เปิด "ตำราอาหาร" ได้ที่นี่

Serves
9 ลูก
Level
3
ในวัฒนธรรมจีน หมั่นโถว ถือเป็นอาหารหลักที่กินได้ทุกมื้อเเละมีความหลากหลายมากกว่าในประเทศไทย เพราะมีทั้งแบบทอด แบบนึ่ง ไส้เค็ม ไส้หวาน นิยมเสิร์ฟอาหารเช้าเคียงคู่กับชุดติ่มซำ ขาหมู และสังขยา หน้าตาละม้ายคล้ายกับซาลาเปาแต่ไม่มีไส้ นอกจากกินเพื่ออิ่มท้องแล้วหมั่นโถยังใช้เป็นเครื่องเซ่นสำหรับไหว้ขอพรเทพเจ้าอีกด้วย
INGREDIENTS
แป้งสาลีชนิดพิเศษ (ตราบัวแดง)
70 กรัม
ผงฟู
½ ช้อนชา
เกลือป่น
¼ ช้อนชา
น้ำ
35 กรัม
เนยขาว
25 กรัม
อุปกรณ์ ผ้าขาวบาง ไม้คลึงแป้ง ที่ตัดแป้ง (scraper) แปรงเพสทรี กระดาษรองซาลาเปา
แป้งสาลีชนิดพิเศษ (ตราบัวแดง) ร่อนแล้ว
120 กรัม
ยีสต์
5 กรัม
น้ำตาลทรายขาว
30 กรัม
น้ำ
70 กรัม
METHOD
- ทำแป้งหัวเชื้อโดยผสมแป้งสาลีชนิดพิเศษ ยีสต์และน้ำตาลทรายรวมกันในอ่างผสม ใส่น้ำ ใช้มือนวดจนแป้งไม่ติดมือ คลึงเป็นก้อนกลม คลุมด้วยผ้าขาวบางชุบน้ำบิดหมาด พักไว้ที่อุณหภูมิห้องนาน 1 ชั่วโมงหรือจนขึ้นเป็นสองเท่า
- เมื่อครบเวลา ร่อนแป้งสาลีชนิดพิเศษ ผงฟูและเกลือป่นลงในอ่างแป้งเชื้อที่ขึ้นฟูได้ที่แล้ว (ทดสอบว่าแป้งเชื้อได้ที่เมื่อดึงแป้งขึ้นมาจะเห็นได้ว่ามีลักษณะเป็นใยฟู) ใช้มือนวดจนเข้ากัน ตามด้วยน้ำ นวดให้เข้ากันอีกครั้ง จากนั้นใส่เนยขาว นวดพอเข้ากัน
- นำแป้งมานวดต่อบนพื้นโต๊ะหรือถาด โดยนวดก้อนแป้งขึ้น-ลงและยืดแป้งออก สลับกับคลึงก้อนแป้งไปมาเพื่อเป็นการคลายแป้งและทำให้แป้งเนียน นวดประมาณ 10 นาที จนแป้งนุ่มมือและเนียนเข้ากันดี (ทดสอบว่าแป้งได้ที่โดยดึงแป้งโดว์ขึ้นมามุมหนึ่งแล้วสามารถยืดแป้งให้บางพอประมาณได้) คลึงแป้งเป็นก้อนกลมให้ผิวหน้าก้อนเรียบตึง คลุมด้วยผ้าขาวบางชุบน้ำบิดหมาด พักไว้ที่อุณหภูมิห้องนาน 15 นาที
- กดแป้งไล่อากาศออกเล็กน้อย ใช้ไม้คลึงรีดแป้งให้แผ่ออกเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 10×12 นิ้ว หนาประมาณ 2-3 มม. ใช้แปรงจุ่มน้ำทาบางๆให้ทั่ว จากนั้นค่อยๆ ม้วนแป้งจากฝั่งด้านในตัวออกนอกตัวจนสุด คลึงเล็กน้อยให้แน่น ใช้มีดหรือที่ตัดขนมปังตัดตามขวางเป็นก้อน (1.5 นิ้ว?) ก้อนละประมาณ 40 กรัม วางแป้งหมั่นโถบนกระดาษรอง เรียงใส่ชั้นลังถึง ปิดฝา พักไว้ที่อุณหภูมิห้องนาน 30 นาทีจนก้อนแป้งพองขึ้นเป็นสองเท่า
- ตั้งหม้อน้ำลังถึงบนไฟแรง ห่อฝาหม้อด้วยผ้าขาวบางเพื่อกันไม่ให้น้ำหยดลงบนแป้งขณะนึ่ง พอน้ำเดือด นำหมั่นโถลงนึ่งนาน 15 นาทีจนสุก
- เสิร์ฟหมั่นโถร้อน ๆ
Tips:
- ทำหมั่นโถวทอด โดยพักหมั่นโถวนึ่งให้คลายร้อนดี ตั้งกระทะน้ำมันทอดบนไฟกลางค่อนอ่อน พอร้อน ใส่หมั่นโถวลงทอด รอจนเริ่มเหลือง พลิกกลับด้านไปมา ทอดจนสีเริ่มสวย เร่งไฟแรงทอดจนสีเหลืองสวยและกรอบ คีบขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมันรับประทานเปล่าๆ เป็นอาหารเช้า ของว่างหรือจิ้มกับสังขยา
[keyword: หมั่นโถ,หมั่นโถว,mantou]
Gallery





