เปิด "ตำราอาหาร" ได้ที่นี่

Serves
2-3 คน
Level
3
ทำลูกชิ้นเต้าหู้ปลาเป็นก้อนเล็กๆจากนั้นนำไปทอดให้เหลืองสวย ราดด้วยซอสน้ำแดงที่หอมกลิ่นน้ำมันงา แถมด้วยผักและเห็ดที่หลากหลาย กินคู่ข้าวสวยร้อนๆ
INGREDIENTS
เนื้อปลากะพงขาว(ไม่เอาหนัง)
150 กรัม
เต้าหู้ขาวหั่นสี่เหลี่ยมขนาด 1 ซม
12 ชิ้น
น้ำมันมะกอก
1 ช้อนโต๊ะ
เกลือสมุทร (ดอกเกลือ) ละลายน้ำน้ำตาลทราย พริกไทยป่น น้ำมันงาและเหล้าจีน อย่างละเล็กน้อย
ผักกวางตุ้งหรือคะน้าฮ่องกงลวก, ฟองเต้าหู้ทอดกรอบ สำหรับจัดเสิร์ฟ
น้ำมันมะกอก
1 ช้อนโต๊ะ
เห็ดหอมแห้งแช่น้ำจนนุ่มหั่นเส้น
5 ดอก
เห็ดเข็มทองหั่นท่อน
50 กรัม
น้ำต้มเห็ด 3 อย่าง
1 ถ้วย
แครอทหั่นเส้น
¼ ถ้วย
แปะก๊วยต้ม
10 เม็ด
ซีอิ๊วขาว
1 ช้อนชา
น้ำมันหอย
3 ช้อนโต๊ะ
น้ำหล่อฮังก๊วย
2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันงา
½ ช้อนชา
ซีอิ๊วดำปริมาณเล็กน้อยสำหรับแต่งสี
แป้งมันฮ่องกงละลายน้ำเล็กน้อย
METHOD
1. ล้างเนื้อปลาแล้วซับน้ำให้แห้ง นำไปแช่เย็นจนเย็นจัด จากนั้นนำ มาหั่นชิ้นเล็ก แล้วโขลกจนเนื้อปลาละเอียดเหนียวดีระหว่างโขลกใส่น้ำเกลือ น้ำตาล พริกไทยน้ำมันงา และเหล้าจีน อย่างละเล็กน้อยโขลกจนเข้ากันดี พักไว้
2. ทำลูกชิ้นปลายัดไส้เต้าหู้โดยแบ่งเนื้อปลาที่โขลกเป็น 12 ก้อนเท่าๆกัน นำมาหุ้มเต้าหู้ให้มิดแล้วปั้นเป็นก้อนกลม จะได้ทั้งหมด 12 ก้อน จากนั้นตั้งกระทะน้ำมันมะกอกบนไฟกลาง พอน้ำมันร้อน ใส่ลูกชิ้นลงทอดจนสุกเหลือง ตักขึ้น พักไว้
3. ทำน้ำแดงโดยตั้งกระทะน้ำมันมะกอกบนไฟกลาง พอน้ำมันร้อน ใส่เห็ดหอมลงผัดจนสุกและมีกลิ่นหอม ใส่เห็ดเข็มทองผัดพอทั่ว ใส่น้ำต้มเห็ด 3 อย่าง แครอท แปะก๊วย คนให้ทั่วปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวน้ำมันหอยและน้ำหล่อฮังก๊วย แต่งสีด้วยซีอิ๊วดำเล็กน้อยลดเป็นไฟอ่อนเคี่ยวสักครู่ใส่แป้งมันฮ่องกงละลายน้ำเล็กน้อย คนพอแป้งสุก ข้นเล็กน้อย ใส่ลูกชิ้นปลายัดไส้เต้าหู้ผัดพอทั่ว ใส่น้ำมันงา ปิดไฟ
4. จัดผักกว้างตุ้งหรือคะน้าฮ่องกงลวกใส่จาน ตักน้ำแดงราด วางฟองเต้าหู้ทอดกรอบ เสิร์ฟร้อนๆ
Tips การลวกผักให้กรอบหวานและมีสีเขียวน่ากิน ทำโดยต้มน้ำด้วยไฟแรงจนเดือดใส่น้ำตาลหรือเกลือเล็กน้อย ใส่ผักลงลวกจนสุก ตักลงแช่ในอ่างน้ำเย็นที่มีน้ำแข็งจนผักเย็น นำขึ้นซับน้ำ
Recommended Articles

