เปิด "ตำราอาหาร" ได้ที่นี่

Serves
สีละ 20-22 ชิ้น
Level
2
ขนมโค ลูกกลมๆ น่ารักที่คลุกด้วยมะพร้าวขูดเส้น หน้าตาเหมือนขนมต้มของภาคกลางแต่สอดไส้น้ำตาลก้อนอยู่ด้านใน เป็นขนมมงคลที่มักถูกใช้ในงานพิธีสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานบุญ งานประเพณีทางศาสนา หรือแม้กระทั่งใช้ในการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ด้วยความนุ่มหนึบของแป้ง ความหอมมันของมะพร้าวและความหวานหอมชุ่มฉ่ำของไส้น้ำตาลแว่นที่เมื่อกัดเข้าไปแล้วไส้จะมีความเยิ้มของน้ำตาลที่ละลายนิดๆ แต่ยังคงได้ความกรุบกรอบอยู่ เป็นสัมผัสที่ลงตัวเข้ากัน
INGREDIENTS
น้ำตาลแว่น (ชิ้นละประมาณ 35 กรัม)
7 แว่น
มะพร้าวทึนทึกขูดเส้น
200 กรัม
เกลือสมุทร
¾ ช้อนชา
ใบเตยมัดปมสำหรับต้ม
แป้งข้าวเหนียว
100 กรัม
น้ำใบเตย (น้ำอุ่น 100 กรัม ปั่นกับใบเตยหั่นท่อน 10 กรัม)
100 กรัม
แป้งข้าวเหนียว
100 กรัม
น้ำอัญชัน (น้ำ 120 กรัม ต้มกับอัญชันสด 20 ดอก)
100 กรัม
แป้งข้าวเหนียว
100 กรัม
น้ำ
100 กรัม
METHOD
- หั่นน้ำตาลแว่นเป็นชิ้นเล็กๆ ขนาดประมาณ 1 ซม. เตรียมไว้
- ทำมะพร้าวสำหรับคลุกโดยเคล้ามะพร้าวทึนทึกขูดกับเกลือสมุทรให้ทั่ว เกลี่ยใส่ถาดหรือผ้าขาวบาง จากนั้นนำไปนึ่งในลังถึงด้วยไฟกลาง นาน 5 นาที ปิดไฟ ยกลง เกลี่ยให้หายร้อน
- ทำแป้งขนมโคสีเขียวโดยผสมแป้งข้าวเหนียวกับน้ำใบเตย นวดให้เข้ากัน จนแป้งเนียนเข้ากันและไม่ติดมือ คลุมด้วยพลาสติกแร็ป พักไว้ ทำแป้งขนมโคสีฟ้าและสีขาว เช่นเดียวกันกับแป้งสีเขียว จากนั้นห่อไส้ขนมโคโดยเด็ดแป้งออกเป็นชิ้นละ 8 กรัม แผ่แป้งออกเป็นแผ่นบาง วางน้ำตาลแว่นที่หั่นไว้ตรงกลาง หุ้มแป้งปิดน้ำตาลให้มิด ปั้นเป็นก้อนกลม วางขนมในถาดที่โรยด้วยแป้งนวลบางๆ (แป้งข้าวเหนียว) ทำจนหมดก้อนแป้ง
- ตั้งหม้อน้ำบนไฟกลาง ใส่ใบเตยมัดปมลงไป พอเดือด ลดเป็นไฟกลางค่อนอ่อน ใส่ขนมโคที่ปั้นไว้ลงต้ม รอจนขนมสุกและลอยขึ้น ทิ้งไว้ซักครู่จึงช้อนแป้งขึ้น ใส่ลงในถาดมะพร้าวทึนทึก คลุกเคล้าขนมกับมะพร้าวขูดให้ทั่ว
- จัดขนมโคใส่จาน เสิร์ฟ
Gallery


