เปิด "ตำราอาหาร" ได้ที่นี่

 

food story

Mashallah ร้านอาหารปากีสถานฉบับเมืองเปศวาร์ หากินยาก!

Story by นภาพร สิมณี

เปิดโลกปากีสถาน อาหารแบบเนื้อสัตว์เน้น ๆ หอมกลิ่นเครื่องเทศ กินง่าย อร่อยทุกจาน

Mashallah เป็นร้านอาหารปากีสถานที่เชฟมาจากเมืองเปศวาร์ ลักษณะอาหารเน้นไปที่การปรุงด้วยเครื่องเทศ รสจัดจ้าน แต่กลิ่นเครื่องเทศไม่โดดจนเกินไป โดยเฉพาะรสมือของเชฟ ทำให้เรากินแต่ละจานได้เรื่อยๆ โดยไม่รู้สึกเลี่ยนมาก เป็นร้านที่ใครอยากเปิดโลกอาหารปากีสถานหรืออาหารอินเดีย จะเริ่มจากร้านนี้ก็โอเค

 

 

 

 

 

 

 

 

เมนูของร้านเป็นเมนูฮาลาลทั้งหมด เนื้อสัตว์มีเพียงเนื้อไก่ เนื้อวัว และเนื้อแพะ ซึ่งร้าน Mashallah โดดเด่นเรื่องของการทำเนื้อแพะได้ดี ไม่มีกลิ่น และนุ่มอร่อย แล้วยังเลือกใช้เครื่องเทศหลากหลายทั้งแบบสดและแบบแห้งได้เข้ากับทุกเมนู โดยเฉพาะเมนูที่ทำจากเนื้อแพะ รับรองว่าคนที่ไม่เคยกินเนื้อแพะ หรือคนที่กลัวว่าแพะจะมีกลิ่น กินได้อย่างสบาย

 

 

 

 

 

 

 

 

ก่อนกิน ขอเอาความรู้มาฝากสักนิดเรื่องความต่างของคำว่า mutton กับ lamb ในภาษาอังกฤษกับอินเดีย เพื่อที่เวลาเดินเข้าร้านอาหารอินเดียจะได้เข้าใจ สั่งได้ถูกต้อง สั่งไปแล้วจะได้เนื้อสัตว์ตามที่เราอยากกิน

 

 

 

 

ภาษาอังกฤษทั่วไป mutton หมายถึงเนื้อแกะที่โตแล้วหรือแกะที่มีอายุมากกว่า 1 ปี ส่วน lamb หมายถึงเนื้อลูกแกะที่อายุไม่เกิน 1 ปี แต่สำหรับแถบอินเดีย mutton เอาไว้ใช้เรียกเนื้อแพะ และ lamb เอาไว้เรียกเนื้อแกะ เรียกว่าความหมายต่างกันคนละเรื่องเลย เข้าร้านอาหารอินเดียหรือปากีสถานต้องดูให้ดีนะคะ จะได้สั่งเนื้อสัตว์ถูก

 

 

 

 

 

 

 

 

เมนูแรกของเราคือ Mutton Briyani หรือข้าวหมกแพะ เห็นแค่สีสันก็น่ารับประทานเป็นที่สุด และเหมาะที่จะเป็นเมนูเริ่มต้นของคนที่ไม่เคยกินอาหารปากีสถานมาก่อน รสชาติของข้าวหมกแพะกลมกล่อม เค็มและเปรี้ยวจากอาจาด (ผักดองอินเดีย) และหอมเครื่องเทศมาก ร้านนี้หุงข้าวออกมาได้ดีมาก ฉ่ำ ไม่แห้งจนเกินไป แต่ยังมีความเป็นเม็ดอยู่ สีของข้าวมีสีเหลืองสลับกับสีแดงทำให้ดูมีสีสัน เนื้อแพะทำออกมาได้ไม่มีกลิ่นเลย แล้วยังฉ่ำ นุ่มกำลังดีไม่เหนียวจนเกินไป พูดได้ว่าจานนี้ครบทั้งรสชาติและรสสัมผัส

 

 

 

 

 

 

 

 

เมนูที่สอง Mutton Karahi แกงเนื้อแพะที่ค่อนข้างข้นเพราะมีเนื้อมะเขือเทศสับและพริกเขียว เนื้อแพะนุ่มมาก ไม่เหนียวเลย เครื่องเทศค่อนข้างหนักพอสมควร แต่ร้านทำออกมาได้ไม่ฉุนมาก คนไม่ชอบกลิ่นเครื่องเทศกินได้ และไม่เลี่ยนเพราะมีพริกเขียวเพิ่มความแซ่บ รสชาติจะไปในทางเค็ม เปรี้ยวจากมะเขือเทศ และเผ็ดจากพริก (กินโดนพริกคือดีมากกก แซ่บเวอร์) เมนูนี้มาเป็น portion ใหญ่ มีให้เลือกแบบครึ่งกิโลฯ และหนึ่งกิโลฯ ครึ่งกิโลฯ กินได้ประมาณ 2-3 คน ถ้าเป็น 1 กิโลฯ ก็กินกันได้ถึง 6-7 คน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เมนูที่สามก็ยังไม่ move on จากเนื้อแพะ แต่เป็นส่วนของคากิแพะ นั่นก็คือ Mutton Paya หรือซุปคากิแพะ ตัวนี้แอบมีความคล้ายข้าวขาหมูบ้านเรา น้ำซุปหอมเครื่องเทศแต่เบากว่าเมนูที่สองนะคะ ซุปค่อนข้างมัน ซึ่งความมันของซุปมาจากการต้มคากิจนเปื่อยนุ่มชนิดละลายในปาก และอีกเช่นกันที่เนื้อแพะไม่เหม็นเลย แถมดึงรสชาติออกมาได้เป็นอย่างดี จานนี้นิยมกินเป็นอาหารเช้า จิ้มกับแป้งนาน จะซดก็ได้ (แต่เราไม่ซดนะเพราะซุปค่อนข้างมัน กินกับแป้งนานโอเคเลย)

