เค้กแบลกฟลอเรส
496 VIEWS
PIN
SERVES SERVES 2 ปอนด์ (8 ชิ้น) LEVEL LEVEL ยาก
เค้กแบลกฟลอเรส (Black forest cake หรือ Schwarzwälder Kirschtorte) เป็นเค้กสัญชาติเยอรมัน แน่นอนเยอรมันขึ้นชื่อเรื่องช็อกโกแลตเค้กอยู่แล้ว เอกลักษณ์ของเค้กชนิดนี้คือเค้กรสช็อกโกแลตฉ่ำด้วยบรั่นดีเชอร์รี (kirsh) สลับชั้นเชอร์รีและวิปปิ้งครีม ใครชอบเค้กกลิ่นเหล้าแนะนำว่าต้องกินแบลกฟลอเรส ถ้าแบบดั้งเดิมเลยแบลกฟลอเรสจะใช้เนื้อสปอนจ์เค้กช็อกโกแลตซึ่งเป็นเนื้อเจนัวเค้ก หรือเค้กที่ขึ้นฟูด้วยการตีไข่บนอ่างน้ำร้อน แล้วใส่แป้งเค้กและผงโกโก้เข้าด้วยกัน แต่สูตรนี้เราปรับให้เป็นเนื้อเค้กนุ่มละเอียดและเข้มขึ้นโดยใส่ช็อกโกแลตและผงโกโก้
INGREDIENTS
ผงโกโก้
20
กรัม
น้ำอุ่น
135
กรัม
ดาร์กช็อกโกแลตละลาย
85
กรัม
ซาวร์ครีม
135
กรัม
น้ำมันพืช
82
กรัม
แป้งสาลีอเนกประสงค์
280
กรัม
เบกกิ้งโซดา
1/2
ช้อนชา
เกลือป่น
3/4
ช้อนชา
เนยสดชนิดจืด
85
กรัม
น้ำตาลทรายแดง
135
กรัม
น้ำตาลทราย
100
กรัม
ไข่แดงไข่ไก่
2
ฟอง
ไข่ไก่
3
ฟอง
อุปกรณ์จำเป็น: พิมพ์เค้กกลมขนาด 8 นิ้ว จำนวน 3 พิมพ์ กระดาษไข มีดฟันเลื่อย ฐานแต่งเค้ก แปรงเพสทรี สปาตูลา ถุงบีบและหัวบีบหยัก
ไส้เชอร์รี
เชอร์รีดำ
700
กรัม
เหล้าเชอร์รี (Kirsh)
30
กรัม
น้ำเชื่อมเหล้าสำหรับทาเค้ก
น้ำตาลทราย
40
กรัม
น้ำ
40
กรัม
เหล้าเชอร์รี (Kirsh)
30
กรัม
ครีมแต่งหน้าเค้ก
วิปปิ้งครีม
500
กรัม
น้ำตาลไอซิ่ง
50
กรัม
เหล้าเชอร์รี (Kirsh)
15
กรัม
ช็อกโกแลตสำหรับเคลือบหน้าเค้ก
ดาร์กช็อกโกแลต
50
กรัม
วิปปิ้งครีม
70
กรัม
METHOD
  1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ ปูกระดาษไขด้านล่างพิมพ์ทั้ง 3 อัน เตรียมไว้
  2. ละลายผงโกโก้กับน้ำอุ่นให้เข้ากันจนโกโก้ไม่เป็นเม็ด พักไว้ ละลายช็อกโกแลตในไมโครเวฟแล้วใส่ลงในน้ำโกโก้ คนผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วจึงใส่ซาวร์ครีมและน้ำมันพืช คนให้เข้ากัน พักไว้
  3. ร่อนแป้งสาลีอเนกประสงค์ เบกกิ้งโซดา และเกลือให้เข้ากัน 2 รอบ พักไว้ ตีเนยกับน้ำตาลทั้งสองชนิดด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าจนนุ่มฟู ใส่ไข่ไก่และไข่แดงทีละฟองจนครบ ใส่ส่วนผสมแป้งที่ร่อนไว้สลับกับของเหลวที่เป็นช็อกโกแลตโดยแบ่งแป้งเป็น 3 ส่วนและของเหลวเป็น 2 ส่วน ใส่สลับกัน เมื่อเข้าเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว ตักแบ่งเค้กใส่พิมพ์ 3 พิมพ์เท่าๆกัน พิมพ์ละประมาณ 415 กรัม เกลี่ยให้เรียบ นำเข้าอบพร้อมกันประมาณ 25-30 นาที นำพิมพ์เค้กออกจากเตา ใช้มีดแซะด้านข้างเค้ก คว่ำเค้กลงบนตะแกรงแล้วลอกกระดาษไขออก พักเค้กให้เย็นสนิท
