จิบชาในสวนสวยที่ JB’s Bakery ร้านหาทำของสูงวัยที่ไม่อยากอยู่ว่าง

225 VIEWS
PIN

image alternate text
image alternate text
จิบชาแกล้มเบเกอร์รีพรีเมี่ยมในสวนสวยเหมือนนั่งอยู่อังกฤษ

ขณะไถฟีดดูอะไรไปเรื่อยเปื่อย ฉันก็สะดุดตากับภาพเบเกอร์รีในสวนสวยเหมือนอยู่ที่อังกฤษ พร้อมแคปชั่นว่าที่นี่เป็นร้านเบเกอร์รีที่ทำโดยผู้สูงวัย ว่ากันตามตรงเวลานึกถึงผู้สูงวัยทำขนม ฉันก็มักจะนึกถึงภาพคุณลุงคุณป้าต่างจังหวัดนั่งทำขนมไทยๆ เสียมาก นึกไม่ออกเลยว่าเคยเจอผู้สูงวัยที่เปิดร้านเบเกอร์รีอย่างจริงจัง แถมร้านยังป๊อปในหมู่วัยรุ่นสายถ่ายรูปร้านสวยๆ ลงไอจีเสียด้วย

อยากรู้ก็ต้องตามไปดู ฉันจึงเดินทางข้ามโลก (เว่อร์ไป๊) ข้ามจังหวัด จากทาวน์อินทาวน์มาถึงสนามบินน้ำ นนทบุรี เพื่อมาจิบชายามบ่ายแกล้มขนมรื่นรมย์ธรรมชาติสไตล์อังกฤษเสียหน่อย แม้วันนั้นน้ำจะกำลังท่วมหนักหลังฝนตกใหญ่ตอนกลางคืน แต่หยุดเราไม่ได้หรอก ไปค่ะ!

jbbakery

จอดรถที่ลานจอดด้านหน้า โทรแจ้งทางร้าน สักพักก็มีรถกอล์ฟมารับ นั่งยังไม่ทันเรียบร้อยดีก็ถึงแล้วค่ะร้าน JBs Bakery หน้าร้านเป็นตู้เบเกอร์รีขนาดพอดีๆ น่ารัก และเมื่อเดินเข้าสู่ด้านใน ก็รู้สึกเหมือนกลายเป็นอลิซที่หลุดเข้าไปในวันเดอร์แลนด์ เพราะที่ซ่อนตัวอยู่คือสวนสีเขียวขนาดอาจจะไม่ใหญ่โตแต่ตกแต่งไว้อย่างสวยงาม ตั้งแต่ซุ้มเหล็กดัดทรงกลมที่เป็นไฮไลท์ให้ฟีลเหมือนโลกเทพนิยาย ดอกไม้และต้นไม้ใบหญ้า พร้อมชุดโต๊ะเก้าอี้น่ารักจัดวางไว้ใต้ร่มไม้ หรือถ้าไม่ชอบความร้อนจะเข้าไปนั่งในห้องกระจกที่ตกแต่งด้วยวอลล์เปเปอร์ ตุ๊กตา ต้นไม้ดอกไม้ เหมือนหลุดไปอยู่ที่บ้านสักหลังในอังกฤษก็ได้

jbbakery
jbbakery

ระหว่างตื่นตาตื่นใจกับความน่ารักอยู่นั้น คุณ อ้อ-รุ่งรัตน์ อิทธิแสง ก็เดินมาทักทาย เธอแนะนำตัวเองว่า ‘ป้าอ้อ’ เพราะอยู่ในวัยห้าสิบกว่าไปแล้ว แต่พูดกันตามตรงก็ต้องบอกว่ายังเป็นห้าสิบกว่าๆ ที่กระฉับกระเฉงและมีชีวิตชีวามาก จนฉันไม่แปลกใจว่าทำไมเธอจึงเปิดร้านเบเกอร์รีแห่งนี้เมื่อไม่ถึงปีนี่เอง

“มันเริ่มต้นจากอยู่บ้านเฉยๆ แล้วเบื่อ เลยไปเรียนทำขนม” เธอเล่า “ตอนแรกแค่คิดจะเปิดร้านหลังบ้านแบบเดลิเวอรี่ ทำกันสองคนตายายกับเมดอีกคน ขายได้วันละสิบชิ้นก็ดีใจแล้ว เพราะปกติก็ทำแจกเขาอยู่แล้ว” ระหว่างนั้น สามีของเธอเกิดอยากแปลงสวนหลังบ้านให้เป็นสวนแบบอังกฤษ จึงลงมือตกแต่งเองมาเรื่อยๆ “พอเสร็จ เออ มันสวยนะ อยากให้คนอื่นได้เห็น อยากอวดแหละพูดง่ายๆ ก็เลยทำเป็นร้านซะเลย” เธอหัวเราะ

