เปิด "ตำราอาหาร" ได้ที่นี่

 

food story

40 ปี ตำนานบัวลอยจิ๋ว 7 สี เมืองนนท์ คิวยาวเหยียด

Story by ศรีวิการ์ สันติสุข

บัวลอยเม็ดน้อย 7 สีกับรถเข็น 1 คันที่อยู่คู่เมืองนนท์มากว่า 40 ปี

ชาวนนทบุเรี่ยนน่าจะคุ้นเคยกับชื่อ บัวลอยจิ๋ว เมืองนนท์ กันดี เพราะเป็นขนมหวานเจ้าเก่าเจ้าดังที่อยู่คู่เมืองนนท์มากว่า 35 ปี โดยขายเพียงแค่บัวลอยอย่างเดียวนี่แหละ และก็ขายกันง่ายๆ ด้วยรถเข็น 1 คัน แต่ความอร่อยขึ้นชื่อลือชามาเนิ่นนาน ก่อนจะยิ่งทวีความฮอตสุดๆ ในช่วงที่ใครๆ ก็ทำคอนเทนต์ออนไลน์ได้ ลองเสิร์ชคีย์เวิร์ด ‘บัวลอย’ ดูค่ะ รับรองว่าจะเจอทั้งภาพทั้งคลิปบัวลอยเม็ดจิ๋วหลากสีของร้านนี้ในฟีดแน่นอน

 

 

 

 

เราจอดรถที่โรงหนังเมเจอร์นนท์แล้วเลี้ยวซ้ายเดินมาตามถนนเรื่อยๆ พร้อมคาดหมายว่าน่าจะเจอเข้ากับแอเรียที่เต็มไปด้วยสตรีทฟู้ดใดๆ แต่ผิดคาด เพราะเมื่อถึงปากซอยพิบูลสงคราม 30 ก็แทบจะเรียกได้ว่าชนเข้ากับรถเข็นขายบัวลอย ที่จอดอยู่หน้าปากซอยเป๊ะๆ และจอดอย่างโดดเด่นอยู่เพียงคันเดียว ช่วงที่ไปถึงเป็นเวลาประมาณบ่ายสาม ป้าจิ๋ว กอบกุล มาเกิด เงยหน้าจากกระทะทองเหลืองใบเขื่องที่เต็มไปด้วยบัวลอยหลากสี ยิ้มทักทายพร้อมบอกว่ามาได้ถูกจังหวะ เพราะลูกค้าล็อตใหญ่เพิ่งหมดไปเมื่อกี้นี้เอง ในขณะที่ ลุงป๊อก สุชาติ มาเกิด สามีป้าก็สาละวนเทแป้งบัวลอยเม็ดน้อยลงต้มในหม้อให้เห็นกันสดๆ ที่ข้างร้าน

 

 

 

 

บัวลอยจิ๋วเมืองนนท์

 

 

 

 

บัวลอยจิ๋วเมืองนนท์

 

 

 

 

บัวลอยจิ๋วเมืองนนท์

 

 

 

 

แวบแรกที่เห็น สะดุดตากับขนาดของบัวลอยที่เล็กกว่าปกตินิดหน่อย (แต่ก็ไม่ได้จิ๋วขนาดนั้น) มาพร้อมสีสันสดใสถึง 7 สี ซึ่งถือเป็นจุดเด่นแรกของร้าน ความเม็ดเล็กเป็นกิมมิคตามชื่อเล่นของป้าจิ๋วเจ้าของร้าน ส่วนสีสวยๆ ที่เห็นก็ไม่ใช่แค่สวย แต่ยังปลอดภัย เพราะเป็นสีจากธรรมชาติทั้งหมด ได้แก่ สีเขียวจากใบเตย สีฟ้าจากดอกอัญชัน สีเหลืองจากฟักทอง สีส้มจากแครอท สีขาวจากเผือก สีม่วงจากดอกอัญชันผสมน้ำแดง และสีแดงจากน้ำแดง ป้ากับลุงเล่าให้ฟังว่าสมัยแรกๆ นั้นนวดแป้งเอง ปั้นเองหมด ขายดิบขายดีจนส่งผลต่อสุขภาพของลุงป๊อกที่วันๆ ก็นั่งนวดนั่งก้มปั้นเม็ดบัวลอย จึงต้องเปลี่ยนมาใช้เครื่องแทน เพราะขายกันวันละถึง 40 กิโลกรัมทีเดียว

