ม สำหรับ 3-4 คน ปลาตะเพียน 3 ตัว รากผักชี 3 ราก กระเทียมไทยแกะเปลือก 1 ช้อนโต๊ะ พริกไทยขาวเม็ด 1 ช้อนชา น้ำมันพืช 4 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บหรือน้ำตาลมะพร้าว 1 ถ้วย น้ำสำหรับผัดกับน้ำตาลปี๊บหรือน้ำตาลมะพร้าวเล็กน้อย น้ำปลา 6 ช้อนโต๊ะ น้ำมะขามเปียก ¼ ถ้วย ซีอิ๊วดำหวาน 1 ช้อนชา เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ+ 2 ช้อนชา อ้อยสด 4 ชิ้น ขิงแก่ 1 แง่ง หอมแดง 6-8 หัวใหญ่ พริกชี้ฟ้าเหลือง 6 เม็ด น้ำ 8 ถ้วย พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเฉียงและใบผักชีสำหรับตกแต่ง ข้าวสวยสำหรับจัดเสิร์ฟ มะนาว พริกซอย หอมแดงซอยสำหรับกินเคียง วิธีทำ 1. ล้างปลาทั้งตัวด้วยการล้างแบบน้ำไหลผ่านให้สะอาด ใส่ถาดพักไว้ 2. ซอยรากผักชีให้ละเอียด ใส่ลงครก ตามด้วยกระเทียม พริกไทย โขลกเข้าด้วยกันให้ละเอียด เตรียมไว้ 3. ตั้งกระทะน้ำมัน พอร้อน นำเครื่องที่โขลกลงผัดจนมีกลิ่นหอม ผัดกับน้ำมันในกระทะด้วยไฟกลางจนมีกลิ่นหอม ปิดไฟ ตักใส่ถ้วย พักไว้ 4. ตั้งหม้อใบเดิม ใช้ไฟกลางค่อนอ่อน ใส่น้ำตาลปี๊บ เติมน้ำลงไปเล็กน้อย เคี่ยวน้ำตาลกับน้ำเล็กน้อย (เพื่อเพิ่มสีให้สวย) เคี่ยวจนเป็นน้ำตาลอ่อนคาราเมล เมื่อน้ำตาลเปลี่ยนเป็นสีเข้ม ปิดไฟ ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะขามเปียก ซีอิ๊วดำหวาน และเพิ่มความกลมกล่อมด้วยเกลือ 5. ใส่เครื่องโขลกที่ผัดแล้วลงในหม้อ จากนั้นนำอ้อยมาหั่นครึ่ง จัดเรียงลงหม้อ ซอยขิงแก่และหอมแดงหนาๆ ใส่ลงในหม้อให้ทั่ว 6. นำปลาตะเพียนวางเรียงในหม้อ บุบพริกชี้ฟ้าเหลืองพอแตกใส่ลงไป แล้วเปิดไฟ เติมน้ำลงไป ปิดฝา เคี่ยวด้วยไฟกลาง พอเดือดค่อยลดเป็นไฟอ่อน เคี่ยวประมาณ 4-6 ชั่วโมง จนเปื่อยนุ่ม ปิดไฟ 7. ตักใส่จาน ตกแต่งด้วยพริกชี้ฟ้าแดงหั่นแฉลบและใบผักชี เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยและมะนาว พริกซอย หอมแดงซอยสำหรับกินเคียง        03.19.2018 VIDEO

เวรี่เบอร์รี Very Berry Salad สำหรับ 2-3 คน อกไก่เลาะหนัง 1 ชิ้น เกลือสมุทร ¼ ช้อนชา พริกไทยดำบดใหม่ 1/8 ช้อนชา พาสลีย์สับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ น้ำ ½ ถ้วย วอลนัท 30 กรัม เฟต้าชีส 50 กรัม ผักสลัดสำหรับจัดเสิร์ฟ เบบี้สปินแนช บัตเตอร์เฮท ผลไม้สำหรับจัดเสิร์ฟ บลูเบอร์รี ราสเบอร์รี สตรอเบอร์รี และมัลเบอร์รี   น้ำสลัด Berry Dressing (ปริมาณ 1½ถ้วย) กระเทียมสับ 1 ช้อนชา ราสเบอร์รี 7-8 ลูก สตรอว์เบอร์รี 4 ลูก เกลือสมุทร ½ ช้อนชา น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ + 1 ช้อนชา Red Wine Vinegar 2 ช้อนโต๊ะ น้ำ ¼ ถ้วย น้ำมันมะกอก ½ ถ้วย พริกไทยดำบดใหม่ ¼ ช้อนชา   วิธีทำ 1. ปรุงรสอกไก่ด้วยเกลือ พริกไทย พาสลีย์สับ และน้ำมันมะกอก นำมาย่างจนสุกสีสวยทั้ง 2 ด้าน ใส่น้ำปิดฝาอบจนอกไก่สุก ตักขึ้นพักไว้แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นเตรียมไว้ 2. เตรียมน้ำสลัดโดยนำกระเทียมสับ ราสเบอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี เกลือสมุทร น้ำผึ้ง Red Wine Vinegar น้ำน้ำมันมะกอกและพริกไทยดำ ปั่นให้เข้ากันจนน้ำสลัดเข้ากันดี เทใส่ถ้วยพักไว้ 3. จัดเสิร์ฟด้วยผักสลัด เบบี้สปินแนช บัตเตอร์เฮท และผลไม้ บลูเบอร์รี ราสเบอร์รี สตรอเบอร์รี มัลเบอร์รี วอลนัท และเฟตต้าชีส เสิร์ฟกับน้ำสลัด     03.19.2018 VIDEO