เมนูนี้เรียกได้ว่าอร่อยถูกปากแถมถูกใจสาวๆเป็นแน่ ด้วยเครื่องเคล้าต่างๆที่ผสมคลุกเคล้ารวมกันนั้นเต็มไปด้วยผลไม้ที่ยกมาทั้งสวนไม่ว่าจะเป็นองุ่น ชมพู่ สับปะรด แอปเปิดเขียว แอปเปิลแดง ฝรั่ง คลุกเคล้าน้ำน้ำยำที่คล้ายกับน้ำส้มตำรสชาติจัดจ้านถึงใจ เพิ่มความกรุบกรอบด้วยถั่วหลากหลายชนิดที่โรยด้านบน

ขนมสูตรนี้บอกเลยว่าอร่อยแถมดีต่อสุขภาพอีกด้วย อย่าง "พายบีทรูทเม็ดมะม่วงหิมพานต์" ตัวฐานทำจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์นำมาปั่นให้ละเอียดด้วยเครื่องปั่นอาหาร เติมรสชาติด้วยฟิกซ์ ผงโกโก้ อบเชยป่น และเกลือ ปั่นให้เข้ากันอีกครั้งจากนั้นค่อยนำไปกรุในพิมพ์แล้วแช่ตู่เย็นสักประมาณ 1 ชั่วโมง ส่วนตัวไส้ทำจากเนื้อบีทรูท มะพร้าวขูดขาว น้ำตาลทรายแดง และเมเปิลไซรัป นำไปผสมกับเนยถั่วที่เกิดจากการนำเม็ดมะม่วงหิมพานต์มาปั่นกับน้ำมันมะพร้าวจนเนียนข้น ใส่เจลลลาตินที่เตรียมไว้ผสมให้เข้ากัน ก่อนเทใส่ฐานที่เตรียมไว้ แช่ในตู้เย็นให้เซ็ตตัวก่อนตัดกิน

Clear Matcha หรือ Pure Matcha ผงมัทฉะที่ผสมกับน้ำเปล่าเพียวๆ ไม่เติมนมวัวหรือนมพืชใดๆ สูตรนี้เหมาะกับสายมัทฉะที่ชอบกลิ่นและรสมัทฉะแบบจัดเต็ม แต่ต้องขอเตือนไว้ก่อนว่าสูตรนี้จำเป็นต้องใช้มัทฉะเกรด Ceremonial Grades เพื่อความดื่มง่ายและรสชาติอูมามิจากธรรมชาติ แต่ถ้าใครไม่มีก็สามารถชงได้ โดยสูตรนี้ก็เคล็ดลับให้การชงไว้ให้แล้ว

ตอนรับวันตรุษจีนด้วยเมนูมงคลจากผักมงคลอย่างหัวไชเท้า ซึ่งความหมายคำว่าไช พ้องเสียงในภาษาจีนแปลงว่าโชคลาภ ซึ่งเมื่อถึงช่วงเทศกาลตรุษจีนก็จะมีเมนูที่ทำจากหัวไชเท้าขึ้นโต๊ะอาหารเป็นประจำ อย่างสูตรนี้เป็นเมนู "หัวไช้เท้าผัดกุ้งแห้ง" ที่นำเอาหัวไชเท้าซอยเป็นเส้นแล้วนำมาเคล้ากับเกลือทิ้งไว้สักพักค่อยล้างน้ำออก การทำแบบนี้เป็นการทำให้หัวไชเท้าไม่เผ็ดซ่าจนเกินไป จากนั้นนำมาผัดกับกุ้งแห้งปรุงรสด้วยเกลือ ซีอิ๊วขาว น้ำตาล และพริกไทย