 

 

 

 

แม้จะดูเหมือนเป็นเมนูง่ายๆ แต่การทำบัวลอยให้อร่อยถูกใจก็มีเคล็ดลับเช่นกัน นั่นคือแป้งกับน้ำกะทิ

 

 

 

 

“ร้านป้ากับลุงใช้สีจากธรรมชาติ ด้วยการนำวัตถุดิบมานึ่งแล้วนวดกับแป้งข้าวเหนียว จะได้เนื้อแป้งที่เหนียวนุ่มเคี้ยวหนึบ” ลุงป๊อกเล่าระหว่างคนบัวลอยในหม้อต้ม แล้วยังแนะวิธีดูความแตกต่างระหว่างสีธรรมชาติกับสีผสมอาหารว่าสามารถดูได้จากสีของน้ำเชื่อมที่ต้มบัวลอย หากน้ำเชื่อมมีสี นั่นแสดงว่าใช้สีผสมอาหารในตัวแป้ง ฉันชะโงกมองกระทะทองเหลืองของป้าจิ๋วที่เต็มไปด้วยเม็ดบัวลอยหลากสีในน้ำเชื่อมร้อนๆ ปรากฎว่าน้ำเชื่อมขาวใสกิ๊งจริงๆ ไม่มีสีอื่นปะปนเลย

 

 

 

 

ส่วนหม้อน้ำกะทิที่วางอยู่เคียงข้างกันก็ดูเข้มข้น เนื้อหนัก ไม่บางใสอย่างหลายๆ เจ้า

 

 

 

 

“น้ำกะทิจะช่วยชูรสชาติบัวลอยให้ชัดเจนขึ้น ป้าใช้เฉพาะหัวกะทิล้วนๆ ไม่มีหางกะทิหรือน้ำเปล่าเจือปน นำไปเคี่ยวกับใบเตย แล้วใส่เกลือเพิ่มรสชาติ เมื่อผสมกับบัวลอยจะครบรสทั้งหวาน มัน เค็ม กลมกล่อม”

 

 

 

 

บัวลอยจิ๋วเมืองนนท์

 

 

 

 

คุยไปคุยมา หันมาอีกทีลูกค้าเริ่มจะมุงเต็มหน้ารถแล้ว มีทั้งหญิงทั้งชายทั้งเด็กวัยรุ่นและคนมีอายุ บางคนซื้อ 2 ถุง บางคนมารับ 20 ถุง ฉันมองป้าจิ๋วตอกไข่ลงในน้ำเชื่อม ตักบัวลอย ตักไข่ ตักน้ำกะทิ ผูกถุง วนไปอย่างที่ต้องบอกว่ามือเป็นระวิง ปากก็พูดคุยทักทายลูกค้าไปด้วย เพราะส่วนใหญ่เป็นลูกค้าขาประจำ ผู้หญิงคนหนึ่งบอกฉันว่าเธอกินบัวลอยป้าจิ๋วมา 20 ปีแล้ว

 

 

 

 

“แป้งเขานุ่มหนึบ น้ำกะทิก็เข้มข้น รสชาติหวานมันกลมกล่อมลงตัว กินบัวลอยร้านนี้มาตลอด อร่อยที่สุดแล้ว” เธอว่าก่อนยื่นมือรับถุงบัวลอยไข่หวานกลับบ้าน ป้าจิ๋วเสริมว่าคนนี้เป็นลูกค้าประจำ กินมาตั้งแต่ราคาไม่กี่บาท และกินแต่บัวลอยไข่หวาน ยืนยันความใส่ใจของป้าที่จำเมนูประจำตัวของลูกค้าเก่าแก่ได้เกือบหมด