Recommended Articles

ไม่ต้องไปต่อคิวซื้อก็ฟินได้กับขนมบ้าบิ่นทรงเครื่องล้นๆ ทำง่ายๆ ได้ที่บ้านด้วยกระทะเทฟลอน จุดเด่นคือแป้งนุ่มหนึบข้ามวัน หอมหวานกะทิสด สูตรนี้เราเน้นใส่เครื่องเน้นๆ ทะลักทะลวง ทั้งมะพร้าวอ่อนข้าวโพด และเผือก จี่ไฟอ่อนๆ จนผิวด้านนอกกรอบเกรียม รสชาติหวานน้อย อร่อยหนักเครื่อง ใครชอบบ้าบิ่นสไตล์โฮมเมดที่เลือกเครื่องเองได้ ต้องห้ามพลาดสูตรนี้

ย้อนตำนานขนมไทยโบราณหาทานยาก! ‘ขนมครกข้าวอ่อน’ (ขนมครกข้าวเม่าอ่อน) ความอร่อยที่หลายคนไม่เคยลิ้มลอง Krua.co ชวนนำข้าวเม่าสดสีเขียวสวยมาผสมกะทิเเละแป้งไทยนานาชนิด หยอดลงเบ้าขนมครกร้อน ๆ จนสุกหอม กลิ่นข้าวใหม่ที่หอมฟุ้งเตะจมูก ผสานความหวานมันของกะทิและเนื้อมะพร้าวอ่อน เป็นเมนูอนุรักษ์ที่รสชาติล้ำลึก ต้องลอง!

ฉีกกฎกล้วยทับเดิมๆ แล้วมาฟินกับ ‘กล้วยปิ้งคาราเมลกะทิมะพร้าวอ่อน’ เมนูขนมไทยประยุกต์ที่อร่อยน้ำตาไหล! จุดเด่นคือน้ำราดกะทิที่เราเคี่ยวจนเปลี่ยนเป็นสีคาราเมลทองสวย หอมกลิ่นน้ำตาลไหม้และกะทิสดรสเค็มมัน แทรกด้วยเนื้อมะพร้าวอ่อนนุ่มๆ ราดชุ่มๆ บนกล้วยน้ำว้าปิ้งเนื้อหนึบหนับ

ย้อนวันวานกับ ‘ข้าวเม่าทอด’ ขนมไทยโบราณที่หาทานยากขึ้นทุกวัน! แจกสูตรเด็ดที่ทำตามแล้วเป๊ะ เคล็ดลับอยู่ที่การเลือกกล้วยไข่สุกพอดี ห่อด้วยข้าวเม่ากวนมะพร้าวที่เหนียวนุ่ม หอมหวาน และไฮไลท์คือเทคนิคการทอดให้ ‘จับแพ’ สวยงาม แป้งกรอบร่วน ไม่อมน้ำมัน อร่อยครบเครื่องทั้งความกรอบ หนึบ และหวานหอมในคำเดียว ทำขายรับรองลูกค้าติดใจ!

ชวนย้อนวันวานกับเมนู ‘ขนมมันทิพย์’ ขนมไทยโบราณหากินยากที่ทำเองไม่ยาก ทำขายก็ได้กำไรงาม หัวใจของความอร่อยคือการให้นำมันสำปะหลังมานึ่ง บดให้ละเอียดแล้วค่อยนำมานวดรวมกับน้ำเชื่อมกะทิหอมหวาน ปั้นเป็นก้อนกลมแล้วนำไปย่างบนเตาถ่านช้า ๆ จนผิวด้านนอกเกรียมนิด ๆ และส่งกลิ่นหอมไหม้ที่เป็นเอกลักษณ์ เนื้อในนุ่มเป็นสูตรขนมไทยที่ใครได้ลองก็ต้องหลงรักในความเรียบง่ายแต่อร่อยล้ำ