ซุปธัญพืชแสนอร่อย อิ่มท้อง มีประโยชน์ ขั้นตอนการทำก็ไม่ยากเท่าไรโดยนำถั่วแดงไปคั่วในกระทะ จากนั้นนำไปล้างน้ำแล้วแช่ทิ้งไว้ข้ามคืน ล้างน้ำอีกรอบก่อนนำไปต้มให้สุกนุ่ม ใส่รากบัว ปรุงรสด้วยน้ำตาล จากนั้นค่อยใส่เม็ดบัวเป็นอย่างสุดท้าย ต้มจนสุก เสิร์ฟร้อนๆหรือจะนำแช่ตู้เย็นแล้วทานก็ได้เช่นกัน

อาหารเช้าง่ายๆแถมคุณประโยชน์มากมายอย่าง "ข้าวต้มเม็ดบัวกับเก๋าคี่" ที่มีทั้งแครอท เห็ดหอม เม็ดบัว เก๋าคี่ ที่เต็มไปด้วยคุณประโยชน์ทั้งนั้น ที่บอกว่าง่ายก็คือแค่ต้มส่วนผสมทั้งหมดลงในหม้อจนส่วนผสมทุกอย่างสุก ปรุงรสแค่เกลือและซีอิ๊วเล็กน้อยเพิ่มความหอมด้วยน้ำมันงา โรยด้วยผักชีและพริกไทยดำ แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้ว

เมนูนึ่งบ๊วยมักนิยมนำเนื้อปลามาทำเป็นส่วนใหญ่ อย่างสูตรนี้เลือกใช้ปลากุเลาขนาดตัวไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป นำมาล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย เตรียมพร้อมที่จะนำไปนึ่ง ผสมเครื่องนึ่งอย่างเนื้อหมู บ๊วยดอง ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย น้ำบ๊วย และน้ำซุป นำเนื้อปลาไปนึ่งก่อนประมาณ 10 นาที ก่อนจะราดด้วยเครื่องที่ผสมตามด้วยเห็ด ขิงอ่อน ขึ้นฉ่าย และพริกชี้ฟ้า นึ่งต่ออีกประมาณ 5 นาที จนส่วนผสมสุกทั่วเป็นอันเสร็จเรียบร้อย

หัวไชเท้าเอามาทำเมนูได้หลากหลาย อย่างเมนูนี้ชาวพม่านำมายำเคล้ากับเครื่องอย่างน้ำตาล เกลือ และงาดำคั่ว และโรยหอมเจียวก่อนกิน เคล็ดลับที่จะทำให้หัวไชเท้ามีรสชาติอร่อย (ไม่เผ็ดเมื่อเวลากินดิบ) คือ จะนำหัวไช้เท้าที่เตรียมเรียบร้อยมาเคล้ากับเกลือ ทิ้งไว้สักพัก จากนั้นบีบเอาน้ำที่คายออกมาออกให้หมด แล้วนำไปเคล้ากับน้ำส้มสายชูทิ้งไว้สัก 1 คืน ก่อนนำมาปรุงรสตามส่วนผสมข้างต้น เท่านี้ก็ได้ยำหัวไช้เท้าอร่อยกินแล้ว

เมนูทานเล่นที่รับประกันว่าอร่อยโดยใจคนชอบกินหัวไช้เท้าแน่นอน หากใครเป็นสาวกขนมผักกาดอยู่แล้วต้องไม่พลาดเมนูนี้อีกเมนูเป็นแน่ อย่างเมนู "หัวไช้เท้านึ่งทรงเครื่อง" เป็นการผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน และหัวไช้เท้าขูดมาผสมกันปรุงรสด้วยเกลือและซีอิ้วขาว ใส่กุ้งแห้ง เห็ดหอม ถั่วลิสงต้ม จากนั้นตักใส่ถ้วยก่อนนำไปนึ่งให้สุกกินคู่กับจิ๊กโฉ่

หากใครอยากกินกระเพาะปลาแต่ติดที่ว่าเป็นมังสวิรัติอยู่ แล้วละก็ สูตรนี้ช่วยคุณได้ กระเพาะปลาสมุนไพร ที่เลือกใช้เยื่อไผ่แทนกระเพาะปลาจริงๆมาทำ ใส่เครื่องสมุนไพรมากมายไม่ว่าจะเป็นลำไยแห้ง พุทราจีน แปะก้วย ให้หวานหอม แถมด้วยเห็ดอีกมากมายที่ใส่ลงใน กระเพาะปลาหม้อนี้ บอกได้คำเดียวว่าอร่อยเด็ดไม่แพ้กระเพาะปลาจริงๆแน่นอน

