COOK TO KNOW
Vintage Cake เสน่ห์เค้กโบราณสุดคลาสสิก
1,416 VIEWS
PIN

image alternate text
image alternate text
สวมวิญญาณเบเกอร์รุ่นเก๋า ข้ามเวลามาอบเค้กโบราณให้หอมฟุ้ง

นึกถึงคำว่าวินเทจเค้ก (Vintage Cake) ทำให้ฉันนึกถึงเค้กวันเกิดที่แม่ทำให้ตอนเด็กๆ เป็นเค้กสีขาวโพลน โรยด้วยมะพร้าวแห้งทั้งก้อน แต่งหน้าด้วยเชอร์รีลูกแดงๆ หน้าตาเค้กไม่ได้หรูหราฟู่ฟ่าเหมือนอย่างเค้กทุกวันนี้ แต่มีความทรงจำ ความอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก สมัยก่อนตัวเลือกในการกินเค้กไม่ได้มีมาก แถมวัตถุดิบก็หายาก ใครที่ทำเค้กเองนับว่าทันสมัยหรือไม่ก็ต้องใจรักสุดๆ น้าๆ ที่บ้านฉันหลายคนชอบทำเค้กเป็นชีวิตจิตใจ ฉันจึงได้ซึมซับมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นสมุดจดตำราเล่มเก่าๆ ที่กระดาษกรอบเหลืองขนาดไหน เราก็ยังเก็บไว้เป็นสมบัติล้ำค่าในฐานะคนทำเค้ก

นอกจากหน้าตาของเค้กสมัยก่อนที่เรียบง่าย (ฉันขอตั้งชื่อมันว่า ‘วินเทจเค้ก’) มีลักษณะเป็นเค้กปอนด์ ตัดแบ่งเป็นชิ้นสามเหลี่ยม หน้าเค้กโดยมากเป็นฟรอสติ้ง ฟัดจ์ หรือบัตเตอร์ครีม เอกลักษณ์อีกอย่างของวินเทจเค้ก คือ เนื้อเค้กที่ค่อนข้างริช หนักนมเนย ไม่เหมือนเค้กสมัยนี้ที่นิยมเป็นเนื้อชิฟฟอน  ซึ่งอาจเป็นกระเเสเค้กญี่ปุ่นเข้ามาให้เราคุ้นมากกว่าก็เป็นได้ ที่สำคัญเสน่ห์ของวินเทจเค้ก คือที่มาหรือประวัติของเค้กนั้นๆ วันนี้เลยมีวินเทจเค้กสุดคลาสสิกมาเล่าให้ชาว KRUA.CO ฟัง เผื่อจะคิดถึงเค้กเก่าๆ กันบ้าง ถ้าใครขี้เกียจทำก็ลองไปหาซื้อกินกันได้ สมัยนี้บางร้านก็ยังทำขายอยู่

เริ่มต้นด้วย เค้กแบลกฟอเรสต์ (Black Forest Cake หรือ Schwarzwälder Kirschtorte) เป็นเค้กสัญชาติเยอรมัน แน่นอนเยอรมันขึ้นชื่อเรื่องช็อกโกแลตเค้กอยู่แล้ว เอกลักษณ์ของเค้กชนิดนี้คือเค้กรสช็อกโกแลตฉ่ำด้วยบรั่นดีเชอร์รี (kirsh) สลับชั้นเชอร์รีและวิปปิ้งครีม ใครชอบเค้กกลิ่นเหล้าแนะนำว่าต้องกินแบลกฟลอเรส ถ้าแบบดั้งเดิมเลยแบลกฟลอเรสจะใช้เนื้อสปอนจ์เค้กช็อกโกแลตซึ่งเป็นเนื้อเจนัวเค้ก หรือเค้กที่ขึ้นฟูด้วยการตีไข่บนอ่างน้ำร้อน แล้วใส่แป้งเค้กและผงโกโก้เข้าด้วยกัน แต่สูตรนี้เราปรับให้เป็นเนื้อเค้กนุ่มละเอียดและเข้มขึ้นโดยใส่ช็อกโกแลต