ขนมหวานหน้าร้อนต้องยกให้ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวสุกนุ่มมูนกับกะทิสดหอมๆ หวานเค็มมันกำลังดี กินกับมะม่วงสุกที่หาได้ในฤดูร้อน เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ อกร่อง เขียวเสวย ฯลฯ เลือกใช้ข้าวเหนียวเขี้ยวงูสายพันธุ์เชียงราย เมล็ดข้าวเรียวยาว เคล็ดลับคือ การเตรียมข้าวเหนียวให้ถูกต้องก่อน ข้อแรกคือเราต้องรู้ว่าข้าวเหนียวที่ใช้เก่าหรือใหม่เพื่อที่จะแช่ข้าวเหนียวให้พอดี ข้อสองคือการล้างเอายางข้าวออกเพื่อให้มูนแล้วเมล็ดข้าววาวใส ส่วนกะทิที่มูนถ้าจะให้ดี ควรใช้กะทิสดจะหอมมันกว่ากะทิกล่องเป็นไหนๆ วิธีเลือกกะทิสดให้สั่งมะพร้าวขูดขาว (ขูดไม่ติดกะลามะพร้าว) และให้แม่ค้าคั้นแบบไม่ใส่น้ำ จะได้หัวกะทิข้นๆ เมื่อได้มาแล้ว หากยังไม่ทำทันทีให้นำหัวกะทิที่ซื้อมาตั้งไฟอ่อนพอให้กะทิร้อนประมาณ 80องศาเซลเซียสเพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อน มิเช่นนั้นกะทิจะบูดเสียก่อน

ขนมต้มแดง เป็นขนมโบราณดังเดิม เป็นการนวดแป้งข้าวเหนียวกับน้ำให้เข้ากันจนปั้นเป็นก้อนได้ จากนั้นนำไปต้มให้แป้งสุก ส่วนตัวหน้ากระฉีกนั้นเป็นการเคี่ยวน้ำตาลมะพร้าว น้ำ และเกลือ ให้ส่วนผสมทุกอย่างละลายและเดือดเข้ากันดี จึงค่อยใส่มะพร้าวขูด เคี่ยวต่อจนส่วนผสมงวด ก่อนจะเอามาราดหรือจะนำเอาแป้งที่ต้มสุ่กแล้วลงเคล้าให้เคลือบตัวแป้งจนทั่วก็ได้เช่นกัน

‘น้อยหน่า’ ผลไม้ไทยรสหอมหวานเนื้อละมุนลิ้นที่นอกจากกินเป็นผลไม้แล้วคนโบราณยังนิยมนำมาทำเป็นของหวานได้อีกด้วยกับเมนู น้อยหน่าน้ำกะทิ ซึ่งจะใช้น้อยหน่าหนังพันธุ์เพชรปากช่อง ความพิเศษของพันธุ์นี้คือ ลูกใหญ่ เนื้อเยอะ เมื่อสุกกำลังดีเนื้อจะนุ่มหนึบไม่เละง่าย ที่สำคัญเมล็ดน้อย เป็นเมนูขนมหวานที่ไม่อยากให้พลาดในฤดูกาลนี้จริงๆ

ขนมปลากริมไข่เต่าเดิมเรียกว่า ขนมแชงมา หรือ แฉ่งม้า หรือคำที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่า ขนมสองหม้อ จากลักษณะตัวขนมที่แยกออกเป็น 2 หม้อ 2 สี ปลากริมหม้อหวาน ไข่เต่าหม้อเค็ม ตัวปลากริมหรือ ‘ตัวหวาน’ ลักษณะเป็นเส้นยาวๆ ตรงกลางอ้วน หัวท้ายเรียวคล้ายเส้นลอดช่อง ตัวสีน้ำตาลรสหอมหวานจากน้ำตาลมะพร้าว ส่วนไข่เต่าหรือ ‘ตัวเค็ม’ ลักษณะกลมรี คล้ายไข่เต่า สีขาว รสชาติเค็มๆ มันๆ จากหัวกะทิ ส่วนเวลากินก็อยู่ที่ว่าใครชอบกินฝั่งไหนมากกว่า แต่แนะนำให้กินพร้อมกันจะอร่อยที่สุด ตักใส่ถ้วยอย่างละครึ่ง คนให้เข้ากัน หนึ่งคำได้ครบทุกรสทั้งหอม หวาน มัน เค็มกลมกล่อมลงตัวพอดี