เมนูนี้เรียกได้ว่าอร่อยถูกปากแถมถูกใจสาวๆเป็นแน่ ด้วยเครื่องเคล้าต่างๆที่ผสมคลุกเคล้ารวมกันนั้นเต็มไปด้วยผลไม้ที่ยกมาทั้งสวนไม่ว่าจะเป็นองุ่น ชมพู่ สับปะรด แอปเปิดเขียว แอปเปิลแดง ฝรั่ง คลุกเคล้าน้ำน้ำยำที่คล้ายกับน้ำส้มตำรสชาติจัดจ้านถึงใจ เพิ่มความกรุบกรอบด้วยถั่วหลากหลายชนิดที่โรยด้านบน

ขนมสูตรนี้บอกเลยว่าอร่อยแถมดีต่อสุขภาพอีกด้วย อย่าง "พายบีทรูทเม็ดมะม่วงหิมพานต์" ตัวฐานทำจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์นำมาปั่นให้ละเอียดด้วยเครื่องปั่นอาหาร เติมรสชาติด้วยฟิกซ์ ผงโกโก้ อบเชยป่น และเกลือ ปั่นให้เข้ากันอีกครั้งจากนั้นค่อยนำไปกรุในพิมพ์แล้วแช่ตู่เย็นสักประมาณ 1 ชั่วโมง ส่วนตัวไส้ทำจากเนื้อบีทรูท มะพร้าวขูดขาว น้ำตาลทรายแดง และเมเปิลไซรัป นำไปผสมกับเนยถั่วที่เกิดจากการนำเม็ดมะม่วงหิมพานต์มาปั่นกับน้ำมันมะพร้าวจนเนียนข้น ใส่เจลลลาตินที่เตรียมไว้ผสมให้เข้ากัน ก่อนเทใส่ฐานที่เตรียมไว้ แช่ในตู้เย็นให้เซ็ตตัวก่อนตัดกิน

Clear Matcha หรือ Pure Matcha ผงมัทฉะที่ผสมกับน้ำเปล่าเพียวๆ ไม่เติมนมวัวหรือนมพืชใดๆ สูตรนี้เหมาะกับสายมัทฉะที่ชอบกลิ่นและรสมัทฉะแบบจัดเต็ม แต่ต้องขอเตือนไว้ก่อนว่าสูตรนี้จำเป็นต้องใช้มัทฉะเกรด Ceremonial Grades เพื่อความดื่มง่ายและรสชาติอูมามิจากธรรมชาติ แต่ถ้าใครไม่มีก็สามารถชงได้ โดยสูตรนี้ก็เคล็ดลับให้การชงไว้ให้แล้ว

ตอนรับวันตรุษจีนด้วยเมนูมงคลจากผักมงคลอย่างหัวไชเท้า ซึ่งความหมายคำว่าไช พ้องเสียงในภาษาจีนแปลงว่าโชคลาภ ซึ่งเมื่อถึงช่วงเทศกาลตรุษจีนก็จะมีเมนูที่ทำจากหัวไชเท้าขึ้นโต๊ะอาหารเป็นประจำ อย่างสูตรนี้เป็นเมนู "หัวไช้เท้าผัดกุ้งแห้ง" ที่นำเอาหัวไชเท้าซอยเป็นเส้นแล้วนำมาเคล้ากับเกลือทิ้งไว้สักพักค่อยล้างน้ำออก การทำแบบนี้เป็นการทำให้หัวไชเท้าไม่เผ็ดซ่าจนเกินไป จากนั้นนำมาผัดกับกุ้งแห้งปรุงรสด้วยเกลือ ซีอิ๊วขาว น้ำตาล และพริกไทย

ซุปธัญพืชแสนอร่อย อิ่มท้อง มีประโยชน์ ขั้นตอนการทำก็ไม่ยากเท่าไรโดยนำถั่วแดงไปคั่วในกระทะ จากนั้นนำไปล้างน้ำแล้วแช่ทิ้งไว้ข้ามคืน ล้างน้ำอีกรอบก่อนนำไปต้มให้สุกนุ่ม ใส่รากบัว ปรุงรสด้วยน้ำตาล จากนั้นค่อยใส่เม็ดบัวเป็นอย่างสุดท้าย ต้มจนสุก เสิร์ฟร้อนๆหรือจะนำแช่ตู้เย็นแล้วทานก็ได้เช่นกัน