Recommended Articles

สุดยอดของหวานสไตล์จีนโบราณ โดดเด่นเรื่องสรรพคุณทางยา ทั้งช่วยแก้ไอ ขับเสมหะ บำรุงปอด และเติมความชุ่มชื้นให้ผิวพรรณ สูตรนี้เรานำเห็ดหูหนูขาวมาตุ๋นรวมกับสาลี่ เก๋ากี้ และน้ำตาลกรวดจนหอมกลมกล่อม รสหวานเบาๆ ไม่แสบคอ ทานแบบอุ่นๆ ก็คล่องคอ หรือจะนำไปแช่ตู้เย็นให้เย็นเจี๊ยบ ก็กลายเป็นขนมหวานดับร้อนที่กินเพลินจนหมดถ้วย

ไก่ทอดซอสส้มมักจะเป็นเมนูในร้านอาหารจีนฝั่งตะวันตก แต่กลับไม่พบว่าต้นกำเนิดในประเทศจีน อย่างไรก็ตามของทอดกับซอสรสเปรี้ยวๆหวานๆย่อมเข้ากันเสมอ เรานำอกไก่หั่นชิ้นพอคำไปหมักเกลือให้เข้าเนื้อ แล้วนำไปชุบแป้งทอดกรอบ หรือจะผสมแป้งเองเช่นในสูตร นำไปทอดจนเหลืองกรอบ แล้วทำซอสส้มข้นๆเอามาผัดไวๆให้พอเคลือบชิ้นไก่ จัดเสิร์ฟเป็นสำรับกับแกล้มหรือกับข้าวพร้อมข้าวสวยก็ได้ทั้งคู่

เปิดโลกความแซ่บสไตล์จีนกับ ‘ยำวุ้นเส้นยูนนาน’ รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์! ชวนทำเมนูยำที่โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมของน้ำมันงาและน้ำมันพริก ให้รสเปรี้ยวนำเค็มตาม คลุกเคล้ากับวุ้นเส้นที่ลวกจนเหนียวนุ่มกำลังดี ใส่เครื่องแน่นๆ ทั้งหมู ถั่วลิสงทอด และผักชีซอย กินแล้วสดชื่น ตื่นตัวสุดๆ เป็นเมนูตัดเลี่ยนที่สายอาหารจีนต้องลอง!

เอาใจสายแซ่บลิ้นชาด้วยเมนู ‘ถั่วแขกผัดพริกหมาล่า’ รสเด็ดเผ็ดจัดจ้าน! Krua.co ชวนทำเมนูภัตตาคารจีนที่หลายคนติดใจ เคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่การนำถั่วแขกไปทอดพอน้ำมันเคลือบจนผิวสวย กรอบนอกนุ่มใน แล้วนำมาผัดคลุกเคล้ากับพริกหมาล่าจนเข้าเนื้อ กลิ่นหอมเครื่องเทศเตะจมูก รสชาติเค็มเผ็ดชานิดๆ กินกับข้าวสวยร้อนๆ คือที่สุดแห่งความเจริญอาหาร!

ซอสคลาสิกของอาหารจีนถือได้ว่าเป็นราชาแห่งความอูมามิ เพราะรวบรวมเอาวัตถุดิบกลูตาเมตสูงไว้ในส่วนผสม เช่น หอยเชลล์ กุ้งแห้ง แฮมจินหัว รวมถึงผักอย่างหอม กระเทียมที่ขึ้นชื่อเรียกอูมามิเช่นกัน ทั้งหมดจะถูกผัดรวมกันในน้ำมันอย่างช้าๆคล้ายกับการสกัดรสอูมามิจากวัตถุดิบต่างๆออกมารวมกัน ซอสเอ็กซ์โอกินกับอาหารธรรมดาอย่างข้าวสวยหรือบะหมี่ลวกยังอร่อย หรือเอาไปผัดกับผักหรืออาหารทะเลก็ได้เช่นกัน