 

 

 

 

 

 

 

 

เมนูที่สี่คือเนื้อวัว (move on จากเนื้อแพะได้แล้วนะคะ) นั่นก็คือ Beef Nihari หรือสตูเนื้อ เนื้อนุ่มมากกกก (ก.ไก่ล้านตัว) เมนูนี้บางร้านจะใส่สมองแพะหรือสมองวัวลงไปด้วย แต่ร้านนี้ไม่ได้ใส่ค่ะ รสชาติเค็ม มัน น้ำซุปข้นจากเครื่องแกงซึ่งต่างจากเมนูที่ผ่านๆ มาที่ข้นจากมะเขือเทศสับหรือข้นจากคากิแพะ

 

 

 

 

 

 

 

 

เมนูที่ห้าเป็นเมนูแนะนำของร้าน Chapli Kabab หรือเคบับเนื้อนั่นเอง ที่เป็นเมนูแนะนำก็เพราะเป็นเมนูที่หลายๆ ร้านไม่มี และเป็นอาหารพื้นเมืองของเปศวาร์ หรือจะเรียกว่า kpk kabab ก็ได้ ลักษณะไม่เหมือนเคบับที่เราคุ้นเคยกันเท่าไร ไม่ใช่แบบห่อแป้งหรือแบบเนื้อเสียบมา แต่จะมาในรูปแบบ patties ตัวเนื้อเป็นเนื้อบดกับเครื่องเทศและมีหอมแขกสับ เพิ่มความหวานและฉ่ำให้กับเนื้อเคบับ นำลงไปทอดในน้ำมัน ผิวกรอบเกรียมนิดหน่อย นิยมกินกับ chutney โดยรวมรสชาติของจานนี้มีรสเค็มและหวานจากหอมแขก หอมเครื่องเทศ chutney เปรี้ยว สดชื่น หอมกระเทียม ใบสะระแหน่ ผสมความเผ็ดของพริกเขียวเล็กน้อย

 

 

 

 

 

 

 

 

โดยรวมทุกจานอร่อยมาก กินง่าย เครื่องเทศเยอะ แต่ปริมาณที่ใส่ลงไปทำให้ชูวัตถุดิบหลักออกมาได้ดี โดยไม่ไปกลบตัวเนื้อแพะหรือเนื้อวัว แถมยังเข้ากันแบบสุดๆ เหมาะกับมือใหม่ที่อยากจะเริ่มลองอาหารปากีสถานหรืออาหารอินเดีย จากผู้เขียนที่ไม่ค่อยกินเนื้อวัว และไม่เคยกินเนื้อแพะเพราะกลัวเรื่องกลิ่นสาบ ก็กินได้แถมอร่อยจนคิดว่าเนื้อแพะมันอร่อยขนาดนี้เลยหรอ และนี่แค่ส่วนหนึ่ง เพราะยังมีเมนูอื่นๆ อีกมากมายที่น่าลอง (ผู้เขียนก็อยากจะลองมากกว่านี้ แต่ไม่ไหวแล้วจ้า อิ่มมาก) อ้อ เครื่องดื่มยอดฮิตอย่าง Lassi ร้านนี้ก็มีทั้งแบบหวานและแบบเค็ม แอบกระซิบว่าแบบหวานอร่อยมาก เป็นการจบมื้ออาหารได้อย่างลงตัวถ้าได้ดื่ม Lassi เป็นอย่างสุดท้าย

 

 

 

 

ร้าน Mashallah Restaurant
พิกัด: ซอยเจริญกรุง 45 (ซอยพุทธโอสถ)
เปิด-ปิด: 10.30 – 22.00 น. (ทุกวัน) 
โทร: 065 919 1409
Facebook : Mashallah Restaurant

 

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

 

 

 

 

 

 

 

Share this content

Contributor

Tags:

ร้านอร่อยกรุงเทพ, อาหารอินเดีย

Recommended Articles

Food Storyแพท พัทริกา นักเขียนและนักเดินทางผู้เชื่อว่าอาหารคือประตูสู่อินเดียที่ดีที่สุด
แพท พัทริกา นักเขียนและนักเดินทางผู้เชื่อว่าอาหารคือประตูสู่อินเดียที่ดีที่สุด

ว่าด้วยอาหารแขกกับสาวไทยหัวใจอินเดียเจ้าของเพจ 'ชาติที่แล้วคงเกิดเป็นแขก'

 

Recommended Videos