อาหารเช้าง่ายๆแถมคุณประโยชน์มากมายอย่าง "ข้าวต้มเม็ดบัวกับเก๋าคี่" ที่มีทั้งแครอท เห็ดหอม เม็ดบัว เก๋าคี่ ที่เต็มไปด้วยคุณประโยชน์ทั้งนั้น ที่บอกว่าง่ายก็คือแค่ต้มส่วนผสมทั้งหมดลงในหม้อจนส่วนผสมทุกอย่างสุก ปรุงรสแค่เกลือและซีอิ๊วเล็กน้อยเพิ่มความหอมด้วยน้ำมันงา โรยด้วยผักชีและพริกไทยดำ แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้ว

เมนูนึ่งบ๊วยมักนิยมนำเนื้อปลามาทำเป็นส่วนใหญ่ อย่างสูตรนี้เลือกใช้ปลากุเลาขนาดตัวไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป นำมาล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย เตรียมพร้อมที่จะนำไปนึ่ง ผสมเครื่องนึ่งอย่างเนื้อหมู บ๊วยดอง ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย น้ำบ๊วย และน้ำซุป นำเนื้อปลาไปนึ่งก่อนประมาณ 10 นาที ก่อนจะราดด้วยเครื่องที่ผสมตามด้วยเห็ด ขิงอ่อน ขึ้นฉ่าย และพริกชี้ฟ้า นึ่งต่ออีกประมาณ 5 นาที จนส่วนผสมสุกทั่วเป็นอันเสร็จเรียบร้อย

หัวไชเท้าเอามาทำเมนูได้หลากหลาย อย่างเมนูนี้ชาวพม่านำมายำเคล้ากับเครื่องอย่างน้ำตาล เกลือ และงาดำคั่ว และโรยหอมเจียวก่อนกิน เคล็ดลับที่จะทำให้หัวไชเท้ามีรสชาติอร่อย (ไม่เผ็ดเมื่อเวลากินดิบ) คือ จะนำหัวไช้เท้าที่เตรียมเรียบร้อยมาเคล้ากับเกลือ ทิ้งไว้สักพัก จากนั้นบีบเอาน้ำที่คายออกมาออกให้หมด แล้วนำไปเคล้ากับน้ำส้มสายชูทิ้งไว้สัก 1 คืน ก่อนนำมาปรุงรสตามส่วนผสมข้างต้น เท่านี้ก็ได้ยำหัวไช้เท้าอร่อยกินแล้ว

เมนูทานเล่นที่รับประกันว่าอร่อยโดยใจคนชอบกินหัวไช้เท้าแน่นอน หากใครเป็นสาวกขนมผักกาดอยู่แล้วต้องไม่พลาดเมนูนี้อีกเมนูเป็นแน่ อย่างเมนู "หัวไช้เท้านึ่งทรงเครื่อง" เป็นการผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน และหัวไช้เท้าขูดมาผสมกันปรุงรสด้วยเกลือและซีอิ้วขาว ใส่กุ้งแห้ง เห็ดหอม ถั่วลิสงต้ม จากนั้นตักใส่ถ้วยก่อนนำไปนึ่งให้สุกกินคู่กับจิ๊กโฉ่

หากใครอยากกินกระเพาะปลาแต่ติดที่ว่าเป็นมังสวิรัติอยู่ แล้วละก็ สูตรนี้ช่วยคุณได้ กระเพาะปลาสมุนไพร ที่เลือกใช้เยื่อไผ่แทนกระเพาะปลาจริงๆมาทำ ใส่เครื่องสมุนไพรมากมายไม่ว่าจะเป็นลำไยแห้ง พุทราจีน แปะก้วย ให้หวานหอม แถมด้วยเห็ดอีกมากมายที่ใส่ลงใน กระเพาะปลาหม้อนี้ บอกได้คำเดียวว่าอร่อยเด็ดไม่แพ้กระเพาะปลาจริงๆแน่นอน