ไม่ต้องไปต่อคิวซื้อก็ฟินได้กับขนมบ้าบิ่นทรงเครื่องล้นๆ ทำง่ายๆ ได้ที่บ้านด้วยกระทะเทฟลอน จุดเด่นคือแป้งนุ่มหนึบข้ามวัน หอมหวานกะทิสด สูตรนี้เราเน้นใส่เครื่องเน้นๆ ทะลักทะลวง ทั้งมะพร้าวอ่อนข้าวโพด และเผือก จี่ไฟอ่อนๆ จนผิวด้านนอกกรอบเกรียม รสชาติหวานน้อย อร่อยหนักเครื่อง ใครชอบบ้าบิ่นสไตล์โฮมเมดที่เลือกเครื่องเองได้ ต้องห้ามพลาดสูตรนี้

ย้อนตำนานขนมไทยโบราณหาทานยาก! ‘ขนมครกข้าวอ่อน’ (ขนมครกข้าวเม่าอ่อน) ความอร่อยที่หลายคนไม่เคยลิ้มลอง Krua.co ชวนนำข้าวเม่าสดสีเขียวสวยมาผสมกะทิเเละแป้งไทยนานาชนิด หยอดลงเบ้าขนมครกร้อน ๆ จนสุกหอม กลิ่นข้าวใหม่ที่หอมฟุ้งเตะจมูก ผสานความหวานมันของกะทิและเนื้อมะพร้าวอ่อน เป็นเมนูอนุรักษ์ที่รสชาติล้ำลึก ต้องลอง!

ฉีกกฎกล้วยทับเดิมๆ แล้วมาฟินกับ ‘กล้วยปิ้งคาราเมลกะทิมะพร้าวอ่อน’ เมนูขนมไทยประยุกต์ที่อร่อยน้ำตาไหล! จุดเด่นคือน้ำราดกะทิที่เราเคี่ยวจนเปลี่ยนเป็นสีคาราเมลทองสวย หอมกลิ่นน้ำตาลไหม้และกะทิสดรสเค็มมัน แทรกด้วยเนื้อมะพร้าวอ่อนนุ่มๆ ราดชุ่มๆ บนกล้วยน้ำว้าปิ้งเนื้อหนึบหนับ

ย้อนวันวานกับ ‘ข้าวเม่าทอด’ ขนมไทยโบราณที่หาทานยากขึ้นทุกวัน! แจกสูตรเด็ดที่ทำตามแล้วเป๊ะ เคล็ดลับอยู่ที่การเลือกกล้วยไข่สุกพอดี ห่อด้วยข้าวเม่ากวนมะพร้าวที่เหนียวนุ่ม หอมหวาน และไฮไลท์คือเทคนิคการทอดให้ ‘จับแพ’ สวยงาม แป้งกรอบร่วน ไม่อมน้ำมัน อร่อยครบเครื่องทั้งความกรอบ หนึบ และหวานหอมในคำเดียว ทำขายรับรองลูกค้าติดใจ!

ชวนย้อนวันวานกับเมนู ‘ขนมมันทิพย์’ ขนมไทยโบราณหากินยากที่ทำเองไม่ยาก ทำขายก็ได้กำไรงาม หัวใจของความอร่อยคือการให้นำมันสำปะหลังมานึ่ง บดให้ละเอียดแล้วค่อยนำมานวดรวมกับน้ำเชื่อมกะทิหอมหวาน ปั้นเป็นก้อนกลมแล้วนำไปย่างบนเตาถ่านช้า ๆ จนผิวด้านนอกเกรียมนิด ๆ และส่งกลิ่นหอมไหม้ที่เป็นเอกลักษณ์ เนื้อในนุ่มเป็นสูตรขนมไทยที่ใครได้ลองก็ต้องหลงรักในความเรียบง่ายแต่อร่อยล้ำ