 

 

 

 

บัวลอยจิ๋วเมืองนนท์

 

 

 

 

บัวลอยจิ๋วเมืองนนท์

 

 

 

 

ฉันแอบถามว่าอร่อยขนาดนี้ยังมีเคล็ดลับอื่นที่ไม่ได้บอกอีกหรือไม่ ป้าหัวเราะแล้วบอกว่า ‘ใส่ใจ’

 

 

 

 

“ใส่ใจในสิ่งที่ทำ ตั้งแต่เริ่มต้นที่คิดปรับเปลี่ยนขนาดเม็ดบัวลอย การเริ่มนำสีมาใส่ในแป้ง จากแค่ 3 สี ก็กลายเป็น 7 สี อนาคตก็อาจจะมีสีเพิ่มขึ้น หรืออย่างเรื่องไข่ ที่อื่นเขามีแค่ไข่หวาน แต่ของป้ามีทั้งไข่เค็ม ไข่เยี่ยวม้า ถามว่าป้ากับลุงไปเอามาจากไหน ก็ไม่มีหรอก แค่กินไข่เยี่ยวม้า กินไข่เค็ม แล้วรู้สึกว่าถ้าเอาไปกินกับบัวลอยจะเป็นยังไง ก็เลยลองดู ป้าว่ามันคือความใส่ใจของเราที่อยากจะทำบัวลอยให้อร่อยและดีที่สุดที่จะทำได้ ทำอะไรให้ใส่ใจจริงๆ เข้าไว้เถอะลูก อย่าทำแบบสักแต่ขอไปที”

 

 

 

 

ความครีเอทของป้ากับลุงนี่เองคือจุดเด่นที่ 2 ของร้าน เพราะนอกจากขนาดของบัวลอย สีสันสวยงามหลากหลาย (และปลอดภัย) ยังมากับตัวเลือกที่ได้ยินครั้งแรกถึงกับร้องห๊ะ อย่างบัวลอยไข่เค็มและบัวลอยไข่เยี่ยวม้า! ซึ่งทั้งสองคนบรรยายรสชาติไม่ได้ โดยยืนยันเพียงว่า “ต้องลองเอง” เพราะไม่ว่าหน้าตาจะเป็นอย่างไร คอมบิเนชั่นจะแหวกแนวแค่ไหน ที่สุดแล้วสิ่งสำคัญก็คือความอร่อย ที่ทั้งป้าจิ๋วลุงป๊อกรวมทั้งลูกค้าที่มุงกันเต็มหน้าร้านล้วนยืนยันตรงกันว่าจะสัมผัสได้ก็ต่อเมื่อได้ชิม

 

 

 

 

บัวลอยจิ๋วเมืองนนท์

 

 

 

 

บัวลอยจิ๋วเมืองนนท์

 

 

 

 

ว่าแล้วป้าก็เลิกคุย หันไปตอกไข่ ตักบัวลอยตักไข่ใส่ถ้วย ราดน้ำกะทิอย่างคล่องแคล่ว ลุงป๊อกยกถ้วยมาวางให้บนโต๊ะหลังรถเข็นที่มีไว้บริการ 2-3 โต๊ะ บัวลอยเทกเจอร์เข้มข้นแบบแทบจะต้องบอกว่าข้นคลั่กทั้งน้ำกะทิเนื้อหนาและแป้งนุ่มหนึบ กินแล้วได้ความนัวหนึบอวลในปาก แล้วยังได้กลิ่นหอมใบเตยจางๆ เข้าจมูก รสชาติก็เข้มข้นไม่แพ้เทกเจอร์ หวาน เค็ม มัน จัดจ้านครบทั้งสามรส กินคู่กับไข่หวานที่ไข่แดงสุกมาแบบเยิ้มๆ กลายเป็นส่วนผสมสุดนัวที่รสชาติเข้ากันดีมาก ไข่เค็มมาเฉพาะไข่แดงเค็มเม็ดใหญ่ รสชาติเค็มกำลังดี กินกับบัวลอยแล้วได้รสเค็มนำอร่อยไปอีกแบบ ส่วนไข่เยี่ยวม้าที่สงสัยว่าจะเข้ากับบัวลอยไหมนะ ปรากฏว่าไปกันได้ดีทีเดียว โดยเฉพาะเทกเจอร์ไข่ขาวเด้งๆ ช่วยเพิ่มมิติของรสสัมผัส ไข่แดงก็สุกมาแบบพอดี ไม่เยิ้มเท่าไข่หวาน ความนัวจึงน้อยกว่า แต่ได้ความเด้งความนิ่มและกลิ่นเบาๆ เฉพาะตัว เข้าใจได้ว่าทำไมถึงได้โด่งดังและมีลูกค้าประจำต่อเนื่องยาวนาน เพราะฉันเองก็ไม่เคยกินบัวลอยที่ทั้งเนื้อและรสชาติเข้มข้นขนาดนี้มาก่อน

