เปิด "ตำราอาหาร" ได้ที่นี่

 

food story

Cooking in the time of Covid-19 เข้าครัวหนีโควิดกันเถอะ

Story by เสาวลักษณ์ เชื้อคำ

เหตุผลที่เราควรลุกขึ้นมาทำอาหาร ในโมงยามที่โรคติดต่อระบาดไปทั่วเมือง

เชื่อว่าในชั่วโมงนี้ เราทุกคนต่างจดจ่ออยู่กับเหตุการณ์การระบาดของโคโรนาไวรัส หรือ โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบกับชีวิตของคนทุกคนกันอย่างถ้วนหน้า เรียกได้ว่านี่อาจเป็นหน้าประวัติศาสตร์หนึ่งของการรับมือกับโรคระบาด ที่คนทั้งโลกจะต้องจดจำไปอีกแสนนาน เพราะมันเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันเราไปอย่างรวดเร็วและรุนแรงไม่แพ้กับการระบาดใหญ่ครั้งไหนๆ

 

เมื่อสถานการณ์บังคับให้ต้องอยู่แต่ในบ้าน แม้กระทั่งการทำงานโดยปกติก็ถูกปรับเปลี่ยนให้ต้องเดินทางน้อยลง หลายคนเริ่ม work from home มานานนับสัปดาห์และยังไม่มีกำหนดว่าการอยู่แต่บ้านเช่นนี้จะกินเวลาไปนานถึงเมื่อไร จนสุดท้ายกิจกรรมที่ทำมากที่สุดในวันๆ หนึ่งก็หนีไม่พ้นการเลื่อนฟีดข่าวขึ้นๆ ลงๆ สลับแอปพลิเคชั่นไปเรื่อยๆ จนหมดวัน

 

ท่ามกลางข่าวการระบาดที่อัปเดตกันรายชั่วโมง ฉันมองเห็นปรากฏการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวจำนวนมาก นั่นคือการลุกขึ้นมาทำอาหารกันอย่างเป็นจริงเป็นจัง กระทั่งกับเพื่อนบางคนที่ไม่เคยเห็นว่าทำอาหารเลย ก็ถือโอกาสนี้มาอวดฝีมือปลายจวักกันเสียอย่างนั้น จนฉันแอบนึกขึ้นมาว่า หากในรายการแข่งขันทำอาหารของปีหน้ามีคนใกล้ตัวฉันโผล่ไปเป็นผู้เข้าร่วมแข่งขันด้วย ก็คงไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพรส์เท่าไรนักหรอก ปรากฏการณ์นี้ยืนยันได้จากแฮชแท็กที่ผุดขึ้นมาอย่างกับดอกเห็ด เมื่อกดเข้าไปดูก็เห็นมีแต่อาหาร Home Cook ฝีมือชาวเน็ตที่น่ากินไม่แพ้ร้านอาหารดีๆ เลยทีเดียวละ

 

ว่าแต่อะไรคือเหตุผลที่คนเราลุกขึ้นมาทำอาหารกันมากขึ้นเรื่อยๆ ในสภาวการณ์แบบนี้ เมื่อได้มานั่งใคร่ครวญดูดีๆ ก็เห็นว่าการทำอาหารในช่วงเวลาวิฤกติก็มีเหตุผลรองรับมากมายทีเดียว เตรียมวัตถุดิบและอุปกรณ์ให้พร้อม แล้วมาดูเหตุผลที่เราควรเข้าครัวทำอาหารกันค่ะ

 

 

การทำอาหารทำให้มีเรื่องจำเป็นต้องออกไปข้างนอกน้อยลง

 

ในเวลานี้ไม่มีอะไรที่จะสำคัญไปกว่า Social Distancing ที่จะช่วยลดยอดผู้ติดเชื้อลงได้ เราจึงถูกขอความร่วมมือให้อยู่กันแต่ในบ้าน ลดการเดินทางติดต่อผู้คนให้เหลือน้อยที่สุด และการทำอาหารกินเองกันในครอบครัวนี่แหละที่เป็นปัจจัยสำคัญซึ่งจะช่วยให้เราอยู่ติดบ้านได้จริงๆ จากเดิมที่ต้องเดินออกไปหาอาหารมาดับหิววันละสามครั้งเป็นอย่างน้อย เมื่อได้ลงครัวทำอาหารเองจำนวนครั้งก็กลายเป็นศูนย์  เรียกว่าเพิ่มความปลอดภัยให้กับทั้งตัวเองและคนอื่นรอบข้างได้อีกมากผ่านพื้นที่เล็กๆ ในครัวของเราเองนี่แหละ

 

 

การทำอาหารช่วยให้เราประหยัดเงินมากขึ้น

 