ขนมหวานหน้าร้อนต้องยกให้ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวสุกนุ่มมูนกับกะทิสดหอมๆ หวานเค็มมันกำลังดี กินกับมะม่วงสุกที่หาได้ในฤดูร้อน เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ อกร่อง เขียวเสวย ฯลฯ เลือกใช้ข้าวเหนียวเขี้ยวงูสายพันธุ์เชียงราย เมล็ดข้าวเรียวยาว เคล็ดลับคือ การเตรียมข้าวเหนียวให้ถูกต้องก่อน ข้อแรกคือเราต้องรู้ว่าข้าวเหนียวที่ใช้เก่าหรือใหม่เพื่อที่จะแช่ข้าวเหนียวให้พอดี ข้อสองคือการล้างเอายางข้าวออกเพื่อให้มูนแล้วเมล็ดข้าววาวใส ส่วนกะทิที่มูนถ้าจะให้ดี ควรใช้กะทิสดจะหอมมันกว่ากะทิกล่องเป็นไหนๆ วิธีเลือกกะทิสดให้สั่งมะพร้าวขูดขาว (ขูดไม่ติดกะลามะพร้าว) และให้แม่ค้าคั้นแบบไม่ใส่น้ำ จะได้หัวกะทิข้นๆ เมื่อได้มาแล้ว หากยังไม่ทำทันทีให้นำหัวกะทิที่ซื้อมาตั้งไฟอ่อนพอให้กะทิร้อนประมาณ 80องศาเซลเซียสเพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อน มิเช่นนั้นกะทิจะบูดเสียก่อน

ขนมต้มแดง เป็นขนมโบราณดังเดิม เป็นการนวดแป้งข้าวเหนียวกับน้ำให้เข้ากันจนปั้นเป็นก้อนได้ จากนั้นนำไปต้มให้แป้งสุก ส่วนตัวหน้ากระฉีกนั้นเป็นการเคี่ยวน้ำตาลมะพร้าว น้ำ และเกลือ ให้ส่วนผสมทุกอย่างละลายและเดือดเข้ากันดี จึงค่อยใส่มะพร้าวขูด เคี่ยวต่อจนส่วนผสมงวด ก่อนจะเอามาราดหรือจะนำเอาแป้งที่ต้มสุ่กแล้วลงเคล้าให้เคลือบตัวแป้งจนทั่วก็ได้เช่นกัน

‘น้อยหน่า’ ผลไม้ไทยรสหอมหวานเนื้อละมุนลิ้นที่นอกจากกินเป็นผลไม้แล้วคนโบราณยังนิยมนำมาทำเป็นของหวานได้อีกด้วยกับเมนู น้อยหน่าน้ำกะทิ ซึ่งจะใช้น้อยหน่าหนังพันธุ์เพชรปากช่อง ความพิเศษของพันธุ์นี้คือ ลูกใหญ่ เนื้อเยอะ เมื่อสุกกำลังดีเนื้อจะนุ่มหนึบไม่เละง่าย ที่สำคัญเมล็ดน้อย เป็นเมนูขนมหวานที่ไม่อยากให้พลาดในฤดูกาลนี้จริงๆ

ขนมปลากริมไข่เต่าเดิมเรียกว่า ขนมแชงมา หรือ แฉ่งม้า หรือคำที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่า ขนมสองหม้อ จากลักษณะตัวขนมที่แยกออกเป็น 2 หม้อ 2 สี ปลากริมหม้อหวาน ไข่เต่าหม้อเค็ม ตัวปลากริมหรือ ‘ตัวหวาน’ ลักษณะเป็นเส้นยาวๆ ตรงกลางอ้วน หัวท้ายเรียวคล้ายเส้นลอดช่อง ตัวสีน้ำตาลรสหอมหวานจากน้ำตาลมะพร้าว ส่วนไข่เต่าหรือ ‘ตัวเค็ม’ ลักษณะกลมรี คล้ายไข่เต่า สีขาว รสชาติเค็มๆ มันๆ จากหัวกะทิ ส่วนเวลากินก็อยู่ที่ว่าใครชอบกินฝั่งไหนมากกว่า แต่แนะนำให้กินพร้อมกันจะอร่อยที่สุด ตักใส่ถ้วยอย่างละครึ่ง คนให้เข้ากัน หนึ่งคำได้ครบทุกรสทั้งหอม หวาน มัน เค็มกลมกล่อมลงตัวพอดี