เมนูนี้เรียกได้ว่าอร่อยถูกปากแถมถูกใจสาวๆเป็นแน่ ด้วยเครื่องเคล้าต่างๆที่ผสมคลุกเคล้ารวมกันนั้นเต็มไปด้วยผลไม้ที่ยกมาทั้งสวนไม่ว่าจะเป็นองุ่น ชมพู่ สับปะรด แอปเปิดเขียว แอปเปิลแดง ฝรั่ง คลุกเคล้าน้ำน้ำยำที่คล้ายกับน้ำส้มตำรสชาติจัดจ้านถึงใจ เพิ่มความกรุบกรอบด้วยถั่วหลากหลายชนิดที่โรยด้านบน

ขนมสูตรนี้บอกเลยว่าอร่อยแถมดีต่อสุขภาพอีกด้วย อย่าง "พายบีทรูทเม็ดมะม่วงหิมพานต์" ตัวฐานทำจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์นำมาปั่นให้ละเอียดด้วยเครื่องปั่นอาหาร เติมรสชาติด้วยฟิกซ์ ผงโกโก้ อบเชยป่น และเกลือ ปั่นให้เข้ากันอีกครั้งจากนั้นค่อยนำไปกรุในพิมพ์แล้วแช่ตู่เย็นสักประมาณ 1 ชั่วโมง ส่วนตัวไส้ทำจากเนื้อบีทรูท มะพร้าวขูดขาว น้ำตาลทรายแดง และเมเปิลไซรัป นำไปผสมกับเนยถั่วที่เกิดจากการนำเม็ดมะม่วงหิมพานต์มาปั่นกับน้ำมันมะพร้าวจนเนียนข้น ใส่เจลลลาตินที่เตรียมไว้ผสมให้เข้ากัน ก่อนเทใส่ฐานที่เตรียมไว้ แช่ในตู้เย็นให้เซ็ตตัวก่อนตัดกิน

Clear Matcha หรือ Pure Matcha ผงมัทฉะที่ผสมกับน้ำเปล่าเพียวๆ ไม่เติมนมวัวหรือนมพืชใดๆ สูตรนี้เหมาะกับสายมัทฉะที่ชอบกลิ่นและรสมัทฉะแบบจัดเต็ม แต่ต้องขอเตือนไว้ก่อนว่าสูตรนี้จำเป็นต้องใช้มัทฉะเกรด Ceremonial Grades เพื่อความดื่มง่ายและรสชาติอูมามิจากธรรมชาติ แต่ถ้าใครไม่มีก็สามารถชงได้ โดยสูตรนี้ก็เคล็ดลับให้การชงไว้ให้แล้ว

ตอนรับวันตรุษจีนด้วยเมนูมงคลจากผักมงคลอย่างหัวไชเท้า ซึ่งความหมายคำว่าไช พ้องเสียงในภาษาจีนแปลงว่าโชคลาภ ซึ่งเมื่อถึงช่วงเทศกาลตรุษจีนก็จะมีเมนูที่ทำจากหัวไชเท้าขึ้นโต๊ะอาหารเป็นประจำ อย่างสูตรนี้เป็นเมนู "หัวไช้เท้าผัดกุ้งแห้ง" ที่นำเอาหัวไชเท้าซอยเป็นเส้นแล้วนำมาเคล้ากับเกลือทิ้งไว้สักพักค่อยล้างน้ำออก การทำแบบนี้เป็นการทำให้หัวไชเท้าไม่เผ็ดซ่าจนเกินไป จากนั้นนำมาผัดกับกุ้งแห้งปรุงรสด้วยเกลือ ซีอิ๊วขาว น้ำตาล และพริกไทย

ซุปธัญพืชแสนอร่อย อิ่มท้อง มีประโยชน์ ขั้นตอนการทำก็ไม่ยากเท่าไรโดยนำถั่วแดงไปคั่วในกระทะ จากนั้นนำไปล้างน้ำแล้วแช่ทิ้งไว้ข้ามคืน ล้างน้ำอีกรอบก่อนนำไปต้มให้สุกนุ่ม ใส่รากบัว ปรุงรสด้วยน้ำตาล จากนั้นค่อยใส่เม็ดบัวเป็นอย่างสุดท้าย ต้มจนสุก เสิร์ฟร้อนๆหรือจะนำแช่ตู้เย็นแล้วทานก็ได้เช่นกัน