พายเชอร์รี พายเชอร์รี (Cherry Pie) จำนวน 1 ชิ้น แป้งพาย แป้งสาลีอเนกประสงค์ร่อน 300 กรัม น้ำตาล 40 กรัม ผงฟู 4 กรัม เกลือป่น ½ ช้อนชา เนยสดชนิดจืดหั่นเต๋า 150 กรัม ไข่ไก่ 1 ฟอง น้ำเย็น 1 ช้อนโต๊ะ ไส้เชอร์รี่ เชอร์รีกระป๋องแยกน้ำเชื่อม 300 กรัม มาราสชิโนเชอร์รี 300 กรัม เหล้ารัม 30 กรัม เนยสดชนิดจืดละลาย 30 กรัม ส่วนผสมสำหรับทาหน้า ไข่แดงไข่ไก่ 1 ฟอง วิปปิ้งครีม 20 กรัม แป้งสาลีอเนกประสงค์สำหรับนวดแป้งพาย เนยจืดนุ่มสำหรับทาพิมพ์ วิธีทำ 1. ทำแป้งพายโดยใส่แป้งสาลี น้ำตาล ผงฟู เกลือและเนยปั่นด้วย food processor แล้วค่อยๆ ปั่นให้เข้ากันจนมีลักษณะคล้ายเม็ดทราย จากนั้นใส่ ไข่ไก่ และน้ำเย็น ลงในโถปั่น ปั่นจนเข้ากัน นำส่วนผสมออกจากเครื่องปั่น ใช้สันมือกดรีดให้ส่วนผสมมีเนื้อเนียนขึ้น รวบแป้งเป็นก้อนกลมแล้วแบ่งแป้งเป็นสองก้อน น้ำหนักก้อนละ 300 กรัม และ 200 กรัม แล้วรีดให้หนาประมาณ 3 ซม. ห่อด้วยพลาสติกแร็ป นำเข้าพักในตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 30 นาที 2. นำแป้งพาย (น้ำหนัก 300 กรัม) ออกจากตู้เย็น วางบนแผ่นรองอบ โรยแป้งนวล (แป้งสาลีอเนกประสงค์) วางแป้ง นำพลาสติกแร๊ปคลุมให้ทั่วแล้วรีดแป้งด้วยไม้คลึงแป้ง โดยคลึงจากตรงกลางออกเป็นแผ่นกลมหนา 3 มม. และทาเนยบนพิมพ์ จากนั้นยกวางบนพิมพ์ ใช้มือค่อยๆกรุแป้งลงพิมพ์ ใช้ส้อมจิ้มให้ทั่วฐานแป้ง นำเข้าพักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 20 นาที ใส่ไส้เชอร์รีให้เต็มหน้าพาย จากนั้นไม้คลึง ขอบแป้งออก นำเข้าพักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดา 3. ทำไส้เชอร์รีโดยผสมเชอร์รีกระป๋องที่แยกน้ำเชื่อมออกแล้ว มาราสชิโนเชอร์รี เหล้ารัม และเนยละลาย ในอ่างผสม ผสมให้เข้ากันดี พักไว้ 4. นำแป้งพายอีกก้อน (น้ำหนัก 200 กรัม) ออกจากตู้เย็น วางบนแผ่นรองอบ ที่โรยแป้งนวล (แป้งสาลีอเนกประสงค์) จนทั่ว คลุมด้วยพลาสติกแร๊ป รีดแป้งด้วยไม้คลึงแป้ง โดยคลึงจากตรงกลางออกเป็นแผ่นกลมหนา 3 ใช้ลูกกลิ้งด้านขอบหยักที่แป้งพายเป็นเส้นๆ ขนาดประมาณ 1.30 ซม. จำนวน 10-12 เส้น นำมาวางสานกันให้เต็มหน้าพาย ใช้ส้อมกดเป็นรอยตามขอบพายเพื่อยึดแป้งพายไว้ด้วยกัน ทาส่วนผสมสำหรับทาหน้า (ไข่แดงผสมกับวิปปิ้งครีม) ให้ทั่วหน้าพาย นำเข้าอบในเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส 20 นาที (วางถาดอบไว้ชั้นล่างสุดของเตาอบ) จากนั้นลดอุณหภูมิลงเหลือ 160 องศาเซลเซียส อบต่ออีก 30 นาที หรือจนพายสุก นำออกจากเตาอบ พักไว้ให้เย็นสักครู่ จึงนำเข้าพักในตู้เย็นช่องธรรมดาอีก 1 ชั่วโมง ตัดเป็นชิ้นเสิร์ฟ 03.19.2018 VIDEO