ไม่ต้องไปต่อคิวซื้อก็ฟินได้กับขนมบ้าบิ่นทรงเครื่องล้นๆ ทำง่ายๆ ได้ที่บ้านด้วยกระทะเทฟลอน จุดเด่นคือแป้งนุ่มหนึบข้ามวัน หอมหวานกะทิสด สูตรนี้เราเน้นใส่เครื่องเน้นๆ ทะลักทะลวง ทั้งมะพร้าวอ่อนข้าวโพด และเผือก จี่ไฟอ่อนๆ จนผิวด้านนอกกรอบเกรียม รสชาติหวานน้อย อร่อยหนักเครื่อง ใครชอบบ้าบิ่นสไตล์โฮมเมดที่เลือกเครื่องเองได้ ต้องห้ามพลาดสูตรนี้

ย้อนตำนานขนมไทยโบราณหาทานยาก! ‘ขนมครกข้าวอ่อน’ (ขนมครกข้าวเม่าอ่อน) ความอร่อยที่หลายคนไม่เคยลิ้มลอง Krua.co ชวนนำข้าวเม่าสดสีเขียวสวยมาผสมกะทิเเละแป้งไทยนานาชนิด หยอดลงเบ้าขนมครกร้อน ๆ จนสุกหอม กลิ่นข้าวใหม่ที่หอมฟุ้งเตะจมูก ผสานความหวานมันของกะทิและเนื้อมะพร้าวอ่อน เป็นเมนูอนุรักษ์ที่รสชาติล้ำลึก ต้องลอง!

ฉีกกฎกล้วยทับเดิมๆ แล้วมาฟินกับ ‘กล้วยปิ้งคาราเมลกะทิมะพร้าวอ่อน’ เมนูขนมไทยประยุกต์ที่อร่อยน้ำตาไหล! จุดเด่นคือน้ำราดกะทิที่เราเคี่ยวจนเปลี่ยนเป็นสีคาราเมลทองสวย หอมกลิ่นน้ำตาลไหม้และกะทิสดรสเค็มมัน แทรกด้วยเนื้อมะพร้าวอ่อนนุ่มๆ ราดชุ่มๆ บนกล้วยน้ำว้าปิ้งเนื้อหนึบหนับ

ย้อนวันวานกับ ‘ข้าวเม่าทอด’ ขนมไทยโบราณที่หาทานยากขึ้นทุกวัน! แจกสูตรเด็ดที่ทำตามแล้วเป๊ะ เคล็ดลับอยู่ที่การเลือกกล้วยไข่สุกพอดี ห่อด้วยข้าวเม่ากวนมะพร้าวที่เหนียวนุ่ม หอมหวาน และไฮไลท์คือเทคนิคการทอดให้ ‘จับแพ’ สวยงาม แป้งกรอบร่วน ไม่อมน้ำมัน อร่อยครบเครื่องทั้งความกรอบ หนึบ และหวานหอมในคำเดียว ทำขายรับรองลูกค้าติดใจ!

ชวนย้อนวันวานกับเมนู ‘ขนมมันทิพย์’ ขนมไทยโบราณหากินยากที่ทำเองไม่ยาก ทำขายก็ได้กำไรงาม หัวใจของความอร่อยคือการให้นำมันสำปะหลังมานึ่ง บดให้ละเอียดแล้วค่อยนำมานวดรวมกับน้ำเชื่อมกะทิหอมหวาน ปั้นเป็นก้อนกลมแล้วนำไปย่างบนเตาถ่านช้า ๆ จนผิวด้านนอกเกรียมนิด ๆ และส่งกลิ่นหอมไหม้ที่เป็นเอกลักษณ์ เนื้อในนุ่มเป็นสูตรขนมไทยที่ใครได้ลองก็ต้องหลงรักในความเรียบง่ายแต่อร่อยล้ำ