คลิกที่นี่เพื่อดูสูตรเค้กแบลกฟอเรสต์

เค้กฮัมมิ่งเบิร์ด (Hummingbird cake) ตั้งชื่อตามนกฮัมมิ่งเบิร์ด ซึ่งเป็นนกประจำชาติของประเทศจาไมกา เกาะทางตอนใต้ของทวีปอเมริกา มีอีกชื่อหนึ่งเรียกขำๆ ว่า Doctor Bird Cake (Doctor Bird เป็นอีกชื่อเรียกหนึ่งของนกชนิดนี้) เนื้อเค้กจะคล้ายกับแครอทเค้กคือเนื้อเค้กฉ่ำๆ แล้วมีฟรอสติ้งเป็นครีมชีส แต่ความต่างคือฮัมมิ่งเบิร์ดเค้กจะใส่กล้วยและสับปะรดแทน หอมกลิ่นอบเชย ใส่ถั่วอย่างพีแคนหรือวอลนัท เค้กฮัมมิ่งเบิร์ดเป็นที่รู้จักเพิ่มขึ้นในปี 1968 จากการโปรโมตการท่องเที่ยวของประเทศจาไมกาผ่านสูตรอาหารอื่นๆ รวมถึงสูตรเค้กฮัมมิ่งเบิร์ดนี้ด้วย 

คลิกที่นี่เพื่อดูสูตรเค้กฮัมมิงเบิร์ด

เค้กอัพไซด์ดาวน์ (Upside down cake) วินเทจเค้กจะขาดอัพไซด์ดาวน์เค้กไม่ได้เลย เค้กชนิดนี้มีต้นกำเนิดประมาณปี ค.ศ.1800 เป็นเค้กที่สมัยก่อนอบในกระทะเหล็ก เกิดในช่วงที่เตาอบยังไม่เป็นที่นิยมหรือยังใช้งานได้ไม่แม่นยำเหมือนปัจจุบัน เค้กที่ทำในกระทะบนเตาแก๊ส (stove top) จึงถือกำเนิดขึ้นก่อน วิธีเอาเค้กออกจากกระทะก็คือการคว่ำเอาเค้กออกมา หน้าเค้กจึงอยู่ด้านล่างกระทะ เค้กอัพไซด์ดาวน์รุ่นแรกๆ ไม่ได้ใช้สับปะรดกระป๋องแบบนี้หรอก แต่เป็นเค้กที่ใช้ผลไม้ตามฤดูกาลอย่างแอปเปิล เชอร์รี อัพไซด์ดาวน์สับปะรดเพิ่งมีขึ้นประมาณ ค.ศ. 1900 หลังจากบริษัทผลิตผลไม้กระป๋องยี่ห้อ Dole ที่ต้องการโปรโมตสับปะรดกระป๋องของตัวเองผ่านเค้กชนิดนี้

คลิกที่นี่เพื่อดูสูตรเค้กอัพไซด์ดาวน์

นอกจากวินเทจเค้ก 3 ชนิดนี้แล้ว ยังมีเค้กชนิดอื่นๆ ที่หลายคนอาจจะลืมๆ ไปแล้วบ้าง เช่น

เค้กเบอร์เบิร์น (Burbon Cake) อเมริกันเค้กอีกชนิดที่อบในพิมพ์ที่เรียกว่า บันท์เค้ก Bundt Cake เนื้อเค้กเป็นเค้กเนย มีกลิ่นลูกจันทน์ (nutmeg) ใส่พีแคน และที่สำคัญเหล้าเบอร์เบิร์น เคลือบด้วยฟรอสติ้งที่ทำจากน้ำตาลไอซิ่งด้านบน

เค้กอีตันเมส (Eton Mess Cake) เป็นเค้กอังกฤษที่มีประวัติแปลกตรงถือกำเนิดในรั้วมหาลัยอีตัน (Eton College) จริงๆ แล้วไม่ได้เป็นเค้กแต่แรก เเต่เป็นขนมอังกฤษที่เรียกว่า Eton Mess ประกอบด้วย 3 ส่วนคือ ผลไม้เช่น สตรอว์เบอร์รีหรือกล้วยหอม เมอร์แรงก์กรอบ และวิปปิ้งครีม ดังนั้นพอมาเป็นเค้กจึงขาด 3 สิ่งนี้ไม่ได้เช่นกัน