  4. ระหว่างนั้นทำไส้เชอร์รีโดยล้างเชอร์รีให้สะอาด ซับให้แห้งสนิท แบ่งเชอร์รีเก็บไว้ 8 ลูกสำหรับแต่งหน้า เชอร์รีที่เหลือดึงก้านออกผ่าครึ่ง คว้านเมล็ด นำไปแช่เหล้าเชอร์รีทิ้งไว้ 10 นาที
  5. ทำน้ำเชื่อมสำหรับทาเค้กโดยตั้งน้ำตาลและน้ำบนไฟกลางจนน้ำตาลละลาย ปิดไฟ พอน้ำเชื่อมหายร้อน ใส่เหล้าเชอร์รี เทน้ำจากเชอร์รีที่แช่เหล้าจนครบเวลามาใส่ด้วย คนให้เข้ากัน พักไว้
  6. ตีวิปปิ้งครีมในอ่างผสมด้วยเครื่องตีไฟฟ้า พอวิปปิ้งครีมเริ่มฟูใส่น้ำตาลไอซิ่งทีละน้อยจนหมด ใส่เหล้าเชอร์รี ตีจนตั้งยอดอ่อนเกือบแข็ง
  7. ประกอบเค้กโดยใช้มีดฟันเลื่อยสไลซ์ด้านบนส่วนโค้งออก ทำเช่นนี้ทั้ง 3 ชิ้น วางเค้กชิ้นแรกบนฐานแต่งเค้ก ใช้แปรงจุ่มน้ำเชื่อมเหล้าทาเนื้อเค้กให้ฉ่ำ ปาดวิปปิ้งครีมให้ทั่ว วางลูกเชอร์รีผ่าครึ่งโดยวางให้เว้นจากขอบเค้กประมาณ 1 นิ้ว ปาดครีมปิดเชอร์รีให้ทั่ว วางด้วยเค้กชิ้นที่ 2 ทำเช่นเดิม แล้วปาดวิปปิ้งครีมด้านบนและด้านข้างให้ทั่ว นำไปแช่ตู้เย็นช่องแข็งก่อนเพื่อให้ครีมเซ็ตตัว แล้วจึงนำมาปาดซ้ำด้วยวิปปิ้งครีมรอบสุดท้ายให้เรียบ (การปาดรอบเเรกเรียกว่า crumb coating เป็นการปาดเพื่อเคลือบไม่ให้เนื้อเค้กหลุดติดขึ้นมาเวลาปาดเนื้อเครีม นำเค้กที่ปาดเรียบร้อยแล้วเข้าตู้เย็นช่องเเข็งประมาณ 20 นาที (นำเข้าแช่ทั้งฐานแต่งเค้ก)
  8. ระหว่างนั้นทำช็อกโกแลตสำหรับเคลือบหน้าเค้กโดยละลายช็อกโกแลตและวิปปิ้งครีมเข้าด้วยกันในไมโครเวฟ คนให้เข้ากัน รอให้ช็อกโกแลตอุ่นแต่ไม่ร้อน นำไปเทบนหน้าเค้กที่เย็นจัด หมุนฐานเเต่งเค้กเล็กน้อยเพื่อให้ช็อกโกแลตไหลลงขอบด้านข้างเค้กเล็กน้อย โรยช็อกโกแลตขูดที่เค้กด้านล่าง เมื่อหน้าเค้กช็อกโกแลตเซ็ตตัวดี (ถ้าเค้กเย็นจัดหน้าจะเซ็ตตัวไม่เกิน 5 นาที) บีบวิปปิ้งครีมเป็นดอกๆตกแต่งด้านบน วางลูกเชอร์รีสดบนยอดวิปปิ้งครีมแต่ละดอก ตัดเค้กเป็น 8 ชิ้นเท่าๆกัน เสิร์ฟกับชาหรือกาแฟ

 

หมายเหตุ

  • เค้กที่ประกอบเป็นชั้นๆหลังจากแต่งหน้าเรียบร้อยแล้วควรแช่ตู้เย็นให้เซ็ตตัวทั้งก้อนก่อนอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้วิปปิ้งครีมเฟิร์มและชั้นเค้กจะประสานเป็นชิ้นเดียวกัน

อ่านบทความเพิ่มเติม

Vintage Cake เสน่ห์เค้กโบราณสุดคลาสสิก