อาหารเช้าง่ายๆแถมคุณประโยชน์มากมายอย่าง "ข้าวต้มเม็ดบัวกับเก๋าคี่" ที่มีทั้งแครอท เห็ดหอม เม็ดบัว เก๋าคี่ ที่เต็มไปด้วยคุณประโยชน์ทั้งนั้น ที่บอกว่าง่ายก็คือแค่ต้มส่วนผสมทั้งหมดลงในหม้อจนส่วนผสมทุกอย่างสุก ปรุงรสแค่เกลือและซีอิ๊วเล็กน้อยเพิ่มความหอมด้วยน้ำมันงา โรยด้วยผักชีและพริกไทยดำ แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้ว

เมนูนึ่งบ๊วยมักนิยมนำเนื้อปลามาทำเป็นส่วนใหญ่ อย่างสูตรนี้เลือกใช้ปลากุเลาขนาดตัวไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป นำมาล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย เตรียมพร้อมที่จะนำไปนึ่ง ผสมเครื่องนึ่งอย่างเนื้อหมู บ๊วยดอง ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย น้ำบ๊วย และน้ำซุป นำเนื้อปลาไปนึ่งก่อนประมาณ 10 นาที ก่อนจะราดด้วยเครื่องที่ผสมตามด้วยเห็ด ขิงอ่อน ขึ้นฉ่าย และพริกชี้ฟ้า นึ่งต่ออีกประมาณ 5 นาที จนส่วนผสมสุกทั่วเป็นอันเสร็จเรียบร้อย

หัวไชเท้าเอามาทำเมนูได้หลากหลาย อย่างเมนูนี้ชาวพม่านำมายำเคล้ากับเครื่องอย่างน้ำตาล เกลือ และงาดำคั่ว และโรยหอมเจียวก่อนกิน เคล็ดลับที่จะทำให้หัวไชเท้ามีรสชาติอร่อย (ไม่เผ็ดเมื่อเวลากินดิบ) คือ จะนำหัวไช้เท้าที่เตรียมเรียบร้อยมาเคล้ากับเกลือ ทิ้งไว้สักพัก จากนั้นบีบเอาน้ำที่คายออกมาออกให้หมด แล้วนำไปเคล้ากับน้ำส้มสายชูทิ้งไว้สัก 1 คืน ก่อนนำมาปรุงรสตามส่วนผสมข้างต้น เท่านี้ก็ได้ยำหัวไช้เท้าอร่อยกินแล้ว

เมนูทานเล่นที่รับประกันว่าอร่อยโดยใจคนชอบกินหัวไช้เท้าแน่นอน หากใครเป็นสาวกขนมผักกาดอยู่แล้วต้องไม่พลาดเมนูนี้อีกเมนูเป็นแน่ อย่างเมนู "หัวไช้เท้านึ่งทรงเครื่อง" เป็นการผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน และหัวไช้เท้าขูดมาผสมกันปรุงรสด้วยเกลือและซีอิ้วขาว ใส่กุ้งแห้ง เห็ดหอม ถั่วลิสงต้ม จากนั้นตักใส่ถ้วยก่อนนำไปนึ่งให้สุกกินคู่กับจิ๊กโฉ่

หากใครอยากกินกระเพาะปลาแต่ติดที่ว่าเป็นมังสวิรัติอยู่ แล้วละก็ สูตรนี้ช่วยคุณได้ กระเพาะปลาสมุนไพร ที่เลือกใช้เยื่อไผ่แทนกระเพาะปลาจริงๆมาทำ ใส่เครื่องสมุนไพรมากมายไม่ว่าจะเป็นลำไยแห้ง พุทราจีน แปะก้วย ให้หวานหอม แถมด้วยเห็ดอีกมากมายที่ใส่ลงใน กระเพาะปลาหม้อนี้ บอกได้คำเดียวว่าอร่อยเด็ดไม่แพ้กระเพาะปลาจริงๆแน่นอน
Recommended Videos