ร้านรวงที่ยังเปิดอยู่แม้จะยังเสิร์ฟอาหารครบถ้วนอยู่เช่นเดิม แต่ก็ถูกปิดพื้นที่นั่งกินในร้าน เหลือเพียงแต่บริการซื้อกลับบ้านหรือส่งเดลิเวอรีถึงที่ ซึ่งแน่นอนว่าบริการส่งเดลิเวอรีก็ย่อมต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นให้กับพี่ๆ ไรเดอร์ที่เสี่ยงชีวิตออกนอกบ้านมาเพื่อให้เราได้อิ่ม เพราะฉะนั้นหากทำอาหารกินเองแม้จะไม่ครบทุกมื้อ ก็ยังคงช่วยเราประหยัดค่าส่งไปได้หลายสตางค์ แถมยังลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกได้อีกหลายชิ้นด้วย

 

 

การทำอาหารทำให้เราไม่ว่าง

 

แน่นอนว่าเวลาว่างเป็นสิ่งดีมากๆ แต่หากติดอยู่ในภาวะว่างๆ แบบไม่มีกิจกรรมเลย แถมยังอยู่แต่ในที่เดิมๆ ก็จะทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่าเคบินฟีเวอร์ (Cabin Fever) หรือสภาพกดดันทางจิตใจที่ต้องอยู่แต่ในบ้าน ทำให้เราหงุดหงิด เบื่อหน่าย ไม่มีสมาธิ และมีอารมณ์ในด้านลบอื่นๆ โดยไม่มีเหตุผล ซึ่งหนทางหนึ่งในการลดเคบินฟีเวอร์ได้ก็คือการหากิจกรรมทำอย่างเช่นการทำอาหารนี่แหละค่ะ ที่จะช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อเลย

 

 

การทำอาหารพาเราออกจากข่าวสารชั่วขณะ

 

แม้ว่าการติดตามข่าวสารจะเป็นเรื่องจำเป็นก็ตาม แต่ในโลกที่มีข้อมูลใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลาอย่างนี้เห็นทีจะต้องหลบหนีออกจากโลกของข่าวสารไปบ้าง เพื่อไม่ให้เกิดอาการเครียดสะสมเมื่อข้อมูลนั้นท่วมท้นเต็มไปหมด เมื่อได้ผละออกจากหน้าจอโทรทัศน์ จอคอมพิวเตอร์ และจอโทรศัพท์เสียบ้าง ในช่วงเวลาของการทำอาหารทั้ง เช้า กลางวัน และเย็น ก็จะช่วยลดความเครียดเหล่านั้นได้มาก แถมเสร็จแล้วยังได้รางวัลเป็นอาหารอร่อยๆ ฝีมือเราเอง ก็นับว่าเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยนะคะ

 

 

การทำอาหารคือการหยุดทำงาน เมื่อต้อง work from home

 

หลายคนที่เริ่ม work from home ในช่วงนี้ คงเจอภาวะที่คล้ายกัน นั่นก็คือการรู้สึกว่าต้องทำงานตลอดเวลา ความรู้สึกแบบนี้เกิดจากการที่เรารวมที่ทำงานและบ้านไว้เป็นที่เดียวกัน จะเดินไปตรงไหนของบ้านก็ยังรู้สึกว่าทำงานได้ เลยกลายเป็นว่าเวลาเข้างานออกงานตามปกติได้เลือนหายไปเสียนี่ เคล็ดลับหนึ่งที่จะทำให้เราแบ่งแยกเวลางาน-เวลาพักออกจากกัน (และทำให้จิตใจหรือสมองของเราเชื่อแบบนั้นจริงๆ) ก็คือการลุกขึ้นไปทำอาหารทั้งสามมื้อนี่เอง เมื่อเสร็จจากมื้ออาหารแล้วเราจะรู้สึกสดชื่นขึ้นมาก เพราะร่างกายและจิตใจเราได้พักผ่อนโดยการตัดขาดจากงานไปช่วงหนึ่งนั่นเองค่ะ ชาว work from home ทุกคนอย่าลืมจัดเวลามาทำอาหาร ให้ตัวเองได้หยุดทำงานบ้างนะคะ

 

 

การทำอาหารคือการบำบัดชั้นยอด

 