JB’s Bakery จึงเกิดขึ้นมาด้วยประการฉะนี้

นอกจากเบเกอร์รีที่คุณอ้อเทคคอร์สที่ Swiss Cottage และใช้เวลาเรียนทุกวันเสาร์อยู่ถึง 8 เดือนเต็ม จนทำให้เธอทำเบเกอร์รีได้ทุกชนิด ความที่ชอบดื่มชาอยู่แล้ว บวกกับมีสวนเกษตรเชิงท่องเที่ยวอยู่ที่ปทุมธานีที่ปลูกกุหลาบไว้เยอะ เธอเลยเริ่มศึกษาและเบลนด์ชาเอง เริ่มจากชากุหลาบ

“เป็นคนชอบคิดไปเรื่อยและเป็นคนทำอะไรต้องไปให้สุด” เธอว่า “พอคิดเรื่องชาก็มาคิดว่าชานี้มีสรรพคุณแบบนี้ ควรซัพพอร์ตด้วยอะไรที่จะทำให้ชาหอม เพื่อที่ชามันจะได้มีมิติ มีความหมายมากกว่าแค่เอาชาขาวมาดื่มอย่างเดียว”  

jbbakery

เซ็ตอาฟเตอร์นูนทีของ JB’s Bakery ก็เลยเกิดขึ้นมาอีกแล้ว แต่ด้วยความชอบคิดชอบทำอะไรที่แตกต่าง เซ็ตชายามบ่ายของคุณอ้อจึงไม่ใช่เซ็ตเล็ก ขนมชิ้นกระจุ๋มกระจิ๋มแบบที่เราคุ้นเคย เพราะในเมื่อมีขนมของตัวเองอยู่แล้ว ก็นำขนมในร้านนี่ละมาจัดเป็นเซ็ต

“เพราะเบเกอ์รีกินกับชาอร่อยกว่ากาแฟ ถ้าจะกินกับกาแฟ ต้องกาแฟดำเท่านั้น ถ้ากินกับกาแฟใส่นมใส่น้ำตาล มันจะไปทำให้รสเบเกอร์รีเปลี่ยนไป”

เซ็ตอาฟเตอร์นูนทีของคุณอ้อยังมากับชื่อสุดไพเราะเพราะพริ้ง เธอเดินไปหยิบการ์ดสีแดงที่ฉลุลายอย่างพิถิพิถัน พร้อมตัวติดเล็กๆ รูปกุหลาบมาเปิดให้ฉันดูพลางหัวเราะบอกว่า “การ์ดนี่ก็ทำเอง ว่างมาก” การ์ดนี้คือเมนูเซ็ตชายามบ่ายพร้อมชื่อที่เธอตั้งว่า ‘ชาต้องมนต์’ มีทั้งสิ้น 6 เซ็ตในชื่อ ภิรมย์รตี ณ แรกรัก, พิสุทธ์สรรพ, ฤดีประนีประนอม, ประดิพัทธ์ ประสมประสาน, สุขรื่นระเริงรวย, มะนะรัก สมัครสมาน แต่ละเซ็ตเป็นชาเบลนด์เอง อาทิ ชาขาวเบลนด์กับหอมหมื่นลี้ เพิ่มผิวเลม่อน รวมถึงกาแฟที่เธอให้ชื่อว่ากุพชกะ

jbbakery

“ฝรั่งเขามีชื่อชา เราก็อยากมีบ้าง ไปปรึกษาอาจารย์ภาษาไทยที่สตรีวิทย์ อาจารย์เห็นเราชอบกุหลาบเลยเอาคำจากละครพูดเรื่องมัทนะพาธาของรัชกาลที่ 6 มาตั้งเพราะคำเพราะ เลยตั้งชื่อว่า ชาต้องมนต์ เพราะในชาติที่ 2 ของเรื่อง สุเทษณ์เทพบุตรใช้ให้พ่อมดมายาวินใช้มนต์เรียกมัทนามา ส่วนชื่อชาแต่ละชนิดมาจากบทพูดในเรื่อง เป็นบทที่สุเทษณ์ที่หลงรักนางฟ้ามัทนาหลายชาติหลายภพเอ่ยในชาติสุดท้าย แต่ละวรรคเป็นคำที่สุเทษณ์พูดกับมัทนา เจอก็บอกว่าผิวพรรณดีพิสุทธิ์ศักดิ์ ถ้าน้องมีฤดีประนีประนอม เราจงมาประดิพัทธ์ประสมประสาน แต่พูดยังไงนางฟ้าก็ไม่รัก ในขณะที่พระเอกชัยเสนพูดคำเดียวรักเลย คำนั้นคือ ภิรมย์รตี ณ แรกรัก เราก็เอามาตั้งเป็นชื่อชาด้วย ส่วนกุพชกะแปลว่ากุหลาบตามในละคร แต่เราคิดว่ารักอมตะต้องสีดำ เลยใช้เป็นชื่อกาแฟ” คุณอ้อเล่ายาว ส่วนฉันก็เท้าคางฟังเพลิน