เปิดตำราก้นครัวทำ ‘น้ำสต๊อกไก่สไตล์จีน’ หัวใจความอร่อยของเมนูระดับเหลา! ความลับอยู่ที่แฮมหมูยูนนานที่จะทำให้น้ำซุปกลมกล่อมอูมามิ โดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม เคี่ยวกับเนื้อไก่ ตีนไก่และเนื้อสะโพกหมูอย่างช้าๆ จนได้น้ำซุปสีทองใส กลมกล่อมด้วยปริมาณโปรตีน(กรดกลูตามิก)จุกๆ ที่จัดเต็มไปกับการต้มซุป

สุดยอดของหวานสไตล์จีนโบราณ โดดเด่นเรื่องสรรพคุณทางยา ทั้งช่วยแก้ไอ ขับเสมหะ บำรุงปอด และเติมความชุ่มชื้นให้ผิวพรรณ สูตรนี้เรานำเห็ดหูหนูขาวมาตุ๋นรวมกับสาลี่ เก๋ากี้ และน้ำตาลกรวดจนหอมกลมกล่อม รสหวานเบาๆ ไม่แสบคอ ทานแบบอุ่นๆ ก็คล่องคอ หรือจะนำไปแช่ตู้เย็นให้เย็นเจี๊ยบ ก็กลายเป็นขนมหวานดับร้อนที่กินเพลินจนหมดถ้วย

ไก่ทอดซอสส้มมักจะเป็นเมนูในร้านอาหารจีนฝั่งตะวันตก แต่กลับไม่พบว่าต้นกำเนิดในประเทศจีน อย่างไรก็ตามของทอดกับซอสรสเปรี้ยวๆหวานๆย่อมเข้ากันเสมอ เรานำอกไก่หั่นชิ้นพอคำไปหมักเกลือให้เข้าเนื้อ แล้วนำไปชุบแป้งทอดกรอบ หรือจะผสมแป้งเองเช่นในสูตร นำไปทอดจนเหลืองกรอบ แล้วทำซอสส้มข้นๆเอามาผัดไวๆให้พอเคลือบชิ้นไก่ จัดเสิร์ฟเป็นสำรับกับแกล้มหรือกับข้าวพร้อมข้าวสวยก็ได้ทั้งคู่

เปิดโลกความแซ่บสไตล์จีนกับ ‘ยำวุ้นเส้นยูนนาน’ รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์! ชวนทำเมนูยำที่โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมของน้ำมันงาและน้ำมันพริก ให้รสเปรี้ยวนำเค็มตาม คลุกเคล้ากับวุ้นเส้นที่ลวกจนเหนียวนุ่มกำลังดี ใส่เครื่องแน่นๆ ทั้งหมู ถั่วลิสงทอด และผักชีซอย กินแล้วสดชื่น ตื่นตัวสุดๆ เป็นเมนูตัดเลี่ยนที่สายอาหารจีนต้องลอง!

เอาใจสายแซ่บลิ้นชาด้วยเมนู ‘ถั่วแขกผัดพริกหมาล่า’ รสเด็ดเผ็ดจัดจ้าน! Krua.co ชวนทำเมนูภัตตาคารจีนที่หลายคนติดใจ เคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่การนำถั่วแขกไปทอดพอน้ำมันเคลือบจนผิวสวย กรอบนอกนุ่มใน แล้วนำมาผัดคลุกเคล้ากับพริกหมาล่าจนเข้าเนื้อ กลิ่นหอมเครื่องเทศเตะจมูก รสชาติเค็มเผ็ดชานิดๆ กินกับข้าวสวยร้อนๆ คือที่สุดแห่งความเจริญอาหาร!

ซอสคลาสิกของอาหารจีนถือได้ว่าเป็นราชาแห่งความอูมามิ เพราะรวบรวมเอาวัตถุดิบกลูตาเมตสูงไว้ในส่วนผสม เช่น หอยเชลล์ กุ้งแห้ง แฮมจินหัว รวมถึงผักอย่างหอม กระเทียมที่ขึ้นชื่อเรียกอูมามิเช่นกัน ทั้งหมดจะถูกผัดรวมกันในน้ำมันอย่างช้าๆคล้ายกับการสกัดรสอูมามิจากวัตถุดิบต่างๆออกมารวมกัน ซอสเอ็กซ์โอกินกับอาหารธรรมดาอย่างข้าวสวยหรือบะหมี่ลวกยังอร่อย หรือเอาไปผัดกับผักหรืออาหารทะเลก็ได้เช่นกัน

เปิดตำราก้นครัวทำ ‘น้ำสต๊อกไก่สไตล์จีน’ หัวใจความอร่อยของเมนูระดับเหลา! ความลับอยู่ที่แฮมหมูยูนนานที่จะทำให้น้ำซุปกลมกล่อมอูมามิ โดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม เคี่ยวกับเนื้อไก่ ตีนไก่และเนื้อสะโพกหมูอย่างช้าๆ จนได้น้ำซุปสีทองใส กลมกล่อมด้วยปริมาณโปรตีน(กรดกลูตามิก)จุกๆ ที่จัดเต็มไปกับการต้มซุป