Cooking Therapy หรือการทำอาหารเพื่อบำบัดนั้นเป็นกระบวนการรักษาที่ได้ผลดีมากๆ นะคะ เพราะนอกจากกระบวนการในครัวจะช่วยให้เราได้รู้สึกจดจ่อและมีสมาธิอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้ว เมื่ออาหารของเราเสร็จเรียบร้อย เราก็จะรู้สึกถึงความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม ทำให้เรารู้สึกถึงคุณค่าในตัวเอง และเมื่อเราหยิบยื่นอาหารฝีมือเราให้คนรอบตัวได้กิน เราก็จะรับรู้ถึงการมีคุณค่าต่อผู้อื่น ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้ช่วยพลิกฟื้นหัวใจเหี่ยวเฉาของเราได้เป็นอย่างดีทีเดียว

 

 

การทำอาหารทำให้เราได้กินอาหารที่ปลอดภัยมากขึ้น

 

แม้ว่าเมืองไทยจะเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของอาหาร ไม่ว่าจะเป็นร้านสตรีทฟู้ดริมทางหรือร้านหรูหรา แต่ท้ายที่สุดแล้ว เราไม่มีทางรู้ได้ 100% ว่าอาหารแต่ละจานที่เรากินเป็นปกตินั้นมาจากไหนและผ่านอะไรมาบ้าง การทำอาหารกินเองจะทำให้เรารู้จักที่มาของอาหาร รู้กระบวนการการปรุง และรู้ว่าเรากินอะไรไปมากน้อยเท่าใดในหนึ่งวัน โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องระวังตัวจากเชื้อไวรัสและโรคระบาดอย่างนี้ อาหารปรุงสุกใหม่ด้วยฝีมือของเราเองก็น่าจะลดความกังวลใจไปได้เรื่องหนึ่ง

 

 

การทำอาหารในช่วงเวลานี้ คือการซุ่มซ้อมฝีมือในครัว

 

นักกีฬายังต้องมีช่วงเวลาเก็บตัวฝึกซ้อม คนทำอาหารก็เช่นเดียวกัน หากมองในแง่ดีที่สุด การจับกระทะจับตะหลิวในช่วงนี้ก็คือการเก็บตัวฝึกซ้อมที่จะส่งให้เรากลายเป็นเชฟ (สมัครเล่น) ที่ฝีมือแพรวพราวหาตัวจับยากในวันข้างหน้านั่นเองค่ะ เพราะภาวะที่ต้องทำอาหารวันละ 3 ครั้งนี่คงไม่ต่างอะไรจากการฝึกหัดในโปรแกรมการแข่งขันเลย คนที่เข้าครัวอยู่แล้วก็จะได้วางแผนการจับจ่ายมากขึ้น เพราะโควตาเดินทางออกจากบ้านไปซื้อของมีจำกัดลง ส่วนแม่ครัวพ่อครัวมือใหม่หรือเชฟวัยใสไร้ประสบการณ์ เมื่อผ่านคอร์สกักตัวทำอาหารในช่วงนี้ไปได้แล้ว ก็คงพัฒนาฝีมือไปได้อย่างก้าวกระโดดเลยทีเดียว เผลอๆ อาจยึดเป็นอาชีพหรือลงแข่งขันระดับประเทศได้เลย (ใครที่ซุ่มซ้อมในช่วงนี้จนเข้าสังเวียนการประกวดได้อย่าลืมทักมากบอกฉันด้วยนะคะ สัญญาว่าจะตามไปเชียร์แน่นอนค่ะ)

 

เห็นไหมคะว่าการอยู่บ้านทำอาหารหนีพิษโควิด-19 เป็นกิจกรรมที่คู่ควรกับช่วงเวลานี้เป็นอย่างยิ่ง รู้อย่างนี้แล้วเรามา Cooking in the time of Covid-19 ไปด้วยกันดีกว่า และหากความคิดตีบตัน คิดเมนูไม่ทัน ทำอาหารไม่คล่อง อย่าลืมว่ายังมี KRUA.CO เพื่อนแท้ของคนทำอาหารอยู่ตรงนี้ และเรามีสูตรอาหารอร่อยๆ เคล็ดลับมากมาย พร้อมเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับอาหารการกินที่จะทำให้ห้องครัวกลายเป็นสถานที่กักตัวอันแสนสุขของคุณได้แน่นอน เพราะสำหรับเราแล้ว ไม่ว่าจะช่วงเวลาไหน อาหารก็ไม่ใช่เรื่องเล็กเลยค่ะ 

Share this content

Contributor

Tags:

Cooking Therapy, Covid-19

Recommended Articles

Food Storyทำข้าวกล่องบริจาคยังไง ให้ถึงมือแบบไม่เหลือทิ้ง
ทำข้าวกล่องบริจาคยังไง ให้ถึงมือแบบไม่เหลือทิ้ง

จะทำข้าวกล่องต้องรู้ เลือกเมนูยังไง ปรุงแบบไหน บริจาคยังไงให้ไม่เหลือทิ้ง

 

Recommended Videos