พัฟโลวา CIY ยกทัพกองเบอร์รีมานำเสนอ ทั้งของคาวของหวาน แต่ละเมนูสีสันสดใส ต้อนรับฤดูหนาวได้สดชื่นกันทั้งครอบครัว พัฟโลวา (Pavlova) จำนวน 8 ชิ้น ไข่ขาวไข่ไก่ 120 กรัม น้ำเย็นจัด 45 กรัม น้ำตาลทราย 250 กรัม เกลือป่น 1 หยิบมือ น้ำมะนาว 1 ช้อนชา แป้งข้าวโพด 25 กรัม วิปปิ้งครีม 250 กรัม กลิ่นวานิลลา 2 ช้อนชา สตรอว์เบอร์รี ราสป์เบอร์รี บลูเบอร์รี่ สำหรับจัดเสิร์ฟ Raspberry Sauce ราสเบอร์รีแช่แข็งทิ้งไว้ให้คลายตัว 175 กรัม น้ำตาลทราย 40 กรัม น้ำมะนาว ½ ช้อนโต๊ะ เกลือ 1 หยิบมือ ใบสาระแหน่สำหรับตกแต่ง วิธีทำ 1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส และวาดวงกลมขนาด 4.30 นิ้ว บนกระดาษไข คว่ำกระดาษไขด้านที่วาดลงบนถาดอบเตรียมไว้ 2. ทำเมอแรงโดยใส่ไข่ขาวและน้ำเย็นลงในเครื่องตีเค้กหัวตีตะกร้อ ตีด้วยความเร็วปานกลางให้ไข่ขาวเริ่มเป็นฟองละเอียด จึงเริ่มใส่น้ำตาลทีละน้อยจนหมด ใส่เกลือ และน้ำมะนาว ตีต่อจนไข่ขาวฟู มันวาวและตั้งยอดแข็ง ใส่แป้งข้าวโพด ตีต่อพอเข้ากัน 3. ตักเมอแรงก์ที่ตีแล้วใส่ลงในถาดอบที่เตรียมไว้ ปาดเมอแรงก์เป็นวงกลมขนาดเท่ากับที่วาดไว้ แล้วปาดเมอแรงก์เป็นแอ่งตรงกลาง นำเข้าอบในเตาอบที่อุ่นไว้ ลดอุณหภูมิเตาอบเป็น125 องศาเซลเซียสทันที อบนาน 1.30 ชั่วโมง ปิดไฟ พักเมอแรงก์ไว้ในเตาอบจนเย็นสนิท 4. ทำซอสราสเบอร์รี่โดยปั่นราสเบอร์รีกับน้ำตาลทราย น้ำมะนาวและเกลือ เข้าด้วยกันเทใส่ถ้วย พักไว้ตู้เย็น 5. ตีวิปปิ้งครีมและกลิ่นวานิลลาด้วยเครื่องตีเค้กหัวตีตะกร้อ จนขึ้นฟูและตั้งยอดแข็ง ปาดวิปปิ้งครีมบนเมอแรงก์ วางสตรอว์เบอร์รี ราสป์เบอร์รี บลูเบอร์รี่ ราดด้วยซอสราสเบอร์รี่ ตกแต่งด้วยใบสาระแหน่เสิร์ฟ     03.19.2018 VIDEO

ทีรามิสุ ”ถ้าพูดถึงกาแฟ คงเป็นครื่องดื่มที่ทั่วทั้งโลกรู้จัก กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ รสชาติที่มีเสน่ห์ ทำให้หลายคงหลงใหล CIY ก็นำกาแฟมาทำทั้งของคาว ของหวาน กลิ่นจะหอม น่าลิ้มลองแค่ไหน” ทีรามิสุ (Tiramisu) สำหรับ 8 คน กาแฟอาราบิก้าสดบดละเอียด 3 ช้อนโต๊ะ น้ำ 1 ถ้วย เลดี้ฟิงเกอร์ 7-8 แท่ง ผงโกโก้สำหรับโรยหน้า   ทีรามิสุ ไข่แดงของไข่ไก่ (ฟองละ 65 กรัม) 3 ฟอง เหล้ารัม ¼ ถ้วย น้ำตาลทราย ½ ถ้วย+2 ช้อนโต๊ะ เจลาตินแผ่น(ขนาดแผ่นละ 4 ½ x 2 ½ นิ้ว) 2 แผ่น วิปปิ้งครีม 1¼ ถ้วย มัสคาร์โพเนชีส 250 กรัม   วิธีทำ • ทำน้ำกาแฟโดยใส่น้ำลงไปที่ฐานของเครื่องทำกาแฟ ใส่ผงกาแฟที่บดแล้วลงในตัวรองระหว่างฐานกับตัวกาข้างบน นำตั้งบนไฟกลาง รอจนได้น้ำกาแฟที่ต้องการ ปิดไฟ ทิ้งไว้ให้เย็นหรือน้ำเข้าแช่ตู้เย็นช่องธรรมดาไว้ ระหว่างนั้นทำครีมทิรามิสุโดย ตั้งหม้อน้ำบนไฟกลาง ผสมไข่แดง น้ำตาลและเหล้ารัมลงในอ่างผสม เมื่อน้ำเดือดแล้วยกอ่างผสมวางบนหม้อน้ำ ใช้ตะกร้อมือตีส่วนผสมข้นขึ้น ยกออกจากเตา พักไว้ ให้เย็น • แช่เจลาตินลงในอ่างน้ำเย็นที่ใส่น้ำแข็ง พักไว้เจลาตินนุ่ม ระหว่างนั้นนำวิปปิ้งครีม ¼ ถ้วยใส่ลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟอ่อน พอร้อน