jbbakery

กลับมาที่การ์ดกันต่อ เมื่อกางออกมาจะเจอเมนูเซ็ตชาที่สามารถเลือกได้ว่าจะรับเซ็ตไหน ในเซ็ตมีขนมต่างๆ ทั้งชูส์ มาการอง สโคน สโนว์บัน เค้ก อย่างละ 2 ชิ้น เพื่อให้เข้ากับธีมความรัก สามารถเลือกรสชาติมาการอง สโนว์บัน และเค้กได้ หรือถ้าใครไม่ชอบขนมในเซ็ต จะเลือกเบเกอร์รีชนิดอื่นที่ทางร้านมีก็ได้ โดยราคาต้องไม่เกินกว่าราคาขนมที่เปลี่ยน

วันนี้เราได้ลองเซ็ต ‘ฤดีประนีประนอม’ (สำหรับ 2 คน ราคา 799 บาท) ชาเอิร์ลเกรย์เบลนด์กับกุหลาบและมิ้นต์ ได้กลิ่นหอมอวลในปากผสานความสดชื่นของมิ้นต์ ที่มีกรรมวิธีในการรินคือต้องเทน้ำร้อนใส่กาแล้วกรองเพื่อไม่ให้มีกากชาติดมาในแก้ว กินกับชูส์ สโคนที่คุณอ้อลงมืออบให้ใหม่ “สโคนต้องกินตอนออกจากเตาใหม่ๆ จะอร่อยมาก” เธอว่า ซึ่งก็อร่อยสมคำพูดเสียด้วย ต้องบอกก่อนว่าฉันเป็นแฟนพันธุ์แท้สโคน เจอที่ไหนเป็นต้องกิน สโคนของคุณอ้อ ด้านนอกร่วนแบบพอดีๆ ด้านในเนื้อนุ่ม ได้กลิ่นเนยหอมๆ อร่อยจนไม่ต้องปาดแยมสตรอเบอรี (ทำเองอีกเช่นกัน) เลย มาการองที่แม้จะหวานตามลักษณะเฉพาะตัว แต่ก็ถือว่าไม่หวานตัดขาเหมือนหลายๆ ที่ เนื้อกรอบร่วนด้านนอก นุ่มละมุนด้านในจนอยากจะขอเพิ่มอีกหลายๆ ชิ้น เค้กกาแฟเนื้อนุ่มหอมกลิ่นกาแฟ เค้กแคร็อทหวานผสานเปรี้ยวกินกับชาลงตัวมาก

และสโนว์บัน-ซิกเนเจอร์ของร้าน เป็นขนมปังเนื้อขาวนุ่มแบบต้องเขียนว่านู้มมมมถึงจะได้ฟีลความนุ่มที่แท้จริง สอดไส้ต่างๆ ทั้งคาวหวาน แต่ไส้ฮอตฮิตคือกะเพราไก่รสชาติจัดจ้านกินกับขนมปังแล้วแสนจะเข้ากัน คุณอ้อบอกว่าสามีแนะนำให้เพิ่มไข่ดาวด้วย แต่เธอคิดว่าจะลำบากคนกินเกินไป เพราะตั้งใจให้เป็นอาหารที่หยิบกินได้ง่ายๆ

“สโนว์บันมันเกิดมาจากการที่เราอยากทำอะไรที่เป็นของเราจริงๆ อย่างเค้กกาแฟเนี่ย เรียนกัน 8 คนต่อคอร์ส ทุกคนก็ทำเหมือนกัน แล้วเขาสอนมาตั้งกี่คอร์ส ก็จะมีคนทำเค้กกาแฟเหมือนกันอีกหลายสิบหลายร้อย คิดไปคิดมาเลยเลือกสโนว์บันที่เป็นของญี่ปุ่นมาพัฒนา ของเขาเป็นไส้หวาน แต่เราอยากได้อะไรที่สามารถกินได้ตอนเช้าช่วงทำงาน จะกินข้าวก็ยังไม่เหมาะ กินขนมปังนี่แหละ หยิบขึ้นมากินได้พร้อมไส้คาว อย่างไส้ฮิตของเราคือกะเพราไก่ เรียกว่าเป็นอาหารสิ้นคิด แต่เราเปลี่ยนให้แล้ว จากข้าวเป็นขนมปัง แล้วมันเข้ากันดีด้วยนะ ลาบหมูก็มี กุ้งสไปซี่ ข้าวโพดหวาน แฮมชีส มีหลายไส้”