 

 

 

 

บัวลอยจิ๋วเมืองนนท์

 

 

 

 

แล้วป้ากับลุงยังขายในราคาแสนน่ารัก เริ่มต้นที่ 20 บาท แพงสุดคือใส่ไข่หวาน+ไข่เค็ม 40 บาท คุณภาพ รสชาติ เทกเจอร์นำราคาไปไกลลิบทีเดียว ป้ายังมีลูกตาลลอยแก้ว วุ้นใบเตย ขนมเปียกปูนใบเตย ถั่วกวน และข้าวเหนียวแก้ว ทำเองโดยป้าจิ๋วและพี่สาวขายด้วย ราคาเริ่มที่ชิ้นละ 12 บาทเท่านั้น

 

 

 

 

ป้าจิ๋วบอกว่าพอร้านเริ่มดังในโซเชียลเพราะลูกๆ หลานๆ มาถ่ายรูปถ่ายคลิปไปลง ก็เริ่มมีคนแอบอ้างชื่อร้านป้า จึงขอแจ้งว่าร้านบัวลอยจิ๋ว เมืองนนท์มีเพียง 2 สาขาเท่านั้น สาขาที่ 1 คือที่นี่ ส่วนสาขาที่ 2 อยู่ที่ตลาดเจ้าพระยา โซนร้านอาหารโต้รุ่ง เป็นร้านของน้องสาวป้าจิ๋วที่ขายมา 18 ปีแล้ว ใครอยากมาพูดคุยกับลุงและป้าสามารถมาได้ที่สาขานี้วันจันทร์-พุธ ส่วนวันพฤหัสฯ-อาทิตย์ จะเป็นลูกสาวของป้ากับลุงมารับหน้าที่ขาย โดยมีเดลิเวอรี่เฉพาะแค่วันที่ลูกสาวมาขายเท่านั้นนะคะ

 

 

 

 

บัวลอยจิ๋วเมืองนนท์

 

 

 

 

บัวลอยจิ๋ว เมืองนนท์

 

 

 

 

พิกัด: https://maps.app.goo.gl/giE2pzu9fnCJXLs39

 

 

 

 

เปิด-ปิด: จันทร์–พุธ เวลา 14.00 – 20.30 น. (หรือจนกว่าของจะหมด) / พฤหัสบดี – อาทิตย์ เวลา 11.00 -20.30 น. (หรือจนกว่าของจะหมด)

 

 

 

 

โทร: 081 908 6450 (จ-พ) / 063 546 4241 (พฤ – อา)

 

 

 

 

FB: ร้านบัวลอยจิ๋วเมืองนนท์

Share this content

Contributor

Tags:

ขนมไทย, บัวลอย, บัวลอยกะทิ

Recommended Articles

Food Storyเที่ยวงานตักบาตรขนมครก งานบุญที่ชาวบางพรมภูมิใจ
เที่ยวงานตักบาตรขนมครก งานบุญที่ชาวบางพรมภูมิใจ

งานบุญขนมครกน้ำตาลทรายที่จัดมากว่าร้อยปี ในหนึ่งปีจะมีสักหนึ่งครั้ง

 

Recommended Videos