ปิดไฟ นำเจลาตินที่นุ่มดีแล้ว บีบน้ำออก ใส่ลงในหม้อวิปปิ้งครีม คนให้ เจลาตินละลาย พักไว้ • ตีวิปปิ้งครีมส่วนที่เหลือในอ่างผสมที่ลองด้วยอ่างน้ำแข็ง จนตั้งยอดอ่อน เทส่วนผสมวิปปิ้งครีมที่ละลายเจลาตินไว้ ลงในอ่างผสม ตีส่วนผสมทั้งให้ขึ้นฟูและข้น พักไว้ • ตีส่วนผสมไข่และมาร์คาร์โพนเนชีส แบ่งตีทีละครึ่งให้เข้ากันด้วยตะกร้อมือ พอส่วนผสมเข้ากันแล้ว นำส่วนผสมวิปปิ้งครีมที่ตีใส่ทีละครึ่ง ผสมให้เข้ากัน จนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดี ตักครีมทิรามิสุที่ได้ ใส่ถุงบีบ เตรียมไว้ • จัดเสิร์ฟโดยนำเลดี้ฟิงเกอร์จุ่มลงในน้ำกาแฟที่ทำไว้ทั้ง 2 ด้าน บีบครีมทิรามิสุที่เตรียมไว้ลงในแก้วทำซ้ำแบบนี้ 2 รอบ ปาดเนื้อครีมให้เรียบ นำแช่ตู้เย็นช่องธรรมดา พักไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง • เมื่อจะรับประทานให้โรยผงโกโก้ด้านบน เสิร์ฟ ข้อเสนอแนะ • เลดี้ฟิงเกอร์นั้นมีขายสำเร็จรูปทั่วไป สามารถใช้เนื้อเค้กเป็นแผ่นบางแทนได้ • ส่วนใหญ่นิยมใส่เหล้ามาร์ซาลา (Marsala) อะมาเรตโต้ (Amaretto) วิสกี้ (Whisky) หรือไม่ก็เหล้ารัม (Rum) • เคล็ดลับการใช้ชีสมัสคาร์โพเนคือ ก่อนใช้นำชีสออกมาพักนอกตู้เย็นจนมีอุณหภูมิใกล้เคียงกับในห้อง หรือเย็นกว่าเล็กน้อย เวลาผสมชีสกับครีมไข่แดงไม่ควรตีนานจนเกินไปเพราะชีสจะแยกตัว • หากเนื้อครีมทีรามิสุเหลว เวลาใส่พิมพ์จะทำให้เลดี้ฟิงเกอร์เรียงไม่อยู่ระดับเดียวกัน ดังนั้นก่อนใส่ลงในพิมพ์จึงควรทำให้เนื้อทีรามิสุข้นขึ้นก่อน โดยวางอ่างเนื้อครีมทีรามิสุลงบนอ่างน้ำแข็ง ใช้พายยางคนเบาๆไปเรื่อยๆจนเนื้อทีรามิสุข้นขึ้นแล้วจึงตักเนื้อครีมใส่พิมพ์         03.19.2018 VIDEO

คอฟฟี่ คัสตาร์ด แครมบูเล ”ถ้าพูดถึงกาแฟ คงเป็นครื่องดื่มที่ทั่วทั้งโลกรู้จัก กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ รสชาติที่มีเสน่ห์ ทำให้หลายคงหลงใหล CIY ก็นำกาแฟมาทำทั้งของคาว ของหวาน กลิ่นจะหอม น่าลิ้มลองแค่ไหน” คอฟฟี่คัสตาร์ดแครมบูเล สำหรับ 4 คน ส่วนผสม วิปปิ้งครีม 500 มิลลิลิตร ผงกาแฟสำเร็จรูป 2 ช้อนโต๊ะ ไข่แดง 4 ฟอง แป้งสาลีอเนกประสงค์ 3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 6 ช้อนโต๊ะ บรั่นดี 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทรายสำหรับโรยหน้า   วิธีทำ • ตั้งหม้อ เทวิปปิ้งครีม ผงกาแฟ ลงไป ตั้งบนไฟกลางค่อนอ่อน ใช้หมั่นคนเพื่อไม่ให้ส่วนผสมไหม้ • ใช้ตะกร้อมือตีไข่แดงและแป้งสาลีอเนกประสงค์ในอ่างผสม เตรียมไว้ กลับไปที่หม้อส่วนผสมครีม ใส่น้ำตาลลงไป คนให้น้ำตาลละลายดี เมื่อครีมร้อนได้ที่ ปิดไฟ • เทส่วนผสมครีมที่ทำไว้ทีละน้อยใส่ลงไปในส่วนผสมของไข่แดงกับแป้งสาลี คนจนเป็นเนื้อเดียวกัน จึงเทส่วนผสมทั้งหมดกลับลงหม้อ ตั้งบนไฟอ่อน (ระหว่างตั้งไฟให้คนตลอดเวลา)คนเรื่อยๆจนเนื้อเริ่มข้นเป็นคัสตาร์ด ปิดไฟ • เพื่อให้เนื้อคัสตาร์ดมีความละเอียดเนียนให้กรองด้วยกระชอน 1 ครั้ง ใส่บรั่นดีลงไป ผสมให้เข้ากันอีกครั้ง ตักส่วนผสมใส่พิมพ์ นำไปแช่ตู้เย็นอย่างน้อย 2 -3 ชั่วโมง • เมื่อนำมารับประทานให้โรยน้ำตาลบางๆ ใช้แก๊สที่เป็นหัวปืนพ่นไฟกริลล์ให้น้ำตาลกลายเป็นสีน้ำตาลทอง พักไว้ 1-2 นาที เสิร์ฟ                         03.19.2018 VIDEO