ได้ลองกินแล้วก็ต้องยอมรับในความเข้ากัน แต่ไส้โปรดของฉันคือกุ้งสไปซี่ที่รสเปรี้ยวอมเผ็ดน้อยๆ กับเนื้อสัมผัสเด้งๆ ของกุ้งให้ความรู้สึกสดชื่นดีมาก และที่ติดใจเป็นที่สุดคือความนุ่มนิ่มของแป้ง นุ่มชนิดใช้คำว่าละลายในปากก็น่าจะได้ นุ่มจนสายคาร์บอย่างฉันถึงกับต้องถามคุณอ้อว่ามีเฉพาะแป้งขายไหม ซึ่งปรากฎว่าไม่ใช่คนแรก มีคนถามมาก่อนแล้วหลายคน แต่ทางร้านไม่ขายแยก “เพราะไม่รู้จะคิดราคายังไง” เธอว่า

พูดถึงราคา วัตถุดิบพรีเมี่ยม รสชาติดี ไซซ์มาตรฐาน ไม่มีสารกันบูด (ขนมทุกชิ้นจะวางค้างไว้เพียง 3 วันเท่านั้น เพราะแม้อายุจะเก็บได้ 7 วัน “แต่ถ้าลูกค้ามาซื้อวันที่ 7 เราไม่รู้เขาจะเก็บอีกกี่วัน”) แถมผ่านการคิดมาแล้ว เชื่อไหมว่าไม่มีชิ้นไหนราคาเกิน 100 บาทเลย ได้ยินแล้วถึงกับร้อง “ห๊ะ!

“เราไม่ได้เปิดร้านเพื่อทำธุรกิจ” คุณอ้อยิ้ม “ไม่ใช่ไม่อยากได้เงินนะ อยาก แต่ด้วยอายุขนาดนี้ เราไม่ได้คิดทำธุรกิจจริงจังแล้ว มันพ้นช่วงสร้างเนื้อสร้างตัวมานานแล้ว ชีวิตตอนนี้แค่อยากได้ความสุข สุขที่ได้ทำเบเกอร์รีให้คนกิน สุขที่มีคนแวะมาหา มาพูดมาคุยกัน เลยไม่อยากให้คนที่มาคาดหวังอะไรมาก เราก็แค่สูงวัยที่ทำในสิ่งที่ชอบ แต่ถ้ามาร้านเรา สิ่งหนึ่งที่คาดหวังได้แน่ๆ คือขนมที่เลอเลิศ ส่วนที่เหลืออยากให้คิดว่ามาเที่ยวบ้านญาติผู้ใหญ่ บ้านเพื่อน มานั่งคุยกันเพลินๆ ลูกค้ามาเราก็ไม่เหงา หาเรื่องคุยกับเขาไปเรื่อย บางที่เขาบอก “สวยจัง” เราก็ไม่รู้เขาหมายถึงสวน ขนม หรือเรา ก็คิดว่าเป็นเราแล้วกัน” เธอหัวเราะ

ใครอยากมากินขนม ดื่มชา หรือมาถ่ายรูปกับสวนสวยๆ แล้วยังจะได้ชมคอลเลกชั่นตุ๊กตาถักฝีมือคุณอ้อ ที่เพิ่มความน่ารักให้ห้องไปอีกร้อยเลเวล แวะมาที่ JB’s Bakery ได้ ขนมของที่นี่จะเปลี่ยนไปทุกวันแล้วแต่ว่าวันนั้นๆ คุณอ้อจะทำขนมอะไร แต่ที่มียืนพื้นแน่ๆ คือเค้กกาแฟ เค้กแคร็อท เค้กช็อกโกแลต และเค้กสตรอเบอรี ถ้าคุยกันถูกคอ ไม่แน่ว่าเธออาจจะเปิดเตาอบทำขนมให้กินแบบสดใหม่เลยก็เป็นได้

JBs Bakery

พิกัด: ซอยนนทบุรี 37 ถ. นนทบุรี (สนามบินน้ำ) นนทบุรี

เปิด-ปิด: อังคาร-อาทิตย์ 10:00-17:00 น. (หยุดวันจันทร์)

โทร: 096 997 6060

บทความเพิ่มเติม

ใบชากาแฟ ครัวซองต์หอมอร่อยที่ซ่อนอยู่เชิงเขา

4 ร้านเบเกอรีเชียงใหม่ อร่อยจนไม่อยากบอกใคร!

Jing-Jing Ice-Cream Bar and Cafe ไอสกรีมรสแปลกแต่ ‘จริง’

PARADAi สวรรค์ของคนรักช็อกโกแลต

RECOMMENDED ARTICLES
RECOMMENDED VIDEOS