ขนมหวานหน้าร้อนต้องยกให้ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวสุกนุ่มมูนกับกะทิสดหอมๆ หวานเค็มมันกำลังดี กินกับมะม่วงสุกที่หาได้ในฤดูร้อน เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ อกร่อง เขียวเสวย ฯลฯ เลือกใช้ข้าวเหนียวเขี้ยวงูสายพันธุ์เชียงราย เมล็ดข้าวเรียวยาว เคล็ดลับคือ การเตรียมข้าวเหนียวให้ถูกต้องก่อน ข้อแรกคือเราต้องรู้ว่าข้าวเหนียวที่ใช้เก่าหรือใหม่เพื่อที่จะแช่ข้าวเหนียวให้พอดี ข้อสองคือการล้างเอายางข้าวออกเพื่อให้มูนแล้วเมล็ดข้าววาวใส ส่วนกะทิที่มูนถ้าจะให้ดี ควรใช้กะทิสดจะหอมมันกว่ากะทิกล่องเป็นไหนๆ วิธีเลือกกะทิสดให้สั่งมะพร้าวขูดขาว (ขูดไม่ติดกะลามะพร้าว) และให้แม่ค้าคั้นแบบไม่ใส่น้ำ จะได้หัวกะทิข้นๆ เมื่อได้มาแล้ว หากยังไม่ทำทันทีให้นำหัวกะทิที่ซื้อมาตั้งไฟอ่อนพอให้กะทิร้อนประมาณ 80องศาเซลเซียสเพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อน มิเช่นนั้นกะทิจะบูดเสียก่อน

ขนมต้มแดง เป็นขนมโบราณดังเดิม เป็นการนวดแป้งข้าวเหนียวกับน้ำให้เข้ากันจนปั้นเป็นก้อนได้ จากนั้นนำไปต้มให้แป้งสุก ส่วนตัวหน้ากระฉีกนั้นเป็นการเคี่ยวน้ำตาลมะพร้าว น้ำ และเกลือ ให้ส่วนผสมทุกอย่างละลายและเดือดเข้ากันดี จึงค่อยใส่มะพร้าวขูด เคี่ยวต่อจนส่วนผสมงวด ก่อนจะเอามาราดหรือจะนำเอาแป้งที่ต้มสุ่กแล้วลงเคล้าให้เคลือบตัวแป้งจนทั่วก็ได้เช่นกัน

‘น้อยหน่า’ ผลไม้ไทยรสหอมหวานเนื้อละมุนลิ้นที่นอกจากกินเป็นผลไม้แล้วคนโบราณยังนิยมนำมาทำเป็นของหวานได้อีกด้วยกับเมนู น้อยหน่าน้ำกะทิ ซึ่งจะใช้น้อยหน่าหนังพันธุ์เพชรปากช่อง ความพิเศษของพันธุ์นี้คือ ลูกใหญ่ เนื้อเยอะ เมื่อสุกกำลังดีเนื้อจะนุ่มหนึบไม่เละง่าย ที่สำคัญเมล็ดน้อย เป็นเมนูขนมหวานที่ไม่อยากให้พลาดในฤดูกาลนี้จริงๆ

ขนมปลากริมไข่เต่าเดิมเรียกว่า ขนมแชงมา หรือ แฉ่งม้า หรือคำที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่า ขนมสองหม้อ จากลักษณะตัวขนมที่แยกออกเป็น 2 หม้อ 2 สี ปลากริมหม้อหวาน ไข่เต่าหม้อเค็ม ตัวปลากริมหรือ ‘ตัวหวาน’ ลักษณะเป็นเส้นยาวๆ ตรงกลางอ้วน หัวท้ายเรียวคล้ายเส้นลอดช่อง ตัวสีน้ำตาลรสหอมหวานจากน้ำตาลมะพร้าว ส่วนไข่เต่าหรือ ‘ตัวเค็ม’ ลักษณะกลมรี คล้ายไข่เต่า สีขาว รสชาติเค็มๆ มันๆ จากหัวกะทิ ส่วนเวลากินก็อยู่ที่ว่าใครชอบกินฝั่งไหนมากกว่า แต่แนะนำให้กินพร้อมกันจะอร่อยที่สุด ตักใส่ถ้วยอย่างละครึ่ง คนให้เข้ากัน หนึ่งคำได้ครบทุกรสทั้งหอม หวาน มัน เค็มกลมกล่อมลงตัวพอดี
Recommended Videos