หมูอบกาแฟ ”ถ้าพูดถึงกาแฟ คงเป็นครื่องดื่มที่ทั่วทั้งโลกรู้จัก กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ รสชาติที่มีเสน่ห์ ทำให้หลายคงหลงใหล CIY ก็นำกาแฟมาทำทั้งของคาว ของหวาน กลิ่นจะหอม น่าลิ้มลองแค่ไหน” ส่วนผสม เนื้อหมูส่วนสันใน (350กรัม) 1 ชิ้น กาแฟอาราบิก้าบดละเอียด 3 ช้อนโต๊ะ ลูกผักชีคั่วป่น ½ ช้อนชา ผงปาปริก้า 1 ช้อนโต๊ะ พริกคาเยนป่น 1 ช้อนโต๊ะ ผงกระเทียม 1 ช้อนชา ผงหอมใหญ่ 1 ช้อนชา เกลือสมุทร 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทรายแดง 1 ½ ช้อนโต๊ะ พริกไทยดำป่น ½ ช้อนชา น้ำมันมะกอกสำหรับทอดหมูเล็กน้อย ผักสำหรับย่างมี แครอท ฟักทองญี่ปุ่น พริกหวานสีแดง และถั่วแขก เกลือป่นและพริกไทยดำบดสำหรับปรุงรสผักย่างน้ำมันมะกอกสำหรับเคล้าผักเล็กน้อย วิธีทำ • ทำเครื่องหมักหมูโดยผสมกาแฟบด ลูกผักชี ผงปาปิก้า พริกคาเยน ผงกระเทียม ผงหอมใหญ่ เกลือและน้ำตาลทรายแดงในอ่างผสม คนส่วนผสมให้เข้ากัน เพิ่มความหอมด้วยการบดพริกไทยดำลงไป คนส่วนผสมให้เข้ากันอีกครั้ง • ล้างเนื้อหมูให้สะอาด ซับน้ำให้แห้ง หั่นเนื้อหมูเป็นสองส่วน นำหมูลงหมักกับเครื่องหมักที่เตรียมไว้ เคล้าให้เครื่องหมักเคลือบทั่วเนื้อหมู หมักทิ้งไว้ 15 นาที และวอร์มเตาอบไว้ที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส • ตั้งกระทะน้ำมันมะกอกบนไฟกลาง พอร้อน นำหมูที่หมักไว้ ลงทอด ให้ผิวนอกตึงตัว มีสีสวย ทอดสักครู่ ปิดไฟ นำหมูขึ้นวางบนตะแกรงที่รองด้วยถาดอบ นำเข้าอบประมาณ 15 นาที • ระหว่างรอหมูอบ ทำผักย่างโดยเตรียมผักก่อนด้วยการหั่นแครอทเป็นชิ้นบาง ฟักทองปอกเปลือกเล็กน้อยหั่นชิ้นตามใจชอบ ส่วนพริกหวานให้แกะเมล็ดออก หั่นชิ้นตามยาว ส่วนถั่วแขกน้ำมาเคล้ากับน้ำมันมะกอก ปรุงรสด้วยเกลือป่นและพริกไทยดำป่น ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง พอร้อน นำถั่วแขกลงไปย่างให้สุกและมีสีเกรียม เมื่อหมูอบสุกครบเวลาแล้วให้นำออกมาจากเตาอบ พักไว้ จึงต่อด้วยการนำผักที่เหลือใส่อ่างผสม เคล้ากับน้ำมันมะกอก เกลือและพริกไทยดำป่น ย่างให้สุกและมีสีเกรียมเหมือนกัน ปิดไฟ ตักใส่จาน พักไว้ • จัดเสิร์ฟโดยสไลซ์เนื้อหมูหนาประมาณ 1 ซม. จัดเรียงใส่จานเสริ์ฟพร้อมกับผักย่างหลากสี     03.19.2018 VIDEO

กุ้งผัดพริกเกลือ อาหารอร่อย ไม่ใช่แค่ได้วัตถุดิบที่สดใหม่ แต่ต้องดีต่อใจด้วย เพราะการได้รับรู้ที่มาของวัตถุดิบ ตรงมาจากชาวประมงพื้นบ้าน ใช้วิธีการจับปลาที่ช่วยอนุรักษ์ธรรมชาติ ยิ่งทำให้คนทำและคนทานอร่อย และอิ่มใจยิ่งขึ้น CIY เสนอเมนู พล่าปลาหลังเขียว กุ้งผัดพริกเกลือ และ แกงส้มปลากุเลา กุ้งผัดพริกเกลือ สำหรับ 2 คน กุ้งแชบ๊วย 8 ตัว น้ำมันพืชสำหรับทอด 2 ถ้วย กระเทียมไทยสับ 1 ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูสวนสีแดงและเขียวสับ 1 ช้อนโต๊ะ เกลือสมุทร 1 ½ ช้อนชา น้ำตาลทราย 1 ½ ช้อนชา กระเทียมเจียว 3 ช้อนโต๊ะ พริกชี้ฟ้าสีแดง แกะไส้ออก หั่นชิ้นเล็ก 1 เม็ด ต้นหอมซอย 3 ต้น วิธีทำ 1. ล้างกุ้ง ตัดขาและกรีแหลมออก ผ่าหลังทั้งเปลือก ดึงเส้นดำออก พักให้สะเด็ดน้ำหรือซับให้แห้งด้วยกระดาษทิชชู 2. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางพอร้อน ใส่กุ้งลงทอดให้กรอบ สุกกำลังพอดี ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน 3. เทน้ำมันทอดกุ้งออกให้เหลือในกระทะประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ ตั้งบนไฟกลางค่อนอ่อน เจียวกระเทียมให้เหลืองหอม ใส่พริกขี้หนูสวน ปรุงรสด้วยเกลือและน้ำตาล ผัดให้เข้ากันจนเครื่องปรุงรสละลายเข้ากันดี ใส่กระเทียมเจียว พริกชี้ฟ้าแดง ต้นหอม ผัดเร็วๆ ใส่กุ้งที่ทอดเตรียมไว้ ผัดให้เข้ากัน ปิดไฟ ตักใส่จาน เสิร์ฟร้อนๆ       03.19.2018 VIDEO

แกงส้มปลากุเลา อาหารอร่อย ไม่ใช่แค่ได้วัตถุดิบที่สดใหม่ แต่ต้องดีต่อใจด้วย เพราะการได้รับรู้ที่มาของวัตถุดิบ ตรงมาจากชาวประมงพื้นบ้าน ใช้วิธีการจับปลาที่ช่วยอนุรักษ์ธรรมชาติ ยิ่งทำให้คนทำและคนทานอร่อย และอิ่มใจยิ่งขึ้น CIY เสนอเมนู พล่าปลาหลังเขียว กุ้งผัดพริกเกลือ และ แกงส้มปลากุเลา แกงส้มปลากุเลา สำหรับ 4 คน ส่วนผสม ปลากุเลา(980 กรัม) 1 ตัว น้ำ 6 ถ้วย ตะไคร้หั่นท่อน บุบพอแตก 2 ต้น ข่าหั่นแว่น 4-5 แว่น เกลือป่น 1 หยิบมือ น้ำพริกแกงส้มใต้สำเร็จรูป 1/3 ถ้วย +1 ช้อนโต๊ะ ขมิ้นปอกเปลือกหั่นชิ้นเล็ก 1 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 5 ช้อนโต๊ะ น้ำมะขามเปียก 3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ ยอดมะพร้าว หั่นชิ้นพอคำ 300 กรัม น้ำมะนาว 1 ซีก ข้าวสวยสำหรับจัดเสิร์ฟ วิธีทำ 1. ทำน้ำสต๊อกปลาโดยแล่เนื้อปลาออกจากกระดูก หั่นเนื้อปลาเป็นชิ้นเตรียมไว้ หั่นกระดูกปลาเป็นท่อน เสร็จแล้วนำไปล้างผ่านน้ำจนน้ำมีความใส ตั้งหม้อน้ำบนไฟกลาง พอเดือด ใส่กระดูกปลาลงไป ใส่ข่า ตะไคร้ และเกลือ (ระหว่างต้มเมื่อมีฟอง ให้ช้อนฟองออกจะทำให้น้ำสต๊อกมีความใสและไม่คาว) เมื่อน้ำสต๊อกปลาเดือดอีกครั้งให้ลดเป็นไฟอ่อน ต้มต่ออีกประมาณ 20 นาที จึงช้อนกระดูกปลา ข่า และตะไคร้ออก ปิดไฟ 2. โขลกน้ำพริกแกงส้มกับขมิ้นให้ละเอียดเข้ากันดี ตักใส่ถ้วย พักไว้ 3. ทำแกงส้มโดยตั้งหม้อน้ำสต๊อกบนไฟกลาง พอเดือด ใส่เครื่องแกงลงไปต้มให้สุกหอม ขณะที่น้ำแกงเดือด ปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำมะขามเปียก ตัดความหวานเล็กน้อยด้วยน้ำตาลมะพร้าว ใส่เนื้อปลากุเลาลงไป เมื่อเนื้อปลาเริ่มสุก ใส่ยอดมะพร้าว คนเบาๆ ต้มต่อให้สุกประมาณ 5 นาที ปิดไฟ บีบมะนาว คนเบาๆให้เข้ากันอีกที ตักใส่ชามเสิร์ฟพร้อมข้าวสวยหุงสุก     03.19.2018 VIDEO