สุดยอดของหวานสไตล์จีนโบราณ โดดเด่นเรื่องสรรพคุณทางยา ทั้งช่วยแก้ไอ ขับเสมหะ บำรุงปอด และเติมความชุ่มชื้นให้ผิวพรรณ สูตรนี้เรานำเห็ดหูหนูขาวมาตุ๋นรวมกับสาลี่ เก๋ากี้ และน้ำตาลกรวดจนหอมกลมกล่อม รสหวานเบาๆ ไม่แสบคอ ทานแบบอุ่นๆ ก็คล่องคอ หรือจะนำไปแช่ตู้เย็นให้เย็นเจี๊ยบ ก็กลายเป็นขนมหวานดับร้อนที่กินเพลินจนหมดถ้วย

ไก่ทอดซอสส้มมักจะเป็นเมนูในร้านอาหารจีนฝั่งตะวันตก แต่กลับไม่พบว่าต้นกำเนิดในประเทศจีน อย่างไรก็ตามของทอดกับซอสรสเปรี้ยวๆหวานๆย่อมเข้ากันเสมอ เรานำอกไก่หั่นชิ้นพอคำไปหมักเกลือให้เข้าเนื้อ แล้วนำไปชุบแป้งทอดกรอบ หรือจะผสมแป้งเองเช่นในสูตร นำไปทอดจนเหลืองกรอบ แล้วทำซอสส้มข้นๆเอามาผัดไวๆให้พอเคลือบชิ้นไก่ จัดเสิร์ฟเป็นสำรับกับแกล้มหรือกับข้าวพร้อมข้าวสวยก็ได้ทั้งคู่

เปิดโลกความแซ่บสไตล์จีนกับ ‘ยำวุ้นเส้นยูนนาน’ รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์! ชวนทำเมนูยำที่โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมของน้ำมันงาและน้ำมันพริก ให้รสเปรี้ยวนำเค็มตาม คลุกเคล้ากับวุ้นเส้นที่ลวกจนเหนียวนุ่มกำลังดี ใส่เครื่องแน่นๆ ทั้งหมู ถั่วลิสงทอด และผักชีซอย กินแล้วสดชื่น ตื่นตัวสุดๆ เป็นเมนูตัดเลี่ยนที่สายอาหารจีนต้องลอง!

เอาใจสายแซ่บลิ้นชาด้วยเมนู ‘ถั่วแขกผัดพริกหมาล่า’ รสเด็ดเผ็ดจัดจ้าน! Krua.co ชวนทำเมนูภัตตาคารจีนที่หลายคนติดใจ เคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่การนำถั่วแขกไปทอดพอน้ำมันเคลือบจนผิวสวย กรอบนอกนุ่มใน แล้วนำมาผัดคลุกเคล้ากับพริกหมาล่าจนเข้าเนื้อ กลิ่นหอมเครื่องเทศเตะจมูก รสชาติเค็มเผ็ดชานิดๆ กินกับข้าวสวยร้อนๆ คือที่สุดแห่งความเจริญอาหาร!

ซอสคลาสิกของอาหารจีนถือได้ว่าเป็นราชาแห่งความอูมามิ เพราะรวบรวมเอาวัตถุดิบกลูตาเมตสูงไว้ในส่วนผสม เช่น หอยเชลล์ กุ้งแห้ง แฮมจินหัว รวมถึงผักอย่างหอม กระเทียมที่ขึ้นชื่อเรียกอูมามิเช่นกัน ทั้งหมดจะถูกผัดรวมกันในน้ำมันอย่างช้าๆคล้ายกับการสกัดรสอูมามิจากวัตถุดิบต่างๆออกมารวมกัน ซอสเอ็กซ์โอกินกับอาหารธรรมดาอย่างข้าวสวยหรือบะหมี่ลวกยังอร่อย หรือเอาไปผัดกับผักหรืออาหารทะเลก็ได้เช่นกัน

เปิดตำราก้นครัวทำ ‘น้ำสต๊อกไก่สไตล์จีน’ หัวใจความอร่อยของเมนูระดับเหลา! ความลับอยู่ที่แฮมหมูยูนนานที่จะทำให้น้ำซุปกลมกล่อมอูมามิ โดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม เคี่ยวกับเนื้อไก่ ตีนไก่และเนื้อสะโพกหมูอย่างช้าๆ จนได้น้ำซุปสีทองใส กลมกล่อมด้วยปริมาณโปรตีน(กรดกลูตามิก)จุกๆ ที่จัดเต็มไปกับการต้มซุป
Recommended Videos