เค้กดันดี (Dundee Cake) เค้กเก่าแก่จากประเทศสก็อตแลนด์ ตั้งชื่อตามชื่อเมือง Dundee ลักษณะเค้กเป็นเค้กเนื้อหนักคล้ายฟรุ้ตเค้กคือเต็มไปด้วยลูกเกดทั้งดำ เหลืองรวมถึงผลไม้เชื่อมและอัลมอนด์ เอกลักษณ์คือหน้าเค้กจะเรียงรายด้วยอัลมอนด์เม็ดจนเต็มหน้าเค้ก

เค้กเรดเวลเวท​ (Red Velvet Cake) เค้กสไตล์อเมริกันที่เป็นที่นิยมของคนไทยเหมือนกัน เนื้อเค้กสีแดงเข้มเหมือนกำมะหยี่ เนื้อเค้กนุ่มละเอียดเพราะใส่บัตเตอร์มิลค์ ส่วนหน้าเค้กแต่งด้วยฟรอสติ้งครีมชีส ใครสนใจสามารถ คลิกเพื่อดูสูตรคัพเค้กเวลเวท และ คลิกเพื่อดูสูตรเค้กคริสต์มาสต์เวลเวท ได้ที่นี่เลย

เค้กลามิงตั้น (Lamington Cake) เค้กจากประเทศออสเตรเลีย ตั้งชื่อตาม Lord Lamington ผู้ปกครองเมือง Queensland ซึ่งถือเป็นที่กำเนิดเค้กชนิดนี้ ในสมัยนั้น หน้าตาเป็นเค้กเนยชิ้นพอคำ หรือเป็นเค้กปอนด์ เคลือบด้วยช็อกโกแลตแล้วชุบหรือโรยด้วยมะพร้าวอบแห้งอีกที บางสูตรจะมีไส้แยมสตรอว์เบอร์รีตรงกลาง

เค้กโอเปร่า (Opera Cake) เค้กฝรั่งเศส ซึ่งถ้าใครทำได้ถือเป็นสุดยอด เพราะเค้ก 1 ก้อนประกอบกันถึง 7 ชั้น เป็นเนื้อเค้กที่ทำจากแป้งอัลมอนด์ (joconde) ทาด้วยน้ำเชื่อมกาแฟจนฉ่ำเรียงสลับกับกานาชกาแฟ (coffee ganache) และเฟรนชบ์เตอร์ครีมไปเรื่อยๆ จนชั้นสุดท้ายเคลือบด้วยเกลซช็อกโกแลตให้สวยงาม และที่ขาดไม่ได้ในเค้กสไตล์ยุโรปคือ การแต่งแต้มชื่อเค้กบนหน้าว่า ‘Opera’

เค้กบอสตันครีมพาย (Boston Cream Pie) คนอเมริกันไม่มีใครไม่รู้จักเค้กบอสตันครีมพายหรือเรียกอีกชื่อว่า ‘ช็อกโกแลตครีมพาย’ เป็นเค้กหน้าตาธรรมดาที่มีขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป สาเหตุที่เรียกว่าพายเพราะอบในพิมพ์แบบเดียวกันกับพาย เค้กนี้เกิดขึ้นที่ Boston’ Parker House Hotel ในรัฐ Massachusetts ในปี ค.ศ.1800 โดยเชฟชาวฝรั่งเศส หน้าตาเค้กคือ บัตเตอร์เค้กประกบตรงกลางไส้คัสตาร์ดวานิลลา และเคลือบด้วยฟรอสติ้งช็อกโกแลตด้านบน ด้านข้างมองเห็นไส้ครีมคัสตาร์ด ใครอยากเริ่มทำวินเทจเค้กแบบง่ายๆ แนะนำเค้กชนิดนี้เลยเพราะไม่ต้องแต่งหน้าให้สวยงาม

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

RECOMMENDED CONTENTS