พล่าปลาหลังเขียว อาหารอร่อย ไม่ใช่แค่ได้วัตถุดิบที่สดใหม่ แต่ต้องดีต่อใจด้วย เพราะการได้รับรู้ที่มาของวัตถุดิบ ตรงมาจากชาวประมงพื้นบ้าน ใช้วิธีการจับปลาที่ช่วยอนุรักษ์ธรรมชาติ ยิ่งทำให้คนทำและคนทานอร่อย และอิ่มใจยิ่งขึ้น CIY เสนอเมนู พล่าปลาหลังเขียว กุ้งผัดพริกเกลือ และ แกงส้มปลากุเลา พล่าปลาหลังเขียว สำหรับ 2 คน ส่วนผสม ปลาหลังเขียวสดแล่ชิ้น 10 ชิ้น น้ำมันมะกอกสำหรับเคล้าปลาเล็กน้อย หอมแดงซอย กระเทียมกลีบใหญ่ซอยบางและตะไคร้ซอย สำหรับโรย ใบสะระแหน่ สำหรับตกแต่ง   น้ำยำ น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลมะพร้าว ½ ช้อนโต๊ะ กระเทียมกลีบใหญ่สับหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูสวนเขียวและแดงซอยตามชอบ   วิธีทำ 1. ทำน้ำยำโดยผสมน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลทราย และน้ำตาลมะพร้าว คนให้เข้ากันในชาม จนน้ำตาลละลายดี จึงใส่กระเทียม พริกขี้หนู ผสมให้เข้ากันอีกครั้ง พักไว้ 2. เตรียมปลาหลังเขียวโดยใช้กระดาษทิชชูซับเนื้อปลาให้แห้ง แล้วนำไปเคล้ากับน้ำมันมะกอกเล็กน้อย (เพื่อไม่ให้เนื้อปลามีความแห้ง) จัดปลาหลังเขียวใส่จาน วางเครื่องสมุนไพร (ตะไคร้ หอมแดง กระเทียม) บนชิ้นปลา ราดน้ำยำให้ทั่ว ตกแต่งด้วยใบสะระแหน่ เสิร์ฟ         03.19.2018 VIDEO

น้ำตกกรอบ ”เทศกาลกินเจ การถือศีลละเว้นเนื้อสัตว์ แล้วต้องทานอาหารรสไม่จัด ซึ่งก็ค่อยข้างทานยากสำหรับผม และมือใหม่หัดทานเจ CIY เลยปรับเปลี่ยนเมนูรสแซ่บแบบเดิมๆ ให้เป็นอาหารเจแซ่บรับรองว่าถูกปากทุกคนอย่างแน่นอน” น้ำตกกรอบเจ สำหรับ 2 คน ส่วนผสม โปรตีนเกษตรแบบกลมแผ่นใหญ่ 50 กรัม น้ำมันสำหรับทอด ½ ถ้วย ซีอิ๊วขาว ½ ช้อนโต๊ะ เกลือสมุทร 1 ช้อนชา น้ำตาลทราย ½ ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ ผักชีฝรั่งหั่น หยาบ ½ ถ้วย ใบมะกรูดซอย 4 ใบ ใบสะระแหน่ ¼ ถ้วย งาขาวคั่ว 2 ช้อนชา พริกป่น 1 ½ ช้อนชา หรือตามชอบ ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ พริกแห้งทอดสำหรับบิ 4 เม็ด น้ำมันทอดโปรตีนเกษตร 1 ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูแห้งทอดและใบสะระแหน่สำหรบตกแต่ง ผักสดมี แตงกวา ถั่วฝักยาว ผักกาดขาว วิธีทำ 1.แช่โปรตีนเกษตรในน้ำให้อ่อนนุ่ม จากนั้นนำมาหั่นให้เป็นชิ้นตามยาว เตรียมไว้ 2.ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางพอร้อน นำโปรตีนเกษตรที่เตรียมไว้ลงทอดจนกรอบนอกนุ่มใน ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน 3.ทำน้ำตกเจโดยผสมซีอิ๊วขาว เกลือ น้ำตาลทรายและน้ำมะนาวในถ้วยคนให้เข้ากันจนเกลือและน้ำตาลละลายดี เตรียมไว้ ใส่โปรตีนเกษตรลงในอ่างผสม ใส่ผักชีฝรั่ง ใบมะกรูด ใบสะระแหน่ ใส่งาขาว พริกป่น ข้าวคั่วและบิพริกแห้งทอด ใส่ส่วนผสมของเครื่องปรุงรสที่เตรียมไว้ เคล้าให้เข้ากัน (ถ้าแห้งเกินไปให้ใส่น้ำมันที่ทอดโปรตีนเกษตรลงไปเล็กน้อย) 4.ตักใส่จาน ตกแต่งด้วยพริกขี้หนูแห้งทอดและใบสะระแหน่ เสิร์ฟพร้อมผักสด       03.19.2018 VIDEO

ยำเต้าหูฟูเจ ”เทศกาลกินเจ การถือศีลละเว้นเนื้อสัตว์ แล้วต้องทานอาหารรสไม่จัด ซึ่งก็ค่อยข้างทานยากสำหรับผม และมือใหม่หัดทานเจ CIY เลยปรับเปลี่ยนเมนูรสแซ่บแบบเดิมๆ ให้เป็นอาหารเจแซ่บรับรองว่าถูกปากทุกคนอย่างแน่นอน” ยำเต้าหู้ฟูเจ สำหรับ 2-3 คน ส่วนผสม เต้าหู้ขาวแข็ง 400 กรัม น้ำมันพืชสำหรับทอด 3 ถ้วยฅ มิกซ์สลัด(แครอทซอย กะหล่ำปลีม่วงซอย ต้นอ่อนทานตะวัน เรดโอ๊ก กรีนโอ๊ก บัตเตอร์เฮด ผักกาดคอส) หรือตามใจชอบ มะเขือเทศเชอร์รี่ ผ่าครึ่งตามขวาง 10 ลูก มะม่วงเปรี้ยวซอย เส้น 1 ลูก ถั่วลิสงทอด ¼ ถ้วย น้ำยำ ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูสีแดงซอย 7 เม็ด   วิธีทำ  1. ยีเต้าหู้ด้วยส้อมเป็นชิ้นเล็กๆ ใช้ทิชชูหรือผ้าซับน้ำออกจากเต้าหู้ ตั้งกระทะน้ำมันด้วยไฟกลางพอร้อน นำเต้าหู้ลงทอด ทอดจนเหลืองกรอบ ตักขึ้นพักไว้ ให้สะเด็ดน้ำมัน 2. ทำน้ำยำโดยผสมซีอิ๊วขาว น้ำตาลปี๊บและน้ำมะนาว ใส่น้ำมันมะกอก เพิ่มความเผ็ดด้วยพริกขี้หนู ปรุงรสด้วยเกลือสมุทร คนให้เข้ากันจนส่วนผสมข้นขึ้นเล็กน้อย เตรียมไว้ 3. ใส่ผักสลัดลงอ่างผสมตามด้วยมะเขือเทศเชอร์รี่ มะม่วงเปรี้ยว เต้าหู้ฟู ใส่ถั่ว ใส่น้ำยำ เคล้าเบาๆให้เข้ากัน 4. ตักใส่จาน เสิร์ฟ         03.19.2018 VIDEO

แพนเค้กกิมจิ อาหารมังสวิรัส ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่เรื่องยากที่เราจะลองทานอาหารมังฯ นะครับ CIY เลยขอนำเสนอเมนูสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นใจยังไม่แข็งพอที่จะละเว้นเนื้อสัตว์ ลองปรับการกินแบบชิลๆ เริ่มที่เมนูสเต็กเห็ดสับ เปนเน่ซอสเพรสโต้ และ แพนเค้กกิมจิ แพนเค้กกิมจิ (Kimchi Jeon) สำหรับ 2 คน แป้งทอดกรอบ 1 ถ้วย น้ำกิมจิสำเร็จรูป ½ ถ้วย กระเทียมกลีบใหญ่แกะเปลือกสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 1/8 ช้อนชา น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา กิมจิผักกาดขาวสำเร็จรูปบีบน้ำออก 200 กรัม ต้นหอมหั่นท่อน 1 นิ้ว 3 ต้น น้ำมันพืชสำหรับทอด งาขาวคั่วสำหรับโรย ต้นหอมซอยเส้นสำหรับโรย น้ำจิ้ม ซีอิ๊วขาวญี่ปุ่น 1 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชูหมักจากข้าว 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันงา 1 ช้อนชา น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา งาขาวคั่วสำหรับโรย   วิธีทำ 1. ผสมแป้งทอดกรอบ น้ำกิมจิ กระเทียมขูด เกลือ และน้ำตาล ให้เข้ากันในอ่างผสม ใช้ช้อนคนให้เข้ากันจนเนียน จะได้แป้งค่อนข้างข้น จากนั้นใส่กิมจิและต้นหอม ใช้ช้อนคนให้เข้ากัน ส่วนผสมค่อนข้างจะข้น แช่ตู้เย็นช่องธรรมดาไว้จนกว่าจะใช้ 2. ทำน้ำจิ้มโดยผสมซีอิ๊วขาวญี่ปุ่น น้ำส้มสายชู น้ำตาล น้ำมันงา และงาขาวคั่ว คนให้เข้ากันจนน้ำตาละลายพักไว้ 3. ตั้งกระทะเทฟลอนบนไฟกลาง ใส่น้ำมันพืชเล็กน้อย พอน้ำมันร้อนตักส่วนผสมแพนเค้กกิมจิลงทอด โดยหยอดให้แผ่ออกเป็นแผ่นกลมแบน หนาประมาณ 1.5 ซม.ใช้ไฟกลางค่อนข้างอ่อนทอดจนผิวนอกกรอบเกรียมเล็กน้อย พลิกเอาอีกด้านลงทอดจนสุกทั่ว ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน ตัดเป็นชิ้นสามเหลี่ยม โรยด้วยงาขาวคั่ว ต้นหอมซอยเส้น เสิร์ฟร้อนๆ กับน้ำจิ้ม         03.19.2018 VIDEO